‘Stealth variant’ BA.2 rising fast in Thailand, lab tests show it blocks vaccines

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40012534


Infections with the BA.2 subvariant of Omicron are rising fast in Thailand, leading virologist Yong Poovorawan said in a Facebook post on Saturday.

‘Stealth variant’ BA.2 rising fast in Thailand, lab tests show it blocks vaccines

While the BA.1 subvariant was still behind most new infections in Bangkok, BA.2 cases are catching up, Yong said.

Also known as the “stealth variant” because it can evade detection in PCR tests, the BA.2 subvariant now accounts for about 18.5 per cent of new Covid-19 infections in Thailand, according to the Public Health Ministry.

Yong said that while BA.2 does not cause more severe symptoms than BA.1, it spreads faster and will eventually cause more infections.

Meanwhile, recent lab experiments in Japan show BA.2 also blunts immunity created by vaccines. However, a booster shot cuts the chances of illness after BA.2 infection by about 74 per cent.

On Friday, Thailand logged 18,885 new Covid-19 infections over the previous 24 hours, 224 of whom have arrived in Thailand from abroad. The death toll increased by 29, while 10,946 patients recovered and left hospitals.

Related News

Omicron spreading faster but killing fewer patients, says virologist

2 mRNA shots for kids as good if not better than cocktail, says top paediatrician

Treatment for severe Covid still free after March 1: NHSO

Published : February 19, 2022

By : THE NATION

คอลลาบอเรชั่นพิเศษ JIMMY CHOO / MUGLER

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675958

วันที่ 18 ก.พ. 2565 เวลา 07:30 น.คอลลาบอเรชั่นพิเศษ JIMMY CHOO / MUGLER

เฉลิมฉลองสดุดีพลังแห่งสตรี JIMMY CHOO / MUGLER ร่วมเปิดตัวแคมเปญการคอลลาบอเรชั่นพิเศษ

การจับมือกันระหว่าง JIMMY CHOO และ MUGLER เพื่อร่วมเฉลิมฉลองสดุดีพลังแห่งสตรี เสริมสร้างความมั่นใจ ปลุกเร้าพลัง และความเย้ายวน ด้วยแคมเปญคอลลาบอเรชั่น JIMMY CHOO / MUGLER ภาพถ่ายโดย ฮาร์ลีย์ เวียร์ เต็มเปี่ยมด้วยพลัง สะท้อน ความแข็งแกร่งผ่านซิลลูเอทแบบบอดี้คอนเชียส เน้นสัดส่วนของเรือนร่าง และเครื่องประดับรูปทรงเรขาคณิต เน้นขอบมุม สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายของพวกเธอ ในทุกอิริยาบถ ยามเคลื่อนไหว ถ่ายทอดท่วงท่าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความมีชีวิตชีวา ถ่ายทอดการผสมสาน เอกลักษณ์ แห่งมรดกของทั้งคู่เข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้ง ยังเป็นการค้นพบอัตลักษณ์และสิ่งที่ทั้งคู่ยึดถือร่วมกัน และเป็นการเสริมสร้างพลังให้แก่ผู้หญิงซึ่งถือเป็นดีเอ็นเอของทั้งสองแบรนด์

MUGLER และ JIMMY CHOO ต่างก็เน้นย้ำเรื่องความแข็งแกร่ง ผู้หญิงของเราต้องมีพลัง มีเสน่ห์ เย้ายวน และเป็นผู้ควบคุมทุกอย่าง แคมเปญของเรามีผู้หญิงเป็นศูนย์กลางในทุก ๆ ซีน พวกเธอคือ ดาวเจิดจรัส และการใช้ช่างภาพผู้หญิงเป็นผู้จับภาพทุกโมเมนต์ช่วยทำให้การ นำเสนอในมิตินี้เด่นชัดยิ่งขึ้น ผลงานของฮาร์ลี่ย์ยกย่องความเป็นผู้หญิงอยู่เสมอ เป็นมุมมองในแบบ ผู้หญิงเพื่อผู้หญิงโดยแท้จริง ความแข็งแกร่งโดยธรรมชาติคือภาพสะท้อน MUGLER เป็นอย่างยิ่ง และยังเป็นหัวใจสำคัญของ JIMMY CHOO ด้วยเช่นเดียวกัน” แซนดร้า ชอย ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ JIMMY CHOO

“รองเท้าช่วยคอมพลีทลุค ส่งเสริมคาแรคเตอร์ และสะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ ผมประทับใจรองเท้าของ JIMMY CHOO ที่ออกแบบอย่างงดงามราวกับ ประติมากรรม ด้วยความสมดุลระหว่างลายเส้นอันเฉียบคม และสัดส่วนโค้งเว้า ทั้ง MUGLER และ JIMMY CHOO ต่างมุ่งนำเสนอความเย้ายวนให้ผู้หญิงได้สวมใส่ รองเท้ารุ่นพิเศษนี้ ด้วยความมั่นใจ ถือเป็นการ โคจรมาพบกันที่ลงตัวเป็นอย่างมาก ทั้งผมและแซนดรา ต่างก็มองภาพไปในทิศทางเดียวกัน” เคซีย์ แคดวัลลาเดอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ MUGLER

ในโอกาสนี้ แซนดรา ชอย ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ JIMMY CHOO และ เคซีย์ แคดวัลลาเดอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ MUGLER ร่วมกันจัดปาร์ตี้ ณ Terminal 27 ย่านเวสต์ฮอลลิวูด ในนครลอสแอนเจลิส เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวคอลลาบอเรชั่นพิเศษ JIMMY CHOO / MUGLER ในค่ำคืนสำคัญมีแขกผู้มีเกียรติ และเซเลบริตี้ชื่อดัง อาทิ โคลอี้ ไบลี่ย์ , เอิร์ธเธียเตอร์ , เมแกน ฟ็อกซ์ , แอนิตตา , นิโคล อาริ พาร์คเกอร์ , ดิกซี่ย์ ดอาเมลิโอ , ชาลเทล แจ็ฟฟรีย์ , คาร์รูชี แทรน , เอมิลีย์ ซิลเบอร์ , อนาสตาเซีย คารานิโคเลา , ดีวอน ลี , ชิดนีย์ คาร์ลสัน , ซามี มิโร และอีกมากมาย

มาร่วมเปิดตัวแคมเปญ JIMMY CHOO / MUGLER ท่ามกลางบรรยากาศเสียงดนตรีโดย คิตตี้ แครช พร้อมการฉายภาพยนตร์บนกำแพงของสถานที่จัดงาน แสดงถึงความมาดมั่น และความหลงใหลในพลังของผู้หญิง และสามารถชมภาพยนตร์แคมเปญได้ที่ https://youtu.be/M-cDsa5g3WU

ปักหมุดจุดอร่อย HuoGuo Mala Shabu คนรักหม่าล่าตามมาเผ็ดชาได้เลย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/675961

วันที่ 18 ก.พ. 2565 เวลา 08:35 น.ปักหมุดจุดอร่อย HuoGuo Mala Shabu คนรักหม่าล่าตามมาเผ็ดชาได้เลย

กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ ชวนเผ็ดร้อนแบบชาลิ้นกินชาบูหม่าล่าราคาน่ารัก ที่ร้าน HuoGuo Mala Shabu (หั่วกัว หมาล่า ชาบู) ย่านวังหิน

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

สำหรับคนที่ชอบความเผ็ดชาของรสชาติหม่าล่า แนะนำร้านเปิดใหม่ย่านวังหิน ชื่อร้าน HuoGuo Mala Shabu (หั่วกัว หมาล่า ชาบู) ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าววังหิน 48 มีที่จอดรถพร้อม แม้หน้าร้านจะมองดูเป็นคาเฟ่ แต่ด้านในแอบซ่อนความอร่อยสไตล์จีนด้วยหม่าล่าชาบูที่มีทั้งแบบชุดชาบูเนื้อสไลซ์-หมูสไลซ์ และแบบเสียบไม้ ให้ได้เลือกเอร็ดอร่อยกันตามชอบ

บอกเลยว่าที่นี่น้ำซุปเข้มข้นปรุงสดใหม่ทุกหม้อ ไฮไลท์ชองร้านเป็นหม้อไฟสไตล์จีนแท้ๆ มีน้ำซุปให้เลือก 3 แบบ คือซุปหม่าล่า  ซุปไก่ตุ๋นยาจีน และซุปน้ำดำแบบจีน โดยสามารถเลือกระดับความเผ็ดมาก เผ็ดน้อยได้ตามต้องการ ในส่วนของหม่าล่ามีให้เลือก 2 เซ็ต คือเซ็ตหม่าล่าหม้อไฟแบบถัง ที่เลือกน้ำซุป 1 อย่าง ตามด้วยเมนูเสียบไม้อีก 10 ไม้ ในราคาเพียง 199 บาท!! เลือกได้ทั้งเต้าหู้ชีส เต้าหู้ทอด สาหร่ายพันไก่ โบโลน่า  รากบัว เห็ดหอม เป็นต้น นอกจากนี้ ยังสามารถสั่งเมนูผักหรือเนื้อสัตว์เพิ่มได้ ในราคาเริ่มต้นจานละ 20 บาท

ถ้ามาหลายคนอยากได้น้ำซุปแบบจุใจ แนะนำให้สั่งแบบเซ็ตหยินหยางหม่าล่า เซ็ตเนื้อหมู 399 บาท และเซ็ตเนื้อวัว 499 บาท ในชุดจะได้เนี้อหมูหรือเนื้อวัว (ออสเตรเลีย) สไลซ์ พร้อมเครื่องเคียงต่างๆ อีก 9 อย่าง ทั้งผักกาดขาว เต้าหู้ชีส เต้าหู้ทอด สาหร่ายพันไก่ ชิกูว่า เห็ดชิเมจิ รากบัว เห็ดหอม และข้าวโพด

ทางด้านเครื่องดื่มที่ร้าน HuoGuo Mala Shabu มีให้ลือกหลายอย่าง ใครอยากดับร้อนก็สั่งชามะนาวน้ำผึ้ง กาแฟส้มยูสุ ส่วนใครอยากกินแก้เผ็ด แนะนำเป็นเมนูนมน้ำผึ้ง หรือชาเขียวเย็น ที่รสชาติหอมหวานและกลมกล่อมแบบว่าดับเผ็ดได้ดีเลยทีเดียว

อยากมาลิ้มรสหม่าล่าเผ็ดชาแบบนี้ มากันได้ที่ที่ร้าน HuoGuo Mala Shabu อยู่ในซอยลาดพร้าววังหิน 48 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก  Huo Guo Mala Shabu หั่วกัว หม่าล่า ชาบู สอบถามโทร. 082-945-2290

ปลุกความเป็นเชฟในตัวเอง Gaabor ชวนรังสรรค์ 2 เมนูเด็ดแต่ง่ายทำได้ด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675930

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 18:45 น.ปลุกความเป็นเชฟในตัวเอง Gaabor ชวนรังสรรค์ 2 เมนูเด็ดแต่ง่ายทำได้ด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน

ทำง่ายอร่อยด้วย!! กับ 2 เมนูแสนอร่อยที่ทำเองได้ที่บ้านผ่านตัวช่วยอันชาญฉลาดอย่างหม้อทอดไร้น้ำมัน Gaabor

ถึงเวลาแล้วที่จะปลุกความเป็นเชฟในตัวคุณ วันนี้ชวนมารังสรรค์ 2 เมนูแสนอร่อยด้วยตัวช่วยอันแสนชาญฉลาด หม้อทอดไร้น้ำมัน Gaabor (กาบอร์) กับเมนูไก่อบโรสแมรี่ และพายกรอบผลไม้ หากพร้อมแล้วมาดูกันเลย

เมนูไก่อบโรสแมรี่

เริ่มที่เมนูอาหารงานเลี้ยงสุดฮิต สำหรับงานปาร์ตี้ หอม อร่อย และทำได้ไม่ยาก

วัตถุดิบ : ไก่ทั้งตัว, น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ, โรสแมรี่สด 1 กำ, ออริกาโน่ ½ ช้อนโต๊ะ, ผงปาปริก้า ½ ช้อนโต๊ะ, สมุนไพรแห้งป่น ½ ช้อนโต๊ะ, กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ, เกลือ และพริกไทย (ตามชอบ)

วิธีทำ

· นำไก่ทั้งตัวล้างให้สะอาด แช่ด้วยน้ำเกลือ ผสมออริกาโน่และโรสแมรี่สด พักไว้ 30 นาที ถึง 1 คืน (แล้วแต่ความสะดวก)

· ผสมซอสหมัก ด้วยส่วนผสมทั้งหมด คนให้เข้ากัน และทาซอสที่ตัวไก่ให้ทั่ว ใส่กระเทียมและโรสแมรี่สดเข้าไปในตัวไก่ หมักทิ้งไว้จนซอสเข้าเนื้อ 20 – 30 นาที

· นำไก่วางในกระดาษฟอยล์ ใส่หม้อทอดไร้น้ำมัน ตั้งความร้อนที่อุณหภูมิ 200°c เวลา 20 นาที

· กลับด้านไก่ อบอีกประมาณ 20 นาที จัดวางลงจานตกแต่งด้วยโรสแมรี่สด พร้อมเสิร์ฟทันที

เมนูของหวานพายกรอบผลไม้

วัตถุดิบ : แป้งพายสำเร็จรูป, แยมผลไม้, วิปครีม, นูเทลล่า, ผลไม้ต่างๆ ตามใจชอบ เช่น สตอร์เบอรี่, บลูเบอร์รี่, ส้ม และ แป้งสาลีเอนกประสงค์

วิธีทำ

· นำแป้งสาลีเอนกประสงค์โรยบนถาด ก่อนนำแป้งพายสำเร็จรูปวางลงไป ใช้แม่พิมพ์กดตัดแป้งพาย และใช้พิมพ์ขนาดเล็กกว่าตัดตรงกลางของแป้งพายอีกที ก็จะได้แป้งพาย 2 ชิ้น

