นายกฯ หารือปลัดกลาโหมสหรัฐฯ สานต่อสัมพันธ์ 193 ปี ตอกย้ำพันธมิตรสำคัญในภูมิภาค

นายกฯ หารือปลัดกลาโหมสหรัฐฯ สานต่อสัมพันธ์ 193 ปี ตอกย้ำพันธมิตรสำคัญในภูมิภาค

นายกฯ หารือปลัดกลาโหมสหรัฐฯ สานต่อสัมพันธ์ 193 ปี ตอกย้ำพันธมิตรสำคัญในภูมิภาค

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 18.04 น.

นายกฯ หารือปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ฝ่ายนโยบาย สานต่อสัมพันธ์ 193 ปี ตอกย้ำพันธมิตรสำคัญในภูมิภาค ผนึกกำลังปราบอาชญากรรมข้ามชาติ เดินหน้าความมั่นคงยุคใหม่ รับมือความท้าทายแห่งอนาคต

13 สิงหาคม 2569 ที่ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเอลบริดจ์ โคลบี (Mr. Elbridge Colby) ปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาฝ่ายนโยบาย (Under Secretary of Defense for Policy) เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย

นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ฝ่ายนโยบาย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก พร้อมแสดงความยินดีต่อพัฒนาการเชิงบวกของความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันจุดยืนที่ชัดเจนของรัฐบาลไทยว่า ความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในเสาหลักของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน และไทยไม่มีนโยบายนำความร่วมมือด้านกลาโหมมาเป็นเงื่อนไขหรือเครื่องมือต่อรองในการเจรจาการค้า โดยการหารือด้านการค้าและความมั่นคงต่างดำเนินไปบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกันและผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องของแต่ละด้าน

ด้านความร่วมมือทางการทหาร นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไทยและสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ยาวนานถึง 193 ปี โดยไทยให้ความสำคัญกับความเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ แต่ยังมีส่วนสำคัญต่อสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพของภูมิภาค ทั้งสองฝ่ายจึงควรร่วมกันเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรไทย-สหรัฐฯ ให้เข้มแข็งและสอดรับกับบริบทระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งสามารถรับมือกับภัยคุกคามและความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน ปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า ไทยเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ให้ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อภูมิภาค และให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับประเทศที่มีหลักการและเป้าหมายร่วมกันในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับไทย เพื่อร่วมกันรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนและสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยมุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงสมัยใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถและความทันสมัยของกองทัพ ตลอดจนต่อยอดความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างกัน

สำหรับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการพบหารือกับนายแคช พาเทล (Mr. Kash Patel) ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (Federal Bureau of Investigation: FBI) เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการยกระดับความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาค ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญ

ในประเด็นสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการสนับสนุนการคลี่คลายสถานการณ์ พร้อมยืนยันว่าไทยยังคงยึดมั่นในหลักกฎหมายระหว่างประเทศ หลักการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี และการแก้ไขปัญหาอย่างสันติผ่านกลไกทวิภาคี รวมทั้งการปฏิบัติตามข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์ (KL Accords) โดยมุ่งรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง และเสถียรภาพในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรียืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการเร่งสรุปการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade) ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ โดยเร็วที่สุด

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ไทยพร้อมสานต่อความสัมพันธ์อันยาวนานและเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรไทย-สหรัฐฯ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น มุ่งขยายความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ และร่วมกันส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพของภูมิภาคต่อไป

– 006

สีหศักดิ์ นำทีมภาครัฐและเอกชนไทยหารือที่กรุงมอสโก เตรียมพร้อมประชุม JC ไทย-รัสเซีย ครั้งที่ 9

สีหศักดิ์ นำทีมภาครัฐและเอกชนไทยหารือที่กรุงมอสโก เตรียมพร้อมประชุม JC ไทย-รัสเซีย ครั้งที่ 9

สีหศักดิ์ นำทีมภาครัฐและเอกชนไทยหารือที่กรุงมอสโก เตรียมพร้อมประชุม JC ไทย-รัสเซีย ครั้งที่ 9

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.58 น.

