AWC สานต่อ AWC Riverside Journey ด้วยจุดหมายปลายทางลักชัวรีแห่งใหม่

AWC สานต่อ AWC Riverside Journey ด้วยจุดหมายปลายทางลักชัวรีแห่งใหม่

AWC สานต่อ AWC Riverside Journey ด้วยจุดหมายปลายทางลักชัวรีแห่งใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.50 น.

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยที่มุ่งสร้างจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร เสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอจุดหมายปลายทางริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยการพัฒนาจุดหมายปลายทางด้านโรงแรมและการบริการระดับลักชัวรีแห่งใหม่ ต่อยอดแนวคิด “AWC Riverside Journey” ที่รวบรวมและเชื่อมโยงจุดหมายปลายทางและประสบการณ์หลากหลายรูปแบบตลอดเส้นทางริมแม่น้ำเจ้าพระยา หนึ่งในพื้นที่สำคัญด้านการท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของกรุงเทพฯครอบคลุมตั้งแต่ย่านประวัติศาสตร์และแลนด์มาร์กสำคัญ ไปจนถึงประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมร่วมสมัย โดยแต่ละจุดหมายปลายทาง      มีเอกลักษณ์และเรื่องราวเฉพาะตัว สะท้อนเสน่ห์ของแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนกรุงเทพฯ และผู้มาเยือนได้สัมผัสกรุงเทพฯ ผ่านมุมมองที่หลากหลาย และค้นพบคุณค่าของเมืองในมิติใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

จุดหมายปลายทางแห่งใหม่ล่าสุดของ “AWC Riverside Journey” คืออสังหาริมทรัพย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปัจจุบันใช้ชื่อว่า River Garden ตั้งอยู่ ณ หนึ่งในทำเลที่ดีที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดย AWC มีแผนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งนี้สู่โรงแรมระดับอัลตร้าลักชัวรี และมีแผนให้โรงแรมดำเนินงานภายใต้ Plaza Athénée แบรนด์โรงแรมระดับโลก ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 2,900 ล้านบาท โรงแรมสูง 18 ชั้น จำนวน 146 ห้อง พื้นที่อาคารรวมกว่า 20,000 ตารางเมตร มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2571 พร้อมนำเสนอประสบการณ์ด้านโรงแรมและการบริการระดับลักชัวรี สุขภาพ อาหารและเครื่องดื่ม และไลฟ์สไตล์ไว้ด้วยกัน

มากกว่าการรังสรรค์ประสบการณ์ในหลากหลายจุดหมายปลายทาง “AWC Riverside Journey” คือการร่วมเฉลิมฉลองแม่น้ำเจ้าพระยาในฐานะส่วนหนึ่งของชีวิตและจิตวิญญาณของกรุงเทพฯ สายน้ำที่เชื่อมโยงชุมชน การค้า และวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน โดยจุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์ทั้ง 11 แห่งของ AWC ร่วมกันร้อยเรียงเรื่องราวของกรุงเทพฯ ทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ชุมชน และวิถีชีวิต เข้ากับประสบการณ์ร่วมสมัย พร้อมแนวคิด “Co-living” lobby ที่จะช่วยเชื่อมโยงแต่ละจุดหมายปลายทางให้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเดียวกัน ผ่านพื้นที่ที่เปิดให้ผู้มาเยือนได้พบปะ พักผ่อน และสัมผัสทัศนียภาพและประสบการณ์อันโดดเด่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเมื่อ “AWC Riverside Journey” เติบโตอย่างต่อเนื่อง AWC จะร่วมสานต่อคุณค่าของแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ที่เฉลิมฉลองเรื่องราวในอดีต พร้อมส่งต่อเสน่ห์และจิตวิญญาณของสายน้ำแห่งนี้สู่คนรุ่นต่อไป

การเดินทางที่ร้อยเรียงเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ

ปัจจุบัน “AWC Riverside Journey” เชื่อมโยงประสบการณ์อันโดดเด่นหลากหลายรูปแบบตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมต่อยอดสู่จุดหมายปลายทางและประสบการณ์ใหม่ ๆ ในอนาคต โดยแต่ละจุดหมายปลายทางล้วนมีเอกลักษณ์และเติมเต็มเรื่องราวของการเดินทางในมิติที่แตกต่างกัน ตั้งแต่โรงแรมและการบริการ อาหารและเครื่องดื่ม ไลฟ์สไตล์ ศิลปวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ ไปจนถึงชุมชน เพื่อร่วมสร้างประสบการณ์การค้นพบกรุงเทพฯ ในมิติที่หลากหลายยิ่งขึ้น ผ่านสายน้ำที่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวและวิถีชีวิตของเมืองมาอย่างยาวนาน

ตลอดเส้นทางริมแม่น้ำเจ้าพระยา AWC Riverside Journey เชื่อมโยงจุดหมายปลายทางและโครงการต่างๆ ของ AWC เข้ากับย่านริมแม่น้ำและพื้นที่สำคัญทางศิลปวัฒนธรรม สะท้อนเสน่ห์และอัตลักษณ์ของกรุงเทพฯ เส้นทางนี้ทอดยาวตั้งแต่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น, The Hotel Plaza Athénée Bangkok และ The Ritz-Carlton Bangkok, The Riverside เข้ากับย่านริมแม่น้ำและพื้นที่สำคัญทางศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ ตั้งแต่ ทรงวาด เยาวราช ไปจนถึงเวิ้งนครเกษม พร้อมเชื่อมโยงแลนด์มาร์กสำคัญที่สะท้อนเรื่องราวและอัตลักษณ์ของเมือง อาทิ พระบรมมหาราชวัง วัดอรุณราชวราราม วัดโพธิ์ ปากคลองตลาด และไชน่าทาวน์ เปิดมุมมองให้ผู้คนได้สัมผัสกรุงเทพฯ ทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ชุมชน และวิถีชีวิตร่วมสมัย ผ่านการเดินทางที่เชื่อมโยงจากจุดหนึ่งสู่อีกจุดหนึ่งตลอดแม่น้ำเจ้าพระยา

จุดหมายปลายทางเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่แต่ละแห่งสำหรับการมาเยือน หากแต่ร่วมกันร้อยเรียงเป็น เส้นทางที่รังสรรค์ประสบการณ์ตลอดเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา ชวนให้ผู้คนได้สัมผัสกรุงเทพฯ ในหลากหลายมิติ ทั้งมรดกทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตร่วมสมัย ชุมชนดั้งเดิมและย่านสร้างสรรค์แห่งใหม่ ตลอดจนเอกลักษณ์เฉพาะของแม่น้ำเจ้าพระยาที่แตกต่างกันไปในแต่ละย่าน โดยหัวใจสำคัญของ “AWC Riverside Journey” คือการร่วมเฉลิมฉลองเรื่องราวและคุณค่าของเจ้าพระยาในอดีต พร้อมส่งต่อจิตวิญญาณของสายน้ำสู่อนาคตผ่านประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ยังคงเชื่อมโยงกับผู้คน สถานที่ และชุมชนที่ทำให้แม่น้ำเจ้าพระยามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ในอนาคต AWC จะต่อยอดมิติใหม่ให้กับ “AWC Riverside Journey” ผ่าน MONA Bangkok จุดหมายปลายทางแห่งใหม่ด้านศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม ควบคู่กับแผนพัฒนาโครงการเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลกข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเปิดมิติใหม่ของการเดินทาง การเชื่อมโยง และการสัมผัสเสน่ห์ของแม่น้ำเจ้าพระยาในรูปแบบที่หลากหลายยิ่งขึ้น

จุดหมายปลายทางด้านโรงแรมและการบริการระดับลักชัวรีแห่งใหม่นี้ จะเข้ามาเติมเต็ม “AWC Riverside Journey” ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยทำเลติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมผสานประสบการณ์ด้านโรงแรมและการบริการ สุขภาพ อาหารและเครื่องดื่ม และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกัน เปิดอีกหนึ่งมิติให้ผู้คนได้สัมผัสและเชื่อมโยงกับแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงชุมชนโดยรอบได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า:

“ตลอดเส้นทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ แม่น้ำเจ้าพระยาเปรียบเสมือนหัวใจของเมือง เป็นสายน้ำที่เต็มไปด้วยชีวิต เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน AWC Riverside Journey ได้รับแรงบันดาลใจจากคุณค่าและเรื่องราวเหล่านี้ ด้วยความตั้งใจที่จะร่วมถ่ายทอดเสน่ห์และคุณค่าของกรุงเทพฯ และประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักและสัมผัสได้ในระดับโลก

AWC Riverside Journey เชื่อมโยง 11 จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์ของ AWC ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ร้อยเรียงประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ชุมชน และวิถีชีวิตของกรุงเทพฯ เข้ากับประสบการณ์ที่โดดเด่นของแต่ละจุดหมายปลายทาง เพื่อเปิดมุมมองใหม่ให้ผู้คนได้สัมผัสกรุงเทพฯ ผ่านเสน่ห์ของแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมร่วมเสริมความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก”

SIRIN LANNA: Modern Heritage Fashion 2026 เปิดฉากยิ่งใหญ่ที่ ICONSIAM ยกทัพแฟชั่นล้านนาตะวันออกสู่ตลาดสากล

SIRIN LANNA: Modern Heritage Fashion 2026 เปิดฉากยิ่งใหญ่ที่ ICONSIAM  ยกทัพแฟชั่นล้านนาตะวันออกสู่ตลาดสากล

SIRIN LANNA: Modern Heritage Fashion 2026 เปิดฉากยิ่งใหญ่ที่ ICONSIAM ยกทัพแฟชั่นล้านนาตะวันออกสู่ตลาดสากล

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.28 น.

พิธีเปิด “กิจกรรมแสดงผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์พร้อมทดสอบตลาด” ภายใต้ชื่องาน SIRIN LANNA: Modern Heritage Fashion 2026 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ River Park ชั้น G ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โดยได้รับเกียรติจาก นายคุณากร คชหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ภายใต้โครงการบูรณาการ การค้า การลงทุน ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน

นายประยูร ใบยา อุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ กล่าวรายงานว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในการส่งเสริมและยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการและนักออกแบบในกลุ่มล้านนาตะวันออก และเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มล้านนาตะวันออกสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นสากล

ด้าน นายคุณากร คชหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวเปิดงานว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอและแฟชั่นเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเพิ่มมูลค่าให้กับทุนทางวัฒนธรรมของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออกที่มีความโดดเด่นด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น งานหัตถกรรม และงานย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้ ทั้งนี้ จังหวัดแพร่รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้รับมอบหมายให้เป็นจังหวัดหลักในการดำเนินโครงการนี้ โดยมุ่งหวังให้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและนักออกแบบแฟชั่น ให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการออกแบบ เทคโนโลยีดิจิทัล และการตลาดสมัยใหม่ เพื่อร่วมกันต่อยอดภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออกให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

ภายในพิธีเปิด มีการแสดงต้อนรับชุด “สี่นคราแห่งล้านนาตะวันออก” และไฮไลต์สำคัญคือ Mini Fashion Show ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ต้นแบบจาก 42 คอลเลกชันของผู้ประกอบการล้านนาตะวันออก โดยได้รับเกียรติจาก แพนเค้ก เขมนิจ ร่วมเดินแบบในโชว์ครั้งนี้ด้วย สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมงานและสื่อมวลชนที่มาร่วมบันทึกภาพเป็นจำนวนมาก

