‘อนุทิน-ลอว์เรนซ์ หว่อง’โชว์มิตรภาพมอบปีกนักบินกองทัพอากาศสิงคโปร์ นามขาน ‘MICKEY’ ก่อนเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ

2 กันยายน 2569 เวลา 20:03 น.

วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 18.00 น. ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับนายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม Thailand–Singapore Leaders’ Retreat ครั้งที่ 5 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนความคุ้นเคยและมิตรภาพที่ดีระหว่างผู้นำทั้งสอง ซึ่งมีโอกาสพบปะและหารือกันอย่างต่อเนื่อง

การพบกันครั้งนี้นับเป็นอีกโอกาสที่ผู้นำทั้งสองได้สานต่อความคุ้นเคยและมิตรภาพที่มีต่อกัน หลังจากมีโอกาสพบปะและหารือกันอย่างต่อเนื่องในหลายเวที ทั้งการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ การประชุม APEC ที่เมืองคยองจู การประชุมสุดยอดอาเซียนที่เมืองเซบู รวมถึงการเดินทางเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ได้ถ่ายภาพร่วมกัน ณ บันไดโถงกลางตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ไปยังห้องสีม่วง เพื่อลงนามในสมุดเยี่ยมของรัฐบาลและชมของที่ระลึกที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้แก่กัน ซึ่งสะท้อนถึงมิตรภาพและความใส่ใจในรายละเอียดที่มีต่อกัน

สำหรับของที่ระลึกที่ฝ่ายสิงคโปร์มอบให้นายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย ลำโพงศิลปะรุ่นคลาสสิก “Architecture” ซึ่งออกแบบโดยแบรนด์ชั้นนำของสิงคโปร์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากบล็อกช่องลม (Breeze Blocks) อันเป็นเอกลักษณ์ของสิงคโปร์ในช่วงทศวรรษ 1950 และตกแต่งด้านหน้าด้วยลวดลายบาติกที่สะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมของชาวเปอรานากัน (Peranakan) เป็นการผสานงานศิลปะ วัฒนธรรม เข้ากับเสียงดนตรีผ่านงานฝีมือของช่างท้องถิ่นและวัสดุที่คำนึงถึงความยั่งยืนได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ ฝ่ายสิงคโปร์ยังมอบแผ่นป้ายตราปีกนักบินกองทัพอากาศสิงคโปร์ (RSAF Wings Patch) พร้อมชื่อและรหัสเรียกขาน “MICKEY” ซึ่งเป็นนามเรียกขานทางอากาศของนายกรัฐมนตรี โดยจัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อสะท้อนถึงความชื่นชอบด้านการบินของนายกรัฐมนตรี และสื่อถึงความร่วมมือทางทหารอันใกล้ชิดระหว่างกองทัพอากาศสิงคโปร์และกองทัพอากาศไทย

ทั้งนี้ ของที่ระลึกทั้งสองรายการสะท้อนทั้งอัตลักษณ์ของสิงคโปร์และเรื่องราวที่มีความหมายต่อนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่มิติศิลปะและวัฒนธรรมผ่านลวดลายบาติกและมรดกเปอรานากัน ไปจนถึงความสนใจด้านการบินและความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศ นับเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สะท้อนถึงความใส่ใจและมิตรภาพระหว่างผู้นำทั้งสอง

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยาเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์และภริยา ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) โดยมีผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองประเทศเข้าร่วม ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง ก่อนที่นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์และภริยาจะเดินทางกลับสาธารณรัฐสิงคโปร์

สิงคโปร์, อนุทิน

โซเชียลวิจารณ์กระหึ่ม! สส.ส้มสลิ้งแตก หลุด แ-ม่ง ทุเรศ ลั่นสภา

2 กันยายน 2569 เวลา 19:55 น.

วันนี้ 2 กันยายน 2569 เพจเฟซบุ๊กดังอย่าง จักรวาลด้อมส้ม เผยแพร่คลิปวิดีโอการประชุมสภาความยาว 1 นาที 36 วินาที เกี่ยวกับการใช้คำพูดไม่สุภาพของ สส. พรรคประชาชน พร้อมข้อความว่า “#ทุกคนคะ พรรคส้มชอบใช้มุกความผิดส่วนตัว รองประธานสภาแก้เกมส์บอกให้รับผิดชอบร่วมกัน ไปกันไม่เป็นเลยค่ะ “

จักรวาลด้อมส้ม

ไม่นานหลังจากนั้นทางเพจเฟซบุ๊ก จักรวาลด้อมส้ม ยังได้เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ของตนเองเพิ่มอีกว่า “หลังไมค์หยาบกว่านี้อีกค่ะ”

จักรวาลด้อมส้ม

หลังจากที่คลิปวิดีโอของทางเพจเฟซบุ๊ก จักรวาลด้อมส้ม เผยแพร่ลงมาได้ไม่นาน ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว เช่น

