ทวี นั่งหัวโต๊ะขยับจุดยืน แย้ม ประชาชาติ เป็นได้ทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

ทวี นั่งหัวโต๊ะขยับจุดยืน แย้ม ประชาชาติ เป็นได้ทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

ทวี นั่งหัวโต๊ะขยับจุดยืน แย้ม ประชาชาติ เป็นได้ทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.04 น.

“ทวี”นั่งประชุมหัวโต๊ะ แจ้ง กก.บห.-สส. “พรรคประชาชาติ”ยินดีทำงานในสภาทั้งบทบาทฝ่ายค้านและรัฐบาล คาดเจ้าตัวเปลี่ยนใจหลังทราบ”เพื่อไทย”โดดร่วมรัฐบาลแล้ว พร้อมมอบฝ่าย กม.ขยับตรวจสอบผลนับคะแนน เขต 3 ยะลา ระบุแม้แต่”ภท.”ยังขยับแล้ว

10 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาชาติ ว่า เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรคฯ ได้เดินทางเข้ามาที่ทำการพรรค ซึ่ง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เลขาธิการพรรคฯ ไม่ได้เข้าร่วมด้วย โดยเป็นการประชุม video conference ผ่านระบบ zoom เพื่อประชุมกับ สส.พรรค ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานพรรคประชาชาติ ซอยเดชะตุงคะ 1 ถนนเดชะตุงคะ เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ

โดยในการประชุมดังกล่าว พ.ต.อ.ทวี ได้นั่งหัวโต๊ะที่ประชุมแจ้งให้กรรมการบริหารพรรค และ สส.พรรค ได้ทราบว่า พรรคประชาชาติพร้อมที่จะเป็นทั้งฝ่ายค้าน แต่ไม่เปิดประตูที่จะเข้าร่วมทำงานกับฝ่ายรัฐบาลเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ต้องขึ้นอยู่กับพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะยินดีทำงานร่วมกับพรรคประชาชาติหรือไม่ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่วานนี้ (9 ก.พ.) พ.ต.อ.ทวี ตัดสินใจว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ภายหลังจากที่ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งพรรคประชาชาติ ได้ สส.เขต 4 ที่นั่ง และ สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน รวม สส.ทั้งหมด 5 คน ทั้งนี้ คาดว่าการเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจที่จะทำงานในสภาฯ ได้ทั้งบทบาทของฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็ได้นั้น อาจเนื่องมาจากการที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็เป็นได้

พร้อมกันนี้ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ยังได้แจ้งให้ลูกพรรคได้รับทราบเกี่ยวกับทางการดำเนินการตรวจสอบทุจริตผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่าพรรคการเมืองอื่นๆ ได้ขยับกันหมดแล้ว ทั้งพรรคเพื่อไทย , พรรคประชาชน (ปชน.) หรือแม้แต่พรรคภูมิใจไทย เอง ก็ยังมีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในบางหน่วยเลือกตั้ง บางพื้นที่ ดังนั้น พรรคประชาชาติจึงสมควรที่จะต้องดำเนินการให้มีการตรวจสอบผลการนับคะแนนเลือกตั้ง เขต 3 ยะลา ด้วยเช่นกัน โดยให้เวลา 3 วัน ซึ่ง พ.ต.อ.ทวี ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคฯ ไปดำเนินการตรวจสอบผลการนับคะแนนและข้อร้องเรียนต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้แล้ว

– 006

กกต.ศรีสะเกษ สยบลือ เผยยังไม่มีการนับคะแนนเขต 6-7 ใหม่ ไร้ร้องเรียนผลเลือกตั้ง

กกต.ศรีสะเกษ สยบลือ เผยยังไม่มีการนับคะแนนเขต 6-7 ใหม่ ไร้ร้องเรียนผลเลือกตั้ง

กกต.ศรีสะเกษ สยบลือ เผยยังไม่มีการนับคะแนนเขต 6-7 ใหม่ ไร้ร้องเรียนผลเลือกตั้ง

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.44 น.

กกต.ศรีสะเกษ สยบลือ เผยยังไม่มีการนับคะแนนเขต 6-7 ใหม่ ไร้ร้องเรียนผลเลือกตั้ง 

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569 เพจเฟซบุ๊ก “ศรีสะเกษนิวส์”  ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า “กกต.ศรีสะเกษ ยืนยันข่าวลือนับคะแนนใหม่เขต 6–7 ไม่เป็นความจริง

ขณะนี้ยังไม่มีการนับคะแนนใหม่และยังไม่มีการร้องเรียนผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยผลคะแนนยังอยู่ระหว่างขั้นตอนตรวจสอบตามกระบวนการก่อนประกาศอย่างเป็นทางการ”

ขอบคุณภาพจาก : ศรีสะเกษนิวส์

ธนาธร จี้กกต.เปิดเผยใบบันทึกคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้งทันที บี้ขอเหตุผล หากทำไม่ได้

ธนาธร จี้กกต.เปิดเผยใบบันทึกคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้งทันที บี้ขอเหตุผล หากทำไม่ได้

ธนาธร จี้กกต.เปิดเผยใบบันทึกคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้งทันที บี้ขอเหตุผล หากทำไม่ได้

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.29 น.

ธนาธร จี้กกต.เปิดเผยใบบันทึกคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้งทันที บี้ขอเหตุผล หากทำไม่ได้

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “จากการเรียกร้องของคุณ พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ให้ กกต. เปิดเผยใบบันทึกคะแนน ทั้ง ส.ส.5/16, ส.ส.5/17, ส.ส.5/18 ทุกหน่วยทั่วประเทศทันที เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสในการนับคะแนนเลือกตั้ง

นี่คือหน้าตาของใบบันทึกคะแนนทั้ง 3 แบบ ผมเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยใบบันทึกคะแนนทั้งหมด ทุกหน่วยเลือกตั้งทันที หากทำไม่ได้ ผมขอเหตุผลว่าเป็นเพราะอะไร เพราะ กกต. ย่อมมีข้อมูลอยู่ในมือ
ไม่ใช่แค่ผม ประชาชนทั้งประเทศรอติดตามอยู่”

หนูลั่น!รอได้นับใหม่ ยัน รบ.รักษาการต่อ-ปัดเขี่ยกล้าธรรมพ้นขั้ว

หนูลั่น!รอได้นับใหม่ ยัน รบ.รักษาการต่อ-ปัดเขี่ยกล้าธรรมพ้นขั้ว

หนูลั่น!รอได้นับใหม่ ยัน รบ.รักษาการต่อ-ปัดเขี่ยกล้าธรรมพ้นขั้ว

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.33 น.

“อนุทิน”บอกรอได้หากต้องนับคะแนนใหม่ รัฐบาลก็รักษาการต่อ แต่ขอทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย-เป็นอำนาจ กกต. มองตั้งรัฐบาลช้าไม่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ลั่นตอนนี้มีในใจทุกสี บ่นสื่อชอบเสี้ยม หลังมีกระแสไม่เอา”กล้าธรรม”ร่วมรัฐบาล

10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ จ.ปราจีนบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีการชุมนุมเพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ ว่า ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย และเป็นดุลยพินิจของ กกต.หากทุกอย่างอยู่ภายใต้ขอบเขตกฎหมาย อยู่ภายใต้ดุลยพินิจของผู้มีอำนาจ รัฐบาลไม่มีสิทธิ์อะไรกับเรื่องนี้เลย

ส่วนถ้าหากมีการนับใหม่และกระทบกับพรรคภูมิใจไทยบางเขตนั้น นายอนุทิน ย้ำว่า เป็นเรื่องของ กกต. จะกระทบหรือไม่ พรรคภูมิใจไทยก็ต้องน้อมรับ การตัดสินใจของพี่น้องประชาชน ส่วนได้กำชับอะไรกับตำรวจให้ดูแลประชาชนที่ออกชุมนุมหรือไม่ นายอนุทิน ระบุเพียงว่า ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขณะนี้ถึงเวลาที่บ้านเมืองต้องเร่งให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว แม้ว่าตอนนี้แกนนำจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นพรรคภูมิใจไทย ก็มีความปรารถนาว่าจะจัดตั้งรัฐบาลให้ได้โดยเร็ว เพื่อจะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความสมบูรณ์ แต่หากมีเหตุที่ทำให้เกิดความล่าช้ากับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร ประชาชนก็ไม่ได้สูญเสียอะไรมาก เนื่องจากรัฐบาลยังรักษาการณ์อยู่ ฉะนั้น สิ่งใดที่คิดว่าจะเป็นความสบายใจของผู้ที่ออกมาเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ หาก กกต.จะพิจารณาภายใต้ดุลยพินิจของกฎหมายรัฐบาลก็ยินดี รอได้อยู่แล้ว ก็รักษาการไปเรื่อยๆ