สีหศักดิ์ เป็นประธานการหารือกับผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนไทย ที่กรุงมอสโก เพื่อเตรียมเข้าร่วมการประชุม JC ครั้งที่ 9 

13 สิงหาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานการหารือกับผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนไทย นำโดย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกิตติ ตั้งจิตรมณีศักดา รองประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่กรุงมอสโก เพื่อเตรียมการเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย – รัสเซีย (JC) ครั้งที่ 9 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 และการหารือระดับสูงกับฝ่ายรัสเซีย เพื่อขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจ ขยายการค้า การลงทุน และส่งเสริมโอกาสความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน

โสภณ สั่งเข้มยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยรัฐสภา คุมเข้ม บุคคล-ยานพาหนะ-สส.-ผู้ติดตาม ห้ามพกปืนเด็ดขาด

โสภณ สั่งเข้มยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยรัฐสภา คุมเข้ม บุคคล-ยานพาหนะ-สส.-ผู้ติดตาม ห้ามพกปืนเด็ดขาด

โสภณ สั่งเข้มยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยรัฐสภา คุมเข้ม บุคคล-ยานพาหนะ-สส.-ผู้ติดตาม ห้ามพกปืนเด็ดขาด

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.23 น.

โสภณ สั่งเข้มยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยรัฐสภา คุมเข้ม บุคคล-ยานพาหนะ-สส.-ผู้ติดตาม ห้ามพกปืนเด็ดขาด สแกนเข้า-ออก ไร้ข้อยกเว้น จ่อทำ MOU ร่วม ตำรวจ แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความปลอดภัย ยันไม่ได้ทำตามกระแส

เมื่อวันที่ 13 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารรัฐสภาแก่ผู้บริหารของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร  นายเจษ อนุกูลโภคารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักรักษาความปลอดภัย และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุม  

นายโสภณ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสภาฯมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว แต่อยากให้การปฏิบัติเข้มข้นขึ้น จึงอยากทบทวนและปรับปรุงระเบียบ รวมถึงเพิ่มมาตรการในทางปฏิบัติทั้งฝ่ายกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุม สำหรับมาตรการคัดกรองบุคคลและยานพาหนะ รถยนต์เข้าออกอาคารรัฐสภาต้องมีบัตร หรือสติกเกอร์ได้รับอนุญาต หากไม่มีต้องแจ้งภารกิจและรับการตรวจสอบล่วงหน้า รถสาธารณะ แท็กซี่ รถจักรยานยนต์ และไรเดอร์รับ-ส่งอาหาร ต้องแลกบัตรก่อนเข้า และจอดรับ-ส่งในจุดที่กำหนดเท่านั้น

ประธานรัฐสภา กล่าวอีกว่า ส่วนบุคคลเข้า-ออกทุกคนต้องติดบัตรแสดงตนอย่างชัดเจน โดยเห็นว่ารัฐสภาควรมีมาตรฐานที่ชัดเจนและบังคับใช้อย่างเป็นระบบ ไม่ควรมีการยกเว้นเป็นรายกรณีจนทำให้มาตรการรักษาความปลอดภัยขาดประสิทธิภาพ ซึ่งผู้ที่เข้าภายในอาคารรัฐสภาทุกคนต้องผ่านเครื่องสแกนเอกซเรย์ ทั้ง สส., เจ้าหน้าที่, ผู้ติดตาม และบุคคลภายนอก โดยห้ามพกอาวุธปืนเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด หากพบจะถูกยึดทันทีและแจ้งผู้บังคับบัญชา พร้อมจัดสถานที่เก็บรักษาและการรับคืนตามหลักฐานและระเบียบที่กำหนด นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ติดตามหรือบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่อนุญาตให้เข้าห้องประชุมและห้องรับรอง สส. พร้อมจัดระบบสายตรวจเดินตรวจจุดเสี่ยงหรือจุดบอดต่าง ๆ ภายในรัฐสภาเพิ่มเติม

