74 ยังแจ๋ว! แม่บานเย็น ยกหน้าใหม่ครั้งที่ 4 สวยสับระดับตำนาน

74 ยังแจ๋ว! แม่บานเย็น ยกหน้าใหม่ครั้งที่ 4 สวยสับระดับตำนาน

74 ยังแจ๋ว! แม่บานเย็น ยกหน้าใหม่ครั้งที่ 4 สวยสับระดับตำนาน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.09 น.

74 ยังแจ๋ว! “แม่บานเย็น” ยกหน้าใหม่ครั้งที่ 4 สวยสับระดับตำนาน ลบปมโดนบูลลี่หน้ามนุษย์ต่างดาว

สวยสับแบบแพคคู่สำหรับ แม่บานเย็น รากแก่น ราชินีลูกทุ่งคนดัง หลังทำศัลยกรรมยกหน้าใหม่เป็นครั้งที่ 4 ในวัย 74 ปี ล่าสุดก็ได้มาพร้อม แคนดี้ รากแก่น ลูกสาวอวดโฉมหน้าใหม่ เพราะก่อนหน้านี้มีปัญหาเรื่องเหนียงที่หน้าชัดมาก ไปดึงติ่งหูให้เป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งมันเป็นปัญหาในชีวิต ทำให้หมดแพชชั่นในการทำงาน ไม่อยากออกไปไหน แม้กระทั่งการร้องเพลงก็ไม่อยากทำ เพราะถ่ายรูปออกมาแล้วเหนียงเยอะ เป็นมนุษย์ต่างดาว และเมื่อก่อนเพื่อนพาไปทำ สารเหลวตรงแก้มมันก็ไหลลงมาที่คางรวมกันเลย มันก็ดึงหน้า ก็โดนคนบูลลี่เยอะ เลยทำให้ตัดสินใจทำศัลยกรรมครั้งนี้งานนี้บอกเลยว่า สวยขึ้นเด็กขึ้นทั้งแม่ทั้งลูก  ทั้งคู่ได้ให้สัมภาษณ์ขณะมาร่วมงานที่ THE KLINIQUE Surgery Center สยาม เล่าว่า

เป็นศิลปินหน้าใหม่?

แม่บานเย็น “สวัสดีค่า”

แคนดี้ “ศิลปินหน้าใหม่ พาคุณแม่ย้อนกลับไปในวันที่โด่งดังที่สุด ตอน 45 แสดงว่าย้อนกลับไปร่วม 30 ปี”

ทำอะไรมาบ้าง?

แม่บานเย็น ”อยากสวย”

แคนดี้ “เป็นการผ่าตัดครั้งที่ 4 ในวัย 74 คุณแม่แก้ปัญหาจากเดิม มีหนึ่งปัญหาที่กังวลคือมีเหนียงชัดมาก เป็นชั้นๆ แล้วเหนียงไปดึงติ่งหูเป็นเนื้อเดียวกันเลย เป็นปัญหาในการใช้ชีวิตจริงๆ แล้วทำให้หมดแพชชั่นในการทำงานไปเลย คือมีเพลงที่คุณแม่อยากร้อง มีคอนเสิร์ตที่อยากไป มีสิ่งที่อยากทำ แล้วตัดสินใจไม่ทำอะไร นอนอยู่บ้านไปเลย เพราะทุกครั้งที่ไปงานแล้วถ่ายรูปมาเห็นเหนียง ก็จะไม่สบายใจ”

เครียดขนาดไหน?

แม่บานเย็น “เป็นเยอะ นอยด์ไปเลย ไม่อยากเจอกล้อง ไม่อยากถ่ายรูป ถ่ายออกมาแล้วไม่สวยค่ะ เหนียงลงมาเยอะ ดึงหูเราแหลมไปเลย เป็นมนุษย์ต่างดาว”

แคนดี้ “ก็เลยกลายเป็นเกษียณตัวเองไปเลย แฟนคลับหลายคนบอกว่าอยากฟังคุณแม่อยู่นะ แม่ก็ซุ่มทำเพลงนะ ใจได้แต่หน้าตาไม่ได้ ก็เลยไม่ทำเลยทิ้งไปอย่างนั้น จนคุณแม่ไปเดินสายที่ยุโรป ไปทำการแสดงกับน้องๆ หมอลำไอดอล 

ปรากฏว่าแฟนคลับตอบรับ ยังวิ่งมากอด หลังจากนั้นคุณแม่มาปรึกษาเมื่อเดือนตุลา ว่าอยากกลับมาร้องเพลงนะ แต่หน้าไม่ได้จริงๆ เราก็ยอมรับว่าไม่ได้จริงๆ ก็เลยเริ่มหาที่จะทำยังไงดี หาเยอะมาก ศึกษาเยอะมาก คุณแม่อายุ 74 แล้วนะ จนกระทั่งมาเจอแล้วที่ที่เรามั่นใจ คุยจนมั่นใจ เขาพาไปดูห้องผ่าตัด คุยกับหมอวางยา คุยกับหมอผ่า ตอนนี้แคนดี้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมแล้วนะ”

แม่กังวลไหมตอนจะทำ?

