ชำเเหละเส้นทางชีวิต ‘ทนายอั๋น บุรีรัมย์’ ก่อนยื่นฟ้อง ‘พล.ต.ท.รุทธพล’ คดีหมิ่นฯ

28 สิงหาคม 2569 เวลา 18:47 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ประกาศจะฟ้องศาลในคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาในไม่กี่วันข้างหน้า ต่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม หลังจากทั้งสองได้ตอบโต้วิวาทะการสร้าง #ไอ้หอกหัก เเละ #ลูกไอ้ขี้คุก จนหลายฝ่าย เช่น กสม./นักวิชา การด้านการเมืองได้วิจารณ์คำพูดของรมว.ยุติธรรมที่กล่าวพาดพิงพฤติกรรมในอดีตของครอบครัวทนายอั๋นว่าไม่เหมาะสม

ทั้งนี้ รมว.ยุติธรรม ระบุว่า ไม่เคยขัดเเย้งกับทนายอั๋น เเต่ทนายอั๋นพาดพิงว่า รมว.ยุติธรรม ดองคดีเขากระโดง จ.บุรี รัมย์  เเละในช่วงที่ รมว.ยุติธรรมรับราช การตำรวจ จ.บุรีรัมย์  พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่าเคยจับกุมพ่อของทนายอั๋นในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดตั้งแต่ปี 2541 ซึ่งศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ส่วนแม่ของทนายอั๋นถูกจับในพื้นที่อื่น จำคุก 25 ปี

ส่วนทนายอั๋น อ้างล่าสุดว่าเพิ่งทราบว่ารมว.ยุติธรรม คือตำรวจที่จับพ่อของตนในปี 2541 เเละทราบว่าคดีที่ รมว.ยุติธรรมจับกุมพ่อของตนนั้นศาลมีคำสั่งยกฟ้อง เเต่ยอมรับว่าพ่อเเละเเม่ของทนายอั๋นติดคุกข้อหายาเสพติดจริง เเละเเม่ของทนายอั๋นเสียชีวิตในเรือนจำในช่วงต้องโทษคดีข้างต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่ผ่านมาทนายอั๋นเดินสายร้องเรียนเเละตรวจสอบหลายหน่วยงานรัฐ/องค์กรอิสระ/พรรคภูมิใจไทย  โดยนอกเหนือจากคำพูดว่า “ไอ้หอกหัก” ที่ทนายอั๋นนำมาใข้เเละอ้างว่าคำๆ นี้ ไม่ได้หมิ่นประมาทเเละเป็นคำที่ใช้กันมานานในสังคมไทยนั้น เเต่พบว่า ทนายอั๋นมักเปรียบเปรยเเละกล่าวหาในช่วงไปร้องเรียนว่ามีการทุจริต เช่น กกต.กินกล้วยคนละ 200 กิโลกรัมให้ยกฟ้อง229คนในคดีฮ้้วสว. เป็นต้น  ซึ่งคำพูดของทนายอั๋นดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาต่อสำนักงาน กกต. เป็นต้น

ส่วนการตรวจสอบการฮั้ว สว.ปี2567-ปัจจุบัน เเละการตรวจสอบการทำงาน-การทุจริตอื่นๆของพรรคภูมิใจไทย พบว่าทนายอั๋นอ้างว่ายังทำหน้าที่ต่อเเม้ไม่กี่วันก่อนจะท้อใจไปครึ่งวันกับสิ่งที่รมว.ยุติธรรมกล่าวถึงประวัติพ่อเเม่ของทนายอั๋น เเต่ทนายอั๋นอ้างว่าได้รับการสนับสนุนจากเเฟนคลับ จึงกลับมาทำหน้าที่เพื่อสังคมต่อไป เพราะทนายอั๋นประกาศว่า“ตัวเอง คือบุคคลสาธารณะ ทำงานเพื่อประโยชน์สังคม พร้อมรับการตรวจสอบ เเละยืนยันไม่ฝักใฝ่ทางการเมืองกับพรรค/กลุ่มใด“    

ทั้งนี้ มีภาพปรากฏในสังคมออนไลน์ว่า  ทนายอั๋นใกล้ชิดกับผู้ประสงค์จะทำงานการเมืองระดับชาติ  เช่นครอบครัวประเสริฐศรี จ.อำนาจเจริญ/อดีตผู้สมัครสว.เช่น นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ผู้สมัครสว. ,พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายขื่อ พรรคเสรีรวมไทย นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สว. ซึ่งทนายอั๋นโพสต์โชว์ภาพบัตรประจำตัวผู้ติดตามสว.ปี 2569 (นางสาวนันทนา) ลงในสังคมออนไลน์ การยื่นร้องเรียนเเละส่งข้อมูลต่างๆให้พรรคประชาชน  เป็นต้น

เเละพบว่าบางครั้งทนายอั๋นจะเลี่ยงไม่ตอบคำถามกับบางฝ่าย เช่น  ทำไมทนายอั๋นไม่ตรวจสอบการรวมตัวของผู้สมัครสว.ที่ห้องจูปิเตอร์ อิมเเพค เมืองทองธานี ในช่วงก่อนลงคะเเนนเลือก สว.ระดับประเทศ ตามที่พรรคภูมิใจไทยพาดพิงว่าคนใกล้ชิดนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  เป็นคนชำระค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมคราวนั้น นอกจากนี้ ยังพบว่าทนายอั๋นไม่ตรวจสอบกรณีหัวคะเเนนผู้สมัครสส.(นางจันทร์เพ็ญ ประเสริฐศรี)เขต2 จ.อำนาจเจริญ พรรคพลังประชารัฐ ปี2566 ถูกตั้งข้อหาซื้อเสียงเเละติดคุก เเต่ต่อมาผู้สมัครสส.รายดังกล่าว กกต.ยกคำร้องนั้น  ปรากฏว่าทนายอั๋นอ้างว่าหากจะให้ตรวจสอบกรณีนี้กกต.มอบเงินเดือนครึ่งหนึ่งให้ได้หรือไม่ หากมอบให้ก็พร้อมไปตรวจสอบ เป็นต้น