ส่วนขณะนี้เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน ย้ำว่า เป็นไปตามขั้นตอน ตอนนี้อยู่ระหว่างทำในสิ่งที่ทำได้ เช่น การเตรียมร่างแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ผู้สื่อข่าวถามว่า สีเขียวกับแดงมีในใจแล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า มีในใจทุกสี ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า พรรคสีเขียวก็ระบุว่าไม่ได้มีอะไรขุ่นข้องหมองใจ หลังเกิดกระแสว่าจะไม่นำร่วมรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ไม่มี ผู้สื่อข่าวถามเสี้ยมกัน เมื่อถามย้ำว่า ได้เชิญแล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่รู้เลยว่าพรรคภูมิใจไทยมีกี่เสียงกันแน่ ทุกอย่างก็มีการประกาศรับรองก่อน หากไม่มีการร้องเรียนคงใช้เวลาไม่นาน ซึ่งจริงๆ แล้วหากใช้เวลานานไปก็ไม่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม

พรรคส้ม จี้ กกต.นับใหม่ 18 เขต ชี้พิรุธพุ่ง-เปิดคลิปแฉอยุธยาซื้อเสียงชัด

พรรคส้ม จี้ กกต.นับใหม่ 18 เขต ชี้พิรุธพุ่ง-เปิดคลิปแฉอยุธยาซื้อเสียงชัด

พรรคส้ม จี้ กกต.นับใหม่ 18 เขต ชี้พิรุธพุ่ง-เปิดคลิปแฉอยุธยาซื้อเสียงชัด

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.48 น.

“พรรคส้ม”จี้ กกต.นับคะแนนใหม่ 18 เขต มีเหตุบ่งชี้ความผิดปกติระหว่างนับคะแนน เปิดคลิปอยุธยาเขต 2 บ่งชี้มีคนซื้อเสียงชัดเจน ชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสเหตุผิดปกติ ย้ำพรรคแพ้เลือกตั้งได้ แต่เลือกตั้งไม่สุจริตยอมไม่ได้

10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ชั้น 7 อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชน (ปชน.) นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาชน และนายธีระ สุธีวรางกูร ทีมเฉพาะกิจตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้ง ร่วมแถลงข่าวถึงกรณีความผิดปกติในการเลือกตั้งและการนับคะแนนการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ในหลายๆ หน่วย พร้อมข้อเรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ดำเนินการ

โดย นายกิตติชัย กล่าวว่า พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้ กกต.สั่งการให้สำนักงาน กกต.ทุกจังหวัด เปิดเผยรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งหน้าหน่วย หรือแบบ สส. 5/18 ทางเว็บไซต์ของสำนักงาน กกต.จังหวัด หรือเว็บไซต์ของทางสำนักงาน กกต.ว่าถูกต้องและตรงตามที่ได้มีการประกาศผลหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ทางผู้สมัครทั้ง 400 เขต กำลังติดตามในส่วนของผลการนับคะแนนอยู่ ว่าถูกต้องและตรงตามที่ได้มีการประกาศผลสำหรับการเลือกตั้งหรือไม่อย่างไร รวมถึงพี่น้องประชาชนทั่วประเทศขณะนี้ก็ได้มีการติดตามผลคะแนนของทางผู้สมัครอยู่ว่าถูกต้องหรือไม่อย่างไร จึงขอเรียกร้องให้ทางคณะกรรมการ กกต.ได้สั่งการไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทุกจังหวัด ให้มีการเปิดเผยแบบ สส. 5/18

นายกิตติชัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้ผู้สมัครของพรรคประชาชน ได้มีการยื่นหนังสือต่อสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด รวมทั้งสิ้น 18 เขต เพื่อขอให้มีการสั่งการให้มีการนับคะแนนใหม่ ประกอบด้วย ขอนแก่น เขต 3, ลำปาง เขต 2, สุราษฎร์ธานี เขต 1, ชลบุรี เขต 1, มหาสารคาม เขต 1, นครราชสีมา เขต 13, ชัยนาท เขต 1, สมุทรปราการ เขต 6, ตาก เขต 1, สระบุรี เขต 1,  และมีเพิ่มเติมอีก 8 เขตที่เพิ่งได้ยื่นไป ประกอบด้วย เชียงใหม่ เขต 6, เชียงราย เขต 6, นครราชสีมา เขต 2 และสุพรรณบุรี ยกจังหวัดทั้ง 5 เขต ดังนั้น ขณะนี้พรรคประชาชนได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดและยื่นเรื่องไปที่ กกต.แล้ว 18 เขตทั่วประเทศ และหลังจากนี้ทางผู้สมัครของพรรคประชาชนจะมีการยื่นเพิ่มเติมอีก

นายกิตติชัย กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของพรรคประชาชนเองได้มีการเปิดเว็บไซต์ https://ppleth.ai/issue69 เพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและแจ้งเบาะแส ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตในการหาเสียงเลือกตั้ง การปฎิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหนอย่างไรบ้าง รวมถึงหลักฐาน โดยเป็นการทำงานร่วมกับเว็บไซต์ vote62 ในการรับข้อมูล และยังมีทีมกฎหมายของพรรคในการร่วมพิจารณายื่นคำร้องไปยังคณะกรรมการ กกต. โดยในเว็บไซต์นี้ ประชาชนจะสามารถติดตามสถานะเรื่องร้องเรียนของตัวเองได้ที่เว็บไซต์นี้ https://report69.pplethai.org ว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการหรือดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว หากประชาชนมีเบาะแสในเรื่องร้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นการทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วย หรือการซื้อเสียง หรือการทำให้การเลือกตั้งไม่เกิดความสุจริตและเที่ยงธรรม สามารถที่จะแจ้งผ่านทางเว็บไซต์นี้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

“จากหลักฐานที่พรรคได้รับมา ค่อนข้างชัดเจนว่าหลายกรณีเกิดเหตุทุจริตจากการเลือกตั้งขึ้นจริง พรรคประชาชนจึงขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมการ กกต.ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรมจริงๆ มิฉะนั้นอาจถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” นายกิตติชัย กล่าว

ด้าน นายธีระ กล่าวว่า ตามที่ปรากฏต่อสื่อมวลชน พบว่ามีข้อเท็จจริงจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจมีกรณีที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรมไม่น้อย ในฐานะที่พรรคประชาชนเป็นพรรคการเมืองซึ่งลงสู่สนามการเลือกตั้ง มีความจำเป็นต้องตรวจสอบเรื่องนี้คู่ขนานไปกับการทำหน้าที่ของ กกต.

นายธีระ กล่าวถึงกรณีของจังหวัดชลบุรี เขต 1 ที่ปรากฏเป็นข่าวมาตั้งแต่เมื่อวาน (9 ก.พ.) ที่ประชาชนมีการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ ซึ่งเมื่อบ่ายวันนี้ ทางคณะกรรมการ กกต.ได้มีมติให้ กกต.จังหวัดชลบุรี รวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ภายใน 2 วัน หลังจากนั้นจึงส่งข้อมูลนี้ให้ทางคณะกรรมการ กกต.พิจารณาว่าจะใช้ดุลพินิจสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่หรือไม่อย่างไร

นายธีระ กล่าวต่อไปว่า จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในเขต 1 จังหวัดชลบุรี มีความน่าสงสัยอยู่หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไฟดับขณะที่มีการนับคะแนน แต่พัดลมยังทำงานอยู่ ผลคะแนนก็มีความไม่เท่ากัน ยิ่งไปกว่านั้น หีบบัตรเลือกตั้งยังไม่มีสายรัดหีบ ซึ่งแสดงข้อพิรุธบางอย่าง และใบประกาศผลคะแนน แทนที่จะอยู่กับหีบบัตรเลือกตั้ง กลับถูกทิ้งในถังขยะ  ในแง่การประเมินพยานหลักฐาน นับว่ามีความชัดเจนเพียงพอ อันมีเหตุที่เชื่อได้ จึงควรจะมีการสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ได้ตั้งแต่วันนี้ แต่คณะกรรมการ กกต.กลับใช้ดุลยพินิจให้ กกต.จังหวัดชลบุรี รวบรวมข้อเท็จจริง 2 วันก่อน ที่จะมีการสั่งว่าจะมีการสั่งให้นับคะแนนใหม่หรือไม่อย่างไร