แม่บานเย็น “เครียดเลยนะ กลัวว่าจะอันตรายไหม เราอายุเยอะแล้ว แต่สุดท้ายก็มั่นใจที่นี่ มั่นใจคุณหมอ ก็บอกลูกเอาได้หมอระดับนี้มาแล้ว ท่านอธิบายบางจุดเราคิดไม่ถึงเลย คุณหมอแนะนำหมด ทะลุปรุโปร่งเลย เมื่อก่อนเนอะมันไม่ดี เพื่อนพาไป เราอยากสวยเนอะ สารเหลวตรงแก้มมันก็ไหลลงมาที่คางรวมกันเลย มันก็ดึงหน้า” 

โดนบูลลี่ไหม?
แม่บานเย็น “มีนะ บางคนเดินมาหน้าเวที มามองหน้าแล้วพูดว่านี่ไปทำศัลยกรรมอะไรมา เฮ้ยเขาดูออกขนาดนี้เราก็ตกใจ คือเขาทำอะไรให้ไม่ถามเราเลย”

แคนดี้ “แม่ไม่ได้ติดศัลยกรรม แต่แม่ไม่ทำเล็กๆ น้อยๆ แต่คลินิกนั้นเขาก็ตามเทรนด์ตอนนั้น คางต้องยาว เขาก็เติมให้เองเลย ไม่ได้ถามเรา ก็เป็นปัญหามาตลอด 20 ปี โดนบูลลี่ สวยอยู่แล้วไปทำหน้าพังหมดเลย”

ตอนนี้สบายใจแล้ว สวยเหมือนเดิม?
แม่บานเย็น “ดีใจมาก เหมือนได้ชีวิตใหม่นะ นี่ย้อนกลับไปหลายปี ดีใจ ส่องกระจกทั้งวัน มีกำลังใจขึ้นมาเยอะ”

หน้าเข้าที่เข้าทางหรือยัง?
แคนดี้ ”เดือนกว่าเอง คุณแม่ 1 เดือน 10 วัน ของแคนดี้ 1 เดือน กับ 3 วัน ยังไม่เข้าที่ดี“
แม่บานเย็น ”หมอบอกว่าต้อง 3 เดือนนะ แค่นี้ก็มาได้แล้ว ออกมาพูดคุยกันได้แล้ว”

แคนดี้ก็ทำเพราะมีปัญหา?
แคนดี้ “ใช่ มีภาวะซึมเศร้าจากการทำธุรกิจ ภาวะกดดันหลายอย่าง เป็นภาวะซึมเศร้าที่รู้ตัว คือรู้พร้อมรักษาและยอมรับตัวเองว่าเป็น แต่เราขอไม่กินยา ขอรักษาผ่านธรรมชาติ สมาธิบำบัด เสียงบำบัด หรือการทำในสิ่งที่เรารัก อย่างการไลฟ์ แต่ไม่หายขาด พออยากจะไลฟ์ก็หมดไฟไม่ทำนอนต่อ ใจมันโดนดึง แล้วเลยบอกกับแม่ว่าถ้าเราไปผ่าตัดเปลี่ยนตัวเองเลยจะดีไหม ก็มาปรึกษาหมอ ตอนนี้ตาเปลี่ยน จากเดิมมันจะเศร้าๆ ตาตก บอกหมออยากเป็นแคนดี้คนใหม่ ที่ดูสดใส หมอก็ยกตาให้ เอาสิ่งแปลกปลอมในหน้าออกให้หมดเลย ที่เห็นอยู่นี่คือหน้าจริง ทั้งหมดไม่มีการเติมอะไรเข้าไปเลย พอทำเสร็จเอนเนอร์จีกลับมาเต็มจริง ลืมความซึมเศร้าไปเลย ไม่เศร้าใส่กันแล้วค่ะ พร้อมกลับมาทำงานเต็มที่แล้วค่ะ”

สวย ตาแตก! รอบ Preliminary กับ 77 นางงาม ‘Miss Grand Thailand 2026’

สวย ตาแตก! รอบ Preliminary กับ 77 นางงาม ‘Miss Grand Thailand 2026’

สวย ตาแตก! รอบ Preliminary กับ 77 นางงาม ‘Miss Grand Thailand 2026’

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.42 น.

