เปิดใจ ‘สายป่าน’ เป็นห่วงอนาคต วางแผนชีวิตคู่จริงจัง เผยเหตุผลที่ต้องฝากไข่

10 กันยายน 2569 เวลา 15:32 น.

หายห่วงแบบสบายใจ สามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระ สำหรับนางเอกมากความสามารถ สายป่าน อภิญญา ที่ไร้กังวลในเรื่องของเวลาที่จะต้องมาพะวงกับการสร้างครอบครัวมีเจ้าตัวน้อยไปเลย หลังจากได้เข้ามาปรึกษาและได้ทำการ ฝากไข่ (Oocyte Freezing) กับทาง GFC (Genesis Fertility Center) หนึ่งในผู้นำด้านการรักษาผู้มีบุตรยาก ที่เดินหน้าส่งต่อความหวัง ความสุข และเติมเต็มความฝันของหลากหลายครอบครัวมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะว่า 9 ปี

นอกจากจะทำให้เจ้าตัวใช้ชีวิตกำหนดเวลาในแบบที่ตัวเองต้องการได้อย่างเต็มที่ ทุ่มเวลาและลุยทำงานเต็มที่แบบอิสระไม่ต้องกังวลกับเรื่องของเบบี๋ และทำเพื่อลูกในอนาคตแล้ว ยังเป็นหลักประกันสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ

สายป่าน เล่าว่า  “อย่างแรกต้องบอกก่อนเลยว่า 3 ปีแล้วที่ “ฝากไข่. ไว้ที่ GFC โชคดีที่ได้ตัดสินใจมาที่นี่ GFC เพราะเรื่องของสุขภาพ หลายคนอาจจะค่อนข้างมั่นใจในตัวเองและคิดว่าตัวเองแข็งแรง ถึงเวลาพอแต่งงานไปปล่อยปุ๊บติดปั๊บจริงๆ แล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะว่าป่านกับวุฒิก็เคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว แล้วไม่มีก็คือไม่มีเลยจริงๆ แล้วก็ไม่ติดเลยจริงๆ นะคะ ซึ่งอาจจะเกิดจากหลายๆ อย่างด้วย ดังนั้นการเริ่มต้นก็คือการเข้ามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญแล้วก็ลองตรวจหลายๆ อย่างดูก่อนว่ามีความผิดพลาดหรือบกพร่องตรงไหนหรือเปล่าเราจะได้แก้ไขและเตรียมตัวได้”

“ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ป่านมองเห็นว่าสำคัญมากๆ เลยก็คือ เป็นเรื่องของการวางแผนชีวิตคู่จริงๆ อย่างของป่านกับวุฒิร่างกายแข็งแรง สุขภาพไม่มีไม่ดีตรงไหนเลยทุกอย่างผ่านหมดเลย แล้วก็เราได้แพลนได้ว่าเราจะทำแบบนี้ ขั้นตอนเป็นแบบนี้ ลองกลับไปทำเองก็ยังมีเวลาถ้าเกิดไม่ทำเองให้หมอช่วยเลยก็จะถูกกระชับเข้ามา ส่วนระยะเวลาก็คุยกับคุณหมอได้ปรับเปลี่ยนได้ ยิ่งเร็วยิ่งดี ดังนั้นไม่ต้องกังวลอยากให้ลองเปิดใจเข้ามาปรึกษาก่อนไม่ว่าจะเป็น ฝากไข่ ก็ดี ตรวจคุณภาพของสเปิร์มก็ดี ตรวจสภาพของรังไข่ ท่อนำไข่ หรือว่าอะไรก็ดี รวมไปถึงการวางแผนการทำน้องหรือว่า อิ๊กซี่ (Intracytoplasmic Sperm Injection)”