สำหรับประวัติทางการเมืองของทนายอั๋นนั้นพบว่า เคยลงสมัคร สส. บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคอนาคตใหม่ ปี 2562 เเต่สอบตก ปี2563 ลงสมัครนายกอบจ.บุรีรัมย์ ผลปรากฏว่าสอบตก  จนครั้งล่าสุดปี 2564 ลงสมัครนายก อบต.ดอนกอก อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์  แพ้คู่แข่งอีก โดยทนายอั๋นได้284 คะแนน ส่วนผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งได้ 2,142 คะแนน

หลังจากนั้นทนายอั๋นได้ปรากฏตัวในสังคมออนไลน์เเละสื่อมวลชนจนปรากฏเป็นข่าวเนืองๆ โดยเน้นวิจารณ์ และตรวจสอบนโยบายของรัฐบาลเเละนโยบายพรรคภูมิใจไทย ล่าสุดระบุว่าพร้อมเป็นรมว.ยุติธรรม ทำให้ตอนนี้มียอดติดตามเฟสบุ๊กทนายอั๋น มากถึง 5.6 เเสนคน พร้อมกันนี้ทนายอั๋นยังขอรับบริจาคเงินจากทุกฝ่ายในการตรวจสอบทุจริตอีกด้วย

ทนายอั๋นบุรีรัมย์, ภัทรพงศ์ ศุภักษร

กองทัพไทยเดือด! ปฏิเสธข้อกล่าวหา ฮุน เซน สิ้นเชิง ยันปราบสแกมเมอร์ตามหลักสากล ไม่ใช่ข้ออ้างยึดพื้นที่ชายแดน

28 สิงหาคม 2569 เวลา 18:39 น.

28 สิงหาคม 2569 พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวถึงกรณี สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวหาฝ่ายไทยและกองทัพไทยว่า นำประเด็นขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (Scammer) และแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาใช้เป็นข้ออ้างในการยึดครอบครองพื้นที่ตามแนวชายแดน โดย กองทัพไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง และเห็นว่าประเด็นนี้ควรพิจารณาบนพื้นฐานของ “ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้” มากกว่าการกล่าวอ้างทางการเมือง

โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทยยืนยันว่า กองทัพไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดยข้อมูลเกี่ยวกับฐานปฏิบัติการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การค้ามนุษย์ และเครือข่ายสแกมเมอร์ในฝั่งกัมพูชา มิใช่ข้อมูลที่กองทัพไทยหรือประเทศไทยกล่าวอ้างขึ้นเอง หรือสร้างขึ้นเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางนโยบายแต่อย่างใด

หากแต่เป็นข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันจากองค์กรระดับสากลอย่าง สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) รวมถึงรายงานสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN) ซึ่งได้ระบุอย่างชัดเจนว่า พื้นที่บริเวณชายแดนและเขตเศรษฐกิจพิเศษในกัมพูชากลายเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคและระดับโลกของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ มีการบังคับใช้แรงงาน กักขัง ทรมาน และหลอกลวงประชาชนจากหลากหลายประเทศทั่วโลก

กองทัพไทยเน้นย้ำว่า การวางกำลังและการปฏิบัติภารกิจตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ดำเนินการภายใต้กรอบถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาความมั่นคง ป้องกันการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย และคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน มิได้มีความเกี่ยวข้องกับการนำประเด็นสแกมเมอร์มาเป็นข้ออ้างเพื่อยึดครองพื้นที่ตามที่ถูกกล่าวหา

การนำสองประเด็นดังกล่าวมาเชื่อมโยงกันจึงไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และอาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน รวมทั้งเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันเป็นภัยคุกคามที่ประชาคมระหว่างประเทศให้ความสำคัญและกำลังร่วมกันแก้ไขอย่างจริงจัง

กองทัพไทยจึงขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชามุ่งดำเนินการตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนข้อเสนอแนะและข้อมูลจาก UNODC ในการปราบปรามและกวาดล้างเครือข่ายสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง มากกว่าการสร้างวาทกรรมที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและเพิ่มความขัดแย้งระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ประเทศไทยและกองทัพไทยยังคงยึดมั่นในการดำเนินการตามหลักกฎหมายและกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมประสานความร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติและประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันถอนรากถอนโคนอาชญากรรมไซเบอร์ การค้ามนุษย์ และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ อันจะนำไปสู่ความมั่นคง ความปลอดภัย และความสงบสุขของประชาชนในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

กองทัพไทย,ฮุนเซน,กัมพูชา,สแกมเมอร์,ชายแดน,

ศาลยกคำร้อง ประกันตัว ไผ่-จตุภัทร์ คดีมาตรา 112 เหตุชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร

28 สิงหาคม 2569 เวลา 18:18 น.

