วาเลนไทน์นี้ ส่งต่อความรัก ผ่าน i-stamp ในนิทรรศการ Art Speaks One Language

วาเลนไทน์นี้ ส่งต่อความรัก ผ่าน i-stamp ในนิทรรศการ Art Speaks One Language

วาเลนไทน์นี้ ส่งต่อความรัก ผ่าน i-stamp ในนิทรรศการ Art Speaks One Language

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.21 น.

เก็บทุกช่วงเวลาแห่งความรัก ด้วยแสตมป์ส่วนตัวดีไซน์พิเศษในแบบของคุณ i-stamp หนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดภายในนิทรรศการ Art Speaks One Language : ศิลปะภาษาเดียวกัน ผลิตโดยไปรษณีย์ไทย ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ผสาน “ศิลปะ” และ “ความทรงจำ” เข้าไว้ด้วยกันอย่างอบอุ่นและมีความหมายในช่วงเทศกาลแห่งความรัก  

ผู้เข้าชมสามารถเลือกภาพจากผลงานศิลปินภายในนิทรรศการ มาสร้างสรรค์เป็นแสตมป์ส่วนตัว รับได้ทันที และนำไปใช้ติดส่งสิ่งของ หรือส่งต่อข้อความแทนใจให้คนพิเศษในช่วงเทศกาลแห่งความรัก ไม่ว่าจะเป็นคนรัก ครอบครัว หรือเพื่อนสนิท พร้อมสะท้อนแนวคิดของนิทรรศการในการเปลี่ยน “ความต่าง” ให้เป็นพลังของการให้ ในราคาเพียง 120 บาท โดยรายได้ส่วนหนึ่งร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชนฯ ในการพัฒนาห้องเรียนศิลปะสำหรับเด็กขาดแคลนทั่วประเทศ เปลี่ยนแสตมป์ดวงเล็ก ๆ ให้กลายเป็นโอกาสทางการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่

นอกจากนี้ ภายในงานยังมี โปสการ์ดลายแมวสุดน่ารัก ผลงาน Collaboration ระหว่าง “ปราง เวชชาชีวะ” และ “อเล็ก–ชนกรณ์ พุกะทรัพย์” ศิลปินเด็กพิเศษสายดิจิทัลอาร์ต ให้ผู้เข้าชมได้ใช้เขียนข้อความบอกรัก และส่งต่อความรู้สึกดี ๆ แทนใจ เพิ่มความพิเศษให้ทุกการส่งต่อในช่วงวาเลนไทน์

เติมเต็มบรรยากาศแห่งความรักและความสร้างสรรค์ให้พิเศษยิ่งขึ้น กับ บูธกิจกรรมจาก ArtStory ที่ชวนผู้เข้าชมร่วมเวิร์กชอปสุดอบอุ่น อาทิ การเพนท์คุกกี้ และการเพนท์แคนวาส เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ใช้เวลาร่วมกัน สร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยหัวใจ เหมาะสำหรับคู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือครอบครัว ที่อยากเก็บช่วงเวลาวาเลนไทน์ให้กลายเป็นความทรงจำที่จับต้องได้

ผู้เข้าชมยังสามารถเดินชมผลงานศิลปะอย่างใกล้ชิด จากทั้งศิลปินทั่วไป และศิลปินเด็กพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเด็กออทิสติก ผู้พิการทางการได้ยิน และผู้พิการทางสายตา รวมถึงเลือกเก็บของที่ระลึกจากผลงานศิลปิน ซึ่งสะท้อนมุมมองและอัตลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้การมาเยือนนิทรรศการครั้งนี้ เต็มไปด้วยความหมายมากกว่าการชมงานศิลปะทั่วไป แต่คือการ “แบ่งปันความรักผ่านศิลปะ” อย่างแท้จริง

ร่วมเก็บโมเมนต์ดี ๆ และส่งต่อพลังของความหลากหลายผ่านกิจกรรมดีๆ  ได้ในนิทรรศการ Art Speaks One Language พื้นที่ที่ศิลปะ “พูดภาษาเดียวกัน” เข้าชมฟรี ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องไปรษณีย์นฤมิต ไปรษณีย์กลางบางรัก เดินทางสะดวกด้วย BTS สะพานตากสิน

มูลนิธิกรุงศรีร่วมสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จ.แม่ฮ่องสอน 1 ล้านบาท

มูลนิธิกรุงศรีร่วมสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จ.แม่ฮ่องสอน 1 ล้านบาท

มูลนิธิกรุงศรีร่วมสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จ.แม่ฮ่องสอน 1 ล้านบาท

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.16 น.

พูนสิทธิ์ ว่องธวัชชัย ผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิกรุงศรี ในฐานะผู้แทนมูลนิธิกรุงศรี มอบเงินสนับสนุนจำนวน 1 ล้านบาท แก่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อใช้ในการก่อสร้าง “ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนปูนอินทรี–มูลนิธิกรุงศรี” (ระยะที่ 1) อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภายใต้โครงการ “โรงเรียนสีเขียว” โดยมี พลตำรวจตรี กัญชล อินทราราม  รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบ ณ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

การสนับสนุนในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เหมาะสมให้แก่เยาวชนในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร สะท้อนถึงพันธกิจของมูลนิธิกรุงศรีในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาเยาวชนอย่างยั่งยืน ซึ่งมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

‘พันธุ์ไทย’ ผนึก ‘กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข’ ประกาศมาตรฐานใหม่ ‘หวานปกติ = หวาน 50%’ นำร่องปรับสูตร ‘พันธุ์ไทยคอฟฟี่เย็น’ ลดหวานครึ่งหนึ่ง พร้อมขยายผลสู่เมนูใหม่ทั่วประเทศ

'พันธุ์ไทย' ผนึก 'กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข' ประกาศมาตรฐานใหม่ 'หวานปกติ = หวาน 50%' นำร่องปรับสูตร 'พันธุ์ไทยคอฟฟี่เย็น' ลดหวานครึ่งหนึ่ง พร้อมขยายผลสู่เมนูใหม่ทั่วประเทศ

‘พันธุ์ไทย’ ผนึก ‘กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข’ ประกาศมาตรฐานใหม่ ‘หวานปกติ = หวาน 50%’ นำร่องปรับสูตร ‘พันธุ์ไทยคอฟฟี่เย็น’ ลดหวานครึ่งหนึ่ง พร้อมขยายผลสู่เมนูใหม่ทั่วประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.14 น.

บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการเครื่องดื่มไทย ผนึกกำลังกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พร้อม 8 แบรนด์เครื่องดื่มชั้นนำ ร่วมกันขับเคลื่อนมาตรฐานความหวานใหม่ “หวานปกติ เท่ากับ หวาน 50%” นำร่องปรับสูตรเมนู ‘พันธุ์ไทยคอฟฟี่เย็น’ ก่อนขยายผลสู่เมนูใหม่ เพื่อปฏิรูปพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย สู่การมีสุขภาพที่แข็งแรง สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กรที่ต้องการเห็นคนไทย “อยู่ดี มีสุข” อย่างยั่งยืน

สุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า “จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และมีความกังวลกับค่าน้ำตาลที่สูงขึ้นทุกปี แต่ยังคงชื่นชอบรสชาติความอร่อย และมีความสุขกับการบริโภคหวาน พันธุ์ไทยจึงมีนโยบายภายในที่ชัดเจนมาโดยตลอด ในการสร้างสรรค์เครื่องดื่มที่ตอบโจทย์ Longevity ผ่านการบาลานซ์รสชาติกับคุณค่าทางโภชนาการ แนวทางส่งเสริมสุขภาพจากภาครัฐจึงเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยให้ภาคเอกชนขับเคลื่อนได้ไกลขึ้น และกลายเป็นวิถีใหม่ที่ยั่งยืนของคนไทย”

กาแฟพันธุ์ไทย ไม่ได้มุ่งหวังเพียงส่งมอบรสชาติความอร่อย แต่ยังใส่ใจดูแลสุขภาพของผู้บริโภคในระยะยาว โดยนำร่องปรับสูตรเมนูกาแฟนมยอดนิยม “พันธุ์ไทยคอฟฟี่เย็น” ให้มีความหวานลดลงครึ่งหนึ่ง สอดรับกับแนวทาง ‘หวานปกติ = หวาน 50%’ ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทยทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึงบริการเดลิเวอรีจัดส่งถึงบ้าน

สุขวสา กล่าวเสริมว่า “สำหรับเมนูใหม่ๆ พันธุ์ไทยได้บรรจุมาตรฐาน ‘หวานปกติ = หวาน 50%’ ลงไปตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา แม้เมนูเดิมบางรายการ โดยเฉพาะเมนูซิกเนเจอร์ที่ครองใจลูกค้ามานาน อาจต้องใช้เวลาในการพัฒนาสูตรอย่างพิถีพิถัน เพื่อรักษาความสมดุลระหว่างรสชาติที่ลูกค้าชื่นชอบควบคู่กับคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ”

ทิศทางของแบรนด์พันธุ์ไทยต่อจากนี้ คือการปรับเมนูใหม่เข้าสู่มาตรฐานความหวาน 50% อย่างต่อเนื่องและเร็วที่สุด ด้วยการคัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพสูง เลือกใช้วัตถุดิบธรรมชาติที่ให้ความหวานพอดี และฝึกฝนบาริสต้าให้เป็นผู้แนะนำเทรนด์สุขภาพ

“เป้าหมายของพันธุ์ไทยไม่ใช่การ ‘ลดรสชาติ’ แต่คือ ‘การยกระดับคุณภาพชีวิต’ เพราะเราเชื่อว่าเครื่องดื่มที่อร่อยที่สุด คือเครื่องดื่มที่ทำให้ลูกค้ากลับบ้านไปพร้อมกับรอยยิ้มและสุขภาพที่แข็งแรง” คุณสุขวสา กล่าวทิ้งท้าย

หนึ่งปีมีครั้งเดียว! งานไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่สุดอลังการ!

หนึ่งปีมีครั้งเดียว! งานไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่สุดอลังการ!

หนึ่งปีมีครั้งเดียว! งานไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่สุดอลังการ!

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.48 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสลมหนาว ชมความงดงามของพรรณไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ที่เบ่งบานสะพรั่งทั่วเมืองเชียงใหม่ ในงาน “มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 49 ประจำปี 2569″  ชมขบวนรถบุปผชาติสุดอลังการ ที่ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งพฤกษานานาชนิด ผสานอัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมล้านนาอันทรงคุณค่า พร้อมชื่นชมดอกไม้นามพระราชทานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง​ ภายใต้แนวคิด “บุปผาราชินีก้องเกริกฟ้า ล้ำเลอค่านครพิงค์”  ในระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด และบริเวณลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

กิจกรรม High Light ภายในงาน

  • ชมขบวนรถบุปผชาติสุดอลังการ กว่า 23 ขบวน และการแสดงวงโยธวาทิตกว่า 9 ขบวน ในวันที่ 14ก.พ.2569 เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป  (ขบวนจะเริ่มเคลื่อนจากบริเวณสะพานนวรัฐ หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ -ประตูท่าแพ – สวนสาธารณะหนองบวกหาด)
  • ชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนพรรณไม้ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงโปรด ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
  • ชมการแสดงดอกไม้พันธุ์ไม้นานาพันธุ์ และทุ่งดอกไม้เมืองหนาวที่หาชมได้ยาก 
  • ชมการประกวดไม้ดอกไม้ประดับ และการจัดสวน
  • ชมการประกวดภาพถ่าย ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์ไม้ดอกไม้ประดับ งามวิถีเมืองเซียงใหม่”
  • ชมนิทรรศการไม้ดอกไม้ประดับ
  • เลือกซื้อสินค้า และผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP)

พิเศษสุดในปีนี้ ททท.สำนักงานเชียงใหม่ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมกิจกรรม  “เช็คอินแลนด์มาร์ก ถ่ายภาพสุดชิค”  ณ บริเวณหน้าโรงแรมสมายล์ล้านนา ( ตรงข้ามสวนบวกหาด จังหวัดเชียงใหม่)
ในระหว่างวันที่ 14 – 28 กุมภาพันธ์ 2569