· ทาน้ำเปล่าที่แป้งพายและนำขอบแป้งพายมาประกบกัน กดๆ เล็กน้อยให้แป้งพายติดกัน ใช้ส้อมจิ้มตรงกลางของแป้งพายเบาๆ และนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน โดยวางห่างกันเล็กน้อยเผื่อแป้งพายฟูขึ้น ใช้

· อุณหภูมิ 180°c เวลา 10 นาที และวางพักให้แป้งพายหายร้อน

· ตกแต่งแป้งพายด้วยแยมผลไม้ต่างๆ บีบวิปครีม นูเทลล่า และใส่ผลไม้ตามชอบ พร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ

พบกับตัวช่วยที่แสนดี Gaabor (กาบอร์) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำอันทรงพลังคุณภาพเยอรมนี ที่มาพร้อมสไตล์มินิมอล ในราคาที่เข้าถึงได้ ทั้งหม้อทอดไร้น้ำมัน Air Fryer รุ่น GA-M35A, รุ่น GA-M6A, GA-E45A01 และ GA-E45A02 ได้แล้ววันนี้ที่ช่องทางออนไลน์ Shopee สอบถามหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ gaaborthailand

MIDO เปิดตัวเรือนเวลารุ่นลิมิเต็ด พร้อมเผยเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาที่ควรค่าแก่การเก็บสะสม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675925

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 18:14 น.MIDO เปิดตัวเรือนเวลารุ่นลิมิเต็ด พร้อมเผยเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาที่ควรค่าแก่การเก็บสะสม

ยลโฉมเรือนเวลารุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น MIDO All Dial จากคอลเลกชั่น 20 Years Inspired by Architecture คอลเลกชั่นครบรอบ 20 ปี เรือนเวลาที่ได้แรงบันดาลใจจากความงดงามของสถาปัตยกรรมชื่อดังก้องโลก พร้อมเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาที่ควรค่าแก่การเก็บสะสม

งดงามเหนือกาลเวลากับนาฬิกาคอลเลกชั่นพิเศษจาก MIDO แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ในเครือเดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ที่ครั้งนี้ได้เฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี เรือนเวลาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสุดยอดสถาปัตยกรรมชั้นสูง ด้วยการเปิดตัวเรือนเวลารุ่นพิเศษ All Dial นาฬิกาเรือนแรกจากคอลเลกชั่น 20 Years Inspired by Architecture ซึ่งเป็นการออกแบบนาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น เพื่อเป็นการรำลึกถึงสถาปัตยกรรมชื่อดังที่ถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบนาฬิกาของ MIDO ในตลอด 20 ปีที่ผ่านมา

MIDO แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน

สำหรับเรือนเวลาหรูที่เหล่าคนรักนาฬิกาจะได้ยลโฉมเป็นรุ่นแรกจากคอลเลกชั่น 20 Years Inspired by Architecture ได้แก่ All Dial ซึ่งถูกผลิตขึ้นมาเพียง 2,022 เรือนเท่านั้น และนอกจากจะเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีแห่งแรงแห่งแรงบันดาลใจทางสถาปัตยกรรมแล้ว ในปีนี้ยังเป็นปีครบรอบ 20 ปีของการกำเนิดคอลเลกชั่น All Dial อีกด้วย โดย All Dial เป็นนาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจจากอัฒจันทร์โคลอสเซียม สิ่งมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิโรมัน ได้ถูกถ่ายทอดสู่นาฬิกาที่มีความสวยงามเหนือกาลเวลา พร้อมกลไกที่ทนทานต่อการใช้งาน ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์จากการออกแบบหน้าปัดทรงกลม พร้อมตกแต่งด้วยเส้นสายวงกลมหลากหลายระดับที่ทำให้นึกถึงอัฒจันทร์เมื่อมองจากด้านบน พร้อมเทคนิคการทำสีแอนทราไซต์ ให้พื้นผิวบริเวณหน้าปัดมีสัมผัสเหมือนเนื้อทรายชวนให้นึกถึงหินอายุนับพันปีของอัฒจันทร์ โดยตัวเรือนนั้นทำจากเหล็กขนาด 42 มิลลิเมตร และหน้าปัดทำจากคริสตัลแซฟไฟร์ที่มีระบบป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน พร้อมสายรัดเหล็กเคลือบซาตินที่ทำทำให้นึกถึงส่วนโค้งของอัฒจันทร์ และบริเวณด้านหลังตัวเรือนยังถูกสลักด้วยภาพวาดของ โคลอสเซียม และชื่อแบรนด์ ‘MIDO’ เอาไว้อีกด้วย

สำหรับด้านการใช้งาน All Dial มาพร้อมฟังก์ชั่นการอ่านค่าเวลาที่มีความเที่ยงตรงแม่นยำสูงด้วยกลไกโครโนมิเตอร์ที่รับรองโดยสถาบันทดสอบความเที่ยงตรงของนาฬิกาแห่งสวิตเซอร์แลนด์ (Official Swiss Chronometer Testing Institute หรือ COSC) และสามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 38 ชั่วโมง โดยชิ้นโรเตอร์ขึ้นลานยังได้รับการตกแต่งด้วยลายโกตส์ เดอ เฌอแนฟ  และเพื่อให้อ่านค่าเวลาได้ง่ายในตอนกลางคืน เข็มนาฬิกาและช่องวันที่ที่ติดตั้งอยู่บริเวณ 3 นาฬิกา ได้ถูกเคลือบด้วยสารสะท้อนแสงซูเปอร์ ลูมิโนวา พร้อมฟังก์ชั่นการกันน้ำได้สูงสุดถึง 100 เมตร

ในคอลเลกชั่น 20 Years Inspired by Architecture ยังมีเรือนเวลาหรูอีก 4 รุ่นพิเศษ ได้แก่ (Baroncelli , Ocean Star, Multifort และ Commander ซึ่งทุกรุ่นล้วนได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากความงดงามของสถาปัตยกรรมชื่อดังระดับโลก ผสมผสานกับนวัตกรรมการผลิตนาฬิกาที่มีความเที่ยงตรงและทันสมัย สู่เรือนเวลาที่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพด้านฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่เตรียมเผยโฉมให้เหล่าคนรักนาฬิกาได้เก็บสะสมกันตลอดทั้งปี 2022 นี้

นอกจากนี้ MIDO ยังได้แนะนำเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาที่ควรค่าแก่การเก็บสะสม เพื่อมอบให้กับคนพิเศษว่า สำหรับการเลือกนาฬิกาให้กับคนพิเศษนั้น อันดับแรกเลยควรเลือกให้เหมาะสมกับคาแรคเตอร์ของผู้สวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นด้านดีไซน์ และด้านฟังก์ชั่น อย่างถ้าเป็นหนุ่มนักธุรกิจก็ควรเลือกนาฬิกาที่ดีไซน์มีความเรียบหรูเหนือกาลเวลา สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส แต่ถ้าเป็นหนุ่มนักกิจกรรมอาจจะเลือกเรือนที่ดีไซน์มีความสปอร์ตมีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ด้านการใช้งาน หรือถ้าเป็นหนุ่มสายอาร์ตทิสต์ก็ควรเลือกนาฬิกาที่ดีไซน์มีความเรียบโก้ มีเรื่องราวการออกแบบที่สอดคล้องกับงานศิลปะ หรือสถาปัตยกรรม ก็จะทำให้มีความหมายทางใจต่อผู้รับมากขึ้น และที่สำคัญไปกว่านั้น นอกจากจะเลือกตามคาแรคเตอร์เพื่อสวมใส่แล้ว คงจะดีไม่น้อยหากนาฬิกาเรือนนั้นสามารถเก็บสะสมไว้ได้ในระยะยาว ซึ่งการเลือกนาฬิกาที่ควรค่าแก่การสะสมนั้นควรเลือกจากแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีประวัติศาสตร์การออกแบบมาอย่างยาวนาน และควรเป็นคอลเลกชั่นที่เปิดตัวออกมาในวาระพิเศษ หรือเป็นรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ก็จะทำให้นาฬิกามีมูลค่าเพิ่มและมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

