Coconut Festival ชมชิมชิลของดีมหาชัยในห้าง @เซ็นทรัล พลาซา มหาชัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/629386

วันที่ 28 ก.ค. 2563 เวลา 08:08 น.Coconut Festival ชมชิมชิลของดีมหาชัยในห้าง @เซ็นทรัล พลาซา มหาชัยการกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ของงาน “Mahachai Coconut Festival 2020” รวมของดีที่ต้องลองก่อนใคร ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา มหาชัย วันนี้–2 สิงหาคม 2563

และแล้วที่เวลาที่หลายคนรอคอยก็มาถึง ยิ่งใหญ่อีกครั้งกับงาน “Mahachai Coconut Festival 2020” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา มหาชัย โดย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐของจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร จัดงานรวมของดีมหาชัยมาไว้ในที่เดียวเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าขึ้นชื่อของสมุทรสาคร อาทิ มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว ผลไม้มหัศจรรย์มากคุณค่า สินค้าท้องถิ่นของดีจังหวัดสมุทรสาครให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรมอันหลากหลาย ด้วยการจัดงานในแบบวิถีใหม่ New Normal ตามมาตรการแผนแม่บท “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” อย่างเคร่งครัด เพื่อความมั่นใจ และปลอดภัยของผู้ใช้บริการภายในศูนย์การค้าและผู้เข้าเที่ยวชมงาน ตั้งแต่วันนี้–2 สิงหาคม 2563 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา มหาชัย

ภายในงานจะได้พบกับไฮไลท์มากมายที่คัดสรรมาสำหรับผู้เที่ยวชมงาน อาทิ Coco Café คาเฟ่ร้านดัง “บ้านสวนพาฝัน” มาตั้งอยู่กลางศูนย์การค้าครั้งแรกในมหาชัย ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศสุดชิลเหมือนเดินอยู่ในสวนมะพร้าว พิเศษสำหรับสมาชิก The1 รับฟรีเครื่องดื่มมูลค่า 85 บาท เมื่อใช้จ่ายภายในศูนย์การค้าครบ 1,000 บาท

Coco Market พบกับสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว ทั้งแบบสดและแปรรูป อาหารคาวหวาน ผลิตภัณฑ์สบู่และสปา และอีกมากมาย Coco Paradise ให้ทุกท่านได้อิ่มอร่อมกับเมนูอาหารจากร้านดัง อาทิ ร้านหยกสด ร้านขนมไทยที่ใช้ใบเตยแท้ 100% ผสมกับกะทิสด กับเมนูที่ขึ้นชื่ออย่าง อินทนิล หยกมณี, ร้านสรินทร์ทิพย์ ขนมเบื้องโบราณสอดไส้ด้วยมะพร้าวอ่อน, ร้าน DADAYA-โอบันยากิ เจ้าแรกๆในประเทศไทย ที่มาพร้อมเมนูพิเศษ โอปันยากิไส้มะพร้าวอ่อน เฉพาะในงานนี้เท่านั้น, ร้านแม่ประไพตลาดน้อย 1985 ที่นำ ห่อหมกพุดดิ้ง สูตรดั้งเดิมกว่า 40 ปี, ร้าน KO IN โรตีฟิวชั่น ชาชัก (ชาชักโกอิน) โรตีชาโคใส่มะพร้าวอ่อน เสิร์ฟในลูกมะพร้าวทานคู่กับชาสูตรเฉพาะของทางร้าน, ร้านหว่อง หมี่ฮ่องกง & ซอส พบกับเมนูโกยซี่หมี่ยอดมะพร้าว และหมี่ฮ่องกงสูตรต้นตำรับ เส้นทำเอง พร้อมซอสปรุงรสสำเร็จ กุ้งอบวุ้นเส้นเศรษฐี กุ้งอบวุ้นเส้นเห็ดหอม สูตรพิเศษ และกระเพาะปลา ใส่ยอดมะพร้าวอ่อนรสเลิศ, ร้านปลาจับหลัก รักเมืองนนท์ ที่นำเมนูทอดมันย่างสมุนไพรไร้น้ำมัน ใส่หน่อกะลามะพร้าว หมูสะเต๊ะ มังกรทองเยาวราช หมูเนื้อนุ่มไร้มัน อันดับ1ของเยาวราช, ร้าน S.COCO กับเมนูน้ำตาลสดจาดเกสรมะพร้าวน้ำหอม ส่งตรงจากสวนบ้านแพร้ว มีรสหวาน และกลิ่นหอมจากดอกมะพร้าวแท้ๆ

Coco Music ฟังเพลงเพลินๆ ในบรรยากาศสวนมะพร้าว กับนักร้องและศิลปินมากมายภายในงาน Coco DIY กิจกรรมที่ให้ผู้ที่สนใจร่วม Workshop วิธีการทำ วุ้นมะพร้าวน้ำหอม สานตะกร้าทางมะพร้าว และพุดดิ้งมะพร้าวอ่อน ฟรี (จำกัดรอบละ 20 ท่านเท่านั้น) เพียงใช้จ่ายภายในงาน Coconut Festival 2020 และ Coco Fin ฟินสุดสุดกับราคามะพร้าวน้ำหอมในราคาเพียง 15 บาท และกิจกรรมสุดพิเศษนาทีทอง มะพร้าวน้ำหอมในราคาเพียงลูกละ 7 บาท

ร่วมสัมผัสเรื่องราวผลไม้สุดมหัศจรรย์ของมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้วในบรรยากาศสวนมะพร้าวภายในศูนย์การค้าได้ที่งาน Mahachai Coconut Festival 2020 ตั้งแต่วันนี้-2 สิงหาคม 2563 บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา มหาชัย

ประโยชน์ของกราโนล่า มีดีมากกว่าแค่อาหารเช้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/629388

วันที่ 28 ก.ค. 2563 เวลา 07:30 น.ประโยชน์ของกราโนล่า มีดีมากกว่าแค่อาหารเช้า4 ไอเดียดีๆ ที่ช่วยมิกซ์กราโนล่าทานคู่ด้วยได้ตลอดวัน แถมยังให้ประโยชน์เสริมกันและกันอีกด้วย

มีงานวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นว่ามื้ออาหารเช้านั่นเป็นมื้อสำคัญที่สุดของวัน ดังนั้น การทานอาหารเช้าจึงควรเป็นมื้อที่ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และให้พลังงานที่เพียงพอ ซึ่งในอาหารเช้ายอดนิยมที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และเป็นที่นิยมมากในหมู่คนรักสุขภาพก็คือ “กราโนล่า” กราโนล่าเป็นที่นิยมและเป็นที่รู้จักมาสักพักแล้ว และมักทานเป็นมื้อเช้าของวัน และด้วยการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบ กราโนล่าจึงเป็นตัวเลือกที่ดีและตอบโจทย์ เพราะนอกจากทานง่าย สะดวก และช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมอาหารแล้ว ยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและรสชาติที่อร่อย ซึ่งปัจจุบันก็มีกราโนล่าให้เลือกสรรอยู่มากมายหลากหลายแบบ