“สำหรับวัยรุ่นที่แบบใช้ชีวิตไปก่อนอย่ารอนะ เพราะอายุ 30 ไม่ใช่ตัวเลขเล่นๆ แล้วนะคะ ถ้าบางคนรอไปอาจจะไม่ติดเลยและอาจจะเฟลไปเลยก็ได้ หลายคนคาดหวังว่าอยากมีลูกเพื่อมาเติมเต็มชีวิตคู่ หลายคนคาดหวังว่ามีลูกแล้วจะมีกำลังใจในตอนแก่มีกำลังใจในการใช้ชีวิต หรือหลายๆ คนอาจจะคาดหวังมีลูกแล้วจะได้ไม่เหงามาเป็นเพื่อน อย่ารอค่ะ เพราะว่าเมื่อไหร่ที่ 40 ไปแล้วป่านว่าถึงเวลานั้นจะมียากนะ แล้วจะอยากย้อนเวลากลับมาแก้ไขก็จะทำไม่ได้แล้ว ดังนั้น 30 ปุ๊บ ไปปรึกษาคุณหมอเลยค่ะ ไปวางแผนไว้ก่อน จริงๆ แล้วสำหรับวัยรุ่นโดยเฉพาะแบบป่านกับวุฒิเป็นวัยรุ่นที่ทำกิจกรรมทุกอย่างสุดโต่งมากจริงๆ การปรึกษาคุณหมอที่ GFC เป็นเรื่องที่ทำให้ป่านสบายใจและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ได้มากขึ้น ตอนนี้กิจกรรมที่ป่านทำคือดำน้ำป่านก็ไปดำน้ำได้อย่างสบายใจไม่ต้องมานั่งห่วง นั่งนับวันรอวันทำการบ้านวันไหน คือสบายใจได้เลย เราสามารถใช้ชีวิตได้เต็มที่กับชีวิตไปเลย”

เซอร์ไพรส์! คนแต่งเพลง ‘SaWaDiKa’ ให้ LISA ปักหลักทำงานในไทย เปิดวาร์ป ‘Danny Chung’

10 กันยายน 2569 เวลา 15:15 น.

วินาทีนี้คงไม่มีกระแสไหนในวงการดนตรีจะแรงไปกว่าซิงเกิล ‘SaWaDiKa’ ของ LISA ที่หยิบเอาคำทักทายของไทยมาใส่บีตฮิปฮอปสุดเฟียร์ซ จนกลายเป็นไวรัลซาวด์ที่คนทั่วโลกร้องตามและทำชาเลนจ์กันสนั่นโซเชียล แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังท่อนแรปสุดสับที่ติดหูตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยิน มีชื่อของ Danny Chung (แดนนี่ ชาง) Head of Creation แห่ง THEBLACKSEA เป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของความปังระดับโกลบอลนี้ซ่อนอยู่

เจาะลึกเบื้องหลัง ‘SaWaDiKa’ ท่อนฮิตที่คิดมาแล้วทุกกระเบียดนิ้ว

ทำไม ‘SaWaDiKa’ถึงทำงานกับคนฟังทั่วโลกได้อย่างมหาศาล? คำตอบคือ “ความเข้าใจใน Attitude” Danny Chung รู้วิธีดึงอินเนอร์ความขี้เล่นแต่ดุดันของ LISA มาผสานกับกลิ่นอายฮิปฮอปตะวันตก เขาสร้างเพลงที่ไม่ใช่แค่ Catchy แต่เป็นคำที่เข้าปาก ร้องตามง่าย และสามารถหยิบไปตั้งแคปชันบนอินสตาแกรม ทำคอนเทนต์ใน TikTok หรือตะโกนร้องในผับได้อย่างไม่เคอะเขิน

กว่าที่คำว่า “สวัสดีค่ะ” จะดูอินเตอร์และเต็มไปด้วยจริตความเท่ การทำงานของ Danny ในโปรเจกต์นี้เรียกได้ว่าพาเราดำดิ่งลึกลงไปถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมจากการซึมซับความเป็นไทยที่เขาได้มาอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯเพื่อทำหน้าที่ Head of Creation ให้กับ THEBLACKSEA นานกว่า 3 ปี เขาไม่ได้แค่เขียนเนื้อร้องภาษาอังกฤษให้คล้องจองแต่ได้ร้อยเรียงความโมเดิร์นและกลิ่นอายของวัฒนธรรมไทยดั้งเดิมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เขาช่วยออกแบบการออกเสียง จังหวะกระแทกคำ โฟลว์การแรป ไปจนถึงเมสเซจที่ต้องการสื่อสาร ซึ่งทุกองค์ประกอบล้วนถูกจัดวางอย่างพิถีพิถัน เพื่อดึงเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของ LISA ออกมาให้เปล่งประกายที่สุด การตีความรากเหง้าวัฒนธรรมใหม่ให้กลายเป็น Pop Culture Moment ครั้งนี้ คือข้อพิสูจน์ว่าเทสต์ในการเลือกใช้คำของเขานั้นหาตัวจับยากจริงๆ

The Mastermind ผู้อยู่เบื้องหลังศิลปิน A-List และโปรเจกต์ระดับโลก

ความสำเร็จของ ‘SaWaDiKa’ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือโชคช่วย หากใครติดตามวงการเพลงสากลจะรู้ดีว่า Danny Chung คือเจ้าของลายเซ็นในเนื้อเพลงภาษาอังกฤษและท่อนแรปที่สร้างภาพจำให้ศิลปินระดับโกลบอลมานับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นท่อนฮิตของ BLACKPINK ในเพลง How You Like That, Pink Venom และ Shut Down รวมถึงการปั้นคอนเซปต์และเนื้อเพลงสุดซ่าให้กับ JEON SOMI