พบกับ 20 Years Inspired by Architecture รุ่น All Dial นาฬิกาคอลเลกชั่นพิเศษ คุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ Mido เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่เว็บไซต์ www.midowatches.com Facebook: Mido Watches และ LINE Official Account: @midothailand หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-610-0299

เตรียมเฮ! Markus Lupfer ดีไซเนอร์ขวัญใจชาวเซเลบจับมือ Jaspal ในคอลเลกชันพิเศษ ‘HAPPINESS’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675882

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 13:28 น.เตรียมเฮ! Markus Lupfer ดีไซเนอร์ขวัญใจชาวเซเลบจับมือ Jaspal ในคอลเลกชันพิเศษ ‘HAPPINESS’

เซเลบริตี้ไทยรอช้อป เมื่อ Markus Lupfer ดีไซเนอร์ขวัญใจชาวเซเลบเตรียมเยือนไทยผ่านการคอลลาบอเรชันกับแบรนด์ Jaspal ในคอลเลกชันพิเศษนี้มีชื่อว่า ‘HAPPINESS’

วงการแฟชั่นไทยได้เตรียมกรี๊ดสนั่นเมืองอีกครั้ง เพราะดีไซเนอร์ตัวท็อปของวงการแฟชั่นโลก พร้อมควบตำแหน่งผู้ที่มีแฟนคลับเป็นเซเลบริตี้ชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Beyonce, Rihanna, Olivia Palermo ไปจนถึง Duchess of Cambridge อย่าง Markus Lupfer หรือ มาร์คัส ลุปเฟอร์ ได้ลงมือสเก็ตช์ชุดสวยๆ เพื่อส่งตรงให้เหล่าเอฟซีเมืองไทยได้อัพเดทแฟชั่นเก๋ๆ ต้อนรับซัมเมอร์นี้

โดยงานนี้ข่าววงในฟันธงมาแล้วจ้าว่าการคอลลาบอเรชันกับแบรนด์ไทยครั้งนี้ มาร์คัส ลุปเฟอร์ จะจับมือกับ Jaspal แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติไทยที่พยายามรังสรรค์และสร้างสิ่งใหม่ๆให้กับวงการแฟชั่นอย่างต่อเนื่อง และไม่เคยพลาดในการคอลแลปกับดีไซเนอร์ระดับโลก ผ่านคอลเลกชันพิเศษนี้มีชื่อว่า ‘HAPPINESS’ โดยงานนี้ มาร์คัส งัดทุกกลเม็ด ทุกฝีมือที่มีมาถ่ายทอดพลังงานบวก และส่งต่อความรู้สึกที่ดีผ่านเสื้อผ้า ที่เน้นลายวาดในสไตล์ contemporary ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ดอกไม้ และความรัก มาเป็นเสื้อผ้าและแอกเซสซอรี

สำหรับ มาร์คัส ลุปเฟอร์ เป็นชาวเยอรมันและผู้ก่อตั้งแบรนด์ Markus Lupfer ในปี 2542 หลังจากสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเวสต์มินสเตอร์ในลอนดอน และ ได้พัฒนาแบรนด์ของตนเองจนกลายเป็นฃแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในตลาดสินค้าแฟชั่นหรูหราระดับโลก ซึ่งจุดเด่นของมาร์คัสคือ เขาจะกำหนด ‘บรรทัดฐาน’ ใหม่และกำหนด ‘เทรนด์ใหม่’ อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญเสื้อผ้าและสินค้าของ  มาร์คัสจะถูกออกแบบให้คนรู้สึกถึงความ ‘feel good’ ที่แฝงไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และความเฉลียวฉลาด ความมีเสน่ห์ที่น่าค้นหา มากไปกว่าการออกแบบ Markus Lupfer มีแนวทางที่เป็นเอกลักษณ์ในด้านงานฝีมือ และนวัตกรรมทั้งการเลือกใช้วัสดุ และเทคนิคการออกแบบ ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และด้วยประสบการณ์กับผลงานของมาร์คัสทำให้เขาได้รับรางวัลจากเวทีต่างๆมากมาย อาทิ New Generation Award ของ British Fashion Council ในปี 2544 และ รางวัลนักออกแบบยอดเยี่ยมแห่งปีจากงาน Prix de la Mode Awards ในประเทศสเปนในปี 2551 รวมถึงในปี 2010 เขาได้รับรางวัลนักออกแบบระดับนานาชาติแห่งปี จากรางวัลแฟชั่นสกอตแลนด์

หากจะว่าไปเอกลักษณ์และความโดดเด่นในการออกแบบ การใช้วัสดุ รวมถึงเทคนิคในการตัดเย็บต่างๆของ Markus Lupfer ก็มีความคล้ายคลึงกับ Jaspal ดังนั้นคอลเลกชันพิเศษนี้มีชื่อว่า HAPPINESS ที่พร้อมเปิดคอลเลกชันวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ เราคงได้เห็นเสื้อผ้าสวยๆ ออกสู่ตลาดแฟชั่นอย่างแน่นอน งานนี้เอฟซี Markus Lupfer และ Jaspal เตรียมชาร์ตแบตให้เต็มพร้อมรอชม LIVE ผ่าน Facebook Jaspal Official และเตรียมซีเอฟกันได้เลย … ได้ข่าวว่าสวยเจิดจรัสทุกแบบ ทั้งของผู้หญิง-ผู้ชาย และเด็กเลยทีเดียว

รวมที่สุด 6 เทศกาลและงานอีเวนต์ใหญ่ทั่วโลกปี 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/675923

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 18:03 น.รวมที่สุด 6 เทศกาลและงานอีเวนต์ใหญ่ทั่วโลกปี 2022

คิดถึงการไปเที่ยว รวม 6 เทศกาลและงานอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ทั่วโลกในปี 2022 ที่สายเที่ยวไม่ควรพลาด

ช่วงนี้หลายคนเริ่มมีความคาดหวังว่าสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลาย และจะได้ออกไปท่องเที่ยวมากขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา ซึ่งความคิดนี้ของผู้คนทั่วโลกก็เริ่มเป็นจริงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะขณะนี้แต่ละประเทศหรือเขตปกครองตนเองนั้นต่างค่อย ๆ เปิดพรมแดนต้อนรับนักท่องเที่ยวเพิ่มแล้ว