28 สิงหาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน” โพสต์ข้อความระบุว่า “วันนี้ (28 ส.ค. 2569) ศาลอาญา “ยกคำร้อง” ประกันตัว ไผ่-จตุภัทร์ ในคดีมาตรา 112 เหตุชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ระบุไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม”

พร้อมทั้งระบุในคอมเมนต์อีกว่า วันนี้ (28 ส.ค. 2569) ศาลยกคำร้องประกันตัว “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ในคดี #มาตรา112 เหตุชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19 – 20 ก.ย. 2563 หลังได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวในวันนี้

เวลา 16.56 น. ศาลมีคำสั่งยกคำร้องประกันตัว โดยระบุว่า “พิเคราะห์แล้ว ศาลนี้และศาลอุทธรณ์เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
นอกจากนี้ จำเลยที่ 7 ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวมาแล้วเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2569 โดยให้เหตุผลไว้แล้ว อีกทั้งตามคำร้องฉบับนี้ อ้างเหตุขอปล่อยชั่วคราวไว้ในลักษณะเดียวกัน กรณียังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมแต่อย่างใด”

ผู้พิพากษาที่ลงนามคำสั่งคือ ณัฐนันท์ ดุจดำเกิง

กรณีดังกล่าวจึงทำให้ไผ่ยังคงถูกขังพร้อมกับกำไล EM ต่อไป ถึงแม้ว่าจะได้รับประกันตัวจากศาลฎีกาในคดี ม.112 อีกคดีหนึ่งแล้วก็ตาม

ย้อนอ่านข่าว https://tlhr2014.com/archives/82300

ยกคำร้อง,ประกันตัว,ไผ่จตุภัทร์,มาตรา112,ชุมนุม,19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร,

รองเลขาฯ กกต. แจ้งความไอลอว์ ปมเผยแพร่ความเห็นคดีฮั้ว สว. ย้ำทำตามขั้นตอนกฎหมาย

28 สิงหาคม 2569 เวลา 17:37 น.

28 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) ออกเอกสารข่าวระบุว่า นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เข้าแจ้งความณกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดำเนินคดีตามกฎหมาย กรณี iLaw เผยแพร่เอกสารความเห็นของนายครรชิต ซึ่งขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่แทน นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่เกี่ยวข้องกับคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือคดีฮั้ว สว.

นอกจากนี้ ยังระบุว่า การดำเนินการแจ้งความเป็นไปเพื่อให้ข้อเท็จจริงได้รับการตรวจสอบตามกระบวนการของกฎหมาย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงาน กกต.โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย

คณะกรรมการการเลือกตั้ง

อาสพลธ์ แฉยับ เครือข่ายตบทรัพย์สอบท้องถิ่น โยง DSI ระดับ พ.ต.ท. โชว์หลักฐานแชทไลน์มัด

28 สิงหาคม 2569 เวลา 16:13 น.

“อาสพลธ์”แฉยับ เครือข่ายตบทรัพย์สอบท้องถิ่น โยง DSI ระดับ “พ.ต.ท.” โชว์หลักฐานแชทไลน์มัด เตรียมลุยรับเรื่องร้องเรียน 11 ก.ย. นี้

28 สิงหาคม 2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand รายการข่าวเชิงวิเคราะห์ โดย “หมาแก่-แมวสาว” ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และ อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ ถึงกรณีที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุม นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “ผู้ใหญ่เฮง” อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย หลังเรียกรับเงิน 650,000 บาท โดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นได้ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้อาจจะโยงไป “บิ๊กบอส” หรือ นักการเมือง หรือ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ว่า ก่อนหน้านี้มีหลักฐานจากแชทไลน์ที่ผู้เสียหายทวงเงินคืนจากอดีต ส.ส.สอบตก

นายอาสพลธ์ กล่าวต่อว่า เครือข่ายในจังหวัดศรีสะเกษพบว่ามี “ผู้ใหญ่เฮง” เป็นเบอร์หนึ่งในจังหวัด แต่จากเบอร์หนึ่งจะโยงไปที่ส่วนกลางใครนั้นยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม และในส่วนของจังหวัดขอนแก่นก็มีลักษณะเครือข่ายลักษณะเดียวกันแต่เป็นเครือข่ายอื่นที่ไม่ใช่ของ “ผู้ใหญ่เฮง” ส่วนที่ในแชทไลน์ที่ระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ DSI ที่เชื่อมโยงกับ “ผู้ใหญ่เฮง” มีตำแหน่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ (ระดับ C8-C9 หรือยศพันตำรวจโท)

“เครือข่ายการเรียกรับสินบนในจังหวัดศรีสะเกษ มีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนแล้ว 19 คดี และมีคดีเพิ่มเติมรวมเป็น 20 คดี ซึ่งทาง DSI ลงมาสอบปากคำเอง 18 คดี ส่วนอีก 1 คดีทาง ป.ป.ช. ลงมาดำเนินการเอง และมีอีก 1 คดีที่ส่วนกลางเข้าบุกจับกุมเมื่อวันก่อน คดีนี้ไม่ได้ทำคนเดียว แต่ทำกันเป็นกลุ่ม/แก๊ง ในส่วนของคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร จะมีรับเรื่องร้องเรียนผ่านทางองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โดยจะเซ็นต์ MOU การทำงานร่วมกันเพื่อปราบปรามการทุจริตระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ และ ภาคประชาสังคม ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งให้ ป.ป.ช. และตำรวจดำเนินการขยายผลต่อไป” ประธาน กมธ. ป.ป.ช. กล่าว

อาสพลธ์สรรณ์ไตรภพ,พรรคภูมิใจไทย,แก๊งตบทรัพย์,สอบท้องถิ่น,DSI,

Bigo Live เปิดเวทียกย่องครีเอเตอร์ชั้นนำ ผู้ขับเคลื่อนการสร้างผลกระทบระดับโลก

29 สิงหาคม 2569 เวลา 08:00 น.

