JIM THOMPSON X VVON SUGUNNASIL ความลงตัวของดีไซน์ใหม่ที่เรียบง่าย แต่เย้ายวน เหนือกาลเวลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/677083

วันที่ 02 มี.ค. 2565 เวลา 13:55 น.JIM THOMPSON X VVON SUGUNNASIL ความลงตัวของดีไซน์ใหม่ที่เรียบง่าย แต่เย้ายวน เหนือกาลเวลา

ครั้งแรกของความร่วมมือสุดเอ็กซ์คลูซีฟ JIM THOMPSON X VVON SUGUNNASIL เผยโฉมคอลเลคชั่นเสื้อผ้าใหม่ล่าสุด ที่ผสานความต่างของทั้งสองแบรนด์เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

เพิ่มความสนุกสนานให้กับการแต่งตัวได้อย่างไร้ขีดจำกัดในทุกๆ วัน JIM THOMPSON X VVON SUGUNNASIL เผยโฉมคอลเลคชั่นเสื้อผ้าใหม่ ที่ผสานความต่างของทั้งสองแบรนด์เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว พร้อมพาเหล่าผู้หลงใหลแฟชั่นออกเดินทางไปสัมผัสกับเรื่องราวและแรงบันดาลใจจากความงดงามของผ้าไหม JIM THOMPSON แบรนด์ไลฟ์สไตล์สุดไอคอนิกระดับโลก ซึ่งได้ ถูกนำมาตีความใหม่ผ่านมุมมองของ วร-ทัตวร สุกัณศีล ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ VVON SUGUNNASIL แบรนด์ Tailor และ Ready to Wear ชั้นนำของเมืองไทยที่ให้ความสำคัญกับดีเทล คุณภาพและแพทเทิร์น จนเป็นที่รู้จักและนิยมอย่างมากในขณะนี้

จุดเด่นของคอลเลคชั่นนี้อยู่ที่การนำผ้าไหมมาเป็นวัสดุหลักในการรังสรรค์ พร้อมแฝงด้วยกลิ่นอายของเสื้อผ้าสไตล์ของ JIM THOMPSON ผนวกกับโครงชุดอันเป็นซิกเนเจอร์ของ VVON SUGUNNASIL อย่าง เชิ้ตเดรส และโอเวอร์ไซส์เชิ้ต มาเป็นซิลูเอทหลักของการออกแบบ อีกทั้งยังเสริมลูกเล่นให้กับคอลเลคชั่นด้วยดีไซน์แบบมินิมอลของเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้แบบยูนิเซ็กซ์ ที่จะช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้กับการแต่งตัวได้อย่างไร้ขีดจำกัดในทุกๆ วัน

ด้วยเทคนิคการตัดเย็บที่พิถีพิถันในทุกองค์ประกอบ คือสิ่งที่ทำให้ผลงานการออกแบบในครั้งนี้ เต็มไปด้วยความพิเศษ ไม่เหมือนใคร โดยในคอลเลคชั่นนี้มีการเลือกใช้ โทนสีที่ต่างไปจากเดิมคือ Natural Tone อย่างสีขาว สีดำ และสีเบจ มาเป็นโทนสีหลัก ซึ่งเป็นการนำเอาโทนสีอันเรียบง่ายของ VVON SUGUNNASIL มาเติมเต็มให้กับคอลเลคชั่น แห่งความร่วมมือนี้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

สิ่งหนึ่งที่ยังคงชัดเจนและถ่ายทอดผ่านผลงานการออกแบบคือความเรียบง่าย หากแต่เคร่งขรึม และเปี่ยมไปด้วยรายละเอียด ที่ Modern และ Sophisticated ซึ่งเป็นตัวบอกเล่าเรื่องราวและแรงบันดาลใจของเบื้องหลังคอลเลคชั่น ที่ต้องการนำเสนอความเย้ายวน อ่อนหวาน และความสง่างามเหนือกาลเวลาของผ้าไหม ที่ผสมผสานและสะท้อนตัวตนของทั้งสองแบรนด์ออกมาได้เฉียบคม โดยคอลเลคชั่นนี้มีไอเทมส์ชิ้นเด่น ได้แก่ SHEATH MAXI DRESS BLACK และ OVERSIZE MAXI SHIRT DRESS ที่ได้นำผ้าไหมมาอยู่ในรูปแบบที่เรียบง่ายและทันสมัย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลคชั่นนี้

ร่วมสัมผัสความต่างอย่างลงตัวของคอลเลคชั่น JIM THOMPSON X VVON SUGUNNASIL ได้แล้ววันนี้ที่ JIM THOMPSON สาขาสุรวงศ์ และสาขาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น สยามพารากอน เซ็นทรัลเอ็มบาสซี เอ็มโพเรียม และ เซ็นทรัล ฟลอเรสต้า ภูเก็ต หรือบนช่องทางออนไลน์ www.jimthompson.com นอกจากนี้ ยังสามารถแวะชมสินค้าหรือซื้อได้ที่ร้าน VVON SUGUNNASIL ซอยสมคิด โทร 083-896-8959

#JimThompsonxVvonSugunnasil

#JimThompson

#JTandme

เติมความสดใสในฤดูใบไม้ผลิกับ Fossil SPRING 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/677043

วันที่ 02 มี.ค. 2565 เวลา 09:20 น.เติมความสดใสในฤดูใบไม้ผลิกับ Fossil SPRING 2022

Fossil ชวนอัปเดตสไตล์ของคุณในฤดูใบไม้ผลิ ด้วยเฉดสีเขียวที่สร้างความโดดเด่น สดใส ร่าเริง พร้อมสานต่อแนวคิด Pro-Planet Eco-Leather เครื่องหนังรุ่นใหม่ Vegan Cactus กระเป๋าหนังทำจากกระบองเพชร

SPRING 2022

คอลเลกชั่นนี้ยังคงไว้ซึ่งความสนุกสนาน และอัปเดตสไตล์ของคุณในฤดูใบไม้ผลิ ด้วยเฉดสีเขียวอันแสดงถึงอากาศบริสุทธิ์ และสดใส เราได้ปรับปรุงนาฬิกาคลาสสิกบางส่วนของเรา อย่างรุ่น Carlie และ Machine โดยออกแบบหน้าปัดที่ผสมผสานสีสันของสปริง สำหรับนาฬิกาสายหนังซีซั่นนี้ออกแบบเน้นความสดใส ความสุข และการมองโลกในแง่ดี ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ให้คุณเริ่มวันอย่างมีชีวิตชีวา

WATCH

นาฬิกาคอลเลกชั่นสปริงนี้มีไอคอนที่อัปเดตซึ่งจะพาคุณสนุกสนานไปตลอดฤดูกาลด้วยหน้าปัดและสีที่ปรับปรุงใหม่ให้เหมาะกับการแต่งตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิอย่างเฉดสีเขียวที่สร้างความโดดเด่น สดใส ร่าเริง

Carlie Sport ใหม่มีรูปลักษณ์ร่วมสมัยผสมผสานกับการออกแบบที่คลาสสิกและสง่างาม ในขณะที่ยังคงคุณสมบัติที่ทำให้ Carlie เป็นที่นิยม อย่างสายนาฬิกา H-link และส่วนเชื่อมต่อ T-bar หน้าปัดที่ปรับปรุงใหม่มีขนาดพอดีกับข้อมือคุณสุภาพสตรี ผสมกับตัวเลขอารบิก มาร์กเกอร์บอกเวลาที่มีสไตล์ และรูปแบบหน้าปัดซิกเนเจอร์ F-Grid ของ Fossil ให้ระดับของพื้นผิวที่มีมิติแปลกตา

Machine เปิดตัวครั้งแรกในปี 2008 รุ่นนี้ถือเป็นบทกวีของฟอซซิลที่แสดงถึงอุตสาหกรรมของการผลิตและหัตถศิลป์ ไอคอน ฟอซซิลมีรายละเอียดการออกแบบของเครื่องจักร อย่างเช่น รูปทรงตัวเรือน เม็ดมะยมหัวสกรู พื้นผิววงแหวนด้านบนที่เป็นสัญลักษณ์ และหน้าปัดที่มีกลไกบอกวันที่แบบ 3 เข็ม