“สวย เริ้ด แบบไม่เกรงใจใคร!” เมื่อ 77 สาวงามจากทั่วประเทศ ขนความปังมาแบบจัดเต็ม อวดออร่าหน้าผมเป๊ะทุกองศา บนเวทีสุดอลังการของ Miss Grand Thailand 2026 ในรอบ Preliminary (รอบอุ่นเครื่อง) แต่ละคนหวังโกยคะแนนเข้ากระเป๋าให้ได้มากที่สุดก่อนถึงรอบตัดสินจริง! งานนี้ไม่มีใครยอมใคร ทั้งตัวเต็ง ตัวแม่ ม้ามืด นางปาด ไปจนถึงนางนอนมง ต่างพาเหรดขึ้นโพล “เพจนางงาม” กันอุตลุด แฟนคลับเชียร์จนโซเชียลลุกเป็นไฟ

ด้านบิ๊กบอสตัวจริงเสียงจริง คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ และ มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกโรงเตือนชัดๆ ว่า “อย่าชะล่าใจ หาซีน หาแสง ให้ถูกที่ เพราะพลาดเพียงนิด ตัวเต็งอาจมีสิทธิ์ ‘มงเคลื่อน’ เหตุนี้สาวงามทุกคนต้องเร่งเครื่องสุดพลัง ฟาดทุกจริต ทุกสเต็ป เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสทองในช่วงโค้งสุดท้ายนี้

บรรยากาศภายใน MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK ถนนพระราม 9 วันนี้แน่นขนัดไปด้วยแฟนนางงาม PD แฟนด้อม และกองเชียร์ ที่มาร่วมส่งพลังแบบติดขอบเวที ขณะเดียวกันแฟนนางงามทางบ้านเกาะหน้าจอรับชมผ่าน YourTube : Grand TV กันอย่างคึกคัก

ค่ำคืนนี้ยังได้ 2 พิธีกรพ แชมป์ สกุล ลิมปภานนท์ และ กชเบล ศรัณรัชต์ เผือกพิพัฒน์ มารับหน้าที่สร้างสีสัน ก่อนเปิดเวทีให้สาวงามได้เฉิดฉายในชุดราตรีสุดหรู ต่อด้วยชุดว่ายน้ำสุดแซ่บ แบรนด์ MGI Swimwear อวดรูปร่าง ความมั่นใจ และพลังความเป็นควีนแบบไม่มีพัก! ตอนนี้คะแนนเริ่มขยับ ตัวเต็งเริ่มสั่น ม้ามืดเริ่มมา เกมพลิกได้ทุกวินาที!

มาร่วมลุ้นกันว่าสาวงามจากจังหวัดใด จะคว้ามงกุฎและตำแหน่ง มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ คนที่ 14 ไปครอง ค่ำคืนวันตัดสิน เสาร์ที่ 28 มีนาคม เวลา 19.00 น. ณ MGI Hall บอกเลยว่า…ศึกนี้ “สวย เริ้ด เชือดเฉือน” จนวินาทีสุดท้ายแน่นอน!

สวยหวานปนแซ่บ! จันจิ ห่มสไบถือดอกบัวแชะภาพวิววัดอรุณ

สวยหวานปนแซ่บ! จันจิ ห่มสไบถือดอกบัวแชะภาพวิววัดอรุณ

สวยหวานปนแซ่บ! จันจิ ห่มสไบถือดอกบัวแชะภาพวิววัดอรุณ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.11 น.

26 มีนาคม 2569 สวยสะดุดตาและอินเทรนด์สุดๆ สำหรับนักแสดงสาว “จันจิ จันจิรา” ที่ล่าสุดออกมาเสิร์ฟลุคละมุนปนแฟชั่น ตามกระแส Gen Z ด้วยการหยิบดอกบัว มาเป็นพร็อพถ่ายภาพสุดฮิต

โดย จันจิปรากฏตัวในลุคหวานแฝงความแซ่บ ห่มสไบซีทรูระยิบระยับแมตช์กับกางเกงยีนส์ เผยเอวบางเบาอย่างมีสไตล์ พร้อมเพิ่มกลิ่นอายไทยร่วมสมัยด้วยดอกไม้ประดับผม และถือดอกบัวสีชมพูช่อใหญ่ ด้วยบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มองเห็นวัดสวยงามตระการตา สร้างความรู้สึกละมุน ผสมผสานความเป็นไทยกับแฟชั่นโมเดิร์นได้อย่างลงตัว

เบียร์ เดอะวอยซ์ ปล่อยช็อตเด็ด ถ่ายแบบสุดหวิวในชุดลูกไม้

เบียร์ เดอะวอยซ์ ปล่อยช็อตเด็ด ถ่ายแบบสุดหวิวในชุดลูกไม้

เบียร์ เดอะวอยซ์ ปล่อยช็อตเด็ด ถ่ายแบบสุดหวิวในชุดลูกไม้

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.55 น.

