รพ.พระรามเก้า เปิดบ้านต้อนรับสื่ออาเซียน โชว์ศักยภาพการแพทย์ไทยสู่เวทีภูมิภาค

รพ.พระรามเก้า เปิดบ้านต้อนรับสื่ออาเซียน  โชว์ศักยภาพการแพทย์ไทยสู่เวทีภูมิภาค

รพ.พระรามเก้า เปิดบ้านต้อนรับสื่ออาเซียน โชว์ศักยภาพการแพทย์ไทยสู่เวทีภูมิภาค

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.15 น.

โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดบ้านต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากประเทศมาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่โรงพยาบาลพระรามเก้าได้ร่วมออกบูทในงาน International Healthcare Week 2026 ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2569 เพื่อเยี่ยมชมศักยภาพด้านการแพทย์ของโรงพยาบาล พร้อมสัมผัสมาตรฐานการให้บริการที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ตลอดจนร่วมเรียนรู้ศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการรักษาพยาบาลชั้นนำของภูมิภาค

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการนำเสนอภาพรวมของโรงพยาบาล โดยมี นพ.วิทยา วันเพ็ญ และ ผศ.นพ.ก่อพงศ์ รุกขพันธ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า ทั้ง 2 ท่าน ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ จุดแข็งด้านการรักษาพยาบาล และบทบาทของโรงพยาบาลพระรามเก้า ในฐานะหนึ่งในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศไทยที่ให้บริการผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ  พร้อมนำเสนอภาพรวมของระบบบริการสุขภาพภาคเอกชนของไทย  ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติและมีบทบาทสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการรักษาพยาบาลคุณภาพระดับโลก (Medical Hub)

ภายหลังการบรรยาย คณะสื่อมวลชนได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านกิจกรรมถาม-ตอบ และเข้าเยี่ยมชมหน่วยงานสำคัญของโรงพยาบาล ได้แก่ สถาบันรักษาความปวดและสร้างเสริมความเข้มแข็ง (Fix & Fit) ศูนย์ตรวจสุขภาพ และหอผู้ป่วยใน เพื่อสัมผัสการให้บริการจริง เรียนรู้แนวทางการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ตลอดจนการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพการรักษาและประสบการณ์ของผู้รับบริการในทุกมิติ

การต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากภูมิภาคในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ โรงพยาบาลพระรามเก้าในการขยายความร่วมมือกับนานาประเทศ และสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทยผ่านเครือข่ายสื่อมวลชนระดับภูมิภาค พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมผัสประสบการณ์จริง และรับรู้ถึงศักยภาพด้านการแพทย์เฉพาะทางของโรงพยาบาล ซึ่งพร้อมให้บริการด้วยมาตรฐานระดับสากล

ท่ามกลางความต้องการด้านบริการสุขภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชีย โรงพยาบาลพระรามเก้ายังคงเดินหน้ายกระดับการดูแลรักษาอย่างครบวงจร ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย และนวัตกรรมการรักษาที่ครอบคลุม เพื่อมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพสูง ภายใต้คำมั่นสัญญา “Healthcare You Can Trust” หรือ “เรื่องสุขภาพไว้ใจเรา” พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ป่วยทั้งชาวไทยและนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลบริการทางการแพทย์เพิ่มเติมได้ที่ www.praram9.com

สวยแพ็กคู่ ลิซ่า-ต้าเหนิง แท็กทีมอวดลุคบิกินี ปล่อยช็อตเด็ดวันพักผ่อน

สวยแพ็กคู่ ลิซ่า-ต้าเหนิง แท็กทีมอวดลุคบิกินี ปล่อยช็อตเด็ดวันพักผ่อน

สวยแพ็กคู่ ลิซ่า-ต้าเหนิง แท็กทีมอวดลุคบิกินี ปล่อยช็อตเด็ดวันพักผ่อน

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.06 น.

สร้างความฮือฮาให้แฟนๆ อีกครั้ง สำหรับสองสาวเพื่อนซี้ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” และ “ต้าเหนิง กัญญาวีร์” ที่มักมีโมเมนต์น่ารักๆ ร่วมกันให้แฟนคลับได้ติดตามอยู่เสมอ

ล่าสุดทั้งคู่ใช้เวลาวันพักผ่อนด้วยการชวนกันออกมาถ่ายภาพ โดยเลือกแมตช์เสื้อถักไหมพรมสวมทับบิกินี เผยลุคสดใสรับบรรยากาศชิลๆ โดย ลิซ่า มาในเสื้อถักสีแดง จับคู่กับกางเกงยีนส์สามส่วนสีเข้ม ขณะที่ ต้าเหนิง เลือกเสื้อถักสีน้ำเงินเข้ม แมตช์กับกางเกงบอลลูนสีขาว ให้ลุคเรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ สมกับเป็นแฟชั่นนิสต้าที่หลายคนจับตามอง