นอกจากนี้ วิสัยทัศน์ของเขายังก้าวข้ามขีดจำกัดของวงการดนตรี ไปสู่การร่วมงานในโปรเจกต์แอนิเมชันระดับอินเตอร์อย่าง K-Pop Demon Hunters  และล่าสุดกับการเป็นหนึ่งใน 5 นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ระดับโกลบอลในรายการ Tinh Hà “Say Hi” รายการออดิชันเซอร์ไววัลล่าสุดในแฟรนไชส์ “Say Hi” ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายและสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการบันเทิงเวียดนาม ซึ่งตอกย้ำว่า Danny ไม่ใช่แค่นักแต่งเพลง แต่เป็น ‘Storyteller’ (นักเล่าเรื่อง) ที่เข้าใจบริบทของอุตสาหกรรม Pop Culture ระดับโลกอย่างถ่องแท้

ก้าวใหม่ที่น่าจับตาในฐานะ Head of Creation แห่ง THEBLACKSEA

หลังจากสร้างมาตรฐานระดับโลกไว้มากมาย มูฟเมนต์ล่าสุดที่ทำเอาวงการดนตรีและครีเอทีฟไทยต้องตื่นเต้น คือการที่ Danny Chung ดำรงตำแหน่ง Head of Creation ให้กับ THEBLACKSEA ค่ายเพลงและบริษัทเอนเตอร์เทนเมนต์ที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง THEBLACKLABEL และ CP GROUP  ซึ่งกำลังมาแรงและถูกจับตามองมากที่สุดในขณะนี้

การคว้าตัวคนเบื้องหลังระดับเวิลด์คลาสมาคุมบังเหียนด้านการสร้างสรรค์ ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่ามาตรฐานการผลิต ผลงานศิลปิน และทิศทางของค่าย จะไม่ได้โฟกัสแค่ตลาดโลคัล แต่มุ่งเป้าไปที่สเกลระดับโลก การนำความเชี่ยวชาญในการสร้าง ‘ปรากฏการณ์ไวรัล’ แบบที่ทำสำเร็จมาแล้วใน ‘SaWaDiKa’ มาประยุกต์ใช้กับศิลปินและโปรเจกต์ในค่าย จะผลักดันให้ THEBLACKSEA กลายเป็นฮับเอนเตอร์เทนเมนต์แห่งใหม่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พร้อมผลิตผลงานระดับเวิลด์คลาส

โดย Danny เผยว่า “ครั้งแรกที่ผมได้ร่วมงานกับลิซ่าคือเมื่อ 9 ปีที่แล้ว หลังจากที่ BLACKPINK เพิ่งเดบิวต์ แต่การได้มาร่วมงานกันในเพลง ‘SaWaDiKa’ นั้นมีความหมายกับผมเป็นพิเศษ การได้ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ผมได้ซึมซับวัฒนธรรมบ้านเกิดของเธออย่างลึกซึ้ง ซึ่งช่วยมอบความเข้าใจในมิติที่ละเอียดอ่อน และสามารถนำมาสร้างสรรค์เมสเซจที่สะท้อนความเป็นตัวตนของเธอออกมาได้อย่างแท้จริง  ลิซ่ามีเรื่องราวที่สำคัญมากมายที่จะสื่อสาร และการได้เห็นว่าเธอทำให้ทั้งประเทศไทยและคนทั้งโลกภาคภูมิใจได้ขนาดไหน ถือเป็นความรับผิดชอบที่ผมให้ความสำคัญและจริงจังกับมันมากๆ ครับ และการสร้างความเชื่อมโยงที่จริงใจในแบบเดียวกันนี้เอง คือสิ่งที่เราตั้งเป้าที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปกับ THEBLACKSEA”

ถ้า ‘SaWaDiKa’ คือการเปิดประตูบานใหม่ให้วัฒนธรรมไทยในเวทีโลก… การมาเยือนและตั้งฐานทัพของ Danny Chung ที่ THEBLACKSEA ในไทย ก็คือการวางรากฐานเพื่อสร้าง ‘Iconic Moments’ ครั้งใหม่ ที่แฟนเพลงและวงการ T-Pop ต้องจับตาดูแบบห้ามกะพริบตา!

