เอ-แป้ง พาบุกนครพนม เปิดสูตรลับ กะละแมทูลใจ ชิมเครื่องดื่มสุดแปลกอร่อยชื่นใจจากธาตุพนม

เอ-แป้ง พาบุกนครพนม เปิดสูตรลับ กะละแมทูลใจ ชิมเครื่องดื่มสุดแปลกอร่อยชื่นใจจากธาตุพนม

เอ-แป้ง พาบุกนครพนม เปิดสูตรลับ กะละแมทูลใจ ชิมเครื่องดื่มสุดแปลกอร่อยชื่นใจจากธาตุพนม

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 09.00 น.

เดินทางสัมผัสเสน่ห์ จังหวัดนครพนม กับ “เอ-แป้ง” พร้อมตามหาของฝากขึ้นชื่อ ตามหาของฝากขึ้นชื่อ “กะละแมทูลใจ” เจาะลึกทุกขั้นตอนการทำ พร้อมชิมเครื่องดื่มที่นำกะละแมมาเป็นส่วนผสมจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน จะเด็ดอย่างไร ห้ามพลาด “มิตรรักทั่วไทย” อาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมนี้

สัปดาห์นี้ี่ เอ-ไชยา มิตรชัย และ แป้ง-ศรันฉัตร์ พาแฟนรายการ “มิตรรักทั่วไทย” เดินทางตามหาของดีประจำถิ่นอ.ธาตุพนม จ.นครพนม  เริ่มต้มด้วยการไปสักการะ พระธาตุพนมวรมหาวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากกลุ่มชาติพันธุ์ภูไทอุ่มเม่าที่มาร่วมฟ้อนภูไทผีโผนสร้างสีสัน ก่อนที่ พี่โอเล่ รองประธานวิสาหกิจชุมชนกะละแมทูลใจ 
จะพาสองพ่อลูกห่มผ้าพระธาตุพนม พร้อมเล่าความเป็นมาของกะละแมทูลใจ ของดีคู่เมืองธาตุพนมที่อยู่คู่ชุมชนมาหลาย
ชั่วอายุคนนานเกือบ 70 ปี

 จากนั้นแวะเติมความสดชื่นที่ สังกา Cafe & Home กับเมนูซิกเนเจอร์ที่หาชิมได้เฉพาะที่นี่ นั่นก็คือนำกะละแมมารวมกับเมนูน้ำปั่นที่อร่อยชื่นใจสุด ๆ ซึ่งให้รสชาติหวานมัน หอมละมุน แปลกใหม่จนทั้งเอและแป้งต้องยกนิ้วให้ก่อนจะเดินทางไปยังแหล่งผลิต กะละแมทูลใจ เพื่อชมทุกขั้นตอนแบบใกล้ชิด ตั้งแต่การกวนกะละแมสูตรโบราณที่ใช้กะทิสด น้ำตาล และแป้งเป็นวัตถุดิบหลัก กวนด้วยความพิถีพิถันจนได้เนื้อกะละแมเหนียวนุ่ม หอมกะทิ ก่อนนำมาห่อด้วยใบตองที่รีดด้วยเตารีดแบบโบราณ ซึ่งเป็นเคล็ดลับที่ทำให้กะละแมมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ พร้อมชิมกะละแมหลากหลายรสชาติ ทั้งรสดั้งเดิม รสข้าวเม่า และรสผลไม้

อิ่มของหวานแล้ว สองพ่อลูกยังพาไปอิ่มอร่อยกับร้านดังประจำอำเภอธาตุพนม ร้านส้มตำเจ๊กูด ร้านเก่าแก่ที่เปิดขายมานานเกือบ 30 ปี โดดเด่นด้วยเมนูส้มตำราคาเริ่มต้นเพียง 20 บาท พร้อมไก่ย่าง ปูนาย่าง และเมนูปลาแม่น้ำโขงอีกหลากหลายรายการ ที่ถูกใจสายแซ่บอย่างแน่นอน

ปิดท้ายด้วยการนำสินค้าของชุมชนมาช่วยขาย ตามสไตล์ “เอ-แป้ง” พร้อมชวนแฟนรายการร่วมสนับสนุนสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศที่รายการเคยเดินทางไปเยือน สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv   ออกเดินทางตามหาของดี ชิมของอร่อย ไปพร้อมกับ เอ-แป้ง ในรายการ “มิตรรักทั่วไทย” วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมนี้ เวลา 13.00 น. รับชมสดทาง ช่อง 7HD  กด 35  สดออนไลน์ BUGABOO.TV และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG,X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

สวยได้แม่เต็มๆ ลูกสาวอดีตนางงาม กวาง ฟ้ารุ่ง ยิ่งโตยิ่งฉายแววออร่า

สวยได้แม่เต็มๆ ลูกสาวอดีตนางงาม กวาง ฟ้ารุ่ง ยิ่งโตยิ่งฉายแววออร่า

สวยได้แม่เต็มๆ ลูกสาวอดีตนางงาม กวาง ฟ้ารุ่ง ยิ่งโตยิ่งฉายแววออร่า

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 20.23 น.

เรียกว่ายิ่งโตยิ่งฉายแววความสวยตามคุณแม่มาติดๆ สำหรับ “น้องอารยา” ลูกสาววัย 6 ขวบของอดีตนางงามและนักแสดงสาว “กวาง ฟ้ารุ่ง” และสามีชาวต่างชาติ “แอนดี้ ซาฮาเรียฟ” ที่ล่าสุดทำเอาแฟนๆ ต่างพากันตกหลุมรักในความน่ารักของหนูน้อย หลังได้เห็นภาพในวันที่เจ้าตัวออกงานพร้อมคุณแม่

       งานนี้คุณแม่กวางจัดเต็มความน่ารักให้กับลูกสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า โดยน้องอารยามาในลุคสวยหวานสมวัย พร้อมรอยยิ้มสดใสที่ส่งให้กล้องแบบเต็มที่ ทำเอาบรรยากาศเต็มไปด้วยความสดใสและความน่าเอ็นดู

