เคล็ดลับความสำเร็จของ “เจ๊ไข่ซีฟู้ด” ร้านในตำนานย่านประชาชื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681333

วันที่ 24 เม.ย. 2565 เวลา 13:11 น.เคล็ดลับความสำเร็จของ “เจ๊ไข่ซีฟู้ด” ร้านในตำนานย่านประชาชื่น

“สด ใหม่ ใหญ่ แซ่บ” กับคุณภาพที่ไม่เคยหยุดพัฒนา ชวนล้วงลึกความสำเร็จ “เจ๊ไข่ซีฟู้ด” ร้านอาหารซีฟู้ดโดดเด่นริมคลองประปา จากร้านในตำนานย่านประชาชื่น สู่สุดยอดร้านเดลิเวอรีแห่งปี

หากใครที่มีโอกาสผ่านไปย่านประชาชื่น คงจะคุ้นเคยกับร้านอาหารซีฟู้ดที่ตั้งโดดเด่นริมคลองประปาอย่างร้าน “เจ๊ไข่ซีฟู้ด” ซึ่งถือเป็นร้านอาหารทะเลเจ้าแรกบนถนนเส้นนี้ ด้วยชื่อเสียงด้านความอร่อยที่ลือเลื่องมานานกว่า 30 ปีทำให้มีลูกค้าแน่นร้านเกือบตลอดเวลาในทุกวัน  หลายคนที่เคยแวะเวียนไปลิ้มลองรสชาติอาหารที่ถือเป็นตำนานต่างก็ติดใจจนเกิดการบอกต่อจากรุ่นสู่รุ่น แต่อะไรคือปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้ร้านนี้เติบโตและขยายกิจการได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถครองใจลูกค้าในทุกยุคทุกสมัย จนกลายเป็นสุดยอดร้านเดลิเวอรีอันดับหนึ่งที่การันตีโดยรางวัล #GrabThumbsUp Awards 2022 อย่างในปัจจุบัน วันนี้เราจะชวนมาฟังเคล็ดลับในแบบฉบับ “เจ๊ไข่” สาวแกร่งร่างเล็กที่หยุดพักจากงานครัวชั่วคราวมาถ่ายทอดประสบการณ์การทำร้านอาหารให้คนกินติดใจมายาวนานกว่าสามทศวรรษ

เริ่มต้นธุรกิจด้วย “ความซื่อสัตย์และความจริงใจ”

นิภาพร ซื่อสัตย์ คือชื่อและนามสกุลจริงของ “เจ๊ไข่” สาวแกร่งวัย 57 ปี ที่ก่อตั้งธุรกิจร้านเจ๊ไข่ซีฟู้ดมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองและสามี หากจะบอกว่าเธอคือคนที่ซื่อสัตย์กับใจตัวเองและลูกค้าก็คงไม่ผิดนัก เพราะถึงแม้จะเป็นคนกุมบังเหียนการบริหารร้าน แต่เจ๊ไข่ก็ยังคงทำหน้าที่ลงไปตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบถึงแหล่งด้วยตัวเองอยู่เสมอ ด้วยความตั้งใจที่ต้องการรักษามาตรฐานของร้านเอาไว้

“เจ๊ไข่เรียนจบแค่ ป.7 ก็เลยตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ มาหางานทำเป็นลูกมือคอยช่วยหั่น ช่วยสับอาหารอยู่ในครัว เพราะเรารู้ตัวว่าชอบทำอาหารมาตั้งแต่เด็กๆ พออายุ 17 เจ๊เลยตัดสินใจชวนแฟนมาทำรถเข็นขายอาหาร ซึ่งช่วงนั้นลูกค้าก็เริ่มติดใจในรสมือ จนเป็นแรงผลักดันให้อยากมีร้านขายอาหารที่เป็นหลักแหล่ง บวกกับสมัยนั้นที่ถนนเส้นประชาชื่นไม่มีร้านขายอาหารซีฟู้ดเลย เรามองเห็นโอกาสตรงนี้เลยตัดสินใจกู้เงินมาลงทุน คว้าโอกาสไว้และเริ่มเปิดเป็นร้านเจ๊ไข่ซีฟู้ดอย่างทุกวันนี้ เจ๊มองว่าสิ่งที่ทำให้คนติดใจและกลับมากินอาหารที่ร้านเราซ้ำบ่อยๆ คือมาตรฐานของรสชาติและการบริการ วัตถุดิบที่เจ๊เลือกมาทำอาหารต้องมีคุณภาพเหมือนที่เราทำให้คนในครอบครัวเรากิน สิ่งนี้คือความซื่อสัตย์และจริงใจที่เรามอบให้ลูกค้ามาตลอด”

“พลิกวิกฤติเป็นโอกาส” เปลี่ยนร้านเก่า…สู่ร้านเก๋าในยุคดิจิทัล

เจ๊ไข่ซีฟู้ดเปิดมาแล้วว่า 40 ปี แน่นอนว่าย่อมเจอกับวิกฤติมากมาย รวมถึงการที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่สาวแกร่งคนนี้ก็นำพาอาณาจักรร้านอาหารของเธอฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านั้นจนก้าวเข้ามาเป็นร้านในดวงใจของใครหลายคน และหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เจ๊ไข่ซีฟู้ดยังคงยืนหนึ่งในด้านอาหารทะเลมาจนถึงทุกวันนี้ คือการพัฒนาและปรับตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคอยเปิดรับแนวคิดใหม่ๆ จากลูกๆ อย่าง คุณบ๊วย-พนารัตน์ เอี่ยมผ่องใส ที่ได้เข้ามาช่วยบริหารร้านและออกไอเดียปรับเปลี่ยนระบบภายในให้ทันสมัย

“วิกฤติหรือปัญหาเศรษฐกิจที่เคยเจอมาเทียบไม่ได้เลยกับช่วงโควิด เพราะเราไม่สามารถขายหน้าร้านได้เลย แต่ก่อนหน้านั้นเรามีทำระบบฟู้ดเดลิเวอรีของเราเองอยู่แล้ว คือมีมอเตอร์ไซต์อยู่ 3 คันสำหรับใช้ส่งออเดอร์ที่สั่งตรงกับร้าน แต่ด้วยจำนวนรถแค่นี้ทำให้ช่วงโควิดระบาดหนักๆ เราก็ไม่สามารถส่งอาหารได้ทันกับความต้องการของลูกค้า บางครั้งลูกๆ เองก็ยังต้องช่วยกันขับรถออกไปส่งอาหารด้วยตัวเอง ตอนนั้นเจ๊ก็เริ่มมองหาเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยเราแก้ปัญหาในเรื่องนี้ ซึ่งแกร็บก็เป็นตัวเลือกแรกที่เจ๊สนใจ เพราะมีไรเดอร์เยอะ ลูกค้าที่มาทานหน้าร้านก็มีถามถึงบ่อยๆ ว่าส่งผ่านแกร็บหรือเปล่า พอตัดสินใจเข้าร่วมกับแกร็บ เจ๊ก็ไม่ผิดหวังนะ เพราะช่วยทำให้ลูกค้าเข้าถึงอาหารของร้านเราได้เยอะขึ้น แถมได้ขยายฐานลูกค้าใหม่ที่อยู่นอกโซนประชาชื่นอีกด้วย กลายเป็นว่ายอดสั่งอาหารผ่านแกร็บในช่วงนั้นนับเป็นอีกหนึ่งรายได้หลักของร้านก็ว่าได้” 

“บ๊วยมองว่าเราเป็นลูกที่โชคดีที่คุณแม่เป็นคนเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนระบบการบริหารร้านให้ดีขึ้น ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปมีผลเยอะมากต่อการบริหารร้านให้ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะเทรนด์ร้านอาหารในยุคคุณแม่คือการเน้นขายตัวตนของผู้ก่อตั้ง แต่เมื่อเราต้องมารับช่วงดูแลกิจการต่อ จะทำอย่างไรให้ร้านเติบโตต่อไปได้และที่สำคัญคือลูกค้าก็ยังคงต้องเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานของร้านเราไม่ต่างจากรุ่นบุกเบิก ซึ่งคุณแม่เองก็เห็นตรงกันกับลูกๆ ในเรื่องนี้ จึงได้พยายามปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง ลูกๆ เองก็นำวิธีการทำงานของคุณแม่มาต่อยอดและผสมผสานกับแนวคิดและวิธีการใหม่ๆ จนกลายเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้เราดึงดูดได้ทั้งลูกค้าเดิมที่มาทานตั้งแต่รุ่นคุณแม่ และลูกค้าใหม่ที่เป็นวัยรุ่นซึ่งรู้จักร้านของเราผ่านโซเชียลมีเดียและการทำการตลาดออนไลน์”

เสียงสะท้อนความสำเร็จผ่านรางวัลการันตี “ความอร่อยยกนิ้ว” 

คุณนิภาพร ซื่อสัตย์

ด้วยความจริงใจและใส่ใจในคุณภาพอาหารที่สั่งสมมาอย่างยาวนานทำให้ร้านเจ๊ไข่ซีฟู้ดได้รับรางวัลการันตีมากมายจากหลายสถาบัน และล่าสุดกับ “รางวัลสุดยอดร้านเดลิเวอรีแห่งปี ประเภทอาหารไทย” จากงานประกาศรางวัล #GrabThumbsUp Awards 2022 ที่กลายเป็นอีกหนึ่งเสียงยืนยันความนิยมของร้านผ่านการขายบนแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีอย่าง GrabFood

“แม้ว่าเราจะเริ่มทำตลาดผ่านช่องทางฟู้ดเดลิเวอรีได้เพียง 2 ปีกว่า แต่ก็ถือเป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดหวัง เพราะตอนนี้ยอดขายหลักเกือบ 50% ก็มาจากช่องทางนี้ แถมยังทำให้เราได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น  สำหรับรางวัล #GrabThumbsUp ที่เราเพิ่งได้รับนี้ เจ๊และลูกๆ รู้สึกภูมิใจมาก เพราะเป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นที่เราได้รับจากลูกค้า และเป็นกำลังใจให้กับความทุ่มเทในการรักษามาตรฐานมาโดยตลอด ขณะเดียวกัน รางวัลนี้ก็ถือเป็นแรงผลักดันให้เราต้องรักษาคุณภาพและพัฒนาบริการให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เพื่อให้สามารถครองใจลูกค้าได้ในทุกเจเนอเรชัน 