งาน SIRIN LANNA: Modern Heritage Fashion 2026 จัดแสดงผลิตภัณฑ์ต้นแบบเครื่องประดับ ผ้าทอ และผ้าทอพื้นเมืองล้านนาตะวันออก กว่า 84 ผลงาน จากฝีมือผู้ประกอบการและนักออกแบบ 84 ราย พร้อมเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าจริงกว่า 42 แบรนด์ ให้ผู้บริโภคได้เลือกชมและเลือกซื้อกันอย่างจุใจ นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการแสดงผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Lanna Exhibition) กิจกรรม Flash Sale ลุ้นนาทีทองราคาพิเศษ รวมถึงการแสดงดนตรีสดและศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออกตลอดการจัดงาน

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-14 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00-21.00 น. ณ River Park ชั้น G ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานได้ฟรีตลอดการจัดงาน

รอบ Swimsuit ดวลเดือด โซเฟีย MUTเชียงใหม่ โชว์ทักษะจักรวาล ซิวตำแหน่ง Best Performance

รอบ Swimsuit ดวลเดือด โซเฟีย MUTเชียงใหม่ โชว์ทักษะจักรวาล ซิวตำแหน่ง Best Performance

รอบ Swimsuit ดวลเดือด โซเฟีย MUTเชียงใหม่ โชว์ทักษะจักรวาล ซิวตำแหน่ง Best Performance

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.02 น.

เชียร์กันสนุกจริง สำหรับการประกวด Miss Universe Thailand 2026 รอบ Swimsuit Competition ที่จัดขึ้น ณ Montatip Hall จังหวัดอุดรธานี ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักทั้งภายในฮอลล์ และที่กำลังรับชมทาง Youtube : Grand TV  เมื่อเหล่าสาวงามผู้เข้าประกวด Miss Universe Thailand 2026 ทั้ง 77 จังหวัด  ปรากฏตัวในชุดว่ายน้ำ แสดงศักยภาพทั้งด้านความมั่นใจ บุคลิกภาพ และทักษะการเดิน การโพสต์ ที่ต้องสุดเท่านั้น โดย โซเฟีย ศศิวรารินทร์ อัศวหิรัญกานต์  มิสยูนิเวิร์สเชียงใหม่ ทำได้ดีในทุกรอบการแข่งขัน คว้าตำแหน่ง Best Performance ไปครอง เฉือนชนะ น้ำอิง MUTภูเก็ต และ รถเมล์ MUTอุบลราชธานี ไปแบบไม่ค้านสายตา

การแข่งขัน Best  Performance ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการเป็นนางงามบนเวทีจักรวาล เพราะนอกจากความสวยแล้ว เทคนิคการเดิน การโพสต์ ก็ต้องสะกดตตาคณะกรรมการและแฟนนางงาม เป็นเทคนิคที่ วีนา ปวีนา ซิงห์ รองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 74 และ  Miss Universe Thailand 2025 เน้นย้ำผู้เข้าประกวด มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2026 ทุกคน และคืนนี้ วีนา ยังรับหน้าที่พิธีกร เปิดเวทีให้การแข่งขัน Best Performance ในรอบ Swimsuit Competition ระหว่างการเก็บตัว อุดรธานี

ต้องยอมรับว่าทั้ง 77 คน ทำผลงานได้ดี ไม่มีพร่อง แต่มีเพียง 20 คนที่ได้ผ่านเข้ารอบแรก จากการตัดสินของคณะกรรมการ และ คะแนนโหวตที่ บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวด Miss Universe Thailand และ Chief Executive Officer – Miss Universe Eastern เปิดโอกาสให้ทุกคน ย้ำว่าฟาดได้ฟาด สับได้สับ ไม่อ่อม ไม่งอม และต้องโหวตให้หนัก  “ตัวเต็ง” อย่าเผลอ อย่าแผ่ว  ความสวยอาจจะสูสี แต่ Performance คือจุดสำคัญของการก้าวสู่จักรวาลเช่นกัน

สำหรับผลการคัดเลือก Top 20 Finalists – Best Performance คะแนนโหวตสูงสุด ได้แก่  MUT ภูเก็ต อุดรธานี นครราชสีมา ปทุมธานี ขอนแก่น พระนครศรีอยุธยา  สำหรับ 14 คนจากคณะกรรมการได้แก่ MUTอุบลราชธานี สกลนคร กรุงเทพมหานคร ชลบุรี เชียงใหม่ สระบุรี  นครปฐม นครพนม มหาสารคาม ยะลา ลพบุรี สิงห์บุรี สงขลา ราชบุรี

เดือดสุด!! เมื่อทั้ง 20 คนเข้าสู่รอบ Knockout Battle เพื่อคัดให้เหลือเพียง 12 คนสุดท้าย ได้แก่  MUTอุดรธานี มหาสารคาม  ยะลา นครพนม อุบลราชธานี  เชียงใหม่  ชลบุรี  ลพบุรี กรุงเทพมหานคร  สกลนคร ส่วนผลโหวตสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต   และ  นครราชสีมา จับคู่ Battle โดยคู่ที่ 1 สกลนคร กับ มหาสารคาม  คู่ที่ 2 นครราชสีมา กับ กรุงเทพมหานคร  คู่ที่ 3 ชลบุรี กับ ภูเก็ต  คู่ที่ 4 เชียงใหม่ กับ นครพนม  คู่ที่ 5 ลพบุรี กับ อุบลราชธานี  และ คู่ที่ 6 อุดรธานี กับ ยะลา  บีบหัวใจสุดๆเมื่อต้องตัดให้เหลือ  6 คนสุดท้าย ได้แก่ MUTสกลนคร กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต เชียงใหม่ อุบลราชธานี อุดรธานี และเซอร์ไพรซ์ อีก 1 ตำแน่ง  Boss Choice  คือ MUT มหาสารคาม   และ 3 คนสุดท้าย ที่มีผลงานโดดเด่นที่สุด ได้แก่ MUT ภูเก็ต อุบลราชธานี และ เชียงใหม่ ก่อน วีนา ประกาศผลผู้คว้าตำแหน่ง Best Performance  ได้แก่ MUTเชียงใหม่  โซเฟีย ศศิวรารินทร์ อัศวหิรัญกานต์   รองอันดับ 1 ได้แก่ MUT ภูเก็ต น้ำอิง สุทธิดา เอียดปู และ MUTอุบลราชธานี รถเมล์ มนัสวีร์ นิลบัวลา  

