‘ใหม่ ดาวิกา’สวยสะกด! ไม่เคยตกเทรนด์หยิบ ‘มาลัยรัดเกล้า’คล้องผมสุดชิค

22 กันยายน 2569 เวลา 15:41 น.

ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวแม่สายแฟชั่นที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง สำหรับนางเอกสาว “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” ที่ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรมาแต่งตัวหรือแมตช์เข้าด้วยกัน ก็สามารถสร้างกระแสและกลายเป็นผู้นำเทรนด์ได้ตลอดเวลา ล่าสุดกับกระแสเทรนด์ ‘มาลัยรัดเกล้า’ซึ่งไวรัลอย่างมากใน Gen Z 

ใหม่ ดาวิกา  ก็ไม่พลาดได้เผยลุคสุดปังที่ทำเอาแฟนๆ ต้องร้องว้าว เมื่อเธอมาในชุดเดรสสั้นสีขาวละมุนตา พร้อมทรงผมมัดครึ่งหัวสุดน่ารัก แต่ไฮไลต์เด็ดที่ทำเอาสายตาจับจ้องคือ การนำ “พวงมาลัยดอกไม้สด” สีชมพู-ขาว มาคล้องประดับไว้กับช่อผม เปลี่ยนพวงมาลัยไหว้พระแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นเครื่องประดับสุดเก๋ไก๋ ผสมผสานความเป็นไทยและความเป็นแฟชั่นไอคอนได้อย่างลงตัวสมศักดิ์ศรี  งานนี้ทำเอาเหล่าแฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์ชมความเก๋และความสวยทะลุเฟรมกันอย่างล้นหลาม พร้อมยกให้เป็นอีกหนึ่งลุคสุดสร้างสรรค์ที่คาดว่าสาวๆ หลายคนต้องเตรียมแต่งตามไปทำบุญไหว้พระกันอย่างแน่นอน

“แอ๊ด คาราบาว” เข้าวัดทำสมาธิส่งพลังใจให้ “น้องเนเน่” เชื่อมั่นใน “กรรม” และความพยายามตลอด 10 ปี

22 กันยายน 2569 เวลา 15:05 น.

ทำเอาคนไทยทั้งประเทศภาวนาร่วมเชียร์ร่วมลุ้นกันตัวโก่ง รวมถึงนักร้องระดับตำนาน แอ๊ด คาราบาว (Add Bao) ที่ล่าสุดได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย เผยถึงการเดินทางไปยังจังหวัดอุบลราชธานี และเข้าปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิใต้ถุนกุฏิของหลวงพ่อชา สุภัทโท ณ วัดหนองป่าพง โดยในครั้งนี้นอกจากจะทำจิตใจให้สงบแล้ว ยังตั้งใจอุทิศบุญกุศลและส่งกำลังใจให้กับ “น้องเนเน่ รอยัล“หรือรัตติกานต์ อำลอย  ศิลปินรุ่นเยาว์ ในรอบชิงชนะเลิศ America’s Got Talent (AGT) Season 21

โดย แอ๊ด คาราบาว ระบุว่า ปกติเวลาทำสมาธิจะภาวนาคำว่า “พุทโธ” แต่ในครั้งนี้กลับภาวนาชื่อ “เนเน่” แทน พร้อมชี้แจงว่า ตนเองไม่ใช่สายขอพร หรือบนบานศาลกล่าว แต่มีความเชื่อมั่นใน “กรรม” ซึ่งหมายถึงการกระทำ ความเพียรพยายาม และการฝึกฝนทุ่มเทเล่นกีตาร์ของน้องเนเน่ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี และเชื่อว่าการกระทำนี้จะส่งผลให้น้องเนเน่ประสบความสำเร็จในฐานะนักดนตรีมืออาชีพที่สหรัฐอเมริกาในอนาคตได้อย่างแน่นอน 

นอกจากนี้ แอ๊ด คาราบาว ยังได้กล่าวถึงรายการแข่งขันระดับโลกอย่าง America’s Got Talent (AGT) ในมุมมองของตนเอง และทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าผลการตัดสินในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ (เวลา 08:00 – 10:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) จะออกมาเป็นอย่างไร สำหรับตนเองแล้ว “เนเน่ นายแน่มาก” พร้อมร่วมแสดงความยินดีหากน้องเนเน่สามารถคว้าชัยชนะ นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยในระดับสากล

น้ำตาลยังต้องยอมแพ้ ‘บอย- เจี๊ยบ’ปล่อยโมเมนต์หวาน ทำคนโสดตายเรียบ

22 กันยายน 2569 เวลา 14:53 น.