ประธานรัฐสภา กล่าวด้วยอีกว่า หลังจากนี้เตรียมจัดทำบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานงานความปลอดภัย เพื่อให้การรับมือสถานการณ์และการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความปลอดภัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมอบหมายฝ่ายกฎหมายทบทวนระเบียบเดิมและเสนอแนวทางปรับปรุง ก่อนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ

“การยกระดับครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมตามมาตรฐานสถานที่สำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติอย่างเป็นระบบและให้รัดกุมที่สุด ไม่ได้ทำตามกระแสหรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง” นายโสภณ กล่าว

อธิบดีปกครอง สั่งสอบด่วน ปมมอบอาวุธปืนวันกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเกาะพะงัน ขีดเส้น 7 วันรายงานผล

อธิบดีปกครอง สั่งสอบด่วน ปมมอบอาวุธปืนวันกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเกาะพะงัน ขีดเส้น 7 วันรายงานผล

อธิบดีปกครอง สั่งสอบด่วน ปมมอบอาวุธปืนวันกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเกาะพะงัน ขีดเส้น 7 วันรายงานผล

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.04 น.

“อธิบดีปกครอง”สั่งสอบด่วน ปมมอบอาวุธปืนวันกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเกาะพะงัน ขีดเส้น 7 วันรายงานผล ย้ำมาตรการคุมปืนต้องเข้มงวด

13 สิงหาคม 2569 กรมการปกครอง (ปค.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีที่สื่อมวลชนเผยแพร่ภาพและข้อความเกี่ยวกับการจัดงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 134 ปี “วันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน” ในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีการนำอาวุธปืนลูกซองยาว จำนวน 5 กระบอก มาใช้เป็นของรางวัลจับสลาก มอบให้แก่ผู้โชคดีภายในงานนั้น

กรมการปกครอง ได้ให้ความสำคัญกับกรณีดังกล่าว และมีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับอาวุธปืนเป็นไปด้วยความถูกต้องตามกฎหมาย และสอดคล้องกับนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนให้มีประสิทธิภาพและรัดกุม ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการอนุญาต การซื้อขาย การครอบครอง ตลอดจนการป้องกันและปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย

โดยกรมการปกครองได้มีหนังสือด่วนที่สุดถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ระงับการมอบอาวุธปืนในงานดังกล่าว พร้อมทั้งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะการดำเนินการของนายอำเภอและเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดงานและการนำอาวุธปืนมาใช้เป็นของรางวัล

ทั้งนี้ ได้กำหนดกรอบเวลาให้จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน และรายงานผลการตรวจสอบให้กรมการปกครองทราบโดยเร็ว เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป หากพบว่ามีการกระทำใดไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หรือคำสั่งของทางราชการ จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และลงโทษอย่างเด็ดขาดต่อไป

(ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สนั่นโซเชียล เพจดังแฉ ภาพงานเลี้ยง 134 ปี ‘กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน’ แจกปืนลูกซอง)

แสวง แจงไทม์ไลน์ อดีตพนักงาน กกต.รับเงินโอน 13 ครั้ง ไม่เกี่ยวเลือก สว. เป็นเลือกตั้ง สส.ปี 66

แสวง แจงไทม์ไลน์ อดีตพนักงาน กกต.รับเงินโอน 13 ครั้ง ไม่เกี่ยวเลือก สว. เป็นเลือกตั้ง สส.ปี 66

แสวง แจงไทม์ไลน์ อดีตพนักงาน กกต.รับเงินโอน 13 ครั้ง ไม่เกี่ยวเลือก สว. เป็นเลือกตั้ง สส.ปี 66

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.47 น.