 บีโก้ ไลฟ์ (Bigo Live) แพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมมิ่งระดับโลก เปิดเวทียกย่องครีเอเตอร์ชั้นนำในภูมิภาค ณ งาน ‘Thailand Mid-Year Gala 2026’ ซึ่งจัดขึ้นที่ RARIN Bangkok ท่ามกลางมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของประเทศไทย งานกาล่าครั้งนี้รวบรวมครีเอเตอร์ เอเจนซี และผู้นำชุมชนหลายร้อยคนจากกว่า 10 ประเทศและภูมิภาค มาร่วมยกย่องความสำเร็จและผลงานของครีเอเตอร์ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนวงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

“งานกาล่าครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญสำหรับคอมมูนิตี้ครีเอเตอร์ที่มีความหลากหลายของเรา ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถ ความมุ่งมั่น และความทุ่มเทอย่างน่าประทับใจแก่ผู้ชมทั่วโลก” ตัวแทนจาก Bigo Live ประจำประเทศไทย กล่าว “ครีเอเตอร์คือหัวใจสำคัญในความมุ่งมั่นของ BIGO LIVE ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นบวก มีชีวิตชีวา และปลอดภัยสำหรับทุกคน พวกเขากำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายด้วยการเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นโอกาส พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับคอมมูนิตี้ผ่านความสัมพันธ์ที่จริงใจ เราภูมิใจที่ได้สนับสนุนเส้นทางของครีเอเตอร์เหล่านี้ และจะเดินหน้าสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เปิดกว้างและครอบคลุมสำหรับทุกคนต่อไป”

งานกาล่าครั้งนี้ยังถูกถ่ายทอดสดผ่านแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการของ Bigo Live เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมหลายล้านคนจากทั่วโลกได้เข้าร่วม มีปฏิสัมพันธ์ และร่วมเฉลิมฉลองไปพร้อม ๆ กับครีเอเตอร์คนโปรดแบบเรียลไทม์

ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองเริ่มต้นขึ้นด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมอันตระการตา ซึ่งผสมผสานนาฏศิลป์ไทยแบบดั้งเดิมเข้ากับองค์ประกอบทางศิลปะร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ตลอดค่ำคืน ผู้เข้าร่วมงานยังได้เพลิดเพลินกับการแสดงจากครีเอเตอร์ของ Bigo Live ได้แก่ BIGO ID: anoli1, BIGO ID: blackjack6666 และ BIGO ID: 1064256800 ที่มาร่วมถ่ายทอดความสามารถและความคิดสร้างสรรค์บนเวที

ในพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติครั้งนี้ ครีเอเตอร์และเอเจนซีชั้นนำของ Bigo Live ได้รับการยกย่องจากผลงานและการมีส่วนร่วมสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศครีเอเตอร์ที่มีชีวิตชีวาของแพลตฟอร์ม โดยมีการถ่ายทอดบรรยากาศและช่วงเวลาสำคัญของงานทั้งจากบนเวทีและแบบออนไลน์ผ่านการไลฟ์สตรีมบนแอป Bigo Live (TH Official) รวมถึงบัญชีทางการของ Bigo Live บน Facebook (BIGO Live Thailand) และ YouTube (@BigoLiveThailand) โดยรายชื่อผู้ได้รับรางวัลมีดังนี้  Top Creator: HQ TOP 1 VJ Galaxy, BIGO ID: Pukkardjade และ Top Agency: AUGUST

ร่วมเฉลิมฉลองการเติบโตของครีเอเตอร์ประเทศไทย

ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดครีเอเตอร์ที่มีความเคลื่อนไหวโดดเด่นที่สุดในภูมิภาคอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงขับเคลื่อนจากชุมชนชุมชนผู้ใช้งานที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งแกร่ง และความหลากหลายทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ Bigo Live ได้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตดังกล่าว ด้วยการมอบเครื่องมือ โอกาส และการเชื่อมต่อสู่ผู้ชมทั่วโลกก 

เพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์และความหลงใหลของตนให้กลายเป็นอาชีพที่มั่นคง พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

แม้งาน Thailand Mid-Year Gala จะเป็นงานเฉลิมฉลองครั้งสำคัญประจำปีของแพลตฟอร์ม แต่ Bigo Live ยังคงเดินหน้าสนับสนุนครีเอเตอร์ไทยตลอดทั้งปี ผ่านโครงการเพื่อชุมชนและแคมเปญท้องถิ่นที่หลากหลาย โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ครีเอเตอร์ Bigo Live และชุมชนได้ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ผ่านกิจกรรมไลฟ์สตรีมแบบอินเทอร์แอคทีฟและการส่งของขวัญเสมือนจริง เพื่อนำเสนอวัฒนธรรมไทยสู่สายตาผู้ชมทั้งในประเทศและทั่วโลก

Bigo Live ยังคงมุ่งมั่นในการส่งเสริมศักยภาพของครีเอเตอร์ไทยที่มีความหลากหลาย ด้วยการมอบแพลตฟอร์มที่ปลอดภัย เปิดกว้าง และสร้างสรรค์ เพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถแสดงศักยภาพและความสามารถ สร้างคอมมูนิตี้ที่มีความหมาย และเชื่อมต่อกับผู้ชมทั่วภูมิภาคและทั่วโลก ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bigo Live สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ https://www.bigo.tv/show/  สามารถดาวน์โหลด บีโก้ ไลฟ์ ได้บน App Store และ Google Play

BigoLive

ทันโลกทันเหตุการณ์ แพทยสภา : การใช้ยาหยอดตาอย่างปลอดภัย และถูกวิธี

29 สิงหาคม 2569 เวลา 02:00 น.