หวานแล้วหวานขึ้นไปอีก สำหรับคู่รักขวัญใจแฟนๆ “บอย อนุวัฒน์” และ “เจี๊ยบ พิจิตตรา” ที่แม้จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมานาน 21 ปี แต่ดีกรีความสวีทยังคงเส้นคงวา แถมดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนคนโสดเห็นแล้วมีอิจฉาเบาๆ

ล่าสุด บอย ได้โชว์ความโรแมนติกกับภรรยาคนสวยด้วยการกุมมือ เจี๊ยบ เบาๆ ก่อนจะหมุนตัวภรรยาสาวอย่างละมุน แล้วปิดท้ายด้วยช็อตสบตากันหวานๆ เรียกว่าเป็นโมเมนต์สั้นๆ แต่ความหวานมาเต็ม จนบรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะกลายเป็นสีชมพูไปทันที ไม่ต้องมีคำหวานใดๆ ก็สัมผัสได้ถึงความรักของ “บอย–เจี๊ยบ”  ทั้งคู่ที่มีให้กัน เรียกว่าคู่นี้แต่งงานกันมานานแค่ไหน ก็ยังมีฟีลเหมือนกำลังจีบกันใหม่ๆ อยู่ตลอดจริงhttps://www.instagram.com/reel/DdgkQ8ly0VJ/?stkn=MWIzbTF1bXFybTl2NQ==

สวยจนต้องอวยยศ! นุ่น วรนุช ตามเทรนด์ มาลัยรัดเกล้า สวยหวานจนแฟนๆแห่ชม

22 กันยายน 2569 เวลา 14:36 น.

เรียกเสียงฮือฮาในโลกออนไลน์ไม่น้อย สำหรับนางเอกสาวมากฝีมือ “นุ่น วรนุช” ที่ล่าสุดออกมาเผยภาพแฟชั่นเซ็ตใหม่ พร้อมครีเอตลุคสุดเก๋ด้วยการนำพวงมาลัยมาประดับบริเวณผมที่ถักเปีย เพิ่มความโดดเด่นและกลิ่นอายความเป็นไทยได้อย่างลงตัว

งานนี้ นุ่น วรนุช มาพร้อมเสื้อครอปสไตล์ไทยประยุกต์ แมตช์กับกางเกงยีนส์ เพิ่มความเท่ให้กับลุค ขณะที่การนำพวงมาลัยมาประดับผม กลับช่วยเติมความหวานละมุน ทำให้ภาพรวมดูทั้งเก๋และมีเอกลักษณ์ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งการครีเอตแฟชั่นที่สะดุดตาไม่น้อย

ด้านแฟนคลับก็ไม่น้อยหน้าต่างเข้ามาอวยยศกันรัวๆ เรียกว่าลุคนี้ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม จนหลายคนยกให้เป็นอีกหนึ่งแฟชั่นลุคที่เห็นแล้วต้องหยุดดู

กกต.ฟัน ยงยุทธ พิริยสถิต แจก 500 บาท หาเสียง สั่งยื่นศาลถอนสิทธิ-เลือกตั้งใหม่ นายกเทศมนตรีตำบลเกาะพะงัน

22 กันยายน 2569 เวลา 19:46 น.