นี่แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะรางวัล Best in Swimsuit จะประกาศผลอย่างเป็นทาง บนเวทีการประกวด มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2026 รอบตัดสิน ( Final Competition) วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ที่ MGI HALL ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9  งานนี้รักใครชอบใครต้องไม่พลาดการโหวต เพื่อสนับสนุนให้พวกเธอได้ผ่านเข้าสู่รอบ Top 20 กับรางวัล Thailand’s Choice Award ผ่านเว็บไซต์ Miss Universe Thailand

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ Miss Universe Thailand 2026 ได้ที่

Facebook / Instagram / TikTok:  Miss Universe Thailand
 YouTube Channel: Grand TV
แฮชแท็กอย่างเป็นทางการ: #MissUniverseThailand2026

ก้อง สหรัถ-ซี เดชชาติ ควงคุณแม่ ร่วมแชร์เรื่องราวสุดประทับใจในงานเทศกาลหนังนานาชาติ

ก้อง สหรัถ-ซี เดชชาติ ควงคุณแม่ ร่วมแชร์เรื่องราวสุดประทับใจในงานเทศกาลหนังนานาชาติ

ก้อง สหรัถ-ซี เดชชาติ ควงคุณแม่ ร่วมแชร์เรื่องราวสุดประทับใจในงานเทศกาลหนังนานาชาติ

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.26 น.

MAMA FILM FESTIVAL เทศกาลหนังนานาชาติ “แม่ทุกเรื่อง”  จากโครงการ CINE MAMA FILM FESTIVAL ที่จัดขึ้นเนื่องในเทศกาลวันแม่แห่งชาติ ประจําปี 2569 ณ SFX CINE CENTRAL LADPRAO โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เพื่อร่วมน้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง “แม่แห่งแผ่นดิน” และส่งเสริมคุณค่าความรัก ความกตัญู  ความสําคัญของสถาบันครอบครัว และมาร่วมเฉลิมฉลองและสัมผัสกับสุดยอดเรื่องราวของ ‘แม่’ จากทั่วทุกมุมโลก ถ่ายทอดความรักของแม่ในหลากหลายมิติ ผ่านมุมมองทางวัฒนธรรมที่แตกต่าง แต่เชื่อมโยงหัวใจของทุกคนได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยผู้ชมจะได้พบกับสุดยอดภาพยนตร์คุณภาพทั้ง 6 เรื่อง พร้อมกิจกรรมนิทรรศการด้านวัฒนธรรมและภาพยนตร์ เพื่อสร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน เชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัวและใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

โดยมี ก้อง – สหรัถ พร้อม คุณแม่โสมวรรณ  สังคปรีชา , ซี – เดชชาติ พร้อม คุณแม่ชัญญา แซ่ตั้ง เข้าร่วมงาน พูดคุยถึงมุมมองความรักความผูกพันในครอบครัว เรื่องราวสุดประทับใจ  บทบาทความเป็นแม่ ความภาคภูมิใจที่มีต่อลูกชายทั้ง 2 พร้อมโชว์มินิคอนเสิร์ตให้แฟนๆในงานได้ชมกันก่อนจะ ไปอบอุ่นหัวใจกันกับการชมภาพยนตร์ ทั้ง 6 เรื่อง

ในเทศกาลนี้ ผู้ชมจะได้พบกับสุดยอดภาพยนตร์คุณภาพทั้ง 6 เรื่อง ได้แก่

1. น้ำพุ— ภาพยนตร์ไทยคลาสสิกทรงคุณค่าระดับตำนาน

2. All About My Mother — ภาพยนตร์ดราม่าการันตีรางวัลระดับโลกจากประเทศสเปน

3. Sheep in the Box — ภาพยนตร์จากประเทศญี่ปุ่น

4. Kim Ji-young : Born 1982 — ภาพยนตร์ดราม่าสะท้ อนสังคมและบทบาทความเป็นแม่จากเกาหลีใต้

5. If I Had Legs I’d Kick You — ภาพยนตร์คุณภาพจากประเทศสหรัฐอเมริกา

6. Tokyo Tower: Mom and Me and Sometimes Dad — ภาพยนตร์สุดซาบซึ้งใจจากประเทศญี่ปุ่น

MAMA FILM FESTIVAL เทศกาลหนังนานาชาติ “แม่ทุกเรื่อง”  จากโครงการ CINE MAMA FILM FESTIVAL จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 16 สิงหาคมนี้ ณ โรงภาพยนตร์ที่ 5 SFX Cinema Central Ladprao

สามารถติดตามรายละเอียดตารางรอบฉาย รวมถึงวิธีการการสำรองที่

นั่ง ได้ทาง Facebook / IG / X ของ Charmillion (ชาร์มิลเลียน)

BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2026 – BKKIFF ยกระดับเทศกาลภาพยนตร์ไทยสู่เวทีสากล

BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2026 – BKKIFF ยกระดับเทศกาลภาพยนตร์ไทยสู่เวทีสากล

BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2026 – BKKIFF ยกระดับเทศกาลภาพยนตร์ไทยสู่เวทีสากล

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.02 น.