กราโนล่า ที่เห็นในท้องตลาดส่วนใหญ่จะมี 2 แบบ คือ กราโนล่าแบบธรรมดา และกราโนล่าแบบแท่ง หรือที่เรียกกันว่ากราโนลาบาร์ ทำมาจากข้าวโอ๊ต ผสมรวมกับธัญพืช เมล็ดถั่ว ผลไม้อบแห้ง อาจมีส่วนผสมของ น้ำผึ้ง น้ำมัน เข้าไปคลุกเคล้าเพื่อให้ได้รสชาติที่ถูกปาก จากนั้นจึงนำไปอบจนได้รสชาติที่กลมกล่อมและกรุบกรอบ ทั้งยังอุดมไปด้วยใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และโปรตีน ช่วยให้อิ่มท้องและอยู่ได้นาน พร้อมมีพลังงานลุยทุกกิจกรรมระหว่างวัน

ส่วนใหญ่มักได้ยินกันว่าการทานกราโนล่าเหมาะกับการทานเป็นมื้อเช้า แต่จริงๆ แล้ว เราสามารถทาน กราโนล่าเป็นมื้อไหนๆ ก็ได้ หรืออาจจะทานเป็นของว่างยามหิว (ที่ผ่านมา เราอาจคุ้นเคยกับการทานกราโนล่าเฉพาะในมื้อเช้าเท่านั้น แต่จริงๆแล้ว กราโนล่าสามารถถูกนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหารมื้ออื่นๆได้ด้วย อาจเป็นของว่างคู่ใจระหว่างวัน หรือแม้แต่พกไว้ทานเล่นรองท้อง)

เนเจอร์ เซ็นเซชั่น แบรนด์ผลิตภัณฑ์ธัญพืช ผลไม้อบแห้ง และน้ำผลไม้ออร์แกนิกภายใต้เครือเฮอริเทจ แนะนำ 4 ไอเดียดีๆ ที่นำกราโนล่ามาทานคู่ด้วยได้ตลอดวัน แถมยังให้ประโยชน์เสริมกันและกันอีกด้วย

กราโนล่ากับโยเกิร์ต ช่วยกระตุ้นให้ระบบขับถ่ายของร่างกายทำงานได้ดี เพราะนอกจากกราโนล่าจะมีใยอาหารที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ยังได้โยเกิร์ตที่มีโพรไบโอติกส์และแบคทีเรียชนิดดีมาช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหารได้อีก

กราโนล่ากับไอศกรีม  เพราะปัจจุบันมีไอศกรีมโฮมเมดที่ทำจากผักและผลไม้ต่างๆ นอกจากจะได้รสสัมผัสที่ดีแล้ว ยังได้ประโยชน์จากผักและผลไม้ต่างๆ เหล่านี้ด้วย

กราโนล่ากับนม เพราะนมเป็นแหล่งสารอาหารต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น แคลเซียม, โปรตีน, ธาตุเหล็ก และวิตามินต่างๆ เมื่อทานคู่กันยิ่งได้รสกลมกล่อมและมีประโยชน์

กราโนล่ากับสลัด เพื่อเพิ่มรสสัมผัสให้กับเมนูสลัดผักหรือผลไม้ ในทุกๆมื้อ ลดความจำเจของสลัดธรรมดา เชื่อว่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจของสายคลีนหรือคนรักสุขภาพอย่างแน่นอน

ทั้ง 4 ไอเดียนี้สามารถทานได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเวลาไหนๆ ก็สามารถทำให้เพลิดเพลิน อิ่มท้อง แถมยังได้ประโยชน์และเป็นไอเดียดีๆ ให้คนรักกราโนล่าได้เลือกทาน สำหรับใครที่อยากหากราโนล่าคุณภาพ พร้อมให้คุณประโยชน์อย่างเต็มเปี่ยม

“โรคพยาธิในช่องคลอด” ภัยเงียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/629387

วันที่ 28 ก.ค. 2563 เวลา 07:07 น.“โรคพยาธิในช่องคลอด” ภัยเงียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเชื้อราในช่องคลอดและพยาธิในช่องคลอดต่างกันอย่างไร? รู้จักโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ “โรคพยาธิในช่องคลอด” แพทย์เตือนไม่รีบรักษาอาจลุกลามไปถึงท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะ

โรคพยาธิในช่องคลอดคืออะไร

ข้อมูลโดย ผศ.พญ.อรวิน วัลลิภากร สาขาวิชาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า โรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis) คือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่งเกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัวที่มีชื่อว่า Trichomonas vaginalis พบได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย แต่จะพบได้ในเพศหญิงมากกว่า ซึ่งตัวพยาธินั้นมีขนาดเล็กมากไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าต้องดูผ่านกล้องจุลทรรศน์เท่านั้น ความน่ากลัวของโรคนี้คือหากเป็นแล้วจะพบผู้ป่วยที่แสดงอาการเพียง 20-30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทำให้หลายคนไม่รู้ตัว และแพร่กระจายเชื้อไปสู่คู่นอนได้

อาการของโรคพยาธิในช่องคลอด

  • มีตกขาวมากผิดปกติ ตกขาวเป็นฟอง และอาจส่งกลิ่นเหม็นคาวปลา
  • มีเลือดไหลออกจากช่องคลอด
  • บวม แดง คัน หรือรู้สึกแสบบริเวณอวัยวะเพศ
  • ปวดปัสสาวะบ่อย
  • เจ็บปวดขณะปัสสาวะ หรือมีเพศสัมพันธ์

หากเป็นแล้วปล่อยทิ้งไว้ ไม่รีบรักษา จะลุกลามไปถึงท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะทำให้อักเสบได้ เนื่องจากท่อปัสสาวะและช่องคลอดอยู่ใกล้กันจึงสามารถติดเชื้อได้ง่าย ในระยะยาวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงโรคมะเร็งปากมดลูก และส่งผลให้มีบุตรยากในอนาคต

เชื้อราในช่องคลอดและพยาธิในช่องคลอดต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างของเชื้อราในช่องคลอดและพยาธิในช่องคลอดสามารถแยกได้จากลักษณะอาการที่เด่น ๆ เช่น เชื้อราในช่องคลอดมักจะก่อให้เกิดอาการคันมากกว่า และตกขาวจะมีลักษณะเหมือนแป้งเปียก แต่พยาธิในช่องคลอดจะก่อให้เกิดการระคายเคืองและมีอาการแสบบริเวณอวัยวะเพศเมื่อปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์

วิธีการป้องกันโรคพยาธิในช่องคลอด

โรคพยาธิในช่องคลอดสามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้นโรคนี้จึงสามารถป้องกันได้ด้วยการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์เช่นเดียวกับการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ และไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย นอกจากนี้หากพบว่ามีอาการตกขาวผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที

วิธีการรักษา

โรคพยาธิในช่องคลอดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการรับประทานยาตามแพทย์สั่งต่อเนื่อง 7-10 วัน แต่ถึงแม้จะรักษาจนหายขาดแล้วก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ เนื่องจากกลับไปมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนเดิมที่ติดเชื้อ ดังนั้นในทางการแพทย์จะแนะนำให้ผู้ที่สงสัยว่าจะเป็นโรคพยาธิในช่องคลอดและคู่นอน มารับการตรวจและรักษาไปพร้อม ๆ กัน เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำใหม่นั่นเอง

ชื่นชมพระบารมีผ่านตราไปรษณียากร “ทศมรัตน์กษัตราธิราช” พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/629384