‘ข่าวเที่ยงช่องวัน’คว้ารางวัลเชิดชูเกียรติ ‘ฐานันดร ๔’ โดย สมาคมสมาพันธ์นักข่าว (ประเทศไทย)

10 กันยายน 2569 เวลา 15:09 น.

รายการ “ข่าวเที่ยงช่องวัน” ตอกย้ำความปัง!! คว้ารางวัลเชิดชูเกียรติ “ฐานันดร๔” ประจำปี ๒๕๖๙ ประเภทสาขา รายการข่าววาไรตี้ ดีเด่น  ที่จัดโดย สมาคมสมาพันธ์นักข่าว (ประเทศไทย) เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี  เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ นักข่าว สื่อมวลชน และบุคคลที่สร้างคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ

ล่าสุด 2 พิธีกรข่าว แจ๊ค ศรีสุภางค์ และ อ๊อฟ ชัยนนท์ เป็นตัวแทนรับมอบรางวัลดังกล่าว พร้อมกล่าวขอบคุณผู้ชมทางบ้านที่ติดตามข่าวเที่ยงช่องวันมาโดยตลอด  รางวัลนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจแก่ทีมงาน “สำนักข่าววันนิวส์”  ที่จะก้าวต่อไปด้วยความยึดมั่นในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสื่อ พร้อมที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป โดยสามารถติดตามชม “ข่าวเที่ยงช่องวัน” ได้ ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 11.10 น. ทางช่อง one31

กุลวลี จี้สำนักงบฯ ทบทวนงบช้างป่า มลพิษแม่น้ำกก หวั่นผลกระทบตกกับชาวบ้าน

10 กันยายน 2569 เวลา 15:37 น.

10 กันยายน 2569 นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระที่ 2 ในส่วนของมาตรา 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมชื่นชมคณะกรรมาธิการวิสามัญและคณะอนุกรรมาธิการ ที่ร่วมกันพิจารณาและปรับลดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นของกระทรวงลงกว่า 3,278 ล้านบาท

นางสาวกุลวลี กล่าวว่า การปรับลดงบประมาณควรพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับ ชีวิต ความปลอดภัย สุขภาพ และทรัพย์สินของประชาชน พร้อมฝากข้อสังเกตไปยังสำนักงบประมาณด้วยว่า “ช้างป่ากับคน” ปัญหาที่กำลังรุนแรงขึ้น ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการที่ดินฯ ซึ่งได้รับมอบหมายจากสภาฯ ให้ศึกษาและติดตามปัญหาช้างป่ากับประชาชน ขณะนี้คณะกรรมาธิการฯ อยู่ระหว่างจัดทำรายงานเพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

นางสาวกุลวลี กล่าวว่า สำหรับงบประมาณปี 2570 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เสนอของบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า แต่ถูกปรับลดลงอย่างมากบกรณี เงินชดเชยและเยียวยาประชาชน ที่ได้รับความเสียหายจากช้างป่า ทั้งกรณีเสียชีวิต พืชผลทางการเกษตร บ้านเรือน และทรัพย์สิน กรมอุทยานฯ ขอไป 50 ล้านบาท โดยมีการสำรวจความเสียหายแล้ว แต่ได้รับการจัดสรรเพียง 10 ล้านบาท เท่ากับว่ายังขาดงบประมาณสำหรับเยียวยาประชาชนอีก 40 ล้านบาท

“ชาวบ้านไม่ได้เรียกร้องสิ่งที่เกินความจำเป็น แต่เป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง มีการสำรวจแล้ว และเขากำลังรอการเยียวยาจากภาครัฐ หากงบไม่พอ คนที่ต้องรอก็คือประชาชน” นางสาวกุลวลี กล่าว

ขณะที่ งบชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า ซึ่งเป็นการจ้างคนในพื้นที่ให้เข้ามาช่วยเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และป้องกันช้างป่าเข้าพื้นที่ชุมชน กรมอุทยานฯ ขอไป 776 ล้านบาท แต่ได้รับการจัดสรรเพียง 298 ล้านบาท ถูกตัดไปกว่า 478 ล้านบาทนั้น นางสาวกุลวลีกล่าวว่า การแก้ปัญหาช้างป่าไม่ใช่เพียงการส่งคนไปไล่ช้าง แต่ต้องมีการอบรม สร้างเครือข่าย และสร้างคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพราะคนที่เคยทำหน้าที่จำนวนหนึ่งเริ่มสูงอายุหรือออกจากระบบไปแล้ว

“ถ้าเราไม่สร้างทีมเฝ้าระวังขึ้นมาใหม่ แล้วเราจะให้ใครดูแลความปลอดภัยของชาวบ้านในพื้นที่” นางสาวกุลวลี กล่าว