ภาพเซตดังกล่าวได้รับความสนใจจากแฟนคลับเป็นจำนวนมาก ต่างพากันเข้ามากดไลก์และแสดงความคิดเห็นชื่นชมความสวย ความเท่ และเคมีความเป็นเพื่อนของทั้งคู่ ที่ไม่ว่าจะปรากฏตัวด้วยกันเมื่อไรก็มักสร้างโมเมนต์น่าประทับใจและเรียกรอยยิ้มจากแฟนๆ ได้เสมอ

ออกแบบ โชว์พูดจีนปร๋อบนเวที Taipei Film Awards 2026 ประทับใจได้รับเกียรติร่วมประกาศรางวัล

ออกแบบ โชว์พูดจีนปร๋อบนเวที Taipei Film Awards 2026 ประทับใจได้รับเกียรติร่วมประกาศรางวัล

ออกแบบ โชว์พูดจีนปร๋อบนเวที Taipei Film Awards 2026 ประทับใจได้รับเกียรติร่วมประกาศรางวัล

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.39 น.

อีกหนึ่งโมเมนต์ที่น่าจับตาของนักแสดงไทยบนเวทีภาพยนตร์ระดับนานาชาติ เมื่อ “ออกแบบ–ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง“ ได้รับเกียรติจาก Taipei Film Festival ให้ร่วมเป็น ผู้ประกาศรางวัล บนเวที Taipei Film Awards 2026 ในรางวัล Best Editing และ Best Documentary เคียงข้างนักแสดงดาวรุ่งชาวไต้หวัน Moon Lee ท่ามกลางผู้กำกับ นักแสดง และบุคลากรแถวหน้าของวงการภาพยนตร์ที่มาร่วมเฉลิมฉลองค่ำคืนสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไต้หวันคับคั่งพิธีประกาศรางวัล Taipei Film Awards 2026 จัดขึ้น ณ Taipei Zhongshan Hall พร้อมถ่ายทอดสดผ่าน CTS Main Channel 12 รวมถึงแพลตฟอร์ม Chunghwa Telecom MOD, Hami Video, friDay Video, ELTA OTT, LiTV และ ofii ตลอดจน Taipei Film Festival Official YouTube Channel และ LINE TODAY Movies เปิดโอกาสให้ผู้ชมทั้งในไต้หวันและต่างประเทศร่วมติดตามค่ำคืนแห่งภาพยนตร์ครั้งสำคัญไปพร้อมกันการได้รับเกียรติในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากออกแบบเปิดตัวในฐานะนักแสดงนำของซีรีส์ไต้หวันฟอร์มใหญ่ “Love Kills Us” (ชื่อเดิม Prophecy to Love You) โปรเจกต์ร่วมทุนระหว่าง TVBS ประเทศไต้หวัน และ Mediacorp ประเทศสิงคโปร์ ประกบสองนักแสดงชื่อดัง เฉินฮ่าวเซิน และ เฉาโย่วหนิง ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ออกแบบมีโอกาสร่วมงานกับทีมงานและบุคลากรในวงการบันเทิงไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ทั้งในฐานะนักแสดงนำของโปรเจกต์ระดับนานาชาติ และล่าสุดกับการได้รับเกียรติให้ร่วมเป็นผู้เชิญรางวัลบนเวที Taipei Film Awards 2026 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญบนเส้นทางการทำงานของเธอในไต้หวัน

