เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมรับเสด็จ ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ ในงาน “Young รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE”

เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมรับเสด็จ ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’  ในงาน “Young รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE”

เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมรับเสด็จ ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ ในงาน “Young รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE”

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.00 น.

มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จัดงานมหกรรมนิทรรศการด้านการอนุรักษ์ทะเล “Young รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE : สร้างโลกทะเลใหม่ ด้วยมือเรา” โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน ณ NEX HALL ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน  ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม – 12 สิงหาคม 2569 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและเยาวชนได้เรียนรู้ ลงมือทำ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์และฟื้นฟูท้องทะเลไทยอย่างยั่งยืน

ในโอกาสนี้ ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยฯ เข้าเฝ้ารับพระราชทานโล่ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดงานฯ โดยมี บุษดี เจียรวนนท์, ภัคพล งามลักษณ์ ประธานคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะรองประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยฯ ณัฐพรรณ เหลืองวิริยะ และ จอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมถวายการต้อนรับ พร้อมนำชมบูธนิทรรศการของเครือซีพี ซึ่งนำเสนอแนวทางการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล ตลอดจนการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อท้องทะเลไทย

ภายในงานเครือซีพีนำเสนอผลการดำเนินงานผ่านหน่วยงานด้านปฏิบัติการความยั่งยืนทางทะเล ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ CP SEACOSYSTEM ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ากับพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลอย่างเป็นระบบ สามารถติดตามและประเมินผลได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างคุณค่าร่วมให้กับชุมชน สังคม และประเทศในระยะยาว

นับตั้งแต่เริ่มโครงการ “ซีพีความดี ทะเลไทยยั่งยืน” ในปี 2560 เครือซีพีได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และเครือข่ายชุมชน วางเป้าหมายปะการังเทียม 7,000 โครงสร้าง ภายในปี 2573  เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ สร้างแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และยกระดับรายได้ของชุมชนประมงชายฝั่ง ภายใต้การประเมินผลด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมอย่างรอบด้าน นอกจากนั้นยังได้เสริมสร้างศักยภาพสร้างผู้นำรุ่นใหม่ไป 2,800 คนต่อปี ในการปลุกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทะเลไทย พร้อมควบคู่กับการอนุรักษ์ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 1,670 ล้านตัวต่อปี คืนสู่ธรรมชาติเสริมความสมดุลของระบบนิเวศ

นอกจากนี้ ภายในบูธ “CP SEACOSYSTEM เพื่อทะเลไทยยั่งยืน” ยังเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล เริ่มจาก Immersive Experience พาผู้เข้าชมดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลเสมือนจริงด้วยภาพและเสียงรอบทิศทาง เสริมด้วยนิทรรศการนำเสนอแนวคิดและผลลัพธ์ของโครงการปะการังเทียมพร้อมถ่ายทอดแนวคิด Circular Economy ผ่านการต่อยอดทรัพยากรอย่างสร้างสรรค์การเปลี่ยนฝาขวดพลาสติกให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่รักษ์โลก การนำเครื่องมือประมงที่หมดอายุการใช้งานและขยะทะเลมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน การพัฒนาซั้งเชือกพลาสติกสู่ “ซั้งยางพารา” รวมถึงการแปรรูปสาหร่ายทะเลที่เหลือทิ้งให้กลายเป็นนวัตกรรมสิ่งทอแห่งความยั่งยืนที่ก้าวสู่เวทีแฟชั่นและรันเวย์

กิจกรรม Interactive Game ที่ชวนผู้เข้าร่วมทดสอบความรู้ด้านการอนุรักษ์ทะเลอย่างสนุกสนาน และกิจกรรม Sea Sharing เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแรงบันดาลใจจากนักอนุรักษ์รุ่นใหม่ เพื่อร่วมสร้างการมีส่วนร่วมและปลูกจิตสำนึกในการดูแลและฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลของประเทศไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

เครือเจริญโภคภัณฑ์เชื่อมั่นว่า การอนุรักษ์ทะเลจะเกิดผลอย่างยั่งยืนได้ด้วยพลังของความร่วมมือ พร้อมเดินหน้าผสานศักยภาพของภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และชุมชน เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ เป็นฐานความมั่นคงทางอาหารของประเทศ และเป็นมรดกทางธรรมชาติที่ส่งต่อสู่คนรุ่นต่อไป พร้อมเชิญชวนเยาวชนและประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่บูธ CP SEACOSYSTEM (P4) ภายในงาน “Young รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE” ได้ถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ณ NEX HALL ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นิตยสารแพรว ร่วมกับ สยามพารากอน จัดงานแถลงข่าวความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ ฉลองครบรอบ 47 ปี

นิตยสารแพรว ร่วมกับ สยามพารากอน จัดงานแถลงข่าวความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ ฉลองครบรอบ 47 ปี

นิตยสารแพรว ร่วมกับ สยามพารากอน จัดงานแถลงข่าวความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ ฉลองครบรอบ 47 ปี

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.52 น.

