สวนสัตว์เชียงใหม่ คืนความสุขให้คนในชาติ เที่ยว วิถีใหม่’ ปลอดภัยทุกชีวิต”ทั้งคนและสัตว์” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สวนสัตว์เชียงใหม่ คืนความสุขให้คนในชาติ เที่ยว วิถีใหม่’ ปลอดภัยทุกชีวิต”ทั้งคนและสัตว์”

สวนสัตว์เชียงใหม่ คืนความสุขให้คนในชาติ เที่ยว วิถีใหม่' ปลอดภัยทุกชีวิต"ทั้งคนและสัตว์"22 มิถุนายน 2563 – 21:23 น.

สวนสัตว์เชียงใหม่ คืนความสุขให้คนในชาติ เที่ยว วิถีใหม่’ ปลอดภัยทุกชีวิต”ทั้งคนและสัตว์”

วันที่ 22 มิย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันบรรดานักท่องเที่ยวที่จอง ได้ทะยอยเดินทางเข้ามาในสวนสัตว์พาลูกหลาน มาเที่ยวอย่างมีความสุข  ภายหลังที่ทางรัฐบาลประกาศทั่วประเทศกลับมาเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าชมได้ ตั้งแต่วันที่ 15 มิย.2563 เป็นต้นมา หลังจากที่ต้องปิดไปนานกว่า 2 เดือนเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยที่สวนสัตว์เชียงใหม่ เปิดให้เข้าชมฟรีระหว่าง 15-30 มิ.ย.63 เพื่อเป็นการคืนความสุขให้แก่ประชาชน ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ซึ่งสวนสัตว์เชียงใหม่จำกัดจำนวนวันละ2,000 คน ด้วยการจองคิวล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ http://www.chiangmaizoo.com หรือเพจเฟซบุ๊ก สวนสัตว์เชียงใหม่Chiangmaizoo โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวอย่างคึกคักตลอดทังวัน  เปิดท่องเที่ยวสวนสัตว์วิถีใหม่ คืนความสุขให้กับประชาชนเข้าชมฟรี เริ่มวันที่ 15 มิ.ย.- 30 มิ.ย.63 พร้อมมาตรการเที่ยวสวนสัตว์ในวิถีใหม่ หลังวิกฤตโควิด-19 

นายวุฒิชัย ม่วงมัน  ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่  เปิดเผยว่า สวนสัตว์เชียงใหม่  วิถีใหม่แห่งการท่องเที่ยว Zoo New Normal เปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีเริ่มตั้งแต่ ที่ 15 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมาแล้ว โดยจองการเข้าชมล่วงหน้าผ่านแอพพลิเคชั่นจำนวนนักท่องเที่ยวที่จองมาเต็มตลอดทั้งเดือน ตลอดทั้งวันมีนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางเข้ามา  ได้กำชับในเจ้าหน้าที่ทุกคนในการปฏิบัติงานดูแลความปลอดภัยทั้งนั่งรถและลงรถรางนำเที่ยว เตรียมความพร้อมตลอดทั้งวันที่สำคัญไม่มีการป้อนอาหารสัตว์และได้คัดกรองประชาชนที่เข้ามาท่องเที่ยวในสวนสัตว์อย่างเข้มงวด เริ่มตั้งแต่การผ่านประตูเข้ามาในบริเวณสวนสัตว์ ทั้งรถจักรยานยนต์และรถยนต์ จะมีการคัดกรองอย่างเข้มมงวดทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัย วัดอุณหภูมิร่างกาย ใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ สแกนไทยชนะ อยู่ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร

ในขณะเดียวกันได้นำน้ำยาฆ่าเชื้อ ทำการฉีดพ่นบริเวณที่มีประชาชนใช้ในการถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก รวมทั้งเก้าอี้ที่นั่งสำหรับนั่งพักผ่อน และรูปสัตว์ต่างๆบริเวณจุดท่องเที่ยวด้วย รวมทั้งเก็บกวาดใบไม้ทำความสะอาดบริเวณโดยรอบ ในขณะนี้ สัตว์ทุกชนิดพร้อมรับนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางเข้ามา 

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

สตูลหลามข้าว ข้าวในกระบอกไม้ไผ่ ใช้ใบเร็ดสร้างกลิ่นหอม อร่อยตามวิถีใต้ สร้างความสุขแบบเข้าถึงคนบ้านๆ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สตูลหลามข้าว ข้าวในกระบอกไม้ไผ่ ใช้ใบเร็ดสร้างกลิ่นหอม อร่อยตามวิถีใต้ สร้างความสุขแบบเข้าถึงคนบ้านๆ

สตูลหลามข้าว ข้าวในกระบอกไม้ไผ่ ใช้ใบเร็ดสร้างกลิ่นหอม อร่อยตามวิถีใต้ สร้างความสุขแบบเข้าถึงคนบ้านๆ22 มิถุนายน 2563 – 20:38 น.