ออกแบบ ชุติมณฑน์ กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากค่ะที่ได้รับเลือกให้ขึ้นเป็นผู้เชิญรางวัลบนเวที Taipei Film Awards 2026 ในปีนี้ สำหรับออกแบบ ปีนี้เป็นปีที่พิเศษมาก เพราะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตและถ่ายทำซีรีส์ที่ไต้หวันอยู่หลายเดือน การได้มาทำงานที่นี่ทำให้ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เยอะมาก ทั้งวิธีการทำงาน วัฒนธรรม และการใช้ชีวิต อีกเรื่องที่ตั้งใจมากคือการเรียนภาษาจีน เพราะอยากสื่อสารกับทุกคนได้ดีขึ้น พอได้ใช้จริงทั้งในกองถ่ายและในชีวิตประจำวัน ก็ทำให้มั่นใจขึ้น เวลาต้องแสดงหรือพูดบทภาษาจีนก็ลดความกังวลลงไปเยอะเลยค่ะ ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้ออกแบบได้เติบโตขึ้น ทั้งในฐานะนักแสดงและในฐานะคนคนหนึ่ง การได้กลับมาร่วมงาน Taipei Film Awards ในครั้งนี้ และมีโอกาสขึ้นเวทีร่วมกับนักแสดง ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ รวมถึงคนทำงานภาพยนตร์ที่ออกแบบชื่นชม ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่มีความหมายมากค่ะ หวังว่าจะมีโอกาสได้กลับมาร่วมงานและสร้างผลงานที่ไต้หวันอีกในอนาคต”หลังร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งภาพยนตร์ครั้งสำคัญของไต้หวัน แฟนๆ เตรียมติดตามอีกหนึ่งผลงานสำคัญของ ออกแบบ ชุติมณฑน์ ในซีรีส์ไต้หวัน “Love Kills Us” (ชื่อเดิม Prophecy to Love You) ซึ่งนับเป็นผลงานการแสดงเต็มรูปแบบเรื่องแรกของเธอในไต้หวัน และเตรียมออกอากาศเร็วๆ นี้ เครดิตคลิปประกาศรางวัล : Youtube ช่อง 台北電影節 Taipei Film Festival

โมเมนต์หวานปนฮา เป๊ก แลกแหวนแก้เคล็ด หลัง ธัญญ่า ถูกทักปีหน้าเจอชายใหม่ดีกว่า

โมเมนต์หวานปนฮา เป๊ก แลกแหวนแก้เคล็ด หลัง ธัญญ่า ถูกทักปีหน้าเจอชายใหม่ดีกว่า

โมเมนต์หวานปนฮา เป๊ก แลกแหวนแก้เคล็ด หลัง ธัญญ่า ถูกทักปีหน้าเจอชายใหม่ดีกว่า

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.27 น.

หลังจากก่อนหน้านี้ “เป๊ก สัณณ์ชัย เองตระกูล” และ “ธัญญ่า ธัญญาเรศ” ต้องเผชิญกระแสดราม่าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ จนกลายเป็นข่าวที่ถูกจับตามองอย่างหนัก ล่าสุดบรรยากาศของทั้งคู่กลับมาสดใสอีกครั้ง หลังควงกันไลฟ์สดขายสินค้า พร้อมเผยโมเมนต์หวานปนฮาที่ทำเอาแฟนๆ ยิ้มตาม

ในการไลฟ์สดครั้งนี้ มีเพื่อนในวงการบันเทิงอย่าง อ้น ศรีพรรณ และ แอนดรูว์ กรเศก มาร่วมสร้างสีสันด้วย โดยช่วงหนึ่ง ธัญญ่าได้เล่าถึงคำทำนายของอาจารย์ที่เป๊กและคุณพ่อของเป๊กไปพบเป็นประจำ ซึ่งทำนายว่า ปีหน้าดวงของเธอจะได้พบผู้ชายที่ดีมาก และจะต้องจากชีวิตคู่เดิมไป

ทันทีที่ได้ยินคำทำนาย เป๊กรีบตอบกลับแบบติดตลกว่า “ไม่…มึงก็ได้ไปนอนในโลง ส่วนกูก็ไปนอนในคุก เอาจริงๆ นะ กูไม่อยากติดคุกตอนแก่”

จากนั้น ธัญญ่าอธิบายเพิ่มเติมว่า อาจารย์แนะนำให้ทั้งคู่ทำพิธี แลกแหวน เพื่อเป็นการแก้เคล็ดและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ตามคำทำนาย ซึ่งเป๊กก็รีบตอบว่า “ไปเอาแหวนมา”

ก่อนเริ่มสวมแหวน ธัญญ่าย้ำกับผู้ชมว่า การแลกแหวนครั้งนี้เป็นเพียงพิธีแก้เคล็ดตามความเชื่อเรื่องดวงชะตาเท่านั้น ไม่ใช่การแต่งงานใหม่แต่อย่างใด

ด้าน อ้น ศรีพรรณ ยังทำหน้าที่เหมือนพิธีกร แนะนำให้เป๊กสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของธัญญ่า ก่อนที่เป๊กจะพูดติดตลกว่า “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน”

จากนั้นธัญญ่าก็สวมแหวนคืนให้เป๊กที่นิ้วนางข้างซ้ายเช่นกัน ท่ามกลางเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของทุกคนในไลฟ์

ใหม่ ดาวิกา สลัดลุคอินเตอร์ สวมชุดไทยประยุกต์สุดวิจิตร สวยสะกดราวกับนางในวรรณคดี

ใหม่ ดาวิกา สลัดลุคอินเตอร์ สวมชุดไทยประยุกต์สุดวิจิตร สวยสะกดราวกับนางในวรรณคดี

ใหม่ ดาวิกา สลัดลุคอินเตอร์ สวมชุดไทยประยุกต์สุดวิจิตร สวยสะกดราวกับนางในวรรณคดี

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.17 น.