นิตยสารแพรว โดย บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด ในเครืออมรินทร์กรุ๊ป ร่วมกับ สยามพารากอน จุดหมายปลายทางระดับโลก และ โครงการ Citizen of Love by Siam Piwat จัดงานแถลงข่าวความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ ฉลองครบรอบ 47 ปี นิตยสารแพรว สานต่อความตั้งใจในการเป็นสื่อกลางในการให้ความช่วยเหลือสังคมด้านต่างๆ ผ่านโครงการ Praew Charity (แพรวแชริตี้) เพื่อส่งความช่วยเหลือไปยังผู้ยากไร้ สตรี เด็ก สัตว์ทุกข์ยาก รวมถึงสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมการกุศล ไม่ว่าจะเป็นการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากเหล่าศิลปิน การประมูลของพิเศษ การออกร้านจากเหล่าเซเลบริตี้ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี

ในวาระครบรอบ 47 ปี นิตยสารแพรว ได้จัด 3 กิจกรรมพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 1 – 6 กันยายน 2569 ได้แก่ Praew 47th Anniversary Exhibition, Praew Awards 2026 และ Praew Charity 2026 เพื่อระดมทุนสมทบโครงการแพรวแชริตี้ ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ และมอบโอกาสให้กับเด็กเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านโครงการเงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย และมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ

ภายในงานแถลงข่าวครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์  กรรมการผู้จัดการใหญ่
สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด,  คุณธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ
กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า สยามพารากอน, มล.อรดิศ สนิทวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Corporate Affairs บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, คุณจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย, คุณมนัสนันท์ รวยดีเลิศ เจ้าหน้าที่อาวุโสความร่วมมือระหว่างองค์กร มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมด้วยเซเลบริตี้ คุณอารีย์ นาคชัยยะ, คุณวรเกียรติ อานันทนะสุวงศ์, คุณก้องกิดากร ขันมณี และ ต่าย ชุติมา-น้องพิพิม, มี่ภัทร ภัทรนันท์ – เอญ่า อรพรรณ – มายยู กวิสรา – ชัญญ่า ชัญญา นักแสดงจากค่าย Me Mind Y, น้ำนา ธารไท – พีเค ภัทรชัย จากซีรีส์ Oops! Mysterious Sounds สืบเสียงปริศนา…อุ๊ย! เสียงหัวใจเธอดังกว่า, ศิลปินวง THX, ดรีม นวรัตน์, ผักกาด ภีรดา เป็นแขกคนสำคัญร่วมงานแถลงข่าว วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม  2569 ที่ผ่านมา ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน

คุณอัฐมาภรณ์ อัมระปาล บรรณาธิการบริหาร นิตยสารแพรว กล่าวว่า “เนื่องในโอกาส นิตยสารแพรว ครบรอบ 47 ปี แพรวจัดเต็มความพิเศษในเดือนกันยายนนี้ เริ่มด้วย Praew 47th Anniversary Exhibition งานจัดแสดงภาพถ่ายสุดพิเศษจากนิตยสารแพรว พร้อมกิจกรรมประมูลภาพ เพื่อนำรายได้ทั้งหมดสมทบทุนโครงการแพรวแชริตี้ ตั้งแต่วันที่  1 – 6  กันยายน 2569 ณ  Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน

“ไม่เพียงเท่านี้ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพและสื่อชั้นนำของไทย กับงานประกาศรางวัลครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี Praew Awards 2026 เพื่อมอบรางวัลให้กับบุคคลที่เป็นที่สุดในแต่ละสาขา ในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569 ณ Nex Hall ชั้น 5 สยามพารากอน

“พลาดไม่ได้กับงานการกุศลใหญ่ประจำปี ที่นิตยสารแพรวสานต่อความตั้งใจในการเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือสังคมด้านต่างๆ ผ่านงาน Praew Charity 2026 กิจกรรมออกร้านขายของจากเซเลบริตี้ พร้อมด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน ดารา กว่า 100 ท่าน  จัดเต็ม 2 วัน ในวันที่ 5 – 6 กันยายน 2569 ณ Nex Hall ชั้น 5 สยามพารากอน

“โดยกิจกรรมทั้งหมดจัดขึ้น เพื่อระดมทุนสมทบโครงการแพรวแชริตี้ ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ และมอบโอกาสให้กับเด็กเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านโครงการเงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย และมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ”

คุณธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า สยามพารากอน กล่าวว่า  “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สยามพารากอนและนิตยสารแพรวมีความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องในการสร้างกิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน ทั้งด้านไลฟ์สไตล์ ศิลปะ และกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ สยาม
พารากอนที่ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์การค้า แต่เป็น Global Experiential Destination ที่มุ่งสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายให้กับผู้คนในทุกมิติ สำหรับปีนี้ นิตยสารแพรวฉลองครบรอบ 47 ปี สยามพารากอนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกันต่อยอดความร่วมมือและเฉลิมฉลองไปด้วยกันผ่านกิจกรรมที่ไม่เพียงมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคมอีกด้วย”

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง http://www.praew.com  / Facebook : นิตยสารแพรว / Instagram : @praewmag / X : @praewdaily / TikTok : @praewmagazine และ Youtube : @praewmag

