‘ไฮโซกี้’ ทำเซอร์ไพรส์ คุกเข่าขอนางเอกสาว ‘มินนี่’ แต่งงาน ชมคลิป

‘ไฮโซกี้’ ทำเซอร์ไพรส์ คุกเข่าขอนางเอกสาว ‘มินนี่’ แต่งงาน ชมคลิป

‘ไฮโซกี้’ ทำเซอร์ไพรส์ คุกเข่าขอนางเอกสาว ‘มินนี่’ แต่งงาน ชมคลิป

วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.21 น.

ทะเลหวานฉ่ำระดับน้ำตาลพุ่ง เมื่อนางเอกสาวหน้าเก๋ มินนี่ ภัณฑิรา กลายเป็นว่าที่เจ้าสาวคนล่าสุด หลังแฟนหนุ่มนักธุรกิจ ไฮโซกี้ สราวุธ จัดเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่ไฟกะพริบ คุกเข่าขอแต่งงานท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกกลางเรือหรู โดยมีฉากหลังเป็นพระอาทิตย์ตกดินที่สุดแสนจะเพอร์เฟกต์

งานนี้ความพีคมันอยู่ที่เบื้องหลัง เพราะ ไฮโซกี้ แอบเผยความลับสุดเสียวไส้ว่า ได้พกแหวนเพชรเม็ดโตเท่าตึกติดตัวไปด้วยทุกที่แบบเงียบเชียบที่สุด เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นตอนที่สาวมินนี่กำลังหลับปุ๋ยบนรถตู้ ไฮโซกี้ก็แอบหยิบแหวนขึ้นมาโชว์หน้ากล้องใกล้ ๆ ชนิดที่ว่าห่างแค่เพียงเอื้อมมือแต่มินนี่ก็ไม่รู้ตัว นอกจากนี้ยังมีโมเมนต์เดินในสนามบิน และอีกหลายสถานที่ที่ไฮโซกี้แอบซ่อนแหวนไว้ในมือตลอดเวลา เรียกว่าเป็นภารกิจลับระดับชาติที่ลุ้นกันตัวโก่งว่าความจะแตกก่อนเซอร์ไพรส์ไหม

ไฮโซกี้

สุดท้ายความพยายามก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อถึงจังหวะล่องเรือหรูชมวิวสวย ไฮโซกี้ไม่รอช้าคุกเข่าลงต่อหน้าสาวมินนี่ พร้อมโชว์แหวนเพชรน้ำงามที่แอบพกมานาน ทำเอาฝ่ายหญิงถึงกับช็อกและตื้นตันใจสุด ๆ ก่อนจะตอบตกลงเซย์เยสพร้อมรอยยิ้มสดใส โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพโมเมนต์ประวัติศาสตร์นี้ลงโซเชียลพร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า “Forever starts with YES”

ไฮโซกี้

หลังจากข่าวดีนี้แพร่ออกไป เหล่าเพื่อนพ้องในวงการและแฟนคลับต่างเข้ามาแสดงความยินดีกันจนไอจีแทบแตก แถมยังอดแซวไม่ได้กับความใจเด็ดของไฮโซกี้ที่กล้าพกแหวนราคาแพงหูฉี่เดินไปเดินมาแบบนั้น เช่น

“Congrats na kubb”

“เอ้ยยย ยินดีด้วยมินนี่ พี่กี้ด้วยครับบบบบบ”

“5555555555555ตอนซื้อโตเกียว เกือบบบ”

“ว้ายย เจ่เจ๊!!! Congrats nakabbbbbb”

“Congratulations kaaa woohooo”

“ยินดีด้วยค่าาา”

“I’m happy for you”

“Congrats naaaa”

“พี่กี้นักคอนเท้นตัวน้อย”

“Congrats naaaaa”

ไฮโซกี้
ไฮโซกี้
ไฮโซกี้
ไฮโซกี้
ไฮโซกี้

>>> ชมคลิป คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม @sarawut_ki_official, อินสตาแกรม @mintira.q

เปิดโผ ครม.อนุทิน 2 ไร้เงา พปชร. รอลุ้นอีก 1 ชื่อยังไม่เคาะ

เปิดโผ ครม.อนุทิน 2 ไร้เงา พปชร. รอลุ้นอีก 1 ชื่อยังไม่เคาะ

เปิดโผ ครม.อนุทิน 2 ไร้เงา พปชร. รอลุ้นอีก 1 ชื่อยังไม่เคาะ

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.23 น.

เปิด 35 ชื่อ”ครม.อนุทิน 2″ ไร้เงา”พปชร.” รอลุ้นอีก 1 ชื่อยังไม่เคาะ เผยเหตุ”บวรศักดิ์”ไม่ได้ไปต่อ มติ”กก.บห.ภูมิใจไทย”ไม่ได้เสนอชื่อ

23 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีในรัฐบาล “อนุทิน 2” ล่าสุดลงตัวในรายชื่อทั้ง 35 คน ประกอบด้วย

1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
2. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
3. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
4. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
5. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

6.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
7. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
8. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
9. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
10. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

11. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
12. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
13. พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
14. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
15. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

16. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
17. นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
18. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
19. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
20. นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

21. นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
22. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
23. นางสาวแนน บุญย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
24. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
25. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

26. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
27. นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
28. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
29. พลตำรวจตรี รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
30. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

31. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
32. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
33. นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
34. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
35. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ว่าที่รัฐมนตรีได้ทยอยส่งประวัติตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามแล้ว ซึ่งหากใครไม่ผ่าน ก็มีรายชื่อสำรอง ส่งไปตรวจสอบประวัติแล้วด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากจำนวนสัดส่วนรัฐมนตรีที่จะมีได้ทั้งหมด 36 คน ยังเหลืออีก 1 ตำแหน่งที่รอเคาะ และรอความชัดเจนว่าจะมีหรือไม่ เพราะมีการเสนอรายชื่อไปเกินจำนวนแล้ว