นายธีระ กล่าวต่อไปว่า การเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นจังหวัดชลบุรี หรือเขตไหน พรรคประชาชนต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม การที่ประชาชนไปรวมตัวกันบริเวณที่เก็บบัตรเลือกตั้ง ก็เพื่อต้องการให้สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน ในการกาบัตรเลือกตั้งที่สะท้อนออกมาอย่างแท้จริง ไม่ใช่ว่ามีการเปลี่ยนหีบบัตร หรือไปทำให้บัตรเสีย ตนขอขอบคุณในความกล้าหาญของประชาชนที่ช่วยกันรักษาให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ท่านอาจต้องอยู่บริเวณนั้นสัก 1 – 2 วัน ถ้าทำได้ โดยผู้สมัครของพรรคก็จะไปร่วมอยู่ตรงนั้นด้วย เพื่อร่วมสังเกตการณ์ว่าในอีก 2 วันถัดไป ทาง คณะกรรมการ กกต.จะมีความเห็นประการใด

“จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่แล้วในขณะนี้ น่าจะเป็นพยานหลักฐานที่เพียงพอ ที่จะสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ได้ แต่เนื่องจาก กกต.ใช้ดุลยพินิจเช่นนั้น ก็ต้องว่าไปตามดุลยพินิจของ กกต.แต่ผมขอตั้งข้อสังเกตให้ประชาชนได้ทราบว่า ไม่ว่าอย่างไรหีบเลือกตั้งในจังหวัดชลบุรีจะต้องไม่ถูกเคลื่อนย้าย เปลี่ยนแปลงไป หรือทำให้กลายเป็นสภาพอย่างอื่น ประชาชนกับทางพรรค จะร่วมจับตาดูอย่างใกล้ชิดต่อไป”

นายธีระ กล่าวต่อไปว่า สำหรับกรณีของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่ใช่เป็นเรื่องขอให้มีการนับคะแนนใหม่ แต่เป็นเรื่องที่มีการตรวจสอบพบว่าการเลือกตั้งในเขต 2 ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาจเกิดความไม่สุจริตเที่ยงธรรม พรรคประชาชนได้รับคลิปที่ประชาชนส่งมา(เปิดให้สื่อดูด้วย)ที่บ่งชี้ว่ามีผู้สมัครได้พูดคุยกับประชาชนในลักษณะที่เป็นการซื้อเสียง ซึ่งหากเป็นความจริง คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจที่จะไม่ประกาศผลการเลือกตั้ง และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ นอกจากนั้น อาจจะมีการระงับสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครที่กระทำผิดกฏหมายได้

“ข้อเท็จจริงตามคลิปนี้ เป็นหลักฐานที่ทางพรรคจะได้ยื่นไปทาง กกต.เพื่อให้พิจารณาว่าเข้าข่ายกรณีทำให้เกิดการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ และพิจารณาว่าจะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ และเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งของผู้สมัคร ที่มีส่วนร่วมกับการทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่”

นายธีระ กล่าวต่อว่า ไม่ใช่เฉพาะในสองกรณีข้างต้นนี้เท่านั้น ที่ทำให้การเลือกตั้งในครั้งนี้ถูกตั้งข้อสงสัย และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกตั้งในหลายจังหวัดและหลายเขตไม่ได้เป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรม ไม่มีความโปร่งใส ไม่มีความชัดเจน มีข้อน่าสังเกตหลายประการ เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องพรรคพ่ายแพ้จากการเลือกตั้งแล้วมาตีรวน แต่การเลือกตั้งแต่ละครั้งประชาชนเลือกเพื่อให้ได้รัฐบาลที่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศ หากพรรคการเมืองไหน หรือผู้สมัครรายใด ที่ต่อไปจะไปจัดตั้งรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม รัฐบาลที่ได้ก็จะเป็นรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรม ไม่ว่าจะอย่างไร พรรคประชาชนจะทำงานคู่ขนานกันไปกับประชาชนในการตรวจสอบการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริตธรรมต่อไป

“ไม่ใช่ว่าพรรคประชาชนแพ้ไม่ได้ แต่พรรคประชาชนยอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างไม่สุจริต” นานธีระ กล่าว

สุรเดช กระทุ้ง กกต.ปรับตัวใหม่ ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร หลังถูกวิจารณ์หนัก

สุรเดช กระทุ้ง กกต.ปรับตัวใหม่ ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร หลังถูกวิจารณ์หนัก

สุรเดช กระทุ้ง กกต.ปรับตัวใหม่ ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร หลังถูกวิจารณ์หนัก

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.16 น.

“สุรเดช”กระทุ้ง กกต.ปรับตัวใหม่ ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร หลังถูกวิจารณ์หนัก จัดการเลือกตั้งผิดพลาดหลายจุด ย้ำกล้าแจก”ใบเหลือง-ใบแดง”คัดคนดีเข้าสภา อย่าปล่อย”คนชั่ว-นักการเมืองสีเทา”เข้ามา ออกกฎหมายเอื้อประโยชน์ตัวเอง-พวกพ้อง ทำประเทศติดหล่ม ชี้วางตัวไม่เป็นกลาง อาจเจอร้อง ม.157

10 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อดีต สส.และอดีต สว.ที่มาจากการเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเลือกตั้งที่เสร็จสิ้นไปแล้วโดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เกิดความผิดพลาดในหลายจุด ว่า ครั้งนี้ต้องยอมรับจริงๆว่ามีความผิดพลาดมากจริง ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า กกต.ต้องปรับปรุงการทำงานให้มากกว่านี้ ที่สำคัญคือเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่นหรือการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจะต้องตรวจสอบให้เข้มข้นและต้องนำคนกระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนซื้อหรือคนขาย เราทราบกันดีว่า การซื้อสิทธิ์ขายเสียงในบ้านเรามีมานานแล้ว ซึ่ง กกต.ในอดีต อย่างช่วงปี 2543 ที่มีกรรมการ กกต.อย่าง นายยุวรัตน์ กมลเวชช , นายโคทม อารียา หรือ สวัสดิ์ โชติพานิช ซึ่งการทำงานของ กกต.ยุคนั้นมีความเข้มข้นมาก กว่าจะประกาศรับรองได้ใช้เวลาหลายสัปดาห์ มีการออกใบเหลือง-ใบแดงจำนวนมาก จึงอยากให้ กกต.ปัจจุบันยึดถือการทำงานเหมือน กกต.ในอดีต ต้องศึกษาการทำหน้าที่ในอดีต เพื่อมาปรับปรุงในปัจจุบัน

“กกต.ถือเป็นด่านสำคัญในการคัดกรองคนดีที่จะเข้ามาบริหารบ้านเมือง ถ้าปล่อยให้มีการซื้อเสียงทุจริตคอรัปชั่นก็จะทำให้ในสภามีแต่สีเทา และนักการเมืองก็จะเป็นนักการเมืองสีเทาที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ดังนั้น จึงอยากฝากไปถึง กกต.อย่าปล่อยผ่านคนที่ทุจริตซื้อสิทธิ์ขายเสียง และหากยังไม่มั่นใจ ก็ยังไม่ควรประกาศรับรอง สส.เพราะหากรับรองไปแล้วและมาสอยทีหลังก็จะยุ่งยาก โดยเฉพาะเมื่อ สส.เข้าไปทำหน้าที่ในสภาแล้ว ซึ่งจะต้องโหวตกฎหมายต่างๆ และหากถูกสอยทีหลังก็จะต้องมายื่นร้องหรือตีความกันอีกว่าสิ่งที่ สส.ให้ความเห็นชอบหรือรับรองไปนั้นถือเป็นโมฆะหรือไม่ ดังนั้น กกต.จะต้องตระหนักเรื่องนี้และให้ถือเป็นเรื่องสำคัญแม้ว่าจะต้องเสียเวลามากก็ตาม”

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไม่ทำให้เสียเวลารัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศใช่หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ นายสุรเดช กล่าวว่า แต่ถ้าเราปล่อยให้คนไม่ดีเข้ามาในรัฐสภา มาเป็นรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาล อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ เราเคยคิดตรงนี้กันหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าคนๆ นั้นเป็นพวกสแกมเมอร์ แล้วเข้ามาในสภา หรือเป็นรัฐมนตรีแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ และถ้าเป็นอย่างนี้ใครจะรับผิดชอบ ดังนั้น เมื่อ กกต.เป็นหน่วยงานที่สำคัญที่สุดในการดูแลการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็ต้องทำงานให้เต็มที่เพราะถือเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้ประชาธิปไตยเบ่งงานมากที่สุด ในการที่จะพัฒนาชาติบ้านเมืองและพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ การทำงานของ กกต.ต้องทำให้เร็วที่สุด เพราะมีทั้งบุคลากรและงบประมาณจำนวนมาก หากพบการทุจริตก็ควรแจกใบเหลืองหรือใบแดงเลย และคิดว่าใช้เวลาไม่นาน เพียงแต่ต้องเร่งทำงานให้เร็วขึ้น แล้วประกาศการเลือกตั้งใหม่