“สด ใหม่ ใหญ่ แซ่บ” กับคุณภาพที่ไม่เคยหยุดพัฒนา

“สด ใหม่ ใหญ่ แซ่บ” คือสโลแกนที่เจ๊ไข่ตั้งขึ้นมาเพื่อการันตีคุณภาพและรสชาติของอาหารที่เสิร์ฟให้กับลูกค้าตลอด 30 กว่าปี แต่สโลแกนนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการบริหารร้านที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างรุ่นแม่สู่รุ่นลูกอีกด้วย

“คำว่า สด ใหม่ ใหญ่ แซ่บ เป็นประโยคที่ฟังแล้วติดหู ลูกค้ามาทานอาหารร้านเราก็จะได้รับประสบการณ์ที่ดีกลับบ้านไป เพราะวัตถุดิบของร้านมีความสดและไซส์ใหญ่คุ้มราคา ส่วนในแง่ของการดูแลร้านเจ๊มองว่าเราต้องมีไอเดียสดใหม่อยู่เสมอ อย่างเช่นการที่น้องบ๊วยเปิดคาเฟ่ HATCH  by J’Khai ที่กำลังจะรีแบรนด์เป็น Hatchery ก็เป็นอีกหนึ่งความสดใหม่ที่เราใส่เข้ามา ใครจะไปคิดว่าร้านอาหารทะเลและคาเฟ่จะอยู่ด้วยกันได้ ซึ่งร้านนี้เราก็ทำการตลาดออนไลน์เหมือนกัน สิ่งนี้ถือเป็นจุดขายที่เจ๊ใช้ดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ให้เปิดใจเข้ามาทานอาหารร้านเรา เมื่อลูกค้าเห็นว่าร้านเจ๊ไข่ซีฟู้ดมีการปรับตัวอยู่เสมอ ไม่ล้าสมัย ลูกค้าก็จะไม่เบื่อที่จะกลับมา เจ๊มองว่านี่เป็นกำไรของเรานะ มองว่าเป็นความแซ่บที่เราได้รับตอบแทนจากการที่เราทุ่มเทความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าทำงานตรงนี้มาโดยตลอดก็ได้นะ” เจ๊ไข่พูดทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข

Sensitive Skin Awareness Month เดือนแห่งการบอกลาผิวแพ้ง่ายเพื่อผิวสุขภาพดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681084

วันที่ 21 เม.ย. 2565 เวลา 09:45 น.Sensitive Skin Awareness Month เดือนแห่งการบอกลาผิวแพ้ง่ายเพื่อผิวสุขภาพดี

เมื่อผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังพบ 70% ของคนบนโลกกำลังเผชิญปัญหาสุขภาพผิวอ่อนแอจากหลายปัจจัย เซตาฟิลชวนบอกลา 5 สัญญาณผิวแพ้ง่ายเพื่อผิวสุขภาพดี ผ่านแคมเปญ Sensitive Skin Awareness Month

หนึ่งในแบรนด์ที่คนผิวแพ้ง่ายบอบบางรู้จักกันดี ต้องมี เซตาฟิล (Cetaphil) ผู้พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลผิวชั้นนำของโลก ที่ล่าสุดเดินหน้าภารกิจพิเศษเพื่อเสริมสร้างผิวสุขภาพดีเป็นครั้งแรกพร้อมกันทั่วโลก ผ่านแคมเปญ Sensitive Skin Awareness Month เพื่อให้ความรู้สู่สมการผิวสุขภาพดีตลอดเดือนเมษายนนี้

สุทธนา เผ่าไทย ผู้บริหารส่วนงานผลิตภัณฑ์ผู้บริโภค บริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยผลสำรวจตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมาในกว่า 20 ประเทศจาก 5 ทวีปทั่วโลกว่า กว่า 50% ของกลุ่มตัวอย่างที่เซตาฟิลได้ทำการสำรวจมีสภาพผิวที่บอบบาง แพ้ง่าย และปัญหาดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ดังนั้น เพื่อเป็นการเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ผิว เซลาฟิล (Cetaphil) จึงได้สร้างสรรค์แคมเปญ ‘Sensitive Skin Awareness Month’ ให้เป็นเดือนแห่งการรณรงค์เผยแพร่ความรู้ให้แก่ผู้บริโภคเพื่อบอกลาปัญหาผิวแพ้ง่าย

“ปัจจุบันผู้บริโภคมีแนวโน้มการเกิดสภาพผิวแพ้ง่ายจากหลายสาเหตุด้วยกัน โดยเฉพาะจากการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ความงามและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่หลากหลาย รวมทั้งการต้องเผชิญกับปัญหามลภาวะ และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ล้วนส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อสภาพผิวทั้งสิ้น

แม้ผู้บริโภคยุคใหม่จะฉลาดเลือก แต่ก็อาจตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ผิดพลาดได้ หากไม่รู้สภาพผิวของตนเอง ที่สำคัญพบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ามีสภาพผิวที่แพ้ง่าย เซตาฟิล (Cetaphil) จึงพยายามสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ผู้บริโภคกลุ่มนี้ ด้วยการนำเสนอ 5 สัญญาณผิวแพ้ง่ายเพื่อให้ผู้บริโภคได้ดูแลผิวอย่างเหมาะสมที่สุด” นายสุทธนา เผ่าไทย กล่าว 

ทั้งนื้ แคมเปญ Sensitive Skin Awareness Month ที่จะจัดขึ้นโดยเซตาฟิล ประเทศไทยนั้น มีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกับที่จัดขึ้นในทุกประเทศ คือต้องการสร้างให้เป็นเดือนแห่งการให้ความรู้เรื่องผิวแพ้ง่าย ให้ความรู้ผู้บริโภคเกี่ยวกับสาเหตุและสัญญาณของผิวที่บอบบาง รวมถึงการดูแลผิวแพ้ง่ายให้ดีที่สุดและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน โดยได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังระดับแนวหน้าของไทยและต่างชาติผ่านการสร้างสรรค์วิดีโอเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับสภาพผิวแต่ละประเภทโดยเฉพาะปัญหาผิวบอบบาง แพ้ง่ายแบบเจาะลึก

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Real Change Real Skin ที่ชวนผู้ใช้จริงมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ทั้งหมด 20 ท่าน ผ่านทาง Cetaphil Facebook fan page โดยให้คณะกรรมการคัดเลือก พร้อมรับผลิตภัณฑ์จาก Cetaphil ไปใช้ พร้อม Review ติดต่อกัน 7 วัน เพื่อบอกลา 5 สัญญาณผิวแพ้ง่าย กันไปเลย ซึ่งหลังจากจบกิจกรรมทั้งหมด 7 วัน บอกได้คำเดียวว่าเห็นผลจริง ทั้งยังได้ร่วมกับ Shopee สอดแทรกเคล็ดลับการดูแลผิวแพ้ง่ายพร้อมโปรโมชันพิเศษผ่านเฟซบุ้กไลฟ์ พร้อมมอบผลิตภัณฑ์ขนาดทดลองผ่านกิจกรรมทางช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับเกียรติจากแฟนพันธุ์แท้ของ เซตาฟิล ‘เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ’ มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงในการดูแลผิวแพ้ง่ายด้วย ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้บริโภค” นายสุทธนา เผ่าไทย กล่าวถึงภาพรวมกลยุทธ์การสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องในการดูแลผิวแพ้ง่ายที่เซตาฟิล ประเทศไทยสร้างสรรค์ขึ้น

บอกลา 5 สัญญาณผิวแพ้ง่าย เพื่อผิวสุขภาพดีแบบฉบับเซตาฟิล 

1. เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ (Weakened Skin Barrier) ผิวของเราทุกคนมีเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติอยู่ที่ผิวชั้นนอก แต่เมื่อผิวได้รับการระคายเคืองจากปัจจัยภายนอก เช่น ฝุ่น มลภาวะ สารเคมีจากผลิตภัณฑ์บำรุงผิว หรือปัจจัยภายใน เช่น การพักผ่อนไม่พอ ความเครียด จะทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง ผิวเกิดรอยรั่ว พวกสิ่งสกปรก แบคทีเรีย สารเคมีต่างๆ ก็เข้าไปรบกวนให้ผิวเกิดการระคายเคือง ส่งผลให้เรามีผิวแพ้ง่าย มีอาการผิวแห้งกร้าน เกิดริ้วรอยก่อนวัย หากไม่รีบแก้อาจเกิดเป็นปัญหาผิวเรื้อรัง ทั้งรักษายากและใช้เวลานานเลยทีเดียว

2. ผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น (Dryness) เกราะป้องกันผิวที่อ่อนแอลง ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น แห้ง แตก ลอกเป็นขุย เกิดอาการตึงๆ ผิว ตามมาด้วยอาการคัน แสบผิว ผิวระคายเคืองง่าย หากปล่อยไว้อาจลุกลามกลายเป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่รักษาได้ยาก ซึ่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มมอยส์เจอไรเซอร์ สามารถช่วยเติมน้ำให้ผิว ฟื้นฟูผิวให้กลับมาชุ่มชื้นและแข็งแรงได้

3. ผิวไม่เรียบเนียน มีผดผื่น (Roughness) ผิวแห้ง มักตามมาด้วยอาการคัน เมื่อเราห้ามมือห้ามใจไม่ไหว ไปแกะเกา ผิวก็ลอกเป็นขุย เมื่อผิวถูกทำร้ายมากเข้าก็จะขึ้นปื้นแดงๆ ถ้าเกาต่อเนื่องปื้นแดงจะขยายบริเวณใหญ่ขึ้น เกิดผดผื่นตามมา ทำให้ผิวไม่เรียบเนียน ขรุขระ และไม่น่าสัมผัส

4. ผิวทั้งแสบทั้งระคายเคือง (Irritation) สังเกตไหมว่า แค่ออกไปโดนแสงแดดนิดเดียว ทำไมผิวเราทั้งแสบ ทั้งระคายเคือง นั่นเป็นสัญญาณว่า เพราะผิวอ่อนแอ จึงถูกรังสียูวีจู่โจมทำร้าย ทำให้ผิวระคายเคือง ตามมาด้วยอาการแสบผิว รอยแดงบนผิวหน้า และหนักที่สุดถ้าไม่ป้องกันด้วยครีมกันแดดอยู่เสมอ ผิวอาจไหม้แดดได้ ซึ่งฟื้นฟูยากสุดๆ