       ทันทีที่ภาพของน้องอารยาถูกเผยแพร่ออกมา ก็ได้รับความสนใจจากแฟนๆ อย่างรวดเร็ว หลายคนเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมในความน่ารัก พร้อมแซวว่ายิ่งโตยิ่งสวย และมีเค้าโครงความสวยที่ถอดแบบคุณแม่กวางมาแบบเต็มๆ

โดยเฉพาะรอยยิ้มและหน้าตาที่ดูสดใสสมวัย ยิ่งทำให้หลายคนอดเอ็นดูไม่ได้ พร้อมพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” จริงๆ

       เห็นความน่ารักของน้องอารยาในวัย 6 ขวบแล้ว ต้องบอกว่าเจ้าตัวเริ่มฉายแววความสวยตั้งแต่เด็กเลยทีเดียว ส่วนอนาคตจะเดินตามรอยคุณแม่ในวงการบันเทิงหรือไม่ คงต้องรอติดตามกันต่อไป แต่ตอนนี้ขอปักหมุดความน่ารักของหนูน้อยไว้ก่อน บอกเลยว่าออร่ามาเต็มมาก

ขอบคุณถาพจาก : @kwangfarung

ส่งใจเชียร์ เนเน่ บนเวที AGT วันนี้! พร้อมเตรียมสัมผัสโชว์ระดับโลก Murmuration Level 2

ส่งใจเชียร์ เนเน่ บนเวที AGT วันนี้! พร้อมเตรียมสัมผัสโชว์ระดับโลก Murmuration Level 2

ส่งใจเชียร์ เนเน่ บนเวที AGT วันนี้! พร้อมเตรียมสัมผัสโชว์ระดับโลก Murmuration Level 2

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 19.00 น.

วันนี้คนไทยทั่วประเทศพร้อมรวมพลังส่งกำลังใจเชียร์ “เนเน่” (Nene Royal) สาวน้อยร็อกสตาร์ชาวไทย วัย 16 ปี ที่เตรียมปรากฏตัวโชว์ศักยภาพบนเวทีระดับโลกอย่าง America’s Got Talent (AGT)   นำความสามารถทางดนตรีไปคว้าใจกรรมการและผู้ชมทั่วโลก การแสดงของเธอจึงสะท้อนให้เห็นถึงพลังของศิลปินไทยที่ก้าวไปสู่มาตรฐานสากล 

ในขณะที่เรากำลังชื่นชมความสำเร็จของโชว์ระดับโลกผ่านหน้าจอโทรทัศน์ Bangkok’s 28th International Festival of Dance & Music ก็ได้เปิดโอกาสให้ชาวไทยได้สัมผัสกับมาตรฐานความยิ่งใหญ่ระดับเดียวกันนี้ด้วยตาตนเอง ผ่านการนำเสนอโชว์ “Murmuration Level 2” ผลงานการออกแบบของ Sadeck Berrabah ศิลปินและนักออกแบบท่าเต้นชื่อดังชาวฝรั่งเศส ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคณะนักเต้นที่เคยคว้าปุ่ม Golden Buzzer และทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในรายการ AGT ซีซัน 18 

โชว์ชุดนี้โดดเด่นด้วยคอนเซปต์ “ภาพลวงตาที่มีชีวิต” (Live Optical Illusion) ซึ่งใช้นักเต้นกว่า 34 ชีวิต เคลื่อนไหวร่างกายและจัดระเบียบแขนมือแบบเรขาคณิตด้วยความพร้อมเพรียงและแม่นยำระดับมิลลิเมตร การแสดงชุดนี้กวาดคำชมมาแล้วทั่วโลกและมียอดจำหน่ายบัตรหมดเกลี้ยง (Sold Out) ในทุกประเทศที่ไปเปิดการแสดง

การมาเยือนประเทศไทยของ “Murmuration Level 2” สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Bangkok Festivals 2026 ที่ต้องการยกระดับสุนทรียภาพและเปิดประสบการณ์ให้ผู้ชมชาวไทยได้สัมผัสกับ Performance ระดับโลกในมุมมองเดียวกับที่กรรมการและผู้ชม AGT เคยตื่นตะลึง นับเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าศิลปะการแสดงชั้นยอดสามารถสร้างแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงผู้คนเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้พรมแดน

มาร่วมส่งพลังเชียร์น้องเนเน่ให้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมบนเวที AGT ในวันนี้ และเตรียมตัวสัมผัสความมหัศจรรย์ของการเคลื่อนไหวร่างกายกับโชว์ “Murmuration Level 2” ซึ่งจะจัดแสดงในวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

พร้อมเปิดจองบัตรตั้งแต่วันนี้ รีบจองก่อนที่จะพลาดโอกาสครั้งสำคัญที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา และ http://www.thaiticketmajor.com พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Bangkok Festivals

มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติกรุงเทพฯ ครั้งที่ 28 ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็น บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน), บริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ กระทรวงวัฒนธรรม

เปิดจักรวาลความมันส์ครั้งแรกในสุโขทัย กับ SUKHOTHAI FEST 2026

เปิดจักรวาลความมันส์ครั้งแรกในสุโขทัย กับ SUKHOTHAI FEST 2026

เปิดจักรวาลความมันส์ครั้งแรกในสุโขทัย กับ SUKHOTHAI FEST 2026

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 18.16 น.