“ความจริงเสียเวลา ยังดีกว่าการปล่อยให้คนไม่ดีเข้าสภา แล้วมาออกกฎหมายที่อาจจะเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเองหรือพวกพ้อง แต่ไม่มีประโยชน์อะไรกับประชาชนเลย ถ้าเข้ามาแบบไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็เหมือนกับปล่อยให้โจรเข้าสภา ซึ่งน่าเป็นห่วง และตอนนี้สังคมกำลังจับตา กกต.อยู่ว่าจะทำงานด้วยความสุจริต ยุติธรรม หรือไม่ จึงอยากเตือนว่า กกต.ทั้ง 7 คนว่า เมื่อมีโอกาสเข้ามาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ประชาชน ก็ควรจะทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ วางตัวเป็นกลางที่สุด เพราะพวกท่านสามารถชี้เป็นชี้ตาย สส.หรือคนที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนประชาชนได้ จึงต้องยึดความถูกต้อง ความเป็นธรรม สุจริตให้มากที่สุด หาก กกต.ยังทำงานแบบนี้ ผมคิดว่าอาจจะมีปัญหาเจอคนร้องเรียนผิดตามมาตรา 157 แน่ ดังนั้น จึงอยากให้ กกต.ทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร เมื่อ กกต.มีโอกาสมานั่งตรงนี้มากกว่าคนอื่น ก็ควรจะภาคภูมิใจ ดังนั้น ก็ควรจะทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์ยุติธรรม การซื้อสิทธิขายเสียงแม้ว่าจะไม่สามารถแก้ปัญหาให้หมดไปได้ เพราะอยู่คู่กับประเทศไทยเรามานานแล้ว แต่ก็ขอให้มีให้น้อยที่สุดก็แล้วกัน”

ธรรมนัสอย่างเอา ท้าพวกข้องใจนับใหม่ได้ทุกเมื่อ พร้อมเสมอ

ธรรมนัสอย่างเอา ท้าพวกข้องใจนับใหม่ได้ทุกเมื่อ พร้อมเสมอ

ธรรมนัสอย่างเอา ท้าพวกข้องใจนับใหม่ได้ทุกเมื่อ พร้อมเสมอ

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.58 น.

10 กุมภาพันธ์ 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) โพสต์ข้อความสั้นๆ ผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีที่สังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์การนับคะแนนการเลือกตั้ง สส.ในพื้นที่ จ.พะเยา และกระแสเรียกร้องให้มีการนับคะแนนการเลือกตั้งใหม่อีกครั้งทั่วประเทศ โดยระบุว่า “ข้องใจ นับใหม่ได้ครับ พร้อมเสมอ”

จากนั้นได้มีบรรดาแฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์มากมาย อาทิ สุชาติ ชมกลิ่น คนจริงต้องแบบนี้ ทำมากกว่าพืดดด , เพราะท่านรู้ดี ว่ายังไงก็ไม่นับหรอก , นี่มันต้องกล้าแบบนี้ นักเลงตัวจริง ท่านครับ เป็นไปได้มั้ยที่จะตั้ง รบ. เป็น ไฟจราจร , พี่นัสคะ สนใจสูตร ส้ม+แดง+เขียว รัฐบาลไฟจราจรมั๊ยคะ ? , ถ้าข้องใจเลือก ตั้ง ใหม่ได้ไหมครับ พอดีช่วงนี้ช็อต เป็นต้น

เปิดเกณฑ์นับคะแนนใหม่ ทนายบอนเผยต้องทักท้วงทันที

เปิดเกณฑ์นับคะแนนใหม่ ทนายบอนเผยต้องทักท้วงทันที

เปิดเกณฑ์นับคะแนนใหม่ ทนายบอนเผยต้องทักท้วงทันที

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.29 น.

“ทนายบอน” เปิดเกณฑ์นับคะแนนใหม่ ต้องทักท้วงทันที ถ้าไม่เห็นด้วยกับการวินิจฉัยของ กปน. ต้องเขียน “ข้อทักท้วง” หากไม่ทักท้วงถือว่าไม่มีปัญหา

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ หรือ ทนายบอน นักกฎหมาย ผู้สมัคร สส.เขต 16 พรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กกรณีพรรคประชาชนร้องให้กกต.นับคะแนนใหม่ 10 เขตว่า ตามปกติการนับคะแนนเลือกตั้ง ต้องกระทำโดยเปิดเผย ต่อหน้าประชาชน สื่อมวลชน

พรรคการเมืองและผู้สมัครมีสิทธิส่งผู้สังเกตการณ์ของตนเองไปประจำหน่วยเลือกตั้งได้ และโดยปกติพรรคการเมืองหรือผู้สมัคร ต้องอบรมผู้สังเกตการณ์ของตนเอง ว่านับคะแนนแบบไหนผิดกฎหมาย หากพบความผิดปกติต้องทักท้วงอย่างไร

นอกจากนั้นยังมีหัวคะแนนธรรรมชาติ ที่ทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ให้กับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองที่ตนรักคอยสังเกตอยู่ แถมทุกวันนี้ทุกคนมีมือถือพร้อมถ่ายคลิป ลงสื่อโซเชี่ยลตลอดเวลา

ในการนับคะแนน การเปิดบัตรเลือกตั้ง การขานคะแนน การเขียนคะแนนลงกระดาน ทำทีละคะแนน อย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น ทุกคะแนนที่ไม่ถูกต้องจึงจะต้องถูกทักท้วงทันที … ถ้าไม่มีคนทักท้วงเลยต้องถือว่าคะแนนนั้นถูกต้อง สมบูรณ์

เมื่อมีการทักท้วง “กปน” กรรมการประจำหน่วย จะเป็นผู้วินิจฉัย ท่ามกลางประชาชนทุกคน ส่วนใหญ่จบที่ขั้นตอนนี้

ถ้า กปน. วินิจฉัยแล้วผู้ทักท้วงไม่เห็นด้วย มีสิทธิ “เขียนข้อทักท้วง” ตามแบบฟอร์ม กกต. ได้

หรือกรณีอื่นๆ ที่ผิดปกติ ประชาชนหรือผู้สังเกตการณ์ก็สามารถเขียนข้อทักท้วงได้

ประเด็น คือ “ข้อทักท้วงในแบบฟอร์ม” นี่แหละที่เป็นกุญแจ เปิดประตูสู่การ “นับคะแนนใหม่” ตามที่กฎหมายกำหนด
เพราะถือว่า ทุกคะแนนทักท้วงได้ และต้องทักท้วงทันที หากไม่มีการทักท้วงไว้ตามแบบฟอร์มย่อมหมายความว่า “ทุกคะแนน” ที่นับต่อหน้าประชาชน นั้น ไม่มึปัญหา

การไม่ทักท้วงแต่ละคะแนนไว้ แล้วมาโวยวายทีหลังเมื่อทราบว่าหีบนั้น กระดานนั้นเราแพ้เลือกตั้ง ย่อมผิดปกติ ดังนั้น กกต. จึงมักจะไม่อนุญาตให้มีการนับคะแนนใหม่ หากไม่มีการทักท้วงไว้
เพราะหากอนุญาตให้นับคะแนนใหม่ได้ ทุกหีบ ทุกกระดาน โดยระหว่างการนับคะแนนโดยเปิดเผย ไม่มีการทักท้วงไว้ ก็คงวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น แพ้ขอนับใหม่ แพ้ขอนับใหม่อยู่ร่ำไป

การจะนับคะแนนใหม่จึงมีกติกา มีกฎหมาย และมีเหตุผลรองรับกฎกติกานั้นอยู่ในระดับหนึ่ง

โพสต์นี้พูดถึงหลักเกณฑ์การนับคะแนนใหม่ โดยทั่วไป ส่วนกรณีอื่นๆ หากมึการเปลี่ยนหีบ เปลี่ยนกระดาษเขียนคะแนน ไฟดับ หากมีจริงก็เป็นอีกเรื่องนึง ที่จะต้องสืบสวนสอบสวนกันครับ

อส.แนวหลังสุดแกร่ง! อนุทินยกชั้นรับมือศึกชายแดน-ภัยพิบัติ ลั่นดูแลสวัสดิการเต็มสูบ

อส.แนวหลังสุดแกร่ง! อนุทินยกชั้นรับมือศึกชายแดน-ภัยพิบัติ ลั่นดูแลสวัสดิการเต็มสูบ

อส.แนวหลังสุดแกร่ง! อนุทินยกชั้นรับมือศึกชายแดน-ภัยพิบัติ ลั่นดูแลสวัสดิการเต็มสูบ

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.21 น.