“แสวง”แจงไทม์ไลน์ อดีตพนักงาน กกต.รับเงินโอน 13 ครั้ง ไม่เกี่ยวเลือก สว. เป็นเลือกตั้ง สส.ปี 66 อยู่ในช่วงเร่งพิจารณาสำนวนให้เสร็จภายใน 1 ปี

13 สิงหาคม 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวยืนยันกรณียังมีข้อสงสัยถึงการรับโอนเงินของอดีตพนักงานสอบสวนสำนักงาน กกต.จากบุคคลใน จ.อำนาจเจริญ จำนวน 13 ครั้งรวม 860,000 บาท ระหว่างวันที่ 1 เม.ย. – 22 ก.ค.2567 ว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า เงินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการดำเนินการในสำนวนการเลือกตั้ง สส.ปี 2566 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสำนวนการเลือก สว.ปี 2567 ตามที่มีการตั้งข้อสังเกต

โดยปี 2566 การเลือกตั้ง สส.มีขึ้นในวันที่ 14 พ.ค.2566 และ กกต.ประกาศรับรองผลเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2566 ซึ่งมีเรื่องร้องเรียนหรือร้องคัดค้านเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.ที่ กกต.ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี หรือภายในวันที่ 18 มิ.ย.2567 ซึ่งการโอนเงิน 13 ครั้งนั้น ครั้งที่ 1 – 11 เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 19 เม.ย.2567 เป็นช่วงที่ยังไม่มีการเปิดรับสมัคร สว.และ กกต.อยู่ระหว่างพิจารณาสำนวนการเลือกตั้ง สส.ของ จ.อำนาจเจริญ ซึ่งยังอยู่ในกรอบเวลาการพิจารณา 1 ปี โดย กกต.มีมติให้สอบเพิ่มเติมในสำนวนดังกล่าว

สำนักงาน กกต.จึงมอบหมายให้คณะกรรมการสืบสวนส่วนกลางดำเนินการสอบเพิ่มเติม โดยมีคำสั่งมอบหมายเมื่อวันที่ 28 มี.ค.2567 และอดีตพนักงานสอบสวนที่ปรากฏเป็นข่าวเป็นหนึ่งในกรรมการสืบสวนชุดดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเวลาที่มีการโอนเงิน ส่วนการโอนครั้งที่ 12 ในวันที่ 1 มิ.ย.2567 แม้จะอยู่ในช่วงเปิดรับสมัคร สว.แล้ว แต่ยังไม่ถึงวันเลือก สว.ระดับอำเภอ และจากการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนหรือร้องคัดค้านเกี่ยวกับการเลือก สว.ใน จ.อำนาจเจริญ จนถึงวันที่มีการโอนเงินครั้งดังกล่าว ไม่ปรากฏว่ามีเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่การโอนครั้งที่ 13 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เกิดขึ้นวันที่ 22 ก.ค.2567 หลัง กกต.ประกาศผลการเลือก สว.แล้ว และในช่วงดังกล่าวมีเรื่องร้องเรียนหรือร้องคัด ค้านเกี่ยวกับการเลือก สว.ใน จ.อำนาจเจริญ แต่จากการตรวจสอบพบว่า อดีตพนักงานสอบสวนรายดังกล่าวไม่ได้รับมอบหมายหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำสำนวนคดีเลือก สว.แต่อย่างใด

นายแสวง ยังยืนยันว่า เมื่อพิจารณาจากไทม์ไลน์การเลือกตั้งทั้ง สส.และ สว.รวมถึงการมอบหมายงานและการตรวจสอบสำนวนแล้ว อดีตพนักงานสอบสวนที่ปรากฏเป็นข่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนวนการเลือก สว.และเงินที่ได้รับโอนไม่ได้เกี่ยวข้องกับสำนวนการเลือก สว.แต่เป็นการรับโอนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการในสำนวนการเลือกตั้ง สส.ปี 2566 ตามข้อเท็จจริงและช่วงเวลาที่ตรวจสอบได้