หลายคนอาจคิดว่าแค่ ‘หยอดยา’ คงไม่ซับซ้อนอะไร แต่ในความเป็นจริง ถ้าใช้ไม่ถูกต้อง อาจทำให้ยาไม่ได้ผล หรือบางครั้งอาจเกิดอันตรายกับดวงตาได้

ดวงตาของเราเป็นอวัยวะที่บอบบาง การรักษาโรคทางจักษุหลายโรคต้องพึ่งพายาหยอดตาเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น โรคต้อหิน โรคตาแห้ง โรคตาอักเสบ หรือแม้กระทั่งการติดเชื้อที่ดวงตา

ยาหยอดตาที่ใช้ในปัจจุบันมีประเภทใดบ้าง

ยาหยอดตาสามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามการใช้งาน ได้แก่ ยาขยายม่านตา ใช้งานโดยจักษุแพทย์ขณะตรวจตา,ยาลดอาการตาแดง เป็นยาที่หาซื้อได้ทั่วไป แต่ถ้าหากใช้บ่อยเกินไปจะทำให้ตาแดงมากกว่าเดิม

,น้ำตาเทียม ที่ใช้สำหรับผู้ที่มีภาวะตาแห้ง, ยาลดอาการคัน หรืออาการแพ้, ยาชาเฉพาะที่ ต้องใช้ในห้องตรวจหรือห้องผ่าตัดเท่านั้น ห้ามนำมาใช้เอง, ยาปฏิชีวนะ สำหรับรักษาการติดเชื้อ, ยาลดความดันตา สำหรับรักษาโรคต้อหิน

,ยาสเตียรอยด์ สำหรับรักษาการอักเสบรุนแรง โดยต้องใช้ภายใต้การดูแลใกล้ชิด

“ยาทุกชนิดมีข้อดีและข้อควรระวัง การเลือกใช้ต้องเหมาะกับโรค และควรอยู่ในการดูแลของแพทย์เสมอ”

ทำไมต้องหยอดยาหยอดตาให้ถูกวิธี

ถ้าหากวิธีหยอดไม่ถูกต้อง อาจทำให้สูญเสียยาที่ควรจะออกฤทธิ์เต็มที่ ไปเกือบครึ่ง ส่งผลต่อผลการรักษาได้ หรือบางครั้งอาจไหลลงคอ ทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกาย เช่น ใจสั่น หรือ หายใจลำบาก

ขั้นตอนการหยอดยาหยอดตาที่ถูกต้อง

ขั้นตอนก่อนการใช้ยา : อ่านฉลากยา หรือคำแนะนำของแพทย์ให้ดีก่อนใช้เสมอ ใช้ยาหยอดตาให้ถูกต้องทั้งเวลา และวิธีการหยอด ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสตา ถ้าหากใส่ contact lens แนะนำให้ถอดออกก่อน ยกเว้นจักษุแพทย์แจ้งว่าไม่ต้องถอดออก

เตรียมยา เขย่าขวดถ้าฉลากระบุไว้ โดยเฉพาะยาบางชนิดเป็นสารแขวนลอย สามารถสังเกตได้ที่ข้างขวดยาจะมีคำว่า “Suspension”  เปิดฝาโดยอย่าสัมผัสบริเวณหัวขวดยา

***ยาหยอดตาชนิดแขวนลอยคือยาหยอดตาที่ตัวยาจะไม่ละลายเป็นเนื้อเดียวกันแต่จะกระจายเป็นอนุภาคเล็กๆลอยในน้ำ มีความสำคัญคือก่อนใช้งานต้องเขย่าเพื่อให้ตัวยากระจายตัวสม่ำเสมอ ไม่กองที่ก้นขวด

ขั้นตอนหยอดยา : เตรียมท่าทาง เอนศีรษะ มองขึ้นบน ใช้นิ้วดึงเปลือกตาล่างเป็นกระพุ้งเพื่อรองรับหยดยา

ถือขวดห่างตา 1–2 ซม. ระมัดระวังไม่ให้ขวดสัมผัสตาหรือเปลือกตาโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคปนเปื้อนในขวดยา จากนั้นหยอดเพียง 1 หยด หลับตาค้างไว้ กดหัวตาเบา ๆ 1–2 นาที เพื่อป้องกันยาไหลลงคอ  เช็ดส่วนเกินที่บริเวณขอบตาออกขณะหลับตา ด้วยกระดาษสะอาด ถ้ามียาหยอดตาหลายชนิด ต้องเว้นระยะเวลา 3–5 นาทีระหว่างยาแต่ละตัว  การเก็บยาในตู้เย็น ให้สอบถามจักษุแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนว่าสามารถแช่เย็นได้หรือไม่

ล้างมือเสมอหลังหยอดยาหยอดตา

เล่าเสริม**:

สำหรับคนที่กลัวการหยอดตา หรือเด็กเล็ก ที่ไม่สามารถลืมตาขณะจะหยอดยาได้ สามารถหยอดยาไว้ที่หัวตา โดยระมัดระวังไม่ให้ขวดยาโดนเปลือกตาหรือผิวหนัง แล้วค่อยลืมตาให้ยากลิ้งเข้าไป กระพริบตา 2-3 ครั้งเพื่อให้ยากระจายทั่วๆ

มีอุปกรณ์ช่วยหยอดตา สำหรับคนสูงอายุที่มือสั่นหรือยกแขนลำบาก หรือสำหรับผู้ที่ไม่สามารถหยอดยาเองได้จริงๆ ทั้งอุปกรณ์ที่ช่วยเล็งหยดยา หรือช่วยให้ลืมตาได้ขณะหยอดยา