“อนุทิน”ย้ำ อส.คือ แนวหลังสำคัญของประเทศ ใกล้ชิดประชาชน พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ทั้งชายแดนและภัยพิบัติ เสริมศักยภาพ-สวัสดิการต่อเนื่อง ยืนยันรั้วชายแดนเริ่มสร้างได้ทันที งบประมาณพร้อม ขอประชาชนไม่ต้องกังวล ปฏิเสธ“สนิทกองทัพ” ชี้เพื่อเป้าหมายเดียวทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยประชาชน

10 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีครบรอบ 72 ปี วันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ถึงการให้ความสำคัญ กลับกองอาสารักษาดินแดนในสถานการณ์ที่ผ่านมาล่าสุด ทั้งเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ว่า กองอาสารักษาดินแดนเป็นผู้สนับสนุนแนวหลัง ที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนมากทั้งในสถานการณ์ปกติ และเมื่อมีสถานการณ์ซึ่งจะคอยทำงานประสานร่วมกับกรมการปกครอง ที่จะคอยดูแลบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน

ส่วนจะต้องมีอะไรเพิ่มเติมเสริมศักยภาพและขวัญกำลังใจให้กับอาสาสมัครเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะมีการเสริมทักษะศักยภาพ ให้กับสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดนตลอดเวลา ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย จะมีหน่วยงานเฉพาะที่คอยดูแล และยังมีการร่วมฝึกกับกองทัพบก โดยเฉพาะอาสาที่ประจำอยู่ตามสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้มีความชำนาญ-เชี่ยวชาญ ด้านการข่าว การสู้รบ และการดูแลประชาชน ซึ่งมีแผนดั้งเดิมที่นำมาปรับใช้ตั้งแต่สมัยรัฐบาล คสช.พร้อมย้ำว่าในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ดูแลเน้นย้ำในเรื่องของ สวัสดิการต่างๆ ของอาสาสมัคร

ส่วนในเรื่องของการดำเนินการในการจัดการสร้างรั้วแนวชายแดนหลังชาวบ้านพื้นที่ชายแดนมีการทวงถาม นายอนุทิน บอกว่า หน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่องนี้คือกองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้รายงานเข้ามามายังตน ว่าจะเริ่มดำเนินการในพื้นที่ที่สามารถก่อสร้างได้โดยทันที ในส่วนของงบประมาณก็มีการจัดสรรไว้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ยังมีเงินบริจาคเข้ามาจำนวนมาก รวมถึงเงินพระราชทานจากราชวงศ์ ที่ให้มาจัดสรรในการดูแลป้องกันแนวชายแดนให้ประชาชนมีความปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวย้ำถามว่า ในเรื่องนี้ประชาชนจะไม่ต้องกังวลใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบทันที ว่า ไม่ต้องกังวล

ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในตอนนี้มีความน่ากังวลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “เราหวังตั้งสงบ แต่เตรียมรบอย่างพร้อมสรรพ ก่อนบอกต่อว่าเรามีการเตรียมพร้อมตลอดเวลา ทุกวันนี้ ทางฝ่ายกองทัพ / ตำรวจ และอาสาฯ ยังอยู่ในพื้นที่คอยเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น”

ส่วนที่มีการมองว่ารัฐบาลที่ผ่านมากับกองทัพไม่มีความใกล้ชิดกัน แต่ในรัฐบาลอนุทินในอนาคต จะมีความใกล้ชิดกันมากขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะในเรื่องของการรักษาประโยชน์ของชาติบ้านเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าบอกว่าเป็นการใกล้ชิดกัน หรือสนิทสนมกันส่วนตัวแต่ด้วยภารกิจ เป้าหมาย และวัตถุประสงค์ที่ตรงกัน ในเรื่องของการรักษาอธิปไตย รักษาดินแดนของประเทศไทย ไม่ให้ตกไปเป็นของต่างชาติ จึงทำให้ความร่วมมือ มีความเข้มแข็ง ไม่ใช่เรื่องของความใกล้ชิดว่าเป็นเพื่อนกัน รุ่นเดียวกัน อายุใกล้เคียงกันระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ แล้วมองว่ากองทัพมีความเข้มแข็งเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เลย เพราะกองทัพมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว แต่เป้าหมายในการป้องกันประเทศ และบริบทในปัจจุบันรัฐบาลและกองทัพ รวมถึงฝ่ายปกครองและตำรวจ ทุกฝ่ายมีเป้าหมายเดียวกัน คือความหวงแหนและการปกป้องแผ่นดินไทย และให้ความปลอดภัยกับประชาชนสูงสุด พวกเราทุกคนจึงทำงานร่วมกันด้วยความเข้าใจ และร่วมมือบูรณาการทุกสรรพกำลังให้ประขาชนมั่นใจว่าดูแลพวกเขาได้

ส่วนหลังเลือกตั้งทางกัมพูชามีติดต่อเข้ามาหรือไม่ที่จะขอเจรจากับประเทศไทย นายอนุทิน ระบุว่า ทุกอย่างมีขั้นตอนในการติดต่อพูดคุย และยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำร่วมกัน ทั้งการเก็บกู้ทุนระเบิด ในแต่ละฝั่งของประเทศตนเอง ใครรับผิดชอบในพื้นที่ใด ต้องดำเนินการในฝั่งของตัวเอง แล้วทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักมนุษยธรรม พร้อมย้ำว่าต่างฝ่ายต้องเก็บกู้วัตถุระเบิดในพื้นที่ของตัวเอง รวมถึงอาวุธร้ายแรงต่างๆ และต้องไม่มีการ

กกต.แจงยิบ!!! ปมร้อนนับคะแนนใหม่ชลบุรี ส่งบิ๊กสืบสวนลุยสางใน 2 วัน

กกต.แจงยิบ!!! ปมร้อนนับคะแนนใหม่ชลบุรี ส่งบิ๊กสืบสวนลุยสางใน 2 วัน

กกต.แจงยิบ!!! ปมร้อนนับคะแนนใหม่ชลบุรี ส่งบิ๊กสืบสวนลุยสางใน 2 วัน

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.03 น.

งานเข้าแล้ว!!! จ่อลุยสอบกรณีหน่วย มทร.ปทุมธานี ให้นับใหม่พลการ กกต.แจงยิบปมร้อนนับคะแนนใหม่ จ.ชลบุรี สั่งรองเลขาฯฝ่ายสืบสวน-ผอ.กกต.จังหวัด ลงพื้นที่สางใน 2 วัน ขอประชาชนมองด้วยใจเป็นกลาง ตั้งหลักก่อนเสพสื่อโซเชียล ย้ำ กกต.ยึดกฎหมายเป็นหลัก

10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต.แถลงถึงการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติ ว่า กรณีขอให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ที่เขต 1 จ.ชลบุรี ในการเลือกตั้งเป็นสิทธิแต่ละบุคคลที่เข้าไปใช้โดยตรง ประเด็นต่อมาอาจมีผลบางจังหวัดที่ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนในกรณีการนับคะแนนใหม่ตามกฎหมายเขียนไว้ชัดว่า เช่น กรณีผู้มาใช้สิทธิ กับบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกัน กรณีนี้ กกต.ต้องพิจารณาว่าข้อเท็จจริงคืออะไร มีเหตุทำให้ต้องสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เป็นประเด็นหนึ่ง ส่วนสองคือการเลือกตั้ง หรือการนับคะแนนไม่เป็นไปโดยถูกต้อง เช่น การนับคะแนนอาจไม่ถูกต้อง อะไรก็ตาม เป็นเหตุให้ กกต.สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือออกเสียงลงคะแนนใหม่ได้ เป็นไปตามกระบวนการ

“อย่างที่นำเรียนไปแล้ววานนี้ว่า กระบวนการนับคะแนน หากผู้มาใช้สิทธิ หรือประชาชนเห็นว่า ขั้นตอนไหนมีความผิดพลาด ขั้นตอนคือ กปน.จะบันทึกเอาไว้ เมื่อเวลาเท่าไหร่ มีการคัดค้านเรื่องการนับคะแนน รวมถึงขั้นตอนการรวมคะแนนด้วยซ้ำไป ตรงนี้ข้อมูลสำคัญสำหรับกรรมการ ถ้าเปรียบเป็นตำรวจคือบันทึกประจำวัน ตรงนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญที่จะประกอบการพิจารณาของ กกต. กรณีร้องว่าขอให้นับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ กกต.ต้องพิจารณาจากหลักฐานเหล่านี้ประกอบ ไม่อย่างนั้นใครมาร้องให้นับใหม่ หรือเลือกใหม่อย่างไรก็ได้ ต้องมีที่มา เหตุและผลก่อน” ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวอีกว่า กระบวนการวานนี้ที่เกิดขึ้นในเขต 1 จ.ชลบุรี คือกรณีประชาชนบางส่วนอาจมีความเข้าใจไม่ตรงกัน หรือสงสัยเรื่องกระบวนการยุบรวมหีบบัตร ในกระบวนการเลือกตั้ง กระบวนการลงคะแนน และนับคะแนนจะจบที่หน่วย หมายความว่าทุกหน่วย เมื่อนับคะแนนแล้ว รวมคะแนนแล้ว ต้องติดประกาศผลนับคะแนนบริเวณหน้าหน่วย ทุกหน่วยจะมีแบบนี้ เสร็จแล้วรวบรวมผลคะแนนทุกหน่วย มาส่ง ณ ศูนย์รวมคะแนนของอำเภอ เพื่อรวมผลคะแนนทุกหน่วยเป็นผลคะแนนของเขตเลือกตั้งนั้นๆ