อย่างไรก็ตาม กรณี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้มีชื่อนั้น เกิดจากเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้พิจารณาเสนอบุคคลไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตามข้อบังคับของพรรค ซึ่งไม่ปรากฏชื่อนายบวรศักดิ์ และพรรคได้มีการแจ้งไปยังนายบวรศักดิ์ ให้ทราบแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา

เช็กได้เลย! ทบ.เปิดยอดความต้องการเกณฑ์ทหาร พร้อมสิทธิประโยชน์

เช็กได้เลย! ทบ.เปิดยอดความต้องการเกณฑ์ทหาร พร้อมสิทธิประโยชน์

เช็กได้เลย! ทบ.เปิดยอดความต้องการเกณฑ์ทหาร พร้อมสิทธิประโยชน์

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.49 น.

ทบ.เปิดยอดความต้องการเกณฑ์ทหารปี 69 จำนวน 84,380 นาย สมัครออนไลน์แล้ว 22,062นาย เกณฑ์จริง 62,318 นาย พร้อมสิทธิประโยชน์ 11,000 บาท/เดือน ตรวจสุขภาพจิตครูฝึก ควบคุมมาตรการลงโทษ พร้อมปลดล็อกเหยื่อบัญชีม้า

23 มีนาคม 2569 ที่สโมสรทหารบก กองบัญชาการกองทัพบก การแถลงตัวเลือกทหารกองเงินเข้ารับราชการทหารกองประจําการประจําปี 2569 ระหว่างวันที่ 1 – 12 เม.ย.(ยกเว้น 6 เม.ย.)

พล.ต.สมพล ปะละไทย รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน กล่าาว่า ชายไทยที่จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินที่มีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ เกิดในปี 2548 ทหารกองเกินมีอายุ 22 ปี ถึง 29 ปีบริบูรณ์ พ.ศ.2540 ถึง พ.ศ.2547 ที่ยังไม่เคยเข้ารับราชการตรวจเลือก คนที่ได้รับการผ่อนผันหรือคนที่ผลการตรวจเลือกเมื่อปีที่ผ่านมาไม่แล้วเสร็จทุกกรณี ในปีนี้ มีทหารกองเงินที่ต้องเข้ารับการตรวจเลิกจำนวน 477,435 นาย ยอดความต้องการเข้ากองประจำการจํานวน 84,380 นาย มีผู้สมัครทหารออนไลน์ไปแล้ว 22,062 นาย เหลือยอดเกณฑ์ 62,318 นาย กองทัพบก มีความต้องการ 42,926 นาย กองทัพเรือ 11,101 นาย กองทัพอากาศ 6,704 นาย สํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 770 นาย กองทัพไทย 817 นาย

ปีนี้การจัดสถานที่ตรวจเลือกกําหนดให้พิจารณาพื้นที่ที่มีความเหมาะสม เพื่อให้การตรวจเลือกเป็นไปด้วยความสะดวก ราบรื่น จัดให้มีช่องทางเร่งด่วน สําหรับทหารกองเกินที่ป่วยหรือทุพพลภาพ หรือผู้ที่ร้องขอเป็นทหารกองประจําการ รวมถึงผู้ที่ของผ่อนผัน เพื่ออํานวยความสะดวกลดขั้นตอนการตรวจเลือก พร้อมยืนยันว่า การตรวจเลือกจะเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ตามนโยบายของ ผบ.ทบ.

ด้าน พล.ท.เกรียงชัย ประสงค์สุกาญจน์ เจ้ากรมแพทย์ทหารบก กล่าวต่อว่า โรงพยาบาล 37 แห่งสังกัดกองทัพบก จะบูรณาการวางระบบการดูแลสุขภาพทหารใหม่ทุกมิติ ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยมีสาระสําคัญที่ครอบครัวและสังคมควรรับทราบ ตรวจโรคก่อนตรวจเลือก เช่น เพศสภาพไม่ตรงกับเพศกําเนิด สามารถตรวจในโรงพยาบาลทหาร และโรงพยาบาลของรัฐที่มีจิตแพทย์ การจัดการตรวจร่างกายระหว่างการตรวจเลือก กองทัพบกได้จัดกรรมการแพทย์ของโรงพยาบาลกองทัพบก ณ สถานที่ตรวจเลือกเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมจัดตั้งวอร์รูม ทบ.และแพทย์ใหญ่กองทัพภาคให้คําปรึกษาในการตัดสินใจ

นอกจากนี้ ยังมีการประเมินความพร้อมสุขภาพจิตของครูฝึก ได้จัดอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพครูฝึกทั่วประเทศ ตรวจความพร้อมสถานที่อุปกรณ์ตลอดจนมีการประเมินสุขภาวะทางจิตของครูฝึก เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่จะมาทําหน้าที่ดูแลบุตรหลานของท่านมีภาวะจิตใจที่พร้อมสมบูรณ์และมีทัศนคติที่เหมาะสม รวมถึงการดูแลแบบเฉพาะบุคคลบนพื้นฐานความแตกต่าง กองทัพบกตระหนักดีว่าทหารใหม่แต่ละนายมีขีดความสามารถและสภาพร่างกายที่แตกต่างกัน จึงจัดให้มีการตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อนเริ่มการฝึกโดยจัดระดับความพร้อม 4 กลุ่ม คือ กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยงน้อย กลุ่มเสี่ยงปานกลาง กลุ่มเสียงสูง พร้อมใช้สัญญลักษณ์สีเพื่อคัดแยก ทําให้ครูฝึกปรับระดับการฝึกให้เหมาะสมกับทหารใหม่แต่ละราย นอกจากนี้ ทหารใหม่จะมีคิวอาร์โค้ดประจําตัวเพื่อบรรจุข้อมูลเพื่อให้ทีมแพทย์เข้าถึงได้อย่างท่วงทีหากมีกรณีฉุกเฉิน พร้อมยืนยัน กองทัพให้ความสําคัญในความหลากหลายทางเพศ จัดที่พัก ห้องน้ำเพื่อให้เกิดความสบายใจและก็สอดคล้องกับชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน

พล.ต.เทอดศักดิ์ วงจันทร์ เจ้ากรมการเงินทหารบก กล่าวว่า สิ่งที่ทหารใหม่กองประจําการจะได้รับ แบ่งเป็น เงินเดือน 1,630 บาท ค่าครองชีพ 6,490 บาท เบี้ยเบี้ยเลี้ยงประจํา 96 บาท/วัน รวมสิทธิประโยชน์ที่เป็นตัวเงิน 11,000 บาท หักค่าประกอบเลี้ยง 70 บาท/วัน (3 มื้อ) รวมเงินสุทธิ 8,900 บาท

สำหรับทหารที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ที่เข้ามารับราชการ อาจเป็นเหยื่อหรือมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างใดอย่างหนึ่ง กองทัพบกจะช่วยเหลือในการรับสิทธิที่ควรจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน เงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวหรือเบี้ยเลี้ยง โดยดําเนินการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตํารวจ ธนาคารกระทรวงกลาโหม เพื่อเปิดบัญชีใหม่ให้พลทหารทุกคนให้ได้รับสิทธิ์ เนื่องจากว่าการดําเนินการในภาคปกติไม่สามารถดําเนินการผ่านทางระบบธนาคารได้ แต่ในส่วนของทหารใหม่ที่เข้าประจําการในกองทัพบกทุกนายจะได้รับสิทธิ์ผ่อนคลาย รับเงินตามสิทธิ์ที่ควรจะได้รับทั้งหมด

กองทัพบกขอยืนยันว่า การดูแลสิทธิประโยชน์ด้านการเงินเป็นภารกิจที่กองทัพบกให้ความสําคัญสูงสุด โดยได้ออกคําสั่งกําชับทุกหน่วยปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเป็นรูปธรรมเด็ดขาด 1.ห้ามเก็บสมุดเงินฝากและบัตรเอทีเอ็ม 2.ห้ามจ่ายเงินสด ให้จ่ายเงินเข้าบัญชีฝากธนาคาร 3.ห้ามนํารายการหนี้สินอื่นมาหักเงินเดือนของทหาร ให้หักเฉพาะหนี้สินของทางราชการ

ขณะที่ พล.ต.เกษม ปิ่นแก้ว เจ้ากรมจเรทหารบก กล่าวถึงการลงโทษว่า ห้ามใช้ความรุนแรงเกินกว่าที่กองทัพบกกําหนดในทุกกรณี ห้ามมีการลงโทษที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและร่างกายอย่างเด็ดขาด หากเกิดเหตุการณ์ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็ว และโปร่งใส หากมีการละเมิดจะลงโทษทางวินัยและอาญา พร้อมทั้งย้ำว่า การลงทัณฑ์ต้องเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่กองทัพบกกําหนดอย่างเคร่งครัด และกําหนดวิธีการลงทัณฑ์ที่ชัดเจนและโปร่งใส และห้ามลงโทษหลังเวลา 18.00 น.

พล.ท.ธิติพันธ์ ฐานะจาโร เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก กล่าวว่า สิ่งที่ทหารใหม่จะได้รับมี 22 รายการ ซึ่งมีคุณภาพสูงและเป็นมาตรฐานกัน พร้อมตัดชุดสนาม แบบวัดขนาด เช่น เครื่องแบบตัดพอดีตัว กางเกงกีฬา ผ้าเช็ดตัว รองเท้า ถ้าปูที่นอน

– 006

พท.ดอดเข้า ภท. คุยนโยบายก่อนเตรียมแถลงรัฐสภา

พท.ดอดเข้า ภท. คุยนโยบายก่อนเตรียมแถลงรัฐสภา

พท.ดอดเข้า ภท. คุยนโยบายก่อนเตรียมแถลงรัฐสภา

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.33 น.

“พท.”ดอดเข้า”ภท.” คุยถกนโยบายก่อนเตรียมแถลงต่อรัฐสภา ด้าน”มนพร”เผย”เพื่อไทย”ดูด้านสังคมเป็นหลัก ขณะที่”เผ่าภูมิ”ชี้พรรคร่วมต้องปรับให้กลมกล่อม-สอดคล้อง ขอรอหารือดึงนโยบายยุค”เศรษฐา-อุ๊งอิ๊งค์”มาต่อยอด

23 มีนาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วย นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาเพื่อเข้าหารือกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย เรื่องนโยบายเตรียมพร้อมในการจัดทำนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา

โดย นางมนพร กล่าวว่า วันนี้จะมามีการพูดคุยถึงเรื่องนโยบายของพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทยที่มีความคล้ายคลึงกัน รวมทั้งนโยบายที่จะบรรจุไว้ในร่างแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรี ซึ่งส่วนใหญ่พรรคเพื่อไทยจะดูนโยบายด้านสังคมเป็นหลัก ซึ่งวันนี้นอกจากจะพูดคุยเรื่องนโยบายแล้ว ก็จะพูดคุยเรื่องการทำงานภายในวิปรัฐบาล และกรอบการทำงานในสภาผู้แทนราษฎรด้วย

ด้าน นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จะนำมาบรรจุในคำแถลงนโยบาย จะเป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทย เคยหาเสียงไว้ แต่อยู่ในขอบข่ายที่พรรคเพื่อไทยได้รับผิดชอบ ซึ่งจะต้องพูดคุยกันว่ามีข้อจำกัดหรือไม่ หรือนโยบายใดที่มีความคล้ายคลึงกัน เพื่อที่จะเดินไปข้างหน้าต่อไป