5. ผิวแน่นตึง (Tightness) เกิดมาจากผิวที่ขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้น ไม่จะเป็นว่าต้องเกิดขึ้นกับคนที่สภาพผิวแห้งเท่านั้น แต่ผิวมันก็ขาดน้ำได้ โดยจะมีความรู้สึกตึงผิว รู้สึกว่าหน้าแห้งมาก สำหรับผู้หญิงที่แต่งหน้าเป็นประจำ จะรู้สึกเลยว่า เครื่องสำอางไม่ติดผิว หลุดล่อนออกโดยง่าย จะแต่งกี่ลุคก็ไม่มั่นใจ

บอกลาผิวแพ้ง่าย ด้วย 3 STEP ง่ายๆ ดังนี้

STEP 1 ล้างหน้าให้สะอาดด้วย “คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน”

ทำความสะอาดผิวหน้าทั้งเช้าและเย็นด้วย Cetaphil Gentle Skin Cleanser ล้างสิ่งสกปรกหมดจด ไม่แน่นผิว

• นวัตกรรม Moisturizing Film ล้างพร้อมล็อกความชุ่มชื้นให้ผิว ปกป้องผิวจากการสูญเสียน้ำระหว่างวัน

• สร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ด้วยส่วนผสมจาก Glycerin และ Panthenol

• สูตร Non-comedogenic อ่อนโยน ปราศจากส่วนผสมของสบู่ ไม่ทำร้ายผิว ไม่อุดตันรูขุมขน

• ไม่พบสัญญาณผิวแน่นตึงหลังใช้ติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์3,4,12

• 95% ของผู้หญิงทุกคนเห็นด้วยว่าใช้ Cetaphil Gentle Skin Cleanser แล้วรู้สึกผิวดีทันทีหลังล้างหน้า  

STEP 2 บำรุงให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นด้วย “มอยส์เจอไรเซอร์”

บำรุงทั้งเช้าและเย็น ฟื้นฟูผิวแห้งกร้าน หมองโทรม ให้กลับฟื้นคืนความสดใส เปล่งปลั่ง อิ่มน้ำด้วย Cetaphil Moisturising Cream ครีมบำรุงสำหรับผิวแห้ง-แห้งมาก และผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ 75 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้ที่มีปัญหาผิวพบว่าเกราะป้องกันเสียหายลดลงหลังจากใช้ได้ 3 วัน 21

• ฟื้นคืนเกราะป้องกันผิว เติมความชุ่มชื้นให้ผิวกลับมาชุ่มชื้นได้ภายใน 7 วัน

• ฟื้นบำรุงผิวถึงขีดสุดด้วยสารสกัดจากธรรมชาติอย่าง Sweet Almond Oil วิตามิน E และ B5สูตรเข้มข้นแต่ไม่เหนอะหนะผิวใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายอ่อนโยนต่อผิวบอบบางแพ้ง่ายปราศจากน้ำหอมและลาโนลินไม่อุดตันผิวไม่ก่อให้เกิดสิว

STEP 3 ปกป้องผิวตลอดวันด้วย “ครีมกันแดดสูตรบางเบาพิเศษ”

เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะตลอดวัน ช่วงกลางวันใช้ Cetaphil Sun SPF50+ PA++++ Light Gel  

• เนื้อเจลบางเบาพิเศษ (Light GEL) เกลี่ยง่าย ซึมซาบเร็ว ให้ความรู้สึกเบาสบายผิว

• สูตร Very Water Resistant กันน้ำ ทนเหงื่อ เหมาะสำหรับวันออกแดดจัด และการเล่นกิจกรรมทางน้ำ

• ค่า SPF 50+ PA++++ ปกป้องผิวได้สูงสุดยาวนานจากรังสี UVA และ UVB

• อ่อนโยนปราศจากส่วนผสมของน้ำหอม สารกันเสีย และพาราเบน

ข้อมูลอ้างอิง

^ จากผลสำรวจการแนะนำผลิตภัณฑ์ของแพทย์ผิวหนังในประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 1,532 คน พ.ย. 2562 โดย IQVIA ประเทศสหรัฐอเมริกา

*95% ของผู้หญิงไทยอายุระหว่าง 18-40 ปี (213 จาก 223 คน) เห็นด้วยว่ารู้สึกผิวดีทันทีหลังล้างหน้าด้วย เซตาฟิล เจนเทิล สกิน คลีนเซอร์ จากการสำรวจบนเว็บไซต์ tryandreview ประเทศไทย ระหว่างเดือน ธ.ค. 2562 – ม.ค. 2563 3 Data on file, Gladerma Laboratories L.P. CRLNJ2020-0498 4Data on file, Gladerma Laboratories L.P. 86-1308-74 12Data on file, Gladerma Laboratories L.P. MKG001

**จากการศึกษาทางคลินิกในอาสาสมัครผู้หญิง จำนวน 50 ราย ระหว่างเดือน ก.ค. ถึง ส.ค. 2560 โดย Biometrix, Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา

21Data on file, Gladerma Laboratories L.P. GLI.04.SPR.US10402

สำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายหรือไม่มั่นใจสภาพผิว สามารถตรวจสอบ 5 สัญญาณผิวแพ้ง่ายได้ที่ https://www.cetaphil.co.th/ หรือ https://www.facebook.com/CetaphilThailand

Covid-19 deaths spike in week after Songkran

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40014850


The number of Covid-19 deaths spiked in Thailand this week after the Songkran holiday, a Chulalongkorn University lecturer said on Saturday.

Covid-19 deaths spike in week after Songkran

Public health academic Thira Worathanarat said new infections dropped by 19 per cent this week – or by 11.65 per cent if ATK test results are included.

However, the number of Covid-19 deaths increased by 22 per cent from a week earlier, he added, warning people to stay vigilant and protect themselves against the virus.

Since the start of the pandemic, Thailand has recorded the eighth-highest number of Covid-19 deaths in the world, Thira said in a Facebook post.

The Kingdom also accounts for more than one-fifth or 21.65 per cent of Covid-19 deaths in Asia, he added.

Thira said that more than 508 million people worldwide were infected with Covid-19 this week. New infections and deaths from the virus worldwide fell by 27 per cent and 22 per cent, respectively, according to Worldometer.

In Asia, the number of new cases and deaths decreased by 34 per cent and 26 per cent from a week earlier.

Thira said the Omicron variant will continue to spread and likely mutate into more subvariants. However, symptoms should not be much worse, while more efficient vaccines and medicines will become available, he added.

Two factors would dictate how quickly countries open up and return to normality.

The first was whether they decide to control the virus or let it spread.

The second was the lingering effects of long Covid on public health.

Thira said he was waiting for the results of a study on whether the Omicron variant caused a greater risk of long Covid than other variants.

Thailand logged 20,052 new Covid infections and 129 deaths on Saturday.

Published : April 23, 2022

By : THE NATION

เรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน ณ สตูดิโอโยคะไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุง ‘Atha Yoga Lifestyle Studio’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681283

วันที่ 23 เม.ย. 2565 เวลา 14:30 น.เรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน ณ สตูดิโอโยคะไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุง 'Atha Yoga Lifestyle Studio'

เช็กอิน Community แห่งใหม่สำหรับคนอยากมีสุขภาพดี ที่ Atha Yoga Lifestyle Studio สตูดิโอโยคะไลฟ์สไตล์ใจกลางสุขุมวิท จากความตั้งใจของคุณแพร-ณัชชา หมู่ธนะกิจภิญโญ

เมื่อความไม่สมบูรณ์แบบคือความสวยงามที่แท้จริง

ท่ามกลางความเร่งรีบของไลฟ์สไตล์คนเมืองย่านทองหล่อ สุขุมวิท ยังมีสถานที่เงียบสงบให้คนกรุงไปปรุงแต่งชีวิต เติมมุมสงบผ่อนคลายผ่านดีไซน์สะดุดตาด้วยความโค้งของฝ้าเพดานและผนังอาคารที่ออกแบบมาโดยได้รับแรงบันดาลใจจากความเชื่อที่ว่า “ความไม่สมบูรณ์แบบคือความสวยงามที่แท้จริง” ที่นี่คือ “Atha Yoga Lifestyle Studio”

Atha (อฐ)

รู้จักกับ Atha

สำหรับ Atha (อฐ) มาจากภาษาสันสกฤต ที่มีความหมายว่า “ณ เวลานี้” “ตอนนี้” ด้วยต้องการให้คนที่เข้ามาสัมผัสได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน คุณแพร-ณัชชา หมู่ธนะกิจภิญโญ ผู้ก่อตั้ง เล่าถึงความเป็นมาว่า จากการที่เราเป็นคนที่มีโครงสร้างกระดูกใหญ่ ตั้งแต่เด็กจนโตก็พยายามกับการลดน้ำหนักมาโดยตลอด เพราะยึดติดกับค่านิยมความสวยตามบรรทัดฐานของสังคมมากเกินไป แต่การลดน้ำหนักมากๆ ก็ เปรียบเสมือนเป็นการลงโทษและทำให้ตัวเองรู้สึกแย่

คุณแพร-ณัชชา หมู่ธนะกิจภิญโญ ผู้ก่อตั้ง Atha Yoga Lifestyle Studio

หลังจากได้รู้จักกับโยคะและฝึกฝนก็เปลี่ยนทัศนคติของตัวเองอย่างสิ้นเชิง เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรง โยคะทำให้เรียนรู้ในการยอมรับตัวเอง อยู่กับตัวเองในปัจจุบัน มีความสุขในแบบฉบับของตัวเองที่ไม่จำเป็นต้องทำตามค่านิยม จึงเป็นแรงบันดาลใจในการเปิดสตูดิโอสอนโยคะเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสเสน่ห์ของโยคะที่ทำให้เราเรียนรู้ตัวตนของเรา ซึ่งกลายเป็นที่มาของ Atha Yoga Lifestyle Studio แห่งนี้