วันที่ 28 ก.ค. 2563 เวลา 06:10 น.ชื่นชมพระบารมีผ่านตราไปรษณียากร “ทศมรัตน์กษัตราธิราช” พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวไปรษณีย์ไทย พาย้อนรำลึกพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว บันทึกผ่านตราไปรษณียากรกว่า 10 คอลเลคชั่น “ทศมรัตน์กษัตราธิราช” พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ผู้ดำเนินการออกแบบและผลิตตราไปรษณียากร พาคนไทยย้อนชมภาพประวัติศาสตร์ที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นมาก่อน เพื่อชื่นชมพระบารมี และพระราชกรณียกิจตั้งแต่ครั้งสถาปนาเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร จวบจนถึงโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 ผ่านตราไปรษณียากรที่หาชมได้ยากยิ่งในปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วย

· ทรงบรรลุนิติภาวะ ครั้งสถาปนาเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร

ย้อนกลับไปเมื่อพุทธศักราช 2515 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ (พระราช อิสริยยศในขณะนั้น) เจริญพระชนมายุ 20 พรรษา และทรงบรรลุนิติภาวะ ไปรษณีย์ไทยจึงได้จัดสร้างตราไปรษณี ยากรชุด ที่ระลึกทรงบรรลุนิติภาวะ ในวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2515 โดยเชิญพระบรมฉายาลักษณ์เป็นแบบ ตราไปรษณียากร จัดพิมพ์ในระบบ Photogravure ที่ให้ความสวยงามนุ่มนวล ในราคาหน้าดวง คือ 75 สตางค์ และในปีเดียวกัน ไปรษณีย์ไทยได้จัดสร้างตราไปรษณียากรชุดสำคัญทางประวัติศาสตร์ ชุดที่ระลึกวันสถาปนามกุฎราชกุมาร โดยเชิญพระบรมรูปเดียวกับชุดที่ระลึกทรงบรรลุนิติภาวะเป็นแบบตราไปรษณียากร โดยมีพื้นหลัง สีฟ้า และเพิ่มข้อความว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช THE CROWN PRINCE มีอักษรพระนามาภิไธย “ว ก” เหนืออักษรพระนามาภิไธยมีรูปจุลมงกุฎมีรัศมี ราคาหน้าดวง คือ 2 บาท ซึ่งตราไปรษณียากรทั้งสองชุดนี้ มีนางสาวผ่องศรี ศาลยาชีวิน และนางสาววันเพ็ญ บำรุงราษฎร์ นักออกแบบตราไปรษณียากรชุดสำคัญ ของกรมไปรษณีย์โทรเลขในขณะนั้น เป็นผู้ออกแบบ

· เฉลิมศกพระบรมชนกนาถ ต่อยอดพระราชปณิธานเพื่อปวงชน

ครั้ง พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2530 ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปรษณีย์ไทยได้รับ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้างตราไปรษณียากรที่ระลึกในโอกาสมหามงคลดังกล่าว จำนวน 3 ชุด โดยในชุดที่สามได้เชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบรมวงศ์ขึ้นบนตราไปรษณียากร และได้เชิญพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นบนตราไปรษณียากร ฉลองพระองค์ครุย โดยในครั้งนั้นได้ใช้เทคนิคการสร้างตราไปรษณียากรจากต้นแบบภาพเขียนสีชอล์กขนาดใหญ่แล้วนำภาพมาประกอบแบบคำบรรยายและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องอีกขั้นตอนหนึ่ง โดยนายประวัติ พิพิธปิยะปกรณ์ เป็นผู้ออกแบบ ต่อมาในปี 2542 ในโอกาส มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ไปรษณีย์ไทยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้าง ตราไปรษณียากรเฉลิมฉลอง จำนวน 4 ชุด โดยในชุดที่สองได้เชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบรมวงศ์เป็นแบบ ตราไปรษณียากร โดยเป็นภาพเขียนฝีมือนายทวีพร ทองคำใบ นักออกแบบภายนอกที่ได้รับความไว้วางใจ จากไปรษณีย์ไทยให้เป็นผู้เขียนภาพตราไปรษณียากรเกี่ยวกับพระบรมวงศานุวงศ์ในหลาย ๆ ชุด

· เฉลิมราชย์ฉลองทศมรัตน์กษัตราธิราช

ในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และเฉลิมพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปรษณีย์ไทยได้จัดสร้างตราไปรษณียากร ชุด พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อบันทึกช่วงเวลาที่มีความสำคัญยิ่งต่อพสกนิกรไทย และเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งนายธเนศ พลไชยวงศ์ เป็นผู้ออกแบบ ได้เชิญพระบรมฉายาลักษณ์ในฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารบกเต็มยศเป็นแบบตราไปรษณียากร ประกอบอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. และภาพพระบรมมหาราชวังเป็นพื้นหลัง จัดพิมพ์ทั้งสิ้น 3 ล้านดวง ด้วยเทคนิคพิเศษพิมพ์ 5 สี คือ ฟ้า เหลือง แดง ดำ และขาว ลงบนฟอยล์กระจกเป็นครั้งแรกของไทยและของโลก ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษที่จะทำให้ภาพตราไปรษณียากรมีความสดใส เพิ่มความสวยงามแวววาวให้แก่ภาพบนตราไปรษณียากร

พร้อมทั้งการพิมพ์สีทองปั๊มดุนนูนที่อักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. ปั๊มดุนนูนบริเวณพระฉายาลักษณ์ พิมพ์สีทองปั๊มดุนนูนที่คำว่า “ประเทศไทย THAILAND” และตัวเลข 10 พิมพ์สีขาวคำว่า บรมราชาภิเษก 2562 CORONATION 2019, บาท BAHT และพิมพ์ลายเส้นสีทองบริเวณพระปรางค์ เจดีย์ มีความสวยงามสมพระเกียรติ ในราคาหน้าดวง คือ 10 บาท และใน พ.ศ.2563 ไปรษณีย์ไทยได้เปิดตัวอัลบัมตราไปรษณียากรชุดพิเศษ “ทศมรัตน์กษัตราธิราช” โดยการนำตราไปรษณียากรที่ระลึกพิเศษพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ พิมพ์ฟอยล์โลหะพิเศษ รอบดวงตราไปรษณียากร สีทอง สีเงิน และสีนาก ทุกแผ่นออกแบบประกอบตราสัญลักษณ์พระราช พิธีบรมราชาภิเษกอย่างงดงาม นำเสนอภาพและเรื่องราวจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีคุณูปการต่อปวงชนชาวไทย

· เวียนบรรจบฉลองพระราชสมภพกษัตราธิราช

ไปรษณีย์ไทย ได้รับพระมหากรุณาพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดสร้างตราไปรษณียากรที่ระลึก เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวนทั้งสิ้น 10 ชุด ประกอบไปด้วย ชุดที่ระลึก ทรงบรรลุนิติภาวะ ใน พ.ศ. 2515 ชุดที่ระลึกฉลองวันพระราชสมภพครบ 4 รอบ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พ.ศ. 2543 ชุดที่ระลึก 50 พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พ.ศ. 2545 ชุดที่ระลึก 60 พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พ.ศ. 2555 ชุด 64 พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พ.ศ. 2559 โดยเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ขณะทรงจักรยานในกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ Bike for Dad และกิจกรรมปั่นเพื่อแม่ Bike for Mom ชุด 65 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พ.ศ. 2561 ซึ่งในปีเดียวกันนี้ได้ออกตราไปรษณียากร พระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สำหรับใช้งานทั่วไป 12 รูปแบบ ชุด 67 พรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2562 และตราไปรษณียากร ที่ระลึกวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2563 ได้เชิญพระบรมฉายาลักษณ์ในฉลองพระองค์บรมขัต ติยราชภูษิตาภรณ์ ระบุข้อความ 68 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว His Majesty King Maha Vajiralongkorn Phra Vajiraklaochaoyuhua’s 68th Birthday Anniversary “ประเทศไทย Thailand” ราคาหน้าดวง คือ 10 บาท โดยใช้เทคนิคพิมพ์ฟอยล์ทองคำว่า “ประเทศไทย THAILAND” และตัวเลขบอกชนิดราคา ว่าที่ ร้อยโท ปฏิพล ซอกิ่ง เป็นผู้ออกแบบ