LEATHER

เพื่อสานต่อแนวคิด Pro-Planet Eco-Leather ในปีนี้ฟอซซิลนำเสนอเครื่องหนังรุ่นใหม่ Jacqueline Satchel และ Kier Tote ที่ผลิตจากหนัง Vegan Cactus กระเป๋าหนังทำจากกระบองเพชร ถูกผลิตขึ้นด้วยความยั่งยืนในระดับแนวหน้าของการออกแบบ เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วใบกระบองเพชรจะถูกตากแดดเป็นเวลา 3 ถึง 6 วัน เทคนิคนี้ช่วยให้เราประหยัดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ลำต้นของกระบองเพชรแต่ละต้นยังคงสภาพเดิมเพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวซ้ำได้หลังจากที่ใบงอกใหม่แล้ว ซึ่งใช้เวลา 6 ถึง 8 เดือน กระบวนการผลิตหนังกระบองเพชรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยให้เราทิ้งรอยเท้าที่เล็กลงและปราศจากสารกำจัดวัชพืช ยาฆ่าแมลง และการชลประทาน เรามุ่งมั่นที่จะออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้คุณสร้างสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณ

Jacqueline Satchel รายละเอียดการออกแบบด้วยหางซิปที่เป็นเอกลักษณ์ ปลายซิปไม่ได้ติดอยู่กับตัวกระเป๋า ช่วยให้เปิดกระเป๋าได้มากขึ้นเพื่อค้นหาสิ่งของต่างๆได้ง่ายขึ้น

Kier Tote รุ่นที่ขายดีที่สุด ทำจากวัสดุใบแคคตัสที่ปลูกแบบออร์แกนิกและมีสายรัดปรับระดับได้ พร้อมตัวปิดสแน็ปอินภายใน และกระเป๋าซิปแบบถอดได้ ช่วยเสริมลุคสุดโปรดของคุณในฤดูใบไม้ผลินี้

Fossil (ฟอซซิล) ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 โดย Tom Kartsotis ใน Dallas, Texas, USA จากเด็กหนุ่มวันยี่สิบที่ดำเนินธุรกิจนายหน้าขายตั๋วในเมืองดัลลัส ผู้มองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากการนำเข้าสินค้าแฟชั่นจากฐานการผลิตในประเทศฝั่งตะวันออก สู่ผู้สร้างแบรนด์ยักษ์ใหญ่ของโลก โดยผลิตภัณฑ์หลักของพวกเขาคือนาฬิกาแฟชั่นที่มีรูปลักษณ์ย้อนยุค และ การสื่อถึงความมั่นใจ ความสนุกสนาน ในแบบอเมริกันชน อันเป็นเสน่ห์ของแบรนด์จนทุกวันนี้

คอลเลกชั่นนาฬิกาของ Fossil มีรายละเอียดเรียบง่ายและมีการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโฆษณานิตยสารชั้นนำอย่าง Look, Life, และ Time ในช่วงทศวรรษที่ 1930, 1940 และ 1950 ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจของคนรุ่นปัจจุบันได้เสมอ จนถึงปัจจุบันนาฬิกา Fossil จะยังคงเป็นที่ต้องการมากที่สุดในหมู่คนรุ่นใหม่และเริ่มกลายเป็นแฟชั่นไอคอน นาฬิกาเรือนนี้มีรูปลักษณ์เหมือนนาฬิการะดับพรีเมี่ยม แต่ราคาไม่แพงมากจนคุณไม่ต้องสละทุกสิ่งเพื่อเป็นเจ้าของนาฬิกาเรือนนี้ กลุ่มลูกค้าจึงมีตั้งแต่เด็กอายุ 20 ถึงหนุ่มสาวภูมิฐานวัย 40 กว่าที่ชื่นชอบสินค้าแฟชั่นแบบ Modern Vintage ในราคาที่จับต้องได้

ในช่วงปี 1990 Fossil เข้าสู่ตลาดต่างประเทศและเพิ่มสายผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงสินค้าเครื่องหนังและแว่นกันแดด ในปี 2001 Fossil เริ่มร่วมธุรกิจกับแบรนด์นาฬิกาแฟชั่นชั้นนำต่างๆ ปัจจุบันมีแบรนด์มากกว่า 15 แบรนด์ภายใต้ Fossil Group มีร้านมากกว่า 400 ร้านใน 20 กว่าประเทศ ในปี 2019 Fossil ได้เข้าสู่ตลาดประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจในเครือเซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป และ ในปีนี้ได้เปิด Fossil Boutique แห่งแรกในประเทศไทย ที่โซนอีเดน ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด

ร้าน Fossil Boutique ถูกตกแต่งเพื่อแสดงออกถึงความเป็น American Vintage อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ลูกค้าสามารถเลือกซื๊อสินค้าได้มากมาย พร้อมบริการ Custom Service ที่สามารถบ่งบอกสไตล์และตัวตนของคุณผ่านการ Emboss and Engraving ลงบนสินค้าต่างๆของ Fossil ไม่ว่าจะเป็นต้วอักษรหรือรูป emoji เพื่อเพิ่มคุณค่าทางใจให้กับของขวัญชิ้นพิเศษ

ช้อปสินค้า Fossil รุ่นต่างๆ ได้ที่ FOSSIL BOUTIQUE ชั้น 2 ศูนย์การค้า CentralwOrld หรือรับข่าวสารและโปรโมชั่นเพิ่มเติมที่ …

Facebook: https://www.facebook.com/fossil.thailand/

LINE Official: https://bit.ly/LineFossilTH

Shop Online: https://bit.ly/FossilTH

#FossilThailand

#FossilStyle

#FossilBoutiqueTH

ย้อนวันวานกับบุฟเฟ่ต์ ‘งานวัด’ ที่ พระยา คิทเช่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677056

วันที่ 02 มี.ค. 2565 เวลา 10:25 น.ย้อนวันวานกับบุฟเฟ่ต์ 'งานวัด' ที่ พระยา คิทเช่น

ห้องอาหารพระยา คิทเช่น ชวนย้อนวันวานบรรยากาศความรื่นเริงในงานวัด ผ่านความทรงจำของเหล่าเชฟมากฝีมือในรูปแบบบุฟเฟ่ต์อาหารไทย ตลอดเดือนมีนาคม และเมษายนนี้

พระยา คิทเช่น ห้องอาหารไทยในโรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ชวนสัมผัสมนต์ขลังของอาหารงานวัด หวนคืนความทรงจำในวัยเด็กไปกับอาหารไทยในธีมงานวัด ชิม ชิล ไปกับอาหารคาวหวานชื่อคุ้นหู แต่อาจลางเลือนไปจากความทรงจำ

อาทิ ยำข้าวทอดแหนมสด ไหลบัวผัดกะปิกุ้งสด ก๋วยเตี๋ยวต้มยำไข่ราชบุรี ไข่ปลาหมึกทอด กุ้งย่างพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด อีกทั้ง เมี่ยงคำตับห่าน บาร์บีคิวหมาล่าเสียบไม้ย่างเตาถ่าน เค้กชาไทย และรับเมนูพิเศษ ล็อบสเตอร์ย่างซอสยำมะม่วงตะไคร้ ท่านละ 1 ที่

นอกจากกลิ่นอายของอดีตแล้ว กลิ่นหอมของอาหารที่เชฟปรุงบนครัวเปิดจะทำให้ใครหลายคนยั้งใจไม่อยู่  ซีฟู้ดวอลล์ ซิกเนเจอร์ของทางร้านพร้อมอวดโฉมอาหารทะเลสดหลากหลายชนิด อาทิเช่น กุ้งแม่น้ำ กั้งกระดาน ปูม้า หอยแมลงภู่ หรือหอยหลอดให้คุณได้เลือกไปให้เชฟปรุงไม่ว่าจะเป็นผัดสมุนไพร ผัดกระเทียมกล่อม หรือเผาร้อนๆจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บได้ตามใจแบบไม่อั้น สำหรับสายเนื้อฟินไปกับเนื้อนำเข้าหลากหลายชนิดรวมถึงแกะ หมู และเนื้อไก่จากตู้แช่เนื้อที่เลือกไปให้เชฟย่างได้ตามใจชอบ

สัมผัสอาหารธีมงานวัดในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ได้ที่ห้องอาหารพระยา คิทเช่น โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ทุกมื้อค่ำวันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ และมื้อกลางวัน วันเสาร์ และวันอาทิตย์ ตลอดเดือนมีนาคม และเมษายน ในราคาเพียง 1,688++ บาท ต่อท่าน เด็กอายุ 1-3 ขวบ รับประทานฟรี และ เด็กอายุ 4-12 ปีรับส่วนลด 50%

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งโดยตรงบนเว็บไซต์ https://bit.ly/34fe6bO ไลน์แอด @marriottsurawongse หรือโทร. 02 088 5666

How to ฟื้นฟูผิวสวยให้คุณแม่หลังคลอด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/677050