“หลังจากรวมผลคะแนนเรียบร้อย จะมีขั้นตอนกระบวนการเรียกว่า ยุบรวมหีบบัตร คือเอาหีบบัตรที่นับคะแนนจากทุกหน่วย มารวมกันในหีบเดียวกัน เพื่อเอาหีบเหล่านี้ไปเก็บรักษาที่ปลอดภัย เช่น สถานีตำรวจ ที่ว่าการอำเภอ หรือสถานที่ปลอดภัย เก็บไว้จนกว่าพ้นระยะเวลาการร้องคัดค้าน คือ 2 ปี นี่คือขั้นตอนที่อยากให้เข้าใจก่อน” ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว

รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า เหตุเกิดที่ จ.ชลบุรี ระหว่างยุบรวมหีบบัตร การเตรียมตัวขนหีบบัตรจากการยุบรวมของเขต 1 ไปเก็บรักษาที่ปลอดภัย เกิดความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมกำลังยุบรวม คิดว่ามีประเด็นทำไมหีบบัตรยุบรวม ไม่ได้คล้องสายรัดบ้าง ไม่เรียบร้อยบ้าง นั่นคือเขาอยู่ระหว่างยุบรวมหีบบัตร บางหีบไม่ได้คล้องสายรัด มีการซีนโดยเทปกาวโดยรอบ ไม่สามารถให้ใครเปิดได้แน่นอน

“อาจมองว่ามีการออกไปในสื่อมวลชนว่า มีบัตรขีดคะแนน ใครก็ไม่รู้มาเผยแพร่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือไม่ ขอทำความเข้าใจว่า ในการยุบรวม อาจมีบางหน่วยซึ่งเขาไม่ได้พับแบบขีดคะแนนลงในหีบบัตร กรณีนี้ กกต.ประจำเขตจะรวบรวมกรณีพลัดหลงแบบนี้บรรจุในหีบไปรักษาไว้ ณ ที่ปลอดภัยเหมือนบัตรเลือกตั้ง” ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวอีกว่า หลายท่านคาใจกระบวนการนี้มีการทุจริตอะไรหรือไม่ อย่างที่บอกมีกระบวนการในการรีเช็คกัน ทุกหน่วยเขาจะมีรายงานผลการนับคะแนน ซึ่งภาษาเลือกตั้งเรียกว่า สส.5/18 และ สส.5/18 (บช.) ส่วนนี้ติดไว้หน้าหน่วยแล้ว กระบวนการแก้ไขคะแนนเป็นไปไม่ได้ เพราะมีการติดไว้หน้าหน่วยแล้ว เปิดเผยต่อสาธารณชนตรวจสอบได้ ไม่ใช่มาถึงตรงนี้แล้ว มีการเปิดหีบ แก้ไขคะแนน ไม่สามารถทำได้

ส่วนประเด็นเมื่อวานมีเศษวัสดุอุปกรณ์ มีการแก้ไขหรือไม่ ตกหล่นหรือไม่ อย่างที่นำเรียนเป็นกระบวนการยุบรวมหีบบัตร และเก็บวัสดุอุปกรณ์ของเขต 1 อาจมีเศษวัสดุอะไรก็ตาม เช่น เศษสายรัดบ้าง เพราะเขาต้องตัดสายรัดเปิดหีบเอาบัตรรวมกัน ทั้งนี้ที่ขอให้นับคะแนนใหม่ได้หรือไม่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมายก่อน เป็นอำนาจ กกต.โดย กกต.จะพิจารณาจะพิจารณาจากหลักฐาน ข้อเท็จจริง คำร้องคัดค้าน แต่ละขั้นตอน เอารายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยมาดูว่ามีที่มาที่ไปหรือไม่อย่างไร

เมื่อถามถึงกรณี จ.ชลบุรี ว่าทำไมไม่สามารถสั่งนับคะแนนใหม่ได้ทันทีนั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ขั้นตอนต้องอยู่ในการพิจารณาของ กกต.ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงเหล่านี้ กกต.มีความห่วงใย และอยากให้กระบวนการของเราเป็นไปโดยชอบเรื่องกฎหมาย จึงมอบหมายรองเลขาธิการ กกต.ไปตรวจสอบเลยว่าข้อเท็จจริงอย่างไร มีการคัดค้านหรือไม่ หรือฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ ให้แล้วเสร็จใน 2 วัน ดังนั้น ภายใน 2 วันชัดเจนสำหรับ จ.ชลบุรี ที่วันนี้ กกต.มีมติ

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ให้ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดชลบุรี รายงานผลคะแนนภาพรวม จ.ชลบุรี เพื่อให้ กกต.พิจารณาว่า ภาพรวมการเลือกตั้ง มีกระบวนการอะไรที่ไม่ชอบมาพากลหรือไม่ กระบวนใดคัดค้านทักท้วงหรือไม่ เพื่อให้ กกต.พิจารณาว่า จะงดประกาศผลหรือไม่ สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือไม่ หรือสั่งนับคะแนนใหม่หรือไม่ เป็นไปตามเงื่อนไข ต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย โจทย์ชลบุรีวันนี้ คือ ทุกอย่างไม่เกิน 2 วัน ทีมรองเลชาธิการ กกต.ด้านสืบสวน จะไปตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที และทีมงาน ผอ.กกต.ชลบุรี ต้องรายงานใน 2 วัน แล้ว กกต.จะพิจารณาตามข้อกฎหมาย สมมติถ้าเป็นจริง กกต.จะปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรา 124 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. อาจสั่งนับคะแนนใหม่หรือไม่ หรือออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือไม่

ส่วนบางจังหวัด เช่น มหาสารคาม มีนับคะแนนคลาดเคลื่อน แต่คำว่าคะแนนคลาดเคลื่อนไม่ใช่เกิดจากประกาศที่หน่วย เพราะรายงานผลนับคะแนนทุกหน่วยถูกต้องตรงกัน แต่เวลารวมคะแนนเพื่อขึ้นป้ายประกาศผลคะแนนหน้าที่ว่าการเขต อาจใส่ตัวเลขคลาดเคลื่อน พอเห็นได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรากฏว่าขาด 1 หน่วย มีการแก้ไขให้ถูกต้องตรงกัน ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนนได้ เพราะทุกอย่างติดประกาศที่หน้าหน่วยเลือกตั้งแล้ว ขอให้ท่านมั่นใจในประเด็นนี้ นี่คือโจทย์ที่ฝากให้เข้าใจในเรื่องนี้

ส่วนกรณีที่ มทร.จังหวัดปทุมธานี นั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เราต้องตั้งหลักขอความกรุณาในการนำเสนอข่าวเหล่านี้ ท่านบอกว่านับคะแนน 2 รอบ รอบแรกคนนี้ได้ พอนับอีกได้อีกพรรค และเปลี่ยนผลคะแนนมากมายนั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ไม่จริง ยืนยันชัดเจนว่าไม่เปลี่ยนแปลง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม มีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบางหมายเลข เช่น ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยบัตรของกรรมการ เรื่องของบัตรเสีย ประมาณนี้ แค่นั้น แตกต่างแค่ 1 – 2 คะแนนเท่านั้น ส่วนอื่นไม่ได้ทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไป ไม่ทำให้ผลการนับคะแนน ณ ที่นั้นเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่ออกไปบอกว่า พอนับคะแนนใหม่ทำให้ผลเปลี่ยน จากพรรคนี้กลายเป็นอีกพรรค ไม่ใช่ ขอความกรุณา เราต้องสื่อสารให้ตรงกันด้วยข้อเท็จจริง ไม่อย่างนั้นใครโพสต์อะไรขึ้นมา เป็นประเด็น โดยปราศจากข้อเท็จจริง เพราะกระบวนการมีขั้นตอนตรวจสอบ มีการรีเช็คทุกขั้นตอน ให้เข้าใจตรงกัน