ซึ่งหากใครที่กำลังวางแผนเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศในปีนี้ และมองหากิจกรรมน่าสนใจเพื่อการเปลี่ยนมู้ดระหว่างเที่ยวอยู่ อโกด้า แนะนำไฮไลท์ 6 เทศกาลและงานอีเวนต์ทั่วโลก ตั้งแต่ตะวันออกมาจรถึงตะวันตก ที่จะช่วยทำให้ทริปต่าง ๆ ตลอดปีของทุกคนมีสีสันเป็นที่น่าจดจำมากขึ้น พร้อมทั้งทำให้การท่องเที่ยวกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

สำหรับคนชอบอากาศเย็นถึงใจ – Winterlude 2022 – แคนาดา

ดื่มด่ำกับลมหนาว หิมะนุ่มสีขาว และประติมากรรมน้ำแข็งที่สวยงามได้ที่ Winterlude 2022 เทศกาลฤดูหนาว ณ เมืองออตตาวา ประเทศแคนาดา นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมในร่ม และกลางแจ้งแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายมากมาย ซึ่งเน้นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศิลปะ และการทำอาหารของแคนาดา ให้คนทุกเพศทุกวัยได้เข้าร่วม ใครที่อยากทำอะไรที่ตื่นเต้นหน่อย ลองไปเล่นสเก็ตบน Rideau Canal Skateway ที่เป็นทั้งลานสเก็ตน้ำแข็งตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมรดกโลกขององค์การยูเนสโก เทศกาลนี้มักจะจัดขึ้นในช่วงสามสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยปีนี้จะจัดขึ้นในเขตเมือง ออตตาวา-กาติโน ตั้งแต่วันนี้–21 กุมภาพันธ์ รีบไปก่อนหิมะจะหมด!

สำหรับคนชอบเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับโลก – Expo 2020 Dubai – สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เอ็กซ์โประดับโลกอันน่าทึ่งนี้ เป็นการจัดแสดงนวัตกรรม เทคโนโลยี ศิลปะ และวัฒนธรรมจาก 192 ประเทศ และอีกหลากหลายองค์กร พื้นที่ทั้งหมดของงานถูกสร้างขึ้นใหม่ในทะเลทราย ภายใต้หัวข้อ ‘เชื่อมความคิด สร้างอนาคต’ (‘Connecting Minds, Creating the Future’) และแบ่งออกเป็นสามเขต: ความคล่องตัว (Mobility), โอกาส (Opportunity) และความยั่งยืน (Sustainability) ที่มีกิจกรรม และการจัดแสดงมากมายให้ตื่นตาตื่นใจ เช่น ‘The Future of Food: Epohal Banquet’ – การทำอาหารตามจินตนาการในปีค.ศ. 2320 ซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก AI, จุลชีววิทยา และอวกาศ และ ‘ Kaleidoscope’ – การจัดแสดงการผสมผสานเอฟเฟกต์แสง และทัศนศิลป์ยามค่ำคืนสุดตระการตา สามารถไปเยี่ยมชมกันได้ถึง 31 มีนาคม ค.ศ. 2022

สำหรับคนชอบธรรมชาติ และนวัตกรรมเพื่อโลกสีเขียว – Floriade Expo 2022 – เนเธอร์แลนด์

นิทรรศการพืชสวนระดับนานาชาตินี้ถือเป็นงานที่จะให้ความรู้ในด้านพืชพันธุ์ รวมถึงการใช้ชีวิตให้ยั่งยืนมากขึ้นได้อย่างดี ในบริเวณงานมีศาลาของกว่า 40 ประเทศ ที่จัดแสดงนวัตกรรมสีเขียวใหม่ ๆ ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมาย โดยนิทรรศการนั้นเปิดตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิถึงช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง ผู้เข้าร่วมงานสามารถดมกลิ่น รวมถึงลิ้มรสของต้นไม้ และดอกไม้ที่สวยงาม ไปพร้อม ๆ กับรับฟังดนตรี และชื่นชมงานศิลปะที่มีสีสันของประเทศที่เข้าร่วมได้ หากใครต้องการความตื่นเต้นหน่อย ต้องลองขึ้นไปนั่งกระเช้าลอยฟ้าเหนือสวนสาธารณะ ทั้งนี้หลังจากนิทรรศการเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน ถึง 9 ตุลาคม พื้นที่จัดงานทั้งหมดในเมืองอัลเมียร์จะถูกพัฒนาใหม่ให้เป็นเขตเมืองสีเขียวชื่อ ‘Hortus’ เพื่อคนเนเธอร์แลนด์

สำหรับคนที่ชอบการย้อนเวลาไปสัมผัสอดีต – Inti Raymi 2022 – เปรู

ตื่นตาตื่นใจไปกับการเฉลิมฉลองทางศาสนาอันยิ่งใหญ่สำหรับ ‘Inti’ เทพแห่งดวงอาทิตย์ที่ทรงพลังที่สุดของอารยธรรมอินคา งานนี้ถูกจัดขึ้นให้ตรงกับช่วงครีษมายันในทวีปอเมริกาใต้ โดยจะมีเครื่องแต่งกายที่สวยงาม งานเลี้ยงหรูหรา รวมถึงการจำลองพิธีกรรมเคลื่อนขบวนไปยังป้อมปราการโบราณของชาวอินคาโบราณอย่างละเอียด เพื่อเป็นเกียรติแก่ Inti ผู้เข้าร่วมจะได้เห็น และสัมผัสถึงวัฒนธรรมพื้นเมืองของคนอเมริกาใต้ก่อนที่อิทธิพลของคนตะวันตกจะมาถึง ถ้าใครรู้สึกเต็มอิ่มกับเทศกาลแล้ว ก็ลองไปเดินเล่นชมซากปรักหักพังของเมืองเก่า ฟาร์มของคนในพื้นที่ และเส้นทางเดินเขาที่อยู่ในบริเวณโดยรอบ ในปีนี้เทศกาลจะจัดขึ้นที่เมืองกุสโกตั้งแต่วันที่ 21-24 มิถุนายน

สำหรับคนที่ชอบเต้นไปกับดนตรี และเครื่องแต่งกายหลากสีสัน – MassKara Festival – ฟิลิปปินส์

เทศกาลริมถนนที่มีชีวิตชีวาที่สุดในเมืองบาโคลอด หรือที่รู้จักในชื่อ เมืองแห่งรอยยิ้มนี้ เหมาะสำหรับใครที่อยากเคลื่อนไหวไปตามจังหวะดนตรีที่สนุกสนาน และปาร์ตี้กับคนในพื้นที่ หนึ่งในกิจกรรมหลักคือ การแข่งขันเต้นครั้งยิ่งใหญ่ที่นักเต้นในชุดสีสันสดใส และหน้ากากยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์จะวาดลวดลายที่น่าประทับใจให้ทุกคนได้ชม โดยหน้ากากยิ้มนี้เป็นเหมือนคำประกาศจากชาวบ้านว่า ไม่ว่าพวกเขาจะต้องความท้าทายะไร พวกเขาก็จะผ่านมันไปให้ได้เสมอ หลังจากได้เต้นจนเต็มที่แล้ว ก็ถึงเวลาหาอะไรรองท้อง อย่างเมนูไก่ย่างชื่อดังของเมืองที่เรียกว่า ‘Chicken Inasal’ นอกจากนี้ยังกิจกรรมสนุก ๆ อีกมากมาย เช่น การประกวดนางงาม MassKara ปาร์ตี้ยามค่ำคืน และกีฬา ปีนี้งานจะจัดตลอดทั้งเดือนตุลาคม โดยกิจกรรมหลักจะมีขึ้นในวันที่ 24 ตุลาคม