สมาคมเทคนิค ไทยแลป ฟิล์มภาพยนตร์ ได้เปิดตัว เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 (Bangkok International Film Festival 2026: BKKIFF 2026)
อย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการวางรากฐานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติของประเทศไทยให้มีความต่อเนื่อง ชัดเจน และเป็นที่จดจำบนปฏิทินอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก โดยเทศกาลฯ มุ่งพัฒนา BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL ให้เป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับการจัดฉายภาพยนตร์ แต่เป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้สร้าง ผลงาน บุคลากร และเครือข่ายอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือและการต่อยอดทางธุรกิจในอนาคต จากประเทศไทยเข้าสู่เครือข่ายอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับนานาชาติ พร้อมสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยน ความร่วมมือ และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจระหว่างบุคลากรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากทั่วโลก โดยมีกำหนดจัดเทศกาลระหว่างวันที่ 13–27 กันยายน 2569

นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมีความพร้อมและศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญบนเวทีนานาชาติ เราเชื่อว่าความสามารถของบุคลากรไทย ทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในสายงานภาพยนตร์ สามารถแข่งขันและทัดเทียม นานาประเทศได้ หากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและมีเวทีที่เปิดโอกาสให้ศักยภาพเหล่านี้ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ การสนับสนุนในครั้งนี้จึงมุ่งสร้างพื้นที่ให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยได้รับการมองเห็นในวงกว้าง
ผ่าน Bangkok International Film Festival 2026 ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงนำภาพยนตร์จากนานาประเทศมาพบกับผู้ชมในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอความสามารถของผู้สร้าง บุคลากร และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่สายตานานาชาติ สร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นให้แก่เครือข่ายอุตสาหกรรมจากทั่วโลก พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยน ความร่วมมือ และการต่อยอดในมิติต่าง ๆ ที่จะช่วยขยายบทบาทของประเทศไทยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก เรามุ่งหวังให้ความต่อเนื่องของเทศกาลสามารถผลักดันกรุงเทพฯ ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญบนปฏิทินภาพยนตร์นานาชาติ และเป็นจุดหมายที่ผู้สร้างและคนในอุตสาหกรรมจากทั่วโลกนึกถึงเมื่อมองหาโอกาสในการเชื่อมโยงกับภูมิภาคนี้ ก่อนต่อยอดไปสู่เป้าหมายระยะยาวในการวางบทบาทของประเทศไทยให้เป็น Film Industry Hubหรือศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างแข็งแกร่งและได้รับการยอมรับในระดับสากล

ดรสะรณ โกวิทวณิชชา Festival Director, Bangkok International Film Festival 2026กล่าวว่า การกลับมาของ Bangkok International Film Festival 2026 ในปีนี้ ไม่ใช่เพียงการกลับมาจัดเทศกาลอีกครั้ง แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อสร้างบทบาทของเทศกาลให้มีความชัดเจนบนเวทีอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลกเราต้องการให้ผู้สร้างและคนในวงการรับรู้ว่า ในทุกปีกรุงเทพฯ จะมีช่วงเวลาสำคัญที่ทุกคนสามารถนำภาพยนตร์และโอกาสใหม่ ๆ เข้ามาเชื่อมโยงและต่อยอดร่วมกันได้ ขณะเดียวกัน เทศกาลยังเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการจัดงานอย่างจริงจัง เพื่อให้ Bangkok International Film Festival เติบโตอย่างต่อเนื่องและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันเทศกาลให้ก้าวสู่ มาตรฐาน FIAPF A-List ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และหากสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้จะถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีเทศกาลภาพยนตร์ในระดับดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับ BKKIFF ให้เทียบเคียงเทศกาลภาพยนตร์ชั้นนำของโลก ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายความร่วมมือกับเทศกาลและองค์กรภาพยนตร์ชั้นนำจากนานาประเทศนอกจากนี้เทศกาลฯ ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง “ผู้คน” ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ไม่เพียงแต่สร้างความร่วมมือ
ระหว่างเทศกาลหรือเชื่อมโยงภาพยนตร์เข้าสู่ตลาดเท่านั้น แต่ยังมุ่งเปิดโอกาสให้ Rising Star หรือนักแสดงดาวรุ่งที่มีศักยภาพจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ได้พบปะกับผู้สร้าง ผู้ผลิต และบุคลากรในอุตสาหกรรมจากนานาประเทศเพื่อสร้างเครือข่าย ต่อยอดโอกาสในการทำงาน และเปิดเส้นทางสู่เวทีนานาชาติ พร้อมผลักดันให้กรุงเทพฯเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญในการนำเสนอศักยภาพของบุคลากรรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เอเชีย

อนันดา แมทธิว เอเวอริงแฮม Festival Ambassador, Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่า สิ่งที่จะทำให้เทศกาลเติบโตได้อย่างแท้จริงคือ “ความต่อเนื่อง” เพราะเมื่อเทศกาลเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ผู้สร้าง ผู้ชม และคนในอุตสาหกรรมจะเริ่มจดจำ เกิดความเชื่อมั่น และสามารถวางแผนที่จะกลับมาเชื่อมโยงและทำงานร่วมกับเราได้ ความต่อเนื่องจึงไม่ใช่แค่กาจัดงานให้เกิดขึ้นทุกปี แต่คือการค่อย ๆ สร้างเครือข่าย ความสัมพันธ์ และโอกาสใหม่ ๆให้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย สิ่งที่เราอยากเห็นคือ Bangkok International Film Festivalเติบโตควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย และกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจากทั่วโลกอยากกลับมาพบปะ แลกเปลี่ยนและสร้างความร่วมมือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการขับเคลื่อนเทศกาลฯ ในแต่ละปีเกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมวิชาชีพ ตลอดจนเครือข่ายและบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่ร่วมกันผลักดันให้เทศกาลฯ
เป็นพื้นที่ซึ่งสร้างผลลัพธ์ได้ทั้งในมิติของศิลปะ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และธุรกิจ เพราะเทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติไม่ได้เติบโตจากความสำเร็จของการจัดงานเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ จนสามารถสร้างการรับรู้ ความเชื่อมั่น และความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้สร้าง พันธมิตร และเครือข่ายอุตสาหกรรมจากทั่วโลก Bangkok International Film Festival 2026 จึงไม่ใช่เพียงการกลับมาของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานครเป็นครั้งที่ 9 แต่คืออีกก้าวสำคัญของการวางรากฐานระยะยาว เพื่อผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นหนึ่งในจุดนัดพบสำคัญ

ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เชื่อมโยงเรื่องราว ผู้คน ผลงาน ตลาด และโอกาสจากทั่วโลก พร้อมเปิดพื้นที่ให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยได้แสดงศักยภาพ เชื่อมต่อกับเครือข่ายนานาชาติ และต่อยอดไปสู่ความร่วมมือใหม่ ๆในอนาคต

ภูมิภัทร ถาวรศิริ Festival Ambassador, Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่าเทศกาลภาพยนตร์ที่แข็งแรงไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่ที่ผู้ชมมาดูภาพยนตร์ แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้ชมได้เห็นว่าเบื้องหลังภาพยนตร์หนึ่งเรื่องประกอบด้วยผู้คน ความคิดสร้างสรรค์ กระบวนการทำงาน และองค์ประกอบอีกมากมายที่ร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่คนในวงการได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างโอกาสใหม่ ๆสิ่งสำคัญของเทศกาลฯ คือการทำให้ทั้งผู้ชมและผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศได้เห็นว่า ศักยภาพของประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงที่เรื่องราวหรือสถานที่ที่น่าสนใจ แต่ยังอยู่ที่ “คนไทย” ซึ่งมีทั้งความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ ประสบการณ์และความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ผู้กำกับ นักแสดง ผู้สร้าง นักเขียนบท ไปจนถึงบุคลากรเบื้องหลังในสาขาต่าง ๆ ที่ล้วนเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ในปีนี้ เทศกาลฯ จึงให้ความสำคัญกับการนำเสนอศักยภาพของบุคลากรไทยควบคู่ไปกับความพร้อมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างครบวงจรผ่านการพบปะกับผู้สร้าง การสัมมนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อเปิดให้ทั้งผู้ชมและผู้เข้าร่วมจากนานาชาติได้เห็นศักยภาพของคนไทยผ่านผลงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการทำงานจริง เทศกาลฯ จึงไม่ได้มุ่งเพียงนำภาพยนตร์จากทั่วโลกมาจัดฉายในประเทศไทยแต่ต้องการให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ชมได้เข้าใกล้โลกของภาพยนตร์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้บุคลากรไทยได้แสดงศักยภาพ เชื่อมโยงกับเครือข่ายอุตสาหกรรมจากนานาชาติ และต่อยอดไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ที่จะร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เติบโตต่อไป

สนามแข่งหรือสนามรัก ณเดชน์ ถอดเสื้อโชว์กล้ามแน่น ทุบสถิติ HYROX ด้าน ญาญ่า จูบรางวัลสุดหวาน

สนามแข่งหรือสนามรัก ณเดชน์ ถอดเสื้อโชว์กล้ามแน่น ทุบสถิติ HYROX ด้าน ญาญ่า จูบรางวัลสุดหวาน

สนามแข่งหรือสนามรัก ณเดชน์ ถอดเสื้อโชว์กล้ามแน่น ทุบสถิติ HYROX ด้าน ญาญ่า จูบรางวัลสุดหวาน

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.06 น.

เรียกเสียงกรี๊ดจนศูนย์สิริกิติ์แทบแตก! เมื่อพระเอกหนุ่มสายฟิต ‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’ หวนคืนสนามทดสอบความอึดระดับโลก HYROX Bangkok 2026 ในประเภทชายเดี่ยว งานนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะเจ้าตัวเล่นซุ่มซ้อมมาอย่างหนัก โชว์ฟิตวิ่งสปีดดุดัน เข้าสถานี Workout แบบโหดจัดเต็มไม่มีแผ่ว จนสามารถทำลายสถิติเดิมของตัวเอง สับเข้าเส้นชัยไปด้วยเวลาสุดจึ้ง 1 ชั่วโมง 16 นาที 59 วินาที! ทำเอาแฟนคลับยกป้ายไฟซูฮกในความวินัยขั้นเทพ

แต่ไฮไลต์เด็ดที่ทำเอาคนทั้งสนามและชาวเน็ตตาค้างยิ่งกว่ากล้ามแน่นๆ ของหนุ่มณเดชน์ ก็คือกองเชียร์ VIP ขอบสนามอย่าง ‘ญาญ่า อุรัสยา’ ที่คอยส่งเสียงเชียร์สามีสุดพลังตลอดการแข่งขัน และเมื่อวินาทีสปีดเข้าเส้นชัยมาถึง สาวญาญ่าก็ไม่รอช้า มอบรางวัลชีสเดย์เขย่าขวัญคนโสด ด้วยการ ประทับจูบฟอดใหญ่ เติมพลังใจให้หวานใจแบบฉ่ำๆ ช็อตนี้บอกเลยว่าฆ่าได้ฆ่า ใครโสดอยู่มีตายเรียบ!นอกจากจะสร้าง Personal Best ในการแข่งขันแล้ว หนุ่มณเดชน์ยังสร้าง Personal Best ด้านความหวาน แบบทุบสถิติรักหวานฉ่ำกันกลางสนามแข่งไปอีก งานนี้เหรียญรางวัลจะสำคัญแค่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่า “รางวัลข้างสนาม” นุ่มฟู และหวานกลบกลิ่นเหงื่อไปหมดแล้วจ้า!