#Praew47th #SiamParagonXPraew #SiamParagon #CitizenOfLove #Praewmag

คุณแหน : 7 สิงหาคม 2569

คุณแหน : 7 สิงหาคม 2569

คุณแหน : 7 สิงหาคม 2569

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เปิดงานประชุมโครงการประชุมวิชาการนิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์นานาชาติ ครั้งที่ 71 เพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพนิสิตเภสัชศาสตร์ ทั้งทักษะด้านวิชาการและวิชาชีพ รวมถึงภาวะผู้นำสู่ระดับสากล เตรียมความพร้อมเภสัชกรรุ่นใหม่ให้มีความสามารถปรับตัวและทำงานในระบบสุขภาพ โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน, ศ. ดร.วิเลิศ ภูริวัชร, รศ.ภก.ดร.วรสิทธิ์ วงศ์สุทธิเลิศ พร้อมด้วยคณาจารย์ และนักศึกษาเภสัชศาสตร์จากไทยและนานาชาติกว่า 400 คน จาก 43 ประเทศร่วมงาน..
  • ชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผวจ.ร้อยเอ็ด เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อปรับปรุงเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด 20 ปี และแผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ. 2571–2575 โดยมี ปราณี วงศ์บุตร ร่วมด้วย..
  • ดร.อมรศักดิ์ กิจธนานันท์ ได้รับเชิญเป็นผู้แทนรัฐสภาไทย ไปประชุมนานาชาติ 3rd Climate and Water Round-table และ 9th Asia National Assembly Water Consultative Board (AAWC) ร่วมกับสมาชิกรัฐสภาในเอเชียหลายประเทศ ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว..
  • นราพัฒน์ แก้วทอง วันเกิดปีนี้ได้ทำบุญ พร้อมวันเกิดพรรครวมไทยสร้างชาติครบรอบ 4 ปี ได้ทำบุญถวายภัตราหารเพลพระ 9 รูปจาก วัดเบญจมบพิตร ตกเย็นก็ไปกินข้าวกับลูกๆ..
  • มิตรสหายชาว BRAIN 2 ร่วมยินดีกับ เกษสุดา ไรวา ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.เอส แอนด์ พี ซินดิเคท ที่ได้รับพระราชทาน รางวัลสตรีไทย ประจำปี 2569 ประเภทนักธุรกิจ ด้านอุตสาหกรรมอาหาร และ ดร.วารีรัตน์ ตั้งธนกูล ที่ได้รับพระราชทานเข็มที่ระลึกผู้ทำคุณประโยชน์ ในงานวันสตรีไทย ประจำปี 2569..
  • เพื่อนๆ Digital CEO# 9  ร่วมยินดีกับ ผศ.ดร.ชาย รังสิยากูล ได้เป็น ผู้ช่วยอธิการบดี ม.เชียงใหม่ (มช.)..
  • ณัฐธิดา สงวนสิน กก.ผจก.บจ.บัซซี่บีส์ บริจาคทุนการศึกษาให้เยาวชนผู้ด้อยโอกาสของมูลนิธิเพื่อการศึกษาสมาคมการตลาดแห่งประเทศ จำนวน 3 ทุน..
  • อนุโมทนาบุญกับ ดร.พรเพ็ญ เดชวิไลศรี ที่บริจาคเงินช่วยสนับสนุนนักเรียนผู้พิการของวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ..
  • รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนตัวแทนประเทศไทย ดช.กัณญ์ฐวี งามไพบูลย์สมบัติ ชั้น ม.2, ดช.ปุณณพัฒน์ เชาวลาห์ ชั้นป.3 และ ดช.พชร ส่งแสงขจร ชั้น ป.6 ที่ได้รับรางวัล เหรียญทอง, ดช.สิรวิชญ์ มังกรอัศวกุล ชั้น ม.2 ได้รับรางวัลเหรียญเงิน และดช.พุทธ สุวรรณวิสารท ชั้น ป.6 ได้รับรางวัลเหรียญทองแดง จากการแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ รายการ World Mathematics Invitational: WMI 2026 ณ ประเทศญี่ปุ่น..

น้องใหม่

สกสว. – DIP คิกออฟมหกรรม ‘IP X Venture Rise Thailand 2026’ เชื่อมทรัพย์สินทางปัญญาผ่านกองทุน ววน. เพิ่มคุณค่างานวิจัยไทย

สกสว. - DIP  คิกออฟมหกรรม 'IP X Venture Rise Thailand 2026' เชื่อมทรัพย์สินทางปัญญาผ่านกองทุน ววน. เพิ่มคุณค่างานวิจัยไทย

สกสว. – DIP คิกออฟมหกรรม ‘IP X Venture Rise Thailand 2026’ เชื่อมทรัพย์สินทางปัญญาผ่านกองทุน ววน. เพิ่มคุณค่างานวิจัยไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.09 น.

กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเวทีงาน “IP x Venture Rise Thailand 2026 : มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา ขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่อนาคต” บูรณางานวิจัยนวัตกรรม ผ่าน กองทุน ววน. เชื่อมโยง ทรัพย์สินทางปัญญา สร้างมูลค่าผลงานวิจัยเพิ่มโอกาส ด้านธุรกิจ และการลงทุน เปิดพื้นที่จับคู่ธุรกิจ เข้าถึงงานวิจัย กว่า 100 คู่ ยกระดับผลิตภัณฑ์ ต่อยอดธุรกิจ รองรับการเปลี่ยนแปลง ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม ฝ่าเกมส์หินกติกาการค้าโลก

6 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เปิดเผยว่า การจัดงาน “มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา ขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่อนาคต IP x Venture Rise Thailand 2026” ระหว่าง วันที่ 27-29 สิงหาคม 2569 ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง กองทุน ววน. โดย สกสว. และกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อบูรณาของระบบนวัตกรรมไทยให้เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร และเป็นระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศ ที่พัฒนาเป็น “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้เกิดสะพานเชื่อมทรัพย์สินทางปัญญางานวิจัย และเทคโนโลยี ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศ

“ นับเป็นอีกก้าวที่สำคัญของการสร้างมูลค่าเพิ่มทางทรัพย์สินทางปัญหาในด้านงานวิจัยและนวัตกรรมของไทย เพื่อเกิดการรักษาสิทธิและผลประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับผลงานวิจัยและนวัตกรรมอย่างแท้จริง หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 หรือ TRIUP Act ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ถือเป็นกฎหมายเพื่อการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ ที่ช่วยปลดล็อกความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรม สามารถพัฒนาในเชิงพาณิชย์ หรือสาธารณประโยชน์ในวงกว้าง ที่จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง และลดความเหลื่อมล้ำได้ เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัจจัยทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ “ โดยปีที่ผ่านมาเวที Venture Rise Thailand (VR Thailand)ได้เน้นการผลักดันการใช้ประโยชน์และการลงทุน ในปีนี้ สกสว. จึงมุ่งสู่การขยายโอกาสและต่อยอดงาน VR Thailand ด้วยการผสานองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้เข้ากับเครือข่ายในระบบ ววน. มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) เครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคธุรกิจ และนักลงทุน มาร่วมกันสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ที่เชื่อมโยงตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การพัฒนาต้นแบบ การจับคู่ธุรกิจ ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งทุนและการขยายตลาด ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ภายในงาน มีการจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากทั่วประเทศกว่า 200 ผลงาน พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อให้ผู้สร้างนวัตกรรมได้พบกับผู้ใช้ประโยชน์และนักลงทุนโดยตรง ตั้งเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 100 คู่ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 5,000 คน ที่ได้เรียนรู้แนวคิด และกรณีศึกษา กับโซนกิจกรรมทั้ง 9 อาทิ โซนแสดงผลงานวิจัย และนวัตกรรม โซนพันธมิตรภาคอุตสาหกรรม โซนหน่วยงานเครือข่ายกรมทรัพย์สินทางปัญญา และโซนเจรจาจับคู่ธุรกิจ และยังจัดให้มีการประกวด RISE+ Awards 2026 ภายใต้แนวคิด “Every Innovation Has a Story” เพื่อส่งเสริมการสร้างคุณค่าเพิ่ม (Value Creation) ให้แก่ผลงานวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผ่านการผสานองค์ความรู้ด้านการออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนาธุรกิจ ที่จะช่วยยกระดับผลงานวิจัยไทยให้ตอบโจทย์ตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม

ทั้งนี้ ในส่วนของเวทีเสวนาได้รวบรวมผู้นำจากภาคธุรกิจ นักลงทุน ผู้กำหนดนโยบาย และผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในและต่างประเทศ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และมุมมองเกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรม การพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา และการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกครอบคลุมอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ไปจนถึงอุตสาหกรรมอากาศยาน เศรษฐกิจอวกาศ เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ สู่การสร้าง เครือข่าย และโอกาสในการต่อยอดผลงานในอนาคต

ด้าน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ความร่วมมือในการจัดงาน IP x Venture Rise Thailand 2026 ถือเป็นการยกระดับคุณค่าให้กับผลงานวิจัย และนวัตกรรม ที่ต้องสร้าง”โอกาส” ให้เกิดขึ้นจริง ทั้งการร่วมลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี การจับคู่ธุรกิจ และการสร้างความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ นักลงทุน และภาคอุตสาหกรรม โดยครั้งนี้มีเป้าหมายให้เกิดการเจรจาจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 100 คู่ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การเจรจาจับคู่ธุรกิจจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม สร้างมูลค่าจากการทรัพย์สินทางปัญญาของไทยที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างต่อเนื่อง และเกิดการคุ้มครองผลงานที่เป็นลิขสิทธิ์ของคนไทย ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพด้านการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หรือธุรกิจที่มีความเข้มแข็ง สามารถรับกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม ความท้าท้าย มาตรการทางการค้า ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

สำหรับเป้าหมายของกรมทรัพย์สินทางปัญญาต้องการผลักดันให้ ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ สร้างการจ้างงาน และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานระหว่างวันที่ 27–29 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00–19.00 น. ณ Hall 8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อร่วมสร้างเครือข่าย ความร่วมมือ ขยายโอกาสการลงทุน และขับเคลื่อนทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ศจย.ลุยปกป้องสุขภาพเด็กไทย ชงรัฐคุม ‘หวาน เค็ม เมา ควัน’ สกัดวิกฤตโรค NCDs

ศจย.ลุยปกป้องสุขภาพเด็กไทย ชงรัฐคุม 'หวาน เค็ม เมา ควัน' สกัดวิกฤตโรค NCDs

ศจย.ลุยปกป้องสุขภาพเด็กไทย ชงรัฐคุม ‘หวาน เค็ม เมา ควัน’ สกัดวิกฤตโรค NCDs

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.04 น.

ศจย. สานพลัง 4 ภาคีเครือข่าย ชงรัฐคุม “หวาน เค็ม เมา ควัน” หยุด!! สินค้าบ่อนทำลายสุขภาพสกัดวิกฤตโรคเรื้อรัง( NCDs ) ปฏิรูปภาษีบุหรี่ คาดเพิ่มรายได้รัฐ 1.5 หมื่นล้านบาท/ปี เตือนไทยสูญเสียปีสุขภาวะกว่า 20.5 ล้านปี โดยกว่า 80% มาจากโรค NCDs พร้อมเสนอรัฐบาลเดินหน้าคงมาตรการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ปราบขายออนไลน์ และปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียว 30% ช่วยเพิ่มรายได้รัฐ 15,000 ล้านบาทต่อปี และปกป้องสุขภาพเด็กไทยจากอิทธิพลของปัจจัยพาณิชย์ที่บั่นทอนสุขภาพ