ในโอกาสอันเป็นมิ่งมงคลแห่งวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 ไปรษณีย์ไทย ร่วมเฉลิมฉลองและเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านตราไปรษณียากรที่ระลึกที่หาชมได้ยากและมีความสวยงามสมพระเกียรติ ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นล้นพ้นที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและความผาสุกของอาณาประชาราษฎร์ตลอดมา

เพราะเหตุใดการพัฒนาถึงไม่ยั่งยืน? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/629348

วันที่ 27 ก.ค. 2563 เวลา 12:30 น.เพราะเหตุใดการพัฒนาถึงไม่ยั่งยืน?ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล เผยอะไรบ้างที่ทำให้องค์กรต้องเผชิญกับความท้าทาย และไม่อาจนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้

จากปัญหาไวรัสโควิด 19 ถึงวันนี้ มีผู้ติดเชื้อกว่า 15 ล้านคน คร่าชีวิตคนไปกว่า 6 แสนคน ที่สำคัญปัญหาไวรัสโควิด-19 มิใช่เป็นแค่ปัญหาสาธารณสุข แต่ยังส่งผลร้ายแรงต่อด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การจ้างงาน และความเป็นอยู่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ธุรกิจต่างได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเป็นวงกว้างทั่วโลก บางธุรกิจตั้งตัวไม่ทัน ต้องหยุดชะงัก ขาดความยั่งยืน หลายธุรกิจต้องล่มสลาย และมันจะมีผลกระทบไปอีกหลายปี การกลับสู่ภาะปกติไม่ง่ายและไม่เหมือนเดิม

ที่สำคัญมันไม่ได้ไปไหน การระบาดระลอกสองกำลังมา

แต่ละประเทศรวมทั้งองค์กรธุรกิจต่างๆ ต่างทุ่มเทงบประมาณอย่างมหาศาลตลอดจนทรัพยากรบุคลากร เพื่อยื้อชีวิตมนุษย์และกอบกู้ภาวะเศรษฐกิจที่กำลังถดถอยอย่างหนัก การลงทุนเพื่อพัฒนาบุคลากรจึงมีความสำคัญ แต่ผลที่ได้มักต่ำกว่าที่คาดหวัง อีกทั้งยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม บางปัญหาเกิดซ้ำๆ แก้กี่ครั้งก็ไม่จบ พอแก้ปัญหานี้จบ ปัญหาใหม่ก็เข้ามาอีก และบ่อยครั้ง มันเป็นปัญหาเดิม 

ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล จากสถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคง ยั่งยืน เผยอะไรทำให้องค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายเหล่านี้ และไม่อาจนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้ เราพบว่า

1. เพราะบุคคลยังยึดติดอยู่ในกรอบความคิดเดิมๆ ภาพความสำเร็จเก่าๆ ที่เน้นเพียงเพิ่มความมีประสิทธิภาพ แต่ไม่สามารถก้าวข้ามไปสู่มุมมองเชิงองค์รวมอย่างยั่งยืนซึ่งให้คุณค่าและความหมายที่สูงกว่าในการดำเนินธุรกิจ 

2. เพราะไม่เข้าใจว่าบุคลากรคือมนุษย์ องค์กรมีชีวิต และชีวิตต้องการคุณค่าและความหมาย การพัฒนาในปัจจุบันจึงมักให้ความสำคัญแต่ด้านการบริหารจัดการ (Hard Skills) ที่เน้นความสำเร็จด้านรูปธรรมอย่างสุดโต่ง คิดว่าทุกอย่างต้องวัดและประเมินได้ แต่ละเลยการพัฒนาด้านทักษะชีวิต (Soft Skills) ที่เป็นแรงขับเคลื่อนความสำเร็จ ที่ตั้งอยู่บนฐานของคุณค่าและความหมาย ความสุข ความสำเร็จที่แท้จริง การพัฒนาจึงขาดความสมดุล ไม่อาจนำไปสู่ความยั่งยืนได้ 

3. เพราะขาดความเข้าใจถึงธรรมชาติของชีวิตอย่างเป็นองค์รวม ทำให้การพัฒนาจึงไม่ครอบคลุมทุกมิติชีวิต (จิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาะผู้นำ) กล่าวคือ จิตใจ เพราะยังติดอยู่กับกรอบความคิดเดิมๆ ทัศนคติเชิงลบ ขาดเป้าหมายชีวิต ไม่เล่นเชิงรุก จึงไม่สามารถนำตนเองได้ อีกทั้งทีมงานก็มีภาพเป้าหมายที่ไม่ไปในแนวเดียวกัน

ปัญญา เพราะขาดการคิดเชิงระบบ จึงไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงซับซ้อน อีกทั้งขาดมุมมองเชิงองค์รวมจึงไม่สามารถพัฒนาแนวคิดใหม่ๆ ที่แตกต่าง จึงขาดนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ

อารมณ์ เพราะไม่เห็นคุณค่าตนเอง จึงทำให้ขาดความเชื่อมั่น ขาดภูมิต้านทาน ขาดความมั่นคงภายใน และไม่เห็นคุณค่าผู้อื่น ไม่เห็นคุณค่าในความแตกต่าง ทีมงานจึงขาดศรัทธา ไม่เข้าใจกัน ไม่ไว้วางใจกัน จึงเล่นไม่เป็นทีม ทีมงานไม่เข้มแข็ง ไม่สามารถระเบิดศักยภาพออกมาได้อย่างมีพลังร่วม

ภาวะผู้นำ เพราะผู้นำไม่เห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์ของทีมงาน ไม่เข้าใจว่ามนุษย์คือชีวิตที่ต้องการคุณค่าและความหมาย จึงขาดการยอมรับซึ่งกันและกัน ทำให้ขาดภาวะผู้นำ ทีมงานจึงขาดการมีส่วนร่วม ขาดความร่วมมือ ไม่เสียสละ ไม่เกื้อกูล ไม่ยืนมือ จึงไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงและนำองค์กรให้ไปในทิศทางเดียวกันได้

4. เพราะบุคลากรและองค์กรต้องการเห็นผลเร็ว จึงมักเน้นแค่การปรับแต่งพฤติกรรมซึ่งเป็นเรื่องผิวเผิน ฉาบฉวย ชั่วคราว เพราะมิได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่ฐานรากของชีวิต นั่นคือ กรอบความคิด จึงขาดความตระหนักรู้ต่อความสำคัญของการเปลี่ยนที่แท้จริงจากภายใน การพัฒนาจึงไม่ยั่งยืน เพราะความรู้ มิใช่ความรู้สึก 