เด็กไทยผ่านเข้าสู่รอบ Live Show AGT 2026 และผู้สร้างปรากฏการณ์ Golden Buzzer

เด็กไทยผ่านเข้าสู่รอบ Live Show AGT 2026 และผู้สร้างปรากฏการณ์ Golden Buzzer

เด็กไทยผ่านเข้าสู่รอบ Live Show AGT 2026 และผู้สร้างปรากฏการณ์ Golden Buzzer

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

จากกระแสสาวน้อยร็อกสตาร์ชาวไทย วัย 16 ปี ที่สร้างปรากฎการณ์บนเวทีระดับโลก อย่าง America’s Got Talent 2026 (AGT 2026) นำความสามารถทางดนตรีไปคว้าใจกรรมการและผู้ชมทั่วโลก จนเข้าสู่รอบการแสดงสด Live Show เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังของศิลปินไทยที่ก้าวไปสู่มาตรฐานสากล 

ในขณะที่เรากำลังชื่นชมความสำเร็จของโชว์ระดับโลกผ่านหน้าจอโทรทัศน์ Bangkok’s 28th International Festival of Dance & Music ก็ได้เปิดโอกาสให้ชาวไทยได้สัมผัสกับมาตรฐานความยิ่งใหญ่ระดับเดียวกันนี้ด้วยตาตนเอง ผ่านการนำเสนอโชว์ Murmuration Level 2 ผลงานการออกแบบของ Sadeck Berrabah ศิลปินและนักออกแบบท่าเต้นชื่อดังชาวฝรั่งเศส ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคณะนักเต้นที่เคยคว้าปุ่ม Golden Buzzer และทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในรายการ AGT ซีซัน 18 

โชว์ชุดนี้โดดเด่นด้วยคอนเซปต์ ภาพลวงตาที่มีชีวิต (Live Optical Illusion) ซึ่งใช้นักเต้นกว่า 34 ชีวิต เคลื่อนไหวร่างกายและจัดระเบียบแขนมือแบบเรขาคณิตด้วยความพร้อมเพรียงและแม่นยำระดับมิลลิเมตร การแสดงชุดนี้กวาดคำชมมาแล้วทั่วโลกและมียอดจำหน่ายบัตรหมดเกลี้ยง (Sold Out) ในทุกประเทศที่ไปเปิดการแสดง

การมาเยือนประเทศไทยของ Murmuration Level 2 สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Bangkok Festivals 2026 ที่ต้องการยกระดับสุนทรียภาพและเปิดประสบการณ์ให้ผู้ชมชาวไทยได้สัมผัสกับ Performance ระดับโลกในมุมมองเดียวกับที่กรรมการและผู้ชม AGT เคยตื่นตะลึง นับเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าศิลปะการแสดงชั้นยอดสามารถสร้างแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงผู้คนเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้พรมแดน

เตรียมตัวสัมผัสความมหัศจรรย์ของการเคลื่อนไหวร่างกายกับโชว์ Murmuration Level 2 ซึ่งจะจัดแสดงในวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ณเดชน์ ประเดิม HYROX วันแรก จบชายเดี่ยวด้วยเวลา 1:16:59 ชั่วโมง ญาญ่า เชียร์ติดขอบสนาม

ณเดชน์ ประเดิม HYROX วันแรก จบชายเดี่ยวด้วยเวลา 1:16:59 ชั่วโมง ญาญ่า เชียร์ติดขอบสนาม

ณเดชน์ ประเดิม HYROX วันแรก จบชายเดี่ยวด้วยเวลา 1:16:59 ชั่วโมง ญาญ่า เชียร์ติดขอบสนาม

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 20.11 น.

ณเดชน์ ลุย HYROX Bangkok ประเดิมวันแรก จบชายเดี่ยวด้วยเวลา 1:16:59 ชั่วโมง ญาญ่า คอยเชียร์ตลอดการแข่งขัน

กลับมาอีกครั้ง สำหรับ HYROX ที่เรียกว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาในสมัยนี้ สำหรับปีนี้ HYROX Bangkok 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 13-16 ส.ค.2569 โดยหนึ่งในไฮไลต์วันแรก คือการลงแข่งขันประเภทชายเดี่ยวของ ณเดชน์ คูกิมิยะ นักแสดงชื่อดัง ที่กลับมาท้าทายตัวเองในสนามนี้อีกครั้ง หลังเคยผ่านการแข่งขันมาแล้วเมื่อต้นปี

ครั้งนี้ ณเดช มาในลุคมาดเข้ม พร้อมแสดงให้เห็นถึงการเตรียมร่างกายมาอย่างดี ก่อนผ่านทั้งการวิ่ง และ Workout ครบทุกสถานี เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 16 นาที 59 วินาที

ทั้งนี้ มีภรรยาสาวสุดสวย อย่าง ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ ซูเปอร์สตาร์สาวชื่อดัง มาส่งเสียงเชียร์สุดลำคอ พร้อมทั้งเก็บภาพ และคลิปวิดีโอมาแบ่งปันความแน่นของกล้ามพี่แบร์ให้แฟนคลับได้กรี๊ด พร้อมให้กำลังสามีตลอดการแข่งขันด้วย

ก้องเกียรติ อ่วม! กกต.ชงศาล รธน.ฟันใบแดง-อาญา ปมรู้อยู่แล้วแต่ยังดึงดัน ลงเลือกตั้งซ่อมนครศรีฯ ปี 68

ก้องเกียรติ อ่วม! กกต.ชงศาล รธน.ฟันใบแดง-อาญา ปมรู้อยู่แล้วแต่ยังดึงดัน ลงเลือกตั้งซ่อมนครศรีฯ ปี 68

ก้องเกียรติ อ่วม! กกต.ชงศาล รธน.ฟันใบแดง-อาญา ปมรู้อยู่แล้วแต่ยังดึงดัน ลงเลือกตั้งซ่อมนครศรีฯ ปี 68

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 19.08 น.