เตรียมมันส์ให้สุดขอบจักรวาล! กับ SUKHOTHAI FEST 2026 (สุโขทัย เฟส 2026) ที่พร้อมเปิดประสบการณ์   ครั้งใหม่กับเทศกาลดนตรีในธีมห้วงอวกาศ ครั้งแรกของจังหวัดสุโขทัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เทศกาลความมันส์สุดขอบจักรวาล” ที่จะพาทุกคนทะยานสู่โลกแห่ง Space & Universe ที่จัดเต็มทั้งโปรดักชั่น แสง สี เสียงและเวทีพร้อมบรรยากาศ ที่ถูกออกแบบให้ทุกคนหลุดเข้าไปอยู่ใน “อีกหนึ่งจักรวาลแห่งความมันส์” ที่พร้อมปลดปล่อยทุกพลังความสนุกไปกับศิลปินตัวท็อปของเมืองไทยที่ยกทัพ มารวมไว้บนเวทีเดียว นำทีมโดย SLOT MACHINE, YOUNGOHM, JOEY BOY และ URBOYTJ พร้อมด้วย JA NONGPANEE, DR. FUU, PAGONG และ MYMOMMAM ที่พร้อมขนโชว์สุดเดือดและเพลงฮิตมาเสิร์ฟแบบจัดเต็ม ครบทุกอารมณ์ ทั้งร็อก ฮิปฮอป แร็ป ที่แฟน ๆ ร้องและกระโดดตามได้ตั้งแต่เพลงแรกจนเพลงสุดท้ายอย่างแน่นอน

คุณมุ้ย วรพจน์ ใจมูลวงศ์ ผู้จัดงาน กล่าวว่า “ผมเชื่อว่าดนตรีมีพลังในการพาผู้คนออกมาใช้เวลาร่วมกัน SUKHOTHAI FEST จึงไม่ได้ตั้งใจเป็นเพียง  เทศกาลดนตรี แต่เราอยากสร้างประสบการณ์ที่ทุกคนจะได้ปล่อยตัว ปล่อยใจ มันแบบสุดเหวี่ยงไปกับเสียงเพลง และกลับบ้านพร้อมความทรงจำดี ๆ เราใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่คอนเซ็ปต์ โปรดักชัน ไปจนถึงการคัดเลือกศิลปิน เพื่อให้สมกับคำว่า ‘เทศกาลความมันส์ สุดขอบจักรวาล’ และหวังว่าทุกคนจะได้มามันส์ไปด้วยกันนะครับ”เปิดจักรวาลครั้งแรกทั้งที ผู้จัดขอเสิร์ฟโปรแรงเอาใจสายเฟสติวัล กับบัตร EARLY PLANET ราคาเพียง 999 บาท สำหรับบัตรเข้างาน 2 วันเต็ม (จากราคาปกติ 1,300 บาท) โดยราคานี้จะเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ จนถึง 16 สิงหาคม 2569 เท่านั้น ซื้อก่อน คุ้มกว่า และได้เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลตั้งแต่วันแรกของการเดินทาง ส่วนใครอยากอัปเกรดความสนุกแบบจัดเต็ม    ก็สามารถเลือกบัตร VIP GROUP ราคา 16,000 บาท (ZONE A) และ 15,000 บาท (ZONE B) สำหรับ 4 ท่าน พร้อมสิทธิพิเศษครบ ทั้งพื้นที่ VIP, ที่จอดรถ VIP, ห้องน้ำ VIP, ชุดโต๊ะแคมป์ เสื้อ Limited Edition, Party Set และสิทธิพิเศษอื่นๆ     อีกมากมายชวนแก๊งให้พร้อม แล้วมาร่วมเปิดจักรวาลแห่งความมันส์ครั้งแรกของสุโขทัยไปด้วยกัน กับ SUKHOTHAI FEST 2026     ในวันที่ 23–24 ตุลาคม 2569 ณ นันทพรปาร์ค อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัยถามรายละเอียดเพิ่มเติม และช่องทางการซื้อบัตร ได้ทาง Facebook Fanpage : Sukhothai Fest รับรองว่างานนี้มันส์แน่นอน!!!

สวยเกินต้าน ​ลิซ่า เช็คอินแอริโซนา แจกความสดใสท่ามกลางธรรมชาติ

สวยเกินต้าน ​ลิซ่า เช็คอินแอริโซนา แจกความสดใสท่ามกลางธรรมชาติ

สวยเกินต้าน ​ลิซ่า เช็คอินแอริโซนา แจกความสดใสท่ามกลางธรรมชาติ

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.34 น.

11 สิงหาคม 2569 ทำเอาเหล่า BLINK และแฟนคลับทั่วโลกใจฟูกันอีกครั้ง เมื่อล่าสุด “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” หรือ ลิซ่า BLACKPINK โพสต์ภาพเซตใหม่ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เผยโมเมนต์พักผ่อนสุดชิลท่ามกลางธรรมชาติและวิวสวยงามในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา งานนี้ทั้งบรรยากาศและแฟชั่นของเจ้าตัวเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย

       ทริปนี้ ลิซ่าได้เดินทางไปสัมผัสความงดงามของ Upper Antelope Canyon ในเมืองเพจ พร้อมเผยลุคสปอร์ตสุดสดใส ด้วยเสื้อเอวลอยแขนยาวโทนสีชมพู จับคู่กับกางเกงขาสั้นและหมวกแก๊ป ก่อนโพสท่าท่ามกลางหุบเขาหินทรายที่มีริ้วลวดลายสุดอลังการ โดยมีลำแสงธรรมชาติส่องผ่านช่องหิน กลายเป็นภาพที่ทั้งสวยและสะดุดตา พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า “Red rock therapy”

นอกจากนี้ยังมีโมเมนต์พักผ่อนริมทะเลสาบ ที่ลิซ่ามาในลุคสุดชิลแต่ยังคงความแฟชั่นจัดเต็ม ด้วยชุดทูพีซสีชมพูสดใส คลุมทับด้วยเสื้อซีทรูสีครีม พร้อมหมวกแก๊ปสุดเก๋ นั่งรับลมบนเรือท่ามกลางผืนน้ำและภูเขาหินสีส้ม โดยเจ้าตัวยังหยิบกล้องคู่ใจขึ้นมาเก็บภาพบรรยากาศระหว่างทริปอีกด้วย

       เรียกได้ว่าไม่ว่าจะอยู่บนเวทีหรือในวันพักผ่อน ลิซ่าก็ยังสามารถสร้างเทรนด์แฟชั่นได้เสมอ งานนี้เชื่อว่าเหล่าแฟนคลับและสายแฟชั่นจำนวนไม่น้อยอาจเตรียมเซฟลุคดังกล่าวไว้เป็นเรฟสำหรับแต่งตัวและถ่ายรูปตามกันแล้ว

หลังภาพเซตดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา แฟนๆ ต่างเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ส่งหัวใจกันอย่างล้นหลาม พร้อมชื่นชมทั้งความสวยของลิซ่า บรรยากาศสุดอลังการของสถานที่ และแฟชั่นในทริปนี้ จนยอดปฏิสัมพันธ์พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

ที่มา : @lalalalisa_m

Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026 ชวนพิชิตเส้นทางวิ่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟบนสะพานภูมิพล 1-2

Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026 ชวนพิชิตเส้นทางวิ่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟบนสะพานภูมิพล 1-2

Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026 ชวนพิชิตเส้นทางวิ่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟบนสะพานภูมิพล 1-2

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.17 น.