กกต.มีมติเสียงข้างมาก ชี้”ยงยุทธ พิริยสถิต”ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเกาะพะงัน ผิด!แจก 500 บาท แม้จะมอบให้ผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ถือเป็นการใช้ทรัพย์สินจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สั่งยื่นศาลอุทธรณ์ถอนสิทธิ พร้อมให้รับผิดค่าใช้จ่ายเลือกตั้งใหม่ และร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญา

22 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยมติที่ประชุม กกต.วันนี้ กรณี นายยงยุทธ พิริยสถิต ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลเกาะพะงัน หมายเลข 1 ถูกกล่าวหาว่าให้เงินจำนวน 500 บาท แก่บุคคลซึ่งมิใช่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลเกาะพะงัน พร้อมกล่าวว่า “ฝากเบอร์ 1 ด้วย ฝากบอกญาติพี่น้องให้เลือกเบอร์ 1 ด้วย”

จากการพิจารณาข้อเท็จจริง กกต.เห็นว่า แม้ผู้รับเงินจะไม่ได้เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ แต่การกระทำดังกล่าวยังเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 65 (1) แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2569 เนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวห้ามใช้ทรัพย์สินเป็นเครื่องมือในการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และไม่ได้กำหนดว่าบุคคลผู้รับทรัพย์สินจะต้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งเท่านั้น

ทั้งนี้ กกต.อธิบายว่า คำว่า “ผู้ใด” ตามมาตรา 65 (1) หมายถึง บุคคลใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม ขณะที่การ “จูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” ไม่ได้จำกัดเฉพาะกรณีที่ผู้กระทำมุ่งหมายโดยตรงต่อตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่รวมถึงกรณีที่ผู้กระทำเล็งเห็นผลได้ว่า ทรัพย์สินหรือประโยชน์ที่มอบให้อาจถูกนำไปกระจายต่อเพื่อจูงใจบุคคลอื่นซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ลงคะแนนให้แก่ตน

ดังนั้น แม้ผู้รับเงิน 500 บาทจะไม่มีสิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลเกาะพะงัน แต่หากพฤติการณ์ของการให้เงินมีลักษณะที่ผู้ให้ย่อมเล็งเห็นได้ว่าเงินหรือประโยชน์ดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้เพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กกต.เห็นว่าเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 65 (1)

ที่ประชุม กกต.จึงมีมติเสียงข้างมากให้ดำเนินการ 3 แนวทาง ได้แก่

1. ยื่นศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค เพื่อขอให้มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายยงยุทธ และให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ใหม่ ตามมาตรา 108 วรรคสอง แห่งกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น

2. ให้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง หากศาลมีคำสั่งตามกรณีดังกล่าว โดยให้นายยงยุทธรับผิดในค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งครั้งที่เป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่ง ตามมาตรา 109 วรรคหนึ่ง

3. เห็นควรร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญา ต่อพนักงานสอบสวนกับนายยงยุทธ ตามมาตรา 65 (1) ประกอบมาตรา 126 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2569

ทั้งนี้ มติดังกล่าวเป็นขั้นตอนการดำเนินการของ กกต.โดยในส่วนการเพิกถอนสิทธิและการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ต้องเป็นไปตามกระบวนการและคำสั่งของศาลตามที่กฎหมายกำหนด

โดยประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดมติและข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งได้ทางเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านสายด่วน กกต. 1444

ไผ่ จตุภัทร์ วืดอีก! ศาลยกคำร้องประกันตัวครั้งที่ 11 คดี ม.112 ระบุไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

22 กันยายน 2569 เวลา 19:18 น.

22 กันยายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน” โพสต์ข้อความระบุว่า ศาลอาญายกคำร้องประกันตัวครั้งที่ 11! ‘ไผ่’ จตุภัทร์ คดี ม.112 เหตุชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ระบุไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม แม้เพิ่งมีคำสั่งให้ยุติคดีข้อหาอื่นที่ได้รับนิรโทษกรรม

วันที่ 22 ก.ย. 2569 ทนายความยื่นประกันตัว “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ผู้ต้องขังในคดี “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19 – 20 ก.ย. 2563 การยื่นประกันตัวครั้งนี้เป็นการยื่นครั้งที่ 11 ในวันนี้ศาลมีคำสั่งยกคำร้องประกันตัว โดยระบุว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