วันที่ 02 มี.ค. 2565 เวลา 10:10 น.How to ฟื้นฟูผิวสวยให้คุณแม่หลังคลอด

‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะนำวิธีฟื้นฟูผิวสวยอย่างมีสุขภาพดีสำหรับคุณแม่หลังคลอด

“ระยะหลังคลอด” แน่นอนว่าย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายจากการตั้งครรภ์หลายอย่าง สร้างความกังวลใจให้คุณแม่หลังคลอดจนขาดความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นอาการผิวแห้งขาดน้ำ ผิวหมองคล้ำไม่สดใส ผิวแตกลาย รวมถึงผิวหย่อนคล้อย การดูแลผิวหลังคลอดอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณแม่หลังคลอดกลับมามีผิวสวยสุขภาพดีได้อีกครั้ง แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) พร้อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง มาแนะนำ “วิธีฟื้นฟูผิวสวยอย่างสุขภาพดีสำหรับคุณแม่หลังคลอด” กับผลิตภัณฑ์ Body Butter, Hydrating Emulsion และ Revitalising Face Mask โดยมีเซเลบริตี้สาวคุณแม่มือใหม่มาร่วมเผยวิธีการดูแลสุขภาพผิวตามแบบฉบับตนเอง

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะนำวิธีฟื้นฟูผิวสวย คืนผิวใส สำหรับคุณแม่หลังคลอด ดังนี้ 

ระหว่างการตั้งครรภ์ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนที่สูงขึ้น ส่งผลให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ และหลังจากการคลอดลูก ระดับฮอร์โมนดังกล่าวก็จะลดลงอย่างรวดเร็วและกลับเข้าสู่สภาวะปกติ การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของฮอร์โมนนี้เป็นสาเหตุให้คุณแม่ประสบกับปัญหาผิวจนทำให้เกิดความไม่มั่นใจ โดยปัญหาผิวที่มักพบได้บ่อยหลังการคลอดลูก คือ

· ผิวหมองคล้ำ พบได้ในหลายส่วนของร่างกาย เช่น บริเวณข้อพับต่างๆ อย่างรักแร้ ขาหนีบ คอ เส้นกลางหน้าท้อง ลานหัวนม ต้นขา นอกจากนี้ยังพบกระ ฝ้า และจุดดำตามใบหน้า รวมถึงความหมองคล้ำใต้ดวงตา ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศในช่วงตั้งครรภ์ที่ไปกระตุ้นเม็ดสีผิว (เมลานิน) ให้เข้มขึ้นกว่าเดิม แม้หลังจากคลอดลูกไปแล้ว สีผิวที่หมองคล้ำจะยังคงอยู่ และจะจางลงตามธรรมชาติอย่างน้อย 3-6 เดือน

· ผิวแห้งขาดน้ำ หลังคลอดประมาณ 2 สัปดาห์ คุณแม่อาจต้องเผชิญสภาวะผิวขาดน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากร่างกายจะมีการขับเอาน้ำที่สะสมในระหว่างตั้งครรภ์ออกไป ทำให้อาการบวมน้ำลดลง วิธีสังเกตเบื้องต้นของอาการผิวขาดน้ำ คือ ผิวแห้ง ปากแห้งลอกเป็นขุย กลืนน้ำลายแล้วเหนียวคอ ผมขาดหลุดร่วงง่าย น้ำนมออกน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

· ผิวแตกลาย ช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จะมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทุกเดือน ผิวหนังจะเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็วตามขนาดของทารกในครรภ์ จึงทำให้เกิดผิวแตกลายตามมา ไม่ว่าจะเป็นบริเวณท้องน้อย เต้านม หรือต้นขา ซึ่งปัญหาผิวแตกลายมักจะเกิดในช่วงอายุครรภ์ 6-7 เดือนไปจนถึงหลังคลอด

· ผิวหย่อนคล้อย ช่วงหลังคลอดคุณแม่จะมีภาวะหย่อนคล้อยตามส่วนต่างๆ เช่น หน้าท้อง ต้นขา ต้นแขน เกิดจากน้ำหนักที่ลดลงอย่างรวดเร็วหลังการคลอด ผิวจึงสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินไป ทำให้ผิวขาดความกระชับ หากเป็นคนที่มีสภาพผิวหย่อนคล้อยอยู่แล้ว หลังคลอดอาจก่อให้เกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้มากกว่าเดิม

· ผื่นแพ้หลังคลอด สภาวะหลังการคลอดจะเกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมน ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ระดับของฮอร์โมนที่น้อยลงส่งผลให้ผิวหนังแห้ง เกิดการระคายเคืองได้ง่ายเมื่อสัมผัสโดนสิ่งต่างๆ

ปัญหาผิวดังกล่าวข้างต้นจะค่อยๆ หายไป และดีขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งแต่ละบุคคลก็อาจใช้เวลาไม่เท่ากัน สามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้ตามปกติ แต่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีความอ่อนโยนต่อผิว มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการมอบความชุ่มชื้นได้อย่างยาวนาน อ่อนโยนต่อผิวบอบบางหรือผิวแพ้ง่าย โดยไม่ทิ้งความมันส่วนเกินและไม่อุดตันรูขุมขน รวมถึงผลิตภัณฑ์กลุ่มลดเรือนริ้วรอยและฟื้นฟูสภาพผิวควบคู่กันได้ นอกจากนี้การสครับผิวอย่างสม่ำเสมอช่วยกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวที่หมองคล้ำจางลง และควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดแรงๆ หรือหากมีความจำเป็นที่ต้องออกไปข้างนอกก็สามารถทาครีมกันแดดได้ โดยเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF อยู่ระหว่าง 30-50 และมีค่า PA ที่เหมาะสม

นอกจากการบำรุงผิวจากภายนอกแล้ว สิ่งสำคัญอีกสิ่งคือควรดูแลตัวเองจากภายในควบคู่ไปด้วย เช่น ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อวัน สามารถคำนวณได้จากน้ำหนักตัว (ก.ก.) x 33 =…ซีซี (1,000 ซีซี = 1 ลิตร, 1 ลิตร = 4 แก้ว) เพื่อทดแทนน้ำในร่างกายที่สูญเสียไป เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เช่น ปลาทะเล ผักใบเขียว ธัญพืช ผลไม้ตระกูลเบอรี่ และอย่าลืมหาเวลานอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเอง ไม่ควรนอนดึก หากเป็นไปได้ควรเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม เนื่องจากในช่วง 4 ทุ่มถึงตี 2 ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมาซ่อมแซมผิวพรรณขณะหลับ”

ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผิวตามแบบฉบับตนเอง เริ่มที่คุณแม่ป้ายแดง ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ เผยว่า “ปกติเราเป็นคนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพผิว รวมถึงพิถีพิถันในการเลือกรับประทานอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบเรื่องผิวพรรณหรือการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายระหว่างการตั้งครรภ์มากนัก ในช่วงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ก็จะมีสภาวะผิวแห้งขาดน้ำและปัญหารอยแตกลายบริเวณท้องน้อย แต่เราเตรียมพร้อมรับมือด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นและคืนความเรียบเนียนให้กับผิวอย่างบอดี้ บัตเตอร์ เป็นประจำ และมาส์กหน้าสัปดาห์ละครั้งด้วย รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก เพื่อคืนความกระจ่างใสสู่ผิวค่ะ”

ถัดมาที่คุณแม่ลูกแฝด วรนันท์ จันทรัศมี เล่าว่า “ตั้งแต่ตั้งครรภ์ลูกแฝดเห็นได้ชัดเลยว่าผิวพรรณเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก ถึงแม้ว่าเราจะทาครีมบำรุงผิวเป็นอย่างดีแต่ผิวก็ยังแตกลาย ส่วนช่วงหลังคลอดก็ยังประสบปัญหาผิวหย่อนคล้อยอีกด้วย ยิ่งช่วงที่ต้องให้นมลูกๆ จะรู้สึกเลยว่าผิวแห้งมาก ทั้งที่จากเราเป็นคนผิวค่อนข้างมัน สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ คือ เราจะเน้นเรื่องการฟื้นบำรุงผิว โดยเราเลือกใช้ บอดี้ บัตเตอร์ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวกาย และยังช่วยให้ผิวเราเรียบเนียนกระชับขึ้น ส่วนผิวหน้าเราก็จะบำรุงด้วย ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น และ รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก เพื่อเติมความชุ่มชื้นและคืนความกระจ่างใสให้กับผิวค่ะ”