ไทยพีบีเอส  ร่วมกับองค์กรภาคี และหน่วยงานร่วมจัด เปิดตัว Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026 งานวิ่งแห่งปี ครั้งแรกของการวิ่งบนเส้นทางลอยฟ้าที่สวยที่สุดในกรุงเทพฯ บนสะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 พร้อมส่งต่อโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิดร.เทียม โชควัฒนา และมูลนิธิไทยพีบีเอส

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ร่วมกับ มูลนิธิไทยพีบีเอส มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา และ KingBridge Tower จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวงานวิ่ง Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026  เชิญชวนนักวิ่งและประชาชนร่วมสัมผัสประสบการณ์บนเส้นทางวิ่งสุดพิเศษที่เปิดโอกาสให้นักวิ่งได้พิชิตแลนด์มาร์คสําคัญอย่าง สะพานภูมิพล 1 และ สะพานภูมิพล 2 เชื่อมต่อสองฝั่งแผ่นดินระหว่างกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ ในวันที่ 6 ธ.ค. 2569  และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย นำไปช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา และมูลนิธิไทยพีบีเอส

นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการ ไทยพีบีเอส ด้านเทคโนโลยี  กล่าวว่า งาน Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026  ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือครั้งสำคัญที่สะท้อนบทบาทของไทยพีบีเอสในฐานะสื่อสาธารณะ จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาวะ เชื่อมโยงผู้คนให้ร่วมกันดูแลสุขภาพ ผ่านการกิจกรรมวิ่ง พร้อมสร้างประโยชน์กลับคืนสู่สังคมผ่านการส่งต่อโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งนอกจากประสบการณ์การวิ่งสำหรับนักวิ่งแล้ว  ไทยพีบีเอสยังเตรียมถ่ายทอดสดการแข่งขันผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ไม่ได้เข้าร่วมงานสามารถติดตามบรรยากาศการแข่งขันและร่วมสัมผัสประสบการณ์บนเส้นทางวิ่งได้แบบใกล้ชิด พร้อมนำเทคโนโลยี Multi View มาใช้ในการถ่ายทอดสด เพื่อให้ผู้ชมสามารถเลือกชมภาพจากหลากหลายมุมมองและติดตามบรรยากาศสำคัญของการแข่งขันได้ตามความสนใจ

“Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026 เป็นโอกาสที่นักวิ่งจะได้เห็นเส้นทางที่มีความพิเศษ เพราะเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงพื้นที่ของ 2 จังหวัด คือกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ ผ่านสะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโครงการถนนวงแหวนอุตสาหกรรม เชื่อมโยงการเดินทางและพื้นที่เศรษฐกิจรอบกรุงเทพฯ  และในการถ่ายทอดสด เราตั้งใจนำเสนอทั้งภาพการแข่งขันและภาพของเส้นทางในมุมที่หลากหลาย ให้ผู้ชมได้เห็นทั้งความสวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยา โครงสร้างของสะพาน และบรรยากาศของพื้นที่โดยรอบ ผ่านช่องทางออนไลน์และ Multi View ซึ่งผู้ชมสามารถเลือกชมมุมภาพที่สนใจได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพนักวิ่ง บรรยากาศบนสะพาน หรือภาพมุมกว้างที่สะท้อนความเชื่อมโยงของเมืองและเส้นทางวงแหวนอุตสาหกรรม เพื่อให้แม้ไม่ได้มาร่วมวิ่งด้วยตัวเอง ก็สามารถสัมผัสประสบการณ์และเป็นส่วนหนึ่งของงาน Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026 ได้” นายอดิศักดิ์ กล่าว

ด้าน ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา ประธานมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา กล่าวว่า มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา รู้สึกยินดี เป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงาน Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริม                               การดูแลสุขภาพ ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์และส่งต่อสิ่งดี ๆ กลับคืนสู่สังคม  โดยจุดเริ่มต้นของความร่วมมือครั้งนี้  เกิดจากการพูดคุยระหว่างไทยพีบีเอสกับคุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ ที่มีแนวคิดตรงกันว่าอยากเห็นประเทศไทยมีงานวิ่งที่มีเอกลักษณ์และสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมไปพร้อมกัน จึงเกิดแนวคิดใช้สะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งด้านสถาปัตยกรรมและทัศนียภาพ เป็นเส้นทางสำคัญของการแข่งขัน และเป็นที่มาของแนวคิด “วิ่งเชื่อมสองสะพาน” ที่สะท้อนถึงการเชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และการแบ่งปันเข้าด้วยกัน

ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา ที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการศึกษา การช่วยเหลือผู้ขาดแคลนและผู้ประสบสาธารณภัย ตลอดจนการสนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลต่าง ๆ การได้เข้ามามีส่วนร่วมใน Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการสานต่อเจตนารมณ์ของมูลนิธิฯ ผ่านกิจกรรมที่เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพเข้ากับการแบ่งปัน

“เราหวังให้ทุกก้าวของนักวิ่งมีความหมายมากกว่าการก้าวสู่เส้นชัย แต่เป็นก้าวที่ได้ร่วมส่งต่อโอกาสและความช่วยเหลือไปยังผู้ที่ต้องการ พร้อมเปลี่ยนพลังจากการวิ่งให้เป็นพลังที่สร้างประโยชน์แก่สังคมไปด้วยกัน” ดร.ศิรินา กล่าว

ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร เลขานุการ มูลนิธิไทยพีบีเอส กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเนื่องมาจากผลกระทบของ ภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ สังคม และภัยพิบัติทางธรรมชาติ ส่งผลให้เด็กและเยาวชนในครอบครัวยากจนที่เปราะบางที่สุด เสี่ยงหยุดเรียนหรือหลุดจากระบบการศึกษา และขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเหมาะสม มูลนิธิไทยพีบีเอส ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน ได้ดำเนินกิจกรรมและโครงการเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้  ร่วมกับมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส จัดโครงการ Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026 เดิน – วิ่งการกุศลบนเส้นทางอันเป็นมงคลสองสะพาน คือ   สะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 เพื่อน้อมรำลึกและเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร  มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ ด้านการศึกษาและพัฒนาเยาวชน โดยรายได้ สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด มอบให้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา และมูลนิธิไทยพีบีเอส เพื่อนำไปช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในครอบครัวที่ยากจน ที่เสี่ยงต้องหยุดเรียนหรือหลุดจากระบบการศึกษา

ขณะที่ นางสาวธนินธร โชควัฒนา ผู้อํานวยการ โครงการคิงบริดจ์ ทาวเวอร์ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท คิงสแควร์ จํากัด กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนการจัดงาน Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026 ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “Community of Kindness” หรือสังคมแห่งการแบ่งปันและความใจดีของเครือสหพัฒน์ โดยแนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านการพัฒนา KingBridge Tower และ KINGSQUARE COMMUNITY MALL ที่มุ่งเป็นมากกว่าพื้นที่สำนักงานและพื้นที่เชิงพาณิชย์ แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และการใช้ชีวิต พร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีและความยั่งยืนไปด้วยกัน     มองว่า Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026 เป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านการดูแลสุขภาพและการแบ่งปัน โดยเฉพาะแนวคิด “วิ่งเชื่อมสองสะพาน” บนเส้นทางสะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 ซึ่งมีความหมายกับ KingBridge Tower    ที่ตั้งอยู่เคียงคู่กับสะพานภูมิพล และสะท้อนถึงการเชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และพลังของทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน

“ดิฉันหวังว่า Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026 จะเป็นกิจกรรมที่สร้างพลังเชิงบวกให้กับย่านพระราม 3 ส่งเสริมการดูแลสุขภาพควบคู่กับการแบ่งปันให้กับสังคม พร้อมสะท้อนวิสัยทัศน์การพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่เชื่อมโยงผู้คนและชุมชนเข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิด Community of Kindness” นางสาวธนินธร กล่าว

ภายในงานมีการเปิดตัวรายละเอียดการแข่งขัน ซึ่งประกอบด้วย 3 ระยะ โดยแต่ละระยะได้รับการออกแบบให้     ตอบโจทย์นักวิ่งทุกระดับ ตั้งแต่นักวิ่งมือใหม่ไปจนถึงนักวิ่งที่ต้องการท้าทายศักยภาพของตนเอง ผ่านเส้นทางที่โดดเด่นด้วยทัศนียภาพอันงดงามของสะพานภูมิพลและแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่  Half Marathon 21 กิโลเมตร ที่จะได้สัมผัสจุดสูงสุดของสะพานภูมิพล 1 และ 2 เห็นวิวบนยอดสะพานที่มองเห็นโค้งนํ้าเจ้าพระยาแบบพาโนรามา 360 องศา ตัดกับตึกสูงฝั่งพระราม 3 เป็นมุมมหาชนที่สวยและอลังการที่สุด, Super Mini Marathon 13 กิโลเมตร ที่จะได้ขึ้นไปบนสะพานภูมิพล 1 สัมผัสความอลังการของสถาปัตยกรรมระดับประเทศ พร้อมตื่นตากับวิวเมืองและแม่นํ้าเจ้าพระยายามเช้าแบบจุใจ  และ Fun Run           5 กิโลเมตร ปล่อยตัวและเข้าเส้นชัยที่จุดศูนย์กลางความสุขอย่าง Kingsquare เส้นทางสายชิลล์ ที่จะได้สัมผัส Urban Vibes วิ่งชมความคึกคักและวิวเมืองย่านพระราม 3 ถนนรัชดาภิเษก  พร้อมด้วยมุมมองที่มองเห็นความยิ่งใหญ่ของสะพานภูมิพลและตึกสูงระฟ้าเป็นฉากหลังในระดับสายตา

Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026 ยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยตลอดการแข่งขัน โดยวางแผนดูแลนักวิ่งอย่างครอบคลุม ทั้งด้านการแพทย์ การอำนวยความสะดวก และการจัดการเส้นทาง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพตลอดการแข่งขัน มีทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ฉุกเฉินคอยกำกับดูแลการปฏิบัติงาน พร้อมจัดเตรียมรถพยาบาล Advanced Life Support (ALS) รถพยาบาล Basic Life Support (BLS) และรถจักรยานยนต์  กู้ชีพฉุกเฉิน (Motorlance) เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงผู้บาดเจ็บ โดยวางกำลังทีมแพทย์ฉุกเฉินให้สามารถเข้าถึงนักวิ่งที่ได้รับบาดเจ็บภายใน 2 นาที ในทุกจุดของเส้นทาง

นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ Static Marshal กว่า 100 คน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง รวมทั้งจัดจุดบริการน้ำดื่มทุกระยะประมาณ 2 กิโลเมตร ครอบคลุมการแข่งขันทั้ง 3 ระยะ ได้แก่ 5 กิโลเมตร 13 กิโลเมตร และ 21 กิโลเมตร

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน คือ Special Talk “Road to KingBridge Run: ทุกก้าวมีความหมาย” ที่ชวน ซี-ธีมา ตงศิริ  ผู้ดำเนินรายการวิ่งเลย Running Day, ป๊อก-อิทธิพล สมุทรทอง  นักวิ่งมาราธอนและผู้ก่อตั้ง 42.195 K Club และ  แปลน-รัฐวิทย์ กิจวรลักษณ์ นักแสดงหนุ่ม จากซีรีส์ “กัลปาวสาน” ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับเสน่ห์        ของเส้นทางการแข่งขัน เทคนิคการเตรียมตัวสำหรับการวิ่งขึ้นสะพาน รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจและเชิญชวนประชาชนออกมาร่วมสัมผัสประสบการณ์การวิ่งบนเส้นทางแห่งใหม่ที่เปิดให้วิ่งเป็นพิเศษ

Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026 จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2569  ณ KINGSQUARE Community Mall พระราม 3 ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วม และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.thaipbs.or.th/kingbridgerun2026  และ Facebook มูลนิธิไทยพีบีเอส

ไอจีแทบแตก แอน สิเรียม อวดความแซ่บในครัว แฟนๆแห่ชมสวยอมตะ

ไอจีแทบแตก แอน สิเรียม อวดความแซ่บในครัว แฟนๆแห่ชมสวยอมตะ

ไอจีแทบแตก แอน สิเรียม อวดความแซ่บในครัว แฟนๆแห่ชมสวยอมตะ

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.02 น.