กลาโหม แจง สหรัฐตั้งโรงงานผลิตโดรนในไทย อยู่ขั้นตอนศึกษา-ประเมินความคุ้มค่า ยังไม่มีข้อตกลง 

กลาโหม แจง สหรัฐตั้งโรงงานผลิตโดรนในไทย อยู่ขั้นตอนศึกษา-ประเมินความคุ้มค่า ยังไม่มีข้อตกลง 

กลาโหม แจง สหรัฐตั้งโรงงานผลิตโดรนในไทย อยู่ขั้นตอนศึกษา-ประเมินความคุ้มค่า ยังไม่มีข้อตกลง 

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.42 น.

โฆษก กห. แจง จัดตั้งโรงงานผลิตโดรนสหรัฐฯ ในไทย อยู่ขั้นตอนศึกษา-ประเมินความคุ้มค่า ย้ำ ยังไม่มีข้อตกลง เจาะจงว่าจะต้องผลิตระบบใด

วันที่ 13 สิงหาคม 2569  ที่กระทรวงกลาโหม พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจง การเปิดให้สหรัฐตั้งโรงงานผลิตโดรนในไทยว่า จากการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ของปลัดกระทรวงกลาโหม ถือเป็นโอกาสในการรับทราบข้อมูล เยี่ยมชมเทคโนโลยี และสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่สามารถพัฒนาและรองรับเทคโนโลยีระบบไร้คนขับต้นทุนต่ำ อาทิ LUCAS ได้ 

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ยังไม่มีข้อตกลงหรือข้อผูกมัดหรือเจาะจงว่าจะต้องผลิตระบบใดระบบหนึ่งโดยตรง หรือการอนุมัติจัดตั้งโรงงานผลิตโดรนของสหรัฐฯ ในประเทศไทยแต่อย่างใด

การดำเนินการทุกอย่างยังอยู่ในขั้นศึกษารายละเอียดความเป็นไปได้ การประเมินความคุ้มค่า และกรอบการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ไทยจะได้รับประโยชน์สูงสุด

พลเรือตรี สุรสันต์ ย้ำว่า ที่ผ่านมา ไทยมีนโยบายผลักดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งเทคโนโลยีระบบไร้คนขับ (Drone/UAV) เป็นหนึ่งในแนวคิดในการพัฒนาฯ โดยรัฐบาลและกระทรวงกลาโหมให้ความสำคัญสูงสุดกับการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเพื่อเป้าหมาย “การพึ่งพาตนเองในระยะยาว”  จึงจำเป็นต้องศึกษาและเรียนรู้เทคโนโลยีจากประเทศที่มีความเชี่ยวชาญ ผ่านรูปแบบต่างๆ อาทิ นโยบายการชดเชยการนำเข้านวัตกรรม (Offset Policy) การถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) การร่วมผลิต (Co-production) ฐานการผลิต (Defense Industrial Base: DIB) และการร่วมลงทุน เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกองทัพไทยและภาคอุตสาหกรรมไทย)

กกต.เผยโฉมบัตรสีเขียว เลือกตั้ง สส.เขต 3 อุดรธานี ชิงเก้าอี้ 30 ส.ค.นี้

กกต.เผยโฉมบัตรสีเขียว เลือกตั้ง สส.เขต 3 อุดรธานี ชิงเก้าอี้ 30 ส.ค.นี้

กกต.เผยโฉมบัตรสีเขียว เลือกตั้ง สส.เขต 3 อุดรธานี ชิงเก้าอี้ 30 ส.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.36 น.