นางสาวกุลวลี ยังนำเสนอปัญหามลพิษข้ามพรมแดนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนในพื้นที่มีความกังวล และคณะกรรมาธิการฯ ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยกรมควบคุมมลพิษมีแผนจัดตั้ง สถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบอัตโนมัติ 11 สถานี เพื่อเฝ้าระวังโลหะหนักอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้เร็ว และเข้าไปตรวจสอบหาต้นตอได้ตรงจุด แต่ปรากฏว่า งบประมาณสำหรับสถานีตรวจทั้ง 11 แห่งถูกตัดออกทั้งหมด ไม่เพียงเท่านั้น เครื่องมือตรวจวัดโลหะหนักของกรมควบคุมมลพิษที่มีอยู่เดิม 5 เครื่อง มีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี ปัจจุบัน ชำรุดไปแล้ว 3 เครื่อง เหลือใช้งานเพียง 2 เครื่อง ทั้งที่แต่ละปีมีตัวอย่างส่งเข้ามาตรวจเป็นจำนวนมากถึงระดับ หลักหมื่นตัวอย่าง ทางกรมควบคุมมลพิษจึงเสนอของบประมาณจัดหาเครื่องมือใหม่ 3 เครื่อง แต่ ถูกตัดออกทั้งหมดเช่นกัน

“เรื่องนี้ดิฉันอยากฝากไปยังสำนักงบประมาณค่ะ การตัดงบควรดูว่าอะไรคือส่วนที่ไม่จำเป็น แต่สำหรับเครื่องมือที่จะใช้ตรวจสอบโลหะหนักในแหล่งน้ำ และสถานีที่จะช่วยเตือนภัยประชาชน หากเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วเราไม่มีเครื่องมือเพียงพอ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตรงไหนมีปัญหา และจะแก้ไขให้ประชาชนได้อย่างไร”

นางสาวกุลวลี กล่าวว่า ตนเองสนับสนุนแนวทางการพิจารณางบประมาณของคณะกรรมาธิการวิสามัญ และเห็นด้วยกับการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า แต่ขอให้การปรับลดงบคำนึงถึง ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนเป็นสำคัญ

“งบประมาณทุกบาทเป็นเงินของประชาชน การตัดงบจึงต้องตอบให้ได้ว่า ตัดแล้วประชาชนจะได้รับผลกระทบอย่างไร เพราะท้ายที่สุด คนที่ได้รับผลจากการตัดสินใจเรื่องงบประมาณ ไม่ใช่แค่หน่วยงาน แต่คือพี่น้องประชาชนในพื้นที่” นางสาวกุลวลี กล่าว

ยงยุทธ สุวรรณบุตร รอลุ้น! ศาล รธน.นัดแถลง-ลงมติ 21 ต.ค.นี้ ปม พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่นฯ ขัด รธน.หรือไม่ เหตุเคยต้องคำพิพากษาคดียาเสพติด

10 กันยายน 2569 เวลา 15:33 น.

10 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น เรื่อง พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 50 (10) ที่บัญญัติให้ผู้เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง หรือไม่

โดยคดีนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้ส่งคำโต้แย้งของผู้คัดค้าน (นายยงยุทธ สุวรรณบุตร) ในคดีเลือกตั้งหมายเลขดำที่ ลตหต 1/2569 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 นั้น ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงให้ยุติการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง และนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันพุธที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30 น.

​สำหรับ นายยงยุทธ สุวรรณบุตร นั้น เป็นอดีตนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ และเคยเป็นผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษา ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด แต่ถูก กกต.ตัดสิทธิเนื่องจากขาดคุณสมบัติ เพราะเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งเจ้าตัวได้ยื่นคัดค้านต่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 และศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยดังกล่าว จึงต้องมารอลุ้นผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 21 ต.ค.นี้ ว่าจะสามารถกลับมาสมัครรับเลือกตั้งในสนามการเมืองท้องถิ่นได้หรือไม่

“ทราย สก๊อต” ร่วมชุมนุม “สนธิ” บุกสถานทูตอิสราเอล จี้รัฐแก้ปัญหาทุนต่างชาติฮุบแผ่นดิน ตัดพ้อ วอนหยุดทำลายบ้านเกิด

10 กันยายน 2569 เวลา 15:28 น.