6 สิงหาคม 2569 ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดการประชุมวิชาการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 24 ขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “หวาน เค็ม เมา ควัน : กับดักสินค้าทำลายสุขภาพเรื้อรัง” (Commercial Determinants of Health: CDoH) ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเทล จังหวัดนนทบุรี

นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเปิดงาน ตอนหนึ่งว่า ปี 2565 พบว่า ประเทศไทยสูญเสีย“ปีสุขภาวะ” หรือ “ปีสุขภาพดี”อย่างน้อยรวมกว่า 20.5 ล้านปี โดย 4 ใน 5 ของปัญหานี้เกิดจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเฉพาะเรื่องของโรคหลอดสมอง เบาหวาน โรคหัวใจหลอดเลือด และโรคไตวาย คิดเป็น 12.2% ของภาวะการสูญเสียภาวะสุขภาพที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับประเทศไทย

“ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพ ได้แก่ ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในเด็กและเยาวชนไทย โรคความดันโลหิตสูง พฤติกรรมการบริโภคเกินขนาด รวมถึงการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ องค์การอนามัยโลก(WHO) ชี้ว่าปัจจัยดังกล่าวสามารถควบคุมได้เพื่อลดผลกระทบต่อการสูญเสียปีสุขภาวะของประชาชน โดยเฉพาะสินค้าประเภทน้ำตาล เกลือ สุรา และผลิตภัณฑ์ยาสูบ จึงถือเป็นปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่มีผลต่อสุขภาพ (Commercial Determinants of Health: CDoH) ที่ภาครัฐจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมอย่างเหมาะสม”

รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า องค์การอนามัยโลก เปิดตัวโครงการริเริ่ม “3 by 35” ซึ่งผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกใช้มาตรการทางภาษีสุขภาพ (Health Taxes) เพื่อเพิ่มราคาที่แท้จริงของ 3 ผลิตภัณฑ์ทำลายสุขภาพ ได้แก่ ยาสูบ แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล อย่างน้อย 50% รวมถึงออกกฎหมายปราบปรามเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชน และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ

“ในภาวะวิกฤติเด็กเกิดน้อยอยู่แล้วในประเทศไทย เราอย่าปล่อยให้สินค้าทำลายสุขภาพ ทั้ง“หวาน เค็ม เมา ควัน” มากำหนดอนาคตของเด็กไทย“

ด้าน ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ(ศจย.) กล่าวว่า ปี 2569 ศจย.ผนึกกำลัง 4 ภาคีเครือข่าย จัดการประชุมวิชาการบุหรี่และสุขภาพ ชูหัวข้อ “Commercial Determinants of Health: ปัจจัยพาณิชย์ที่มีผลต่อสุขภาพ” ขานรับแนวทางองค์การอนามัยโลก ในการสร้างฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ และสร้างความตระหนักรู้ถึงภัยแฝงจากสินค้าที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นสุรา ยาสูบ หรือน้ำตาล ซึ่งเปรียบเสมือนกับดักสำคัญที่ก่อให้เกิดกลุ่มโรค NCDs

ขณะที่ ศ.เกียรติคุณ พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ชี้ให้เห็นถึงวิกฤตบุหรี่ไฟฟ้าที่กำลังแพร่ระบาดเข้าสู่กลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งส่งผลเสียต่อการพัฒนาสมองอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในภาวะที่อัตราการเกิดของเด็กไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง ทาง ศจย. และเครือข่าย จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาล ดังนี้

1.คงมาตรการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ขอให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายห้ามนำเข้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและศูนย์ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าในการกวาดล้างอย่างจริงจัง โดยเน้นการควบคุมช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการซื้อขายของเด็กถึง 70 – 80%

“นี่คือเขื่อนที่สําคัญที่สุด เราจะต้องมาร่วมกันปราบปรามอย่างจริงจัง ซึ่งขณะนี้ทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ได้มีศูนย์บุหรี่ไฟฟ้าเกิดขึ้นแล้ว รวมทั้งเรื่องของการปราบปรามทางสื่อออนไลน์”

2.ปรับโครงสร้างภาษีเป็นอัตราเดียว (Single Tier) เนื่องจากระบบภาษี 2 อัตราในปัจจุบันเปิดช่องให้บุหรี่ราคาถูกขายได้มากขึ้น ส่งผลให้รัฐเสียประโยชน์ทั้งด้านรายได้สุขภาพและการจัดเก็บภาษี จึงเสนอให้ปรับเป็นภาษีอัตราเดียวเริ่มต้นที่ 30%

“งานวิจัยระบุว่า การปรับโครงสร้างภาษีเป็นอัตราเดียวจะช่วยเพิ่มรายได้ภาษีให้แก่รัฐถึง 15,000 ล้านบาทต่อปี และลดปริมาณการบริโภคบุหรี่ลงได้ 2 ล้านมวนต่อปี ซึ่งส่งผลดีทั้งต่อสุขภาพของประชาชนและสถานะทางการเงินของประเทศ”

ทั้งนี้ บรรยากาศช่วงพิธีเปิดการประชุมฯ ซึ่งจัดขึ้นเป็นวันแรก ภาคีเครือข่าย อาทิ ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ประธานเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดการบริโภคเกลือและโซเดียมในประเทศไทย ศ.ดร.นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ร่วมพิธีเปิดงานสัญลักษณ์ “หวาน เค็ม เมา ควัน” โดยนำสัญลักษณ์สินค้าวางลงบนกับดักร่วมกัน

‘BILLKIN’ สร้างความภาคภูมิใจ คว้ารางวัลใหญ่ Weibo Malaysia

‘BILLKIN’ สร้างความภาคภูมิใจ คว้ารางวัลใหญ่ Weibo Malaysia

‘BILLKIN’ สร้างความภาคภูมิใจ คว้ารางวัลใหญ่ Weibo Malaysia

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.00 น.

เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ “BILLKIN” (บิวกิ้น–พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล) ที่ได้รับรางวัล Weibo Malaysia Representative Cross-disciplinary Artist of Original Film Television and Music ในงาน 2026 Weibo Cultural Communication Night (Malaysia Station) ซึ่งรางวัลนี้มอบให้แก่ศิลปินผู้มีผลงานโดดเด่นครอบคลุมทั้งด้านภาพยนตร์ โทรทัศน์ และดนตรี โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ณ idea Live Arena ประเทศมาเลเซีย

นอกจากการขึ้นรับรางวัลอันทรงเกียรติแล้ว บิวกิ้นยังสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมด้วยการแสดงสด 2 บทเพลง ได้แก่ “สวยงามเสมอ (Ever-Forever)” และ “Mr. Everything” ถ่ายทอดพลังการร้องและเสน่ห์บนเวที ท่ามกลางเสียงเชียร์และการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนๆ

“BILLKIN” กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล Weibo Malaysia Representative Cross-disciplinary Artist of Original Film Television and Music ในงาน 2026 Weibo Cultural Communication Night (Malaysia Station) ขอบคุณ Weibo และขอบคุณแฟนๆ ทุกคนสำหรับความรักและการสนับสนุนที่มีให้เสมอมา ทุกคนคือส่วนสำคัญในเส้นทางการเดินทางของผม ขอบคุณจากใจครับ”

ต่างชาติอึ้ง ‘เก่ง ธชย’ ภูมิใจโชว์ชุดจากผ้าขาวม้าประยุกต์

ต่างชาติอึ้ง ‘เก่ง ธชย’ ภูมิใจโชว์ชุดจากผ้าขาวม้าประยุกต์

ต่างชาติอึ้ง ‘เก่ง ธชย’ ภูมิใจโชว์ชุดจากผ้าขาวม้าประยุกต์

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.54 น.

เต็มความภาคภูมิ กับชาวคณะ Bangkok Pride ตัวแทนจากประเทศไทย ที่ได้เดินทางไปร่วมงานไพรด์ระดับโลก อย่าง World pride 2026 ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ หนึ่งในแบรนด์แอมบาสเดอร์ Bangkok Pride ตัวแทนของประเทศไทยอย่าง “เก่ง ธขย” ก็พร้อมจัดเต็ม ชุดที่โชว์ความเป็นไทย ในวันสุดท้ายก่อนกลับมาตุภูมิ กับการรังสรรค์ชุดจาก ผ้าขาวม้าไทย ที่ประยุกต์ให้เป็นแฟชั่นร่วมสมัย ที่มีกลิ่นอายของความเป็นไทย แฟชั่นที่ได้รับความสนใจ และสะกดสายตาชาวต่างขาติได้อย่างเกินความคาดหมาย เจ้าตัวบอกด้วยความภาคภูมิใจว่า

“ผมรู้สึกภูมิใจอย่างที่สุด ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสวมใส่และถ่ายทอดเรื่องราวของผืนผ้านี้ ให้โลกได้เห็นว่า ความเป็นไทย ไม่ได้มีเพียงความงดงามของวัฒนธรรม แต่ยังมีหัวใจที่พร้อมเปิดรับทุกความแตกต่าง ผ้าขาวม้าผืนนี้ไม่ได้ห่มเพียงร่างกาย แต่มันห่มศักดิ์ศรีของความเป็นไทย และโอบกอดความหลากหลายของความเป็นมนุษย์ไว้พร้อมกัน จากผืนผ้าของวิถีไทย สู่หัวใจของผู้คนทั่วโลก ด้วยความรัก ความภาคภูมิใจ และความหวังสู่ Bangkok WorldPride 2030”

“ผ้าขาวม้าสีรุ้ง” ความยาว 88 หลา จากชุมชนวัฒนธรรมไทย ภายใต้การสนับสนุนที่ดีงามของ กระทรวงวัฒนธรรมถูกนำมาตีความใหม่ผ่านชุดโจงกระเบนร่วมสมัย เพื่อพาความงดงามของผ้าไทย สู่สายตาชาวโลก บนเวที WorldPride Amsterdam 2026

พบร่าง เต้ ดราก้อนไฟว์ อดีตบอยแบนด์ดัง ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ใต้สะพานพระราม 7 หลังหายตัวปริศนา

พบร่าง เต้ ดราก้อนไฟว์ อดีตบอยแบนด์ดัง ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ใต้สะพานพระราม 7 หลังหายตัวปริศนา

พบร่าง เต้ ดราก้อนไฟว์ อดีตบอยแบนด์ดัง ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ใต้สะพานพระราม 7 หลังหายตัวปริศนา

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.48 น.