เมื่อถามว่า จะได้เห็นนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ทำค้างไว้ในสมัยรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือไม่ นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า จะต้องมีการหารือ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้หารือว่านโยบายใดที่จะสามารถสานต่อได้ หรือนโยบายใดที่จะสามารถทำตามที่ได้หาเสียงไว้ โดยวันนี้ถือว่า จะเป็นการพูดคุยอย่างเป็นทางการ ก็จะมีการหารือกันในรายละเอียดเชิงนโยบาย

เมื่อถามต่อว่า หากจะใช้นโยบายของพรรคเพื่อไทย จะต้องหยิบยกมาทั้งหมด หรือต้องดัดแปลงให้เข้ากับนโยบายของพรรคภูมิใจไทย นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็จะต้องมีความกลมกล่อมซึ่งในมิติของการทำงานร่วมรัฐบาลกัน ต้องปรับกันบ้าง และทำให้สอดคล้องกัน เพื่อให้สามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศ

เมื่อถามว่า หากพรรคภูมิใจไทยจะมีการปรับนโยบายของพรรคเพื่อไทยบางส่วนจะยินดีหรือไม่ นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า ต้องมีการหารือกัน และต้องหารือให้ได้นโยบายที่ดีที่สุดต่อประชาชน และดีที่สุดในการทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล

สื่อลือกันไปเอง! มนพร ปัด สส.เพื่อไทย ไม่พอใจรายชื่อรัฐมนตรี

สื่อลือกันไปเอง! มนพร ปัด สส.เพื่อไทย ไม่พอใจรายชื่อรัฐมนตรี

สื่อลือกันไปเอง! มนพร ปัด สส.เพื่อไทย ไม่พอใจรายชื่อรัฐมนตรี

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.30 น.

23 มีนาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความชัดเจนของรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย ว่า เป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรค ได้มอบหมายให้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย , นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคฯ เป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้ ส่วนที่มีกระแสข่าว สส.พรรคเพื่อไทย ไม่พอใจกับรายชื่อรัฐมนตรีนั้น ไม่มี มีแต่ข่าวลือจากสื่อเท่านั้นเอง แต่ภายในพรรคเพื่อไทยไม่มีเหตุการณ์แบบนั้น ซึ่งวันพรุ่งนี้ (24 มี.ค.) จะมีการประชุมพรรคเพื่อไทย และมีการสัมมนา สส.

สว.เชื่อน้ำมันขาดแคลน เพราะกักตุน จวก ขรก.ไร้ความสามารถ สั่งห้ามชาวบ้านนำภาชนะใส่น้ำมัน

สว.เชื่อน้ำมันขาดแคลน เพราะกักตุน จวก ขรก.ไร้ความสามารถ สั่งห้ามชาวบ้านนำภาชนะใส่น้ำมัน

สว.เชื่อน้ำมันขาดแคลน เพราะกักตุน จวก ขรก.ไร้ความสามารถ สั่งห้ามชาวบ้านนำภาชนะใส่น้ำมัน

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.21 น.

สว. เชื่อมีกักตุนน้ำมัน ทำขาดแคลน-แพง ด้าน เดชา ฟิวส์ขาดตะเพิดขรก.ที่ห้ามใช้ภาชนะบรรจุน้ำมัน ซัดไร้ความสามารถ ไม่เข้าใจชาวนา ประชดให้ขึ้นน้ำมันลิตรละพัน จะได้เลิกทำนา ขอรอดูจะมาไหว้ให้ชาวนาทำข้าวให้กินหรือไม่ 

เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนให้วุฒิสภา พิจารณาปัญหาผลกระทบต่อประเทศไทยจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง โดยนายธวัช สุระบาล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายว่า ตนมีน้องชาย ทำปั๊มน้ำมันที่ จ.ตรัง ตั้งแต่วานนี้ ถึงวันนี้ ปิด เพราะไม่มีน้ำมัน ทั้งนี้เมื่อวานตนเข้าไปในเมืองพบรถต่อคิวเติมน้ำมันแถวยาว ส่วนใหญ่เป็นภาคการเกษตร สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้งที่รัฐบาลบอกว่ามีน้ำมันที่ใช้ได้อีก 100 วัน ดังนั้นตนขอให้รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่น ไม่ใช่ประกาศอย่างเดียว ขณะที่ในส่วนภูมิภาค ต้องตรวจเข้มข้นเพื่อดูแลไม่ให้กักตุนน้ำมัน ทั้งนี้หากพบการกักตุนต้องลงโทษเฉียบขาด อย่างไรก็ดีตนทราบว่าขณะนี้คลังน้ำมันจ่ายน้ำมันออกมาอย่างกระท่อนกระแท่น  หากไม่ขาดแคลนต้องปล่อยออกมาให้เพียงพอ

“รัฐบาลต้องใช้โอกาสนำปาล์มน้ำมัน อ้อย ผลผลิตทางการเกษตรส่งเสริมให้ผลิตน้ำมันบีสิบ บียี่สิบ ให้เริ่มทำไม่ใช่ตั้งท่าปรับกระบวนการผลิต เมื่อก่อนไบโอดีเซลที่ส่วนผสมราคาสูง แต่ขณะนี้ราคาน้ำมันแพง และต้นทุนผลิตไบโอดีเซลสูงพอๆ กัน ดังนั้นต้องรีบส่งเสริม รวมถึงส่งเสริมใช้โซลาเซลในภาคเกษตร ขณะที่การไฟฟ้าต้องเลิกเก็บค่าธรรมเนียม” นายธวัช กล่าว