26 มีนาคม 2569 อินสตาแกรมแทบลุกเป็นไฟ เมื่อ “เบียร์ ภัสรนันท์ อัษฎมงคล” หรือ “เบียร์ เดอะวอยซ์” นักร้องสาวเสียงใสขวัญใจแฟนๆ ปล่อยภาพเซตใหม่จากโฟโต้บุ๊กส่วนตัว ออกมาให้แฟนคลับได้ชมกันแบบจุใจ

โดยภาพที่เผยแพร่ผ่านอินสตาแกรม @beerpassaranan เป็นเบื้องหลังการถ่ายทำ ทั้งการจัดแสง เงา มุมกล้อง ทำให้ภาพออกมาดูเซ็กซี่แต่ยังคงความมีคลาส

‘ดิว อริสรา’โต้ขาดใจไม่มีเบี้ยวหนี้หนี’เมย์ วาสนา’ลั่นทำตามสัญญา

‘ดิว อริสรา’โต้ขาดใจไม่มีเบี้ยวหนี้หนี'เมย์ วาสนา'ลั่นทำตามสัญญา

‘ดิว อริสรา’โต้ขาดใจไม่มีเบี้ยวหนี้หนี’เมย์ วาสนา’ลั่นทำตามสัญญา

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.02 น.

ก่อนหน้านี้ เมย์ วาสนา ออกมาอัปเดตว่ายังไม่ได้รับเงินหนี้จากสาวสวย ดิว อริสรา เลยจากดราม่ายืมของสาวเมย์ไป แล้วเอาของไปขายต่อ ก่อนจะเชิดเงินไป ต่อมามีการเคลียร์กันและตกลงเป็นสัญญาเรื่องการชำระหนี้ ซึ่ง ‘สาวดิว‘ต้องจ่ายหนี้ภายใน 1 ปี ซึ่งมาถึงตอนนี้ใกล้หมดสัญญาแล้ว แต่ ‘สาวเมย์’กลับยังไม่ได้รับหนี้จากดิวเลย ทำเอาหลายคนอยากรู้หนักมากว่าตอนนี้ ‘สาวดิว’ไม่ยอมจ่ายหนี้ใช่หรือไม่ ล่าสุดเจอตัวสาวดิวในงาน TIARA BEAUTY เปิดตัว “TIARA FixMe Brow Mascara” เจ้าตัวเลยเล่าว่า

 “เรื่องหนี้ ดิวไม่ได้ไม่จ่ายนะ ดิวจ่ายมาโดยตลอด ซึ่งไม่ได้นับเลย แต่ทำตามทุกอย่างตามสัญญา เอาเป็นว่าเกี่ยวกับเรื่องหนี้ ดิวไม่ได้ผิดสัญญาอะไรเลย ถามว่าเคลียร์ไปเยอะหรือยัง ในพาร์ตของพี่เมย์ วาสนา ดิวไม่ได้ผิดสัญญาอะไร และทุกๆ อย่างยังอยู่ในสัญญาอยู่ค่ะ แต่ที่บอกว่าทุกอย่างจะจบลงภายใน 1 ปีตามสัญญา ก็ติดตามตอนต่อไป (ยิ้ม) เรื่องที่ยังไม่ได้รับการติดต่อที่มีข่าว คือดิวขอพูดว่าดิวไม่ได้ผิดสัญญาอะไร สัญญาระบุทุกอย่างชัดเจน สิ่งที่ดิวจะทำ ดิวก็จะทำทุกอย่างภายใต้สัญญา ถ้าดิวมีโอกาสทำให้ได้ดีกว่าตามสัญญา ดิวก็จะทำ แต่ถามว่าเรื่องต้องจ่ายแต่ละเดือนเท่าไหร่ คือในสัญญาไม่ได้ระบุว่าต้องจ่ายเดือนละเท่าไหร่ แต่สัญญาระบุว่าภายในระยะเวลาเท่านี้ ดิวต้องชำระให้หมด ดังนั้นดิวอาจจะชำระก่อนก็ได้ หรือดิวจะทยอยก็ได้ หรือก้อนเดียวปิดจบก็ได้ ซึ่งสัญญาดิวก็อยากบอกเหมือนกันว่า ข่าวที่ออกไป มันเหมือนดิวไม่จ่าย แต่ในความเป็นจริงดิวยังอยู่ในความถูกต้อง

ซึ่งถ้าดิวทำผิด ดิวก็ต้องโดนอยู่แล้ว พอข่าวออกไปก็กลับไปดูสัญญาเลยนะ ว่าเฮ้ยฉันเข้าใจผิดมาโดยตลอดหรือเปล่า แต่สรุปก็คือดิวกล้าพูดได้เต็มปากว่า ดิวยังไม่ได้ผิดสัญญาอะไร”

 “ก่อนถึงวันสิ้นสุดสัญญาข่าวที่ออกไปคือเดือนเมษายน ความจริงคือสิงหาคม พอข่าวออกไป เหมือนไม่ให้โอกาสดิวหายใจเลย ซึ่งเชื่อเถอะว่าทุกๆ วันนี้ ที่เห็นดิวทำอยู่ คือดิวทำทุกอย่างเต็มที่มากๆ และอย่างดีที่สุด แม้กระทั่งลูกค้าทุกคน หมายความว่าหลังจากที่ข่าวออกไปก็พูดคุยกับพี่เมย์ วาสนา ว่ามันคือแบบนี้นะแม่ เราก็ไม่อยากให้พี่เมย์เข้าใจผิด พอข่าวออกดิวก็ล่กเลย ว่าทำอะไรผิดหรือเปล่า เราพยายามเคลียร์ตัวเองจริงๆ และทำอย่าง อย่างดีทุกอย่าง ก็ให้เขาทำความเข้าใจกับสัญญานะว่ามันเป็นแบบนี้ๆ แล้วก็เดี๋ยวก็ตามโพรเซสไป ดิวมีหลายอย่างที่ดิวต้องทำแล้วดิวไม่อยากให้เขาตอบอันนี้ ดิวตอบอันนี้ แต่ ณ วันนี้เรารู้โพซิชั่นว่าฉันคือลูกหนี้ ฉันรู้ แล้วฉันก็จะทำลูกหนี้ให้ดีที่สุด”