การเรียนโยคะที่ Atha จะเน้นการเรียนในแบบที่เหมาะกับความต้องการของผู้ฝึก เน้นการรู้จักตัวตนให้มากยิ่งขึ้น และเข้าถึงจิตใจของตัวเองอย่างลึกซึ้ง โดยมีครูสอนโยคะที่มากด้วยประสบการณ์หลากหลายคน และจุดเด่นที่นับว่าสร้างความแตกต่างให้กับที่นี่ คือบริการที่ปรึกษา (consultation service) โดยครูโยคะผู้เชี่ยวชาญจะคอยให้คำแนะนำว่าแต่ละคนเหมาะกับการฝึกแบบไหน เป้าหมายการฝึกเป็นอย่างไร เพื่อให้ผู้ฝึกได้รับการฝึกที่ตอบโจทย์กับตัวเองมากที่สุด

Atha Class

คลาสเรียนโยคะของ Atha จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่ Private Class คือการฝึกตัวต่อตัวกับครู Semi-Private Class เป็นการฝึกร่วมกันกับเพื่อน 2-5 คน โดยจับกลุ่มกันเอง และ Group Class การเรียนแบบกลุ่ม

Private Class และ Semi-Private Class จะเป็นการฝึกที่เน้น Tailor-made class ครูผู้สอนจะดีไซน์คลาสให้ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ฝึกหรือเป้าหมายที่ผู้ฝึกตั้งไว้ เหมาะสำหรับผู้ฝึกที่มีความมุ่งมั่น ต้องการเพิ่มศักยภาพให้กับตัวเอง เพราะโปรแกรมการสอนจะถูกออกแบบมาอย่างเข้มข้น

Group Class มาพร้อมกับคอนเซปต์ที่แปลกใหม่และแตกต่าง เริ่มตั้งแต่ชื่อของคลาสโยคะ ที่ไม่ได้เรียกตามรูปแบบของโยคะทั่วไป แต่นำเอา “Feel ความรู้สึก” มาตั้งเป็นชื่อคลาส เพราะเชื่อว่าร่างกายของคนเราในแต่ละวันจะมีอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป โดยแบ่งออกเป็น 4 Feels ด้วยกัน คือ Feel Calm, Feel Good, Feel Active และ Feel Sweaty ซึ่งแต่ละ Feel ผู้ฝึกสามารถเลือกฝึกได้ตามความต้องการของตัวเองในแต่ละวัน

โดยใน Group Class คือครูสอนโยคะแต่ละคนจะดีไซน์คลาสของตัวเอง ด้วยการนำท่าโยคะรูปแบบต่างๆ มาปรับเพื่อให้เหมาะสมในแต่ละ Feel ทำให้แม้จะฝึก Feel เดียวกัน แต่เรียนกับครูที่ต่างกัน ผู้ฝึกก็จะได้รับประสบการณ์การฝึกที่แตกต่างออกไป ซึ่งยังคงได้ถึงอารมณ์และความรู้สึกนั้นๆ อยู่ ทำให้ รู้สึกสนุกและไม่น่าเบื่อ แม้จะไม่เคยฝึกโยคะมาก่อน

Sound Bath ศาสตร์บำบัดด้วยเสียง

Sound Bath

ถ้าพูดถึง Atha สิ่งที่เป็น Signature เลยของที่นี่คือคลาส Sound Bath ศาสตร์บำบัดด้วยเสียงหรือการนอนอาบเสียง ที่ใช้คริสตัล โบลว์ (crystal bowl) หรือพลังจากหินคริสตัลมาเป็นตัวช่วยการบรรเลง เสียงตัวโน้ตที่บรรเลงออกมาแต่ละตัวช่วยในการบำบัดความเครียด ทำให้การนอนหลับดีขึ้น และยังช่วยฟื้นฟูจิตใจได้ดีอีกด้วย

โยคะเป็นศาสตร์ที่ทำให้คนได้ใกล้ชิดกับพื้นที่ ผ่านการรับรู้ทางสายตาและการสัมผัส การออกแบบสตูดิโอจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทุกองค์ประกอบ และการตกแต่งภายใน ออกแบบมาเพื่อเสริมประสบการณ์การเล่นโยคะโดยเฉพาะ เน้นให้เกิดความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และปรับอารมณ์จากความวุ่นวายภายนอก ทำให้มีสมาธิมากขึ้น

ดีไซน์และการออกแบบ Atha Yoga Lifestyle Studio

จุดที่เป็นไฮไลท์ของสตูดิโอ คือทางเข้าห้องโยคะ จะได้พบกับเสน่ห์ของประตูทางเข้าที่มีดีไซน์เหมือนทางเข้าถ้ำ ใช้ลูกเล่นการซ่อนไฟที่พื้นห้องเพื่อให้เกิดทิศทางของแสงที่แตกต่างจากโถงด้านนอกเป็น Transition space ให้ผู้ฝึกได้ปรับอารมณ์ก่อนเข้าสู่พื้นที่เล่นโยคะด้านในได้ละทิ้ง ได้ปลดปล่อยความวุ่นวายจากข้างนอก เพื่อเตรียมชาร์จพลังได้อย่างเต็มที่

เมนูเพื่อคนรักสุขภาพของ Atha Cafe

Atha Yoga Lifestyle Studio ถือว่าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรักสุขภาพ เพราะนอกจากจะได้ฝึกโยคะเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายแล้ว ที่นี่ยังมี Atha Café คอยให้บริการเครื่องดื่ม อาหารว่าง สำหรับผู้ที่มาฝึกโยคะจะได้จิบชาหลังฝึกเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกาย โดยเมนูไฮไลท์ที่ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าชอบมาก คือ โยเกิร์ต โบวล์ (Yogurt Bowl) ที่รับประทานคู่กับซอสราสเบอร์รี่ หรือบลูเบอร์รี่ ทำสดใหม่ทุกวัน โรยหน้าด้วยกราโนล่า เป็นเมนูที่อร่อย อิ่มท้อง และยังสุขภาพดีอีกด้วย

โดยความตั้งใจของ Atha คือต้องการที่จะเป็น Community สำหรับทุกคนที่อยากมีสุขภาพดี โดยมีโยคะเป็นสื่อกลาง และร่วมส่งต่อ message “Yoga for anyone” ให้โยคะเข้าถึงทุกคนได้ง่าย ใครๆ ก็เล่นได้ และเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในชีวิต

เพื่อตอบโจทย์ให้ทุกไลฟ์สไตล์สามารถเข้าถึงโยคะได้ง่ายขึ้น Atha จึงได้จัดโปรแกรม Atha Yoga Retreat ชวนคุณมาหลีกหนีความวุ่นวายจากตัวเมือง กลับคืนสู่ธรรมชาติที่ห้อมล้อมไปด้วยท้องทะเลอันแสนงดงามของเกาะมันนอก จังหวัดระยอง โดยงานนี้ Atha ปิดทั้งเกาะมันนอก เพื่อชวนคุณมาผ่อนคลายไปกับการฝึกโยคะริมทะเล ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Solace by the Sea” ให้ทุกโสตประสาทสัมผัสทั้ง 5 ดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม ในวันที่ 28-30 พฤษภาคม 2565 นี้

สำหรับใครที่อยากรีชาร์จพลังงานบวกให้กับร่างกายและจิตใจต้องห้ามพลาดโปรแกรมพิเศษนี้ เพราะตลอด 3 วัน 2 คืน คุณจะได้อิ่มเอมไปกับการฝึกโยคะ ที่ทาง Atha ได้จัดเตรียมคลาสพิเศษที่ดีไซน์เพื่อให้ตอบโจทย์ 5 ประสาทสัมผัสของคุณ ได้แก่

– คลาสโยคะ Sunset Sight Flow คลาสฝึกโยคะท่ามกลางแสงยามเย็นในช่วงพระอาทิตย์กำลังตกดิน ที่จะกระตุ้นโสตประสาทด้านการมองเห็น ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายและแสงที่สวยงามตาจะช่วยให้การฝึกโยคะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

– คลาสโยคะ Ocean Scent Breathing คลาสที่จะกระตุ้นโสตประสาทด้านกลิ่น สูดรับกลิ่นไอจากธรรมชาติแห่งท้องทะเลไปพร้อมกับการฝึกหายใจแบบ Ujjayi ตามศาสตร์ของโยคะ โดยจะเน้นการกระชับกล้ามเนื้อด้านหลังลำคอ เพื่อสร้างเสียงที่คลายกับคลื่นของมหาสมุทรในขณะที่หายใจ

– คลาส Sound bath และการฝึกโยคะนิทรา ที่จะช่วยกระตุ้นโสตประสาทด้านการฟัง ให้คุณนอนอาบเสียงจากคริสตัลโบลว์ ไปพร้อมกับการฟังเสียงคลื่นแห่งท้องทะเล เพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้พักผ่อนอย่างล้ำลึก และผ่อนคลายขั้นสุดที่จะช่วยให้การนอนของคุณหลับลึกอย่างสบาย

– กระตุ้นโสตประสาทด้านการสัมผัสไปกับ องค์ประกอบความสวยงามธรรมชาติพร้อมกับกิจกรรมและเวิร์กช้อปพิเศษ

– กระตุ้นต่อมการรับรส โดย Atha ได้ร่วมกับ El Mercado ที่มาช่วยเนรมิตให้ค่ำคืนของคุณเต็มไปด้วยอรรถรส กับกิจกรรมฝึกโยคะไปพร้อมกับจิบไวน์รสนุ่มๆ ในคลาส Wineyasa คลาสโยคะที่เน้นการฝึกสมาธิและการทรงตัว หลังจบคลาสเพลิดเพลินไปกับอาหารเมนูซิกเนเจอร์จากร้าน El Mercado ที่เตรียมทีมมาเสิร์ฟความอร่อยกลางเกาะมันนอกถึงสองวันเต็ม

พบกับคอมมูนิตี้ของคนรักสุขภาพได้ที่ Atha Yoga Lifestyle Studio อาคารคอนโดมิเนียม Noble Remix ชั้น 2 ซอยสุขุมวิท 36 ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อ