“555นี่แหละ สุภาษิตว่า สำเนียงสื่อภาษา กิริยา สื่อพรรคส้ม”

“ด้อมบอกจริงใจไม่สร้างภาพอิอิ”

“ก็เลยแสดงสันดาน กำพืดออกมา 5555555”

“ท่านรองเด็ดมากกก”

“เด็กๆชอบไง ประชาชนเป็นยังไง ส.ส.ก็เป็นอย่างนี้น”

“คนเชียงใหม่อธิบายที ของดีย์เชียงใหม่”

“ก็ตามกำพืด”

“ปรบมือให้ประธาน”

“สส.คุณภาพจริงๆ”

“ไม่แปลกใจ”

“มารยาท มันไม่เคยมี ไม่เคยรู้จักอยู่แล้ว สำหรับ คนพรรคนี้ ประธานในที่ประชุม ทำหน้าที่ได้ดี ขอชมครับ พูดจาใจเย็น สุภาพ ด้วย”

“มีเราไม่มีเทา”

“อายแทนคนเลือก”

จักรวาลด้อมส้ม
จักรวาลด้อมส้ม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เฟซบุ๊ก จักรวาลด้อมส้ม

การเมือง, คำหยาบ, พรรคประชาชน, สส.

สภาเดือด! สส.ส้มสบถ ทุเรศฉิบxาย หลังโดนปิดไมค์ห้ามอภิปรายแซะ สว. ณัฐวุฒิรีบออกหน้าปราม

2 กันยายน 2569 เวลา 19:46 น.

สส.หลุดด่า “แม่ง! ทุเรศฉิบxาย” หลัง “มัลลิกา” ปิดไมค์ “ภัทรพงษ์” ห้ามอภิปรายมติ ปชน. ปมแก้กฎหมายอากาศสะอาด พาดพิง สว. ทำ “รองหนึ่ง” ของขึ้น จ่อปิดประชุม รับไม่ได้ กิริยาคำพูดไม่สุภาพ จี้ พรรคส้มรับผิดชอบทั้งหมด ด้าน “ณัฐวุฒิ” รีบออกหน้า จะไปปรามลูกพรรคให้ ทำให้การประชุมเดินหน้าต่อได้


วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 17.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม วาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. … (อากาศสะอาด) ที่ผ่านการพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภา และเป็นเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งได้ส่งคืนกลับมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อ

ทั้งนี้ หลังจากมีผู้อภิปรายผ่านไปเพียง 3 คน คือนายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ , น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย และนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ต่างอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่วุฒิสภาแก้ไขมา จึงเห็นสมควรให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกันของทั้ง 2 สภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้สมบูรณ์ที่สุด โดยเฉพาะเมื่อนายภัทรพงษ์ อภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยกับรายงานเล่มนี้ของสมาชิกวุฒิสภา ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ซึ่งตนเห็นว่าตัวเล่มรายงานของ สว. ตอบชัดเจนว่า สว. ชุดปัจจุบัน ทำงานเพื่อใคร และยึดโยงผลประโยชน์ของใคร ตนไม่อาจปล่อยให้กฎหมายที่ถูกตัดทอนเนื้อหาสำคัญ โดยกลุ่มคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนผ่านแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้ พรรคประชาชนจึงมีมติ …

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อนายภัทรพงษ์พูดมาถึงช่วงนี้ ก็ถูก น.ส.มัลลิกาปิดไมค์ ไม่ได้พูดต่อ แล้วขานชื่อ ให้นายชนาธิป ศุภศิริ สส.แพร่ พรรคภูมิใจไทย ให้อภิปรายต่อ

ทำให้นายภัทรพงษ์ สบถสวนขึ้นมาว่า “โอ้ เอาอย่างนี้เลยหรือ” และมีอีกเสียงหนึ่ง ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใคร พูดว่า “แม่ง ทุเรศฉิบxาย” ทำให้ น.ส.มัลลิกา ต่อว่าด้วยสีหน้าไม่พอใจว่า “พูดเข้าไมค์ ท่านพูดจาไม่สุภาพ มาถอนด้วยที่ว่าทุเรศ”

ทั้งนี้ น.ส.มัลลิกา กล่าวต่อว่า ท่านสมาชิก ถ้าอย่างนั้นวันนี้ เราอภิปรายมาพอสมควรแล้ว ทำให้นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รีบลุกขึ้นท้วงว่า “ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับท่าน ปัญหาส่วนบุคคลเดี๋ยวผมรับท่านประธานไปแก้ไขนะครับ ไม่อยากให้กระทบต่อการทำหน้าที่ของสมาชิกทั้งหมด ขอให้ท่านประธานเดินหน้าต่อ”

น.ส.มัลลิกา จึงกล่าวว่า “สมาชิกคุณ กิริยาคำพูดไม่สุภาพ พวกคุณก็ต้องช่วยกันรับผิดชอบกันทั้งหมด ไม่ใช่ว่าคนใดคนหนึ่ง ในเมื่อมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ พวกเราก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่คำว่าทุเรศ พูดใส่ไมค์ มันก็ไม่ดีจริงๆ ฉะนั้นประธานบอกได้หรือไม่ว่า ท่านสมาชิกทุเรศ มันก็ไม่ได้“