สตูลหลามข้าว ข้าวในกระบอกไม้ไผ่ ใช้ใบเร็ดสร้างกลิ่นหอม อร่อยตามวิถีใต้ สร้างความสุขแบบเข้าถึงคนบ้านๆ

วันที่ 22 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้นายมนัส มรรคาเขต นายกอบต.ทุ่งนุ้ย ได้พาไปดูการท่องเที่ยวแบบเข้าถึงวิถีชุมชน โดย ปัจจุบันการท่องเที่ยววิถีชุมชน หรือท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เป็นการท่องเที่ยว การพักผ่อนที่เป็นที่สนใจของใครหลาย ๆ คน หลังจากที่เคร่งเครียดกับงาน กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ หันไปทางไหนไหนมีแต่ผู้คน ที่ต่างวุ่นวายกับเรื่องของตัวเอง ไม่ค่อยมีเวลาพบปะพูดคุยกันแบบสบาย ๆ มากมายนัก หากมีเวลาช่วงวันหยุดปกติ หรือวันหยุดติดต่อหลายวัน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ วิถีชุมชน จึงเป็นทางเลือกแรกของผู้คนสังคมเมือง

บ้านโตนปาหนัน ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล เป็นพื้นที่ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามแม้ไม่โดดเด่นมากนัก แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติไม่แพ้ที่อื่น ๆ น้ำตกโตนปาหนัน บ่อน้ำร้อน น้ำตกร้อน ที่ทุ่งนุ้ย ยังรอใคร ๆ อีกหลายคนไปเยี่ยมชม ไปเล่นน้ำสะอาด สูดอากาศบริสุทธิ์ ทานผลไม้สด ๆ จากต้น (ในช่วงหน้าผลไม้) และทานอาหารพื้นบ้าน กลางสายน้ำ กับข้าวหลามร้อน ๆ เท่ากับเป็นการเพิ่มพลังให้กับชีวิตได้เป็นอย่างดี

ข้าวหลามในที่นี้หมายถึงการหุงข้าวด้วยกระบอกไม้ไผ่ตามสมัยโบราณ หากเป็นข้าวหอมมะลิได้ยิ่งดี โดยน้ำข้าวซาวน้ำมาห่อด้วยใบเร็ด (ภาษาพื้นบ้าน) ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ห่อไม่ใหญ่นัก(เป็นข้าวสุกจะได้ 1 จาน) แล้วรวบใส่กระบอกไม้ไผ่ และใส่น้ำตามจนเต็มกระบอก แล้วนำไปหุง สัก 40 นาที น้ำเดือด น้ำจะเป็นเป็นสีเหลืองเขียว (จากสีของใบเร็ด) ยกกระบอกเทน้ำทิ้งผิงไฟไว้สักครู่ เป็นอันเรียบร้อย หลังจากที่ข้าวในกระบอกไม้ไผ่สุกข้าวจะแน่นเต็มกระบอก วิธีนำออกมาต้องผ่าสถานเดียว (ไม้ไผ่ที่ผ่าแล้วจะเป็นฟืนให้กับการหุงข้าวครั้งต่อไป) ยกออกมาแล้วคลี่ใบเร็ดออก จะพบกับข้าวสวยร้อน ๆ ที่หอมกรุ่นด้วยกลิ่นของใบเร็ดและข้าวสวย ทานกับน้ำพริก พืชผักตามธรรมชาติ ต้มกะทิหน่อไม้ บนโต๊ะกลางสายน้ำที่ไหลจากน้ำตกโตนปาหนัน ลงไปสู่คลองดุสน ที่เป็นแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงคนเกือบทั้งจังหวัดสตูล ชีวิตนี้จะมีอะไรไปมากกว่านี้ เที่ยวที่เป็นธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ เพิ่มออกซิเจนให้กับร่างกาย ทานอาหารที่ประหยัด รดชาดอร่อย และปลอดสารพิษ วันหยุดเพียง 1-2 วัน เราก็สามารถหาความสุขใส่ตัวได้ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการท่องเที่ยววิถีชุมชนบ้านโตนปาหนันตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูลเท่านั้น

เอนก ขันทสิกรรม ผู้สื่อข่าวคมชัดลึกจังหวัดสตูลรายงาน 

“ครูบาต่อ” มอบถุงยังชีพอีก 400 ชุด ให้ชาวบ้านที่ประสบภัยโควิด-19 ที่วัดพระธาตุศรีสันกำแพง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ครูบาต่อ” มอบถุงยังชีพอีก 400 ชุด ให้ชาวบ้านที่ประสบภัยโควิด-19 ที่วัดพระธาตุศรีสันกำแพง

"ครูบาต่อ" มอบถุงยังชีพอีก 400 ชุด ให้ชาวบ้านที่ประสบภัยโควิด-19 ที่วัดพระธาตุศรีสันกำแพง22 มิถุนายน 2563 – 20:27 น.