ยาหยอดตาประเภทที่เป็นขี้ผึ้งสามารถใช้วิธีในการหยอดแบบเดียวกับยาน้ำ แต่ควรใช้ตามแพทย์สั่งและ ใช้หยอดเป็นชนิดสุดท้ายหลังจากหยอดยาชนิดอื่น

ข้อควรระวัง ในการใช้ยาหยอดตา

อย่าใช้ยาที่หมดอายุ หรือเปลี่ยนสีไปจากเดิม ยาหยอดตาปกติมีอายุประมาณ 3 ปีนับจากวันผลิต เนื่องจากสารป้องกันการเติบโตของเชื้อโรคอาจหมดอายุ แต่หลังจากทำการเปิดใช้ยาหยอดตาแล้วควรใช้ให้หมดภายใน 1 เดือน รวมถึงควรเก็บรักษาในอุณหภูมิที่ถูกต้องตามชนิดของยา อย่าใช้ยาร่วมกับผู้อื่นเนื่องจากอาจมีการติดเชื้อได้

อย่าใช้ผิดขวด (เช่น ยาหยอดหูแทน) อย่าหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง โดยเฉพาะยาต้อหิน ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น แสบตา ตาแดงมาก หรือการมองเห็นเปลี่ยน → รีบมาพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

หยอดยามากกว่า 1 หยดจะดีกว่าไหม? → ไม่จำเป็นเนื่องจากดวงตาดูดซึมยาได้เพียงแค่ 1 หยดหากหยอดเกินทำให้เสียยาทิ้งโดยเปล่าประโยชน์

เก็บยาในตู้เย็นได้ไหม? → ยาบางชนิดได้ ถ้าแพทย์หรือเภสัชบอกว่าเหมาะ

เด็กเล็กหยอดยาต่างจากผู้ใหญ่ไหม? → ใช้หลักการเดียวกัน แต่ต้องมีผู้ใหญ่ช่วย

สรุปและฝากข้อคิด

“ดวงตาเป็นหน้าต่างของชีวิต และเป็นอวัยวะที่บอบบางมากครับ การใช้ยาหยอดตาอย่างถูกวิธี คือหนึ่งในวิธีดูแลรักษาดวงตาให้แข็งแรงและปลอดภัย

จำไว้เสมอว่า…ล้างมือก่อน – หยอดถูกวิธี – กดหัวตา – รักษาความสะอาด เพียงเท่านี้ ยาหยอดตาก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และช่วยถนอมสายตาของเราได้ครับ

โดย นพ.เอกชนก วัชรปัญจมาศ และ นพ.วิชญ์ ธรานนท์

ดัชมิลล์ จับมือ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ เดินหน้าแคมเปญ “ดัชมิลล์ DO ดี ทำสิ่งดีๆ ให้คนไทยสุขภาพดี

28 สิงหาคม 2569 เวลา 18:14 น.

กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์นมและโยเกิร์ตในประเทศไทย ผนึกกำลังร่วมกับ เครือโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ เปิดตัวโครงการ “ดัชมิลล์ DO ดี ทำสิ่งดีๆ ให้คนไทยสุขภาพดี” เดินหน้ารณรงค์ให้คนไทยเปลี่ยนจาก “ความตั้งใจดี” มาเป็นการ “ลงมือทำจริง” (DO) ผ่านการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างสมดุล โดยเริ่มต้นจากการดูแลสมดุลของลำไส้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นฐานสำคัญของสุขภาพโดยรวม

ปัจจุบันคนไทยต้องเผชิญกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบและความกดดันรอบด้าน จากสถิติพบว่ากว่า 7 ใน 10 ของคนไทยเผชิญกับภาวะหมดไฟ (Burnout) และกรุงเทพฯ ยังติดอันดับ 5 ใน 100 เมืองที่ประชากรทำงานหนักที่สุดในโลก ซึ่งความเครียดสะสมเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินอาหารและทำลายสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ จนนำไปสู่ปัญหาระบบย่อยอาหาร ภูมิคุ้มกันตก และส่งผลย้อนกลับมาทำให้อารมณ์ลงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ตามมาในระยะยาว สะท้อนให้เห็นว่า ‘สุขภาพที่ดี’ ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเป้าหมายระยะสั้น แต่ควรเป็นสิ่งที่เราสร้างและดูแลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว หรือแนวคิด Longevity และ Health span ที่ให้ความสำคัญกับการมีชีวิตที่ยืนยาวควบคู่ไปกับการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี โดยจุดเริ่มต้นสำคัญคือการปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่สามารถทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

ดร.วรรัตน์ ฉายสว่างวงศ์ ผู้จัดการนวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์และวิจัย กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ จึงนำ Dutch Mill DR-1 โพรไบโอติก SHOT โยเกิร์ตพร้อมดื่ม มาเป็นหนึ่งในตัวช่วยหลักของแคมเปญ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นและพัฒนาโดยทีมนักวิจัยของดัชมิลล์ รีเสิร์ช ที่ผสานโพรไบโอติก 3 สายพันธุ์ เสริมด้วยพรีไบโอติก อินูลิน (Inulin) และ ฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ (FOS) เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการดูแลสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต่ละวัน

โครงการ “ดัชมิลล์ DO ดี” ยังได้รับความร่วมมือจากทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจาก เครือโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ในการจัดทำสื่อและกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและสมดุลลำไส้ เพื่อส่งต่อข้อมูลที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันแก่ผู้รับบริการ ณ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ โดยกิจกรรมจะดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน

ในงานเปิดตัวแคมเปญอย่างเป็นทางการ ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัทดัชมิลล์ พร้อมด้วย พีท – กันตพร หาญพาณิชย์ และ แก้มบุ๋ม – ปรียาดา สิทธาไชย ผู้บริหารเครือโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ร่วมเปิดโครงการและส่งต่อแนวคิด “DO ดี” เพื่อชวนคนไทยเริ่มต้นลงมือทำสิ่งดีๆ ให้กับสุขภาพของตัวเองในทุกวัน

ผู้ที่สนใจเริ่มต้นดูแลสุขภาพและใส่ใจสมดุลลำไส้ไปพร้อมกับโครงการ “ดัชมิลล์ DO ดี” สามารถพบกับ Dutch Mill DR-1 โพรไบโอติก SHOT พร้อมโปรโมชั่นพิเศษได้แล้ววันนี้ที่ 7-Eleven ทุกสาขา ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าชั้นนำใกล้บ้าน บูธกิจกรรมภายในโรงพยาบาลเกษมราษฎร์  และสาวดัชมิลล์ สาวดีไลท์ทั่วประเทศ

เพราะการมีสุขภาพที่ดี ไม่ได้เกิดจาก “ความตั้งใจ” เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นได้จากการ ลงมือทำ หรือ DO ในทุกวัน

DutchMill, ดัชมิลล์DOดี, สุขภาพดีดูดีเริ่มต้นที่การลงมือทำ, เรื่องดีดีเกิดขึ้นได้เมื่อเราช่วยกันDO

ททท. เปิดตัว E-Guide Book “Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน” ชูแนวคิด ROOT ON THE ROCK เปลี่ยนสุราชุมชนเป็นหมุดท่องเที่ยวท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ พร้อมนำร่องยกระดับ Gastronomy Tourism ผ่าน 5 เส้นทางทั่วไทย

28 สิงหาคม 2569 เวลา 18:03 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองไทยด้วยเสน่ห์แห่งรสชาติและวิถีชีวิต ผ่านโครงการ Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน ภายใต้แนวคิด ROOT ON THE ROCK รินรสเล่า…เคล้าวิถีถิ่น พร้อมเปิดตัวคู่มือนำเที่ยวฉบับออนไลน์ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจและเป็นคู่มือพานักเดินทางไปสำรวจท้องถิ่น เพื่อสัมผัสกับอรรถรสการกินและดื่มในแต่ละภูมิภาคของไทย

คู่มือท่องเที่ยว ฉบับ ROOT ON THE ROCK รินรสเล่า…เคล้าวิถีถิ่น ถูกออกแบบให้ทันสมัยและสามารถเป็นผู้ช่วยตัวจริงของนักเดินทางยุคใหม่ ซึ่งไม่ได้ต้องการเพียงปักหมุดไปร้านอร่อยหรือร้านดังเท่านั้น

แต่ต้องการมอบประสบการณ์ที่พิเศษยิ่งกว่า อย่างการสัมผัสเรื่องราวและทราบถึงที่มาของรสชาติเหล่านั้น ผ่านการสำรวจท้องถิ่น ค้นพบแหล่งวัตถุดิบ ตลอดจนพบปะกับผู้รังสรรค์หรือต่อยอดอัตลักษณ์ของรสชาตินั้นด้วยตนเอง

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า “การท่องเที่ยวเชิงอาหารและเครื่องดื่ม (Gastronomy Tourism) ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความอร่อย  แต่นักท่องเที่ยวยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y-Z ยังแสวงหาคุณค่าที่ซ่อนอยู่ของรสชาติอาหารและเครื่องดื่มอีกด้วย ซึ่งททท. เล็งเห็นว่าสุราชุมชนนั้นเป็น Cultural Asset ที่สะท้อนรากเหง้าวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาซึ่งมีคุณค่าของแต่ละท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน จึงหยิบมาใช้เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดเรื่องราวของโครงการนี้”

“สำหรับการจัดทำ E-Guide Book ของโครงการ Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน เราตั้งใจถ่ายทอดประสบการณ์ท่องเที่ยวที่พิเศษและลึกซึ้ง ทั้งการสัมผัสวิถีชุมชนและผู้คน ทำความรู้จักวัตถุดิบท้องถิ่น เรียนรู้กรรมวิธีการหมักและกลั่นสุรา ตลอดจนการจับคู่อาหารที่ปรุงด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นกับสุราชุมชนอย่างร่วมสมัย โดยได้รับเกียรติจาก เชฟมารังสรรค์ร่วมกับทางชุมชน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถตามรอยไปพบกับรสชาติที่มี เรื่องเล่าได้อย่างแท้จริง” นายอภิชัยกล่าวเสริม