การยื่นประกันตัวครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งที่ 11 ตั้งแต่ศาลฎีกาอนุญาตให้ประกันตัวในคดีมาตรา 112 เหตุชุมนุมปราศรัยที่ภูเขียว และศาลอุทธรณ์ภาค 4 อนุญาตให้ประกันตัวในคดีมาตรา 116 เหตุชุมนุม #จัดม็อบไล่แม่งเลย ซึ่งปัจจุบันจตุภัทร์ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพพร้อมกับติดกำไล EM ตามคำสั่งประกันตัวของศาลฎีกา เนื่องจากเหลือเพียงคดีนี้ที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว และเป็นคดีที่เขาตัดสินใจยื่นถอนประกันเองระหว่างถูกขังในคดีหลัก และปัจจุบันคดี 19 กันยาฯ ก็อยู่ระหว่างการสืบพยานและยังไม่มีคำพิพากษาแต่อย่างใด

ในคำร้องขอประกันตัว ระบุว่าจำเลยยินยอมให้ศาลกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) และกำหนดเวลาให้อยู่ภายในเคหสถาน หรือให้ศาลกำหนดเงื่อนไขใด ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้หลบหนี ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี โดยสาระสำคัญมีดังนี้

ในคดีนี้ เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2569 ศาลได้มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีข้อหามาตรา 116, 215, 358, 385, พ.ร.บ.โบราณสถานฯ, พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.จราจร, พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ ที่ได้รับนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ คงไว้เฉพาะความผิดตามมาตรา 112 ทำให้โทษความหนักเบาคดีจึงลดลง

อีกทั้งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างฎีกา คดี ม.112 ชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียว และสภ.ภูเขียว โดยเห็นว่าไม่ปรากฏว่ามีพฤติการณ์หลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยาน พร้อมให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM)

จำเลยเป็นเพียงบุคคลธรรมดา มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ประกอบอาชีพสุจริต ไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพลทางการเมืองหรืออิทธิพลใด ๆ ที่จะไปข่มขู่พยานบุคคลหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้ ยิ่งไปกว่านั้น พยานหลักฐานในคดีนี้ทั้งหมดเป็นพยานเอกสารและพยานวัตถุที่พนักงานสอบสวนได้รวบรวมและอยู่ในความครอบครองของพนักงานอัยการโจทก์โดยเสร็จสิ้นแล้ว การปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยย่อมไม่ก่ออุปสรรคหรือความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล

ต่อมา เวลา 17.21 น. ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้อง โดยระบุเหตุผลว่า “พิเคราะห์แล้ว ศาลนี้และศาลอุทธรณ์เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง”

ทั้งนี้ในวันที่ 29 ก.ย. 2569 จตุภัทร์มีนัดฟังคำพิพากษาใน 2 ศาล ได้แก่ นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาของศาลจังหวัดภูเขียว คดีของ “ไผ่” จตุภัทร์ และ “ครูใหญ่” อรรถพล (เบิกตัวผ่านจอภาพ) ในคดีมาตรา 112 จากเหตุชุมนุมปราศรัยประเด็นปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในการชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียวและ สภ.ภูเขียว ซึ่งจะทำให้คดีสิ้นสุดลงทันทีหลังฟังคำพิพากษา (เดิมศาลนัดวันที่ 23 ก.ย. ต่อมาศาลเลื่อนนัดเป็นอ่านคำพิพากษาวันที่ 29 ก.ย. 2569)

ส่วนอีกที่คือคดีของศาลจังหวัดขอนแก่น นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 คดีของจตุภัทร์ ในข้อหามาตรา 116 จากเหตุชุมนุม #หมายที่ไหนม็อบที่นั่น ปี 2563 ซึ่งคดีนี้เข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรม และทนายความได้ยื่นคำร้องขอให้จำหน่ายคดีแล้ว อยู่ระหว่างรอคำสั่งศาล

สำหรับในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ย. 2569) ที่ศาลอาญา “ไผ่” จตุภัทร์ จะถูกเบิกตัวมาศาลเพื่อร่วมสืบพยานจำเลยในคดี #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร พร้อมกับอานนท์ นำภา ที่ถูกคุมขังอยู่เช่นกัน

อ่านบนเว็บไซต์: https://tlhr2014.com/archives/86785

กกต.ประกาศรับรองผล เศกสิทธิ์ เป็นนายก อบจ.ร้อยเอ็ด คะแนนท่วมท้นกว่า 3.3 แสนเสียง

22 กันยายน 2569 เวลา 18:46 น.