วันที่ 10 กันยายน 2569 “ทราย สก๊อต” หรือ “ทราย สมุทร” (สิรณัฐ สมุทร) นักเคลื่อนไหวและนักอนุรักษ์ทางทะเล ได้เดินทางไปร่วมการชุมนุมกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล และกลุ่มมวลชน บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ภายใต้กิจกรรมที่มีชื่อว่า “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านกลุ่มทุนสีเทาข้ามชาติ และเรียกร้องให้ร่วมกันปกป้องแผ่นดินไทย

ในการชุมนุมครั้งนี้ ทราย สมุทร ได้ขึ้นปราศรัยโดยยืนยันว่า ตนไม่ได้มาในนามของกลุ่มการเมืองใด แต่มาในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่รักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมทั้งได้ตัดพ้อถึงสถานการณ์ของประเทศไทยในปัจจุบันว่า กำลังเผชิญภาวะคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ก่อนกรุงศรีอยุธยาล่มสลาย จากการที่รัฐปล่อยปละละเลยให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามากว้านซื้อที่ดินและทรัพยากรของชาติอย่างต่อเนื่อง

สรุปข้อเรียกร้องหลักของการชุมนุม

กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการในประเด็นสำคัญ ดังนี้

  • จัดการกลุ่มทุนนอมินี เร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาชาวต่างชาติที่ใช้ตัวแทน (นอมินี) เข้ามาครอบครองธุรกิจและที่ดินในไทย
  • ทบทวนนโยบายวีซ่า พิจารณาทบทวนนโยบายฟรีวีซ่า (Free Visa) เพื่อคัดกรองชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศ
  • จัดระเบียบนักท่องเที่ยว ควบคุมและจัดระเบียบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของชาวต่างชาติบางกลุ่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการคุกคามคนไทยและทำลายทรัพยากรในพื้นที่

ศาล รธน.ตีตก คำร้อง เมธา มาสขาว เลขา ครป. ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ชี้ไม่ถูกละเมิดสิทธิ์โดยตรง ใช้ ม.213 ไม่ได้

10 กันยายน 2569 เวลา 14:52 น.

10 กันยายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยในคดีที่ นายเมธา มาสขาว รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยกล่าวอ้างว่า การกระทำของ กกต.และเลขาธิการ กกต. ผู้ถูกร้อง ที่กำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 โดยให้มีรหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) เป็นการจงใจทำเครื่องหมายไว้ที่บัตรเลือกตั้งเพื่อให้เป็นที่สังเกตได้ระหว่างต้นขั้วและตัวบัตรอันทำให้เกิดการตรวจสอบย้อนกลับได้ จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองเป็นการ ฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561มาตรา 96 ต้องระวางโทษตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.2560 มาตรา 69 และส่งผลให้บัตรที่มีเครื่องหมายนั้นเป็นบัตรเสียทั้งหมด โดยผลของกฎหมายทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะนั้น

ศาลฯ เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง และได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการกระทำ ของผู้ถูกร้องทั้งสองอย่างไร เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของผู้ร้องเท่านั้น กรณีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง นอกจากนี้ การฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 96 และความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. 2560 มาตรา 69 นั้น ผู้ร้องอาจใช้สิทธิทางศาลอื่น ได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคสาม เป็นกรณีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้ กำหนดกระบวนการร้องหรือผู้มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้วตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 47 (2) ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 213

มนพร ดับฝันสส. ชอบทัวร์ ตปท. บอกต่อไปนี้ กมธ.ทุกคณะหมดโอกาสแล้ว เว้นแต่ ประธาน-รองประธานสภาฯ

10 กันยายน 2569 เวลา 14:50 น.

มนพร ดับฝันสส. ชอบทัวร์ต่างประเทศ บอกต่อไปนี้ กมธ.ทุกคณะหมดโอกาสแล้ว เว้นแต่ ประธาน-รองประธานสภาฯ ด้าน อดิศร แซะ สว. ซะเจ็บจี๊ด เหมือน ไส้ติ่ง มีก็ได้ไม่มีก็ได้ หวั่นให้ ยาพิษทางประชาธิปไตย แก่ชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 โดยในการพิจารณามาตรา 30 งบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานของรัฐสภา จำนวน 3,012,862,700 บาท

นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญ พิจารณางบฯ 70 ชี้แจงมาตรา 30 ว่า รัฐสภาได้มีการตั้งคำของบประมาณไว้ทั้งสิ้น 3,060 ล้านบาท มี 3 หน่วยงานที่ขอรับงบประมาณ คือสส.สว. และสถาบันพระปกเกล้า โดยมีการขอปรับลดงบประมาณ 3- 20% ซึ่งจะส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ของการบริหารราชการทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ การพัฒนาระบอบประชาธิปไตย และเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐสภา ซึ่งกมธ.ได้ปรับลด ในวงเงิน 71 ล้านบาท คือการปรับลดค่าใช้จ่ายการเดินทางไปต่างประเทศ