  • พิเศษ สำหรับนักท่องเที่ยว ที่มาร่วมงานในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569  รับเลยของที่ระลึกจาก ททท. (หมายเหตุ: ของที่ระลึกมีจำนวนจำกัดฉ

ช่วงเวลาแห่งความงดงามของดอกไม้ที่เบ่งบานทั่วเวียงพิงค์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานเชียงใหม่ โทร : 053-248604-5

#amazingthailand #ChiangmaiFlowerFestival #GoNorthThailand #AmazingThailand  #Chiangmai #TATChiangmai

เมื่อโรคหัวใจแต่กำเนิดคือบทเพลงยาวของชีวิต และรามาธิบดีคือวงออร์เคสตราที่บรรเลงตลอดชีวิตเพื่อผู้ป่วยทุกช่วงวัย

เมื่อโรคหัวใจแต่กำเนิดคือบทเพลงยาวของชีวิต และรามาธิบดีคือวงออร์เคสตราที่บรรเลงตลอดชีวิตเพื่อผู้ป่วยทุกช่วงวัย

เมื่อโรคหัวใจแต่กำเนิดคือบทเพลงยาวของชีวิต และรามาธิบดีคือวงออร์เคสตราที่บรรเลงตลอดชีวิตเพื่อผู้ป่วยทุกช่วงวัย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.39 น.

ทุกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี คือ วันโรคหัวใจแต่กำเนิดโลก (World Congenital Heart Disease Day) วันที่ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับโรคหัวใจแต่กำเนิด

  • โรคที่เริ่มต้นตั้งแต่วันแรกของชีวิต แต่ไม่เคยมีวันจบ

สำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ ชีวิตคือบทเพลงยาวที่ต้องบรรเลงต่อเนื่องไปตลอดชีวิตและการดูแลหัวใจที่ซับซ้อนเช่นนี้ ไม่อาจอาศัยแพทย์เพียงคนเดียว แต่ต้องอาศัย “วงออร์เคสตรา” ที่ทุกเครื่องดนตรีต้องเข้าใจจังหวะเดียวกัน นี่คือที่มาของภารกิจสำคัญของ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ (Adult Congenital Heart Disease: ACHD) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

จากเด็กที่รอดชีวิต สู่ผู้ใหญ่ที่ต้องการระบบดูแลใหม่

ศ.พญ.อลิสา ลิ้มสุวรรณ กุมารแพทย์โรคหัวใจ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ริเริ่มและผลักดันการก่อตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ Adult Congenital Heart Disease (ACHD) อธิบายว่า ความก้าวหน้าทางการแพทย์ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา จากโรคที่ครั้งหนึ่งเคยหมายถึง “การไม่รอดชีวิต” กลายเป็นโรคที่เด็กจำนวนมากสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ “แต่การมีชีวิตยืนยาวขึ้น ไม่ได้หมายความว่าโรคจะหายไป ”

ศ.พญ.อลิสา ลิ้มสุวรรณ กุมารแพทย์โรคหัวใจ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 

“การรักษาโรคหัวใจแต่กำเนิด ทำให้เด็กรอดชีวิตถึงเป็นผู้ใหญ่ แต่หัวใจที่..ผ่านการรักษา..นั้น มีร่องรอยหรือบาดแผลจากการซ่อมแซม แถมยังมีโรคของผู้ใหญ่มาทับถม จึงทำให้เป็นหัวใจที่ซับซ้อนเป็นอย่างมาก”

จากประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยหัวใจแต่กำเนิดมาตั้งแต่วัยเด็ก ศ.พญ.อลิสา เน้นย้ำว่า การผ่าตัดหัวใจในผู้ป่วยกลุ่มนี้ เป็นการ ‘ซ่อมแซม’ เพื่อให้หัวใจทำงานใกล้เคียงปกติที่สุด ไม่ใช่การรักษาให้กลับมาเป็นหัวใจปกติอย่างสมบูรณ์ รอยโรคเดิมนั้นยังคงอยู่และเมื่อเวลาผ่านไป หัวใจที่ผ่านการซ่อมแซมก็อาจเผชิญปัญหาใหม่ตามวัย นั่นทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ ต้องเผชิญเส้นทางชีวิตด้านสุขภาพที่ยาวนานกว่าที่หลายคนคาดคิด จากเด็กที่รอดชีวิต สู่วัยรุ่น วัยทำงาน วัยผู้ใหญ่ ที่มีทั้งโรคหัวใจแต่กำเนิดและโรคหัวใจของผู้ใหญ่

“ศาสตร์ความรู้ในการดูแลโรคหัวใจแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ จึงเป็นศาสตร์เฉพาะที่ต้องได้รับการเพิ่มพูนทักษะทั้งจากหมอเด็กโรคหัวใจและหมอหัวใจผู้ใหญ่ เพราะเป็นศาสตร์ที่มีความลึกและผสมผสานพร้อมกับองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

แนวคิดนี้นำไปสู่การรวมพลังของแพทย์หลายสาขา และกลายเป็น ศูนย์ Adult Congenital Heart Disease Clinic อย่างเป็นระบบ ในคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อดูแลผู้ป่วยหัวใจแต่กำเนิดแบบต่อเนื่องตลอดชีวิต ไม่ใช่เพียงการรักษาเป็นช่วง ๆ ตามวัย

วงออร์เคสตราที่ต้องซ้อมร่วมกัน ไม่ใช่เล่นเดี่ยว

สำหรับผู้ป่วยหัวใจแต่กำเนิดในวัยผู้ใหญ่ ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การเลือกวิธีรักษาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ การตัดสินใจร่วมกันของหลายสาขา ว่าทางเลือกใดเหมาะสมที่สุดในแต่ละช่วงชีวิต

รศ.นพ.ปิยะ สมานคติวัฒน์ 

รศ.นพ.ปิยะ สมานคติวัฒน์ ผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่และอดีตหัวหน้าศูนย์คนที่ 2 ศัลยแพทย์ทรวงอกด้านโรคหัวใจแต่กำเนิด คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มองว่า