เรียกว่าสวยสวนทางกับตัวเลขอายุจริงๆ สำหรับนักแสดงสาวรุ่นใหญ่ “แอน สิเรียม” ที่แม้ปัจจุบันจะอายุ 54 ปีแล้ว แต่ยังคงดูแลตัวเองเป็นอย่างดี จนความสวยและความสดใสยังคงเปล่งประกายไม่เปลี่ยน แถมแต่ละลุคที่เจ้าตัวเผยผ่านโซเชียล ก็เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆ ได้อยู่เสมอ

ล่าสุด แอน สิเรียม ทำเอาอินสตาแกรมกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังเจ้าตัวโพสต์ภาพเซ็ตใหม่ในลุคสบายๆ ในห้องครัว แต่ดีกรีความสวยและความมั่นใจยังจัดเต็ม โดยเลือกสวมกางเกงขาสั้นเผยเรียวขา พร้อมโพสท่าถ่ายรูปในมุมต่างๆ จนแฟนๆ ต้องเข้ามากดไลก์กันรัวๆ

โดยเฉพาะช็อตหันหลังที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เจ้าตัวยังคงดูแลรูปร่างได้ดีมาก หุ่นเป๊ะและดูสดใสจนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุ 54 ปีแล้ว เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่พิสูจน์ให้เห็นว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขจริงๆ

‘อรรษิษฐ์’ เชิญร่วมงาน ‘สิงห์ดำสัมพันธ์ 2569’ 22 ส.ค.นี้ ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เชิดชู 5 ‘นิสิตเก่าดีเด่น’

‘อรรษิษฐ์’ เชิญร่วมงาน ‘สิงห์ดำสัมพันธ์ 2569’ 22 ส.ค.นี้ ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เชิดชู 5 ‘นิสิตเก่าดีเด่น’

‘อรรษิษฐ์’ เชิญร่วมงาน ‘สิงห์ดำสัมพันธ์ 2569’ 22 ส.ค.นี้ ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เชิดชู 5 ‘นิสิตเก่าดีเด่น’

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.02 น.

“อรรษิษฐ์” เชิญร่วมงาน “สิงห์ดำสัมพันธ์ 2569” 22 ส.ค.69 นี้ ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯเชิดชู 5 “นิสิตเก่าดีเด่น” ผู้ทำคุณประโยชน์ให้สังคม พร้อมกระชับความผูกพัน “พี่น้องสิงห์ดำ”ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเชิญชวนนิสิตปัจจุบันและนิสิตเก่า คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เข้าร่วมงาน “สิงห์ดำสัมพันธ์ 2569 :

79 ปี แห่งเกียรติภูมิและความผูกพัน” ในวันที่ 22 ส.ค. 69 ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยกิจกรรมของงาน ได้แก่

– เวลา 08.00 น. ลงทะเบียน พร้อมรับประทานอาหารเช้า ณ โรงอาหารชั้น 1

– เวลา 08.30 น. พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ พระพุทธรูปสิงห์หนึ่ง สิงห์ดำ และศาลพระภูมิสิงห์ดำ

– เวลา 09.15 น. พิธีสงฆ์และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้นิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาฯ ผู้ล่วงลับ ณ หน้าห้องประชุมเกษม สุวรรณกูล ชั้น 13 อาคารเกษม อุทยานิน (ตึก 3)

– เวลา 10.00 น. พิธีคารวะอาจารย์ ณ หน้าห้องประชุมเกษม สุวรรณกูล ชั้น 13 อาคารเกษมอุทยานิน (ตึก 3)

– เวลา 10.30 น. พิธีประกาศเกียรติคุณและการมอบรางวัล “นิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น

ประจำปี 2569” ณ หน้าห้องประชุมเกษม สุวรรณกูล ชั้น 13 อาคารเกษม อุทยานิน (ตึก 3)

– เวลา 13.30 น. การประชุมใหญ่สามัญ สมาคมนิสิตเก่า รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ประจำปี 2569

ณ ห้องประชุมสมาคมฯ ชั้น 12 อาคารเกษม อุทยานิน (ตึก 3)

สำหรับ การมอบรางวัลนิสิตเก่าดีเด่นนั้น สมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ได้พิจารณาคัดเลือกนิสิตเก่าที่ผู้ใช้วิชาความรู้ในการประกอบอาชีพโดยสุจริตและได้รับความสำเร็จอย่างสูงในหน้าที่การงาน มีความประพฤติดี ได้รับการยกย่องนับถือจากสังคม อันเป็นการนำชื่อเสียง

มาสู่สถาบันการศึกษา ตอบแทนพระคุณของสถาบันการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ

มีความเสียสละและอุทิศตนเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ โดยผู้ที่ได้รับรางวัล “นิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น ประจำปี 2569” รวม 5 ท่าน ได้แก่ สาขาที่ 1 : สาขาข้าราชการประจำ

จำนวน 4 ท่าน คือ (1) นายพิริยะ ฉันทดิลก รุ่นที่ 39 ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด (2) นายนิกรเดช พลางกูร รุ่นที่ 41 เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส (3) น.ส.อโรชา นันทมนตรี