5. เพราะขาดความเข้าใจว่าปัญหาต่างๆ มันต้องแก้ด้วยแนวคิดเชิงระบบที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ และด้วยเหตุที่ปัญหาต่างๆ มันมีความแตกต่าง การรับมือกับความท้าทายดังกล่างจึงต้องพัฒนาแนวคิดใหม่ๆ ด้วยความรู้ที่เหนือกว่าด้วยการเชื่อมโยงที่แตกต่างขององค์ประกอบที่หลากหลาย และที่สำคัญปัญหาใดๆ มันเป็นระบบซ้อนระบบ ปัญหาทับซ้อนปัญหา และปัญหาแต่ละระดับมันเชื่อมโยงกันอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้ การรับมือกับปัญหาจึงต้องเปิดมุมมองใหม่ โดยต้องเป็นการแก้ปัญหาเชิงระบบที่ซับซ้อนเชิงรุก แต่ในปัจจุบัน องค์กรส่วนใหญ่ยังรับมือกับปัญหาในลักษณะของเส้นตรงเชิงเดี่ยว แยกส่วน การแก้ปัญหาจึงไม่ยั่งยืน

6. เพราะบุคคลโดยทั่วไปมักข้ามขั้นตอนและชอบจะจดจำแต่ผลลัพธ์สุดท้าย แต่ขาดการวิจัย พัฒนา และการศึกษาเชิงลึกถึงรากของปัญหาเพื่อความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้างองค์ความรู้ กระบวนการเรียนรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ ด้วยเหตุนี้ องค์กรจึงไม่เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่แท้จริง

7. เพราะคนเรานั้นขาดความตระหนักว่า การเปลี่ยนแปลงใดๆ ต้องเริ่มที่ตนเองก่อนเสมอ อีกทั้งชีวิตกับการเรียนรู้เป็นเรื่องเดียวกัน ดำเนินไปคู่กันอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้ ดังนั้น การเรียนรู้จึงต้องเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เชื่อมโยงกับประเด็นในชีวิตจริง

8. และทั้งหมดนี้ก็เพราะบุคลากรขาดการปรับตัวอย่างยืดหยุ่น ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นพลวัตได้

หากปรับตัวเอาชนะภาวะนั้นได้เรื่อยๆ เรียกว่า สมดุล

หากรักษาสมดุลนั้นได้เรื่อยๆ เรียกว่า เข้มแข็ง

หากรักษาความเข้มแข็งนั้นไว้ได้เรื่อยๆ เรียกว่า มั่นคง

หากรักษาความมั่นคงนั้นได้เรื่อยๆ เรียกว่า ยั่งยืน 

ไม่ว่าหลังไวรัสโควิด 19 จะเป็นอย่างไร ไม่ว่าวัคซีนจะมาเมื่อไหร่ นั่นไม่สำคัญ เพราะยังไงวิกฤติใหม่ๆ ก็จะเข้ามาอีก ประเด็นสำคัญคือ องค์กรธุรกิจต้องปรับตัว พัฒนา และยกระดับศักยภาพองค์กรอย่างไร จึงจะสามารถรับมือกับความท้าทายนั้นๆ ได้อย่างยั่งยืน

จากลูกจ้างสู่พ่อค้ารายได้หลักแสน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/629324

วันที่ 27 ก.ค. 2563 เวลา 09:00 น.จากลูกจ้างสู่พ่อค้ารายได้หลักแสนส่งต่อแรงบันดาลใจ จากลูกจ้างสู่พ่อค้า “รถเร่” ตลาดสี่มุมเมือง พลิกชีวิต “หนุ่มร้อยเอ็ด” รายได้หลักแสน

หลากเรื่องราวของหลายชีวิตอาจสร้างข้อคิดและส่งต่อแรงบันดาลให้ใครอีกหลายๆ คน เช่นเดียวกับเรื่องราวของ จีระศักดิ์ ศรีขาว หรือที่คนในตลาดสี่มุมเมืองเรียกว่า “พี่เอส รถเร่” หนึ่งในสมาชิกเครือข่ายรถเร่สี่มุมเมือง หนุ่มจากจังหวัดร้อยเอ็ด ที่เข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ  หลังจบเรียนน ม. 6 จนได้เป็นลูกจ้างบริษัทเอกชน เริ่มต้นเงินเดือน 14,000 บาท

ชีวิตพลิกผันเมื่อน้องชายซึ่งทำอาชีพรถเร่ที่เข้ามารับผักจากตลาดสี่มุมเมืองไปขายเป็นประจำล้มป่วยลง ทำให้เขาต้องเข้ามาสานต่อกิจการรถเร่ในปี 2559 แม้จะเริ่มต้นด้วยความไม่มั่นใจ เพราะไม่เคยทำมาก่อน แต่หลังจากได้ทดลองเรียนรู้ระบบการค้าขาย เริ่มตั้งแต่ขับรถเข้ามาเลือกซื้อผักที่ตลาดสี่มุมเมือง ขับรถไปขายตามชุมชน หมู่บ้าน แผงลอย และร้านอาหารข้างทาง ฯลฯ ได้ประมาณ 2-3 เดือน พร้อมกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่เดือนแรก ทำให้ “จีระศักดิ์” ตัดสินใจลาออกจากงาน พลิกชีวิตสู่การเป็นพ่อค้ารถเร่ อย่างเต็มตัว

จีระศักดิ์ เล่าว่า ตอนนั้นมีภาระที่บ้านเยอะ ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ที่อยู่ต่างจังหวัดซึ่งมีอาชีพทำไร่ ทำนา ส่งเสียน้องสาวคนเล็กเรียนหนังสือ และเลี้ยงลูกอีก 2 คน รายได้ที่มีไม่พอใช้จ่าย จึงต้องตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพ ตอนแรกก็กังวล แต่พอได้ทดลองจริงๆ ก็เห็นว่าไปได้ มีโอกาส จึงตัดสินใจลาออกมาพร้อมกับภรรยาหันมาทำอาชีพนี้ทั้งคู่

ผลจากการตัดสินใจครั้งนั้น เพียงปีแรกก็เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้น 3-4 เท่าตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันไม่ต้องพูดถึง เพราะรายได้ของเขาและภรรยาวันนี้ รวมกันแล้วมากกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน ในระยะเวลาเพียง 4 ปี  

ทุกวันเขาจะขับรถมาที่ “ลานจอดรถผู้ซื้อ” ณ ตลาดสี่มุมเมือง ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จนถึง 9 โมงเช้า ในการเลือกสินค้า นำมาตัดแต่ง บรรจุลงถุง และนำสินค้าขึ้นแขวนให้สวยงามรอบคันรถ เพื่อให้ลูกค้าเลือกหยิบซื้อได้ง่าย เมื่อกระบะรถเร่ของ “จีระศักดิ์” ที่มีผักต่างๆ แขวนไว้เต็มรถพร้อมสินค้าอีก หลากหลายชนิดที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดีพร้อมแล้ว ก็จะขับออกจากตลาดสี่มุมเมืองไปตระเวนขายตามเขตชุมชน และหมู่บ้านต่างๆ

เสน่ห์ของรถเร่อยู่ที่สินค้าที่โชว์ต้องน่าซื้อ ทำให้จีระศักดิ์ ให้ความสำคัญกับการเลือกสินค้า โดยเฉพาะผักที่ต้องเน้นคุณภาพ ความสดใหม่ ผลใหญ่ เกรดดี ซึ่งเขาบอกว่าสิ่งนี้ไม่ยากเลย เพราะต้นทางคือ ตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งผักที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีความครบครันและมีคุณภาพอยู่แล้ว