ด้านนายเดชา นุตาลัย สว. อภิปรายว่า ปัจจุบันชาวนาเดือดร้อนหนัก เพราะเมื่อน้ำมันแพง จะส่งผลให้ปุ๋ยราคาสูง ทั้งนี้ราคาข้าวที่ตกต่ำในปัจจุบัน ทำให้ชาวนาลำบากมาก ส่วนน้ำมันที่ไม่มี หรือกำลังจะแพง เกิดจากการกักตุนและเก็งกำไร มีเจ้าหน้าที่รัฐบาลบางคนประกาศว่าห้ามใช้ภาชนะบรรจุน้ำมัน ซึ่งตนมองว่าเป็นบุคคลที่ขาดความรู้ ไร้ความสามารถ ภาครัฐไม่ควรเอาไว้ให้ทำงานราชการต่อไป เพราะกิจกรรมของตนซึ่งเป็นชาวนา ทำงานในนา ไม่ได้มาทำบนถนน น้อยครั้งที่รถจะผ่านถนน ดังนั้นเมื่อประกาศแบบนั้นเท่ากับเป็นคนไม่มีความสามารถ และภาครัฐควรลงโทษบุคคลผู้นี้ เพราะทำให้วุ่นวายไปหมด

“ขึ้นไปเลย ลิตรละพัน พวกผมเป็นชาวนา จะได้เลิกทำนา เพราะราคาข้าวกระดอกกระแดด จะรอดหรือจะตาย จะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว ผมดูน้ำหน้าโรงสี จะเอาข้าวที่ไหนสี ผู้ส่งออกจะเอาข้าวที่ไหนไปส่งออก ที่ชาวนาทำปีละแสนนล้าน ชาวนาเป็นต้นน้ำของห่วงโซ่ เอาเงินเข้าประเทศ ผมจะดูว่าสมาคมข้าวถุง จะเอาข้าวไหนมาบรรจุขาย และภายในประเทศอีกแสนล้านบาท รวมสามแสนล้านบาที่ชาวนาทำจีดีพีหมุนเวียน เห็นหัวพวกตนหรือไม่ เห็นความสำคัญหรือไม่ ผมไม่ตกใจ เมื่อฝนตกก็มีข้าวให้เก็บเกี่ยวกินอยู่ได้เป็นปี ผมอยากดูว่าขอร้องขอ มายกมือไหว้ชาวนาให้ทำนา หรือมาขอข้าวชาวนากินหรือไม่ จะรอดูวันนั้น” นายเดชา กล่าว

ขณะที่นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว. อภิปรายสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก เช่น  พลังงานแสงอาทิตย์  นอกจากนั้นต้องทบทวนมาตรการประหยัดพลังงาน ส่งเสริมให้ประชาชนมีวินัยในการช่วยประหยัดพลังงาน เป็นต้น

พิพัฒน์ สั่ง ศบก. งัดแผนด่วนแก้ปัญหาน้ำมัน ยันเปิดข้อมูลจริงไม่มีปิดบัง

พิพัฒน์ สั่ง ศบก. งัดแผนด่วนแก้ปัญหาน้ำมัน ยันเปิดข้อมูลจริงไม่มีปิดบัง

พิพัฒน์ สั่ง ศบก. งัดแผนด่วนแก้ปัญหาน้ำมัน ยันเปิดข้อมูลจริงไม่มีปิดบัง

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.06 น.

เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 23 มี.ค. ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ. ศบก. เป็นประธานการประชุมโดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูล รมว.พลังงาน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

โดยนายพิพัฒน์ แจ้งที่ประชุมว่าจากการประชุม ศบก. เมื่อวันที่ 19 มี.ค. รัฐบาลได้มีมาตรการเร่งด่วน 3 เรื่อง เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอหน้าสถานีบริการน้ำมัน คือ 1. การผ่อนผันการผ่อนปรนการสำรองน้ำมัน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ เพื่อรองรับความต้องการส่วนเกินที่ผิดปกติในช่วงนี้ 2. การผ่อนผัน การเดินรถของรถบรรทุกน้ำมันให้เดินรถได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถขนส่งน้ำมันได้มากขึ้น 3. การเข้มงวดการป้องกันการกักตุน โดยเมื่อวันที่ 21 มี.ค. รัฐบาลออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 4 / 2569 เพื่ออนุญาตให้ผู้ประกอบการน้ำมัน สามารถนำน้ำมันสำรองตามกฎหมาย ออกมาให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

พิพัฒน์

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ จึงเป็นการติดตามความก้าวหน้า การดำเนินการตามมาตรการขั้นต้น โดยเฉพาะการนำน้ำมันสำรองมาใช้บริการแก่ประชาชน และสามารถเริ่มต้นได้เมื่อไหร่ และมีปริมาณเท่าไหร่ในแต่ละวัน เพื่อให้ชี้ขาดสถานการณ์ให้กับคืนสภาวะปกติโดยเร็ว และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า น้ำมันจะถูกกระจายอย่างทั่วถึงและเพียงพอ 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขอเน้นย้ำความสำคัญของการรักษาข้อมูลของการประชุมทุกครั้ง ขอความร่วมมือจากทุกท่านให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การสื่อสารต่อสาธารณะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และมีความถูกต้องแม่นยำ เรามิได้มีเจตนาปิดบังข้อมูล แต่ในสถานการณ์ที่หลายประเด็นยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และไม่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการเผยแพร่ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งอาจส่งผลกระทบความเชื่อมั่นของประชาชนได้

พิพัฒน์
พิพัฒน์

คุมเข้มชายแดน! สั่งยกระดับจุดตรวจ สกัดลักลอบขน น้ำมัน ข้ามแดนผิดกฎหมาย

คุมเข้มชายแดน! สั่งยกระดับจุดตรวจ สกัดลักลอบขน น้ำมัน ข้ามแดนผิดกฎหมาย

คุมเข้มชายแดน! สั่งยกระดับจุดตรวจ สกัดลักลอบขน น้ำมัน ข้ามแดนผิดกฎหมาย

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.44 น.