ฮือฮาบนโลกโซเชียลทันที เมื่อนางเอกสาวพันล้านระดับโกอินเตอร์อย่าง “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” (@davikah) ได้โพสต์ภาพเซตใหม่ลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว เผยลุคสุดตระการตาในชุดไทยประยุกต์ที่ผสมผสานความร่วมสมัยและความเป็นไทยได้อย่างลงตัว ทำเอาแฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงแห่เข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างถล่มทลายความปังระดับ 10 เต็ม 10 สวยสะกดทุกสายตาในภาพเซตนี้ “ใหม่ ดาวิกา” มาในลุคที่ดูทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ลึกลับ ชุดไทยดีไซน์เอกลักษณ์ ท่อนบนเป็นสไบประยุกต์สีขาวนวลปักลวดลายสีทองละเอียด เผยช่วงเอวเอสและรูปร่างสุดสลิมที่เป็นเอกลักษณ์ นุ่งคู่กับผ้าซิ่นสีแดงเข้มลายไทยโบราณ คาดเข็มขัดทองและเครื่องประดับไทยโบราณที่ข้อมือและข้อเท้า

ไฮไลต์ที่ทำเอาหลายคนสะดุดตาคือการเกล้าผมทรงสูง ดีไซน์เป็นรูปทรงคล้ายกิ่งไม้หรือลวดลายไทยประยุกต์สีดำขลับ ประดับด้วยดอกไม้สีขาวนวลขนาดใหญ่ ช่วยส่งให้ใบหน้าดูคมเข้มและเฉี่ยวคมยิ่งขึ้นเมคอัพเน้นงานผิวที่เรียบเนียนดุจหินอ่อน กรีดอายไลเนอร์เฉี่ยวคมแบบ Cat Eye โทนสีนู้ดทอง สวยสะกดตาจนไม่อาจละสายตาได้หลังจากภาพชุดนี้ถูกเผยแพร่ออกไปเพียงไม่กี่นาที มียอดกดไลก์พุ่งสูงทะลุหมื่นอย่างรวดเร็ว พร้อมคอมเมนต์จากแฟนๆ ที่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “สวยสร้างเรื่องอีกแล้ว”, “ลุคนี้คือที่สุด เหมือนหลุดมาจากวรรณคดี” ขณะที่ทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังต่างก็เข้ามาสปอยล์ความตั้งใจในการทำงานครั้งนี้ว่าเป็นการเก็บรายละเอียดจนถึง “เข็มสุดท้าย” เพื่อให้ผลงานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดเรียกได้ว่าไม่ว่าจะหยิบจับลุคไหน หรือสวมใส่ชุดสไตล์ใด “ใหม่ ดาวิกา” ก็เอาอยู่และสร้างมาตรฐานความปังใหม่ๆ ให้แฟนคลับได้ตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ สำหรับลุคไทยประยุกต์เซตนี้บอกได้คำเดียวเลยว่า “งดงามอย่างไร้ที่ติ” จริงๆ

หล่อฉ่ำระดับโลก TPN Global นำทีม 6 หนุ่ม Mister Global Thailand 2026 ขอบคุณสื่อ

หล่อฉ่ำระดับโลก TPN Global นำทีม 6 หนุ่ม Mister Global Thailand 2026 ขอบคุณสื่อ

หล่อฉ่ำระดับโลก TPN Global นำทีม 6 หนุ่ม Mister Global Thailand 2026 ขอบคุณสื่อ

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.57 น.

เดินสายขอบคุณสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง สำหรับเวทีประกวดหนุ่มหล่ออันดับหนึ่งของประเทศ โดยล่าสุด บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด (TPN Global) ได้นำคณะหนุ่มหล่อจากเวที Mister Global Thailand 2026 เดินทางเข้าพบ ‘ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้าออนไลน์’ เพื่อขอบคุณที่ให้การสนับสนุนนำเสนอข่าวสารด้วยดีมาโดยตลอดซึ่งการเดินทางมาเยือนในครั้งนี้ นำทีมโดย  ราชัน รุ่งไพรพนา หนุ่มหล่อผู้คว้าตำแหน่ง Mister Global Thailand 2026 Presented by True Online Home Next ไปครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี พร้อมด้วยคณะรองชนะเลิศ ได้แก่ จีโน่ – ปภังกร ติวารี (รองอันดับ 1) , เก่ง – กิตติพิชญ์ ชนะชัยเสถียร (รองอันดับ 2), นนท์ – นนทวัฒน์ สมเนตร (รองอันดับ 3), วอร์ม – พุฒิพัฒน์ กุลปรีชาเศรษฐ์ (รองอันดับ 4) และ ฟอร์ม จีรพัฒน์ อุณหะ  Mister Chinatown Global Thailand 