13 สิงหาคม 2569 สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ตัวอย่างบัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จ.อุดรธานี แทนตําแหน่งที่ว่าง โดยบัตรเลือกตั้ง สส.เขต 3 ครั้งนึ้ใช้สีเขียว และในบัตรมีช่องหมายเลขผู้สมัคร ช่องทำเครื่องหมาย และช่องไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด

สำหรับการเลือกตั้งซ่อมเขต 3 ประกอบด้วย อําเภอเพ็ญ , อําเภอสร้างคอม และอําเภอเมืองอุดรธานี (เฉพาะตําบลบ้านขาว) ในวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่เวลา  08.00 – 17.00 น.

ทั้งนี้ เพื่อให้การลงคะแนนเป็นไปอย่างถูกต้อง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรตรวจสอบข้อมูล ผู้สมัครที่ประกาศไว้บริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้ง พร้อมสังเกต “หมายเลขผู้สมัคร” ให้ถูกต้อง ก่อนทําเครื่องหมายลงคะแนน สามารถติดตามหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์สํานักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำอุดรธานี

– 006

กกต.มติ 5 ต่อ 2 แสวง บุญมี ผ่านประเมิน นั่งเลขาฯ ต่อถึง มี.ค.70

กกต.มติ 5 ต่อ 2 แสวง บุญมี ผ่านประเมิน นั่งเลขาฯ ต่อถึง มี.ค.70

กกต.มติ 5 ต่อ 2 แสวง บุญมี ผ่านประเมิน นั่งเลขาฯ ต่อถึง มี.ค.70

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.31 น.

กกต.มติ 5 ต่อ 2 แสวง บุญมี ผ่านประเมิน นั่งเลขาฯ ต่อถึง มี.ค.70

เมื่อวันที่ 13 ส.ค.2569 มีรายงานว่าที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการประชุมลับพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. และมีมติ 5 ต่อ 2 ให้นายแสวง  ผ่านการประเมิน ซึ่งจะมีผลให้นายแสวง ดำรงตำแหน่งเลขาธิการกกต.ต่อไปจนครบสัญญาจ้างในวันที่ 31 มี.ค.2570

ทั้งนี้ การประเมินผลการปฏิบัติงานดังกล่าว สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่ประชุม กกต. ชุดปัจจุบันได้มีมติ 5 ต่อ 2 ยกเลิกมติการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายแสวง ประจำปีงบประมาณ 2568 ที่กกต. ชุดนายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน ได้ประเมินไว้ และให้คะแนนผลการปฏิบัติงานของนายแสวงต่ำกว่าเกณฑ์ประเมินร้อยละ 60 ซึ่งถ้ากกต. ชุดปัจจุบันมีมติยืนตามกกต. ชุดที่นายอิทธิพรมีมติไว้ ก็จะทำให้นายแสวง ต้องพ้นจากตำแหน่งตามเงื่อนไขสัญญาจ้าง

แต่เนื่องจากกกต.ชุดปัจจุบันเห็นว่า ตามสัญญาจ้างกำหนดให้กกต.ที่มีอยู่เป็นผู้ประเมิน อีกทั้งในอดีตไม่เคยให้กกต.ชุดที่พ้นตำแหน่งไปแล้วทำการประเมิน กกต. ชุดปัจจุบันจึงมีมติเมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมาให้ยกเลิกผลการประเมินของกกต.ชุดที่นายอิทธิพร เป็นประธาน และ กกต.ชุดปัจจุบันจะเป็นผู้ประเมินผลการปฏิบัติงานของนายแสวงเอง ซึ่งในวันนี้ก็ได้มีการประชุมและลงมติให้ผ่านการประเมิน

รมช.กระทรวงสงครามสหรัฐฯ พบ บิ๊กดุลย์ กระชับสัมพันธ์ หารือความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ

รมช.กระทรวงสงครามสหรัฐฯ พบ บิ๊กดุลย์ กระชับสัมพันธ์ หารือความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ

รมช.กระทรวงสงครามสหรัฐฯ พบ บิ๊กดุลย์ กระชับสัมพันธ์ หารือความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.29 น.