“เคล็ดลับของผมคือความขยัน ขายของมีคุณภาพ ตรงนี้เราได้เปรียบ เพราะผักที่ตลาดสี่มุมเมือง มีครบ คุณภาพดี ผมก็เลือกแต่เกรดดีๆ ไปขาย แต่เน้นราคาย่อมเยา ไม่ค้ากำไรเกินควร หากราคาผักปรับลดลง ผมก็ปรับราคาขายลงมาด้วย นอกจากสองอย่างแล้ว เราต้องมีการบริการที่เข้าถึง จริงใจกับลูกค้า จึงทำให้มีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ” หนุ่มร้อยเอ็ด กล่าว

ปัจจุบันจีระศักดิ์เป็นหนึ่งใน “เครือข่ายรถเร่ สี่มุมเมือง” ซึ่งมีจำนวนกว่า 800 คัน โดยตลาดสี่มุมเมือง ได้รวบรวมข้อมูลรถเร่ในเครือข่าย พร้อมปักหมุดบอกเส้นทางของรถเร่ ให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลทั้งเส้นทางการวิ่ง, ประเภทสินค้าที่จำหน่าย พร้อมชื่อและเบอร์โทรที่สามารถติดต่อกันได้โดยตรงนอกจากนี้ สี่มุมเมืองยังมีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบกิจการรถเร่ อาทิ ให้คำปรึกษาในการพัฒนาและเริ่มต้นธุรกิจรถเร่, การแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ระหว่างเครือข่ายรถเร่ และโปรโมชั่นเพื่อเครือข่ายรถเร่ สี่มุมเมือง เป็นต้น

ทุกวันนี้ เขายังคอยชักชวนญาติๆ เข้ามาค้าขายด้วยกันที่ตลาดสี่มุมเมือง เพราะมองว่าเป็นที่แห่งโอกาสและที่แห่งการเปลี่ยนชีวิต

“ตอนนี้ผมสามารถส่งน้องคนเล็กเรียน และกำลังจะจบปริญญาโท สามารถดูแลพ่อแม่ ส่งเสียลูกอีก 2 คนเรียนหนังสือ และมีเงินใช้จ่าย เป็นเสาหลักของครอบครัว”  จีระศักดิ์ เผยพร้อมกับย้ำว่า ชีวิตเมื่อมีโอกาสเข้ามา สำคัญที่ต้องคว้าเอาไว้ และทำให้ดีที่สุด

New Normal : วิถีใหม่ ‘ร้านข้าวแกง’ หลังการมาของโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/629322

วันที่ 27 ก.ค. 2563 เวลา 08:40 น.New Normal : วิถีใหม่ 'ร้านข้าวแกง' หลังการมาของโควิดส่องมาตรการความสะอาดและปลอดภัยของร้านอาหารในยุคที่ต้องปรับตัวให้สอดรับวิถีชีวิตใหม่ สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

ไม่ว่าเศรษฐกิจจะอยู่ในทิศทางขาขึ้นหรือขาลง ” ข้าวแกง” ก็ยังเป็นหนึ่งในอาหารที่คนส่วนใหญ่ต้องบริโภค เกรียงศักดิ์ เส้งศักดิ์ ผู้บริหารแบรนด์ “กลับนครฯ” สุดยอดร้านข้าวแกงนครศรีธรรมราช ที่ชูคอนเซ็ปต์ร้าน “เราให้คุณมากกว่าคำว่า…อิ่ม” เผยถึงการปรับตัวของร้านอาหารที่คนไทยใช้บริการมากที่สุดอย่างร้านข้าวราดแกง หลังจากการเกิดสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า

เราต่างทราบกันดีว่าโควิดส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วนแบบถ้วนหน้า แต่ด้วยประสบการณ์การทำร้านอาหารมาหลายปี จากเดิมที่เราโฟกัสเรื่องของความสะอาดและสุขอนามัยอยู่ก่อนแล้ว ก็ทำให้เราปรับตัวในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิดได้เร็ว แม้โควิดจะส่งผลกระทบกับยอดขายอาหารหน้าร้าน แต่ในส่วนของออนไลน์ การสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ยังคงเติบโตได้

หลังจากที่รัฐบาลมีมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด ร้านกลับนครฯ ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เรางดให้บริการนั่งทานอาหารภายในร้าน แต่ยังคงมีบริการซื้อกลับบ้าน ซึ่งตอบโจทย์ลูกค้าเดิมซึ่งตามปกติต้องกินอาหารก่อนไปทำงาน มื้อพักเที่ยง หรือลูกค้ากลุ่มครอบครัวที่สั่งอาหารกลับบ้านเสมือนให้เราเป็นห้องครัวของบ้านในภาวะที่ต้องงดไปจ่ายตลาดเพราะ ‘อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ’

หลังการมาของโควิด ร้านกลับนครฯ มีการเพิ่มมาตรการต่างๆ เพื่อสุขอนามัยที่ดีและความมั่นใจของลูกค้า ได้แก่ การฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทั้งร้าน การทำความสะอาดพื้นร้านทุกวัน การเพิ่มรอบทำความสะอาดให้ถี่มากขึ้น การเพิ่มแอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อบนโต๊ะอาหาร มีการคัดกรองผู้มาใช้บริการ การตรวจวัดอุณหภูมิ เพิ่มแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ขอความร่วมมือให้สวมหน้ากากอนามัย เพิ่มระยะห่างของเก้าอี้ที่ลูกค้านั่งทานอาหาร ตลอดจนการกำชับให้พนักงานสวมถุงมือและหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

สำหรับสไตล์อาหารของร้านกลับนครฯ จะเน้นเป็นอาหารใต้รสจัดจ้านถึงเครื่อง มีเมนูอาหารให้เลือกกว่า 40 เมนูในแต่ละวันสลับสับเปลี่ยนกัน การันตีความสดใหม่วันต่อวัน เมนูซิกเนเจอร์อย่างคั่วกลิ้ง ที่มีทั้งแบบหมูสับ หมูชิ้น และกระดูกหมู ผัดมาพอขลุกขลิก แกงไตปลา อื้อไตปลา รสเด็ดเผ็ดดุ กินคู่ผักแกล้มสดๆ ที่มีบริการฟรีคู่กับน้ำพริก ทั้งยอดมันปู ยอดมะม่วงหิมพานต์ มะเขือ แตงกวา ถั่วฝักยาว และผักนานาชนิด นอกจากนี้ ยังมีขนมจีนน้ำยาปู น้ำยาปลาทู สูตรกะทิเข้มข้น แกงส้มใต้ปลากะพงยอดมะพร้าวอ่อน แกงเนื้อมะเขือพวง ปลาช่อนทะเลผัดพริกไทดำ ใบเหลียงผัดไข่ หมูหวาน แกงคั่วกระดูกหมู ไข่พะโล้ ผัดขิงไก่ ผัดหอยลาย ปลาทูต้มเค็ม ห่อหมก หมี่ผัดกะทิ ปลาทอด ไข่ดาวเค็ม ไข่ต้ม ส่วนข้าวมีให้เลือกทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่

อยากล้ิมลองอาหารปักษ์ใต้แท้ สดใหม่ สะอาด มั่นใจเรื่องความปลอดภัย  มากันได้ท่ี ร้านกลับนครฯ ข้าวแกงนครศรีธรรมราช ทั้ง 6 สาขา สาขาร่มเกล้า, K-Space สุขาภิบาล 2, สาขาปั๊ม Susco ถ.เลียบคลองสอง, สาขาปั๊ม Susco ถ.หัวหมาก, สาขาปั๊ม ปตท.ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 , สาขาปั๊ม Caltex ถ.เจ้าคุณทหาร หรือโทร 09-7078-5885  Facebook : กลับนครฯ

บอกรักแม่ด้วยชาละมุน ” Eternal Jasmine Tea Set” พร้อมลิ้มรสของหวานสุดพิเศษ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บอกรักแม่ด้วยชาละมุน ” Eternal Jasmine Tea Set” พร้อมลิ้มรสของหวานสุดพิเศษ

บอกรักแม่ด้วยชาละมุน " Eternal Jasmine Tea Set" พร้อมลิ้มรสของหวานสุดพิเศษ6 สิงหาคม 2563 – 09:42 น.