ปิดท้ายที่คุณแม่คนเก่ง ดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล กล่าวว่า “เราโชคดีที่ตอนท้องไม่ได้แพ้ท้อง ไม่มีสิว ไม่มีรอยแตกลาย ไม่มีฝ้ากระให้คอยกังวลใจ แต่จะมีเพียงอาการผิวแห้งขาดน้ำและระคายเคืองได้ง่ายกว่าปกติ สำหรับการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เราจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคือง สำหรับผิวกายเราจะใช้ บอดี้ บัตเตอร์ ด้วยเป็นประจำ เพื่อเติมความชุ่มชื้นและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว ป้องกันผิวจากการเกิดรอยแตกลาย ส่วนผิวหน้าก็จะบำรุงด้วย ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น เป็นประจำ ยิ่งช่วงนี้ลูกสาวเริ่มโตแล้ว ทำให้เรามีเวลาออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ เพื่อรูปร่างที่กระชับได้สัดส่วนสวยงามค่ะ”

ความผิดปกติของหมอนรองกระดูก ความเจ็บปวดที่หลายคนเข้าใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/677041

วันที่ 02 มี.ค. 2565 เวลา 08:55 น.ความผิดปกติของหมอนรองกระดูก ความเจ็บปวดที่หลายคนเข้าใจ

จะลุกก็โอย จะนั่งก็โอย อาการจากความผิดปกติของหมอนรองกระดูก ความเจ็บปวดที่อาจมีสัญญาณเตือนให้รู้ตัวก่อน หรือมาได้แบบไม่ทันตั้งตัว!!

เชื่อว่าปัญหาสุขภาพไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนที่เรารักอย่างแน่นอน แต่ปัญหาสุขภาพบางอย่างก็อาจเกิดขึ้นได้แม้เสี้ยววินาที อย่างอาการของ “หมอนรองกระดูกอักเสบ” หรืออาจโชคร้ายกว่านั้นคือ “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท”

กระดูกสันหลังของมนุษย์ที่อยู่ในแนวกึ่งกลางทางด้านหลังของลำตัว มีลักษณะเป็นข้อๆ ตั้งแต่ลำคอจนถึงด้านหลังของทวารหนัก ระหว่างกระดูกแต่ละข้อจะมีหมอนรองกระดูกสันหลัง (Intervertebral disc) คั่นอยู่ในแต่ละข้อ ลักษณะเป็นรูปทรงสั้นๆ มีความสูงประมาณ 1 ใน 4 ของความยาวของข้อกระดูกสันหลัง หรือประมาณ 6-8 มม. โดยทำหน้าที่รับแรงเมื่อร่างกายเคลื่อนไหวและปกป้องไขสันหลัง

โรคหมอนรองกระดูกสันหลังที่พบบ่อย

หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม

โรคหมอนรองกระดูกสันหลังที่พบบ่อยในปัจจุบัน คือ ภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม ความเสื่อมที่เราทราบกันมักจะเกิดจากอายุที่มากขึ้น เกิดจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน แต่ในปัจจุบันโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม สามารถพบได้ตั้งแต่อายุ 25-50 ปี โดยภาวะนี้เกิดจากตัวหมอนรองเกิดภาวะที่แห้งลง เสียความยืดหยุ่น สาเหตุการเกิดที่พบได้บ่อย ได้แก่ การนั่งทำงานนานๆ การขับรถนานๆ การทำงานที่ต้องยกของบ่อยๆ และการสูบบุหรี่ พบว่าคนที่สูบบุหรี่จะทำให้เลือดไปเลี้ยงที่หมอนรองกระดูกสันหลังน้อยลง ทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วขึ้น

หมอนรองกระดูกอักเสบ 

โรคหมอนรองกระดูกอักเสบ แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ อักเสบจากการติดเชื้อ ส่วนใหญ่เป็นการลามมาจากการติดเชื้อในกระแสเลือด แต่เชื้อกลับไปเกาะอยู่ที่บริเวณกระดูกสันหลัง แล้วลามมายังหมอนรองกระดูก หรือมีการฉีดยา ฉีดสีเข้าไปในหมอนรองกระดูก แล้วมีเชื้อโรคนั้นตามเข้าไปด้วย ตรงจุดนี้เอง ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้วิธีการรักษา ทำได้ด้วยการใช้ยาฆ่าเชื้อ

และอักเสบจากความเสื่อมของร่างกาย ที่ค่อยๆ เสื่อมลงเรื่อยๆ หมอนรองกระดูกเกิดเป็นรอยแตก โดยร่างกายของเราไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าในหมอนรองกระดูกเรามันมีอะไรอยู่บ้าง ฉะนั้น ร่างกายเราก็จะคิดว่าสิ่งที่อยู่ในหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นไหลออกมาเป็นของแปลกปลอม ร่างกายจึงจำเป็นต้องกำจัดทิ้ง จนเกิดการอักเสบขึ้น

อาการของโรคหมอนรองกระดูกอักเสบ การบาดเจ็บของหมอนรองกระดูก เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ตัวหมอนรองกระดูกเองมีเส้นประสาทมาเลี้ยงน้อยมาก เมื่อแตก หรือปลิ้นจะไม่เจ็บที่ตัวหมอน แต่อาจอักเสบ หรือกดทับเอ็นกระดูกและเส้นประสาทที่อยู่ใกล้ ทำให้มีอาการปวดบริเวณหลังส่วนล่าง รวมทั้งมีอาการปวดที่ขาได้ โรคหมอนรองกระดูกอักเสบนั้น เป็นอาการที่วินิจฉัยได้ยาก ส่วนใหญ่อาการแสดงที่เห็นเด่นชัด คือ เรื่องของการปวดหลัง ซึ่งการปวดหลังก็มีด้วยหลายสาเหตุ แต่อาการปวดที่ระบุจำเพาะเกี่ยวกับโรคหมอนรองกระดูกอักเสบ คือ การนั่งแล้วไม่สามารถนั่งได้เป็นระยะเวลานานๆ เมื่อยืน หรือแอ่นตัวอาการดีขึ้น แต่เมื่อก้มตัวอาการจะแย่ลง โดยจะมีอาการลักษณะนี้เป็นระยะเวลานาน ในกรณีที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง แต่ยังหาสาเหตุไม่ได้ รักษา หรือทำกายภาพแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่า คุณอาจมีอาการของโรคหมอนรองกระดูกอักเสบก็เป็นได้

หมอนรองกระดูกอักเสบแบบไหน ถึงจำเป็นต้องผ่าตัด?

  • ปวดมาก จนทนไม่ได้
  • รำคาญมาก จนทนไม่ได้

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

เป็นโรคที่พบได้บ่อย ผู้ป่วยจะมีอาการปวดรุนแรงจากการบาดเจ็บของหมอนรองกระดูก ร่วมกับการปวดจากเส้นประสาทถูกกดทับ การใช้งานหลังที่ไม่ถูกต้อง การยกของหนัก ๆ การออกกำลังเวทเทรนนิ่งที่ผิดจังหวะ สามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บของหมอนรองกระดูกสันหลังได้

นพ.ศรัณย์ ก่อวุฒิกุลรังษี แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ และกระดูกสันหลัง ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ โรงพยาบาลนวเวช ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ตั้งแต่โครงสร้างของกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก การเกิดโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ไปจนถึงการป้องกันและรักษา เพื่อให้สามารถศึกษาและทำความเข้าใจได้โดยง่าย ดังนี้

โครงสร้างของกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก

กระดูกสันหลังของมนุษย์มีลักษณะเป็นปล้อง ๆ โดยส่วนหน้าจะเป็นรูปร่างทรงกระบอกสั้น ๆ ระหว่างปล้องจะมีหมอนรองกระดูกสันหลังคั่นไว้ ส่วนปล้องจะมีแกนกระดูก 2 ข้าง ยื่นไปด้านหลัง สร้างเป็นวงโค้งโอบรอบไขสันหลัง และสร้างเป็นข้อต่อด้านหลัง รูปร่างของกระดูกสันหลังแต่ละปล้องจะแตกต่างกันไปเล็กน้อย ขนาดของปล้องกระดูกสันหลังจะค่อย ๆ ใหญ่ขึ้น จากกระดูกคอไล่ลงมาถึงเอว เพื่อรองรับน้ำหนักของร่างกายและการใช้งาน

หมอนรองกระดูกสันหลังจะมีลักษณะเป็นถุงแบน ๆ ที่มีเปลือกหนา ๆ ตามเส้นรอบวง ภายในบรรจุสารประกอบโปรตีนและน้ำ มีเซลล์สร้างสารประกอบดังกล่าวเล็กน้อย หมอนรองกระดูกทำหน้าที่เป็นตัวดูดซับแรงกระแทกต่อกระดูกสันหลัง และทำให้การเคลื่อนไหวระหว่างปล้องขณะที่ก้มเงยหรือเอียงตัว เป็นไปอย่างราบรื่น