จากนั้น นายภัทรพงษ์ ลุกขึ้นกล่าวว่า “ขออภัยครับ เพื่อให้การประชุมเดินหน้าต่อไป ผมขออนุญาตถอนครับ”

น.ส.มัลลิกา จึงกล่าวว่า ขอบคุณมาก และขานชื่อนายชนาธิปเพื่ออภิปราย ทำให้การประชุมดำเนินการต่อไป

ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, พรรคประชาชน, พรรคส้ม

สะพัด! วงใน กกต.ไม่เเฮปปี้ สมชัย เล็งฟ้องเพิ่ม ปมแฉคดีฮั้ว สว.

2 กันยายน 2569 เวลา 19:26 น.

วงในกกต.ไม่เเฮปปี้”สมชัย” จ่อเล็งแจ้งความเอาผิดก่อน 14 ก.ย.นี้ ระบุไม่เข้าใจท่าทีของเจ้าตัว เหตุเคลื่อนไหวโจมตี ทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 2 กันยายน 2569 แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยว่ากรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” ในหัวข้อ “เหตุใดการทำงานของอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คดีฮั้ว ส.ว. จึงขาดความน่าเชื่อถือ “ เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ซึ่งก่อนหน้านี้มีมติยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหา 229 รายในคดีฮั้ว ส.ว.ก่อนส่งเรื่องให้ กกต.ชุดใหญ่พิจารณา เเละทยอยโพสต์จนถึงวันที่14กันยายนนี้นั้น เเละนายสมชัยอ้างว่าได้ข้อมูลนี้จากบุคลากรของกกต.ซึ่งอาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายนั้น

เเหล่งข่าวจาก กกต. เผยว่า กกต.เเจ้งความดำเนินคดีกับไอลอว์ไปเเล้วเมื่อหลายวันก่อนในการนำเอกสารความเห็นของรองเลขาธิการ กกต.ในสำนวนของคณะกรรม การสืบสวนเเละไต่สวนกลาง ชุดที่26ไปเผยเเพร่เเละกำลังพิจารณาว่าจะเเจ้งความดำเนินคดีกับนายสมชัยเพิ่มหรือไม่ เพราะวันที่ 14 กันยายน กกต.จะวินิจฉัยกรณีฮั้วสว.เเล้ว

“บุคลากรหลายคนใน กกต.ไม่สบายใจกับนายสมชัยในฐานะที่เคยเป็นผู้ใหญ่ในกกต. เเละไม่เข้าใจเจตนาของนายสมชัยในวันนี้ว่าประสงค์อะไร เพราะนายสชัยพ้นหน้าที่กกต.ไปเเล้ว ก็ลงสมัรสส.เเละ สว. เเละเคลื่อนไหวทางการเมืองเเบบต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ นายสมชัย เคยลงสมัคร สส.สมุทรสาครพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2562 หลังจากนั้น ปี2566 นายสมชัย ได้ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ล่าสุดปี2567 นายสมชัยลงสมัคร สว.เเต่ไม่ผ่านในระดับจังหวัด ซึ่งแตกต่างจากท่าทีอดีตผู้บริหารกกต. รวมทั้งผู้บริหารองค์กรอิสระอื่นๆเมื่อพ้นวาระก็จะไม่เเสดงออกเหมือนนายสมชัย”แหล่งข่าวจาก กกต.กล่าว

แหล่งข่าวจาก กกต. เผยอีกว่า บุคลากร กกต.ยอมรับบทบาทการวิจารณ์การทำงานของกกต.ในมุมมองของงนายสมชัย เเต่มีข้อสังเกตว่า นายสมชัยมีเจตนาใดกับ กกต.ตั้งเเต่คดีสว.ปี2567 รวมทั้งคดีบัตรเลือกตั้งสส.ปี2569 ปมบาร์โค้ด/คิวอาร์โค้ด ซึ่งกกต. ได้ดำเนินการแจ้งความเอาผิดและฟ้องร้องนายสมชัยกับพวกไปเเล้วก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ นายสมชัยวิจารณ์การทำงานของกกต.ได้ เเต่นายสมชัยควรยึดกฎหมายด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บทบาททางการเมืองของนายสมชัยนั้น พบว่านายสมชัยเคยทำหน้าที่เลขาธิการพีเน็ต-อาจารย์คณะรัฐศาสตร์เเละรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นมาทำหน้าที่กกต.ตั้งเเต่วันที่13ธค.2556-20มีค.2561