ในการนี้ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ผู้บริหารหนังสือพิมพ์แนวหน้า ได้ให้เกียรติเปิดบ้านต้อนรับหนุ่ม ๆ อย่างอบอุ่น พร้อมทั้งพูดคุยและให้กำลังใจแก่ทีม Mister Global Thailand ในการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ สำหรับภารกิจสุดท้าทายต่อจากนี้ของ “ ราชัน” คือการสวมสายสะพายประเทศไทย ในฐานะตัวแทนหนุ่มไทยเพียงหนึ่งเดียว เพื่อก้าวสู่เวทีการประกวดระดับนานาชาติ แฟน ๆ ชาวไทยร่วมส่งกำลังใจและแรงเชียร์ให้หนุ่มราชาและทีม Mister Global Thailand 2026 สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจกลับมาให้ประเทศไทยส่งท้ายปีนี้!

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ผู้บริหารหนังสือพิมพ์แนวหน้า ให้เกียรติเปิดบ้านต้อนรับหนุ่ม ๆ

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ผู้บริหารหนังสือพิมพ์แนวหน้า ให้เกียรติเปิดบ้านต้อนรับหนุ่ม ๆ

ไทยพีบีเอสจับมือทีมไทบ้าน เปิด Documentary Masterclass ปั้นนักสร้างสารคดีไทยสู่เวทีสากล

ไทยพีบีเอสจับมือทีมไทบ้าน เปิด Documentary Masterclass ปั้นนักสร้างสารคดีไทยสู่เวทีสากล

ไทยพีบีเอสจับมือทีมไทบ้าน เปิด Documentary Masterclass ปั้นนักสร้างสารคดีไทยสู่เวทีสากล

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.06 น.

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาสื่อสาธารณะ ร่วมกับทีมไทบ้าน เปิดตัวหลักสูตร “Documentary Masterclass” หลักสูตรการผลิตภาพยนตร์สารคดีเพื่อยกระดับสู่สากล ภายใต้ธีม “More แดนอีสาน” มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทยให้สามารถต่อยอดจากแนวคิดสร้างสรรค์สู่ผลงานคุณภาพที่พร้อมแข่งขันในระดับนานาชาติ พร้อมเปิดพื้นที่ให้เรื่องราวจากภาคอีสานได้รับการถ่ายทอดในมิติใหม่สู่สายตาผู้ชมทั่วโลก

นางสาวเสาวณีย์ ฉัตรแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาสื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวนับเป็นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างไทยพีบีเอสกับทีมไทบ้าน ภายใต้การสนับสนุนของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ก่อนเปิดหลักสูตร ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันออกแบบเนื้อหาและกระบวนการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์การผลิตสารคดีในบริบทปัจจุบัน โดยมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการผลิตภาพยนตร์และการเล่าเรื่องจากทีมผู้สร้างที่ประสบความสำเร็จและมีผลงานเผยแพร่บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสารคดีรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด More แดนอีสาน หลักสูตรมุ่งชวนผู้เข้าร่วมค้นพบว่า อีสานมีมากกว่าที่เคยรู้และเคยเห็น ผ่านการเรียนรู้กระบวนการสร้างสารคดีอย่างมืออาชีพ ตั้งแต่การพัฒนาแนวคิด การกำหนดประเด็น การค้นคว้าข้อมูล การวางแผนการผลิต การจัดหาแหล่งทุน ไปจนถึงเทคนิคการนำเสนอผลงาน (Pitching) เพื่อสร้างสรรค์สารคดีที่สะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมอีสานในมุมมองร่วมสมัย และสามารถก้าวสู่เวทีระดับสากลได้