“ครูบาต่อ” มอบถุงยังชีพอีก 400 ชุด ให้ชาวบ้านที่ประสบภัยโควิด-19 ที่วัดพระธาตุศรีสันกำแพง บ้านทุ่งต้อม – บ้านหม้อ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้าน บรรเทาความเดือดร้อน ระบุจะแจกให้ครบ 2564 ชุดหรือมากกว่านั้น

“ครูบาต่อ” มอบถุงยังชีพอีก 400 ชุด ให้ชาวบ้านที่ประสบภัยโควิด-19 ที่วัดพระธาตุศรีสันกำแพง บ้านทุ่งต้อม – บ้านหม้อ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้าน บรรเทาความเดือดร้อน ระบุจะแจกให้ครบ 2564 ชุดหรือมากกว่านั้น
ที่วัดพระธาตุศรีสันกำแพง บ้านทุ่งต้อม – บ้านหม้อ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ พระครูปลัดศุภชัย ภทฺเทกเมธี (ครูบาต่อ) ​เจ้าอาวาสวัดแม่ป่าข่า ต.ท่าปลาดุก อ.แม่ทา จ.ลำพูน พร้อมด้วยนายวัยศักดิ์ ใจเทพ นายกเทศมนตรีตำบลห้วยทราย, นายชาคริต ธิสา รองนายกฯ นายสายเพชร ทาโปปิน สมาชิกสภาฯนายประเวท จินาจันทร์ สมาชิกฯ,นายเอนก อินมูตโต สมาชิกฯ พร้อมคณะฯ กำนัน- ผญบ. ต.ห้วยทราย ได้ร่วมกันมอบถุงยังชีพ ข้าวสาร – อาหารแห้ง – ไข่ไก่ ให้แก่ผู้สูงอายุและผู้ประสบภัยที่ประสบความยากลำบากภายใน ต.ห้วยทราย อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตในสถานการณ์โควิด -19 จำนวน 400 ชุด

ทั้งนี้ได้มี อสม.จิตอาสา 5 หมู่บ้านในตำบลห้วยทรายมาดำเนินการมาตรการคัดกรองป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิท-19 โดยได้มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของชาวบ้าน จัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ มีการรักษาระยะห่าง ตามมาตการป้องกันการแพร่ระบาด อย่างเคร่งครัด
พระครูปลัดศุภชัย ภทฺเทกเมธี (ครูบาต่อ) เจริญพรว่า จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ทำให้เราทุกคนต่างได้รับผลกระทบ และเกิดความเดือดร้อนทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ เงินทอง เครื่องใช้ อาหารการกิน ทำให้คนตกงาน ไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ ผู้คนเกิดความหิว อดอยาก โดยทางอาตมาซึ่งมีบ้านเกิดบ้านเดิมอยู่หมู่บ้านดอยซิว หมู่ 6 ต.ห้วยทราย มีความสำนึกสงสารชาวบ้านอยากให้การช่วยเหลือสังคม จึงได้ควักทุนทรัพย์ส่วนตัว และบางส่วนที่ได้รับการบริจาคจากพุทธศาสนิกชน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทาง พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.5 ที่เป็นประธานหลัก และรวมไปถึงคณะลูกศิษย์ทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และต่างประเทศที่ร่วมกันบริจาควัตถุปัจจัยต่างๆ และได้นำมาจัดชื้อข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภค-บริโภค นำมาแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ห้วยทราย เพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้าน บรรเทาความเดือดร้อน ช่วยแบ่งเบาภาระลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว มีอาหารการกินที่เพียงพอ ซึ่งเป็นการ บรรเทาความเดือดร้อนในระดับหนึ่งอีกทางหนึ่งด้วย โดยที่ผ่านมาทางคณะสงฆ์ และอาตมา ได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง ไปแจกจ่ายชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่หลายแห่งมาแล้วโดยเฉพาะอ.แม่ทา จ.ลำพูนและ ต.ห้วยทราย อ.สันกำแพง ซึ่งอาตมาได้มีความตั้งใจจะมอบถุงยังชีพจำนวน 2,564 ถุง โดยได้มอบไปแล้วบางส่วนที่อ.แม่อาย, อ,บ้านธิ, อ.สันป่าตอง, อ.จอมทองและอำเภอทุ่งหัวช้าง ซึ่งจะได้ดำเนินการมอบถุงยังชีพต่อไปจนครบหรืออาจจะมากกว่าเป้าหมายกำหนด โดยตอนนี้ได้มอบไปแล้วจำนวนสองพันกว่าครัวเรือนแล้ว หากครบกำหนดก็จะยุติการแจกถุงยังชีพดังกล่าว

นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเชียงใหม่

คึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ชมความงามทางธรรมชาติ หลังจ.พัทลุงเปิดให้เที่ยว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ชมความงามทางธรรมชาติ หลังจ.พัทลุงเปิดให้เที่ยว

คึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ชมความงามทางธรรมชาติ หลังจ.พัทลุงเปิดให้เที่ยว22 มิถุนายน 2563 – 20:27 น.

คึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ชมความงามทางธรรมชาติ หลังจ.พัทลุงเปิดให้เที่ยว โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวบริเวณเชิงเขาบรรทัด ไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิว ชมทะเลหมอกควนนกเต้น ภูรุ่งแจ้งและควนสวรรค์ตาแก้ว

นักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางพักผ่อนและชมความสวยงามแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติของจังหวัดพัทลุงเพิ่มขึ้น หลังจากที่จังหวัดพัทลุง ได้เปิดให้แหล่งท่องเที่ยวที่พร้อมจะปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ตามที่สาธารณสุขกำหนด ได้เปิดให้ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างจังหวัด ก็ปรากฏว่าแหล่งท่องเที่ยวทั้งจังหวัดมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวบริเวณเชิงเขาบรรทัด ไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิว ชมทะเลหมอกควนนกเต้น ภูรุ่งแจ้งและควนสวรรค์ตาแก้ว ในเขตพื้นที่ ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา จ.พัทลุง

มีนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวนมาก นั่งรถที่ชาวบ้านจัดไว้บริการขึ้นไปชมความสวยงามของทะเลหมอกตั้งแต่เช้ามืด และนักท่องเที่ยวบางกลุ่มก็เลือกที่พักบริเวณจุดชมทะเลหมอกที่ควนนกเต้นและภูรุ่งแจ้ง ซึ่งก็มีบริการห้องพักและจัดลานกางเต็นส์ไว้บริการนักท่องเที่ยวได้จำนวนหนึ่ง และในชุมชนใกล้ๆแหล่งท่องเที่ยวก็มีที่พักต้อนรับนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้แหล่งท่องเที่ยวบริเวณเชิงเขากลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับจังหวัดพัทลุงสถานการณ์โรคโควิด 19 นั้น ตรวจไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อเนื่องมาแล้วเป็นเวลา 73 วัน แต่ทางจังหวัดก็ยังมีมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

ศิริขวัญ สังข์โอภาส ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พัทลุง

โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น

โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น

22 มิถุนายน 2563 – 19:58 น.

คณะผู้บริหารร่วมพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล

เมื่อเวลา 13.09 น.วันที่ 22 มิ.ย.2563 ที่ห้องประชุมสิริคุณากร 3 ตึกอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ร่วมพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้ากระหม่อมแต่งตั้ง รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยหลังจากที่ผู้อำนวยการกองการบริหารงานกลาง อ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งอธิการบดีฯ รศ.นพ.ชาญชัย พร้อมภริยา ได้ถวายความเคารพพระบรมสาทิสลักษณ์ และ รศ.นพ.ชาญชัย ได้เปิดกรวยที่โต๊ะหมู่บูชา และคุกเข่าถวายบังคม จากนั้นได้กล่าวรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

เมื่อเสร็จพิธีตัวแทนผู้บริหารได้มอบดอกไม้แสดงความยินดีก่อนจะไปถ่ายรูปร่วมกับผู้บริหารและรับดอกไม้แสดงความยินดีจากแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน

โดย พระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง “รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล” เป็นอธิการบดี ม.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2563 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ระบุว่า ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายกิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย ให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ต่อไปอีกวาระหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 นั้น เนื่องจาก นายกิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย ครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 และในการประชุมสภามหาวิทยาลัยขอนแก่นลับ ครั้งที่ 11/2561 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 ได้มีมติเห็นชอบให้เสนอขอพระราชทาน โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายชาญชัย พานทองวิริยะกุล ให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น

แต่โดยที่ได้มีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติไม่เหมาะสมเนื่องจากเป็นผู้ถูกฟ้องคดี และกระบวนการสรรหาอธิการบดีที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ได้พิจารณาข้อร้องเรียนดังกล่าวแล้วเห็นว่า การดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจึงขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง แล้วบัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว ให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2563 ประกาศ ณ วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2563 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี

ข่าว/ภาพ จิติมา จันพรม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ขอนแก่น

ชื่นชมไกด์หนุ่ม จิตอาสาพายคายักเก็บขยะในทะเล อึ้ง! พบพลาสติกจำนวนมาก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชื่นชมไกด์หนุ่ม จิตอาสาพายคายักเก็บขยะในทะเล อึ้ง! พบพลาสติกจำนวนมาก

ชื่นชมไกด์หนุ่ม จิตอาสาพายคายักเก็บขยะในทะเล อึ้ง! พบพลาสติกจำนวนมาก22 มิถุนายน 2563 – 19:57 น.

ชื่นชมไกด์หนุ่ม จิตอาสาพายคายักเก็บขยะในทะเล หวังช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกในทะเล ป้องกันสัตว์ทะเลได้รับอันตราย อึ้ง! พบพลาสติกจำนวนมาก เก็บได้เฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 1 ตัน

ไกด์หนุ่มบนเกาะไหง จิตอาสาพายคายักเก็บขยะทะเล อึ้ง! พบขยะพลาสติกจากประเทศเพื่อนบ้าน ลอยมาติดทะเลเกาะไหง อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ จำนวนมาก ไกด์นำเที่ยวเกาะไหง เผยพบมากช่วงมรสุมทุกปี เก็บได้ปี ละไม่ต่ำกว่า 1 ตัน ส่วนใหญ่มาจากประเทศ มาเลเซีย

วันที่ 22 มิ.ย.63 ขยะพลาสติกจำนวนมากบนเรือคายัก เช่น ขวดน้ำดื่ม น้ำอัดลม กล่องนม ถุงพลาสติก และเศษอวน เป็นต้น ที่ผู้ใช้เฟสบุ๊ค “Sea Man Koh Ngai” เป็นไกด์นำเที่ยวของรีสอร์ทแห่งหนึ่งบนเกาะไหง ต.เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ได้โพสต์ในโลกออนไลน์ ขณะใช้เวลาว่าง นั่งเรือคายักตระเวนเก็บขยะในทะเลรอบๆ เกาะจำนวนมาก ไม่ต่ำกว่า 3 กระสอบ เฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 20 กิโลกรัม หวังช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกในทะเล ป้องกันสัตว์ทะเลได้รับอันตราย โดยนำขยะที่เก็บได้มาคัดแยก และรีไซเคิล ทำเป็นกระถางต้นไม้ ภายในรีสอร์ท