โดยมีเหตุการณ์สำคัญช่วงที่นายสมชัยเป็น กกต.คือการเลือกตั้ง สส.วันที่ 2 ก.พ. 2557 ที่มีการประท้วงของกปปส.จนการเลือกตั้งมีปัญหา เเละศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งคราวนั้นเป็นโมฆะ โดยนายสมชัยพยายามเสนอหลายวิธีให้กปปส.-รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หารือกันเพื่อหาทางออกแต่สุดท้ายไม่สามารถหาข้อยุติได้ ทำให้คสช.ยึดอำนาจในวันที่ 22 พค.2557

ต่อมาวันที่ 20 มีค.2561 นายสมช้ย พ้นจาการทำหน้าที่ กกต.เพราะถูกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 4/2561 ให้นายสมชัย ยุติการปฏิบัติหน้าที่ เป็นกรรมการการเลือกตั้งทันทีตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2561 เพราะนายสมชัยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวล ชนด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ก่อให้เกิดความสับสนต่อสังคม และอาจเป็นอุปสรรคต่อการเตรียมการจัดการเลือกตั้งในขณะนั้น โดยคำสั่งหัวหน้าคสช.ดังกล่าว ระบุว่า

นายสมชัยสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นเลขาธิการ กกต. โดยไม่ลาออกจากตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้งเสียก่อน ซึ่งเข้าข่ายมีผลประโยชน์ทับซ้อนและกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กร

อนึ่ง นายสมชัยเคยยอมรับในช่วงที่เป็นกกต.ว่า ได้เเต่งตั้งบุตรชาย คือ นายปริญ ศรีสุทธิยากร ทำหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการ กกต.จริงเเละอ้างว่า บุตรชายมาทำหน้าที่นี้ตั้งเเต่วันที่ 1 ธ.ค.2558 โดยอ้างว่าตนใข้คนที่ไว้วางใจมาทำหน้าที่นี้เเบบชอบธรรม เเละไม่ใช่เรื่องเเปลก

เเละวันที่2สค.2559 นายสมชัยได้สาธิตกล่องพลาสติกบัตรเลือกตั้งอ้างว่า ราคา 244บาท/กล่อง ใช้งานได้สิบปีเเละจะนำมาใช้ในการทำประชามติที่จะนำมาใช้เเทน กล่องกระดาษที่มีราคา180บาท/กล่อง เเต่ช่วงการสาธิตโยนกล่องพลาสติก พบว่ากล่องพลาสติกตกเเตกจนถูกสังคมวิจารณ์มาแล้ว

คดีฮั้ว สว., สมชัย, ฮั้ว สว.

‘สีหศักดิ์’ เตรียมบินมาเลเซีย 6 ก.ย. หารือความมั่นคงชายแดนใต้

2 กันยายน 2569 เวลา 18:38 น.

“สีหศักดิ์” เตรียมบินมาเลเซีย 6 ก.ย. หารือความมั่นคงชายแดนใต้ จับตากลุ่มเคลื่อนไหวข้ามแดน–ผู้ต้องหาสองสัญชาติ พร้อมคุยขยายรั้วชายแดน ย้ำ “มาเลเซียคือเพื่อนบ้าน”

วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 16.30 น.  นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางไปหารือความร่วมมือด้านความมั่นคงและแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประเทศมาเลเซียในวันที่ 6 กันยายน 2569 นี้ ว่า เรื่องที่จะหารือคือเรื่องสถานการณ์ภาคใต้ว่าจะมีการร่วมมือกันอย่างไร เพื่อให้เกิดความมั่นคง รวมถึงการพูดคุยเรื่องการสร้างและขยายรั้วชายแดน ซึ่งเป็นประโยชน์ของทั้ง 2 ประเทศ

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้จะมีการหารือถึงกลุ่มผู้ก่อความสงบที่มีการเคลื่อนไหวข้ามเขตแดน บางรายมีหมายจับ และเป็นบุคคล 2 สัญชาติ ซึ่งประเทศมาเลเซียก็ไม่อยากสนับสนุนสิ่งที่เป็นการบั่นทอนความมั่นคง จึงอยากจะหารือว่าจะมีแนวทางการทำงานร่วมกันอย่างไร อีกทั้งประเทศมาเลเซียได้แสดงเจตจำนงที่อยากจะเห็นความมั่นคงของพื้นที่ชายแดน และพัฒนาพื้นที่ชายแดนเพื่อประโยชน์ของประชาชน 2 ประเทศ ซึ่งการพัฒนาต่างๆจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีความมั่นคงก่อน

นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในวันเดินทาง ตนจะพา นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปทำความรู้จักกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และสภาความมั่นคงแห่งชาติของประเทศมาเลยเซียด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่าเราไม่ได้หมายถึงว่าประเทศมาเลเซียมีความเกี่ยวข้อง ซึ่งใครจะว่าอะไรก็แล้วแต่ เราต้องร่วมมือกันทำงานให้ดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการข่าวต้องให้ทันท่วงที เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้ทันท่วงทีเช่นเดียวกัน เพราะการเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราต้องมีการประสานกัน เนื่องจากคนรุ่นใหม่เข้ามาเกี่ยวข้อง เราจึงไม่ต้องการให้เป็นอีกฉากหนึ่งของสถานการณ์ความไม่สงบภาคใต้ นอกจากนี้ตนยังมองในเรื่องความสำคัญของมวลชน และการเข้าถึงประชาชน หากมีความเข้าใจและอยู่กับเรา เราก็จะได้รับข่าวพวกนี้บ้าง ดังนั้นเราต้องทำงานแบบบูรณาการ รัฐบาลทุ่มงบประมาณไปจำนวนมากก็ต้องให้เห็นผล