ตลอดหลักสูตร ผู้เข้าอบรมจะได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญด้านสารคดีและภาพยนตร์ทั้งจากไทยพีบีเอส ทีมไทบ้าน และผู้ทรงคุณวุฒิในวงการ อาทิ นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท., นายสมชัย พุทธจันทรา รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านเนื้อหา, นายคริษ อรรคราช ผู้อำนวยการสำนักสร้างสรรค์เนื้อหา ไทยพีบีเอส, นายภาณุ อารีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์ M Studio, นายสักก์สีห์ พลสันติกุลผู้อำนวยการสำนักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน), นายสิทธานต์ ฉลองธรรม นักผลิตรายการสารคดี รวมถึงทีมไทบ้าน ได้แก่ นายศุภณัฐ นามวงศ์ โปรดิวเซอร์และผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ สัปเหร่อ และจักรวาลไทบ้าน, นายสุรศักดิ์ ป้องศร โปรดิวเซอร์และผู้กำกับภาพยนตร์ ไทบ้าน เดอะ ซีรีส์, นายบุญโชค ศรีคำ ผู้กำกับ Music Video และนักแสดง เซียนหรั่ง เดอะมูฟวี่, นายอัจฉริยะ ศรีทา อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ และนักแสดงภาพยนตร์ สัปเหร่อ และนายฤทธิชัย ชีโพธิ์ ผู้บันทึกเสียง (Sound on Set) เจ้าของผลงาน อาทิ สัปเหร่อ และ Analog Squad

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมยังมีโอกาสพัฒนาผลงานสารคดีของตนเองสู่การผลิตจริง โดยผลงานที่โดดเด่นจะได้รับการคัดเลือกให้นำไปผลิตและออกอากาศผ่านไทยพีบีเอส พร้อมได้รับค่าตอบแทน จำนวน 10,000 บาทต่อเรื่อง รวมถึงมีโอกาสร่วมทีมผลิตภาพยนตร์สารคดีอีสานกับไทยพีบีเอสในอนาคต

หลักสูตรเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 30 คน โดย ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดโครงการ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดหลักสูตรได้ที่เว็บไซต์ https://www.thaipbs.or.th/org/activities/58025/ และเฟซบุ๊ก Thai PBS Academy

ธัญญ่า ธัญญาเรศ เคลียร์ชัด ปมดราม่าร่วมพิธีสวดดับดาวกาลี ยันจองคิวนานหลายเดือน

ธัญญ่า ธัญญาเรศ เคลียร์ชัด ปมดราม่าร่วมพิธีสวดดับดาวกาลี ยันจองคิวนานหลายเดือน

ธัญญ่า ธัญญาเรศ เคลียร์ชัด ปมดราม่าร่วมพิธีสวดดับดาวกาลี ยันจองคิวนานหลายเดือน

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.10 น.

เป็นประเด็นที่แฟนคลับและชาวเน็ตต่างจับตามองกันอย่างหนัก หลังจากที่นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง “ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เองตระกูล” ได้เผยคลิปขณะเข้าร่วม “พิธีสวดดับดาวนพเคราะห์ดับกาลี” เพื่อความเป็นสิริมงคล แต่กลับเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และเข้าใจผิดในโลกออนไลน์ จนทำให้เจ้าตัวต้องรีบออกมาเปิดใจชี้แจงถึงเรื่องราวทั้งหมด

ธัญญ่า ได้อธิบายถึงรายละเอียดของพิธีดังกล่าวเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า เป็นพิธีโบราณอันศักดิ์สิทธิ์: พิธีนี้คือ “การสวดดับดาวกาลี และเสริมดาวศรี” ซึ่งเป็นพิธีโบราณที่มีสืบทอดมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4พิธีนี้จัดขึ้นอย่างถูกต้องต่อเนื่องเป็นเวลา 9 วัน ภายในพระอุโบสถของวัดสำหรับกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์ที่ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการแอบไปประกอบพิธีในช่วงกลางคืนหรือไม่นั้น‘ธัญญ่า’ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า“ได้ลงคิวจองเพื่อเข้าร่วมพิธีนี้ล่วงหน้ามานานหลายเดือนแล้ว ไม่ใช่การแอบไปประกอบพิธีเงียบ ๆ ในช่วงกลางคืนตามที่มีความเข้าใจผิดกันในโซเชียลมีเดียอย่างแน่นอน”

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่หลายคนสนใจคือการร่วมเดินทางไปทำบุญของสามีอย่าง “เป๊ก-สัณชัย เองตระกูล” ซึ่งธัญญ่าเผยว่าตนเองเป็นคนเอ่ยปากชวนสามีให้มาร่วมพิธีนี้ด้วยกัน เนื่องจากในงานมีผู้เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ทำให้คุณเป๊กค่อนข้างมีอาการเขิน และเลือกที่จะเก็บตัว-สำรวมเงียบ ๆ ตลอดทั้งงาน ในช่วงท้ายของการชี้แจง ‘ธัญญ่า’ได้ส่งต่อความปรารถนาดีไปยังแฟน ๆ และผู้ที่ติดตามทุกคน โดยขอให้ทุกคนประสบแต่ความสุข มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และพบเจอแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณทุก ๆ กำลังใจที่คอยส่งมอบและซัพพอร์ตเธอด้วยดีเสมอมา