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเกิดได้อย่างไร

ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท สามารถแบ่งตามสาเหตุได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

1. จากการที่ถุงของหมอนรองกระดูก ไม่สามารถทนรับแรงที่มากระทำได้ เช่น การถูกกระแทกอย่างรุนแรง หรือการก้มตัวทำให้เปลือกด้านหลังเกิดการฉีก และสารประกอบภายในเกิดการเคลื่อนตัวโป่งนูน และเคลื่อนมาเบียดพื้นที่ของไขสันหลังและเส้นประสาท เมื่อมีการกดจะทำให้เส้นประสาททำงานผิดปกติ

2. จากความเสื่อมของร่างกาย หรือการใช้งานหลังมาก ๆ เป็นเวลานาน ๆ น้ำหนักตัวที่มากเกินไป เมื่อสารประกอบภายในเสี่อมสภาพ ปริมาณน้ำลดลง หมอนรองกระดูกจะยุบตัว ทำให้เปลือกเกิดการโป่งนูน กดทับเส้นประสาท โดยมักพบร่วมกับความเสื่อมของข้อต่อที่อยู่ด้านหลังของเส้นประสาท

อาการของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

ในกรณีที่เกิดจากการใช้งาน หรืออุบัติเหตุ ผู้ป่วยมักมาด้วยอาการปวดหลังทันทีทันใด ตำแหน่งที่ปวดมักเป็นบริเวณเอว เนื่องจากเป็นจุดที่มีการเคลื่อนไหวเยอะและรับน้ำหนักเยอะ และบริเวณดังกล่าวมีเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและรับความรู้สึกส่วนขา ทำให้ผู้ป่วยมักมีอาการปวดเสียว หรือปวดร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่ง ในรายที่อาการรุนแรงจะตรวจพบอาการอ่อนแรงหรือชาของขาข้างที่มีอาการ ในรายที่เป็นที่กระดูกสันหลังส่วนอื่น ๆ ก็จะเกิดอาการตามระดับของไขสันหลังและเส้นประสาทที่ถูกกด เช่น ปวดร้าวลงแขนจากหมอนรองกระดูกคอบาดเจ็บ

สำหรับในกรณีที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดลงขาที่ไม่รุนแรงมาเป็นเวลานาน มีอาการปวดหลังเป็น ๆ หาย ๆ มักเกิดร่วมกับความเสื่อมของเนื้อเยื่อและข้อต่อข้างเคียง เกิดเป็นภาวะโพรงไขสันหลังตีบ หากเป็นที่ส่วนเอว ผู้ป่วยจะมีอาการหน่วง ๆ ที่ก้นและขาเวลายืน เดินแล้วเมื่อยง่าย อาจมีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วย

การตรวจเพื่อวินิจฉัย

แพทย์จะซักประวัติการใช้งาน อุบัติเหตุ ความเสี่ยง และตรวจร่างกายระบบประสาท และตรวจจำเพาะเพื่อประเมินว่ามีภาวะเส้นประสาทถูกกดทับหรือไม่ โดยการถ่ายภาพรังสีกระดูกสันหลัง ในรายที่สงสัยหรือมีอาการรุนแรง จะต้องทำเอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อประเมินขนาดและความรุนแรง สำหรับวางแผนการรักษาต่อไป

การรักษาหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท แบ่งออกเป็น

การรักษาแบบประคับประคอง

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรง การอ่อนแรงไม่ชัดเจน เส้นประสาทถูกกดทับไม่มาก สามารถรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ โดยให้ผู้ป่วยนอนในท่านอนหงาย ใช้หมอนเล็กรองใต้เข่าหรือนอนตะแคง ร่วมกับการให้ยาต้านการอักเสบและยาลดปวด สามารถทำกายภาพบำบัดรวมเพื่อลดอาการปวดหลังและปวดขาได้ เมื่ออาการปวดดีขึ้น ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินติดตามต่อเนื่อง พร้อมรับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวและปรับเปลี่ยนการทำงานเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดซ้ำ

การรักษาโดยการผ่าตัด

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการปวดรุนแรง การให้ยาลดปวดไม่ได้ผล หรือมีภาวะเส้นประสาทถูกกดทับรุนแรง ขาอ่อนแรง ผู้ป่วยจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด โดยในปัจจุบัน มีทั้งการผ่าตัดแบบแผลเล็ก เพื่อเอาชิ้นหมอนรองกระดูกที่กดทับออกเพียงอย่างเดียว หรือในกรณีที่กระดูกสันหลังมีความเสื่อมร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเปิดโพรงไขสันหลังและนำชิ้นส่วนที่กดออก ร่วมกับใส่อุปกรณ์ดามกระดูก

การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

1. ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกินไป ลดแรงกดทับที่หมอนรองกระดูก

2. ระมัดระวังในการใช้งานหลัง โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงานหรือผู้ที่ต้องยกของหนักบ่อย ๆ โดยท่ายกของจากพื้นที่เหมาะสมคือ การย่อเข่า โดยหลังตั้งตรงหรือเอนมาด้านหน้าเล็กน้อย งดการใช้ท่าก้มหลังโดยเข่าเหยียดตรง เพราะจะมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บของหมอนรองกระดูกได้ง่าย

3. การออกกำลังเวทเทรนนิ่ง ไม่ยกน้ำหนักที่มากเกินกำลัง และควรใช้อุปกรณ์รัดพยุงหลัง เพื่อช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บ

4. งดสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้เส้นเลือดที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกเกิดความเสียหายได้

Best Western Premier Bayphere Pattaya โรงแรมเปิดใหม่ตัวเลือกน่าสนใจในพัทยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/676872

วันที่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 18:40 น.Best Western Premier Bayphere Pattaya โรงแรมเปิดใหม่ตัวเลือกน่าสนใจในพัทยา

เที่ยวพัทยา พัก Best Western Premier Bayphere Pattaya โรงแรมเปิดใหม่ริมหาดจอมเทียน อิ่มเอมมื้อเช้าสุดหรู ตามด้วยหมูกระทะมื้อเย็น เอ็นจอยวิวพาโนราม่าในจากุซซี่ลอยฟ้า ความสวยสะดุดตาที่สายทำคอนเทนต์ต้องอยากมาเช็กอิน

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยว ทริปนี้ไปกันที่พัทยา ตามหาห้องพักโรงแรมใหม่ ดีไซน์สวย ปลอดภัย อยู่ใกล้หาด บรรยากาศดี ที่สำคัญอาหารต้องอร่อย และเราก็ได้โรงแรมที่ตอบโทย์ทุกเรื่องเป็น Best Western Premier Bayphere Pattaya (เบย์เฟียร์ พัทยา บาย เบสท์ เวสเทิร์น พรีเมียร์) โรงแรมเปิดใหม่ในเครือ Best Western Premier ที่มีชื่อเสียงและขึ้นชื่อเรื่องความมืออาชีพมาอย่างยาวนาน ตั้งอยู่ริมชายหาดแห่งใหม่ในจอมเทียน จุดหมายปลายทางอันเงียบสงบบนชายฝั่งทะเลตะวันออกของประเทศไทย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองพัทยา เรียกว่าเป็นทริปที่เที่ยวสนุก พักผ่อนสบาย แบบได้เสพสุขสมใจจนอยากให้ตามไปเห็นกับตาตัวเอง

Lobby 

เริ่มต้นความประทับใจตั้งแต่ปราการด่านแรกอย่าง Lobby ที่เปิดโล่งกว้างแบบ Outdoor อากาศถ่ายเท ตอบโจทย์ยุคนิวนอร์มอล มีการตรวจ ATK เพื่อความมั่นใจในการเข้าพัก การเว้นระยะห่าง บริการแอลกอฮอล์ล้างมือ ตามมารการกระทรวงสาธารณสุขอย่างครบถ้วน 

 

ห้องพัก

ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด 174 ห้อง ทุกห้องครบครันไปด้วยความสะดวกสบาย ให้บริการเตียงคิงไซส์เพื่อความสบายในการนอน ห้องพักโปร่งโล่งเหมาะกับการพักผ่อน ส่วนด้านขนาดและวิวก็มีให้เลือกตามความต้องการ ตั้งแต่ห้องสุพีเรียร์ ขนาด 30 ตร.ม. , ห้องดีลักซ์ ขนาด 30 ตร.ม. และห้องเอ็กเซ็กคูทีฟ ขนาด 33 ตร.ม. โดยมาพร้อมโต๊ะทำงาน สมาร์ททีวี  Free Wi-Fi มีการจัดสัดส่วนและดีไซน์ได้อย่างลงตัว มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ไฮไลท์คือระเบียงชมวิวทะเลที่มีอ่างอาบน้ำ พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศโรแมนติกยามค่ำคืน