สำนักงานคณะกรรม การการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่าวันนี้ กกต. มีมติประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2569 โดยนายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ได้รับการเลือกตั้งด้วยคะแนนอันดับ 1 ด้วยคะแนน 330,708 คะแนน ตามมาตรา 17 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

โดยกกต.ระบุว่า การประกาศผลดังกล่าว ไม่ได้เป็นการตัดหน้าที่ หรืออำนาจของกกต.ที่จะดำเนินการสืบสวนไต่สวน หรือวินิจฉัย เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม โดยสำนักงาน กกต. ได้แจ้งไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อให้มีหนังสือแจ้งประกาศผลการเลือกตั้งให้ผู้สมัครที่ได้รับผลการเลือกตั้งทราบแล้ว

กกต.มติเอกฉันท์ ยกคำร้อง 108 ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 9 กทม. ปมไม่เลือกตัวเอง เหตุไม่เข้าข่ายเลือกไม่สุจริต

22 กันยายน 2569 เวลา 17:43 น.

22 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าวเผยแพร่มติที่ประชุม กกต.ในการประชุมเมื่อวันที่ 21 ก.ย.2569 สำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา กรณีผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัดกรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 9 จำนวน 108 คน โดยมีมติเอกฉันท์ยกคำร้องปมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม กม.หรือกระทำการอันเป็นเหตุให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ใน 2 ข้อกล่าวหา คือ

ข้อกล่าวหาที่ 1 ขอให้ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัดกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2567 ณ สถานที่เลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด ในการเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน กลุ่มที่ 9 มีคนจำนวนมากอำพรางตนเข้ามาในคราบของผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา และเลือกผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัดอื่น แต่ไม่เลือกตนเอง ซึ่งปรากฏจากผลการนับคะแนนว่ามีผู้ได้ 0 คะแนนเป็นจำนวนมาก จากพฤติการณ์ดังกล่าว จึงอาจมีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 77 (1) มาตรา 79 และมาตรา 81 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 หรือมีการกระทำอันเป็นเหตุให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม

ข้อกล่าวหาที่ 2 ผู้มีสิทธิเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 9 จำนวนมาก ไม่ได้เป็นผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดคุณสมบัติไว้ แต่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างมากกว่า ซึ่งต้องไปสมัครในกลุ่มที่ 7 ซึ่งเป็นกลุ่มพนักงานหรือกลุ่มลูกจ้าง หรือกลุ่มที่ 20 กลุ่มอื่นๆ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 74 ประกอบมาตรา 13 (3) และมาตรา 11 (9) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561

เปิดทรัพย์สินยศชนัน รวย 347.8 ล้าน ครองที่ดิน 28 แปลง ของสะสมเพียบ ทั้งนาฬิกาหรู-กระเป๋าแบรนด์เนม-เครื่องประดับ

22 กันยายน 2569 เวลา 17:33 น.

22 กันยายน 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เมื่อ 15 มี.ค.2569 นายยศชนัน พร้อม น.ส.นันทกานต์ ศิลป์เสวีกุล คู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สินรวม 347,805,796 บาท และมีหนี้สินรวม 375,580 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของนายยศชนัน 292,891,293 บาท ได้แก่ เงินฝาก 16 บัญชี 109,095,003 บาท ที่ดิน 28 แปลงใน กทม. ชลบุรี นครปฐม เพชรบุรี เชียงราย และนราธิวาส รวม 123,090,190 บาท

โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 12 แห่งรวมมูลค่า 49,361,099 บาท โดยมีทั้งสำนักงานฯ ตึกแถว บ้านพักตึก ห้องชุด ซึ่งในจำนวนนี้เป็นสำนักงานในเขตทุ่งสองห้องกรุงเทพฯ 1 แห่งมูลค่า 10,341,100 บาท ห้องชุด 1หลังในเขตปทุมวันกรุงเทพฯมูลค่า 19,493,521 บาท ทรัพย์สินอื่น 11,345,000 บาท และมีหนี้สินเป็นเงินเบิกเกินบัญชีรวม 234,553 บาท

นอกจากนี้ แจ้งมีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 3,943,532 บาท แบ่งเป็นเงินเดือน 2,192,944 บาท ค่าเช่าบ้าน 1.6 ล้านบาท ค่าตอบแทน 138,309 บาท ค่าบริการ 12,278 บาท และมีรายจ่ายต่อปีรวม3,502,600 บาท โดยเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว 2.4 ล้านบาท ค่าเล่าเรียนบุตร 1,102,600 บาท

สำหรับทรัพย์สินอื่นนายยศชนันแจ้งถือครองนาฬิกา Patek Philippe 2 เรือน เรือนละ 2 ล้านบาท รวมมูลค่า 4 ล้านบาท นาฬิกา Rolex 1 เรือน 1.5 ล้านบาท แหวนเพชร 4 วง รวมมูลค่า 4,950,000 บาท สร้อยคอทองคำ 2 เส้น 7.7 แสนบาท กระเป๋าเดินทาง Louis Vuitton 1 ใบ 125,000 บาท

ส่วน น.ส.นันทกานต์ คู่สมรส มีทรัพย์สินรวม 54,914,503 บาท ได้แก่ เงินฝาก 5 บัญชี 6,718,783 บาท ที่ดิน 1 แปลง 3,960,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 1 แห่ง เป็นบ้านพักตึก 2 ชั้น 1 หลัง มูลค่า 2,277,720 บาท ทรัพย์สินอื่น 41,958,000 บาท และมีหนี้สิน 141,027 บาท เป็นเงินเบิกเกินบัญชี ส่วนรายได้ต่อปีไม่มีการแจ้งแต่แจ้งมีรายจ่ายต่อปีเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว 4 แสนบาท

ส่วนทรัพย์สินอื่นที่ถือครอง อาทิ นาฬิกา Patek Philippe 4 เรือน Cartier 1 เรือน Chopard 1 เรือน Rolex 1 เรือน รวม 8.7 ล้านบาท แหวนเพชร 15 วง รวมมูลค่า 6,040,000 บาท ตุ้มหูเพชร ตุ้มหูมุก รวม 17 คู่ มูลค่า 1.4 ล้าน กำไรข้อมือเพชร 4 วง รวมมูลค่า 3.98 ล้านบาท กระเป๋าทองคำ 1 ใบ มูลค่า 3 ล้านบาท กระเป๋าถือทองถม มูลค่า 500,000 บาท เข็มขัดทองคำ มูลค่า 1.5 ล้านบาท กระเป๋าไข่นกกระจอกเทศ 2 ใบ มูลค่า 100,000 บาท รวมถึงกระเป๋าแบรนด์เนม ทั้ง PRADA DIOR Goyard MIU MIU EMLIO PUCCI Chanel Louis Vuitton Hermes รวม 51 ใบ

สำหรับนายยศชนัน เป็นบุตรชายของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ กับ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งนายยศชนัน แจ้งประวัติการทำงานย้อนหลัง 5 ปีโดยปี 2564 เคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการเครื่องมือแพทย์ , กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดลและรองธนบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์คณะวิศวกรรมศาสตร์ประจำมหาวิทยาลัยมหิดล , ปี 2567 ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2568 รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยมหาวิทยาลัยมหิดล

ส่องบัญชีทรัพย์สิน นครินทร์ พ้นประธานศาล รธน. รวย 44 ล้าน มีบ้าน 6 หลัง-เงินฝากรวม 27 บัญชี

22 กันยายน 2569 เวลา 17:18 น.