E-Guide Book ฉบับนี้นำเสนอ 5 เส้นทางท่องเที่ยวนำร่อง ได้แก่

  1. เส้นทาง จ.จันทบุรี (ภาคตะวันออก): แกะรอย “สุราเทวะ” จากวิถีดั้งเดิมของชาวชองชนเผ่าที่ปกปักรักษ์ผืนป่าเมืองจันท์ พร้อมเปิดมิติแห่งรสชาติอาหารตามฤดูกาลที่ร้าน RARIN – รริน
  2. เส้นทาง จ.สงขลา–พัทลุง (ภาคใต้): พบกับ “เมรีรัญจวน” สุรากลั่นจากน้ำตาลโตนด เสน่ห์ชีวิตบนคาบสมุทรสทิงพระ และอาหารปักษ์ใต้ร่วมสมัยโดย Chef Top × ร้าน Beastlab Hatyai
  3. เส้นทาง จ.สกลนคร (ภาคอีสาน): สัมผัส “สุราออนซอน” จากช่อดอกมะพร้าว พิธีเหยาของชาวภูไท พร้อม ลิ้มลองสเต็กเนื้อท้องถิ่นโดย Chef เปอร์ × ร้าน House Number 1712
  4. เส้นทาง จ.สุพรรณบุรี (ภาคกลาง): ดื่มด่ำบรั่นดีขาวเมล่อนคราฟต์ “เนภา” ล่องเรือตามรอยนิราศสุพรรณ นั่งอีแต๊กชมทุ่ง และถ่ายทอดรสชาติสุพรรณโดยคุณปอม ร้านชาณา
  5. เส้นทาง จ.น่าน (ภาคเหนือ): เจาะลึกการกลั่น “สุราอัสดง” เยือนสวนมะแขว่น พืชสมุนไพรกลิ่นหอมเผ็ดซ่า และเปิดประสบการณ์รสชาติโดย Chef แซ็ค แห่ง ZAC TA-RY

ททท. ขอเชิญชวนนักเดินทางร่วมออกไปสัมผัสเรื่องเล่าในขวดแก้ว และค้นพบเสน่ห์ของเมืองไทย ในมุมมองที่ลึกซึ้งกว่าที่เคย พร้อมติดตามคู่มือท่องเที่ยว โครงการ Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน ภายใต้แนวคิด ROOT ON THE ROCK รินรสเล่า…เคล้าวิถีถิ่น ได้ทางช่องทางออนไลน์ของโครงการ Facebook Page: Root on the Rock  รินรสเล่า เคล้าวิถีถิ่น / Instagram: Root on the Rock  รินรสเล่า เคล้าวิถีถิ่น และสามารถดาวน์โหลดคู่มือท่องเที่ยว ROOT ON THE ROCK รินรสเล่า เคล้าวิถีถิ่น ได้ที่ bit.ly/RootontheRock

นางฟ้าของพี่! ‘ม้า อรนภา’ โพสต์ซึ้งถึง ‘เจ๊ปอง อัญชะลี’ หลังเดินทางขึ้นศาลครั้งแรกในชีวิต

29 สิงหาคม 2569 เวลา 08:50 น.

อัญชะลี ไพรีรัก

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งมิตรภาพที่แน่นแฟ้นและน่าประทับใจในยามยากสำหรับคนบันเทิงรุ่นใหญ่ชื่อดังอย่าง ม้า อรนภา กฤษฎี ที่ล่าสุดเมื่อวานนี้ 28 สิงหาคม 2569 ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวผ่านเฟซบุ๊ก Ornapa Krisadee เผยถึงเหตุการณ์สำคัญในชีวิตกับการเดินทางไปขึ้นศาลจังหวัดชลบุรีเป็นครั้งแรก โดยมีเพื่อนสนิทคนเก่งอย่าง อัญชะลี ไพรีรัก หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในชื่อ เจ๊ปอง สื่อมวลชนอาวุโสคอยเคียงข้าง

โดยในโพสต์ดังกล่าวของ ม้า อรนภา มีข้อความทั้งหมดว่า “เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ไปขึ้นศาล ศาลจ.ชลบุรี มีน้องปองไปเป็นเพื่อน มารับจากบ้าน และกลับมาส่งถึงบ้าน ทุกอย่างจบด้วยดี มิตรแท้คือแบบนี้นี่เอง ช่วยเหลือ พึ่งพาได้ อยู่เคียงข้างอย่างอบอุ่นไม่ทิ้งกัน และแบบแยบยล ปองคือนางฟ้าของพี่ และของเพื่อนๆทุกคน ขอบคุณผู้หญิงใจแกร่งคนนี้ ปองอัญชะลี และผู้ใหญ่ใจดีท่านนั้น บุญคุณต้องทดแทนในชาตินี้”

ม้า อรนภา

หลังจากที่โพสต์ของ ม้า อรนภา เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียลได้ไม่นาน ทำเอาบรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจและชื่นชมในน้ำใจของทั้งคู่กันอย่างล้นหลาม โดยมีความคิดเห็นจากชาวเน็ตที่เข้ามาแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“เห็นด้วยค่ะมิตรแท้จะอยู่กับเราตลอดเวลาทุกข์หรือสุข”

“พี่ปองคือที่สุดค่ะ”

“พี่ปองแกชำนาญเรื่องขึ้นศาลค่ะสามารถปรึกษาได้ค่ะ/เป็นกำลังใจให้พี่ม้าผ่านพ้นไปให้ได้นะคะ”

“รักทั้งสองที่สุดคะ พี่ปอง พี่ม้าที่น่ารัก I Love You Hearts GIF by da sachin”

“สุขภาพแข็งแรงคะพี่พี่ทั้งสอง”

“รักทั้ง 2 ท่านค่ะ ส่งกำลังใจค่ะ”

“รักพี่ปอง พี่ม้าครับ”

“เป็นกำลังใจให้พี่ม้านะคะ”

“น่ารักทั้งสองคนค่ะ”

“เป็นกำลังใจให้พี่ม้าค่ะ…”

“คนดี ที่รักผูกพันกัน”

“รักทั้งคู่ค่ะ”

เจ๊ปอง
เจ๊ปอง
ม้า อรนภา
ม้า อรนภา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Ornapa Krisadee

ข่าวดารา, ม้า อรนภา, อรนภา กฤษฎี, อัญชะลี ไพรีรัก, เจ๊ปอง