“หัวใจของการดูแลผู้ป่วย ACHD ไม่ใช่ใครเก่งที่สุด แต่คือการทำให้ทุกคน “ทำงานร่วมกันได้จริง”

“โรคหัวใจแต่กำเนิดมีความซับซ้อนมาก ไม่มีใครคนเดียวที่รู้ทั้งหมด การรักษาที่ปลอดภัยจึงต้องอาศัยการคุยกันอย่างลึกซึ้งของทุกสาขา”

ในศูนย์ ACHD การตัดสินใจรักษาไม่ได้เกิดขึ้นในห้องผ่าตัดหรือห้องทำหัตถการเพียงลำพัง แต่เริ่มตั้งแต่การประชุมร่วมกันของทีมแพทย์ ทั้งกุมารแพทย์หัวใจ อายุรแพทย์หัวใจ แพทย์สายสวน ศัลยแพทย์ พยาบาลเฉพาะทางและทีมสนับสนุนอื่น ๆ

“เป้าหมายไม่ใช่แค่รักษาให้รอด แต่คือทำให้เขาใช้ชีวิตได้ดีที่สุดในแบบของเขา”

นวัตกรรมที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิต: ไม่ต้องผ่าตัดซ้ำอีกต่อไป

หนึ่งในความท้าทายสำคัญของผู้ป่วย ACHD คือ การต้องผ่าตัดซ้ำหลายครั้งตลอดชีวิต โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีปัญหาลิ้นหัวใจปอด (Pulmonary Valve)

อ.นพ.แมน จันทวิมล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Interventional Cardiology

อ.นพ.แมน จันทวิมล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Interventional Cardiology อธิบายว่า ในอดีตหากลิ้นหัวใจเสื่อม ผู้ป่วยมักต้องผ่าตัดเปิดหัวใจซ้ำ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก

“แทนที่จะต้องผ่าตัดเปิดอกครั้งที่สามหรือสี่ ศูนย์ของเราสามารถเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวนได้มานานกว่า 10 ปีแล้ว”

การรักษานั้นคือ Transcatheter Pulmonary Valve Replacement — การใส่ลิ้นหัวใจปอดผ่านสายสวน ทางเลือกใหม่ที่เปลี่ยนชีวิตคนไข้ไปอย่างสิ้นเชิง

“เราจะใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านหลอดเลือด โดยคนไข้ไม่ต้องเปิดอก ไม่ต้องหยุดหัวใจ ทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นมาก บางรายกลับบ้านได้ภายในไม่กี่วัน”

การรักษานี้ไม่เพียงลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดใหญ่ แต่ยังช่วย ลดจำนวนครั้งของการผ่าตัดตลอดชีวิต ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วย ACHD ที่อาจต้องเผชิญการรักษาซ้ำหลายรอบ ดังนั้นเทคโนโลยีนี้จึงไม่ใช่เพียงนวัตกรรม แต่คือส่วนสำคัญของแนวคิดการดูแลระยะยาวของศูนย์ ACHD

ช่องว่างระหว่างวัยเด็กกับวัยผู้ใหญ่ ที่อาจแลกมาด้วยชีวิต

รศ.พญ.ธารินี ตั้งเจริญ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ เน้นย้ำถึงช่องว่างดังกล่าว ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักหลุดจากระบบโดยไม่ตั้งใจ เหตุผลสำคัญไม่ใช่เพราะผู้ป่วยไม่อยากรักษา แต่เพราะระบบสุขภาพไม่ได้ออกแบบมาเพื่อดูแลพวกเขาในวัยผู้ใหญ่

รศ.พญ.ธารินี ตั้งเจริญ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่

ผู้ป่วยจำนวนมากจึงต้องวนเวียนไปมาระหว่างโรงพยาบาล โดยไม่มีแพทย์คนใดที่เข้าใจประวัติการรักษาเดิมอย่างแท้จริง บางคนย้ายถิ่นฐาน บางคนเปลี่ยนสิทธิการรักษาและบางคนก็หายไปจากระบบโดยสิ้นเชิงและหลายครั้งการกลับมานั้น คือการกลับมาในวันที่โรคหัวใจเข้าสู่ระยะรุนแรงแล้ว

ศูนย์ ACHD รามาธิบดี จึงไม่ได้เป็นเพียงคลินิกโรคหัวใจทั่วไป แต่เป็นการสร้างระบบการรักษาตลอดชีวิต ภายใต้เป้าหมายสำคัญของศูนย์คือ ไม่ปล่อยให้ผู้ป่วยหลุดจากระบบ

“อย่างน้อยที่สุด คนไข้ของรามาธิบดี ต้องไม่หลุดจากการดูแลตั้งแต่เด็กมาสู่ผู้ใหญ่”

นอกจากนี้ ศูนย์ ACHD รามาธิบดียังทำหน้าที่เป็น พื้นที่เรียนรู้ของแพทย์รุ่นใหม่ ทั้งอายุรแพทย์โรคหัวใจ กุมารแพทย์ และบุคลากรสหสาขา

“เราต้องสร้างคนที่สามารถดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้อย่างมั่นใจ ไม่ใช่แค่ส่งต่อคนไข้ต่อไปเรื่อย ๆ”

แนวคิดนี้ทำให้ศูนย์ ACHD ทำงานควบคู่ไปกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ การฝึกอบรมในสถานการณ์จริง และการทำงานเป็นทีมสหสาขาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แพทย์รุ่นใหม่ได้เรียนรู้ทั้งมิติทางเทคนิคและการตัดสินใจเชิงระบบ

เรื่องราวของศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จึงไม่ใช่แค่เรื่องของแพทย์คนใดคนหนึ่ง แต่คือเรื่องของทีม ที่เชื่อว่าผู้ป่วยหัวใจแต่กำเนิดไม่ควรถูกทิ้งไว้กลางทางของชีวิต

“เรารู้ว่าเป้าหมายคืออะไร และเรากำลังเดินไปในทิศทางนั้น เราจะเป็น the best place สำหรับผู้ป่วยของเรา”