13 สิงหาคม 2569 กระทรวงกลาโหม ได้ให้การต้อนรับ นาย Elbridge Andrew Colby (เอลบริดจ์ แอนดรูว โคลบี้) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสงครามสหรัฐอเมริกา (United States Under Secretary of War for Policy) พร้อมคณะผู้แทนระดับสูง ซึ่งเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 12 – 13 สิงหาคม 2569 เพื่อร่วมหารือและเสริมสร้างความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศระหว่างไทย – สหรัฐฯ

ในโอกาสนี้ กระทรวงกลาโหมไทย ได้จัดงานรับรองอย่างเป็นทางการ ณ ห้องมณฑาทิพย์ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ โดยมี พลเอก อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นเจ้าภาพ และมี พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เข้าร่วมในฐานะผู้แทนกองทัพบก

การเยือนครั้งนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์แนบแน่นระหว่างไทยกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะด้านความร่วมมือทางทหาร ทั้งสองฝ่ายมุ่งพัฒนากิจกรรมป้องกันประเทศเพื่อประโยชน์ร่วมกัน การเข้าร่วมงานรับรองและการดูแลคณะผู้แทนสหรัฐฯ จึงเป็นการกระชับสัมพันธ์และเปิดโอกาสขยายความร่วมมือในอนาคต

นาย Elbridge Andrew Colby เป็นนักวิชาการด้านความมั่นคง จบจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและเยล เคยดำรงตำแหน่งรองผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ด้านยุทธศาสตร์และการพัฒนากองกำลัง มีบทบาทสำคัญในการจัดทำยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสงคราม (ด้านนโยบาย) รับผิดชอบกำหนดทิศทางความร่วมมือกับพันธมิตร ซึ่งการเยือนประเทศไทยครั้งนี้มีความสำคัญต่อการเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาค

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันนี้ นาย Colby และคณะมีกำหนดเข้าพบ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือประเด็นความร่วมมือด้านความมั่นคงและการเสริมสร้างพันธมิตรไทย – สหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ก่อนที่จะออกเดินทางต่อไปยังราชอาณาจักรกัมพูชา

กลาโหม ยันเดินหน้าฝึก คอบร้าโกลด์ 2027 ตามแผนเดิม วงรอบ Light Year

กลาโหม ยันเดินหน้าฝึก คอบร้าโกลด์ 2027 ตามแผนเดิม วงรอบ Light Year

กลาโหม ยันเดินหน้าฝึก คอบร้าโกลด์ 2027 ตามแผนเดิม วงรอบ Light Year

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.14 น.

โฆษก กห. ยัน เดินหน้า ฝึกคอบร้าโกลด์ 2027 ไทย-สหรัฐ ตามแผนเดิม วงรอบ Light Year เผย “รัฐบาล” แจงชัดไร้นโยบาย ใช้เป็นเงื่อนไข แลกลดภาษี

13 ส.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจง กรณีการนำเรื่องเจรจาภาษีไปผูกกับความร่วมมือด้านความมั่นคง เช่น การฝึกคอบร้าโกลด์ว่า 
ขอยืนยัน การฝึกยังเป็นไปตามแผนการฝึกเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นไปตามที่ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาล ได้ชี้แจงว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะเอาเรื่องอื่นใดมาผูกกับการเจรจาภาษีกับสหรัฐ หรือเอามาใช้เป็นข้อต่อรอง

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า สำหรับการฝึกคอบร้าโกลด์ 2027 เป็นการฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ เป็นการฝึกทางทหารระดับพหุภาคี ระหว่างกองทัพไทย และกองกําลังสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก (USINDOPACOM) พร้อมด้วยกองทัพจากมิตรประเทศ สําหรับการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2027 ปีนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 46 ตามแผนการฝึกระยะ 6 ปี (Six Years Plan 2025-2030) 