‘อธิบดีกรมการปกครอง’ สั่งเข้มยกระดับจุดตรวจพื้นที่ชายแดนทุกช่องทาง ป้องสกัดลักลอบขน ‘น้ำมันเถื่อน’ ข้ามแดนผิดกฎหมาย กำชับหากตรวจพบผิด ฟันตามกม.เด็ดขาด

วันที่ 23 มีนาคม 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง(ปค.) กระทรวงมหาดไทย(มท.) ได้มีข้อสั่งการด่วนที่สุดไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ แจ้งปลัดจังหวัดและนายอำเภอ ให้ดำเนินการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน ผู้ค้าคนกลาง (Jobber) รวมถึงคลังเก็บน้ำมันในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน กำชับนายอำเภอ บูรณาการกำลังฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องที่ ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดผ่านแดนทุกช่องทาง ทั้งเส้นทางหลักและช่องทางธรรมชาติ หากตรวจพบการกระทำความผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมรายงานผลการดำเนินงานให้กรมการปกครองทราบโดยทันที

กรณ์ ดัน ดิจิทัล แก้น้ำมันแพง ลดค่าครองชีพ สู้ศึกวิกฤตสงคราม

กรณ์ ดัน ดิจิทัล แก้น้ำมันแพง ลดค่าครองชีพ สู้ศึกวิกฤตสงคราม

กรณ์ ดัน ดิจิทัล แก้น้ำมันแพง ลดค่าครองชีพ สู้ศึกวิกฤตสงคราม

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.42 น.

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช และนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวเรื่องการนำดิจิทัลมาแก้ปัญหาเกี่ยวกับการขึ้นราคาสินค้าในสถานการณ์ปัจจุบัน

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เเถลงข่าวการนำดิจิทัลมาแก้ปัญหาต่อการขึ้นราคาสินค้าเเละน้ำมันในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเน้นการเปิดข้อมูล เพื่อความโปร่งใส ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน และใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นลดต้นทุนการผลิต ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ในสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดปัญหาสงครามในขณะนี้ ณ ห้องเเถลงข่าว พรรคประชาธิป้ตย

กรณ์ จาติกวณิช

โดยนายกรณ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบกับปั๊มน้ำมันในต่างจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ที่มีความเดือดร้อนมากเป็นพิเศษ พบว่าสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ปริมาณน้ำมันที่ส่งให้ปั๊มยังอยู่ในปริมาณที่ต่ำกว่าปกติค่อนข้างมากหรือประมาณครึ่งหนึ่งของความต้องการ ฉะนั้นประชาชนยังมีความเดือดร้อนในการเติมน้ำมันต่อการใช้งาน ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีคำตอบโดยเร็ว เพราะที่ผ่านมา รัฐบาลยืนยันว่าปริมาณน้ำมันในประเทศมีเพียงพอ และยังได้สั่งให้โรงกลั่น กลั่นน้ำมันในปริมาณที่สูงขึ้นถึง 104 เปอร์เซ็นต์ จากตรวจสอบปริมาณการส่งออกน้ำมัน พบว่าน้อยลงกว่าปกติ จากประมาณ 200,000 ลิตรต่อวัน เหลือ 50,000 ลิตรต่อวัน จึงเกิดคำถามว่าน้ำมันหายไปไหน แต่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ขณะที่ทุกปั๊มน้ำมันรายงานตรงกันว่าคลังน้ำมันส่งน้ำมันให้น้อยกว่าระดับปกติ หรือความต้องการปกติ จึงขอให้รัฐบาลเร่งรีบตรวจสอบเรื่องนี้ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเพราะในอดีตเคยมีการตรวจสอบน้ำมัน แต่เหตุใดวันนี้รัฐบาลจึงไม่มีคำตอบ

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญ คือราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า เพราะน้ำมันส่งผลต่อต้นทุนทั้งในภาคการผลิตและการขนส่ง ดำเนินรัฐบาลต้องระมัดระวังไม่ให้มีการปรับขึ้นละราคาสินค้าในรูปแบบที่เป็นการฉวยโอกาส ส่วนกรณีที่จำเป็นต้องปรับราคาเนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่รัฐบาลต้องตระหนักว่ามีสินค้าประเภทไหนบ้างที่รอคิวจะปรับขึ้นราคา เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนอย่างทันท่วงที โดยสินค้าที่ประชาชนกังวลขณะนี้ คือปุ๋ยเคมี สินค้าที่พึ่งพาการใช้พลาสติก สินค้าอุปโภคบริโภค มีความจำเป็นหรือไม่ที่ราคาน้ำมันปาล์มต้องปรับขึ้น

กรณ์ จาติกวณิช

“เมื่อไม่นานมานี้ โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศควบคุมราคาสินค้าบางประเภท ถ้าพูดตามตรงทำให้ประชาชนมีคำถาม มากกว่าความชัดเจนว่าสินค้าที่ประกาศมาทั้ง 6-7 ชนิด ทั้งกระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน สบู่ก้อน สบู่เหลว ประชาชนได้รับความเดือดร้อนแล้วจริงหรือไม่ แล้วสินค้าประเภทก๊าซปิโตรเลียมเหลว น้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ยเคมี ยารักษาโรค ซึ่งบางชนิดเริ่มขาดตลาด เหล่านี้เหตุใดจึงไม่มีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะเข้ามากำกับดูแลเพื่อคุ้มครองประชาชนอย่างไร” นายกรณ์ กล่าว