เพราะบทเพลงชีวิต ไม่ควรถูกกำหนดด้วยฐานะ

แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวหน้าอย่างมาก แต่ทีมแพทย์ศูนย์ Adult Congenital Heart Disease (ACHD) ของ โรงพยาบาลรามาธิบดี ย้ำว่า สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ การทำให้ผู้ป่วยทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียม

ผู้ป่วยหัวใจแต่กำเนิดในผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อย ต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ต่อเนื่องยาวนาน บางรายจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีหรือยาขั้นสูง ซึ่งอาจอยู่นอกเหนือความสามารถในการรับภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยและครอบครัว

“เราอยากให้การตัดสินใจรักษาเกิดจากความเหมาะสมทางการแพทย์ ไม่ใช่ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ”

ช่องทางการร่วมสนับสนุน เพื่อส่งต่อโอกาสในการรักษา

สำหรับผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ป่วยหัวใจแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สามารถร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการรักษาผ่าน มูลนิธิรามาธิบดี เลขบัญชี 026-305216-3 ธนาคารไทยพาณิชย์ ภายใต้กองทุนศูนย์โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ รหัสกองทุน 3225010008

เงินสนับสนุนดังกล่าวจะนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ให้สามารถเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม การบริจาคนี้สามารถ นำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า โดยส่งหลักฐานการโอนเงินและข้อมูลที่กำหนดมาที่มูลนิธิรามาธิบดี

เพราะในบางครั้ง การรักษาหัวใจของใครบางคน
เริ่มต้นจาก “การให้” ที่เต็มไปด้วยความหวัง

มาถึงไทยแล้ว !! หลุยส์ วิตตอง ป๊อปอัพเอ็กซ์คลูซีฟ เฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีของลาย Monogram

มาถึงไทยแล้ว !! หลุยส์ วิตตอง ป๊อปอัพเอ็กซ์คลูซีฟ เฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีของลาย Monogram

มาถึงไทยแล้ว !! หลุยส์ วิตตอง ป๊อปอัพเอ็กซ์คลูซีฟ เฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีของลาย Monogram

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.35 น.

ปักหมุดประเทศไทย! หลุยส์ วิตตอง เฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีของลาย Monogram อย่างต่อเนื่องทั่วโลก เปิดตัวป๊อปอัพเอ็กซ์คลูซีฟแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนำแรงบันดาลใจจากคอนเซ็ปต์ของโรงแรมมาถ่ายทอดบนพื้นที่ทั้ง 4 ชั้นของ  LOUIS VUITTON HOTEL BANGKOK ณ บ้านตรอกถั่วงอก ย่านเยาวราช

เรื่องราวของการเฉลิมฉลองดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจากเซี่ยงไฮ้ ไปยังนิวยอร์ก กรุงโซล และล่าสุดสู่ประเทศไทย เปิดตัวป๊อปอัพเอ็กซ์คลูซีฟ ณ กรุงเทพมหานคร – LOUIS VUITTON HOTEL BANGKOK ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางเพียงแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ บ้านตรอกถั่วงอก อาคารเก่าแก่อายุกว่าศตวรรษในย่านประวัติศาสตร์ที่หล่อหลอมบริบททางวัฒนธรรม โดยนำแรงบันดาลใจคอนเซ็ปต์ของโรงแรมซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ของเมซงที่มีต่อการเดินทางมายาวนาน

 พื้นที่ LOUIS VUITTON HOTEL BANGKOK ทั้ง 4 ชั้นของอาคาร ได้รับการออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์ดื่มด่ำอย่างใกล้ชิด ถ่ายทอดเรื่องราวของกระเป๋า Monogram รูปทรงไอคอนิก 5 รุ่น ของเมซง ได้แก่ Keepall, Speedy, Alma, Neverfull และ Noé แต่ละห้องนำเสนอการสร้างสรรค์รูปแบบกระเป๋าที่เป็นทั้งเพื่อนร่วมทางในการใช้งาน และชิ้นงานแห่งสไตล์ ซึ่งก้าวข้ามกาลเวลา จนกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เดินทางผ่านยุคสมัย จากนักเดินทางสู่เหล่านักสะสม

ชั้น 1 การเดินทางเริ่มต้นขึ้นที่ด้านหน้าอาคารซึ่งตกแต่งด้วยธงหลุยส์ วิตตอง และเชิญขึ้นสู่ชั้นบน เพื่อค้นพบเรื่องราวบทต่อไปของการเดินทาง

 ชั้น 2 โถงล็อบบี้ต้อนรับผู้มาเยี่ยมชม พร้อมจัดแสดงเรื่องราวของกระเป๋า Keepall Lobby, พื้นที่ Conciergerie สำหรับบริการรังสรรค์ชิ้นงานเฉพาะบุคคล และห้อง Speedy P9 Safe Room เพื่อจัดแสดงกระเป๋า Speedy P9

ชั้น 3 ห้อง Neverfull Gym จัดแสดงกระเป๋ารูปทรง Neverfull อันทันสมัยของเมซง และ Noé Bar เพื่อยกย่องเรื่องราวต้นกำเนิดของดีไซน์กระเป๋า Noé เพื่อใช้บรรจุแชมเปญ

ชั้น 4 ห้อง Speedy Room 1930 ที่จัดแสดงผลงานอันเป็นไอคอนสูงสุดของหลุยส์ วิตตอง, พื้นที่ตกแต่งในบรรยากาศห้องแต่งตัว จัดวางกระเป๋าโดดเด่นตรงกลาง พร้อมตัวเลือกชาร์มห้อยกระเป๋าแบบต่าง ๆ และไอเดียการสไตลิ่ง และ Alma Terrace บทสรุปของการเดินทาง ท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงกรุงปารีส

เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม นี้ ทำการจองล่วงหน้าได้ที่  https://hotel-bangkok.louisvuitton.com/LV?from=pr

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ต้นสักใหญ่ที่ช่างไม้เมิน

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ต้นสักใหญ่ที่ช่างไม้เมิน

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ต้นสักใหญ่ที่ช่างไม้เมิน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