13 สิงหาคม 2569 เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต.กรณี นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัครและผู้ได้รับเลือกตั้ง สส.นครศรีธรรมราช โดยมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายก้องเกียรติ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.2561 มาตรา 54 พร้อมให้ดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 151 ประกอบมาตรา 42 (12) และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการเลือกตั้ง สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 แทนตำแหน่งที่ว่าง หลัง นางมุกดาวรรณ เลื่องศรีนิล อดีต สส.พรรคภูมิใจไทย ถูกศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี กกต.ตรวจสอบพบว่า นายก้องเกียรติ ซึ่งได้รับเลือกตั้งเข้ามา เคยถูกศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี พิพากษาถึงที่สุดในปี 2542 ในคดีลักทรัพย์ โดยศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี และปรับ ก่อนลดโทษเหลือจำคุก 6 เดือน และปรับ พร้อมรอการลงโทษจำคุก 2 ปี คดีดังกล่าวทำให้นายก้องเกียรติ มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สส.ตามรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.มาตรา 42 (12)

และในการลงสมัครเมื่อวันที่ 4 เม.ย.2568 นายก้องเกียรติ ได้ลงลายมือชื่อรับรองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม จึงเข้าข่ายมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า นายก้องเกียรติ รู้อยู่แล้วว่าตนเองมีลักษณะต้องห้าม แต่ยังสมัครรับเลือกตั้ง อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.มาตรา 151 ประกอบมาตรา 42 (12) รวมถึงเข้าข่ายแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 13 ส่งผลให้การเลือกตั้ง สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนายก้องเกียรติ ซึ่งเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

– 006

เลขาฯสภาพัฒน์ ออกโรงโต้! ปัดสร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด ดึงน้ำรับดาต้าเซนเตอร์ บอกไม่เกี่ยวกันเลย

เลขาฯสภาพัฒน์ ออกโรงโต้! ปัดสร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด ดึงน้ำรับดาต้าเซนเตอร์ บอกไม่เกี่ยวกันเลย

เลขาฯสภาพัฒน์ ออกโรงโต้! ปัดสร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด ดึงน้ำรับดาต้าเซนเตอร์ บอกไม่เกี่ยวกันเลย

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 18.42 น.

13 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ว่า นายกฯ เรียกตนให้มาคุยเรื่องงาน โดยเฉพาะเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ ไม่มีเรื่องการเจรจาภาษีสหรัฐฯ แต่อย่างใด โดยเป็นการหารือเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ และอีก 2 – 3 เรื่อง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงปลายของโครงการไทยช่วยไทยพลัส จะต้องมีโครงการอื่นเข้ามาเติมหรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า เป็นหนึ่งในเรื่องที่นายกฯเรียกตนมาพบ เพื่อให้ช่วยประสานเร่งโครงการที่เกี่ยวข้องกับชลประทาน ที่เป็นโครงการใหญ่ๆ ทั้งโครงการเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ชัยนาท-ป่าสัก ป่าสัก-อ่าวไทย ที่จะต้องแก้ปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมในระยะยาว ปัจจุบันทั้งสองโครงการผ่านบอร์ดสภาพัฒน์ฯมาแล้ว แต่อยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังประมวลเรื่องเพื่อจะนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกฯ ฝากให้ตนไปช่วยประสาน ซึ่งทั้ง 2 โครงการมีกรอบวงเงินรวมกัน 2 แสนกว่าล้านบาท โดยจะใช้งบประมาณในส่วนของเงินกู้จากธนาคารโลก หรือธนาคารพัฒนาเอเชีย ส่วนโครงการด้านเศรษฐกิจ มี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คอยดูอยู่แล้ว ขณะที่เรื่องการลงทุนทั้งหลายรัฐต้องดูว่า โครงการไหนที่สำคัญ และให้เร่งออกมา

เมื่อถามถึงกรณีมีการคัดค้านโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด จ.จันทบุรี นายดนุชา กล่าวว่า ไม่ได้มีการคุยเรื่องนี้ แต่ยอมรับว่า เรื่องนี้มีทั้งบวกและลบ แต่ต้องไปดูว่าจะมีมาตรการลดผลกระทบอย่างไร ส่วนสามารถเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ เช่น ลดขนาดพื้นที่ได้หรือไม่นั้น ในทางเทคนิคตนไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม ตนเห็นในโซเชียลมีเดียมีการพูดถึงโครงการดังกล่าวกับเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกัน แต่ยอมรับว่า ในภาคตะวันออกเรื่องน้ำถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพยามเชื่อมอ่างเก็บน้ำหลายอ่างเพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม รวมถึงภาคครัวเรือน และหากตรวจสอบดูจะรู้ว่า พื้นที่การเพาะปลูกทุเรียนมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก จากที่เราส่งออกไปเยอะทำให้ชาวบ้านปลูกกันมากขึ้น และปฏิเสธไม่ได้ว่านอกจากดาต้าเซ็นเตอร์ พื้นที่ดังกล่าวยังมีอุตสาหกรรมอีกหลายอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศอยู่ ต้องชั่งน้ำหนักกันให้ดี ส่วนที่ไปพูดกันในโซเชียลมีเดียว่าจะเอาน้ำไปให้ดาต้าเซ็นเตอร์นั้น ขอปฏิเสธว่าไม่ใช่ และไม่เข้าใจว่าไปออกลูกนั้นได้อย่างไร ตนไม่อยากจะไปวิจารณ์อะไร แต่เรื่องพวกนี้ต้องดูให้ดี