“ถามว่าเรื่องข่าวไม่ได้สบายใจหรอก แต่เห็นสัญญาก็สบายใจ ความเข้าใจของแต่ละคน ดิวไม่ได้โฟกัสตรงนั้นอยู่แล้ว มันไม่มีอะไรที่ได้มาแล้วไม่เหนื่อย เดือนๆ หนึ่งพยายามทำอย่างดีที่สุด ดิวว่ามันก็ยาก มันไม่มีอะไรได้มาแล้วมันไม่เหนื่อย เหนื่อยมันเป็นเรื่องที่ดีที่ได้ทำ ถ้าเหนื่อยแล้วเคว้งคว้างอันนั้น ไม่ได้โฟกัสว่าเหนื่อยจัง ยากจัง แต่มันมีความสุขจังที่ได้ทำ”.

ศบก. ย้ำสถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง ลุ้นช่วย 3 ลูกเรือมยุรีนารี-เรือสินค้าอีกลำ

ศบก. ย้ำสถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง ลุ้นช่วย 3 ลูกเรือมยุรีนารี-เรือสินค้าอีกลำ

ศบก. ย้ำสถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง ลุ้นช่วย 3 ลูกเรือมยุรีนารี-เรือสินค้าอีกลำ

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.13 น.

ศบก. ย้ำสถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง ลุ้นช่วย3ลูกเรือมยุรีนารี-เรือสินค้าอีกลำ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถพล ฤกษ์พิบูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหาร และติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แทนนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและคมนาคม ในฐานะผอ.ศบก. 

จากนั้นเวลา 18.00 น. นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์  รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลประชุมว่า กระทรวงการต่างประเทศได้อัพเดทสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งยังมีความน่าเป็นห่วง แม้มีรายงานความพยายามในการเจรจา แต่สถานการณ์โดยรวมยังมีความรุนแรง จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป ซึ่งที่ประชุมรับทราบถึงสถานการณ์ รวมถึงการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง และการส่งกลับร่างนายชัยวัฒน์ แววนิล แรงงานไทย ที่เสียชีวิตในอิสราเอล ซึ่งเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเมื่อช่วงบ่ายวันที่27 มี.ค. รวมถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกเรือ 3 คน บนเรือสินค้ามยุรีนารี นอกจากนั้นได้รายงานความคืบหน้าเรือสินค้าไทยที่ตกค้าง โดยเรื่องนี้จะหารือในศบก.กลุ่มเล็กต่อไป

ศบก.ไฟเขียว ตั้งทีมย่อย ดูแลเรือสินค้าไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ศบก.ไฟเขียว ตั้งทีมย่อย ดูแลเรือสินค้าไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ศบก.ไฟเขียว ตั้งทีมย่อย ดูแลเรือสินค้าไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.05 น.

ศบก.ไฟเขียว เตรียมตั้งคณะทำงานกลุ่มย่อย ดูแลเรือสินค้าไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมหนุนใช้ B20 เน้นย้ำทุกคลังประกาศราคาจำหน่ายน้ำมัน ด้านพาณิชย์ออกมาตรการลดค่าครองชีพประชาชน พร้อมแก้ปัญหาสินค้าตกค้างในเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ

27 มีนาคม 2569 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ได้มอบหมายให้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุม ศบก.ครั้งที่ 6/2569 โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงต่างๆ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมฯ ได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของ ศบก.ในการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยประเด็นที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจ ได้แก่ ผลกระทบต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพของประชาชน สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงในตะวันออกกลาง สำหรับการสื่อสารในระยะต่อไป กรมประชาสัมพันธ์ได้รายงานเป้าหมายการประชาสัมพันธ์ ดังนี้ 1.การจัดการข้อมูลเท็จอย่างรวดเร็ว 2.การอยู่ข้างประชาชนเสมอ และ 3.การเอาจริงกับคนที่เอาเปรียบประชาชน