                    เมื่อไม่นานมานี้ มีช่างไม้คนหนึ่ง เดินทางกับลูกชาย ไปที่อุทยานแห่งชาติคลองตรอน ป่าน้ำปาด ตำบลน้ำไคร้ อำเภอฟากท่า จังหวัดอุตรดิตถ์ เดินผ่านหมู่บ้านปางเกลือ ตำบลน้ำไคร้ เห็น ต้นสักที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชื่อ “มเหสักข์” อายุราว 1,500ปี สูง 37 เมตร เส้นรอบวงยาว 10 เมตรหรือ 10 คนโอบ  

                    ลูกชายของช่างไม้ตื่นตาตื่นใจมากและหยุดดูด้วยความเลื่อมใส แต่ช่างไม้กลับเดินผ่านไปอย่างไม่ใยดี เมื่อลูกถามว่าทำไมพ่อถึงไม่สนใจต้นไม้ที่เก่าแก่ใหญ่โตขนาดนี้  ช่างไม้ตอบว่า:

                   “ต้นสักต้นนี้เป็นต้นไม้ที่ไร้ค่า ในสายตาช่างไม้! เพราะลำต้นบิดเบี้ยว คดงอไม่ตรง มีรูโพรง จนนำมาเลื่อยเป็นไม้กระดานไม่ได้ และอยู่ในป่าลึกทุรกันดาร ต้องข้ามภูเขา ไม่ใกล้ลำน้ำ ขนส่งชักลากยาก และชาวบ้านเชื่อว่ามีเทวดาสิงสถิตย์ ทำให้ไม่มีใครตัดโค่นเอามาสร้างบ้านเรือน นั่นแหละคือเหตุที่มีอายุยืนยาวมาได้ขนาดนี้”

                     ความไม่สมบูรณ์คือธรรมชาติ โดย ความบิดเบี้ยว กิ่งก้านที่คดเคี้ยวของต้นไม้ใหญ่ คือตัวตนที่แท้จริงของต้นไม้ เราควรยอมรับความไม่สมบูรณ์ของตัวเอง ไม่ต้องพยายามเป็น “ไม้กระดานที่เรียบตรง” เพื่อสนองความต้องการของผู้อื่น

                     การที่ช่างไม้มองว่า ต้นสักที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้น มี ความบิดเบี้ยว คดงอ ไร้ประโยชน์ และขนย้ายยาก (เอาไปเลื่อยทำไม้กระดานไม่ได้ ไม่ตรงความต้องการของช่างไม้) เป็นการมองเห็นความจริง ยอมรับความไม่สมบูรณ์ของธรรมชาติ ที่เปรียบได้กับ ภาวนามัย ในข้อ 3 แห่งบุญกิริยาวัตถุ 10 ทำให้ต้นสักใหญ่รอดตายมาได้

                     นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า “ความมีประโยชน์จากการไร้ประโยชน์(The Usefulness of Uselessness)” และความมั่นคงแข็งแกร่ง ทำให้ต้นมเหสักข์ อุตรดิตถ์ เป็นต้นสักใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเจริญเติบโต ทนแดดทนฝน ดำรงชีวิตรอด ต่อมาถึงปัจจุบัน กว่าพันห้าร้อยปี

อาทร   จันทวิมล

คืนการมองเห็นให้สัตว์เลี้ยงสูงวัย ด้วยเทคโนโลยีสลายต้อกระจก PHAECO

คืนการมองเห็นให้สัตว์เลี้ยงสูงวัย ด้วยเทคโนโลยีสลายต้อกระจก PHAECO

คืนการมองเห็นให้สัตว์เลี้ยงสูงวัย ด้วยเทคโนโลยีสลายต้อกระจก PHAECO

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ (Thonglor Pet Hospital) ผู้นำด้านการรักษาและดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงเดินตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยง ผ่านแนวคิด “น้องไม่ได้ดื้อ…น้องแค่มองไม่ชัด” เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภาวะต้อกระจกในสัตว์เลี้ยงที่มักถูกละเลย  โดยมอบโอกาสครั้งสำคัญให้พวกเขาได้กลับมามองเห็นใบหน้าเจ้าของอย่างชัดเจนอีกครั้ง ด้วยนวัตกรรมการผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูง (PHAECO)  โดยทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สพ.ญ. กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เปิดเผยถึง แคมเปญนี้ว่า ทางโรงพยาบาลมีความเข้าใจลึกซึ้งถึงสายใยความผูกพันระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะเมื่อสัตว์เลี้ยงเข้าสู่กลุ่มสูงวัย ซึ่งโดยปกติจะมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 15 ปี แต่พบว่าสถิติการเริ่มเสื่อมของกระจกตามักเกิดขึ้นตั้งแต่อายุ 7 ปีขึ้นไป ซึ่งหมายความว่าหากเราปล่อยให้ความพร่ามัวจากต้อกระจกดำเนินไปเรื่อยๆ น้องจะต้องอยู่ในโลกที่มืดมิดไปเกือบครึ่งหนึ่งของอายุขัย การตัดสินใจรักษาตั้งแต่เริ่มตรวจ พบอาการ จึงไม่ใช่เพียงแค่การดูแลสุขภาพทั่วไป แต่คือการมอบโอกาสให้เขาได้ใช้ “อีกครึ่งชีวิต” ที่เหลืออยู่ ได้อย่างมีคุณภาพที่สุด เราจึงตั้งใจให้เทคโนโลยีทางการแพทย์เป็นสื่อกลางในการบอกรักเพื่อคืนการมองเห็น ที่ชัดเจนให้น้องๆ ได้เห็นหน้าเจ้าของที่เขารักที่สุด และช่วยให้เจ้าของได้เห็นแววตาที่เป็นประกายสดใสของ สมาชิกในครอบครัวอีกครั้งหนึ่ง