สำหรับใครที่ชอบความมหัศจรรย์ของอารยธรรมอียิปต์ – พิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ Grand Egyptian อย่างเป็นทางการ – อียิปต์

ถึงแม้สถานการณ์โควิด-19 จะทำให้การก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ต้องล่าช้ากว่าที่กำหนด แต่อัญมณีเม็ดงามของอียิปต์ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงกิซ่านี้ เมื่อสร้างเสร็จแล้วจะกลายเป็นศูนย์พิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุด ทันสมัยที่สุด และโด่งดังที่สุดในโลก เนื่องจากค่าก่อสร้างที่ปัจจุบันเกินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์แล้ว แน่นอนว่าการเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่นี้จะต้องเป็นงานที่ผู้คนทั่วโลกเฝ้ารอ โดยพิพิธภัณฑ์จะมีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน และจะมีโบราณวัตถุประมาณ 100,000 ชิ้น ซึ่งอย่างน้อย 20,000 ชิ้น เป็นโบราณวัตถุที่ยังไม่เคยถูกนำไปจัดแสดงต่อสาธารณะชนที่ไหนมาก่อน รวมถึงเป็นที่เก็บสะสมศิลปวัตถุของตุตันคามุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก หนึ่งในไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือ รูปปั้นขนาดมหึมาของรามเสสที่ 2 กษัตริย์องค์ที่สามของราชวงศ์ที่ 19 ของอียิปต์โบราณบริเวณทางเข้าพิพิธภัณฑ์

คุณภาพชีวิตที่ไม่อ่อนแรงของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/675894

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 14:35 น.คุณภาพชีวิตที่ไม่อ่อนแรงของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ SMA หนึ่งในโรคหายากในเด็กที่มีสาเหตุจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน อาจส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดความท้อแท้หมดกำลังใจในการรักษา

การได้รับการรักษาที่เหมาะสมและคุณภาพชีวิตที่ดีที่ทำให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกตินับเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยอายุขัยที่นานขึ้น รวมทั้งการมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ SMA (Spinal Muscular Atrophy) หนึ่งในโรคหายากในเด็ก ที่มีสาเหตุจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนแรงที่กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน อาจส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดความท้อแท้หมดกำลังใจในการรักษา อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทย ยังมีการรักษาแบบองค์รวมอย่าง “ศูนย์โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงศิริราช” (Siriraj Center of Neuromuscular Disease) โดยผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ ที่เรียกว่า “one stop service” เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดทางการรักษา ทำให้ครอบครัวประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการมาโรงพยาบาล

รศ.พญ.อรณี แสนมณีชัย กรรมการมูลนิธิโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ F)E)N)D) (Foundation to Eradicate Neuromuscular Disease) และอาจารย์ประจำสาขาระบบประสาทวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

รศ.พญ.อรณี แสนมณีชัย กรรมการมูลนิธิโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ F)E)N)D) (Foundation to Eradicate Neuromuscular Disease) และอาจารย์ประจำสาขาระบบประสาทวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า “SMA เป็นหนึ่งในชนิดของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงทั้งหมด มักพบในเด็กโดยเกิดจากพันธุกรรม ในประเทศไทยยังไม่มีการบันทึกจำนวนผู้ป่วยอย่างเป็นทางการ จากการสำรวจโดยแพทย์กุมารวิทยาเมื่อปี 2562 พบว่ามีประมาณ 170 กว่าราย หากดูจากความชุกของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด SMA ในเด็กจะอยู่ที่ 1 ต่อ 10,000 และอัตราการเกิดโรคของเด็กแรกเกิดจะอยู่ที่ 1 ต่อ 6,000 สำหรับผู้ป่วยนั้นจะประสบปัญหาความบกพร่องของกล้ามเนื้อที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวหรือการทำงานของอวัยวะในร่างกาย สำหรับการรักษาแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่ การรักษาแบบเฉพาะเจาะจงโดยใช้ยาที่ช่วยปรับยีนที่บกพร่อง และการรักษาแบบองค์รวมหรือประคับประคองเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ศูนย์โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงศิริราชเป็นการอาศัยความร่วมมือจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขามาทำงานร่วมกันเพื่อวางแผนการรักษาและให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและผู้ดูแลสามารถกลับไปดูแลตัวเองที่บ้านได้ โดยไม่จำเป็นต้องมาพบแพทย์บ่อย”

“นอกจากนี้ ยังรวมถึงการสนับสนุนผู้ป่วยให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับเด็กที่สุขภาพแข็งแรงตามปกติด้วย เพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกว่าพวกเขามีข้อจำกัดในการใช้ชีวิตจนไม่สามารถออกไปเจอโลกภายนอกได้ เช่น พาผู้ป่วยไปสวนสนุก เมืองหิมะ หรือสถานที่ที่อยากไป อาจจัดเป็นการจับกลุ่มเด็กปกติให้มาร่วมกิจกรรมกับผู้ป่วย มีจับคู่กับเด็กปกติให้ช่วยดูแลระหว่างทำกิจกรรม และมีแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ฯ เป็นพี่เลี้ยง ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยคลายความเครียด ลดความกดดัน และมีกำลังใจ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะช่วยเสริมประสิทธิภาพทางการรักษา และทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตในสังคมตามปกติมากที่สุดได้ด้วย” รศ.พญ.อรณี กล่าวเสริม

สำหรับผู้ป่วยการเรียนรู้และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับตนย่อมเป็นสิ่งสำคัญควบคู่ไปกับการได้รับการดูแลจากแพทย์และบุคคลรอบข้าง การไม่ปิดกั้นตัวเองด้วยข้อจำกัดทางร่างกาย จะช่วยให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกแปลกแยก และใช้ชีวิตได้โดยไม่คิดว่าตนเป็นภาระให้คนในครอบครัว ผู้ดูแล หรือสังคม นอกจากนี้ ยังสามารถส่งต่อกำลังใจให้กับผู้ป่วยรายอื่น ๆ ต่อไปได้อีกด้วย เช่นเดียวกับ “น้องหม่อม” นางสาวศุภาพิชญ์ ชาติวิวัฒน์พรชัย ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดที่ 3 (Type 3) ปัจจุบันเป็นนักศึกษาปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ขณะนี้กำลังฝึกงานที่ศูนย์โรคกล้ามเนื้อศิริราช เพื่อช่วยเหลือน้อง ๆ ที่ป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