“ดังนั้นสมาชิกทุกท่านโปรดทราบว่าต่อไปนี้คณะกรรมาธิการทุกคณะจะไม่มีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศอีกแล้ว ยกเว้นภารกิจสำคัญของประธานและรองประธานสภาฯ เท่านั้นที่มีการนัดหมายไว้ล่วงหน้าในปี 2569” นางมนพร กล่าว

ด้านนายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ตนติดใจในการปรับลดหรือการตั้งงบประมาณของรัฐสภา ระหว่าง 2 สภา คือวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับการเผยแพร่ระบอบประชาธิปไตย ตนห่วงว่า 2 สภา เมื่อได้รับงบไปแล้ว จะไปสอนประชาธิปไตยตำราไหนให้แก่ประชาชน ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรตนไม่ห่วง แต่ห่วงในส่วนของวุฒิสภา ด้วยความเคารพที่มาของท่านไม่เหมือนเรา มีบางคนบอกว่า สว.มีก็ได้หรือไม่มีก็ได้ เหมือนไส้ติ่ง มีก็ไม่เป็นไร ตัดทิ้งก็ไม่เป็นไร ตนจึงอยากให้ทบทวนว่าการให้งบประมาณแก่องค์กรที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์ ไปเผยแพร่แก่ประชาชน จะเป็นการให้ยาพิษทางประชาธิปไตยให้แก่ชาวบ้าน

“ขอฝากว่าไม่ใช่ให้งบส่งเดชแล้วไปเผยแพร่ตามทฤษฎีที่ตนเองได้มา มันจะเป็นผลร้ายต่อระบอบประชาธิปไตย จึงอยากให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าใจว่าที่แท้แล้ววุฒิสภาเปรียบเสมือนไส้ติ่งมีก็ได้ไม่มีก็ได้” นายอดิศร กล่าว

จากนั้นที่ประชุมลงมติเห็นด้วยกับมาตรา 30 รัฐสภา เห็นชอบ 271 เสียง ไม่เห็นด้วย124 เสียง งดออก 46 เสียง ไม่ลงคะแนน 7

สุขสมรวย แจงดรามา นั่งดูไลฟ์สดคอนเสิร์ต อัสนี-วสันต์ กลางห้องประชุมสภาฯ

10 กันยายน 2569 เวลา 14:46 น.

“สุขสมรวย” ออกโรงเคลียร์ชัด ปมดรามาโผล่นั่งดูไลฟ์สดคอนเสิร์ต “อัสนี-วสันต์” กลางห้องประชุมสภาฯเปิดใจทิ้งตั๋วลงพื้นที่อำนาจเจริญ ก่อนสะดุดตาชุด “นันทิดา” บนไอแพดเพื่อน ส.ส. จึงขยับไปชมความสวยงามเพียงชั่วครู่ยืนยันหนักแน่นไร้การเปิดเสียงดังรบกวน พร้อมน้อมรับทุกคำวิจารณ์และกล่าวขออภัยหากภาพที่ออกไปกระทบความรู้สึกประชาชน

วันที่ 10 กันยายน 2569 นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงว่า จากกรณีที่มีภาพปรากฏตามสื่อมวลชนขณะกำลังรับชมคอนเสิร์ตอัสนี-วสันต์ ผ่านหน้าจอไอแพดในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร จนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคมนั้น ตนขอเปิดใจและกล่าวขออภัยอย่างจริงใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมอธิบายข้อเท็จจริงในมุมที่ยังไม่ถูกนำเสนอ เพื่อให้สังคมได้รับทราบและเกิดความเข้าใจอันดีร่วมกัน

นางสุขสมรวย กล่าวชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่าว่า เกิดขึ้นในช่วงการประชุมสภาที่มีความตึงเครียดและใช้ระยะเวลายาวนานจนถึงช่วงดึก โดยกล่าวว่า ตนเป็นแฟนคลับที่ติดตามผลงานศิลปินกลุ่มนี้มาอย่างยาวนานและได้ตั้งใจซื้อบัตรคอนเสิร์ตไว้ล่วงหน้า แต่ในวันงานจำเป็นต้องสละสิทธิ์ไม่ได้ไปชมด้วยตนเอง เนื่องจากต้องเดินทางกลับไปปฏิบัติภารกิจดูแลพี่น้องประชาชนที่จังหวัดอำนาจเจริญ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เมื่อทราบว่าเพื่อนสมาชิกที่นั่งอยู่ใกล้เคียงกำลังรับชมการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตแบบเสียค่าใช้จ่ายผ่านอุปกรณ์ไอแพด จึงเกิดความเสียดายและขอให้เพื่อนสมาชิกช่วยสมัครแพ็กเกจให้เพื่อขอดูภาพบรรยากาศเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน

นางสุขสมรวย กล่าวต่อว่า ภาพที่ปรากฏออกไปสื่อนั้น เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ที่คุณนันทิดา แก้วบัวสาย ศิลปินในดวงใจขึ้นเวทีแสดงพอดี ตนรู้สึกชื่นชมและสะดุดตาในชุดแต่งกายของศิลปินที่ดูสวยงาม จึงได้ขยับเข้าไปนั่งชมใกล้ๆ หน้าจอไอแพดของเพื่อนสมาชิกด้วยความชื่นชมเพียงชั่วครู่ โดยกล่าวยืนยันว่า ไม่ได้ละทิ้งการทำหน้าที่ในสภาหรือเปิดรับชมอย่างต่อเนื่องแต่อย่างใด

ในส่วนของประเด็นข้อสงสัยเรื่องการเปิดเสียงดังรบกวนนั้น นางสุขสมรวย กล่าวชี้แจงว่า ขอยืนยันด้วยความสัตย์จริงว่าไม่ได้มีการเปิดเสียงดังตามที่กังวลกัน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีสมาชิกผู้ทรงเกียรติและผู้ใหญ่ในสภานั่งอยู่รายล้อม หากมีเสียงดังรบกวนการประชุม ย่อมต้องถูกผู้ใหญ่ตักเตือนในทันที อย่างไรก็ตาม ตนมีความเข้าใจและเคารพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนอย่างเต็มที่ในการตั้งข้อสังเกตจากภาพที่เห็น และไม่ได้ติดใจต่อการนำเสนอข่าวแต่อย่างใด

นางสุขสมรวย กล่าวว่า ขอน้อมรับทุกความเห็นและขออภัยพี่น้องประชาชนรวมถึงสื่อมวลชนจากใจจริง หากภาพที่สื่อออกไปทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ โดยถือว่าเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนที่จะนำไปปรับปรุงการวางตัวในสภาให้มีความระมัดระวังและเหมาะสมมากยิ่งขึ้น พร้อมยืนยันว่าการดูแลและแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนยังคงเป็นภารกิจที่ตนให้ความสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคำชี้แจงนี้จะช่วยคลี่คลายความสงสัยและทำให้ทุกฝ่ายเกิดความเข้าใจที่ดีต่อกัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เจ๊รวย ขอเอ็นจอย เกาะขอบจอชมคอนเสิร์ต อัสนี-วสันต์ ระหว่างอภิปรายงบฯ ปี 70 เสียงดังลั่นไปถึงชั้นลอย

กมธ.งบฯ ปี 70 เผย ผบ.ตร.โอดถูกตัดงบ กระทบลูกน้องชั้นผู้น้อย

10 กันยายน 2569 เวลา 14:42 น.

10 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว วาระ 2-3 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยพิจารณามาตรา 27 ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลสำนักนายกรัฐมนตรี

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ กมธ.เสียงข้างมาก ชี้แจงว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ของบมา 1.7 แสนล้านบาท แต่ถูก กมธ.ตัดลดเหลือ 1.2 แสนล้านบาท ผบ.ตร.มาร้องขอ กมธ.ให้ช่วยด้วย เพราะงบที่ถูกปรับลด 5 หมื่นล้านาท กระทบเบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมันของตำรวจชั้นผู้น้อย ส่วนเรื่องการด่านที่มีทั่วบ้านเมือง ผบ.ตร.ระบุว่า การตั้งด่านมีระเบียบการตั้งด่าน ต้องมีตำรวจระดับสารวัตรเป็นหัวหน้า ตำรวจดีก็มีมาก ตำรวจไม่ดีก็มี เหมือนกันทุกองค์กร ถ้าพบตำรวจไม่ดีก็จะตัดทิ้ง

ด้าน นายบุญลือ ประเสริฐโสภา สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ กมธ.เสียงข้างมาก ชี้แจงว่า เรื่องรายละเอียดการซื้อชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด กล้องวงจรปิด เสื้อเกราะกันกระสุน แผ่นกันกระสุน สนามยิงปืน ของสตช.ที่คณะอนุ กมธ.ไอซี ทีมีการปรับลดงบนั้น จะพิมพ์เอกสารส่งชี้แจงตามไป

จากนั้นที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 27 ด้วยคะแนน 270 ต่อ 124 เสียง งดออกเสียง 26 ไม่ลงคะแนน 1