“ถือเป็นความตั้งใจของ รพ.สัตว์ทองหล่อที่ อยากส่งมอบมาตรฐานการรักษาที่ดีที่สุดในราคาที่คุ้มค่า และจับต้องได้จริงสำหรับทุกคน เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการรักษา ศูนย์โรคตา ของ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ โดยการนำเทคโนโลยี PHAECO (Phacoemulsification) หรือการผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูงมาใช้ ซึ่งเป็นมาตรฐานการรักษาชั้นสูงระดับเดียวกับที่ใช้ในมนุษย์ โดยนวัตกรรมนี้ มีข้อดีที่โดดเด่นคือการทำให้เกิดแผลผ่าตัดขนาดเล็กมากจนแทบไม่จำเป็นต้องเย็บแผล หรือมีการเย็บที่น้อย ที่สุด อันช่วยลดการระคายเคืองและลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ ยังส่งผลให้สัตว์เลี้ยงฟื้นตัวได้ไว ทำให้น้อง ๆ สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติ และมองเห็นโลกใบเดิมที่สดใส ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น”

นวัตกรรมการผ่าตัดสลายต้อกระจก (PHAECO) เป็นการตอกย้ำความเชี่ยวชาญของทีมสัตว์แพทย์ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ที่มาพร้อมนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำหน้า เพื่อมอบโอกาสที่เป็นไปได้ใน การมองเห็นให้กับสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก อีกทั้ง ยังเป็นเครื่องสะท้อนความเข้าอกเข้าใจเจ้าของสัตว์เลี้ยง ที่น้องๆ จะได้กลับมองเห็นและมีภาพความทรงจำ “อีกครึ่งชีวิต” ที่เหลืออยู่เคียงข้างเจ้าของอย่างมีคุณภาพ

ทั้งนี้ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อยังคงเดินหน้าส่งเสริมการเข้าถึงมาตรฐานการรักษาที่สัตว์เลี้ยงทุกตัวคู่ควร ผ่านความคุ้มค่าด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง เพื่อมอบเป็นของขวัญที่ยั่งยืนให้แก่คนรักสัตว์ที่ปรารถนา จะคืนโลกใบใหม่ที่สดใสให้กับเพื่อนสี่ขา โดยหวังว่าแววตาที่เป็นประกายและการกลับมาสบตากันได้ชัดเจน อีกครั้งจะเป็นคำยืนยันถึงความรักและความห่วงใยที่มีให้กันอย่างมั่นคงในทุกช่วงเวลา

ผู้ที่สนใจสามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้ารับการตรวจคัดกรองและปรึกษาทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อทุกสาขา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์ 02-079-9999

นอนไม่หลับเรื้อรัง อาจเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า

นอนไม่หลับเรื้อรัง อาจเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า

นอนไม่หลับเรื้อรัง อาจเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หลายคนคงเคยมีอาการ นอนไม่หลับ กว่าจะหลับก็เกือบเช้า ทำให้ตื่นเช้ามารู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีเรี่ยวแรง และรู้สึกหงุดหงิดง่าย อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนของโรคนอนไม่หลับ หากไม่รีบรักษาปล่อยไว้จนกลายเป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรัง อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้ในอนาคต

นายแพทย์ณชารินทร์ พิภพทรรศนีย์ จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital

นายแพทย์ณชารินทร์ พิภพทรรศนีย์ จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า ภาวะนอนไม่หลับ (Insomnia) เป็นภาวะที่ผู้ป่วยมีอาการนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท รวมไปถึงใช้เวลานานกว่าจะนอนหลับ โดยโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่จะพบได้บ่อยในวัยทำงาน, ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีปัญหาเจ็บป่วยทางร่างกายหรือจิตใจ  ซึ่งถ้าหากปล่อยไว้นานๆ จนมีอาการนอนไม่หลับเรื้อรังจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตที่อาจเพิ่มโอกาสการเป็นโรคซึมเศร้าได้มากกว่าคนปกติถึง 2 เท่า

อาการนอนไม่หลับสามารถพบได้หลายรูปแบบ เช่น ต้องใช้เวลานานกว่าจะนอนหลับได้, หลับแล้วตื่นบ่อยๆ  ตื่นแล้วไม่สามารถนอนหลับได้อีก ง่วงนอนในเวลากลางวัน แต่นอนไม่หลับในเวลากลางคืน และมีอาการดังกล่าวเป็นเวลานานกว่า 1 เดือนขึ้นไป

ภาวะนอนไม่หลับแบ่งออกเป็น 3 ประเภท 1.หลับยาก (Initial insomnia) คือภาวะที่ผู้ป่วยมีปัญหานอนหลับยากใช้เวลานอนนานกว่าจะหลับ ภาวะดังกล่าวอาจสัมพันธ์กับภาวะวิตกกังวล 2.หลับแล้วตื่นและไม่สามารถหลับตามที่ร่างกายต้องการได้อีก (Maintenance insomnia) คือภาวะที่ผู้ป่วยไม่สามารถนอนหลับได้ยาวมีการตื่นกลางดึกบ่อย ภาวะดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาทางกาย เช่นภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น

3.ตื่นเร็วและหลับต่อไม่ได้ (Terminal insomnia) คือภาวะที่ผู้ป่วยตื่นเร็วกว่าเวลาที่ควรจะตื่น อาจพบได้ในผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้า

อาการนอนไม่หลับสามารถเกิดขึ้นได้หลายปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยด้านจิตใจ:: สภาวะความเครียดทำให้เกิดความกังวล หมดกำลังใจ อาการเหล่านี้มีผลทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ หรืออาจเกิดจากโรคที่มีผลโดยตรงกับความรู้สึก เช่น โรคไบโพลาร์ โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล เป็นต้น

ปัจจัยด้านร่างกาย : มีอาการป่วยที่มีส่วนทำให้เกิดโรค เช่น โรคกรดไหลย้อน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การหมดประจำเดือน รวมไปถึงอาการเหนื่อยล้าจากการทำงาน

ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม : อุณหภูมิภายในห้องนอนสูงเกินไปหรือต่ำเกินไป แสงสว่างมากเกินไป มีเสียงรบกวนจากภายนอก และการนอนต่างที่ ส่งผลทำให้นอนหลับยาก