พบร่าง “เต้ ดราก้อนไฟว์” อดีตบอยแบนด์ดัง ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ใต้สะพานพระราม 7 หลังหายตัวปริศนาเกิดข่าวเศร้าในวงการบันเทิง หลังจากโลกออนไลน์และเพจ “ข่าวคนนนท์” ได้ช่วยกันกระจายข่าวประกาศตามหาคนหาย คือ นายธามัน เตพันธ์ หรือ “เต้” อดีตสมาชิกวงบอยแบนด์ชื่อดัง “ดราก้อนไฟว์” วัย 46 ปี ที่ได้หายตัวออกจากบ้านพักไปอย่างมีเงื่อนงำ

ลำดับเหตุการณ์การหายตัวไป เวลา 04.00 น. (6 ส.ค.) แฟนสาวระบุว่า เต้ได้ปั่นจักรยานสีครีมออกจากบ้านพัก มุ่งหน้าไปทางกฟผ. บางกรวย โดยแต่งกายด้วยชุดปั่นจักรยาน ไม่สวมหมวก สะพายเป้ แต่ไม่ได้นำโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าเงินติดตัวไป ซึ่งผิดปกติจากการออกไปปั่นจักรยานตามปกติที่จะต้องพกโทรศัพท์และกลับบ้านทันที เวลา 18.30 น. (6 ส.ค.): แฟนสาวตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี เนื่องจากยังไม่สามารถติดต่อได้และหวั่นเกรงว่าจะได้รับอันตรายล่าสุด มีรายงานยืนยันว่าเจ้าหน้าที่พบร่างของ นายธามัน เตพันธ์ ลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณใต้สะพานพระราม 7 โดยเจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ได้ทำการลากร่างมาไว้ตรงท่าน้ำใต้สะพานพระราม 7 เพื่อรอแพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประชาชื่น เข้าร่วมตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดต่อไป

จียู ครีเอทีฟ นำขบวน Soft Power ไทยสู่ประเทศญี่ปุ่น

จียู ครีเอทีฟ นำขบวน Soft Power ไทยสู่ประเทศญี่ปุ่น

จียู ครีเอทีฟ นำขบวน Soft Power ไทยสู่ประเทศญี่ปุ่น

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.42 น.

บริษัท G-Yu Creative Co., Ltd. เดินหน้าผลักดัน Soft Power ไทย สู่เวทีนานาชาติ ด้วยการนำศิลปินไทย SIN, Top Piyawat และ March Chutavuth เดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้ง ณ MAGNET by SHIBUYA109 7F @ Shibuya Scramble S ระหว่างวันที่ 1–2 สิงหาคม 2026 ท่ามกลางบรรยากาศฤดูร้อนของญี่ปุ่น โดยได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากแฟน ๆ ชาวญี่ปุ่น รวมถึงแฟนคลับจากหลากหลายประเทศที่เดินทางมาร่วมสร้างความทรงจำสุดพิเศษไปพร้อมกับศิลปิน

แฟนมีตติ้งครั้งนี้ประกอบด้วย TOP PIYAWAT The 1st Dream in Tokyo, MARCH CHUTAVUTH 1st Exclusive Fan Meeting “The First Summer Memory in Tokyo” และ SIN Live! in Tokyo 2026 “The Sound of Summer” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกัน โดยศิลปินทั้ง 3 คนได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์และเสน่ห์ของศิลปินไทยผ่านเสียงเพลง การพูดคุยบนเวที ช่วงถาม-ตอบ เล่นเกมกับแฟนคลับ และกิจกรรมแฟนเบเนฟิต สร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความทรงจำอันน่าประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน นอกจากนี้ SIN Live! in Tokyo 2026 “The Sound of Summer” ยังมีแขกรับเชิญเป็น Aoi Yamazaki (山崎あおい) นักร้องนักแต่งเพลงชาวญี่ปุ่น มาร่วมถ่ายทอดบทเพลงและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางดนตรีระหว่างศิลปินไทยและญี่ปุ่น

ความพิเศษในครั้งนี้ MARCH CHUTAVUTH 1st Exclusive Fan Meeting “The First Summer Memory in Tokyo” แฟนมีตติ้งเดี่ยวครั้งแรกของ March Chutavuth ในกรุงโตเกียว ซึ่งเปิดโอกาสให้เจ้าตัวได้พบปะและสื่อสารกับแฟนคลับชาวญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด ผ่านกิจกรรมบนเวทีและแฟนเบเนฟิตที่จัดขึ้นตลอดงาน

การจัดแฟนมีตติ้งทั้ง 3 งานในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพของศิลปินไทยในการก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ พร้อมตอกย้ำบทบาทของ G-Yu Creative Co., Ltd. ในการผลักดันอุตสาหกรรมบันเทิงไทยและส่งเสริม Soft Power ไทยผ่านกิจกรรมด้านความบันเทิงและวัฒนธรรม เพื่อสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น

สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ของ G-Yu Creative ได้ทาง

Website: https://www.gyucreative.com

Facebook: GYUCREATIVE

Instagram: @gyucreative

X: @GyuCreative

#GYUCREATIVE #SIN #Tppiyawat #Marchutavuth #MARCH1stFMinTokyo #SINLiveinTokyo2026 #TOPPIYAWATThe1stDreamInTokyo #Tokyolive  #SoftPowerTH #FanMeeting

โมเมนต์อบอุ่นรับวันแม่ โอปอล–สุชาตา ควง คุณแม่สุพัตรา เปิดมุมความรัก ความภูมิใจแม่ลูก

โมเมนต์อบอุ่นรับวันแม่ โอปอล–สุชาตา ควง คุณแม่สุพัตรา เปิดมุมความรัก ความภูมิใจแม่ลูก

โมเมนต์อบอุ่นรับวันแม่ โอปอล–สุชาตา ควง คุณแม่สุพัตรา เปิดมุมความรัก ความภูมิใจแม่ลูก

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.35 น.