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.athalifestyle.com

Facebook: Atha.Lifestyle

Instagram: @atha.lifestyle

Line Official Account: @athalifestyle

หรือโทรศัพท์ 065-638-5398

ช้อปรักษ์โลก Ecotopia ร่วมสร้างโลกที่ดีไปด้วยด้วยกัน ต้อนรับ Earth Day

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681167

วันที่ 22 เม.ย. 2565 เวลา 07:20 น.ช้อปรักษ์โลก Ecotopia ร่วมสร้างโลกที่ดีไปด้วยด้วยกัน ต้อนรับ Earth Day

ต้อนรับ Earth Day วันคุ้มครองโลก Ecotopia แหล่งรวมสินค้าอีโค่แสดงจุดยืนเป็นคอมมูนิตี้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“Ecotopia” ที่สุดของแหล่งรวมสินค้าอีโค่สำหรับคุณ ครบครันหลากหลายเพื่อโลกที่ดีขึ้น เป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ สินค้าออร์แกนิค เปิดให้ทุกคนเข้ามาค้นพบและเลือกสรรได้ที่อีโค่โทเปียได้อย่างครบครัน จบในที่เดียวกว่า 300 แบรนด์ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวันคุ้มครองโลก หรือ Earth Day ทุกวันที่ 22 เมษายน เพื่อปลุกจิตสำนึกเกี่ยวกับปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งอีโค่โทเปีย เป็นคอมมูนิตี้ที่แสดงจุดยืนในการร่วมใส่ใจสิ่งแวดล้อมมายาวนาน เป็นเมืองรวมผลิตภัณฑ์รักษ์โลกที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างหลากหลาย ณ Ecotopia ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม

“เราสร้างโลกให้ดีขึ้นไปด้วยกัน” เป็นความตั้งใจที่ ECOTOPIA มุ่งมั่นในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับโลกของเรา ด้วยการลดการสร้างขยะ เพิ่มการใช้ซ้ำ ทำความรู้จักกับธรรมชาติในมุมมองใหม่และสร้างคุณค่าของเหลือใช้ให้กลับมามีประโยชน์ขึ้นอีกครั้ง อีกทั้งยังสามารถค้นหาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ง่ายๆ จบในที่เดียวอีกด้วย

ในการสร้างโลกให้ดีไปด้วยกันในยุคนี้ มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นเพราะมีนวัตกรรมใหม่ๆมาให้ได้ทดลองใช้ในชีวิตประจำวันมากมาย อาทิ NATEDE นวัตกรรมเครื่องฟอกอากาศด้วยต้นไม้ โดยจุดเด่นที่ทำให้ไม่เหมือนใครคือ การใช้งานร่วมกับธรรมชาติได้ดีเยี่ยม เพราะสามารถปลูกต้นไม้ในกระถางพร้อมฟอกอากาศไปในตัว นอกเหนือจากมอบอากาศบริสุทธิ์แล้ว ยังสามารถตกแต่งมุมบ้านได้อย่างสวยงามอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเครื่องฟอกอากาศอีกมากมาย ทั้งแบบพกพา หรือตั้งไว้ในสถานที่ต่างๆ อย่าง SABAIDEE CARE เครื่องฟอกอากาศ รุ่น NAPHA IV นอกจากช่วยขจัดเชื้อโรคแล้วยังช่วยกรองฝุ่น กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์อีกด้วย หรือจะแบบพกพาง่าย กระทัดรัด แบบ Aura Air Mini เครื่องฟอกอากาศแบบพกพา สามารถตั้งโต๊ะทำงาน หรือไว้บนรถก็ได้

นอกจากนี้ ด้วยสถานการณ์โควิด19 ที่ยังมีอยู่ต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่ควรต้องมี อย่าง หน้ากากอนามัย, แอลกอฮอล์ล้างมือ ซึ่งมีการพัฒนามีส่วนผสมที่ช่วยป้องกัน ปกป้องได้ยาวนาน อย่าง Disinfect & Shield (ดิสอินเฟ็กต์ แอนด์ ชีลด์) นวัตกรรมกำจัดและป้องกันแบคทีเรียและ

ไวรัสสุดล้ำแบรนด์ดังจากสหรัฐอเมริกา ป้องกันกำจัดแบคทีเรียไวรัสได้ถึง 99.99 รวมทั้งผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ไม่มีสารระคายเคืองเหมาะกับเด็กเล็กหลากหลายยี่ห้อมากมาย รวมไปถึงถุงขยะที่สามารถย่อยสลายได้ ของใช้ในครัวเรือน อย่างช้อนส้อมทำจากวัสดุธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้

อีกทั้งยังชวนมาสวยต้อนรับวันคุ้มครองโลกไปกับผลิตภัณฑ์บิวตี้ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ มีความออร์แกนิค ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ มีทั้งบลัชออน ลิปสติก Maria TintedVegan มีส่วนประกอบจากธรรมชาติ ให้ความชุ่มชื้นบำรุงริมฝีปาก, สบู่ก้อน Wavertree & London นำเข้าจากออสเตรเลีย มีให้เลือกถึง 35 ผลิตจากวัตถุดิบชั้นดีจากธรรมชาติ และมีครีมกันแดด ยาสระผม ครีมนวดผมออร์แกนิคอีกมากมาย

ตอกย้ำการให้ความสำคัญในวันคุ้มครองโลก “ECOTOPIA” จัดแคมเปญมอบโปรโมชั่นพิเศษกับ “ECOTOPIA EARTH DAY SALE PLANET WARRIORS” เอาใจสายรักษ์โลก ไม่ช้อป ไม่ได้แล้ว ลดสูงสุด 50% พร้อมรับคูปองท้ายบิลสูงสุด 200 บาท พิเศษ ช้อปครบ 2,500 บาท รับฟรี Disinfect&Shield มูลค่า 990 บาท และสำหรับลูกค้า VIZ Member ช้อปครบ 1,500 บาท รับ Coins X5 (รับสูงสุด 30 coins) ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายน 2565

ECOTOPIA มอบความสะดวกสบาย ช้อปออนไลน์ง่ายๆ หลากหลายช่องทาง ผ่าน OneSiam SuperAPP, Shopee, Lazada หรือสามารถช้อปได้ที่ ECOTOPIA ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook : Ecotopia Thailand

เปิดประตูต้อนรับซัมเมอร์ที่ห้างเซ็นทรัล 7 วัน 7 สาขา 7 สีสัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681292

วันที่ 23 เม.ย. 2565 เวลา 15:40 น.เปิดประตูต้อนรับซัมเมอร์ที่ห้างเซ็นทรัล 7 วัน 7 สาขา 7 สีสัน

ห้างเซ็นทรัล ชวนเช็คอินถ่ายรูปสุดปัง กับ “7 สาขา 7 สีสัน” สาดความสุขสุดคัลเลอร์ฟูลท้าลมร้อนกับ “Central Endless Summer” พร้อมช้อป ชิม แบบฟินๆ ตลอดซัมเมอร์

กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสุดฮิตในช่วงหน้าร้อนนี้ เมื่อห้างเซ็นทรัล จัดแคมเปญสาดความสุขสุดคัลเลอร์ฟูลท้าลมร้อนกับ “Central Endless Summer” ในคอนเซ็ปต์สุดครีเอท “ความสนุกบนเส้นทางแห่งสีสันที่ไม่มีวันสิ้นสุด” เปิดประตูต้อนรับซัมเมอร์ด้วยสินค้าแฟชั่นเทรนด์ใหม่ล่าสุด พร้อมเนรมิตไฮไลต์สุดปังของปี กับการตกแต่งห้างด้วยสีสันตามวัน “7 สาขา 7 สีสัน” ที่ห้างเซ็นทรัล 7 สาขา ไม่ว่าจะเป็น ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์, บางนา, พระราม 2, ชิดลม, เวสต์เกต, ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ เพื่อให้ได้ไปเช็คอินถ่ายรูปสุดปัง พร้อมระดมทัพเสิร์ฟสินค้าคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด ชวนไปสนุกกับการช้อปปิ้งรับลมร้อนที่มาพร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และอิ่มอร่อยไปกับเมนูคลายร้อนตลอดซัมเมอร์นี้ที่ห้างเซ็นทรัล ภายใต้มาตรการด้านสุขอนามัยที่เคร่งครัดขั้นสูงสุด

Red Sunday ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์

เริ่มต้นความสนุกแรกกับจุดเช็กอินไฮไลต์สุดปัง วันอาทิตย์ “สีแดง” แลนด์มาร์กแห่งสีสันใจกลางกรุงเทพฯ ที่ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ สะดุดทุกคู่สายตาด้วยด้วยสติ๊กเกอร์บอมม์สีแดงสุดชิคติดอยู่ทั่วทั้งหน้าห้างให้ได้แวะไปถ่ายรูปเก๋ๆ ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเข้าไปในห้าง ก็ยังเต็มไปด้วยสีแดงแรงฤทธิ์ของโครงเสาสีแดง และพรมเรียกว่าเป็น ออลล์เรดดิสเพลย์ (All red display) จนต้องแวะโพสต์ถ่ายรูปลงโซเชียลอวดสีสันรับหน้าร้อน

Yellow Monday ห้างเซ็นทรัล บางนา

สดใสซาบซ่ากันต่อกับวันจันทร์ “สีเหลือง” ที่ห้างเซ็นทรัล บางนา กับการตกแต่งด้วยโทนสีเหลืองสดใส สร้างบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีชีวิตชีวา เพิ่มความว้าวด้วยการตกแต่งบริเวณทางเดินยาวกลางห้างชั้น 1 ด้วย “Endless Long Dinner / Long Table” โต๊ะอาหารสุดเก๋ ชวนให้เพื่อนฝูงมาร่วมสังสรรค์ในวันพิเศษ และช้อปปิ้งไม่มีวันหยุด ด้วยสีเหลืองที่สื่อถึงแสงแดดสดใสในช่วงฤดูร้อน รอให้ทุกคนมาเช็คอิน