รุ่นที่ 42 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม (4) นายสยาม ศิริมงคล รุ่นที่ 45 อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และสาขาที่ 2 : สาขานักวิชาการ จำนวน 1 ท่าน คือ ศ.ดร.ฉันทนา บรรพศิริโชติ หวันแก้ว รุ่นที่ 29 ศาสตราจารย์กิตติคุณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับผู้ที่ได้รับรางวัลนิสิตเก่าดีเด่น รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ประจำปี 2569 ทั้ง 5 ท่าน อีกครั้ง พร้อมทั้งเชิญชวนพี่น้องศิษย์เก่ารัฐศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลดังกล่าว และขอเชิญมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวันสำคัญนี้ ที่จะเติมเต็มความผูกพันของ “พี่น้องชาวสิงห์ดำ” ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อย่าลืมมาร่วมงานกันนะครับ

มก.ค้นพบ ‘ยีสต์เจ้าฟ้าหญิง’ ต่อยอดองค์ความรู้สู่เกษตร อาหาร เศรษฐกิจชีวภาพ

มก.ค้นพบ ‘ยีสต์เจ้าฟ้าหญิง’ ต่อยอดองค์ความรู้สู่เกษตร อาหาร เศรษฐกิจชีวภาพ

มก.ค้นพบ ‘ยีสต์เจ้าฟ้าหญิง’ ต่อยอดองค์ความรู้สู่เกษตร อาหาร เศรษฐกิจชีวภาพ

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประเทศไทยสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญในวงการจุลชีววิทยาและอนุกรมวิธาน เมื่อคณะนักวิจัยจากภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ค้นพบ “ยีสต์เจ้าฟ้าหญิง” (Blastobotrys princeps sp. nov.) ยีสต์สปีชีส์ใหม่ของโลก จากการศึกษาความหลากหลายของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ร่วมกับเห็ดป่าในอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ จ.มุกดาหาร นับเป็นอีกก้าวสำคัญของงานวิจัยไทยที่ช่วยเพิ่มองค์ความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ และเปิดโอกาสสู่การศึกษาศักยภาพของจุลินทรีย์เพื่อประโยชน์ด้านการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพในอนาคต

คณะวิจัยประกอบด้วย ผศ.ดร.พัณณิดา ขุนนามวงษ์ ศ.เกียรติคุณ ดร.สาวิตรี ลิ่มทอง รศ.ดร.นันทนา สีสุข และ น.ส.ปนัดดา นวลไธสง นิสิตระดับปริญญาโท จากภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ร่วมกับ ดร.บารมี สกลรัตน์ นักวิจัยจากสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยผลงานวิจัยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (สวพ.มก.)

ยีสต์สปีชีส์ใหม่ของโลกชนิดนี้ถูกค้นพบจากตัวอย่างเห็ดสกุล Russula ที่เก็บจากอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ต.นาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร คณะวิจัยได้กำหนดชื่อระบุชนิด (species epithet) ว่า “princeps” และเรียกชื่อในภาษาไทยว่า “ยีสต์เจ้าฟ้าหญิง” ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อเพื่อถวายพระเกียรติ แด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเจริญพระชนมพรรษา 70 พรรษา และเพื่อเทิดพระเกียรติในฐานะที่ทรงเป็นเจ้าฟ้านักอนุกรมวิธานและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย โดยคำว่า princeps ในภาษาละติน มีความหมายว่า “บุคคลสำคัญอันดับแรก ผู้เป็นผู้นำ ผู้ทรงเกียรติยิ่ง”

การค้นพบครั้งนี้เป็นผลจากการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของยีสต์ที่แยกได้จากเห็ดป่า ซึ่งคณะวิจัยเก็บรวบรวมตัวอย่างจากอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ จ.มุกดาหาร จำนวน 60 ตัวอย่าง ก่อนแยกเชื้อยีสต์ได้ทั้งสิ้น 90 สายพันธุ์ จากนั้นจึงนำเชื้อทั้งหมดมาศึกษาและจำแนกชนิดด้วยหลักอนุกรมวิธานระดับโมเลกุล เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลกับชนิดที่มีการบันทึกไว้ในฐานข้อมูลสากล

ผลการศึกษาพบว่า ยีสต์ส่วนใหญ่เป็นชนิดที่เคยมีรายงานแล้ว แต่มีเชื้อยีสต์สายพันธุ์หนึ่ง คือ DMKU-TM03 ที่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนสำหรับการจำแนกยีสต์แตกต่างจากสปีชีส์ที่มีการบันทึกไว้ทั้งหมด คณะวิจัยจึงศึกษาเพิ่มเติมตามหลัก อนุกรมวิธานพอลีฟลาสิก (Polyphasic Taxonomy) ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้ข้อมูลหลายด้านประกอบกัน ทั้งข้อมูลพันธุกรรม ลักษณะทางสัณฐานวิทยา และคุณสมบัติทางชีววิทยา เพื่อยืนยันสถานะของสิ่งมีชีวิตอย่างรอบด้าน ก่อนจะสรุปได้ว่า ยีสต์สายพันธุ์ดังกล่าวเป็น ยีสต์สปีชีส์ใหม่ของโลก ที่ไม่เคยมีรายงานการค้นพบมาก่อน

นอกจากการยืนยันสถานะของยีสต์สปีชีส์ใหม่แล้ว คณะวิจัยยังศึกษาลักษณะปรากฏของเชื้อ เพื่อใช้ประกอบการเสนอชนิดใหม่ตามหลักอนุกรมวิธาน ผลการศึกษาพบว่า ยีสต์ชนิดนี้สามารถใช้แหล่งคาร์บอนได้หลายชนิด นอกจากนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาคุณสมบัติด้านอื่นๆ “ยีสต์เจ้าฟ้าหญิง” ยีสต์สปีชีส์ใหม่ ที่อาจนำไปประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของการต่อยอดองค์ความรู้จากการค้นพบพื้นฐานไปสู่การใช้ประโยชน์ในอนาคต

ศ.เกียรติคุณ ดร.สาวิตรี ลิ่มทอง กล่าวว่า การค้นพบ “ยีสต์เจ้าฟ้าหญิง” ในครั้งนี้ สามารถบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย และตอกย้ำว่า ผืนป่าธรรมชาติของไทยยังเป็นแหล่งทรัพยากรจุลินทรีย์ที่ทรงคุณค่า ซึ่งอาจนำไปสู่การค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่และองค์ความรู้ใหม่อีกมากมายในอนาคต การเก็บรักษาเชื้อยีสต์ไว้ในคลังทรัพยากรจุลินทรีย์จะเอื้อต่อการศึกษาวิจัย การพัฒนาศักยภาพเพื่อการใช้ประโยชน์ และการอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพของประเทศอย่างยั่งยืน