วันแม่ปีนี้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ต้อนรับเทศกาลวันแม่ด้วยโมเมนต์สุดอบอุ่น เมื่อ “โอปอล–สุชาตา ช่วงศรี” Miss World 2025 ควง “คุณแม่สุพัตรา ช่วงศรี” ถ่ายทอดสายใยความรักและความภาคภูมิใจระหว่างแม่กับลูก ผ่านแคมเปญ Mom Moments Proud Mom. Proud of My Mom. ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศชวนทุกครอบครัวร่วมสร้างช่วงเวลาแห่งความทรงจำ พร้อมตอกย้ำทุกวันสามารถเป็นวันสำคัญของครอบครัวได้

แคมเปญนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชดำรัสของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ว่า “ฉันรักการเป็นแม่มากที่สุด” ซึ่งเป็นพระราชดำรัสตอนหนึ่งเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป และทรงมีพระราชดำรัสตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงสิ่งที่ทรงโปรดมากที่สุด โดยเซ็นทรัลพัฒนาขอน้อมนำพระราชดำรัสดังกล่าวมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์แคมเปญ เพื่อเฉลิมฉลองคุณค่าของความรัก ความผูกพัน และความภาคภูมิใจระหว่างแม่กับลูก ภายใต้แนวคิด “Proud Mom. Proud of My Mom.”

ความพิเศษในปีนี้จึงชวน โอปอล สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 และคุณแม่สุพัตรา ช่วงศรี มาร่วมเป็น Campaign Ambassador ถ่ายทอดเรื่องราวของแม่ยุคใหม่ผู้คอยสนับสนุน หล่อหลอมให้ลูกเติบโตอย่างมั่นใจ กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และก้าวสู่ความสำเร็จบนเวทีโลก และเปิดโอกาสให้ลูกได้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพในแบบของตัวเอง สะท้อนแนวคิด Proud Mom. Proud of My Mom. ได้อย่างชัดเจน พร้อมกับเชิญชวนทุกครอบครัว ร่วมสร้าง “Mom Moments” ผ่านกิจกรรม ประสบการณ์ และโปรโมชั่นพิเศษตลอดเดือนสิงหาคม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ

เซ็นทรัลพัฒนาชวนทุกครอบครัวร่วมสร้าง Mom Moments ตลอดเดือนสิงหาคม ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ไฮไลท์ ได้แก่‘รีวิวแม่’ แบบ Gen Z: เปลี่ยนคำบอกรักให้เป็นเรื่องราวที่อยากแชร์ ผ่านการ “รีวิวแม่” ในมุมที่เป็นตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคำสอนที่ประทับใจ เรื่องราวการเติบโต หรือโมเมนต์เล็ก ๆ ที่ทำให้รู้ว่า “แม่คือคนสำคัญที่สุด” พร้อมชวนทุกครอบครัวมาเก็บความทรงจำดี ๆ ที่ MOM MOMENT STUDIO แลนด์มาร์กถ่ายภาพและวิดีโอสุดพิเศษ ให้ทุกครอบครัวได้สร้างคอนเทนต์ เก็บภาพความประทับใจ และแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกันครอบคลุม 26 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ

Proud Mom Move Together: ต่อยอดเทรนด์ Health & Wellness ชวนคุณแม่และลูกมาใช้เวลาร่วมกันผ่านกิจกรรมออกกำลังกายสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยเซ็นทรัลพัฒนา ผนึกกำลัง 3 แบรนด์ชั้นนำในกลุ่ม Fitness ได้แก่ Fitness First, Jetts Fitness และ Virgin Active รวมถึง Wellness Community จัดกิจกรรมแอโรบิคและโยคะ เติมพลังสุขภาพและสร้างโมเมนต์ดี ๆ ไปด้วยกัน ครอบคลุม 18 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ

Celebrate with Mom Privileges: เติมเต็มทุกโมเมนต์ให้พิเศษกับสิทธิพิเศษสมาชิก The 1 เพียงลงทะเบียนและสแกนใบเสร็จผ่านแอปพลิเคชัน Central X ลุ้นรับจี้เพชร Jubilee Diamond พร้อมที่พักโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา รวมมูลค่ากว่า 422,000 บาท* พร้อมรับ E-Voucher จากแบรนด์ในเครือเซ็นทรัลรวมสูงสุด 8,000 บาท* และมอบความพิเศษให้สายบิวตี้กับ 60 Top Spenders รับบัตรกำนัลบริการเสริมความงามจาก The Klinique รวมมูลค่ากว่า 960,000 บาท*รับเพิ่มสูงสุด 1,500 พอยท์* เมื่อช้อปสะสมที่ร้านแฟชั่นและสถานเสริมความงามที่ร่วมรายการ* ลงทะเบียนก่อนช้อปตั้งแต่ วันที่ 1 – 31 ส.ค. 69 พิเศษเฉพาะสมาชิก The 1 Exclusive ช้อปทุก 1,000 บาทรับ 3 สิทธิ์ลุ้นรางวัล Lucky Draw และรับเพิ่มสูงสุด 10,000 พอยท์* เมื่อช้อปสะสมครบ 100,000 บาท รับ 5,000 พอยท์  สามารถรวบรวมใบเสร็จภายในวันจากร้านค้าที่ร่วมรายการศูนย์การค้าเซ็นทรัลทุกสาขาทั่วประเทศ และรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 26% บัตรของขวัญ หรือผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน** จากบัตรเคดิตที่ร่วมรายการ ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ ร่วมสร้าง Mom Moments ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ พร้อมพบกับโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษอีกมากมายตลอดเดือนแห่งความรักของแม่และลูก ณ 43 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลิก: https://www.centralpattana.co.th