Pink Tuesday ห้างเซ็นทรัล พระราม 2

สายหวานห้ามพลาดกับ วันอังคาร “สีชมพู” ต้องมาเช็คอินที่ ห้างเซ็นทรัล พระราม 2 ที่มาในโทนสีชมพูฟรุ้งฟริ้ง! ทั่วห้าง ติดตลกหักมุมไม่ให้เลี่ยนด้วยของตกแต่งที่ไม่เข้ากับความหวานแหวว แต่เป็นเอกลักษณ์ของถนนพระรามสอง ที่การจราจรแน่นขนัด แต่ซัมเมอร์นี้ห้างเซ็นทรัลจะขอเปลี่ยนบรรยากาศรถติด ให้กลายเป็นความสนุก ด้วยการยกสัญลักษณ์และสิ่งต่างๆ ที่พบเห็นบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็น ป้ายจราจร รถบรรทุก แบริเออร์ กรวยยาง และสัญญาณไฟจราจร เป็นต้น จับมาย้อมเป็นสีชมพู

Green Wednesday ห้างเซ็นทรัล ชิดลม

เข้าสู่กลางสัปดาห์กับ วันพุธ “สีเขียว” ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งต้นไม้นานาพันธุ์ ที่จะมอบความสดชื่นช่วงซัมเมอร์ กับการยกต้นไม้จริงมาประดับภายในห้างเซ็นทรัล ชิดลม ผสมเข้ากับงานหวาย งานไม้ ให้ทุกคนได้ผ่อนคลาย พร้อมดื่มด่ำกับไฮไลต์บริเวณโถงกลางห้าง ที่ตกแต่งเต็มพื้นที่ไปด้วยไม้ใบและไม้ประดับ เปรียบเสมือนโอเอซิสกลางห้างเขียวกลางใจเมือง ให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งอย่างอารมณ์ดี นอกจากนี้ บริเวณหน้าห้างกลางสี่แยกชิดลม ยังโดดเด่นมีเอกลักษณ์กับไลต์บ็อกซ์ภาพถ่ายคุณผู้หญิง

เปรี้ยวจี๊ดจัดจ้าน ที่ใครเห็นเป็นต้องยกมือถือเก็บภาพเก๋ๆ พร้อมอัปเดตเทรนด์แฟชั่นสีเขียว (Green Looks) อีกหนึ่งสีที่ฮอตที่สุดของซัมเมอร์นี้!

Orange Thursday ห้างเซ็นทรัล เวสต์เกต

แซ่บกันต่อที่ ห้างเซ็นทรัล เวสต์เกต กับ วันพฤหัสบดี “สีส้ม” สีแห่งความสนุกและการผจญภัย รวมถึงยังเป็นชื่อของผลไม้ “ส้ม” เพียงหนึ่งเดียวของสีในสัปดาห์ ต่อยอดกลายมาเป็นคอนเซ็ปต์แสนเก๋ พร้อมขบวนพาเหรด “Orange Fruit Salad” ที่จับผลไม้นานาชนิดย้อมสีส้มสดใส ตกแต่งทั่วห้าง รวมทั้งยังมีเสาผลไม้สีส้ม เสมือนตัวแทนของซัมเมอร์และความสดใส

Blue Friday ห้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า

สบายตาไปกับ วันศุกร์ “สีฟ้า” ฟิน..ไปกับบรรยากาศท้องฟ้าและท้องทะเล ที่ห้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ด้วยไฮไลต์เด็ด กับการยกเรือจำลอง อันเป็นซิกเนเจอร์ของ จ.สงขลา มาตั้งไว้ที่กลางโถงของห้างให้ทุกคนได้ดื่มด่ำไปกับกลิ่นอายแห่งเมืองใต้ พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษรับลมร้อน ด้วยการให้ทุกคนได้ขึ้นไปถ่ายรูปบนเรือชิคๆ เสมือนล่องทริปบนท้องทะเลใต้แบบทิพย์!

Purple Saturday ห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์

ปิดท้ายกันที่ห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ กับคอนเซ็ปต์ วันเสาร์ “สีม่วง” พบกับความโรแมนติกน่าค้นหาที่มาพร้อมลวดลายเรขาคณิตสุดโมเดิร์น โดยเนรมิต ให้กลายเป็นคาเฟ่แสนน่ารักรับช่วงซัมเมอร์ ที่บอกเลยว่าถูกใจคนรักสัตว์ เพราะสาขานี้ทุกท่านสามารถพาน้องหมาน้องแมวมาเดินเล่นกันแบบชิลล์ๆ ท่ามกลางบรรยากาศแบบร้านกาแฟที่นั่งสบายๆ หยุดยาวนี้มาเที่ยวพร้อมเช็คอินเก๋ๆ

ปักหมุดเช็คอินถ่ายรูป 7 สาขา 7 สีสันกันไปแล้ว ห้ามพลาด! มาช้อปปิ้งแบบคัลเลอร์ฟูลเพิ่มความสนุกให้กับซัมเมอร์นี้กันต่อกับสินค้าคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด ชวนไปสนุกกับการช้อปปิ้งรับลมร้อนที่มาพร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ชั้นนำมากมาย พร้อมชวนมาลิ้มลองเมนูอร่อยๆคลายร้อนที่ LOFTER (ลอฟท์เตอร์) ชั้น 7 ห้างเซ็นทรัลชิดลม สุดยอดแหล่งรวมร้านอาหารเก่าแก่ชื่อดังอายุมากกว่า 30 ปี ทั่วไทย ที่ถูกปากฟู้ดเลิฟเวอร์กว่า 30 ร้าน ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกับการกินอาหารผ่านโซนต่างๆ ตั้งแต่ร้านอาหารระดับ Local Legend ไปจนถึงอาหารจานเดียว ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว อาหารทอด ของว่าง ของหวานท้องถิ่น และอื่นๆ อีกมากมาย และพิเศษสุดกับ “Yummy Summer” เสิร์ฟดีลรับซัมเมอร์กับเมนูของหวานคลายร้อนกว่า 20 เมนู ที่นำผลไม้ยอดฮิตหน้าร้อนอย่างมะยงชิด, มะม่วง และแตงโม มาครีเอทเป็นเมนูสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น มะม่วงทรีโอ้, มะยงชิดม้าฮ่อ, มะยงชิดมิลค์เชค, มะยงชิด – ยูซุ ซอร์เบท, กินรีซอร์เบท, ไอศกรีมกะทิอกร่องทวาย ที่รอให้คุณได้มาลิ้มลอง พร้อมโปรโมชั่นสุดว้าว เพียงรับประทานอาหารครบ 200 บาท รับ 1 แสตมป์ และสะสมแสตมป์ตามที่กำหนดเพื่อแลกของพรีเมี่ยมสุดแสนน่ารัก (จำนวนจำกัด) พร้อมกิจกรรมสุดปังถ่ายรูปฟรี ที่ Photo Booth เพียงลูกค้ารับประทานอาหารครบ 200 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 65 – 30 เม.ย. 65 ที่ LOFTER ชั้น 7 เซ็นทรัลชิดลม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2793 7070 หรือ LINE: @happylofter

ไปช้อปมันส์ เช็คอินถ่ายรูปสุดปัง กับ “7 สาขา 7 สีสัน” สาดความสุขสุดคัลเลอร์ฟูล พร้อมช้อป ชิม แบบฟินๆ ตลอดซัมเมอร์ กับ “CENTRAL ENDLESS SUMMER” ตั้งแต่วันนี้ – 28 เม.ย. 65 ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา หรือช้อปผ่านช่องทาง Central App, Central Chat & Shop, Call & Shop Central Personal Shopper On Demand โทร.1425 หรือที่ Facebook Fanpage หลักของห้างเซ็นทรัล ที่ www.facebook.com/CentralDepartmentStore

ชูของดีเมืองชล มนต์เสน่ห์ตะวันออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681168

วันที่ 22 เม.ย. 2565 เวลา 07:40 น.ชูของดีเมืองชล มนต์เสน่ห์ตะวันออก

เซ็นทรัล ชลบุรี ชูของดีเมืองชล มนต์เสน่ห์ตะวันออก ในงาน “เทศกาลชลบุรีขนมดี ซีฟู๊ดเด็ด Taste of CHONBURI 2022” เริ่ม 29 เม.ย. – 5 พ.ค.นี้

กินเที่ยวช้อปงานเดียวได้ครบ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ชลบุรี โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา จัดงาน “เทศกาลชลบุรีขนมดี ซีฟู๊ดเด็ด Taste of CHONBURI 2022” โปรโมทของดีประจำจังหวัด นำเสนอเสน่ห์แห่งอัตลักษณ์ท้องถิ่นหลากหลายรูปแบบ ทั้งผลิตผลทางการเกษตร สินค้าแปรรูป สินค้าหัตถกรรมของดีของจังหวัด พร้อมแนะนำแหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัด มาดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างเม็ดเงินสะพัด กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น สะท้อนบทบาทการเป็น Place maker ที่ต้องการเป็นมากกว่าพื้นที่ศูนย์การค้า แต่เพื่อมอบประสบการณ์ที่มีความหมาย และเป็นพื้นที่ของการใช้ชีวิตสำหรับทุกคนอย่างแท้จริงภายใต้วิสัยทัศน์องค์กร Imagining better futures for all

เตรียมอิ่มอร่อยกับของดีของเด็ด และของใช้ต่างๆที่ขึ้นชื่อมากมายของจังหวัดชลบุรีที่รวมมาไว้ในที่เดียว ภายในงาน “เทศกาลชลบุรีขนมดี ซีฟู๊ดเด็ด Taste of CHONBURI 2022” ละลานตากับบูธจำหน่ายสินค้าและอาหารเลิศรสกว่า 30 บูธ อาทิ ร้านเกี๊ยวบางทราย อร่อยเน้นเต็มคำกับเกี๊ยวทรงเครื่อง ต้นตำรับบางทรายเจ้าแรกของจังหวัด, ร้านแกละไอศครีม เจ้าดังเมืองชล ไอศครีมรวมมิตรกะทิสดขึ้นชื่อ อัดแน่นด้วยลอดช่องตัวโต ขนุนเนื้อแน่น ในเนื้อไอศครีม หอมหวานอร่อย, ขนมกุยช่ายเจ๊ผ่อง (เกาะขนุน) ของดีเมืองชล แป้งบาง ไส้แน่น น้ำจิ้มรสเด็ด, ขนมจีนน้ำยาปูเนื้อแน่นสุดฟิน จากร้านเชฟ เอริน, เต้าหู้ฟูกับข้าวแช่ จากร้าน Down to The Earth