นายทวิช สุวรรณเปี่ยม พนักงาน Coco Cottage Resort บนเกาะไหง ซึ่งเป็นผู้ใช้เฟซบุคดังกล่าว เปิดเผยว่า ช่วงมรสุมทุกปี จะมีขยะพลาสติกจำนวนมากลอยกลางทะเล ห่างจากชายหาดเกาะไหงประมาณ 200 เมตร ซึ่งในช่วงที่ว่างงานไม่มีนักท่องเที่ยว ตนก็จะนั่งเรือคายักออกมาเก็บจนเต็มลำเรือ ก่อนนำกลับเข้าฝั่ง ส่วนใหญ่จะเป็น ขยะพลาสติก โฟม ขวดน้ำอัดลม กล่องนม เศษโฟม เชือก อวน เป็นต้น ซึ่งจะเก็บได้วันละไม่ต่ำกว่า 20 กก. หลังจากนั้นก็จะนำไปคัดแยก ให้พนักงานในรีสอร์ท ช่วยกันทำกระถางต้นไม้ โดยใช้ โฟมที่ลอยน้ำมาผสมกับขี้เลื่อย และปูนซีเมนต์ แต่ไม่ผสมหินทรายทำให้กระถางมีน้ำหนักเบา

นายทวิช กล่าวอีกว่า การเก็บขยะในทะเล ตนจะทำเป็นประจำ ติดต่อกันมานานกว่า 6 ปี แล้ว โดยเฉพาะช่วงที่มีมรสุมตะวันตกพัดเข้าชายฝั่ง จะมีขยะพลาสติกจำนวนมาก เก็บได้เฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 1 ตัน ซึ่งสังเกตจากผลิตภัณฑ์พลาสติกที่พบส่วนใหญ่ เช่น ขวดน้ำอัดลม กล่องนม จะมีแหล่งผลิตมาจากประเทศ เช่น มาเลเซีย เนื่องจากประเทศชายฝั่งอยู่ติดทะเลอันดามัน ซึ่งเกรงว่าถ้าปล่อยไว้ก็จะเป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเล เช่น ที่ผ่านมา มีเต่าทะเลติดซากอวนตาย และพะยูนกินพลาสติกตายมาแล้ว จึงต้องเร่งเก็บออกจากพื้นที่ เพื่อรักษาระบบนิเวศของท้องทะเล ซึ่งยังไม่รวมตามเกาะอื่นๆ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง คาดว่าคงจะมีขยะอีกจำนวนมาก จึงอยากฝากทุกคนที่พบให้ช่วยกันเก็บขยะเหล่านี้ออกไปจากทะเลกระบี่

ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ. กระบี่

เครือข่ายภาคประชาชนอีสาน เปิดลงชื่อขอความเป็นธรรมให้ หมอชาญชัย พร้อมทวง 3 ข้อเรียกร้อง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เครือข่ายภาคประชาชนอีสาน เปิดลงชื่อขอความเป็นธรรมให้ หมอชาญชัย พร้อมทวง 3 ข้อเรียกร้อง

เครือข่ายภาคประชาชนอีสาน เปิดลงชื่อขอความเป็นธรรมให้ หมอชาญชัย พร้อมทวง 3 ข้อเรียกร้อง22 มิถุนายน 2563 – 19:56 น.

เครือข่ายภาคประชาชนอีสานรวมการเฉพาะกิจ ออกมาเคลื่อนไหวทวงถาม 3 ข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข กรณีย้าย ผอ.รพ.ขอนแก่น พร้อมล่ารายชื่อเตรียมเข้าพบปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรียกร้องความยุติธรรมให้หมอชาญชัย

เครือข่ายประชาชนอีสานรวมการเฉพาะกิจ ซึ่งประกอบไปด้วยบุคลากรทางแพทย์ และ ภาคประชาชน นัดรวมบริเวณศาลหลักเมืองจังหวัดขอนแก่นเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และ ให้ประชาชนร่วมลงชื่อเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เร่งพิจารณาข้อเรียกของบุคลากรทางแพทย์โรงพยาบาลขอนแก่น หลังย้ายนายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ออกจากพื้นที่ และตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง กรณีถูกกล่าวหาเรียกรับเงินบริษัทยาร้อยละ 5 

แกนนำเครือข่ายประชาชนอีสานรวมการเฉพาะกิจ เปิดเผยว่า อยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเร่งพิจารณา 3 ข้อเรียกร้องเดิม คือ 1.เปลี่ยนแปลงคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงเพราะมีความใกล้ชิดกับรักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่นคนปัจจุบัน 2.ข้อกล่าวหานายแพทย์ชาญชัย ข่มขู่พยานหากสอบสวนแล้วไม่ปรากฏหลักฐานก็ต้องย้ายนายแพทย์ชาญชัย กลับมาดำรงตำแหน่งเดิม และ 3.แม้รักษาการณ์ผู้อำนวยโรงพยาบาลขอนแก่นจะแถลงขอถอนตัวออกจากตำแหน่งก่อนหน้านี้ แต่ยังทำหน้าที่ตามปกติ และ มีความพยายามปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานภายในทั้งเรื่องการเงิน และกฎหมาย 