กระทรวงพลังงาน รายงานสถานการณ์ด้านพลังงานและการบรรเทาผลกระทบด้านราคาน้ำมัน ซึ่งมีการใช้กองทุนน้ำมันเข้าอุดหนุนราคาน้ำมันอยู่ พร้อมทั้งรายงานภาพรวมห่วงโซ่อุปทานน้ำมันกลุ่มดีเซลและเบนซิน ทั้งในส่วนของการจัดหาน้ำมันดิบ การผลิตน้ำมันสำเร็จรูป การกระจายน้ำมันให้ผู้ค้า และการจำหน่าย รวมถึงความคืบหน้ามาตรการสนับสนุนการใช้น้ำมัน B20 ซึ่งปัจจุบันผู้ค้าน้ำมันเริ่มทยอยจำหน่ายแล้ว โดยบางจาก เป็นผู้ค้าน้ำมันรายแรกที่เริ่มจำหน่าย B20 ในวันที่ 25 มีนาคม 2569 ณ โรงกลั่นน้ำมันบางจากพระโขนง โดยเป็นการจำหน่ายตรงให้กับภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ได้รับทราบความคืบหน้าการจัดทำเว็บแอปพลิเคชัน Fuel-Now ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างขอความร่วมมือรายงานข้อมูล

สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมัน ณ วันที่ 24 มีนาคม 2569 โดยกรมธุรกิจพลังงาน ร่วมกับตำรวจนครบาล กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจากผลการตรวจสอบ ยังไม่พบความผิดปกติ คลังทุกแห่งมีการติดประกาศราคาจำหน่ายน้ำมันที่เห็นได้ชัดเจน และมีปริมาณการจ่ายน้ำมันในเดือนมีนาคม 2569 ใกล้เคียงหรือสูงกว่าเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2569

กระทรวงพาณิชย์ รายงานสถานการณ์ด้านราคาสินค้าและภาวะการค้า โดยกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการดูแลค่าครองชีพประชาชน โดยเน้น 4 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่

1.กลุ่มเปราะบาง/ผู้มีรายได้น้อย กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการลดค่าครองชีพ ผ่านโครงการไทยช่วยไทย โดยคัดเลือกสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันมาจำหน่ายในราคาพิเศษ และโครงการธงฟ้าราคาประหยัด พร้อมทั้งมีแผนปรับเพิ่มสินค้าควบคุมจาก 59 รายการ เป็น 66 รายการ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย

2.เกษตรกร กระทรวงพาณิชย์มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการผลิต ผ่านการขยายโครงการธงเขียวพลัส จัดหาปุ๋ยเคมีต้นทุนต่ำ และส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์

3.ผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และการเชื่อมโยงผู้ผลิตรายใหญ่กับผู้ค้ารายย่อย เพื่อรักษาสภาพคล่องและลดต้นทุนธุรกิจ

4.ผู้ส่งออก โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาขีดความสามารถทางการส่งออก ผ่านความร่วมมือกับสมาคมต่าง ๆ การติดตามสถานการณ์โลจิสติกส์ การดูแลค่าประกันภัย รวมถึงการจัดหาช่องทางการส่งออกสินค้า

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ปัญหาเรือสินค้าติดค้างในเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ โดยมีการประสานผู้นำเข้าในประเทศปลายทางหรือประเทศใกล้เคียงรับซื้อสินค้า เพื่อลดความเสียหายของผู้ส่งออกไทย

กระทรวงการต่างประเทศ รายงานสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น และไม่มีสัญญาณการเจรจาที่แน่ชัด ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป ขณะเดียวกัน ในวันนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ร่วมพิธีรับร่างและร่วมไว้อาลัย นายชัยวัฒน์ แววนิล แรงงานไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอล เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนจะกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ จ.ชัยภูมิ

ในตอนท้าย ที่ประชุมฯ เห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะทำงานกลุ่มย่อย โดยประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาลำดับความสำคัญของสินค้าและเรือที่จะขอผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

พณ.สั่งทูตพาณิชย์ 58 แห่งทั่วโลก เร่งช่วยเรือสินค้าไทยตกค้าง-หาท่าเรือรับมือวิกฤต

พณ.สั่งทูตพาณิชย์ 58 แห่งทั่วโลก เร่งช่วยเรือสินค้าไทยตกค้าง-หาท่าเรือรับมือวิกฤต

พณ.สั่งทูตพาณิชย์ 58 แห่งทั่วโลก เร่งช่วยเรือสินค้าไทยตกค้าง-หาท่าเรือรับมือวิกฤต

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.45 น.