นางสาวศุภาพิชญ์ ชาติวิวัฒน์พรชัย (น้องหม่อม) ผู้ป่วยโรค SMA นักศึกษา ปี4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล และฝึกงาน ณ ศูนย์โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงศิริราช

“หม่อมเป็นโรค SMA Type 3 ที่ถือว่าเบาที่สุดแล้ว เท่าที่รู้คือเริ่มแสดงอาการตั้งแต่ช่วงเริ่มหัดเดิน แต่หม่อมก็ยังโชคดีที่ไม่ได้จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลืออะไรมาก มีเพียงรถเข็นที่ต้องใช้บ้าง ส่วนผลกระทบในการใช้ชีวิตนั้นแน่นอนว่าย่อมมีข้อจำกัดในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเดิน การออกกำลังกาย หรือกิจกรรมบางอย่างที่ต้องทำร่วมกับเพื่อน ๆ ซึ่งบางทีก็มีคำถามกับตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นเรา แต่สิ่งที่ทำให้หม่อมมีกำลังใจคือครอบครัวที่สนับสนุนดีมาก ๆ หรือเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่หม่อมเจอเวลาไปพบคุณหมอที่เค้าอาการแย่กว่าเรา ก็ทำให้เราคิดได้และไม่ต้องรู้สึกแย่ตลอดเวลา นอกจากนี้ หม่อมก็พยายามทำอะไรต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่น ๆ จนเกินไป รวมถึงความคิดที่จะทำอะไรที่เราได้ช่วยเหลือน้อง ๆ ที่ป่วยเหมือนเรา นั่นคือสิ่งที่หม่อมตั้งเป้าไว้ตั้งแต่เลือกสาขาที่จะเรียนจนได้มาฝึกงานที่ศูนย์ฯ นอกจากนี้ อีกสิ่งที่หม่อมอยากฝากไว้คือสำหรับผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงนั้น อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเราสามารถเสริมสร้างสุขภาพกายและใจของเราให้เข้มแข็งได้ พร้อมไปกับการรับการรักษาจากคุณหมอ อย่างหม่อมเองตั้งแต่เด็กก็ปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอมาต่อเนื่อง และหน่วยงานอย่างศูนย์ฯ หรือมูลนิธิฯ ที่หม่อมได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมช่วงฝึกงานก็ถือว่าเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ป่วย หรือการได้ไปบอกเล่าแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเอง ก็ถือได้ว่าเราได้ช่วยหรือทำประโยชน์อะไรให้กับผู้ป่วยแบบเรา ก็ถือเป็นเรื่องดี ๆ ที่เราได้แบ่งปัน และเป็นการเพิ่มคุณค่าในการดำเนินชีวิตของหม่อมเองด้วย” นางสาวศุภาพิชญ์ (น้องหม่อม) กล่าว

“หมอคิดว่าผู้ป่วยจริงๆ มีความรู้สึกนึกคิดหรือสติปัญญาเหมือนคนปกติทุกอย่าง เพียงแค่มีข้อจำกัดทางร่างกายที่ทำให้อ่อนแรงหรือเดินไม่ได้เท่านั้นเอง ดังนั้น อยากเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยใช้ศักยภาพที่มีทั้งหมดให้ดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมให้เกิดประโยชน์ที่สุด ทางแพทย์เองก็จะสนับสนุนให้พวกเขาสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้มากที่สุด” รศ.พญ.อรณี กล่าวสรุป

สำหรับ “ศูนย์โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงศิริราช” (Siriraj Neuromuscular Disease) เป็นคลินิกรักษาผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็กอายุ 1-18 ปี โดยการประสานความร่วมมือจากแพทย์และทีมสหวิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ด้านระบบประสาทวิทยา แพทย์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกายภาพบำบัด แพทย์แผนไทยประยุกต์ นักโภชนาการ คุณครูการศึกษาพิเศษ นักดนตรีบำบัด เพื่อให้การมารักษาของผู้ป่วยได้ประสิทธิภาพสูงสุดและไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อยครั้ง โดยเปิดให้บริการทุกวันศุกร์ที่ 3 ของทุกเดือน เวลา 8:00 – 12:00 น. ณ โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังทำงานในรูปแบบเครือข่ายร่วมกับมูลนิธิโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ในการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมทักษะและการเข้าสังคมให้กับผู้ป่วย รวมถึงการสนับสนุนจากโครงการ High Cost High Fund ของศิริราชมูลนิธิ ด้านค่าใช้จ่ายในการรักษา การเดินทาง และจัดหาอุปกรณ์เสริมการใช้ชีวิตประจำวันให้กับผู้ป่วย เช่น รถเข็นไฟฟ้า เครื่องช่วยยก เครื่องช่วยหายใจ เพื่อให้ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลดำเนินชีวิตได้สะดวกขึ้น และยังสามารถเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ตามสิทธิ คือ สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สวัสดิการการรักษาพยาบาลของต้นสังกัด และสิทธิรักษาพยาบาลผู้พิการ

หมอโอ๊ค สมิทธิ์ เผยเทคนิค ‘คลีน-ตบ-แต้ม’ 3 ขั้นตอนจบวงจรสิวด้วยพลังธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675763

วันที่ 16 ก.พ. 2565 เวลา 08:45 น.หมอโอ๊ค สมิทธิ์ เผยเทคนิค 'คลีน-ตบ-แต้ม' 3 ขั้นตอนจบวงจรสิวด้วยพลังธรรมชาติ

สร้างประสบการณ์ใหม่แห่งผิว ‘วัตสัน จับมือ สมิทธิ์ เปิดตัว Smith Acne ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลปัญหาสิว เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่วัตสันเท่านั้น

นับเป็นข่าวดีของคนรักผิวและคนที่มีปัญหาสิวเลยทีเดียว เมื่อ วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย จับมือ สมิทธิ์ (Smith) เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จากไลน์ Smith Acne เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่แห่งผิวในการดูแลปัญหาสิวและสร้างผิวแข็งแรงอย่างล้ำลึกด้วยพลังธรรมชาติ 3 ขั้นตอน “คลีน-ตบ-แต้ม” ด้วย SMITH COBIOBALANCE ส่วนผสมอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ Smith เท่านั้น ซึ่งอุดมไปด้วยสารที่มีคุณค่าต่อผิว ปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เหมาะสมกับทุกสภาพผิว  

คุณนวลพรรณ ชัยนาม Customer Director วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “วัตสันรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับทาง Smith ซึ่งเกิดจากความตั้งใจเดียวกันคือการส่งมอบประสบการณ์แห่งการดูแลผิวและส่งต่อความมั่นใจ พร้อมทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ดีๆ ให้กับลูกค้าจากวัตสันอย่างครบสูตร ช่วยแก้ไขปัญหาสิวซึ่งเป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่กังวล ซึ่งในปัจจุบัน พบว่าลูกค้ามักมองหาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อตัวเองและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หลีกเลี่ยงการใช้สินค้าที่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อผิว หรือผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Chemical-Free ซึ่งผลิตภัณฑ์จาก Smith ที่เราได้นำมาเปิดตัววันนี้ ปราศจากสารที่เป็นอันตรายต่อผิว แถมยังไม่ทำการทดลองกับสัตว์อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น การจับมือกันในครั้งนี้ ยังเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในการเข้าถึงแบรนด์ได้อย่างง่ายดาย ด้วยกลุ่มสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟจากวัตสัน ที่สามารถหาซื้อได้เฉพาะที่หน้าร้านวัตสันกว่า 600 สาขาและผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้นค่ะ” 