แกนนำเครือข่ายประชาชนอีสานรวมการเฉพาะกิจ เปิดเผยต่อไปว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วทางกลุ่มได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อทวงถามข้อเรียกร้องโดยขอคำตอบภายในวันที่ 19 มิถุนายน 2563 จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ จึงได้มีการล่ารายชื่อเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับหมอชาญชัย ผอ.รพ.ขอนแก่น และเตรียมเดินทางเข้าพบปลัดกระทรวงสาธารณสุขในวันที่ 25 มิถุนายนนี้

นิติกรณ์ ฝางมาลา ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น

หนุ่มมึนโร่แจ้งความ หลังเจอทวงค่าโทรศัพท์7พันกว่า ทั้งที่ไม่ได้ใช้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

หนุ่มมึนโร่แจ้งความ หลังเจอทวงค่าโทรศัพท์7พันกว่า ทั้งที่ไม่ได้ใช้

หนุ่มมึนโร่แจ้งความ หลังเจอทวงค่าโทรศัพท์7พันกว่า ทั้งที่ไม่ได้ใช้22 มิถุนายน 2563 – 17:25 น.

หนุ่มมึนเจอทวงค่าใช้โทรศัพท์ 7 พันกว่าบาท ทั้งที่ไม่ได้เปิดเบอร์โทรศัพท์ โร่แจ้งตำรวจช่วยตรวจสอบ

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 22 มิ.ย. 2563  ที่สถานีตำรวจภูธรเสม็ด ร.ต.ท.อนุพงศ์ ดอกไม้ ร้อยเวร สถานีตำรวจภูธรเสม็ดรับแจ้งจาก นายศิรวิทย์ นามพระจันทร์ อายุ 32 ปี อยู่ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรีว่า ตนเองได้รับจดหมายบริษัท วิมลเลขา ลอว์เฟิร์ม คอลเลคชั่น จำกัด ฝ่ายกฎหมาย ให้ไปชำระหนี้การค้างค่าใช้บริการโทรศัพท์ของ บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด   

โดยหมายเลขที่ค้างจ่ายคือ 090-9706xxx เป็นจำนวนเงิน 7,017.79 บาท ทั้งที่ไม่ได้เปิดเบอร์ดังกล่าวใช้แต่อย่างใด อยู่ดีๆ ก็มีจดหมายมาทวงหนี้ จึงมาแจ้งความขอให้มีการตรวจสอบการใช้หมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว เกรงว่าจะมีผู้ใช้ชื่อในบัตรประชาชนไปจดทะเบียน ทำให้เกิดความเสียหายดังกล่าว

หลังจากนั้นนายศิรวิทย์ กล่าวว่า ตนเองเคยไปทำธุรกรรมเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน คาดว่าคงจะมีการสำเนาบัตรประชาชนแล้วนำไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์ และมีการนำไปใช้โดยตนเองไม่รู้เรื่อง จนกระทั่งมีจดหมายมาทวงหนี้สินจึงได้มาแจ้งความดังกล่าว อย่างไรก็ฝากเตือนผู้ที่จะนำบัตรประชาชนไปใช้ทำธุรกรรมต่างๆ ควรระบุให้ชัดเจนว่านำไปใช้เกี่ยวกับอะไร ไม่เช่นนั้นอาจจะได้รับความเดือดร้อนเหมือนกับตน

อำนาจ ลลิตลาวัณย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค ประจำจังหวัดชลบุรี

Risk outweighs respect #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Risk outweighs respect

Health & Beauty

Jul 05. 2020Sabrina Hopps works in housekeeping at a hospital in Washington, D.C. When her supervisor announced the room number of the first case of coronavirus at their medical facility, Hopps instantly recognized it as one she had scrubbed earlier in the day. MUST CREDIT: Washington Post photo by Jahi ChikwendiuSabrina Hopps works in housekeeping at a hospital in Washington, D.C. When her supervisor announced the room number of the first case of coronavirus at their medical facility, Hopps instantly recognized it as one she had scrubbed earlier in the day. MUST CREDIT: Washington Post photo by Jahi Chikwendiu

By The Washington Post · Justin Jouvenal · NATIONAL, BUSINESS, HEALTH 

WASHINGTON – When a Waldorf car dealership advertised discounts for medical workers battling the novel coronavirus, Latasha Currie hoped to eke out a hard-won benefit after months on the front lines.

The medical assistant, 31, didn’t tell the salesman how her 10-year-old cried for days after patients with covid-19, the disease caused by the coronavirus, began to roll into the District of Columbia clinic where she works. “She kept saying she didn’t want mommy to die,” Currie said.

She didn’t mention her employer told her there were only enough smocks for doctors and nurses during the early days of the pandemic. Yet Currie kept taking vitals and triaging patients, worried what an errant sneeze might spread across her clothes.

“I said, ‘Yeah, I’m a front-line worker,’ ” Currie recalled, asking the salesman about the discount. “He said, ‘What do you do?’ I said, ‘I’m a medical assistant.’ And he laughed at me. He said, ‘Are you really on the front lines?’ I took offense and walked out.”