27 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายประคัลร์ กอดำรงค์ อัครราชทูต ฝ่ายการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ แถลงผลการประชุม ศบก.ว่า สำหรับมาตรการที่จะใช้ลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ได้กำหนดแนวทางและมาตรการดูแลเป็นรายกลุ่ม ให้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน จำนวน 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย และกลุ่มผู้ส่งออก

นายประคัลร์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เป็นกลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อย เป้าหมายหลักคือ การลดค่าครองชีพโดยทันทีและตรงจุด มาตรการหลักได้แก่ โครงการไทยช่วยไทย และโครงการธงฟ้าราคาประหยัด ทั้งสองโครงการเป็นโครงการที่เริ่มทำได้ทันที นอกจากนี้ ยังมีสินค้าที่กำกับดูแลเพื่อลดค่าครองชีพ ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 รวมทั้งสิ้น 66 รายการ, กลุ่มเกษตรกร มีเป้าหมายหลักในการลดต้นทุนการผลิต และเสริมรายได้ให้เกษตรกร มาตรการหลัก ได้แก่ โครงการธงเขียวราคาประหยัด เปลี่ยนเป็นปุ๋ยธงเขียวพลัส เป็นการสนับสนุนการลดปุ๋ยเคมี ลดการพึ่งพาการนำเข้า ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์, กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย เป็นการเชื่อมโครงการไทยช่วยไทยกับผู้ประกอบการรายย่อยในจังหวัดต่างๆ เพื่อที่จะมีส่วนในการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านสถาบันการเงินของรัฐ ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้ จะมีการกำกับดูแลสินค้า ต้นทุน อย่างเช่น ปุ๋ย อาหารสัตว์ และวัตถุดิบอุตสาหกรรมด้วย

นายประคัลร์ กล่าวว่า และกลุ่มผู้ส่งออก มีเป้าหมายเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก คือการบริหารต้นทุนการขนส่ง ทางกระทรวงพาณิชย์ได้หารืออย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชนและสภาหอการค้า เพื่อที่จะหาช่องทางประสานแก้ปัญหาเรื่องการขนส่งทางเรือ ตั้งแต่ค่าระวางเรือ โดยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำเรือออกจากจุดที่ยังไม่สามารถนำออกมาได้ ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ ทั้ง 58 แห่งทั่วโลก รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือสินค้าที่ตกค้างอยู่ตามประเทศต่างๆ จะมีช่องทางนำเข้ากลับประเทศได้อย่างไร รวมถึงการใช้ท่าเรือรองในการขนถ่ายสินค้าให้เป็นไปได้อย่างสะดวก และดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเวลานี้

นายกฯ เซ็นตั้ง ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง ของ มท.

นายกฯ เซ็นตั้ง ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง ของ มท.

นายกฯ เซ็นตั้ง ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง ของ มท.

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.02 น.

นายกฯ ลงนามจัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางของกระทรวงมหาดไทย เพื่อบูรณาการการปฏิบัติงานของส่วนราชการในสังกัด รวมทั้งประสานการปฏิบัติกับส่วนกลางและจังหวัดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 736/2569 ลงวันที่ 25 มี.ค.2569 เรื่อง จัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางของกระทรวงมหาดไทย

คำสั่งดังกล่าว มีสาระสำคัญ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเอกภาพ และทันต่อสถานการณ์ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีภารกิจสำคัญในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชนในพื้นที่ทั่วประเทศ จึงจำเป็นต้องมีหน่วยงานระดับกระทรวงเพื่อบูรณาการการปฏิบัติงานของส่วนราชการในสังกัด รวมทั้งประสานการปฏิบัติกับส่วนกลางและจังหวัดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน 

ทั้งนี้ ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางของกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่ที่สำคัญ 6 ประการ ได้แก่ 1. ติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ รวมทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้น 2. บูรณาการการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3. กำหนดแนวทาง มาตรการ และแผนการช่วยเหลือประชาชน 4. สั่งการและประสานการปฏิบัติงานของจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5. รายงานสถานการณ์และผลการดำเนินงานต่อศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง 6. ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบอย่างถูกต้อง และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

สำหรับองค์ประกอบของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางของกระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้อํานวยการศูนย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน และปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ที่ปรึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้ว่าการการประปานครหลวง ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค ผู้อำนวยการองค์การตลาด เป็นกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้อำนวยการกองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง เป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ผู้อำนวยการสำนักตรวจราชการและเรื่องราวร้องทุกข์ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ ผู้อำนวยการกองสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการข่าว กระทรวงมหาดไทย เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ปิดตำนานผู้รับใช้ประชาชน! สมศักดิ์ อาลัย นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ถึงแก่อนิจกรรม

ปิดตำนานผู้รับใช้ประชาชน! สมศักดิ์ อาลัย นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ถึงแก่อนิจกรรม

ปิดตำนานผู้รับใช้ประชาชน! สมศักดิ์ อาลัย นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ถึงแก่อนิจกรรม

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.52 น.