Rooftop Pool & Jacuzzi

ต้องบอกเลยว่าบนรูฟท็อฟของ Best Western Premier Bayphere Pattaya เป็นจุดขายและเป็นหนึ่งในจุดเช็คอินแห่งใหม่ของพัทยา เพราะตื่นตาด้วยสระว่ายน้ำสีฟ้าเทอควอยช์และจากุซซี่ลอยฟ้า ที่มาพร้อมวิวแบบ 180 องศา เบื้องหน้าเป็นทะเลสวยทอดยาวสุดลูกหูลูกตา

ห้องอาหาร THE ROCKS 

ห้องอาหารและคาเฟ่ที่ชั้น 1 ที่เปิดให้บริการแบบออลเดย์ไดนิ่ง ทั้งอาหารเช้า อาหารกลางวัน อาหารเย็น และของว่างตลอดทั้งวัน รวมทั้งเครื่องดื่มค็อกเทลสูตรพิเศษมากมาย เครื่องดื่มร้อนและเย็นในบรรยากาศสบายๆ พร้อมทิวทัศน์และการตกแต่งที่ไม่มีใคร เทียบได้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มที่ชื่นชอบ

ไฮไลท์อยู่ที่อาหารเย็นที่เอ็นจอยอีทติ้งกันเพลินๆ ด้วยเมนูปิ้งย่างสไตล์หมูกระทะ สนนราคาเริ่มต้นเพียงชุดละ 499 บาท ก็ได้ครบเครื่องเรื่องความอร่อย จัดเต็มแบบชุดใหญ่มาพร้อมทั้งหมู ไก่ เนื้อ ซีฟู้ด หมึก กุ้ง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ เสิร์ฟพร้อมชุดผักสด ไข่ เส้น และบรรดาลูกชิ้น ทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปรสกลมกล่อม และน้ำจิ้มรสเด็ดที่เติมความเต็มได้ตามต้องการ บอกเลยว่าอร่อยไม่แพ้หมูกระทะร้านดังในกรุงเทพฯ เลยทีเดียว

อาหารเช้าให้บริการ 06.00 น. – 10.00 น.

ออลเดย์ไดนิ่ง 11:00 – 22:00 น.

THE ROCKS CAFÉ คอฟฟี่ช็อป 07:00 – 22:00 น.

ชุดหมูกระทะดีดีย์ ON THE ROCKS

เอ็นจอยอีทติ้งกันเพลินๆ ด้วยเมนูปิ้งย่างสไตล์หมูกระทะ สุดคุ้มกับชุดปาร์ตี้หมูกระทะสำหรับ 2 ท่าน (เซ็ตรวมหมูราคาเริ่มต้น 499 บาท)  ก็ได้ครบเครื่องเรื่องความอร่อย หรือจัดเต็มแบบชุดใหญ่มาพร้อมทั้งหมู ไก่ เนื้อ ซีฟู้ด หมึก กุ้ง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ เสิร์ฟพร้อมชุดผักสด ไข่ เส้น และบรรดาลูกชิ้น ทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปรสกลมกล่อม และน้ำจิ้มรสเด็ดที่เติมความเต็มได้ตามต้องการ บอกเลยว่าอร่อยไม่แพ้หมูกระทะร้านดังในกรุงเทพฯ เลยทีเดียว

Sunset Drinks at Lunar Bar & Restaurant

ผ่อนคลายไปกับเครื่องดื่มเย็นๆ และวิวตระการตาที่บาร์บนชั้นดาดฟ้าชั้นที่ 8 พื้นที่อันทันสมัยนี้เหมาะสำหรับการผ่อนคลายในระหว่างวัน หรือเพลิดเพลินกับค็อกเทลที่สร้างสรรค์ในขณะที่พระอาทิตย์ตกดินเหนืออ่าวที่ส่องประกายระยิบระยับ เก็บภาพความประทับใจ เหมาะกับการดินเนอร์แสนโรแมนติกของคู่รักเป็นที่สุด

ออลเดย์ไดนิ่ง 12:00 – 23:00 น.

LUNAR BAR 11:00 – 24:00 น.

 

LUNAR EXECUTIVE เมนูอาหารเช้า

อีกหนึ่งความพิเศษที่ Best Western Premier Bayphere Pattaya จัดให้สำหรับห้องพักแบบเอ็กเซ็กคูทีฟ คือรายการอาหารเช้าแบบพรีเมี่ยมที่ห้องอาหาร LUNAR ซึ่งเชฟได้รังสรรค์เมนูอาหารให้เลือกหลากหลาย ทั้งสไตล์อาหารไทย และแาหารอินเตอร์ เมนูแนะนำ อาทิ  Breakfast two Egg any style, Quinoa and Chicken salad, Egg Benedict, Truffle Omelette,  Scramble Egg หรือจะเป็นเมนูข้าวแซ่บๆ อย่าง Local of CHONBURI’s flavor ที่นำซีฟู้ดมาผัดกับไข่ ทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ด อย่าลืมเก็บท้องไว้ให้ของหวานอย่าง Croffles, Mushroom and truffle , Salmon and roe, Mixed berriesFrench toast, Waffle อีกทั้งยังมีผลไม้ ครัวซองก์ สลัด ให้ตักเองแบบไม่อั้นเลย โดยอาหารเช้าจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 07.00 – 10.00 น. 

 

พิเศษโปรโมชั่นในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 61 ที่ BITEC BANGNA วันที่ 3-6 มี.ค.2565

พบกับข้อเสนอสุดพิเศษจาก Best Western Premier Bayphere Pattaya อาทิ

  • ห้องซูฟีเรีย ราคา 2,500.-/ใบ ใช้เราเที่ยวด้วยกัน จ่ายเพียง 1,500.-/คืน
  • ห้องดีลักซ์วิวทะเล ราคา 2,800.-/ใบ  เราเที่ยวด้วยกัน จ่ายเพียง 1,680.-/คืน
  • ห้องเอ็กเซ็กคิวทีฟ การ์เด้น ราคา 4,000.-/ใบ  เราเที่ยวด้วยกัน จ่ายเพียง 2,400.-/คืน
  • ห้องเอ็กเซ็กคิวทีฟ โอเชี่ยน ราคา 5,000.-/ใบ  เราเที่ยวด้วยกัน จ่ายเพียง 3,000.-/คืน
  • บัตรกำนัลห้องพักเริ่มต้นเพียง 2,500 บาทสุทธิ ในห้องซูพีเรีย พร้อมอาหารเช้า ยิ่งซื้อมาก ยิ่งได้ส่วนลด
  • บัตรกำนัลสำหรับชุดหมูกระทะ Surf & Turf พร้อมเครื่องดื่มที่ขายดีที่สุด ราคาพิเศษเพียง 1,500 บาทสุทธิ (ปกติ 1999 บาทสุทธิ)
  • บัตรกำนัลมื้อค่ำ 9 คอร์สที่ห้องอาหาร LUNAR ราคา 2,353 บาทสุทธิ สำหรับ 1 ท่าน (ยิ่งซื้อมาก ยิ่งคุ้ม)
  • บัตรกำนัล Birthday Package พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย เช่น ฟรีอัพเกรด มื้อค่ำ 9 คอร์สที่ห้องอาหาาร LUNAR สำหรับ 2 ท่าน และอื่นๆ ราคาพิเศษเพียง 3,900 บาทสุทธิ
  • ซื้อเยอะคุ้มเยอะ ซื้อ 4-7 ใบ ลด 10% คละห้องได้ / ซื้อ 8-15 ใบ ลด 15% คละห้องได้ / ซื้อ 16-30 ใบ ลด 20% คละห้องได้ และ ซื้อ 31 ใบ ลด 25% คละห้องได้ เข้าพักได้ถึง 30 พฤศจิกายน 2565

เงื่อนไขการเข้าพัก ค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับเข้าพักวันเสาร์ และวันหยุดต่อเนื่อง ซูฟีเรีย ดีลักซ์ 500 บาทต่อห้องต่อคืน ,เอ็กเซ็กคิวทีฟ การ์เด้น 800 บาทต่อห้องต่อคืน และ เอ็กเซ็กคิวทีฟ โอเซี่ยน 1,000 บาทต่อห้องต่อคืน