Doctors and nurses have been saluted from front porches and rooftops for their efforts to contain the coronavirus, but more than 80 percent of essential workers who keep medical facilities running labor out of the spotlight like Currie, according to the Brookings Institution.

Housekeepers, cooks, phlebotomists, orderlies and others face many of the same risks as their higher-profile colleagues, but sometimes with less access to protective gear, pay that can fall below a living wage and only a modicum of recognition.

With a median wage of $13.58 an hour, some of the largely female and minority cadre of nearly 7 million across the country worry they are a serious case of covid-19 away from financial ruin.

“I’m risking my life every single day just like the doctors are,” said Currie, who triages patients and takes their temperatures. “I just don’t want people to think that because I’m not a nurse or not a doctor, I’m not essential.” 

– – –

Sabrina Hopps was stunned as a supervisor announced the room number of the first patient with covid-19 at the Bridgepoint Hospital in Southwest Washington during an April meeting. Hopps instantly recognized it as one she had scrubbed earlier in the day.

The housekeeper said she had been wearing protective gear, but to be sure she was free of any virus, she went home that night, measured a cup of bleach and dumped it in a warm bath.

Her mind has gone to all the frightening possibilities. There was her health. She had asthma and had recently started carrying an inhaler. What would happen if she came down with a disease that attacks the lungs?

There was also rent on her Washington apartment. Hopps, who makes $14.60 an hour, split it with two of her six adult children. They wouldn’t be able to afford it if she got sick and couldn’t work.

Her doctor recommended she get a coronavirus test. After eight agonizing days, she got the news she was negative.

The days on the job since have been an effort to block every route the virus could take into her body. Hopps follows the same ritual each time she cleans the room of a patient in isolation:

She pulls the gown workers have dubbed the “trash bag” over her uniform of gray cargo pants and blue shirt. She positions her N95 mask and slides a surgical mask over it. She pulls on a face shield. She sanitizes her hands before pulling on a first pair of gloves and then a second. She sanitizes the gloves. She pulls booties over her shoes.

Hopps said she begins to sweat almost immediately as she plunges into cleaning toilets and sinks, sanitizing surfaces and mopping the floor of patients’ rooms because the protective gear is suffocating. She repeats the tiring routine up to 12 times a day.

Still, Hopps said she is dedicated to her work because of the gravity of the pandemic. She said she speaks to patients to keep their spirits up. She said she’s even learned to read lips to communicate with those who are unable to utter words.

“I’m nervous, but I know this is my fight, so I’m going to continue until I can’t anymore,” Hopps said. “God put me at Bridgepoint.”

– – –

Lisa Brown, executive vice president of SEIU Local 1199 for the District and Maryland, said essential workers such as Currie and Hopps have faced a constellation of challenges during the pandemic. 

She said union workers in nursing homes and a handful in hospitals had been sickened or killed by the coronavirus, but she couldn’t provide exact numbers because SEIU is not always informed when workers fall ill. The union represents about 10,000 employees locally.

Other figures point to a daunting threat for health-care workers on the job. The Centers for Disease Control and Prevention reports nearly 79,000 health-care workers have contracted the coronavirus and more than 420 have died since the outbreak began. An earlier CDC report said a majority of medical workers who were sickened thought they were exposed at work.

Brown said in the early days of the pandemic, there was a tiered system for distributing protective gear that left many employees who aren’t nurses or doctors without proper masks, smocks and other essentials. 

She said most receive basic gear now, but there are still problems. At one Washington-area medical facility, she said, workers are sharing smocks from shift to shift. Other workers are forced to buy their own equipment if employers don’t provide it.

Most workers have health insurance but must use their sick leave and vacation if they contract the virus at work, Brown said. Some have been forced to pay for taxis to get to work because cutbacks to public transit have made commuting slow and difficult.

Brown said few low-level medical workers in the D.C. area have received hazard pay, which has helped workers in other industries weather the unprecedented crisis. It’s something the union has been pushing for.

“Every one of our hospitals received millions of dollars from the Cares Act, but they chose not to spend it to give extra pay or money to the workers,” Brown said, referring to the coronavirus relief package signed by President Trump in March.

The Heroes Act passed by the House of Representatives in May would provide extra pay, but it faces uncertain prospects in the Senate. Essential workers would receive up to $13 an hour in premium pay on top of their regular salary or $25,000 through the end of 2020.

– – –

One of Currie’s greatest fears is bringing the virus home.

Her 10-year-old daughter suffers from severe asthma, while her 6-year-old daughter is so scared of the coronavirus she has balked at coming into their Charles County home with Currie at times. A steady stream of coronavirus news has left them on edge.

“She keeps saying, ‘Mommy got the coronavirus,’ ” Currie said of the 6-year-old. “It takes a toll on them.”

Each day, Currie drops them off at her mom’s house before heading to work. But she doesn’t pick them up at night – at least not immediately. She heads home first, stripping off her clothes on the front porch. She takes a shower and sprays her shoes and car with Lysol.

Only then does she pick up the kids. 

Brown said many medical workers are single women, heading up households like Currie, while others live with extended family so they can pool resources to pay rent or make mortgage payments. 