ปัจจัยที่เกิดจากพฤติกรรม : การดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน การใช้ยาบางชนิดที่ทำให้นอนหลับยาก และอุปนิสัยการนอนที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น การเล่นเกมหรือโทรศัพท์มือถือก่อนนอน รวมถึงการทำงานที่ต้องมีการเข้าเวร ทำให้ต้องเปลี่ยนเวลาการนอนบ่อย ๆ

นอกจากนี้ การนอนไม่หลับเรื้อรัง ยังส่งผลด้านลบต่อสุขภาพกายและปัญหาสุขภาพจิต เช่น เพิ่มโอกาสการเป็นโรคซึมเศร้าได้มากกว่าคนปกติถึง 2 เท่า, เพิ่มโอกาสการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด ภาวะหัวใจวาย ความดันโลหิตสูง โรคไขมันสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน, เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน และการขับรถ

การรักษาภาวะนอนไม่หลับขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการนอนไม่หลับในผู้ป่วยแต่ละบุคคล เช่น หากเกิดจากอุปนิสัยการนอน แพทย์จะให้คำแนะนำในการปรับอุปนิสัยการนอนที่ถูกต้อง หรือหากเกิดจากโรคทางจิตใจ เช่น โรคซึมเศร้า โรคประสาทตื่นตัวผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาร่วมในการรักษา

การป้องกันและแก้ปัญหาการนอนไม่หลับเบื้องต้น สามารถทำได้โดยการจัดห้องให้มีบรรยากาศเอื้อต่อการนอน, หลีกเลี่ยงการงีบในช่วงกลางวัน, เข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลาเดียวกัน, นอนหลับเมื่อรู้สึกง่วง, หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ หรือชา หลังอาหารเที่ยง, หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนัก หรืออาหารที่ย่อยยากก่อนนอน เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง หรือโรคกรดไหลย้อนได้, ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และไม่ควรใช้ยานอนหลับหากไม่จำเป็น แต่ถ้าทำทุกอย่างแล้วยังปรับการนอนไม่ได้ ควรมาพบแพทย์หรือจิตแพทย์เพื่อประเมินปัญหาการนอนไม่หลับ และเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม

คุณแหน : 12 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 12 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 12 กุมภาพันธ์ 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “พ่อตัวอย่างแห่งชาติผู้ทรงคุณค่าประจำปี 2568 ผู้ทำคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติอันเป็นที่ประจักษ์” แก่  ภาคเอกชน ดร.บุญชัย โชควัฒนา  ปธ.กก.บมจ.สหพัฒนพิบูล  และ ภาคราชการ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล อดีตผู้ว่าฯนครปฐม และเชียงใหม่ , อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, เลขาธิการมูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์ฯ ในงาน “วันรวมใจพ่อ” ครั้งที่ 17 ณ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย–ญี่ปุ่น) ดินแดง วันเสาร์ที่ 14 ก.พ…
  • เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย และ รศ.นพ.สุภนิติ์ นิวาตวงศ์ ผอ.ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย,ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผจก.กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์,ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม รองผจก.กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ร่วมกับสภากาชาดไทย 17 ก.พ.10.00 น. โถงชั้นล่าง ตึกจักรพงษ์ รพ.จุฬาฯ ..
  • งานนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย Art Speaks One Language ศิลปะภาษาเดียวกัน รวบรวมผลงานกว่า 80 ชิ้นจากศิลปิน ไฮไลท์ อาทิ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี, บุญเกียรติ โชควัฒนา  ปธ.กก.บมจ.ไอ.ซี.ซี  อินเตอร์เนชั่นแนล รวมทั้ง ปราง เวชชาชีวะ บุตรสาว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมด้วย “อเล็ก” ชนกรณ์ พุกะทรัพย์ ศิลปินเด็กพิเศษดิจิทัลอาร์ต 10-15 ก.พ. 11.00-18.00 น. ห้องไปรษณีย์นฤมิต ชั้น 1 อาคารไปรษณีย์ไทย เข้าชมฟรี รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้ มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟฯ..
  • ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย บิ๊กบอส DMT เดินหน้าต่อเนื่องอีกปีกับโครงการ “Tollway Healthy Way – ยกระดับสุขภาพที่ดีของสังคม” แจกชุดตรวจสารเสพติดเบื้องต้นกว่า 2,000 ชุด สำหรับตรวจหาสารแอมเฟตามีน เพื่อสนับสนุนแนวทางสาธารณสุขเชิงป้องกัน และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) สร้างหลักประกันการมีสุขภาวะที่ดี และส่งเสริมการป้องกันยาเสพติดสำหรับทุกคน  ..หน่วยงานใดต้องการชุดตรวจฯ  ติดต่อขอรับฟรี ได้ที่แผนกสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม อีเมล corporatecommunication@tollway.co.th หรือสอบถามผ่าน Line Official @donmuangtollway..
  • ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ Elvis In Love Sincerely Elvis Presley  ด้วยเพลงรักของ เอลวิส เพรสลีย์ King of Rock N Roll ถ่ายทอดโดยอาทิ  จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ,วสุ แสงสิงแก้ว,เล็ก เพรสลย์,อาเธอร์ ฮูเซ็น,ศตวรรษ,ศตวรรณ ตุงคะรัต,วิชญ ผาติหัตถกร,ผุสดี เอื้อเฟื้อ,นนทิยา จิวบางป่า บรรเลงโดย วงเฉลิมราชย์ อ.วิรัช อยู่ถาวร 15 ก.พ.14.00 น. ที่ศาลาเฉลิมกรุง บัตรราคา 1,200 บาททุกที่นั่ง โทร. 02-2258757 www.thaiticketmajor.com..
  • ขอแสดงความยินดีกับผู้หญิงเก่ง  คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล  ในฐานะ Honorary President of Sport Movies & TV- Culture Through Sport 2026 ได้รับรางวัลพิเศษ The Key to Success 1925-2025 เพื่อยกย่องบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างกีฬา วัฒนธรรม ศิลปะในระดับนานาชาติ จาก ดร.ฟรังโก อัสคานี ในพิธีเปิดงาน Sport Movies & TV 2026  ที่มิลาน อิตาลี…

คุณแหน