รองเลขาธิการ กกต.กล่าวอีกว่า กรณีการรายงานผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ทำไมรายงานผลผิดพลาด “เข้าใจคำว่าไม่เป็นทางการหรือไม่ เพื่อความรวดเร็ว ผลแต่ละหน่วยพยายามส่งเข้าระบบ ผ่านอนุฯอำเภอ โดยใช้คะแนนจาก สส.5/18 ที่ติดประกาศหน้าหน่วย ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนนนี้ได้” ส่วนประเด็นทำไมมีการแก้ไขนั้นเมื่ออนุฯประจำอำเภอ รับรายงานผลแล้ว ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คะแนนถูกหรือไม่ต้องรีเช็คกับ กปน.บางอย่างในการคีย์คะแนนเข้ามาของ กปน.อาจผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนน 5/18 ที่ติดประกาศหน้าหน่วยได้

“สิ่งสมบูรณ์ที่สุด เรียกว่า ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งภาษาเลือกตั้งเรียกว่า สส.6/1 อันนี้คือทุกอย่างตรวจสอบถูกต้องครบถ้วน ออกมาเป็นประกาศ และลงนามโดย กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง จึงเรียกว่าประกาศอย่างเป็นทางการ ต้องเข้าใจก่อน เพราะคำว่าไม่เป็นทางการ อาจคลาดเคลื่อนผิดพลาด กระบวนการส่งผลคะแนนเข้ามา ต้องมีอนุฯอำเภอกลั่นกรองตรวจสอบก่อน จึงยืนยันว่าเป็นไปอย่างถูกต้อง ย้ำอีกทีว่า ไม่มีใครสามารถแก้ไขผลคะแนนได้ ทุกอย่างยังติดประกาศต่อหน้าสาธารณชนที่หน่วยเลือกตั้งทุกหน่วย ไม่มีใครสามารถทำอะไรอำเภอใจได้ ทุกอย่างมีกรอบของกฎหมาย กกต.ยืนยันว่า ยินดีให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และจะตรวจสอบทุกเรื่องที่มีกระบวนการที่สงสัยและไม่เข้าใจ” ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว

ทางด้าน นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจการแบ่งอำนาจกันระหว่าง กปน.กับ กกต.ชุดใหญ่ ในการปฏิบัติหน้าที่ที่เป็น กปน.นับคะแนนเสร็จ จะมีการตรวจทานอีกครั้งว่า ผู้มาใช้สิทธิตรงกับบัตรที่ใช้ไปหรือไม่ ถ้าไม่ตรงมีสิทธิตรวจสอบ เมื่อมีบัตรเข้าไปในหีบ ปิดหีบเรียบร้อยแล้ว อำนาจของ กปน.หรือ กกต.เขต หมดไปแล้ว ถ้าจะมีเหตุให้มีการเปิดหีบเช็คอีกรอบ หรือนับคะแนนทำอย่างไรถึงเปิดได้ ก็เหตุแห่งการร้อง การสอบข้อเท็จจริงมี 2 ส่วนคือ 1.มีคนร้อง 2.กกต.เห็นเอง ว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้อง ตรงนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง กกต.มีมติตอนเช้า ให้รองเลขาธิการ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวนกลาง ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จใน 2 วัน จะทราบผลภายใน 2 วันว่าผลจะเป็นอย่างไร ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่พยานหลักฐานที่มี ไม่สนว่าเป็นของกลุ่มการเมืองใด จะทำตามพยานหลักฐาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดกรณี จ.ปทุมธานี เขต 7 จึงนับคะแนนใหม่ได้ทันที แต่ที่ จ.ชลบุรี เขต 1 มีข้อจำกัดต้องรอให้ กกต.ชุดใหญ่ พิจารณานั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าห่วง เพราะการสั่งนับคะแนนใหม่เป็นอำนาจของ กกต.ชุดใหญ่ ไม่มีใครสามารถสั่งนับคะแนนใหม่ได้ แต่กรณี จ.ปทุมธานี เป็นการดำเนินการข้ามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งสำนักงานได้รวบรวมข้อเท็จจริงและได้รายงานเสนอให้คณะกรรมการกกต.พิจารณา ขอย้ำว่ากระบวนการนับคะแนนใหม่ไม่สามารถทำตามอำเภอใจได้ และอยากจะขอความกรุณาสื่อมวลชนพิจารณาการนำเสนอข่าวการนับคะแนนที่ปทุมธานี เขต 7 ที่รายงานว่านับคะแนน 2 รอบ รอบแรก คนนี้ได้ พอนับอีกรอบได้อีกพรรค เปลี่ยนผลคะแนนมากมาย ไม่ใช่เรื่องจริง ยืนยันว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม มีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบางหมายเลข เช่น ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยบัตรของกรรมการ เรื่องของบัตรเสีย ประมาณนี้ แค่นั้น แตกต่างแค่ 1 – 2 คะแนนเท่านั้น ส่วนอื่นไม่ได้ทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไป ไม่ทำให้ผลการนับคะแนน ณ ที่นั้นเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่ออกไปบอกว่า พอนับคะแนนใหม่ทำให้ผลเปลี่ยน จากพรรคนี้กลายเป็นอีกพรรค ไม่ใช่ ขอความกรุณาสื่อสารให้ตรงกันด้วยข้อเท็จจริง ไม่อย่างนั้นใครโพสต์อะไรขึ้นมา เป็นประเด็นปราศจากข้อเท็จจริง เพราะกระบวนการมีขั้นตอนตรวจสอบ มีการรีเช็คทุกขั้นตอน ขอให้เข้าใจตรงกัน

“สิ่งสมบูรณ์ที่สุดเรียกว่าประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ภาษาเลือกตั้งเรียกว่า สส.6/1 อันนี้คือทุกอย่างตรวจสอบถูกต้องครบถ้วน ออกมาเป็นประกาศ และลงนามโดย กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง ถึงเรียกว่าประกาศอย่างเป็นทางการ ต้องเข้าใจก่อน เพราะคำว่าไม่เป็นทางการ อาจคลาดเคลื่อนผิดพลาด กระบวนการส่งผลคะแนนเข้ามา ต้องมีอนุฯอำเภอกลั่นกรองตรวจสอบก่อน ถึงยืนยันว่าเป็นไปอย่างถูกต้อง ย้ำอีกทีว่า ไม่มีใครสามารถแก้ไขผลคะแนนได้ ทุกอย่างยังติดประกาศต่อหน้าสาธารณชน ในหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วย ไม่มีใครสามารถทำอะไรอำเภอใจได้ ทุกอย่างมีกรอบของกฎหมาย กกต.ยืนยันว่า ยินดีให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และจะตรวจสอบทุกเรื่องที่มีกระบวนการที่สงสัย ไม่เข้าใจ” ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว

ด้าน นายครรชิต กล่าวชี้แจ้งกระบวนการสอบสวนเหตุการณ์ที่ จ.ชลบุรี ว่า ต้องทำความเข้าใจการแบ่งอำนาจกันระหว่าง กปน.กับ กกต.ชุดใหญ่ ในการปฏิบัติหน้าที่ที่เป็น กปน.นับคะแนนเสร็จ จะมีการตรวจทานอีกครั้งว่า ผู้มาใช้สิทธิตรงกับบัตรที่ใช้ไปหรือไม่ ถ้าไม่ตรงมีสิทธิตรวจสอบ เมื่อมีบัตรเข้าไปในหีบ ปิดหีบเรียบร้อยแล้ว อำนาจของ กปน.หรือ กกต.เขต หมดไปแล้ว ถ้าจะมีเหตุให้มีการเปิดหีบเช็คอีกรอบ หรือนับคะแนนทำอย่างไรถึงเปิดได้ ก็เหตุแห่งการร้อง การสอบข้อเท็จจริงมี 2 ส่วนคือ 1.มีคนร้อง 2.กกต.เห็นเอง ว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้อง ตรงนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง กกต.มีมติตอนเช้า ให้รองเลขาธิการ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวนกลาง ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จใน 2 วัน จะทราบผลภายใน 2 วันว่าผลจะเป็นอย่างไร ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่พยานหลักฐานที่มี ไม่สนว่าเป็นของกลุ่มการเมืองใด จะทำตามพยานหลักฐาน กรณีนี้ผู้ร้องมีหลักสิบคน แต่ต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ให้โอกาสฝ่ายถูกกล่าวหาด้วย เราจะทำงานทั้งวันทั้งคืน ส่วนพยานหลักฐาน พยานบุคคลน้อยหรือไม่ จะพยายามเร่งรัดให้เร็วที่สุด ส่วนกรณีไฟดับพัดลมติดระหว่างนับคะแนนในบางหน่วยเลือกตั้งนั้น เรื่องนี้อยู่ในคำร้องอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าวการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ที่ จ.ศรีสะเกษ เขต 6 , 7 นายครรชิต กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เพราะเมื่อได้ตรวจสอบกับกกต.จังหวัดศรีษะเกษ แล้ว ไม่มีคำร้องขอใดๆ ในการนำคะแนนเนื่องจากการสั่งให้นับคะแนนใหม่ในช่วงนี้ จะต้องเป็น กกต.ชุดใหญ่ สั่งดำเนินการเท่านั้น แม้แต่ กกต.จังหวัด ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ ดังนั้นกระแสข่าวที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียจึงไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ ยอมรับว่าขณะนี้ในโซเชียลมีเดียมีหลายกรณีเป็นการตกแต่งผลการเลือกตั้งใหม่ แล้วนำมาโพสต์สร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ กกต.กำลังดำเนินการตรวจสอบ และยอมรับว่ากระแสการปั่นผลการนับคะแนนที่ไม่เป็นจริง เป็นปัญหาที่ กกต.หนักใจมาก