เมื่อถามว่า ประเทศไทยเป็นคนตั้งข้อหารือกับประเทศมาเลเซีย ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ ยอมรับว่า ประเทศมาเลเซียเปรียบเสมือนเพื่อนบ้าน

“เราอยากจะไปเมื่อไหร่ก็น่าจะไปได้ บางทีเค้าก็บอกว่า เค้าก็ยินดี ทานข้าวด้วยกัน”

3จังหวัดชายแดนใต้, ชายแดนใต้

‘ปธ.สภาฯ’ ผนึกทุกภาคส่วนจัดเวทีระดับชาติ ‘วิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพ’ ระดมกึ๋นกว่า 500 คน ดันแก้กฎหมาย 15 ก.ย.

2 กันยายน 2569 เวลา 17:44 น.

‘ปธ.สภาฯ’ ผนึกทุกภาคส่วนจัดเวทีระดับชาติ ‘วิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพ’ ระดมกึ๋นกว่า 500 คน ดันแก้กฎหมาย 15 ก.ย.นี้

วันที่ 2 กันยายน 2569 ​ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดโครงการสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน กิจกรรมการเสวนาระดับชาติ หัวข้อ “วิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพ” ในวันที่ 15 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา
​
โดยการสัมมนา “วิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพ” จัดขึ้นเนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตโครงสร้างประชากรอย่างรวดเร็วและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยอัตราเจริญพันธุ์รวม (TFR) ลดลงเหลือเพียง 1.0 ต่อสตรีหนึ่งคน ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทนประชากรอย่างมีนัยสำคัญ ปัญหานี้ไม่ได้หมายถึงเพียงจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ สวัสดิการ การศึกษา และโอกาสในการพัฒนาเด็กอย่างเต็มศักยภาพ อันส่งผลกระทบต่อโครงสร้างกำลังแรงงานและศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว


​
การเสวนาระดับชาติดังกล่าว จะมีการเสวนาวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิและรัฐมนตรีจากหลายกระทรวง อาทิ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข, นายนิกร โสมกลาง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม และ นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด

นอกจากนี้ ยังมีการประชุมกลุ่มย่อย 4 หัวข้อหลัก เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนกว่า 500 คน ได้แก่ การส่งเสริมทัศนคติการมีบุตร, มาตรการการดูแลและสิทธิประโยชน์สำหรับแม่และเด็ก, หลักประกันการศึกษาของรัฐอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม, กฎหมายคุ้มครองแม่และเด็ก ก้าวต่อไปของประเทศไทยโดยผลสรุป จะถูกนำมาสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย และกรอบแนวทางการปรับปรุงกฎหมาย เสนอต่อฝ่ายบริหารและคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาโครงสร้างประชากรอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

แก้กฎหมาย, โสภณ ซารัมย์

พรุ่งนี้ นายกฯ เปิดทำเนียบ ต้อนรับทัพนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิง พร้อมกดปุ่มโอนเงินรางวัล

2 กันยายน 2569 เวลา 17:22 น.

พรุ่งนี้ 3 ก.ย นายกฯเปิดทำเนียบรัฐบาล ต้อนรับทัพนักตบสาวไทยแชมป์เอเชีย ชุดประวัติศาสตร์ คว้าตั๋ว Olympic Games LA 2028 พร้อมกดปุ่มโอนเงินรางวัล

วันที่ 2 ก.ย.69 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พรุ่งนี้ 3 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมเปิดทำเนียบต้อนรับ พร้อมมอบเงินรางวัลให้แก่ นักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬาฯ ที่เข้าร่วมการแข่งขันรายการ วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026
2026 AVC Women’s Volleyball Continental Championship ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
เพื่อเชิดชูเกียรติและขอบคุณนักกีฬา สตาฟฟ์โค้ช และทีมงานทุกคน ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างความสุขให้คนไทยทั้งประเทศ

โดยนายกรัฐมนตรีจะกล่าวแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการต่อนักกีฬา สตาฟฟ์โค้ช และทีมงานทุกคน ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันระดับนานาชาติ สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศไทย สามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้าตั๋วเข้าร่วม Olympic Games LA 2028 ได้สำเร็จ

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีจะทำพิธีกดปุ่มโอนเงินรางวัลแบบเรียลไทม์เข้าบัญชีนักกีฬาโดยตรง เพื่อยืนยันนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันวงการกีฬาวอลเลย์บอลและนักกีฬาไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสวัสดิการ วิทยาศาสตร์การกีฬา และงบประมาณที่เกี่ยวข้องในทุก ๆ ด้าน เพื่อพัฒนาศักยภาพนักกีฬาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

ทำเนียบรัฐบาล, นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิง, นักตบสาวไทย

นฤพนธ์ นำทีมผึ้งหลวง ลุยหาเสียงวงเวียนพระราม 7 ชูวิสัยทัศน์สานต่อเกษตรนนทบุรี

2 กันยายน 2569 เวลา 17:01 น.

นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ

เมื่อวันที่ 2 กันยายน นายนฤพนธ์ เย็นประเสริฐ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)นนทบุรี หมายเลข 1 กลุ่มผึ้งหลวง พร้อมด้วย น.ส.พรรษพร เย็นประเสริฐ ลูกสาว พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี นายอนุศักดิ์เรืองชู นายธัชวัตร์ รุ่งปุญญะจินดา ส.อบจ.นนทบุรี เขตอำเภอบางกรวย และนายสุจิตร ชูตระกูล อดีตที่ปรึกษานายก อบจ.นนทบุรี

กลุ่มผึ้งหลวง ลงพื้นที่หาเสียงบริเวณวงเวียนสะพานพระราม 7 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ตลาดหลังการไฟฟ้า และตลาดศรีบางกรวย เพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายต่างๆของกลุ่มผึ้งหลวง ให้ประชาชนได้รับทราบ รวมทั้งผลงานที่ผ่านมาและที่จะทำในอนาคต ต่อยอดงานของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี ที่ได้ทำไว้

นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ

นายนฤพนธ์ กล่าวว่า จะสานต่อการเกษตรนนทบุรีให้ไปได้ไกลกว่าเดิม ในอดีตนนทบุรีคือเมืองเกษตร ดินดีจากตะกอนแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้บ้านเรามีผลผลิตขึ้นชื่อมากมาย โดยเฉพาะ ทุเรียน มังคุด กระท้อน และพืชสวนหลากหลายชนิด แต่เมื่อเมืองขยายตัว ราคาที่ดินสูงขึ้น พื้นที่เกษตรจำนวนมากถูกเปลี่ยนเป็นหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม เกษตรกรจำนวนไม่น้อยจึงตัดสินใจขายที่ดิน เพราะรายได้จากการทำเกษตรไม่คุ้มกับมูลค่าที่ดิน เราจึงต้องทำให้การรักษาที่ดินเกษตร มีคุณค่ามากกว่าการขายที่ดิน

หลังมหาอุทกภัยปี 2554 พื้นที่สวนทุเรียนของนนทบุรีเสียหายอย่างหนัก เหลือสวนที่รอดจากน้ำท่วมไม่ถึง 40 ไร่ อบจ.นนทบุรีจึงเดินหน้าฟื้นฟูสวนทุเรียน แจกต้นกล้าและปุ๋ย ส่งเสริมองค์ความรู้ สร้างการรวมกลุ่มเกษตรกร และพัฒนาตลาดให้กับทุเรียนนนท์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดงานมหกรรมที่ทำให้ทุเรียนนนท์กลายเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยในงานมีการประมูลทุเรียนในราคาถึงลูกละ 1.5 ล้านบาท จนทุเรียนนนท์ได้รับฉายานามว่าเป็น King of Fruits

นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ

นอกจากนี้ยังผลักดันมาตรฐาน GI สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค และเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิต จนทุเรียนนนท์ โดยเฉพาะทุเรียนก้านยาว กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง และพื้นที่ปลูกทุเรียนขยายจากประมาณ 40 ไร่ในปี 2554 เป็นประมาณ 2,200 ไร่ในปัจจุบัน แต่เราไม่ได้หยุดแค่ทุเรียน

เราขยายการสนับสนุนไปยัง ชาวนา เกษตรกรผู้ปลูกผัก เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ และผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย เพิ่มมูลค่าผลผลิต รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน พัฒนาการแปรรูป ยกระดับมาตรฐานสินค้า และผลักดันสินค้าเกษตรของนนทบุรีสู่ตลาดที่กว้างขึ้น

นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ

ปลูกของดีในบ้านเรา ต้องขายให้คนบ้านเราได้กิน เราจึงผลักดันแนวคิดอาหารปลอดภัยในโรงเรียน ให้โรงเรียนนำร่องในสังกัด อบจ.นนทบุรี ใช้ข้าวอินทรีย์และผักปลอดสารพิษที่ผลิตโดยเกษตรกรในจังหวัด เกษตรกรมีตลาดเพิ่มขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ลูกหลานชาวนนท์ก็ได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัยจากผลผลิตของบ้านเราเอง

ในปี 2569 เราเริ่มขยายตลาดไปอีกขั้น นำสินค้าเกษตรและสินค้า GI ที่มีชื่อเสียงของนนทบุรี เช่น มะม่วงยายกล่ำ และกระท้อนบางกร่าง เข้าไปทำตลาดถึงหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม เพื่อให้คนรุ่นใหม่และคนที่ย้ายมาอยู่นนทบุรีได้รู้จักว่า นนทบุรีไม่ได้มีดีแค่ที่อยู่อาศัย แต่ยังมีของดี ของอร่อย และของมีคุณค่าจากเกษตรกรของเรา

นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ

ขยายตลาดสินค้าเกษตรผ่านช่องทางออนไลน์ สินค้าเกษตรบางชนิด เช่น มะม่วง ทุเรียน เมื่อสุกต้องรีบจัดจำหน่ายทันทีเพื่อลดความเสียหาย ช่องทางออนไลน์ผ่าน Line Official ของ อบจ.นนทบุรี จึงถูกใช้เป็น Market place เพื่อช่วยกระจายข่าวและเป็นช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรของนนทบุรีอีกหนึ่งช่องทาง

กว่า 20 ปีของการพัฒนาด้านการเกษตร เราเชื่อว่า การพัฒนาเมืองไม่จำเป็นต้องแลกกับการสูญเสียพื้นที่เกษตร ผึ้งหลวงจะสานต่อสิ่งที่ทำมาแล้ว และต่อยอดให้ไกลกว่าเดิม สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างตลาด เพิ่มมูลค่าสินค้า รักษาพื้นที่เกษตร ผลักดันของดีเมืองนนท์สู่ระดับประเทศ เพราะเราอยากเห็นเกษตรกรนนทบุรี มีรายได้ที่มั่นคง มีตลาดที่ยั่งยืน และภูมิใจในอาชีพของตัวเอง

นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ
นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ
นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ
นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ
นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ

กลุ่มผึ้งหลวง, การเมือง, นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ, เลือกตั้ง

ปกรณ์ ยันยังเดินหน้าตามขั้นตอนทูลเกล้าฯ หมอสรณ พ้นตำแหน่ง แม้ศาลปค.สูงสุดสั่งรับคดี

2 กันยายน 2569 เวลา 16:50 น.

“ปกรณ์“ เผยปม “นพ.สรณ” หลังศาลปกครองสูงสุดสั่งรับคดี ยันยังเดินหน้าตามขั้นตอนทูลเกล้าฯพ้นตำแหน่งต่อไป เหตุยังไม่มีคำสั่งใดๆ ขอให้รอศาลตัดสินอย่าพูดล่วงหน้า หวั่นสับสนกระทบทั้งระบบ

วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 15.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นให้รับฟ้องคดีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)กรณีวินิจฉัยคุณสมบัติของตนเองไว้พิจารณาจะส่งผลเรื่องขั้นตอนการทูลเกล้าฯ ให้ออกจากตำแหน่งหรือไม่ ว่า เรื่องนี้ไม่มีประเด็น เพียงแต่ศาลปกครองสูงสุดสั่งให้ศาลปกครองชั้นต้นรับพิจารณา เพราะนพ.สรณ เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ทั้งนี้ เมื่อมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา ในกฎหมายของ กสทช. ระบุว่าสามารถฟ้องศาลได้ ซึ่งถือเป็นสิทธิตามปกติของ นพ.สรณ

เมื่อถามถึงผลพวงที่ศาลปกครองสูงสุดสั่งให้ศาลปกครองชั้นต้นรับพิจารณาจะมีอะไรหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ยังไม่มีผลกระทบอะไรที่เราดำเนินการไป เพราะรัฐบาลยืนยันว่าเป็นการทำตามกฎหมาย โดยเห็นว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาเป็นที่สุดที่กำหนดในรัฐธรรมนูญมาตรา 203 วรรค 5 ประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 217 และมาตรา 15/1 ของกฎหมาย กสทช. ซึ่งมีผลปกติไม่ได้มีปัญหาอะไร ในชั้นนี้ต้องรอคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น และรอคำสั่งของศาลว่าจะสั่งอย่างไร

เมื่อถามว่า ในขั้นตอนนี้นพ.สรณ ได้รับการคุ้มครองอะไรจากศาลหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า เท่าที่ตนทราบศาลยังไม่ได้สั่งอะไร ซึ่งตนก็ทราบจากสื่อยังไม่ได้เห็นตัวจริง

เมื่อถามว่า ขั้นตอนที่นำขึ้นทูลเกล้าฯ พ้นจากตำแหน่งไปแล้วจะทำอย่างไร นายปกรณ์ กล่าวว่า เราเห็นว่าเป็นการทำตามขั้นตอนกฎหมายที่กำหนดไว้ ส่วนตอนนี้เป็นขั้นตอนของศาลก็คงไปว่ากันตามปกติ และต้องรอว่าศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ หรือจะมีคำสั่งอะไรต่อไป ก็คงปฏิบัติตามนั้น

เมื่อถามว่า ต้องดึงเรื่องทูลเกล้าฯ กลับออกมาหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ไม่ต้อง เพราะรอศาลตัดสินอยู่