งานวิจัยครั้งนี้จึงมิได้เป็นเพียงการเพิ่มรายชื่อสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลก หากยังเป็นการสร้างองค์ความรู้ที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การส่งเสริมภาคการเกษตร การสนับสนุนอุตสาหกรรมชีวภาพ การยกระดับงานวิจัยสู่ระดับอุตสาหกรรม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานชีวภาพของประเทศในอนาคต นับเป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยในการสร้างผลงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างองค์ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศชาติ

“ผืนป่าของประเทศไทยยังคงเป็นแหล่งทรัพยากรชีวภาพอันทรงคุณค่า ที่รอการศึกษาและต่อยอดสู่การสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อประโยชน์ของภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพของประเทศอย่างยั่งยืน” ศ.เกียรติคุณ ดร.สาวิตรี ลิ่มทอง กล่าวย้ำในตอนท้าย

มทร.ล้านนา เปิดตัว 3 นวัตกรรมสุดเจ๋ง เครื่องจักรต้นแบบยกระดับเกษตร-สมุนไพรไทย

มทร.ล้านนา เปิดตัว 3 นวัตกรรมสุดเจ๋ง เครื่องจักรต้นแบบยกระดับเกษตร-สมุนไพรไทย

มทร.ล้านนา เปิดตัว 3 นวัตกรรมสุดเจ๋ง เครื่องจักรต้นแบบยกระดับเกษตร-สมุนไพรไทย

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

รศ.วิเชษฐ์ ทิพย์ประเสริฐ รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา เปิดเผยว่า มทร.ล้านนา ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ร่วมกันแถลงถึงความสำเร็จในการพัฒนา 3 นวัตกรรมเครื่องจักรต้นแบบ ของนักวิจัย มทร.ล้านนา ประกอบด้วย เครื่องสกัดน้ำมันหอมระเหยด้วยเทคโนโลยีสนามไฟฟ้าพัลส์ (PEF) ร่วมกับไมโครเวฟและความร้อน ผลงานของ ดร.ชัชวาลย์ กันทะลา นักวิจัย มทร.ล้านนา และคณะ , เครื่องต้นแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าและยืดอายุการเก็บรักษาผลผลิตทางการเกษตรด้วยเทคนิคพลาสมาร่วมกับไมโครและนาโนบับเบิ้ล ผลิตน้ำพลาสมา ผลงานของ นายสาธิต รุ่งสว่าง ดร.ศุภเกียรติ สุภสินธ์ นักวิจัย มทร.ล้าน และคณะ และเครื่องสกัดสมุนไพรประหยัดพลังงานด้วยเทคนิคพลังงานร่วมของสนามไฟฟ้าพัลส์ อัลตราโซนิกและระบบระเหยสารภายใต้แรงดันต่ำ ผลงานของ นายจักรรินทร์ ถิ่นนคร ดร.ศุภเกียรติ สุภสินธ์ นักวิจัย มทร.ล้านนา และคณะ ซึ่งเครื่องจักรต้นแบบทั้งหมดนี้ถือเป็นผลงานภายใต้โครงการสร้างเครื่องจักรต้นแบบด้วยกระบวนการวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ทั้ง 3 ผลงานเป็นงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เป็นการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่เศรษฐกิจ BCG อย่างแท้จริง

ดร.ชัชวาลย์ กันทะลา กล่าวว่า งานวิจัยเครื่องดังกล่าวจะช่วยลดเวลาในการสกัดน้ำมันหอมระเหย ซึ่งได้ทดลองสกัดน้ำมันหอมระเหยจากไพล โดยใช้ไพลจำนวน 5 กิโลกรัม ใช้เวลาสกัดประมาณ 5 ชั่วโมง จะได้น้ำมันหอมระเหยราว 35 ซีซี และในการสกัด 1 รอบ จะเสียค่าไฟเพียง 137 บาท  อีกทั้งยังคงประสิทธิภาพสูงสุดของสารสำคัญในไพล เช่น Curcuminoids และ Terpenes ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องการต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ ได้อย่างเด่นชัด ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ได้ เนื่องจากน้ำมันที่สกัดออกมาเป็นสารสกัดเกรดเภสัชกรรมและเวชสำอาง

ขณะที่ ดร.ศุภเกียรติ สุภสินธ์ กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้ช่วยลดปริมาณสารเคมีตกค้างในผลผลิตได้ โดยได้ทดลองกับผักคะน้าที่ขึ้นชื่อว่ามีสารตกค้างมากที่สุด นำไปแช่ในน้ำพลาสมา 20 นาที พบว่าลดสารพิษในผักลงได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นเมื่อเทียบกับการแช่ด้วยน้ำธรรมดา ซึ่งเครื่องนี้จะทำให้ผู้ประกอบการที่ส่งออกผัก ผลไม้ไปต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ลดการตีกลับของสินค้าที่มีเชื้อจุลินทรีย์ และสารเคมีตกค้างเกินกำหนด และยืดอายุการเก็บรักษาผลผลิตได้

“เครื่องสกัดนี้สามารถสกัดสารในพืช โดยใช้คลื่นอัลตร้าโซนิก ผลักสารออกฤทธิ์ที่ไวต่อความร้อนที่เป็นสารสำคัญในพืชออกโดยยังคงคุณภาพไว้ ซึ่งได้ทดลองสกัดสาร Capsaicin ที่อยู่ในพริก เพื่อผลิตเป็นสเปรย์พ่นป้องกันหนู ช้าง กระรอก เข้ามาทำความเสียหายกับผลผลิตทางการเกษตรซึ่งได้ผลที่ดี และเครื่องนี้ยังสามารถต่อยอดผลิตสารสกัดคุณภาพสูงสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพได้” ดร.ศุภเกียรติ กล่าว