สำหรับผู้สนใจ Best Western Premier Bayphere Pattaya ตั้งอยู่ที่นาจอมเทียน 18 สัตหีบ ชลบุรี

สอบถามโทร. 033 073 900 

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม info@bwpbayphere.com 

ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://www.bwpbayphere.com 

เฟซบุ๊ก Best Western Premier Bayphere Pattaya

เทวัญดารา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน พักผ่อนปลอดภัยใน Private Poolvilla สไตล์ Modern Tropical

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/676833

วันที่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 16:32 น.เทวัญดารา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน พักผ่อนปลอดภัยใน Private Poolvilla สไตล์ Modern Tropical

ที่สุดของการพักผ่อนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว “เทวัญดารา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน” ชวนท่องเที่ยวปลอดภัยในรีสอร์ท Luxury รูปแบบ Private Poolvilla พร้อมผ่อนคลายกับออนเซน เติมเต็มความสุขทุกวันพักผ่อน

เวลคัม แบ็ค!! กลับมาเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ เทวัญดารา รีสอร์ท  แอนด์สปา หัวหิน (Dhevan Dara Resort & Spa Hua Hin) รีสอร์ทใกล้กรุงเทพฯ ที่ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงกว่า มาพร้อมความ luxury เนื้อที่กว้างขวางในดีไซน์สไตล์ Modern Tropical ตอบโจทย์วันพักผ่อนที่สะดวกสบายแบบเป็นส่วนตัวด้วยรูปแบบที่พัก Private Poolvilla พร้อมสอดรับกับการท่องเที่ยวในสถานการณ์โควิด เพื่อความมั่นใจในความปลอดภัยในการมาพักผ่อน เหมาะกับการมา Staycation พักผ่อนวันหยุดกับครอบครัว หรือปาร์ตี้กับกลุ่มเพื่อน ทั้งยังรองรับกรุ๊ป ประชุม สัมมนา ด้วยห้องประชุมหลายขนาด

เทวัญดารา รีสอร์ท แอนด์สปา หัวหิน โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งอันสงบเป็นส่วนตัว หลีกหนีความพลุกพล่าน ทำให้เรารู้สึกถึงบรรยากาศสบายๆแห่งการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังสามารถเดินทางโดยรถยนต์ซึ่งใช้เวลาเพียง 15 – 25 นาที ไปชายหาดหัวหิน ตลาดกลางคืน ตลาดน้ำ ห้างสรรพสินค้า ไร่องุ่น สวนน้ำ และสนามกอล์ฟระดับมาตรฐานระดับโลก

ห้องพักแบบพูลวิลล่า

ห้องพักทั้งหมดเป็นวิลล่ามีสระว่ายน้ำส่วนตัวภายในหลัง กว้างขวาง มีบริเวณนั่งเล่นทั้งภายใน และระเบียงภายนอก สวนหย่อมสไตล์ทรอปิคอลการ์เด้น มีพื้นที่รับประทานอาหาร และบริการอุปกรณ์ทำครัวภายในห้องพัก ให้ความรู้สึกสงบผักผ่อนอย่างเป็นเป็นส่วนตัว มีแบบพูลวิลล่า 1 ห้องนอน เหมาะสำหรับคู่รัก หรือครอบครัวขนาดเล็ก ถ้ามาพักเป็นครอบครัวใหญ่ หรือมากับกลุ่มเพื่อนที่ต้องการพักด้วยกัน ก็ มีห้องพักเป็นแบบพูลวิลล่า 2 ห้องนอน, 3 ห้องนอน, 4 ห้องนอน และ 5 ห้องนอน สามารถสังสรรค์เล็กๆ ชิลๆ ส่วนตัวกันเองภายในวิลล่าได้ มีบริการห่วงยางแฟนซีให้เช่าเล่นน้ำได้ทั้งวัน บริการ Wifi ฟรีภายในห้องพัก

แช่ออนเซนสุดฟินในวันพักผ่อน

Highlight ที่พลาดไม่ได้ คือการผ่อนคลายอย่างเต็มที่ด้วยบริการผงน้ำแร่นำเข้าจากแหล่งน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่น ให้ได้แช่ผ่อนคลายภายในห้องพัก ที่ช่วยปรนิบัติผิว ทั้งด้านความงามเพื่อผิวพรรณเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ หรือบำบัดอาการปวดเมื่อย และผ่อนคลายร่างกายที่เหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี

Floating Breakfast

อิ่มเอมไปกับความสุขและบริการที่ปรับให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น อาทิ Floating Breakfast บริการเสิร์ฟอาหารเช้าให้ทานถึงในห้องพักที่สายถ่ายรูปทำคอนเทนต์ห้ามพลาด 

นอกจากนี้ ยังมีบริการต่างๆ อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น บริการห้องสนุกเกอร์ บริการสปา ทรีทเมนต์ ห้อง Kid Club บริการให้เช่าห่วงยางแฟนซี บริการรถรับ-ส่งสนามบิน และรถเช่า

ตามมาสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนแบบ Luxury ได้ที่ เทวัญดารา รีสอร์ท แอนด์สปา หัวหิน (Dhevan Dara Resort & Spa Hua Hin) อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://www.dhevan-dara.com/ เฟซบุ๊ก Dhevan Dara Resort Group-Hua Hin & Kuiburi หรือโทร. 032 576 300, 081 633 6880

“ลูกแพร์” vs “แอปเปิ้ล” หุ่นทรงไหนเก็บไขมันไว้มากกว่ากัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/676862

วันที่ 01 มี.ค. 2565 เวลา 10:31 น. "ลูกแพร์" vs "แอปเปิ้ล" หุ่นทรงไหนเก็บไขมันไว้มากกว่ากัน

หุ่นคุณทรงไหน ระหว่าง “ลูกแพร์” กับ “แอปเปิ้ล”? สูตินรีแพทย์ เผยอันตรายจากโรคอ้วนและไขมันสะสม ไม่เพียงแต่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แต่ยังพบว่าเป็นสาเหตุร่วมในโรคทางนรีเวช รวมถึงโรคมะเร็ง

พญ.ธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์ หัวหน้าศูนย์สุขภาพสตรีและหัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 1 เปิดเผยว่า เมื่อมีภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน จะทำให้ร่างกายมีไขมันสะสมในปริมาณที่มากกว่าปกติ จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ การวินิจฉัยที่ให้ผลเที่ยงตรงว่าเป็นโรคอ้วนหรือไม่นั้นทำได้ด้วยการวัดเปอร์เซ็นต์ไขมัน ในร่างกายด้วยเครื่อง DEXA scan โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่เบื้องต้นก็สามารถประเมินด้วยการวัดดัชนีมวลกาย (BMI) ซึ่งสัมพันธ์กับปริมาณไขมันในร่างกายได้ ซึ่งในคนเอเชีย ถ้ามีค่า BMI เกินกว่า 23 ขึ้นไปก็จะถือว่าน้ำหนักเกิน และหากค่าตั้งแต่ 25 ขึ้นไปก็จัดว่าเป็นโรคอ้วน และมีความเสี่ยงด้านสุขภาพมากขึ้น เพราะโรคอ้วน ไม่เพียงแต่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แต่ยังพบว่าเป็นสาเหตุร่วม ในโรคทางนรีเวช รวมถึงโรคมะเร็งอีกด้วย

นอกจากนี้ รูปร่างที่เปลี่ยนไปของผู้หญิงยังมีข้อบ่งชี้ที่เกี่ยวกับโรคอ้วนอย่างมีนัยสำคัญ หลายการศึกษาระบุถึงรูปร่างผู้หญิงอ้วน ซึ่งสัมพันธ์กับความผิดปกติของฮอร์โมนและโรคทางนรีเวช โดยพบว่าผู้หญิงรูปร่างทรง “ลูกแพร์” จะมีไขมันสะสมบริเวณสะโพกและต้นขามาก และมักมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในสัดส่วนที่สูง หลายคนมีปัญหาประจำเดือน ไม่ปกติ หรือมีอาการผิดปกติที่เกิดในช่วงก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual Syndrome: PMS) เช่น ตัวบวม หน้าบวม หงุดหงิดง่าย ปวดศีรษะ เป็นต้น