โดยในปีนี้จัดอย์ในวงรอบการฝึกปีเว้นปีแบบ Light Year โดยมีประเทศที่เข้าร่วมการฝึก จ๋านวน 31 ประเทศ ดังนี้ ประเทศสมาชิกหลัก จํานวน 7 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย, สหรัฐฯ, สิงคโปร์, อินโดนีเชีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และมาเลเชีย ประเทศร่วมการฝึกแบบจํากัด กิจกรรม (Limited participant) จํานวน 4 ประเทศ ประกอบด้วย จีน, อินเดีย, ออสเตรเลีย และปากีสถาน ประเทศในโครงการเสนาธิการผสมส่วนเพิ่มนานาชาติ (MPAT) จํานวน 10 ประเทศ ประกอบด้วย บังกลาเทศ แคนาดา ฟิจิ ฝรั่งเศส อิตาลี มองโกเลีย เนปาล นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ และสหราชอาณาจักร ประเทศร่วมสังเกตการณ์ฝึก (COLT) จํานวน 10ประเทศ ประกอบด้วย บรูไน เยอรมนี จอร์แดน ลาว เนเธอร์แลนด์ ซาอุดีอาระเบีย สวีเดน ติมอร์-เลสเต ตุรกี และเวียดนาม โดยมีรายละเอียดการจัดกําสัง ดังนี้

หน่วยรับผิดชอบหลัก : กองบัญชาการกองทัพไทย  พื้นที่การฝึกหลัก : พื้นที่ กองทัพภาคที่3 (ทภ.3) และบริเวณอ่าวไทยตอนบน – การจัดตั้งกองอํานวยการฝึก ; จัดตั้ง บก.กกล.ผสมนานาชาติ (MNF HOs.) ณ อาคารม้าแดง กบร.กร. อ.บ้านฉาง จว.ร.ย. โดยมี ผบ.กกล.ผสมนานาชาติ (MNF CDR) จัดจาก บก.ทท.โครงสร้าง บก.กกล.ผสมนานาชาติ (MNF HOs) : ประกอบด้วย 6 กองกาลังหลัก ได้แก่

กกล.ทบ. กําลังพลฝึกหลัก จัดจาก พล.ร.4 กกล.ทร กําลังพลฝึกหลัก จัดจาก กยพ.กร. กกล.นย กําลังพลฝึกหลัก จัดจาก พล.นย กกล.ทอ กําลังพลฝึกหลัก จัดจาก ทอ กกล.อวกาศ กําลังพลฝึกหลัก จัดจาก JCC ฉก.ปพ.ร่วม/ผสม กําลังพลฝึกหลัก จัดจาก พล.รพศ.1

พล.ร.ต.สุรสันต์ ยังชี้แจง ความแตกต่างระหว่างการฝึก heavy Year กับ light Year คือ เรื่องรูปแบบการฝึกในส่วนการวางแผนของฝ่ายอำนวยการ

การฝึก Heavy year จะเป็นการฝึก แบบ command post exercise (CPX) โดยเอา scenario ของการฝึก มาบูรณาการฝึกทั้งภาคสนาม และ ภาคฝ่ายอำนวยการด้วยกัน เสมือนว่า ฝ่ายอำนวยการคิด ผู้บัญชาการตกลงใจ แล้วเอาไปปฏิบัติในสนามจริง

ส่วน light year จะเป็นการฝึกภาคสนาม และ ภาคฝ่ายอำนวยการแยกจากกัน โดย แยกเอาการฝึกฝ่ายอำนวยการ ในรูปแบบ STAFFEX มาเน้นกระบวนการแสวงข้อตกลงใจ ฝึกให้กระบวนการนี้ตกผลึก ได้เป็นแผนการปฏิบัติที่จะเอาไปใช้ต่อในปี heavy year (ที่จะเอามาทดลองใช้ในการฝึก CPX)

ส่วนเรื่องจำนวนคน และยุทโธปกรณ์ อาจมีแตกต่างกันเล็กน้อย  ไม่ได้เป็นสาระสำคัญ ระหว่าง light year กับ heavy year ครับ