ต่อด้วยช้อปสินค้าของดีเมืองชลบุรี อาทิ จักสานชุมชนหลากหลายสไตล์จากพนัสนิคม และแฟชั่นฮิตช่วงซัมเมอร์อย่างสินค้าผ้ามัดย้อม จากร้านครามฮัก เป็นต้น เพลิดเพลินกับการตกแต่งงานอย่างสวยงามสไตล์ตุรกี สีสันสดใสเพิ่มอารมณ์ในการช้อปปิ้งมากยิ่งขึ้น พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2565 ลานกิจกรรม ชั้น 1 (ทั่วทั้งศูนย์การค้าฯ) และกิจกรรมสุดพิเศษ ในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2565 ร่วม Workshop เมนูเค้กข้าวหลาม กับเชฟบีม ภวินวัชร์ จาก Top Chef Thailand เจ้าชายขนมหวานคนแรกของประเทศไทย โดยได้เน้นย้ำคุมเข้มมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+ เพื่อความมั่นใจและปลอดภัยของทุกคนตลอดงาน

อัพเดทกิจกรรมและโปรโมชั่นดีๆ ที่เรานำมามอบให้คนชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียงได้ที่ Facebook: Central Chonburi

ชวนสร้าง Summer inspiration เมื่อเซ็นทรัลเปลี่ยนศูนย์การค้าเป็น Art Exhibition

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680958

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 15:40 น.ชวนสร้าง Summer inspiration เมื่อเซ็นทรัลเปลี่ยนศูนย์การค้าเป็น Art Exhibition

‘Blooming Summer 2022’ ชวนสัมผัสงานศิลป์ในโลกแห่งจินตนาการของสวนดอกไม้หน้าร้อน ฝีมือ 3 อาร์ติสไทย นำโดย ปรางค์-วิภาลักษณ์, ปอม-ชาน ธัชมาพรรณ และ สกุล อินทกุล เปลี่ยนศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศให้เป็น Art Exhibition เริ่มแล้ววันนี้ – 31 พ.ค. 65

เข้าสู่ช่วงซัมเมอร์ที่ร้อนระอุแล้ว หลายคนคงมองหาสถานที่สำหรับพักผ่อน เพื่อได้สัมผัสกับบรรยากาศของความสดชื่นเบิกบานคลายร้อนได้อย่างเต็มที่ เซ็นทรัลพัฒนา ขอชวนคนไทยออกมาใช้ชีวิตในช่วงหน้าร้อนนี้อย่างมีความสุข ด้วยการเปิดพื้นที่ศูนย์การค้าให้เป็น Space แห่งการใช้ชีวิตช่วงหน้าร้อน สร้าง Summer inspiration ด้วยไฮไลท์อีเว้นท์ที่สนุกครบตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยมีไฮไลต์สำคัญที่สร้างความสุขให้คนไทยทุกปี ด้วยการตกแต่งพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลผสานงานศิลปะจากฝีมือ 3 อาร์ติสดังของไทยที่มี Identity ที่แตกต่าง มาร่วมดีไซน์ให้พื้นที่ศูนย์การค้าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การออกมาใช้ชีวิตช่วงหน้าร้อนของทุกคนที่ออกมาทานอาหารนอกบ้าน เดินช้อปปิ้ง และเช็คอินถ่ายรูปกับ Instagrammable spot ในบรรยากาศสวนดอกไม้สุดตระการตา สะท้อนวิสัยทัศน์องค์กรในการเป็น Imagining better futures for all ตอกย้ำความเป็น Place maker ที่ต้องการเป็นมากกว่าพื้นที่ศูนย์การค้า แต่เพื่อมอบประสบการณ์ที่มีความหมายและเป็นพื้นที่ของการใช้ชีวิตสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง ตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์กซัมเมอร์ดีที่สุดของทุกคน

เซ็นทรัลเวิลด์ ใน Concept “The Blooming House” โดย ปราง วิภาลักษณ์ ศิริพลานนท์ Graphic designer และ illustrator

ผู้หยิบรูปทรงเลขาคณิต และมาต่อเติมเป็นโครงสร้างสารพัดนึกที่ได้แรงบันดาลใจจากการคาแรคเตอร์ของเซ็นทรัลเวิลด์ที่เป็นเดสติเนชั่นใจกลางเมืองที่รวมไลฟ์สไตล์หลากหลายของผู้คนทุกรูปแบบ สะท้อนสีสันของการใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างชัดเจน เปรียบเสมือน Greenhouse (กระจกโรงเรือน) โดยหยิบยกเอาดอกไม้มาเป็นองค์ประกอบในรูปทรงต่างๆ เพื่อให้ผู้คนสามารถสัมผัสบรรยากาศของสวนดอกไม้ที่เป็นโรงเรือนใหญ่ แบ่งเป็น 4 จุดแลนด์มาร์ค ที่จะมาสร้างความแปลกใหม่ อาทิ

· Sky walk โซน GROOVE ทางเข้าเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นการบอกเล่าเรื่องราวเชิญชวนให้ผู้คนเข้ามาสัมผัสกับดอกไม้นานาชนิดที่มีลูกเล่น ซึ่งส่วนตัวเป็นคนสนุกและชอบการจัดระบบเลเยอร์ในโปรแกรม เพราะมันช่วยให้เราเห็นมิติของภาพมากขึ้นและสามารถมองทะลุข้ามผ่านได้จริง

· Central court Inspired มาจากบาลานซ์ซิ่งโมบาย ที่ดูไม่สมดุล แต่เราสามารถทำให้สมดุลได้ ด้วยตำแหน่งการวางอาจไม่ตรงกัน แต่ถ้ามองรวมๆแล้วมันบาลานซ์กันได้ทุกมุม เช่น เดินขึ้นบันไดเลื่อนแล้วสามารถมองเห็นดอกไม้ที่บานแล้ว ถ้ามองจากข้างบน ก็จะเห็นความเปน Blooming summer ในห้องโถงกลาง Greenhouse

· Becon3 หยิบยกดอกไม้หลากหลายชนิดตามจินตนาการ มาผสมผสานกันในรูปแบบกราฟฟิก เช่น ดอกโคลัมไบน์ หมายถึง ความสำเร็จ , ดอกแองเจลิก้า จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ , ดอกโครคัส หมายถึง การปรับเปลี่ยนชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น , ดอกเยลโลทิวลิป เป็นตัวแทนของคนที่มีรอยยิ้มที่สดใส มาช่วยเพิ่มความสดใส เบ่งบาน ทำให้บรรยากาศของคนกรุงเทพนั้นกลับมาสีสันอีกครั้ง

· Window display บริเวณลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นการดีไซด์แบบให้มีขนาดใหญ่พิเศษกว่าปกติ จุดประสงค์เพื่อ ให้ผู้คนสามารถถ่ายรูปได้ให้เหมือนเข้าไปสัมผัสบรรยากาศในสวนจริงอีกด้วย

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ใน Concept “FlowerVerse ” โดย ปอม-ชาน ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง Illustrator สาวอาร์ตคนเก่ง ที่ค้นพบตัวตนและความสุขจากการขีดเขียนวาดลายเส้นจนมีผลงานระดับโลกมากมาย ครั้งนี้เธอเชิญชวนให้ทุกคนมาหลบแดดคลายร้อนที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ กับเมืองดอกไม้หน้าร้อนแห่งจินตนาการ เป็น Hybrid ที่เพิ่มความแปลกใหม่และตื่นตาตื่นใจ โดยผสมผสานระหว่างดอกไม้หลากหลายชนิด กับโลกเสมือนจริง กลายเป็นดอกไม้พรรณใหม่ เปิดโลกซัมเมอร์ในจิตนาการที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ถ่ายทอดการเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ที่หากใครเข้ามาที่เมืองดอกไม้ยักษ์นี้ก็จะมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่สดใส และสนุกไปกับเหล่าคาแร็คเตอร์สุดน่ารัก ตัวแทนแห่งความสุขในเมืองไม่ว่าจะคุณผีเสื้อแองเจลลิก้า ที่คอยผสมเกสรให้ดอกไม้แต่ละดอกออกมาน่ารัก, คุณแมลงเต่าทองโกลด์โทเทิล และ คุณโซเดียร์ ที่คอยดูและเอ็นเตอร์เทนเหล่าดอกไม้ สร้างเสียงเพลงให้เมืองสดใส รวมถึงคุณพิกซี่ แมวน้อยจอมซนที่ค่อยวิ่งเล่นจุดแสงให้เมืองสว่างสดใส และกับคุณมิยาซาว่า กระต่ายรักษาความปลอดภัยที่คอยดูแลทุกคนในที่แห่งนี้

โดยผลงานดอกไม้ที่ออกแบบจะเป็น Oversize เหนือจริง และให้ผู้คนสามาถเข้าถึงและ interact โดยใช้รูปทรงของแจกัน ที่มีรูปทรงโมเดิร์น ให้คนสามารถเดินเข้าไป ถ่ายรูป นั่งพักผ่อนได้

เซ็นทรัลวิลเลจ และเซ็นทรัลภูเก็ต ใน ‘Concept The Vertical Lotus Ponds’ โดย สกุล อินทกุล นักจัดดอกไม้ผู้มีชื่อเสียงระดับสากล ที่หลงใหลในศิลปะและความงามของดอกไม้ไทย ชวนทุกคนมาดื่มด่ำศิลปะอัตลักษณ์ร่วมสมัย โดยการนำดอกบัวที่เป็นสัญลักษณ์ของความงดงาม ความบริสุทธิ์ และความเจริญทางสติปัญญา ซึ่งเป็นตัวแทนของการ Enlightenment (การตื่นรู้เบิกบาน) เป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมมาผสานในรูปแบบ Contemporary installation art ด้วยแรงบันดาลใจที่ผสมผสานความ Traditional ของดอกไม้ไทยเข้ากับความร่วมสมัย โดยนำเครื่องแขวนอุบะมาใช้เป็นองค์ประกอบในการดีไซน์ และได้ปรับมุมมองให้เป็นแบบ Vertical เพื่อเกิดทัศนวิสัยน์ใหม่ ไฮไลท์ในครั้งนี้คือ

· สายน้ำ เปรียบเสมือนสภาวะแวดล้อมที่สะพรั่ง น้ำ ดินอุดมสมบูรณ์ เพื่อเอื้อต่อการกินดีอยู่ดี ความสมบูรณ์ของแผ่นดิน