บอกรักแม่ด้วยชาละมุน ” Eternal Jasmine Tea Set” พร้อมลิ้มรสของหวานสุดพิเศษ

       
สร้างประสบการณ์สุดประทับใจให้กับคุณแม่ ในวาระแสนพิเศษ เพลิดเพลินไปกับชุดน้ำชายามบ่ายที่ร้าน ทีดับเบิลยูจี ที ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรัก ความอบอุ่น ต้อนรับเทศกาลวันแม่ตลอดเดือนสิงหาคมนี้กับชุดน้ำชา “Eternal Jasmine Tea Set” คัดสรรเมนูเฉพาะสำหรับคุณแม่กับชา จัสมิน ควีน ที ชาเขียวผสมกับดอกมะลิแสนหอม สุดละมุน พร้อมของหวานรสเลิศ ที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน โดยมีชาชั้นดีเป็นส่วนผสม ตามแบบฉบับของ ทีดับเบิลยูจี ที

บอกรักแม่ด้วยชาละมุน " Eternal Jasmine Tea Set" พร้อมลิ้มรสของหวานสุดพิเศษ


         
ชุดน้ำชาเซ็ตนี้ประกอบไปด้วย “มาการอง จัสมิน ควีน ที” (Jasmine Queen Tea Macaron) มีส่วนผสมของชา จัสมิน ควีน ที ชาปรุงผสมพิเศษอย่างประณีต ของชาเขียวกับดอกมะลิที่ส่งกลิ่นหอมยาวนานน่าจดจำ ตกแต่งด้วยดอกไม้ที่สามารถรับประทานได้ (Edible flower) เคียงคู่ด้วย เมอแรงค์ ครัมเบิ้ล และ มาสคาร์โปนครีมชีส        

บอกรักแม่ด้วยชาละมุน " Eternal Jasmine Tea Set" พร้อมลิ้มรสของหวานสุดพิเศษ

สัมผัสกับรสชาติหวานอมเปรี้ยวด้วย “พุดดิ้ง อัลฟอนโซ” (Alfonso Curd Pudding) พุดดิ้งน้ำเต้าหู้ นุ่มลื่นละมุนดุจแพรไหม สอดใส้ด้วยมูสมะม่วงผสมกับชา อัลฟอนโซ ที (Alfonso Tea ชาดำผสมกับมะม่วง) ราดด้วยซอสเสาวรส ประดับด้วยสตรอว์เบอร์รี่สดลูกใหญ่ และซอสมัทฉะไวท์ช็อกโกแลต        

เพิ่มความกลมกล่อม ด้วยชาระดับพรีเมี่ยม ชา จัสมิน ควีน ที (Jasmine Queen Tea) สามารถเลือกได้ทั้งแบบร้อนหรือเย็น พร้อมสัมผัสกลิ่นหอมรัญจวนของดอกมะลิ ที่ช่วยเสริมความเป็นเอกลักษณ์แบบฉบับของทีดับเบิลยูจี ที        

ดื่มด่ำกับเซ็ตเมนูสุดละมุน “Eternal Jasmine Tea Set” ของที ดับเบิลยูจี ที (TWG TEA) ประกอบด้วยชา Jasmine Queen Tea เสิร์ฟพร้อมชุดของหวานรสเลิศ ในราคาพิเศษเพียง 450++ บาทเท่านั้น เติมความรักและความประทับใจให้กับคุณแม่ตลอดเดือนสิงหาคม ตั้งแต่วันที่ 1-31 สิงหาคม 2563 ที่ที ดับเบิลยูจี ที ซาลอน แอนด์ บูติค สาขาสยามพารากอน และ ดิ เอ็มโพเรียม สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2259-9510

สธ.ย้ำท่องเที่ยวปลอดภัย มีสุขอนามัยที่ดี ด้วยมาตรฐานSHA #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สธ.ย้ำท่องเที่ยวปลอดภัย มีสุขอนามัยที่ดี ด้วยมาตรฐานSHA

สธ.ย้ำท่องเที่ยวปลอดภัย มีสุขอนามัยที่ดี ด้วยมาตรฐานSHA5 สิงหาคม 2563 – 19:30 น.

กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กำหนดมาตรฐานSHAความปลอดภัยด้านสุขอนามัยและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยววิถีชีวิตใหม่สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ

วันที่ 5 สิงหาคม 2563  ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วยคุณรุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงข่าว “มาตรการการป้องกันโควิด 19 กับการท่องเที่ยว” ว่า กระทรวงสาธารณสุข

โดยกรมอนามัย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยAmazingThailand Safety & Health Administration(SHA)สร้างมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และสร้างวิถีชีวิตใหม่ (NewNormal)

ในการป้องกันโรคของนักท่องเที่ยวและประชาชนที่ใช้บริการ ซึ่งกรมอนามัยได้ใช้หลักเกณฑ์ด้านสุขอนามัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการขยะ ส้วม สุขาภิบาลอาหารในโรงแรม ร้านอาหาร เป็นต้น รวมถึงการให้คำปรึกษา คำแนะนำด้านวิชาการเกี่ยวกับการดำเนินการตามมาตรฐานSHAแก่ผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ ได้มีมาตรฐานของสถานที่ไปใช้บริการภายใต้ 3CClean คือส้วมสาธารณะมาตรฐานHASร้านอาหารมาตรฐานอาหารสะอาด รสชาติอร่อย (Clean Food Good Taste)ในชุมชนมีมาตรฐานอาหารริมบาทวิถี(Street Food Good Health)ตลอดเส้นทางเดินทางCare :โรงพยาบาลรักษ์สิ่งแวดล้อม(Green and Clean Hospital)และClear ระบบระบายอากาศที่ดี

นอกจากนี้ ได้วิเคราะห์เส้นทางการท่องเที่ยว/และกิจการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เครื่องบิน สนามบิน รถ/เรือนำเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร/สตรีทฟู๊ด แหล่งท่องเที่ยว/ชายหาด โรงพยาบาล และประเมินรับรองมาตรฐานให้กับจังหวัดที่เป็นพื้นที่นำร่อง ที่มีศักยภาพ/สนใจเข้าร่วมโครงการ และจะขยายการดำเนินงานในทุกจังหวัดต่อไปในการยกระดับการท่องเที่ยวปลอดภัย มีสุขอนามัยที่ดี