“ตอนนี้ศาลยังไม่ได้ออกคำสั่งอะไรเลยอย่าไปพูดล่วงหน้า รอศาลก่อนดีกว่า เพราะถ้าพูดไปเดี๋ยวจะสับสน และไม่ดีกับทั้งระบบ“ นายปกรณ์ กล่าว

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีรับทราบเรื่องนี้แล้วหรือยัง นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบเลย เพราะยังไม่ได้เจอนายกฯ

กสทช., ปกรณ์ นิลประพันธ์, หมอสรณ

‘โรม’ ประสานช่วย ‘ฟ้าลิขิต’ ผู้ต้องขัง 112 อาการทรุด หลังอดอาหาร หวั่นซ้ำรอย ‘บุ้ง’

2 กันยายน 2569 เวลา 16:40 น.

‘โรม’ รับเร่งประสานราชทัณฑ์- เรือนจำธัญบุรี ช่วย ‘ฟ้าลิขิต’ อาการทรุด หลังอดข้าว-อดน้ำ หวั่นซ้ำรอย ‘บุ้ง เนติพร’ เสียชีวิตคาเรือนจำ

วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือร้องเรียนจาก น.ส.คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความประจำและผู้จัดการฝ่ายคดี ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เพื่อขอให้มีการตรวจสอบเรือนจำอำเภอธัญบุรี ไม่ส่งตัว ฟ้าลิขิต วีระธรรมจารี ผู้ต้องขังคดีอาญามาตรา 112 ไปรักษาตัวในสถานพยาบาลนอกเรือนจำภายหลังมีการอดหาร และน้ำดื่มเป็นการประท้วง จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย

น.ส.คุ้มเกล้า กล่าวว่า ฟ้าลิขิตเป็นผู้ขอรับความช่วยเหลือทางคดีซึ่งก่อนหน้านี้มีการอดอาหารมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เพื่อต้องการแสดงออกโดยสันติวิธีเรีกยร้องสิทธิในการประกันตัวของผู้ต้องขังทางการเมือง ในคดีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ต้องขังทางการเมืองที่ไม่ได้รับประโยชน์จากกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้มีการอดอาหารมานานกว่า 2 เดือนแล้ว ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย น้ำหนักตัวลดลง หายใจเหนื่อยหอบ ไม่สามารถลุกเดินได้เป็นปกติ ต้องมีผู้ที่ช่วยพยุง จนวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา เริ่มอดน้ำยิ่งทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต

น.ส.คุ้มเกล้า กล่าวว่า เราได้มีการส่งหนังสือถึงผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอธัญบุรี เพื่อขอให้ส่งตัวฟ้าลิขิตเข้ารับการรักษาให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ หรือโรงพยาบาลอื่นนอกเรือนจำ ที่มีแพทย์ที่สามารถช่วยชีวิตได้ตลอด 24 ชั่วโมง และก็มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความพร้อมที่จะช่วยในภาวะฉุกเฉินจากการอดอาหารและน้ำ เนื่องจากไม่อยากให้เกิดการสูญเสียเหมือนกรณี น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง ที่เสียชีวิตในระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ

ดังนั้นจึงมายื่นหนังสือขอให้กมธ.ช่วยประสานไปที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ รวมถึงผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอธัญบุรี ให้รีบส่งตัวฟ้า ลิขิตไปอยู่ในความดูแลของแพทย์โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งขอให้มีการตรวจสอบกรมราชทัณฑ์ เรือนจำอำเภอธัญบุรีว่า การดำเนินการเกี่ยวกับการดูแลผู้ต้องขังทางการเมืองที่อดอาหารและน้ำ รวมถึงเจ็บป่วยนั้นได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ตาม พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ หรือไม่

ด้าน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า สถานการณ์นี้เป็นที่น่ากังวล มันเคยมีบทเรียนมาแล้วจากกรณีของน.ส.เนติพร โดยตนในฐานะประธานกมธ.ฯ จะรับเรื่องไปหารือในกมธ. เพื่อแก้ปัญหา เพราะเท่าที่ดูทางศูนย์ทนายความฯ มีการทำหนังสือถึงเรือนจำธัญบุรีหลายครั้ง ตั้งแต่ก.ค.จนถึงราวๆ ปลายส.ค.ที่ผ่านมา แต่ทางเรือนจาจจะยังไม่มีหนังสือตอบรับ ดังนั้นเราจะติดตามให้ จะมีการพูดคุยหาวิธี เพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ โดยที่ความมุ่งหมายสำคัญก็คือ เราไม่อยากเห็นความสูญเสียใด ๆ เกิดขึ้นอีกแล้ว ยิ่งตอนนี้มีการยกระดับไปถึงการอดน้ำ นี่ ทำให้เรามีเวลาไม่มากในการหาทางออกและข้อสรุปของเรื่องนี้

ฟ้าลิขิต, มาตรา112