ถามอีกว่า จังหวัดอื่นเริ่มมีการชุมนุมของชาวบ้าน อยากให้นับคะแนนใหม่ เขาสามารถทำอย่างไรได้บ้าง ให้สถานการณ์ไม่บานปลาย กกต.ให้คำมั่นอย่างไร เรื่องการดูแล นายครรชิต ชี้แจงว่า ตามที่เรียนไปแล้ว ช่องทางที่จะให้ กกต.ตรวจสอบมี 2 ช่องทาง ช่องทางแรกยื่นคำร้องต่อ กกต.พร้อมพยานหลักฐานว่า ถ้าสงสัยตรงไหน และมีพยานหลักฐานเลยว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้องอย่างไร และอีกช่องทางคือ กกต.เห็นเป็นความปรากฏ จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาได้

เมื่อถามว่า ขณะนี้ประชาชนมอง การทำงานของ กกต.ล่าช้าในการแก้ปัญหา นายครรชิต กล่าวว่า เรื่องร้องทั้งหมด 113 เรื่อง ถ้าเป็นกรณีการนับคะแนน เป็นทั้งกรณียื่นคำร้องต่าง ๆ ส่วนกรณีชลบุรี ไม่ใช่เพิ่งประชุม เมื่อคืนมีรองเลขาธิการ กกต.ไปกลางดึก แล้วถูกล้อมไว้ ออกไม่ได้ เพิ่งออกมาได้เมื่อเช้า มีรายงานต่อเนื่องมาว่า เกิดประเด็นว่ายังไม่จบ จึงมาประชุมต่อตอนเช้า

ส่วนกรณีปัญหาผลคะแนนไม่เป็นทางการ กำลังส่งผลกระทบมายังเจ้าหน้าที่ กกต.แต่ละหน่วยค่อนข้างมาก ล่าสุด มีเจ้าหน้าที่ กปน.หลายพื้นที่ส่งเสียงว่า กกต.ไม่ปกป้องพวกเขา ทำให้ถูกคุกคามทางโซเชียลมีเดีย ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ไม่ปกป้องคงไม่ได้ เพราะท่านเลขาธิการ กกต.และ กกต.มีความห่วงใย กปน.ในการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ไม่ว่ามาจากหน่วยไหน ถ้าเห็นว่ากระบวนการมีความผิดพลาด ความผิดพลาดทั้งหลายเราไม่ปฏิเสธว่าเป็น กกต.เราไม่เคยผลักภาระว่าเป็น กปน. แต่อย่างที่บอกต้องว่าด้วยข้อเท็จจริง กปน.ถือเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ถ้าทำถูกต้อง กฎหมายคุ้มครอง แต่ถ้าปฏิบัติไม่ถูกต้อง ก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง ยืนยัน กกต.ปกป้องทุกหน่วยแน่นอน

เมื่อถามย้ำถึงบัตรนับคะแนนแล้วถูกทิ้งที่ จ.ชลบุรี ปกติ กกต.กำจัดเอกสารสำคัญแบบนี้หรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า อย่างที่บอกเราเสพสื่อโซเชียลต้องตั้งหลักนิดหนึ่ง อย่างที่บอกว่าบริเวณเมื่อวานเป็นสถานที่ยุบรวมหีบ และจัดเก็บอุปกรณ์ เขาต้องไล่ยุบหีบของแต่ละหน่วยในเขตนั้น เพื่อเอามารวมกัน เมื่อเจออะไรก็ตาม อยู่ในกระบวนการรวบรวม ขั้นตอนอยู่ระหว่างการรวบรวมเก็บรักษาที่ปลอดภัย ไม่ว่าเห็นเศษสายรัด หรือเศษวัสดุอุปกรณ์อื่นๆ นี่คือขั้นตอยุบรวมหีบบัตรหรืออุปกรณ์ ส่วนกรณีอุปกรณ์การเลือกตั้งหาซื้อได้ในแอปพลิเคชั่นขายของออนไลน์นั้น ขออนุญาตตรวจสอบก่อน

“อยากให้มองด้วยใจเป็นกลาง ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เรามีพรรคการเมืองที่ลงสมัคร 57 พรรคการเมือง ความหลากหลายของผู้สมัคร และพรรคการเมืองเอง เกิดความคิดความชอบของผู้มาใช้สิทธิมากมาย อาจมีบางส่วนท่านพอใจ บางส่วนไม่พอใจ แต่อยากให้มองด้วยใจเป็นกลางว่า กระบวนการจัดเลือกตั้งกว่าแสนหน่วย ใช้บุคลากรมหาศาล ภายใต้หลักของกฎหมาย ไม่ว่าใครจะเป็น กปน.ก็ตาม ไม่สามารถจะทำการใดๆ นอกเหนือกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน ไม่สามารถละเมิดกฎหมายได้ ไม่ต้องกังวลประเด็นนี้ ทุกเรื่องที่ให้ข้อสังเกต สำนักงาน กกต.จะประมวลเพื่อพิจารณา” ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว

ส่วนกรณี จ.พะเยา เจ้าหน้าที่แอบหย่อนในหีบบัตร ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา การสอบสวนของ กกต.เป็นอย่างไรบ้าง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ให้เข้าใจก่อนว่า กปน.ได้มีการฉีกบัตร และเอาบัตรลงคะแนนเป็น 2 ประเภท ประเภทละ 7 ใบ เพื่อเตรียมไปหย่อนลงหีบบัตร แต่กระบวนการนี้ยังไม่มีการหย่อนบัตรลงหีบ กปน.คนอื่นพบเห็นก่อน จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน เป็นกระบวนการต้องดำเนินคดีต่อ บัตรเลือกตั้งยังไม่หย่อนลงหีบ

เมื่อถามถึงกรณี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต.ลงพื้นที่ไปดูปัญหาที่ จ.ชลบุรี แล้ว ทำไมถึงไม่สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ เหตุใดถึงต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมใหญ่ กกต.เท่านั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เหมือนที่บอกว่า ทุกอย่างเป็นไปตามข้อกฎหมาย กฎหมายบอกว่าถ้ามีกรณีแบบนี้เกิดขึ้น ถ้าสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ ต้องมีการพิจารณาแต่ละขั้นตอน แต่อำนาจอยู่ใน กกต.ชุดใหญ่เท่านั้น ไม่อย่างนั้นจังหวัดไหนอยากนับใหม่ ก็ส่งรองเลขาธิการไปสั่งนับใหม่เลย แบบนี้ไม่ได้ นอกจากนี้ กกต.ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเหตุผลประกอบกัน ก่อนสั่งเลือกตั้งใหม่ได้ด้วย

เมื่อถามว่า มีอะไรอยากสื่อสารถึงประชาชน ที่รวมตัวหน่วยเลือกตั้ง หรือที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้ง เขาต้องการความชัดเจน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชน การเลือกตั้งมีกติกาของกฎหมาย อะไรที่ไม่ถูกต้อง มีสิทธิทักท้วงคัดค้านตามขั้นตอนได้ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ไม่สามารถบอกว่าไม่พอใจ อยากให้นับใหม่ อันนี้ไม่ถูกต้อง ไม่สามารถทำได้โดยพลการ ต้องดูว่ามีความบกพร่อง มีการคัดค้านหรือไม่ เกิดเหตุที่หน่วยใด บกพร่องอะไร แล้วร้องมาเลย เชื่อว่าทุกเรื่องเมื่อเข้าสู่กระบวนการ กกต.เราให้ความเป็นธรรม และ กกต.พิจารณาทุกเรื่องแน่นอน