ด้านนางการดี กล่าวว่า ปัญหาขาดแคลนน้ำมันที่หาคำตอบไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหนมีไอ้โม้ง หรือไอ้เม้ม อยู่ที่ไหน แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเมื่อราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างแน่นอน และส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนที่ลำบากอยู่แล้วให้ลำบากขึ้นเรื่อยๆ พรรคประชาธิปัตย์จึงขอเปิดตัวแพลตฟอร์ม “จับตา” เครื่องมือดิจิทัลที่จะเปลี่ยนบทบาทของประชาชนจากการเป็นผู้ได้รับผลกระทบ ให้มาเป็นผู้ร่วมตรวจสอบและสะท้อนปัญหาแบบเรียลไทม์ผ่านกลไก Civic Engagement ซึ่งตัวระบบเวอร์ชั่นเบื้องต้น พร้อมแดชบอร์ดแสดงผลในรูปแบบแผนที่อัจฉริยะเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยเตรียมที่จะบูรณาการเข้ากับไลน์ออฟฟิเชียลของพรรคฯ เพื่อให้เข้าถึงประชาชนได้ง่ายที่สุด สามารถทดลองใช้ก่อนได้ที่ https://liff.line.me/2009555163-09I8zuzR และในวันที่ 24 มี.ค. จะได้มีการประชุมร่วมกับทีมพัฒนาฯ ของพรรคเพื่อทดสอบระบบ (Walk-through) อย่างละเอียดอีกครั้งก่อนเปิดใช้งานจริง

กรณ์ จาติกวณิช

นางการดี กล่าวอีกว่า หัวใจสำคัญของข้อมูลจากแพลตฟอร์มนี้จะถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อกำหนดนโยบายช่วยเหลือแบบ “พุ่งเป้า” โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยพรรคฯ จะนำข้อมูลทั้งหมด จะถูกนำมาจัดเก็บและประมวลผล และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจับตาราคาสินค้า และยินดีหากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ หรือนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง จะมาดึงข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชน เพราะทราบว่ากระทรวงพาณิชย์มีการตรวจสอบราคาสินค้าอยู่แล้ว และมีการรายงานเดือนละครั้ง แต่แพลตฟอร์มนี้จะเป็นเครื่องมือเสริมการแจ้งเตือนก่อนจะเกิดความเสียหายขึ้น ซึ่งถือเป็นการจับสัญญาณชีพทางเศรษฐกิจที่ประชาชนมีส่วนร่วมและสามารถชี้เป้าพื้นที่ที่เกิดวิกฤติได้จริง

“แพลตฟอร์ม ‘จับตา’ ทำให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ตรงเป้ามากขึ้น วันนี้วิกฤติเศรษฐกิจหรือสงครามได้เปลี่ยนรูปแบบไป วันนี้เราอยู่ในสงครามพลังงาน ซึ่งมีผลกระทบเป็นวงกว้าง แม้เราจะไม่ได้อยู่ในสมรภูมิรบ แต่ก็มีผลกระทบที่รุนแรงมากกว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาในอดีต” นางการดี กล่าว

กรณ์ จาติกวณิช

เมื่อถามถึงกรณีผู้ประกอบการขออนุญาตขึ้นราคาสินค้าจำเป็นว่า เป็นหน้าที่ของหน่วยราชการที่จะต้องประเมิน นายกรณ์ กล่าวว่า คำขอนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ เมื่อเทียบกับต้นทุน เพราะต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันก็จะสูงขึ้นจริง ซึ่งปฏิเสธข้อเท็จจริงไม่ได้ ที่สำคัญการกำกับไม่ให้มีการปรับราคาขึ้นในลักษณะที่สูงเกินกว่าสภาพความเป็นจริง

เมื่อถามถึงกรณีที่ระบุว่าส่งน้ำมันให้ปั๊มเพียงครึ่งเดียวนั้น สามารถตรวจสอบได้หรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ตรวจสอบได้อยู่แล้ว ซึ่งประเด็นนี้ตนและประชาชนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงขาด ทั้งที่มีการตรวจสอบได้ง่ายมาก ถ้ามีเหตุผลที่อธิบายว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ก็ควรที่จะสื่อสารให้ประชาชนได้รับรู้ ซึ่งตอนนี้เป็นภาระมากต่อผู้ประกอบการน้ำมันที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมน้ำมันหมด รัฐบาลบอกว่าที่น้ำมันหมด เป็นเพราะประชาชนกักตุน แต่ประชาชนบอกว่าไม่ใช่ เนื่องจากวันนี้ถูกจำกัดห้ามเติมน้ำมันเกินวันละ 500 บาท และข้อเท็จจริง ถ้าฟังจากเจ้าของปั๊ม คือ น้ำมันที่ได้รับส่งเข้าปั๊มต่ำกว่าระดับปกติ หลายกรณีครึ่งต่อครึ่ง จึงมีคำถามว่าน้ำมันไปอยู่ที่ไหน และณวันนี้ยังไม่เห็นกระทรวงพลังงาน หรือปตท. ออกมาชี้แจงอะไรเลยว่า ทำไมสาเหตุถึงเป็นเช่นนี้

กรณ์ จาติกวณิช

“อย่างที่บอกไปแล้วว่าน้ำมันไม่ได้หายไปไหน เพราะการผลิตก็ผลิตเต็มที่ ต้นทุนน้ำมันดิบเรามี การผลิตน้ำมันสำเร็จรูป ก็ผลิตอย่างเต็มที่ ส่งออกน้อยลง ซึ่งน้ำมันจะต้องมีเยอะกว่าปกติด้วยซ้ำไป ไม่ใช่น้อยกว่าปกติ” นายกรณ์ กล่าว