27 มีนาคม 2569 นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีต สส.อ่างทอง หลายสมัย และอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงการจากไปของ นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ อดีต สส.อ่างทอง และอดีตรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง โดยระบุว่า #นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์

ทราบข่าวการสูญเสีย พี่นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ แล้ว
อดเสียใจไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่านี่คือ วัฏสงสาร ของมนุษย์
แต่การเป็นคนที่คุ้นเคย ทำงานเพื่อชาวบ้าน
เคียงบ่าเคียงไหลกันมาตลอด ทำให้ความอาลัย อาวรณ์
กัดกร่อนถึงหัวใจ
พี่นิพนธ์เป็น ส ส ครั้งแรกโดยลงสมัครคู่กับผม
สังกัดพรรค “ชาติไทย” เมื่อ27 ก ค 2529
มีท่าน “สมชัย ฤกษ์วรารักษ์”(เสี่ยแหย)เป็นผู้ให้การสนับสนุน
เราต่างได้รับการเลือกตั้งมาตลอดจนถึงปี 2539
ที่พินิพนธ์ ได้ไปเป็น วุฒิสมาชิก จากการแต่งตั้ง
ในสมัย ท่าน “บรรหาร ศิลปอาชา”เป็นนายกรัฐมนตรี
และได้ชื่อว่า เป็น สว ชุดที่ดีที่สุดชุดหนึ่งของสังคมไทย
และต่อมามีการเลือกตั้ง วุฒิสมาชิกทางตรงเป็นครั้งแรกโดยการ
แก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้วุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้งทางตรง
จากประชาชน พี่นิพนธ์ เป็น ส ว ของอ่างทองที่มาจากการเลือกตั้ง
เป็นครั้งแรก เมื่อ 22 มี ค 2543
และพี่ นิพนธ์ ก็ได้รับความไว้วางใจ จาก ส ว ชุดนั้นชุดที่ 7 เลือกให้เป็น
รองประธาน วุฒิสภาคนที่ 1 ท่านปฏิบัติหน้าที่จนครบวาระ เมื่อปี 2549
เพราะความเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถคนหนึ่งของประเทศ
ท่านก็กลับมาเป็น ส ส ของสภาผู้แทนราษฎร ในระบบบัญชี
ในนาม พรรค ประชาธิปัตย์ เมื่อปี พศ 2550 และ 2554จนครบวาระ
และวางมือทางการเมืองที่เป็นอาชีพที่พี่นิพนธ์รักมากในที่สุด

วันนี้…เราทุกคนยืนอยู่ท่ามกลางความโศก
ต่อการจากไปของบุคคลผู้ทรงคุณค่า
พี่ “นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์”
อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง 4 สมัย
อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชี 2 สมัย
อดีตสมาชิกวุฒิสภา และวุฒิสมาชิกจังหวัดอ่างทอง 2 สมัย
และอดีตรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1

ชีวิตของพี่นิพนธ์ มิใช่เพียงชีวิตของนักการเมือง
แต่คือชีวิตของ “ผู้รับใช้ประชาชน” อย่างแท้จริง

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ชื่อของ “นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์”
มิได้เป็นเพียงชื่อในหน้าประวัติศาสตร์การเมือง
แต่เป็นชื่อที่สลักอยู่ในหัวใจของชาวอ่างทอง

พี่นิพนธ์ยืนหยัดในหลักการ
ยืนตรงในความถูกต้อง
และก้าวเดินบนเส้นทางการเมือง
ด้วยศรัทธาที่มีต่อประชาชนอย่างไม่เคยสั่นคลอน

ในวันที่บ้านเมืองต้องการคนทำงาน
พี่นิพนธ์ไม่เคยถอย
ในวันที่ประชาชนต้องการที่พึ่ง
พี่นิพนธ์ไม่เคยหันหลัง

เกียรติยศ ตำแหน่ง และอำนาจ
อาจเป็นเพียงเครื่องหมายของความสำเร็จในชีวิต
แต่สำหรับพี่นิพนธ์
สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น
คือความไว้วางใจของประชาชน
และความภาคภูมิใจที่ได้ตอบแทนแผ่นดิน

วันนี้…แม้ร่างของพี่นิพนธ์จะล่วงลับไป
แต่เกียรติประวัติ และคุณงามความดีของพี่นิพนธ์
จะยังคงยืนหยัดอยู่เหนือกาลเวลา

จะยังคงเป็นแบบอย่าง
ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ว่า
“การเมืองที่แท้จริง คือการเสียสละ”

และ “ผู้นำที่แท้จริง คือผู้ที่ประชาชนไม่ลืม”

ในวาระสุดท้ายนี้
ขออำนาจพระศรีรัตนตรัย
และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย
โปรดนำดวงวิญญาณของพี่นิพนธ์
ไปสู่สุคติอันสงบ

และขอให้ชื่อของ
“นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์”
คงอยู่เป็นเกียรติประวัติของแผ่นดิน
ตราบนานเท่านาน

ขอให้การจากไปของพี่นิพนธ์
มิใช่เพียงการสิ้นสุดของชีวิต
แต่เป็นการเริ่มต้นของตำนาน

ด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้ง

เป็นผู้แทน ของปวงชน คนทั้งผอง
เป็นท่านรอง ประธานวุฒิฯ สุดเข้มข้น
เป็นทุ่มเท สมศักดิ์ศรี หน้าที่ตน
เป็น “นิพนธ์ วิสิษฐ์ยุทธศาสตร์”ผู้อาจอง

– 006