สำหรับ ผู้หญิงรูปร่างทรง “แอปเปิ้ล” หรืออ้วนลงพุง มักจะมีลักษณะอาการของกลุ่มเมตาบอลิก เนื่องจากไขมันที่สะสมอยู่รอบอวัยวะในช่องท้อง (Visceral fat) มีผลทำให้ระบบการเผาผลาญผิดปกติ อาจส่งผลให้เกิดโรคเบาหวาน โรคความดัน โลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดได้ โดยมีการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร European Heart Journal พบว่าผู้หญิงที่มีรูปร่างทรง “แอปเปิ้ล” มีความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าทรง “ลูกแพร์” ถึง 3 เท่า และอาจมีปัญหาประจำเดือนไม่ปกติ มีลักษณะหน้ามัน เป็นสิว ผมร่วง หรือกลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (Polycystic ovary syndrome: PCOS) และมีโอกาสที่จะมีบุตรยากร่วมด้วย

พญ.ธิศรา กล่าวว่า โรคอ้วนยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งทางนรีเวช เช่น มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งเป็นผลมาจากการกระตุ้นของฮอร์โมนเอสโตรเจน และเมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือวัยทอง ฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนหลักของผู้หญิงที่สร้างจากรังไข่จะหมดไป แต่ยังมีการผลิตฮอร์โมนนี้จากเซลล์ที่เนื้อเยื่อไขมัน ในผู้หญิงที่อ้วนจึงมีแหล่งเอสโตรเจนจากเนื้อเยื่อไขมันมาก มีหลายการศึกษาพบว่า ปัญหามะเร็งที่มีความไวต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนในสตรีวัยหมดประจำเดือน ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน จะมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า เพราะ 80% ของการเกิดมะเร็งเต้านมพบว่า สัมพันธ์กับการกระตุ้นจากฮอร์โมนเอสโตรเจน ขณะที่ความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกก็จะเพิ่มขึ้น 2-4 เท่า เมื่อเทียบกับผู้หญิงน้ำหนักปกติ

“บ่อยครั้งที่พบว่า คนไข้ที่เป็นโรคอ้วนจะมีปัญหาเรื่องฮอร์โมนไม่ปกติตั้งแต่ก่อนประจำเดือนจะหมด หลายรายมองข้าม เรื่องเหล่านี้ไป ไม่ได้ดูแลควบคุม และพบว่าเป็นมะเร็งตั้งแต่อายุยังน้อย การสะสมของไขมันที่มีมากซึ่งเป็นอีกแหล่งที่ให้ฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งจะกระตุ้นเยื่อบุโพรงมดลูกให้หนาตัวผิดปกติ และพัฒนาเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก โดยเริ่มจากอาการเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด” พญ.ธิศรา กล่าว

ทั้งนี้ ปัญหาของการลดน้ำหนักที่ไม่ได้ผล ส่วนใหญ่เกิดจากการไม่สามารถค้นพบสาเหตุ ที่แฝงอยู่ในความอ้วนนั้น ซึ่งการวินิจฉัยและรักษาโดยศาสตร์การแพทย์เฉพาะเจาะจง (Precision medicine) จะทำให้ค้นพบปัญหา และวางแผนการรักษาได้ตรงจุดอย่างได้ผล ได้แก่ การตรวจไขมันสะสมในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายด้วย DEXA scan การตรวจเลือดดูระดับฮอร์โมนที่ผิดปกติ การตรวจยีนที่สามารถจะบอกถึงรูปแบบอาหาร ที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพและการควบคุมน้ำหนัก การเผาผลาญ ความไวต่ออาหาร หรือความสามารถในการขจัดสารพิษ แนวโน้มการขาดวิตามิน รวมถึงการออกกำลังกายที่เหมาะสมและส่งผลให้ควบคุมน้ำหนักได้” พญ.ธิศรา กล่าวทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตาม ทุกคนควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในเชิงป้องกันมากขึ้น ไม่ควรให้เจ็บป่วยแล้วจึงมาพบแพทย์ เพราะการมีสุขภาพที่ดี ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง แต่ส่งผลถึงภาพลักษณ์ ผิวพรรณ และรูปร่างที่ดีตามมาเมื่อดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอจะพบว่า สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาความอ้วนที่แฝงอยู่ในร่างกายได้ตั้งแต่ในช่วงเริ่มแรก ทั้งที่มองเห็นภายนอกและซ่อนอยู่ในรูปแบบอ้วนลงพุง เป็นการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคร้ายแรงและโรคเรื้อรังอื่น ๆ ที่จะตามมาอีกมากมาย ความอ้วนไม่ใช่ปัญหาของรูปร่าง แต่เป็นโรคที่มีข้อมูลทางการแพทย์บ่งถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว ประเมินตัวเองตั้งแต่วันนี้ ถ้าพบว่าเริ่มอ้วน เริ่มลงพุง มีน้ำหนักเกิน ควรรีบควบคุม ลดน้ำหนัก หรือปรึกษาแพทย์ อย่าปล่อยให้ความอ้วนลุกลามจนเป็นโรคได้ในที่สุด

Protect yourself as Covid symptoms can last almost a year, warns medical lecturer

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40012860


People who have been infected with Covid-19 are likely to suffer from post-Covid or “long Covid” symptoms for up to a year, a Chulalongkorn University lecturer said in a Facebook post on Monday.

Protect yourself as Covid symptoms can last almost a year, warns medical lecturer

Citing a European study on 73,727 people that was published in the Journal of Epidemiology on Friday, Thira Worathanarat said former Covid-19 patients are likely to suffer fatigue 4.8 times more than people who have never been infected.

Other symptoms include shortness of breath, tightness in the chest, “brain fog”, insomnia, palpitations, depression and anxiety, etc.

Hence, Thira said it is important to protect ourselves and the only way to do this is to always wear a mask, maintain distance and avoid sharing food or drink with others.

He also said that people should not spend too long with others and only meet when necessary. He also advised people to take leave from school or work when ill.

The Faculty of Medicine lecturer added that though Thailand is fairly low in world rankings when it comes to confirmed cases, it is bound to shoot up in the list if we count the people who test positive using antigen test kits.

Related News

Fourth jab necessary as immunity drops even after 3rd dose: Dr Yong

Daily Covid cases may rise to 50,000 in 4th wave, but death toll will be low

‘Stealth variant’ BA.2 rising fast in Thailand, lab tests show it blocks vaccines

Over the past week, confirmed cases in Thailand rose by 31 per cent while the fatality rate rose by 40 per cent.

Published : February 28, 2022

By : THE NATION

Bumrungrad aims for smart healthcare, reinforcing robotic surgery, genetic testing

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/pr-news/life/40012722


Bumrungrad International Hospital is determined to be the leader in smart healthcare to provide holistic medical care to its patients, CEO pharmacist Artirat Charukitpipat said on Thursday at a press conference titled “Bumrungrad: shifting the future of healthcare”.

Bumrungrad aims for smart healthcare, reinforcing robotic surgery, genetic testing

“As of 2022, Bumrungrad has been in operation for 42 years and we still hold true to our initial vision when Bumrungad was first established. That is, we thrive to be a Thai hospital which meets international safety standards to deliver healthcare services and the best treatment to every visitor. We do not solely aim to make profit, but we also take corporate social responsibility into account,” Artirat told the media.

She said the hospital is moving forward in response to the important global healthcare trend of Smart Healthcare 5.0.

“The hospital will always comply with international standards of safety while extending its services to provide long-term medical care.

“Regarding our future direction, Bumrungrad is devoted to improving quaternary care and expanding its centres of excellence to develop expertise in the treatment of every complex medical condition.

She said that its strengths lie in the “3Cs and 1W of quality care”, which are:

  1. Critical care using innovative medical technology and systematic management.
  2. Complicated care – expertise and experience in treating complex medical conditions in patients with multiple co-morbidities or with conditions that are difficult to diagnose.
  3. Collaboration of expertise – the hospital’s multidisciplinary teams of physicians and specialists collaborate to deliver medical care that yields the best results.
  4. Wellness and prevention – a major trend that delivers “customised innovative medical care”.

Artirat said Bumrungrad is internationally recognised for its medical care because of “our four long-held principles”: innovation, being an academic hospital, having a unique culture, and finding new business partners to meet the needs of clients.
 

Bumrungrad aims for smart healthcare, reinforcing robotic surgery, genetic testing

Chief medical officer Assoc Prof Dr Taveesin Tanprayoon said Bumrungrad will focus on two medical advancements in 2022: robotic surgery and genetic testing.

The hospital has adopted robotic-assisted surgery using the da Vinci surgical system to perform operations on multiple organ systems. It also provides comprehensive genomic and genetic testing to assess the risks of developing hereditary conditions as well as to actively prevent some.

Bumrungrad will reinforce both these medical trends to strengthen medical care and treatment.

Bumrungrad aims for smart healthcare, reinforcing robotic surgery, genetic testing

Published : February 24, 2022

By : THE NATION