That poses major challenges for essential medical workers who have to be on the job whether day cares are open or not and may come home to crowded houses where the virus could spread rapidly.

Some workers potentially exposed to the virus have had to turn to GoFundMe to raise money for hotel rooms or donations of accommodations by Airbnb to quarantine themselves away from family members, Brown said.

Those type of sacrifices are why Robyn Jones, a food and nutrition worker at a D.C. hospital, bristles at the celebrations of front-line workers often featured on TV broadcasts. She says doctors and nurses should be thanked for their work, but so should others. 

She rarely hears anyone offer a word about the janitors, security guards or food workers such as herself.

“Since this pandemic came, yes, we are even more invisible in the hospital,” Jones said.

India’s first covid-19 vaccine races to meet mid-August target #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

India’s first covid-19 vaccine races to meet mid-August target

Health & Beauty

Jul 05. 2020File photo: People in India wear masks.File photo: People in India wear masks.

By Syndication Washington Post, Bloomberg · Bhuma Shrivastava, Bibhudatta Pradhan, Nikhil Patwardhan · BUSINESS, WORLD, HEALTH, ASIA-PACIFIC · 

India has set an ambitious timeline for its first potential coronavirus vaccine — from human trials to general use in six weeks.

Bharat Biotech International Ltd., an unlisted Indian vaccine maker, received regulatory approval to start human clinical trials for its experimental shot earlier this week and it already has India’s apex medical research body expediting the process.

The under-development vaccine is “envisaged” to be rolled out “for public health use by Aug. 15 after completion of all clinical trials,” Indian Council of Medical Research, or ICMR, said in a July 2 letter to clinical trial sites, which was seen by Bloomberg News. It “is one of the top priority projects which is being monitored at the topmost level of the government.”

There’s been no evidence yet that Bharat Biotech’s vaccine is safe for use on humans, not to mention effective. The envisioned timeline is markedly shorter than other front-runner vaccine efforts from American and Chinese drugmakers, most of which started human clinical trials months ago and are now entering the last of three stages of testing.

The bid underscores India’s urgent need for a way to halt the coronavirus, which has sickened more than 640,000 people and killed over 18,600 in the Asian nation — the world’s fourth-largest outbreak. In its letter, ICMR urged the trial sites to enroll volunteers by July 7.

The speediness has alarmed some in the medical fraternity. “Such an accelerated development pathway has not been done EVER for any kind of vaccine, even the ones being tried out in other countries,” Anant Bhan, a medical researcher at India’s Manipal University, said in a Twitter post. “Even with accelerated timelines, this seems rushed and hence, with potential risks.”

After abandoning a costly lockdown that caused tremendous economic suffering without slowing the virus’s spread, Prime Minister Narendra Modi’s government is anxious to project control over the outbreak.

The Aug. 15 deadline for Bharat Biotech’s vaccine may reflect that political pressure: that’s the day India celebrates independence from the British, marked by a nationwide address by Modi.

The letter to investigators of clinical trial sites was meant to cut unnecessary red tape, without bypassing any necessary process, and to speed up recruitment of participants, the ICMR said in a statement on Saturday.

“ICMR’s process is exactly in accordance with the globally accepted norms to fast-track the vaccine development for diseases of pandemic potential wherein human and animal trials can continue in parallel,” according to the statement. “Our trials will be done following the best practices and rigour, and will be reviewed, as required.”

Bharat Biotech plans to enroll 375 people in the first phase of clinical trials and 750 people in the second phase, an ICMR spokesperson said. Whether the vaccine will be approved for general use depends on the outcomes of those trials, he said. A spokeswoman for Bharat Biotech declined to comment on the Aug. 15 timeline in ICMR’s letter.

“They can’t do that,” said Jayaprakash Muliyil, chairman of the Scientific Advisory Committee in National Institute of Epidemiology, referring to the targeted timeline of the vaccine launch. Developing a vaccine is a complicated procedure that involves proving its effectiveness and safety, he said.

While Bharat Biotech’s timeline is ambitious compared to other efforts, India’s mature medical manufacturing sector and its large population, from which human trial volunteers can be easily found, are factors that could help accelerate the usual vaccine development process.

The trial will start “most probably” by Monday, said C. Prabhakar Reddy, a professor in Hyderabad’s Nizam’s Institute of Medical Sciences — one of the trial sites that received ICMR’s letter. “We are all working day and night to meet the deadline but still it will be neck to neck race,” he said, adding that he doesn’t anticipate any shortage of volunteers “in the current scenario.”

A vaccine ready for public use will allow the safe reopening of schools, offices and factories to revive India’s economy, which is hurtling toward its first contraction in more than four decades. It will also tie in with self-reliance — a motto Modi has repeated often in recent weeks.

Developing nations are eager to pare their dependence on other nations and foreign drugmakers in securing vaccines. Called Covaxin, the “inactivated vaccine” candidate has demonstrated safety and immune response in preclinical studies, Bharat Biotech said in a June 29 statement that cited the firm’s “track record in developing vero cell culture platform technologies.”

It has developed vaccines against polio, rotavirus, Japanese encephalitis and Zika, according to the statement.

Bharat Biotech “is working expeditiously to meet the target, however, final outcome will depend on the cooperation of all the clinical trial sites involved in the project,” the ICMR letter said.