นายแพทย์สมิทธิ์ อารยะสกุล ผู้บริหารสมิทธิ์ พรีเว่ เอสเธทีค กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีและดีใจเป็นอย่างมาก ที่แบรนด์สมิทธิ์ได้เป็นหนึ่งในสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟที่ร้านวัตสัน และเราก็ได้รับผลตอบรับที่ดีมาโดยตลอด ซึ่งโปรดักต์ไลน์ใหม่ Smith Acne นี้ เราคิดค้นและพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ในการดูแลปัญหาสิวโดยเน้นการดูแลอย่างล้ำลึกเพื่อการปกป้องอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 ขั้นตอบ คลีน ตบ แต้ม เพื่อจบวงจรสิวด้วยพลังธรรมชาติ ซึ่งความพิเศษของผลิตภัณฑ์ในไลน์ Smith Acne คือสูตรเอกสิทธ์เฉพาะที่เป็นของ Smith เท่านั้นครับ” 

โดยผลิตภัณฑ์ไลน์ใหม่ล่าสุดจาก Smith Acne ประกอบด้วย Smith Soft Acne Wash เจลทำความสะอาดผิวหน้าฟองละเอียดนุ่ม สูตรปราศจากกรด BHA ช่วยชะล้างสิ่งสกปรกและมลภาวะถึงระดับรูขุมขน ลดความมันและการสะสมของแบคทีเรีย สาเหตุของการเกิดสิวอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีสูตรเอกสิทธิ์เฉพาะอย่าง SMITH 3X NATURAL ACNE CONTROL จากส่วนผสมของ Tea Tree Leaf Oil ช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย Horse Chestnut ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง และ Mushroom Extract ที่ช่วยควบคุมความมัน อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดสิว  

Smith Acne Essence น้ำตบกู้สมดุลผิว เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วและไม่เหนียวเหนอะหนะอันเป็นสูตรเอกสิทธิ์เฉพาะจาก SMITH COBIOBALANCE ด้วยสารสกัดบัวหิมะเกรดพรีเมียมซึ่งเป็น Prebioticอันจะช่วยปรับสมดุลผิวทันทีหลังใช้ ดูแลจุลินทรีย์ที่ดีต่อผิวและยับยั้งเชื้อ C.Acne อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และอุดมไปด้วยสารที่มีคุณค่าต่อผิว 10 ประการ อย่าง Seboclear, Acne Busters,  Acnacidol BG, Wellcap Garcine,Dermaveil, Willow Bark Extract, Zincidone, Jiou Liquid B, Portulaca Extract และ Ipomoea Extract  

Smith Acne Soothing Gel เจลแต้มสิวสูตรปราศจากกรด BHA สูตรเอกสิทธ์ SMITH TRIPLE ACNE TARGET ACTION ผสานสารสกัดจากพลังธรรมชาติ จากเปลือกมังคุดที่อยู่ในรูป Nano Encap สามารถซึมซาบเข้ายับยั้งแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีสารสกัดจากหัวหอมในการต่อต้านสิวอักเสบ รักษารอยแดงจากสิว และมี Tea Tree Oil ที่ช่วยลดปริมาณไขมัน ควบคุมความมันและการอุดตันรูขุมขน  ซึ่งผลิตภัณฑ์จากไลน์ Smith Acne เป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารอันก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว อีกทั้งยังไม่ผ่านการทดลองกับสัตว์ โดย Smith Soft Acne Wash จะมีวางจำหน่ายที่ร้านวัตสันในขนาด 100 มิลลิลิตร ราคา 390 บาท, Smith Acne Essence ขนาด 100 มิลลิลิตร ราคา 980 บาท และ , Smith Acne Soothing Gel ขนาด 10 กรัม ราคา 340 บาท  

เปิดประสบการณ์แห่งการดูแลผิวได้แล้วที่หน้าร้านวัตสันทุกสาขา หรือช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ www.watsons.co.th หรือแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่วัตสันทุกสาขาและ Line Official @WatsonsTH 

ชี้เป้าเหล่านักช้อป!! ลดเยอะลดจริงในงาน Brand Day Lifestyle Mega Sale

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675753

วันที่ 15 ก.พ. 2565 เวลา 19:22 น.ชี้เป้าเหล่านักช้อป!! ลดเยอะลดจริงในงาน Brand Day Lifestyle Mega Sale

นักช้อปตัวจริงต้องมา!! มหกรรมมัดรวมสินค้ากระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเป้ และแอคเซสเซอรี่จาก 30 แบรนด์ดัง ลดสูงสุดกว่า 80% ในงาน Brand Day Lifestyle Mega Sale ที่ The EmQuartier วันที่ 15-20 ก.พ.นี้เท่านั้น

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

ช้อปเพลินเกินต้าน ก็ส่วนลดยั่วใจ..ไม่ช้อปยังไงไหว ในงาน Brand Day Lifestyle Mega Sale มหกรรมมัดรวมสินค้ากระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเป้ และแอคเซสเซอรี่จากแบรนด์ดัง รวมพลังลดสูงสุดกว่า 80% เอาใจสายเที่ยว สาย out door พบสินค้าไอเท็มเด็ดจากแบรนด์ดังกว่า 30 แบรนด์ อาทิ Victorinox, Polo world, Timbuk2, JanSport, Eastpak, Guess, Manhattan Portage, National Geographic ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในราคาสบายกระเป๋า

พิเศษสุดๆ กับ กล่องสุ่ม 2,900 บาท ลุ้นสินค้ารวมมูลค่ากว่า 12,000 บาท และกล่องสุ่ม 9,900 บาท ลุ้นสินค้ารวมมูลค่ากว่า 58,000 บาท งานนี้จัดมาให้แบบสุดคุ้มกับเหล่าสินค้าแบรนด์ดังที่คัดเลือกมาแล้วว่าดี ทั้งกระเป๋าเดินทาง แอคเซสเซอรี่ และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย #มาช้อปกล่องสุ่มแล้วรอลุ้นให้ฟินกระจายกันดีกว่า งานนี้ขอบอกเลยว่าลดเยอะมาก แถมยังมีดีลดีๆ ให้ช้อปทุกวัน 

พบกับงาน Brand Day Lifestyle Mega Sale ได้ที่ The EmQuartier, Quartier Gallery, M fl. ตั้งแต่วันที่ 15-20 กุมภาพันธ์ 2565 หรือช้อปง่ายๆ แค่ปลายนิ้วคลิ๊กได้ที่ Line OA : https://lin.ee/oLkalMD ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : TheTravelStore 

อัลบั้ม Brand Day Lifestyle Mega Sale