เมื่อถามว่าเป็นเพราะมีไอ้โม่งหรือไอ้เม้มหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ก็เจอกันอยู่บ้างแล้วจากอ่างทองถึงแม่สอด แต่ไม่ทราบว่ามีที่ไหนอีก ตนคิดว่าประเด็นสำคัญ คือ การตรวจเช็ค น่าจะเป็นเรื่องที่ทำได้ รัฐบาลสามารถตามน้ำมันได้ทุกหยดอยู่แล้วว่า จากแหล่งน้ำมันดิบไปสู่การกลั่น และออกจากโรงกลั่นเท่าไหร่ไปที่ไหน มันวัดได้อยู่แล้วทำไมถึงยังเป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่ จึงเชื่อว่ามีใครบางคนปกปิดข้อมูลอยู่อย่างชัดเจน แต่การที่รัฐบาลมีอำนาจอยู่ในมือสามารถ ที่จะที่จะหาข้อเท็จจริงได้อยู่แล้ว ดังนั้น ขอความโปร่งใส ก็จะทำให้ทุกคนคลี่คลายความกังวลและคำถามที่มี จากนั้น ตนเชื่อว่าทุกคนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ในการที่จะนำพาประเทศสู่ภาวะปกติ 

กรณ์ จาติกวณิช

 “เป็นที่น่าสังเกตว่า วิกฤติพลังงานเป็นวิกฤตโลกก็จริง แต่สภาพความวุ่นวาย เหมือนกับเกิดขึ้นแค่ที่ประเทศไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า เป็นปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ นโยบาย ไม่ใช่ปัญหาการขาดแคลน นี่คือความอึดอัด ที่ประชาชนมีก็เพราะเรื่องนี้” นายกรณ์ กล่าว

เมื่อถามว่าทำให้ตอนนี้ประชาชนมีความไม่เชื่อมั่นรัฐบาลหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ไม่อยากจะสรุปอะไรทั้งสิ้น เอาเป็นว่าวันนี้ประชาชนไม่พอใจกับวิธีการบริหารจัดการ การสื่อสาร และการแก้ปัญหา ในเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งตนขอพูดไปก่อนเลยว่า ในอนาคตจะมีปัญหาเรื่องไฟฟ้าตามมา ที่เกี่ยวกับค่าไฟ เป็นประเด็นที่สังคมจะต้องถกเถียงต่อไปแน่นอน

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นญัตติด่วน เรื่องวิกฤตพลังงานและผลกระทบที่มีต่อประชาชน รวมถึงเรื่องราคาสินค้า เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯในวันที่ 25 มี.ค.นี้ โดยหวังว่ามีโอกาสที่จะใช้สภาฯให้เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง เราจะพูดถึงวันนี้พี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อนมากที่สุด คือเรื่องที่เกี่ยวโยงกับวิกฤตพลังงาน และผลข้างเคียง

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยมีน้ำมัน 3 ราคา คือ 1.ราคาหน้าปั๊มที่ได้รับการชดเชย 2.ราคาผ่านคนกลางที่ไม่ได้มีการชดเชน 3. น้ำมันเขียวที่ขายให้กับประมงไม่ได้รับการชดเชย แต่ยกเว้นการเสียภาษี ซึ่งนโยบายน้ำมันของรัฐบาลต้องการให้มีน้ำมัน 3 ราคา สิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คือ การบริหารจัดการให้กลุ่มผู้ที่ควรต้องซื้อในราคาไหนก็อยู่ในราคานั้น ถ้ารัฐบาลเปิดให้มี 3 ราคา แต่หละหลวมมาก ในการบริหารจัดการ ให้มีการซื้อข้ามตลาด สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ ความวุ่นวาย เพราะโดยธรรมชาติ ทุกคนก็จะวิ่งไปสู่ราคาที่ต่ำที่สุด ปัญหาคือความชัดเจน ความโปร่งใส ที่ไม่เป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการ

เคลื่อนไหวแล้ว! ปิยะรัฐชย์ ว่าที่ รมช.เกษตรฯ ดอดเข้ากระทรวงเกษตรฯ ส่งทีมงานเช็กห้องทำงานแทน

เคลื่อนไหวแล้ว! ปิยะรัฐชย์ ว่าที่ รมช.เกษตรฯ ดอดเข้ากระทรวงเกษตรฯ ส่งทีมงานเช็กห้องทำงานแทน

เคลื่อนไหวแล้ว! ปิยะรัฐชย์ ว่าที่ รมช.เกษตรฯ ดอดเข้ากระทรวงเกษตรฯ ส่งทีมงานเช็กห้องทำงานแทน

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.34 น.

”ปิยะรัฐชย์“ ดอดเข้ากระทรวงเกษตรฯ ส่งเลขาส่วนตัว  ดูห้องทำงาน แต่เจ้าตัวไม่ลงรถ ให้ทีมงานดูแลแทน

วันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 12.45 น. ผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานว่า นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ พร้อมทีมงาน ได้เดินทางเข้ามาที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อดูห้องทำงาน โดยได้มีเข้าขอดูห้องทำงานของรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรสหกรณ์ทั้งหมด โดยนางสาวปิยะรัฐชย์ ได้ให้เลขาส่วนตัว  ไปสำรวจห้องทำงานต่างๆแทนโดยเจ้าตัวนั่งคอยอยู่ภายในรถส่วนตัว หมายเลขทะเบียน ฬน. 11 กรุงเทพฯ 

โดยในการเดินทางเข้ามาตรวจสอบในครั้งนี้เป็นการเตรียมพร้อมในการที่จะจัดวางตำแหน่งห้องทำงานในการทำงานของรัฐมนตรีใหม่ทั้ง 3 คนจากพรรคเพื่อไทย โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานรัฐมนตรีพาเดินชมห้องทำงานต่างๆทั้งหมด

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเดินทางเข้ากระทรวงเกษตรฯ ในครั้งนี้ นางสาวปิยะรัฐชย์ ไม่ได้ลงจากรถ แต่มอบหมายให้ทีมงานเป็นผู้ขึ้นมาประสานงานแทนเท่านั้น โดยใช้เวลาประมาณ 25 -30 นาทีก่อนเดินทางออกไป