ฮันนี่ ณภัค เปิดโครงการ ณภัค NAPUK Project เดินหน้าช่วยเหลือผู้ยากไร้ และผู้ประสบภัย

ฮันนี่ ณภัค เปิดโครงการ ณภัค NAPUK Project เดินหน้าช่วยเหลือผู้ยากไร้ และผู้ประสบภัย

ฮันนี่ ณภัค เปิดโครงการ ณภัค NAPUK Project เดินหน้าช่วยเหลือผู้ยากไร้ และผู้ประสบภัย

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.25 น.

อีกหนึ่งคนบันเทิงที่อุทิศตนเพื่อการทำงานด้านสังคมมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “ฮันนี่–ณภัค มุทธาเสถียร” Mrs. Classic Universe 2024 ที่ล่าสุดได้ประกาศเดินหน้า “โครงการ ณภัค” (NAPUK Project)  เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยเหลือประชาชนผู้เดือดร้อน ผู้ยากไร้ ผู้ประสบภัยพิบัติ รวมถึงการดูแลชีวิตสัตว์ ด้วยความตั้งใจที่จะส่งต่อโอกาสและความหวังให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง

โดย “ฮันนี่” เปิดเผยว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วาตภัย และภัยพิบัติต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมอบข้าวสาร อาหารแห้ง และสิ่งของจำเป็นให้แก่ผู้ยากไร้มาแล้วหลายพันคน ครอบคลุมหลายร้อยครอบครัว ตามกำลังและศักยภาพที่สามารถดำเนินการได้นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือชีวิตสัตว์ โดยได้ร่วมไถ่ชีวิตและปล่อยสัตว์นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นกบ ปลา ปลาไหล และหอยขม รวมแล้วนับแสนชีวิต เพื่อให้พ้นจากการถูกเข่นฆ่าและได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยตามธรรมชาติอีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือ การช่วยไถ่ชีวิตโคเพศเมียออกจากโรงฆ่าสัตว์ ก่อนส่งมอบให้กับโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามโครงการพระราชดำริของกรมปศุสัตว์ เพื่อส่งต่อให้เกษตรกรได้นำไปประกอบอาชีพและสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เธอยังได้ร่วมส่งกำลังใจและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ ด้วยการบริจาคข้าวสารกว่า 100 กิโลกรัม รวมถึงพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกครั้งเมื่อเกิดภัยแล้งหรือภัยพิบัติต่าง ๆ ตามกำลังที่ตนสามารถทำได้โดย เธอกล่าวถึงความตั้งใจของโครงการณภัค คือการเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปัน ช่วยเหลือผู้คนทุกเพศทุกวัย รวมถึงสัตว์ที่ต้องการความเมตตา แม้อาจไม่สามารถช่วยได้ทั้งหมด แต่จะทำอย่างเต็มกำลัง และตั้งใจจะทำเช่นนี้ตลอดชีวิตพร้อมกันนี้ เธอยังได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่ร่วมอนุโมทนาบุญ ส่งกำลังใจ และสนับสนุนการทำความดีมาโดยตลอด พร้อมอวยพรให้ทุกคำอวยพรและทุกเจตนาดีที่มอบให้แก่เธอ ย้อนกลับไปเป็นพรอันประเสริฐแก่ทุกคน ให้พบแต่ความสุข ความเจริญ และความสำเร็จในชีวิตเช่นเดียวกันส่วนใครที่ได้รับความเดือดร้อน หรือผู้ที่ต้องการประสานงานด้านการช่วยเหลือ สามารถติดต่อ “ฮันนี่–ณภัค มุทธาเสถียร “ ได้ทาง Instagram: @Huneyhuneybabeme ยินดีให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง!!!

หมอเตือน แม่ชมพู่ ชวนเช็กด่วน จุดนอน ในบ้าน อาจเป็นสาเหตุให้ป่วยแบบไม่รู้ตัว

หมอเตือน แม่ชมพู่ ชวนเช็กด่วน จุดนอน ในบ้าน อาจเป็นสาเหตุให้ป่วยแบบไม่รู้ตัว

หมอเตือน แม่ชมพู่ ชวนเช็กด่วน จุดนอน ในบ้าน อาจเป็นสาเหตุให้ป่วยแบบไม่รู้ตัว

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.20 น.