‘นครินทร์’ ยื่นบัญชีพ้นประธานศาลรัฐธรรมนูญ รวย 44 ล้าน เน้นสะสมอสังหาริมทรัพย์และที่ดิน คู่สมรส สะสมทอง-สร้อยทอง

สำนักงาน ป.ป.ช.เปิดเผยการแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ กรณีพ้นจากตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ซึ่งนายนครินทร์แจ้งว่าระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2558  – มีนาคม 2567 ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และมีนาคม 2567 -กรกฎาคม 2569 เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ

นายนครินทร์ แจ้งยื่นบัญชีทรัพย์สินพร้อมคู่สมรส คือนางสุภาพร เมฆไตรรัตน์ มีทรัพย์สินรวม 44,213,996 บาท มีหนี้สินเป็นเงินเบิกเกินบัญชี 16,514.30 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินของนายนครินทร์ 33,027,702 บาท เป็นเงินฝาก 21 บัญชี รวม 5,795,294 บาท เงินลงทุน 3,332,408 บาท โรงเรียนและสิ่งปลูกสร้าง 23,600,000 บาท โดยเป็นที่ดิน ทุ่งสองห้องบางเขน 15 ตารางวา มูลค่า 400,000 บาท ที่ดินในตำบลแสนสุข ชลบุรี ขนาด 1 งาน 41 ตารางวา มูลค่า 3,500,000 บาท และที่ดิน 1 งาน 36 ตารางวาในพื้นที่ตำบลแสนสุข มูลค่า 3,500,000 บาท พร้อมแจ้งมีบ้านอีก 6 หลังรวมมูลค่า 23,600,000 บาท โดยเป็นทาวน์เฮ้าส์ พื้นที่ดอนเมืองทุ่งสีกัน มูลค่า 200,000 บาท อาคารชุดย่านพระราม 6 มูลค่า 3,600,000 บาทแจ้งถือครองร่วมคู่สมรส อาคารชุดย่านพระราม 6 ซอย 30 มูลค่า 1,000,000 บาท อาคารชุด ย่านถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี แจ้งถือครองร่วมคู่สมรสมูลค่า 5,500,000 บาท และอาคารชุดย่านถนนพหลโยธินแจ้งถือครองร่วมคู่สมรส มูลค่า 5,000,000 บาท และบ้านและที่ดินซอย 12 ตำบลแสนสุข ชลบุรี มูลค่า 1,500,000 บาท ยานพาหนะ 300,000 บาท ไม่ปรากฏรายการบัญชีทรัพย์สินอื่นที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 บาท

นอกจากนี้ยังได้แจ้งมีรายได้รวมต่อปี 2,981,008 บาท แบ่งเป็นเงินเดือน 2,317,080 บาท เงินบำนาญ 503,928 บาท มีรายได้จากทรัพย์สิน 40,000 บาท และเงินปันผล 120,000 บาท และมีรายจ่ายปีละ 1,080,000 บาท เป็นข้าวอุปโภคบริโภค เบี้ยประกัน ค่าท่องเที่ยวและค่ารักษาพยาบาล

ขณะที่นางสุภาพร แจ้งมีบัญชีทรัพย์สิน รวม 11,186,293.21 บาท แบ่งเป็นเงินฝาก จำนวน 14 บัญชี รวม 7,204,627.81 บาท เงินลงทุน 1,531,665.40 บาท ยานพาหนะ 500,000 บาท และบัญชีทรัพย์สินอื่น 1,950,000 บาท แบ่งเป็นสร้อยทองรูปพรรณ 15 เส้น มูลค่า 450,000 บาท สร้อยทองรูปพรรณ 4 เส้น มูลค่า 350,000 บาท สร้อยทองและตุ้มหู 19 เส้น มูลค่า 250,000 บาท แหวน 27 วง มูลค่า 500,000 บาท สร้อยทอง 7 เส้น มูลค่า 200,000 บาท และสร้อยตุ้มหูและจี้ 9 ชิ้น รวมมูลค่า 200,000 บาท

ส่วนรายได้จากทรัพย์สิน แจ้งได้รับดอกเบี้ย 150,000 บาท และเงินปันผล 400,000 บาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมต่อปี 710,000 บาท โดยเป็นค่าอุปโภคบริโภค ค่าท่องเที่ยวและค่ารักษาพยาบาล