· ดอกบัว สระบัว ใบบัว สัญลักษณ์แทนความเจริญ เห็นพร้อมด้วยปัญญาและจิตวิญญาณ แห่งความมีปัญญา ทำให้สังคมไทยขับเคลื่อนได้อย่างมีความ เมตตาธรรม เอื้ออาธรต่อกัน วัฒนาสถาพรอย่างทุกวันนี้

· งานประดิษฐวัฒนธรรมดอกไม้สดของไทย ตนเองได้นำดอกไม้มาดีไซน์แบบร่วมสมัย ซึ่งทำให้เห็นถึง วัฒนธรรมการประดิษฐ์ดอกไม้สด ที่มีความละเอียด ประณีตของชนชาติไทย อันมีเอกลักษณ์ในหนึ่งเดียวของโลก โดยสกุลได้กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับงานนี้ คืออยากให้เป็นแรงบันดาลใจกับเยาวชน เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทยของกับงานศิลปะร่วมสมัยชิ้นนี้

ตามมามาร่วมสัมผัสโลกแห่งจินตนาการของสวนดอกไม้หน้าร้อน “Blooming summer 2022” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 35 สาขา ทั่วประเทศ ตอกย้ำแลนด์มาร์กซัมเมอร์ที่ดีที่สุด ได้ตั้งแต่วันนี้ -31 พ.ค. 2565

‘โรคต้อกระจก’ ดวงตาพร่ามัวในผู้สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/681090

วันที่ 21 เม.ย. 2565 เวลา 10:10 น.'โรคต้อกระจก' ดวงตาพร่ามัวในผู้สูงอายุ

ต้อกระจก (Cataract) คืออะไร? ส่องอาการเบื้องต้นที่เป็นสัญญาณของโรค พร้อมอัพเดทวิธีการรักษาโดยจักษุแพทย์เฉพาะทางกระจกตาและการแก้ไขสายตา

ทำความรู้จักโรคต้อกระจก ตามัวในผู้สูงอายุ

หากคุณเริ่มรู้สึกว่าตามัว หรือเห็นแสงแตกกระจายในขณะขับรถ ถึงแม้จะใส่แว่นหรือคอนเทคเลนส์ก็ไม่หาย คุณอาจมีภาวะต้อกระจก ที่เกิดจากภาวะเสื่อมของเลนส์กระจกตา พบมากในผู้สูงอายุ และยังมีอีกหลายสาเหตุที่ทำให้เกิด ซึ่งไม่สามารถรักษาได้ด้วยยา แต่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยการผ่าตัดทำให้สายตากลับมาดีเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม โรคต้อกระจก ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดทุกคน ส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดในรายที่เลนส์แก้วตาขุ่น มัว เป็นฝ้า บดบังการมองเห็น ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง เพราะฉะนั้นหากแพทย์แนะนำให้รับการผ่าตัดต้อกระจก ก็ควรรีบเข้ารับการรักษา เพราะหากปล่อยไว้นาน ตาจะมัวลงจนถึงขั้นมองไม่เห็น และต้อกระจกจะแข็งมาก ทำให้การผ่าตัดยากและต้องเปิดแผลใหญ่ขึ้น

พญ.ชุณหกาญจน์ เพ็ชรพันธ์ศรี จักษุแพทย์เฉพาะทางกระจกตาและการแก้ไขสายตา ศูนย์ตา โรงพยาบาลนวเวช ได้ให้คำแนะนำกับผู้ที่ต้องประสบปัญหาโรคต้อกระจก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มักมีสาเหตุมาจากการเสื่อมไปตามวัย ซึ่งพบได้มากในปัจจุบัน พร้อมอธิบายถึงวิธีการสังเกตความผิดปกติไปจนถึงขั้นตอนเข้ารับการรักษา

อาการเบื้องต้น

• ตามัว มองเห็นไม่ชัด แม้จะเปลี่ยนแว่นสายตาก็ไม่ชัด

• มองเห็นภาพเป็นเงาซ้อน

• มองเห็นแสงไฟกระจายแตกเป็นแฉก

• มองเห็นสีต่าง ๆ เปลี่ยนไปจากเดิม

• มีฝ้าขาว บริเวณกลางรูม่านตา

อาการเหล่านี้ คือสัญญาณของโรคต้อกระจก สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยการผ่าตัดเอาเลนส์แก้วตาที่ขุ่นออก แล้วเปลี่ยนใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทน โดยเลนส์แก้วตาเทียมเป็นวัสดุที่สามารถใช้งานได้เป็นการถาวร ไม่มีวันหมดอายุ ดังนั้น เรามาทำความรู้จักโรคต้อกระจกกันเถอะ

ต้อกระจก (Cataract) คืออะไร

“โรคต้อกระจก” คือ ภาวะเสื่อมของเลนส์กระจกตา เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในคนสูงอายุ เกิดจากการเสื่อมไปตามวัย โดยพบว่าครึ่งหนึ่งของคนอายุ 60 ปี จะเป็นต้อกระจก

สาเหตุ

· เกิดจากภาวะเสื่อมของเลนส์กระจกตาที่เสื่อมไปตามวัย เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในคนสูงอายุ

· เกิดได้ในเด็กตั้งแต่แรกเกิด สาเหตุอาจเกิดจากพันธุกรรม การติดเชื้อบางชนิด หรือบางรายเกิดโดยไม่ทราบสาเหตุ

· เกิดจากผลแทรกซ้อนของโรคอื่น ๆ เช่น ต้อหิน ม่านตาอักเสบ และเบาหวาน

· เกิดจากการใช้ยาบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์

· เกิดจากอุบัติเหตุ ที่ได้รับการกระทบกระเทือนบริเวณดวงตา

การรักษา

ในปัจจุบันยังไม่มียารับประทาน หรือยาหยอดตาที่ใช้ป้องกัน และรักษาต้อกระจกให้หายได้ แต่การรักษาต้อกระจกทำได้โดยการผ่าตัดเอาเลนส์แก้วตาที่ขุ่นออก แล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทนที่ โดยเลนส์แก้วตาเทียมเป็นวัสดุที่สามารถใช้งานได้เป็นการถาวร ไม่มีวันหมดอายุ หรือไม่ต้องคอยเปลี่ยนใหม่เมื่อเวลาผ่านไป เลนส์แก้วตาเทียมมีหลายชนิดที่เหมาะสมในคนไข้แต่ละราย และมีความปลอดภัยสูง

การผ่าตัดต้อกระจกมี 2 ประเภท ได้แก่

1. การผ่าแผลเล็กหรือการสลายต้อกระจก (Phacoemulsification) การผ่าตัดวิธีนี้ จักษุแพทย์จะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงมาทำให้เนื้อเลนส์แก้วตาสลายเป็นชิ้นเล็กและดูดออก จากนั้นใช้เครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็กสอดผ่านแผลผ่าตัดเข้าไปในลูกตา ทำให้มีแผลผ่าตัดเพียง 3 มิลลิเมตร ผู้ป่วยจึงหายเร็วขึ้น สายตาชัดเร็วขึ้น ระยะพักฟื้นสั้นลง และกลับไปใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น

2. การผ่าแผลใหญ่หรือการผ่าต้อกระจก (Extracapsular Cataract Extraction หรือ ECCE) การผ่าตัดวิธีนี้มีการเปิดแผลใหญ่กว่า 10 มิลลิเมตร เพื่อคีบเอาเลนส์ออกมาทั้งชิ้น ทำให้ดวงตามีการกระทบกระเทือนมากกว่า ต้องพักฟื้นนานกว่า แต่ทั้งสองวิธีสามารถใช้เลนส์เทียมเข้าทดแทนเลนส์เดิมที่ผ่าออกมาได้

หากไม่ได้รับการผ่าตัดต้อกระจกจะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อปล่อยให้ต้อกระจกสุกเต็มที่ (Mature Cataract) จะทำให้เลนส์ตาแข็งตัวมาก จนกระทั่งไม่สามารถใช้เทคนิคการผ่าแผลเล็กหรือการสลายต้อกระจกได้ จะต้องทำการผ่าตัดแบบเปิดแผลใหญ่แทน ถ้าต้อกระจกสุกเต็มที่จนกระทั่งถุงหุ้มเลนส์แตก อาจทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงของดวงตาได้ และถ้ารักษาไม่ทัน อาจทำให้ตาบอดได้เช่นกัน

การเลือกใช้เลนส์แก้วตาเทียม

1. เลนส์มาตรฐานระยะเดียว (Monofocal IOL) เป็นเลนส์ที่ใช้กันทั่วไปสำหรับการมองไกล ทำให้ผู้ป่วยมองไกลได้ชัดขึ้น แต่ในเวลามองใกล้ เช่น อ่านหนังสือ อาจต้องใส่แว่นมองใกล้เพิ่ม

2. เลนส์หลายระยะ (Multifocal IOL) ใช้ดูได้ทั้งระยะใกล้ และระยะไกล

3. เลนส์แก้ไขสายตาเอียง (Toric IOL) ในผู้ป่วยที่มีสายตาเอียงอยู่แล้วก่อนผ่าตัด เพื่อทำให้สายตาเอียงลดน้อยลง

Immunity against Covid-19 surges with viral-vector booster jab: study

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40014809


A viral-vector vaccine such as AstraZeneca should be taken as a booster by people whose first two doses have been inactivated vaccines, a top virologist said on Friday.

Immunity against Covid-19 surges with viral-vector booster jab: study

Chulalongkorn University’s Dr Yong Poovorawan said his study shows that this combination boosts people’s immunity against Covid-19 a great deal. The study was completed in August last year and published in the online Science Direct journal on Monday.

He said he had conducted the study because he wanted people to understand the importance of getting a proper booster shot.

Dr Yong said that though his efforts were recognised internationally, his study is still being ridiculed on Thai social media.

Science Direct publishes peer-reviewed literature and studies on physical sciences and engineering, life sciences, health sciences, social sciences and humanities.

Dr Yong’s study will be available for free for 50 days at https://authors.elsevier.com/a/1ey4N,60n7kLti before it is put behind a paywall.

Published : April 22, 2022

By : THE NATION