แพทย์หญิงพรรณพิมลกล่าวต่อว่า มาตรการสำคัญเพื่อการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย เน้นย้ำว่าผู้ประกอบการต้องมีการคัดกรอง ลงทะเบียนผู้รับบริการ จัดให้รักษาระยะห่าง ระบายอากาศที่ดี จัดที่ล้างมือ/เจลแอลกอฮอล์ ทำความสะอาดพื้น เน้นทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมและห้องน้ำ เพิ่มรอบทำความสะอาด มีการจัดการกำจัดขยะอย่างถูกวิธี และการสื่อสารแจ้งข้อปฏิบัติ

สำหรับผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ ต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา ล้างมือ รักษาระยะห่าง ลดการสัมผัส/งดใช้ของร่วมกัน จัดอาหารเฉพาะบุคคล หากพนักงาน/ผู้ให้บริการป่วยให้หยุดงาน และขอความร่วมมือให้ลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์ม ไทยชนะ เมื่อใช้บริการในสถานที่ต่าง ๆ

คุณรุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่ปรับปรุงมาตรฐานผ่านเกณฑ์ด้านสุขอนามัยของกระทรวงสาธารณสุข จะได้รับตราสัญลักษณ์SHAซึ่งมี 3 ด้าน คือ ด้านอาคารสถานที่ อุปกรณ์ทำความสะอาด และการดูแลสุขภาพผู้ปฏิบัติงาน 

ขณะนี้มีผู้ประกอบการ 10 ประเภทกิจการลงทะเบียนร่วมโครงการแล้วกว่า 10,755 ราย ผ่านการประเมิน 4,159 ราย

โดยนักท่องเที่ยวสามารถตรวจสอบสถานประกอบการหรือกิจการที่เปิดให้บริการแล้ว พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงและพัฒนา ผ่านระบบออนไลน์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)https://thailandsha.tourismthailand.org/จำนวนการเข้าชมรับรู้โครงการ 1,586,925 คน/ครั้ง ซึ่งจะมีการสุ่มตรวจประเมินสถานประกอบการโดยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเป็นระยะ กระตุ้นผู้ประกอบการโรงแรมและการท่องเที่ยวให้พร้อมรับวิถีชีวิตใหม่ สร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว

สธ.ย้ำท่องเที่ยวปลอดภัย มีสุขอนามัยที่ดี ด้วยมาตรฐานSHA
สธ.ย้ำท่องเที่ยวปลอดภัย มีสุขอนามัยที่ดี ด้วยมาตรฐานSHA
สธ.ย้ำท่องเที่ยวปลอดภัย มีสุขอนามัยที่ดี ด้วยมาตรฐานSHA
สธ.ย้ำท่องเที่ยวปลอดภัย มีสุขอนามัยที่ดี ด้วยมาตรฐานSHA

ชวนชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชวนชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” 

ชวนชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ "สมเด็จพระพันปีหลวง" 5 สิงหาคม 2563 – 09:41 น.

ชวนชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” 

มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม โดยความสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, บี.กริม, บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน), เมืองไทยประกันภัย และมูลนิธิเอสซีจี ขอเชิญชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ รายการ “The Queen Mother Concert” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  บรรเลงโดยวง Royal Bangkok Symphony Orchestra (RBSO) อำนวยเพลงโดย วานิช โปตะวนิช ศิลปินศิลปาธร ร่วมด้วย อภิชัย เลี่ยมทอง ศิลปินเดี่ยวนักเชลโล่มือหนึ่งของไทย หัวหน้ากลุ่มเชลโล่วง RBSO 

ชวนชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ "สมเด็จพระพันปีหลวง" 

           
การแสดงครั้งนี้นำเสนองานมาสเตอร์พีซ 3 บทที่ได้รับความนิยมมากคือ เพลงโหมโรง  Prince Igor Overture จากอุปรากรชื่อเดียวกัน ผลงานของ อะเลกซานเดอร์ โบโรดิน นักประพันธ์เพลงแนวรัสเซียชาตินิยม ซึ่งนำเพลงพื้นบ้าน นิทาน และเรื่องราวประวัติศาสตร์ของรัสเซียมาเป็นวัตถุดิบในการประพันธ์ เพลงเอกของรายการคือ เชลโล่คอนแชร์โตหมายเลข 1 ในบันไดเสียง C เมเจอร์ ผลงานของ ฟรานซ์ โยเซฟไฮเดินนักประพันธ์เพลงชาวออสเตรีย ดนตรีของเขาเรียบง่ายแต่ซ่อนตรรกะที่ลุ่มลึกและแฝงอารมณ์ขัน ศิลปินเดี่ยวได้อวดฝีมือและเล่นประชันกับวงได้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะช่วงท้ายซึ่งนักเชลโล่บรรเลงเร็วมาก เสมือนกับเชลโล่สองคันบรรเลงโต้ตอบกัน         

เพลงสุดท้าย เป็นผลงานประเภทเพลงชุด (Suite) ชื่อ Pictures at an Exhibition ของโมเดสต์ มูซอร์กสกี นักประพันธ์เพลงแนวรัสเซียชาตินิยม งานชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจเมื่อได้ไปชมภาพที่นำออกแสดงโดยศิลปินชาวรัสเซีย ดนตรีบรรยายภาพวาดตามอารมณ์ ความรู้สึกของผู้ประพันธ์ขณะที่เดินชมภาพต่าง ๆ คั่นด้วยทำนองหลักที่แสดงบุคลิกและอารมณ์ของผู้ประพันธ์ หรืออารมณ์ที่คาดหวังในการชมรูปภาพถัดไป        

ชวนชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ "สมเด็จพระพันปีหลวง" 

อภิชัย เลี่ยมทอง ศิลปินเดี่ยวเชลโล่  เขาเริ่มเรียนเชลโล่กับ Andrew Heally ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ศึกษาต่อที่ Hong Kong Academy of Music and Performing Arts เคยเป็นอาจารย์สอนที่สถาบันแห่งนี้ และเป็นสมาชิกวง Hong Kong Sinfonietta  ต่อมาได้ทุนเรียนกับ Rafael Wallfischที่ Guildhall School of Music ลอนดอน  ปัจจุบันเป็นหัวหน้าหลักสูตรดุริยางค์ศาสตร์บัณฑิตของวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต และเป็นผู้ก่อตั้งวงเชลโล่ “The Cellissimo”          

ชวนชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ "สมเด็จพระพันปีหลวง" 

วานิช โปตะวนิช  ผู้อำนวยเพลง ศิลปินศิลปาธรสาขาดนตรี ปัจจุบันเป็นหัวหน้ากลุ่มทรัมเปตและผู้อำนวยเพลงประจำวง RBSO ผู้อำนวยเพลงประจำวงดุริยางค์ศิลปากร เคยร่วมบรรเลงกับวงออร์เคสตร้าต่างๆ อาทิ Hong Kong Philharmonic Orchestra, Malaysian Philharmonic Orchestraและ Singapore Symphony Orchestra และเป็นอาจารย์สอนให้กับสถาบันดนตรีต่างๆในเมืองไทย        

คอนเสิร์ตจะทำการแสดงวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ราคาบัตร 300, 700, 900, 1200 และ 1500 บาท จองบัตรได้ที่ ThaiTicketmajor – โทร. 02 262 3456 –www.thaiticketmajor.com ลด 50% สำหรับนักเรียน / นักศึกษา   ลด 50% สำหรับผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานมูลนิธิฯ โทร. 02 255 6617-8, 02 255 9191-2   E-mail: rbso@bangkoksymphony.org  และ
http://www.rbsothailand.com