ทำไมยิ่งนอน…ยิ่งป่วย! เปิดภัยเงียบรอบเตียง ที่กำลังรบกวนร่างกายทุกคืนโดยไม่รู้ตัว ตัวการร้ายเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง? เล่นมือถือจนหลับ? ชาร์จโทรศัพท์ไว้หัวเตียง? เปิด WiFi ทิ้งไว้ทั้งคืน? รู้ไหมว่าพฤติกรรมเหล่านี้กำลังเปลี่ยนที่นอนของคุณให้กลายเป็น “ห้องรมคลื่นไฟฟ้า” โดยไม่รู้ตัว! On the way with Chom สัปดาห์นี้พบกับ พญ.นลินี สุทธิพิศาล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ผู้ที่ศึกษาการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมทั้งร่างกายและจิตใจ ชวนเปิดมุมมองเรื่อง “ภัยเงียบรอบเตียงและรอบตัว” ที่อาจรบกวนการนอนและสุขภาพ พร้อมแนะนำวิธี Grounding เทคนิคธรรมชาติที่ทำได้ฟรี แค่ถอดรองเท้าแตะพื้นโลกก็ช่วยดึงประจุลบกลับมาซ่อมแซมเซลล์ ลดการอักเสบ และรีเซ็ตร่างกายให้กลับมาเยียวยาตัวเองได้อีกครั้ง

เทคนิค grounding มีส่วนในการช่วยจัดการความเครียด หรือพลังงานที่ไม่ดีในตัวเรา ?

พญ. นลินี: การอธิบายแบบ Holistic (แบบองค์รวม) คือ การทำให้ร่างกายกับจิตใจเข้ามาอยู่กับเราจนมีความมั่นคง เพราะฉะนั้น Stable มันต้องอยู่กับ Earth แล้วก็ทำให้เราใจสงบ มีความมั่นคง รู้สึกปลอดภัย ถ้าเราได้ Stage นั้น ร่างกายเราก็จะเกิดการเยียวยาซ่อมแซมตัวเอง ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นของขวัญของธรรมชาติที่ทุกคนควรทำได้ด้วยตัวเอง

แปลว่า ใจกับร่างกายเราไม่ค่อยอยู่ด้วยกัน ?

พญ. นลินี: ถ้ากายเราดี ใจเราจะดีไหม ถ้าเราสามารถ Grounding ได้จริง ๆ คือเข้ามาอยู่กับตัวเอง Stable และรู้สึกปลอดภัย มั่นคง สิ่งที่ได้คือ ร่างกายกับจิตใจที่สัมพันธ์กัน ได้จิตสำนึกกับจิตใต้สำนึกที่ทำงานคู่กันไป ได้ความมั่นคง และความรู้สึกปลอดภัย แล้วร่างกายเราก็จะเริ่มต้นเยียวยาตัวเองได้เลย

ถ้าเป็นเช่นนั้น นักบินอวกาศ จะทำอย่างไร ?

พญ. นลินี: เขาต้องมีเทคนิคเวลาขึ้นไปที่อวกาศ ไม่อย่างงั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือ เขาจะต้องลอย กระดูกเขาจะเจ๊งหมด เขาจะมีการใช้คลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้าอ่อน ๆ หรือ PEMF – Pulsed Electromagnetic Field Therapy เพื่อ ทำให้เขากระดูกยังทำงานดีอยู่ได้ ตามสภาพแวดล้อม

สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับพลังงานและประจุในตัวเรา ?

พญ. นลินี: ใช่ค่ะ จริงๆ ปกติในสภาพแวดล้อมทั่วไป ระหว่างท้องฟ้ากับพื้นโลกมันมีความต่างศักย์อยู่ เพราะฉะนั้นประจุจากข้างบนถึงข้างล่างห่างกันประมาณ 400,000 โวลต์ ระหว่างประจุบวกกับประจุลบ คราวนี้อยู่ตรงนี้ตัวเรา ระยะมันจะประมาณ 130 โวลต์ ความต่างต่อความสูง 1 เมตร เพราะฉะนั้นสมมติว่า หมอสูงสัก 150 เซนติเมตร จะมี Body Voltage ระหว่างศีรษะกับเท้าห่างกันประมาณ 150 อันนี้ปกตินะ เพราะเขาบอกว่า ปกติแล้วในโลกเราจะมีการที่ธรรมชาติช่วย มันจะมีฟ้าผ่าประมาณ 1,000 ครั้งต่อนาทีทั่วโลก รวมกันแล้วมันจะทำให้เกิดสภาพแวดล้อมธรรมชาติแบบนี้ที่มันสมดุล แล้วเมื่อมีความต่างศักย์แบบนี้ เขาบอกว่ามันจะมีความถี่ในธรรมชาติประมาณ 7.83 เฮิรตซ์ อันนี้เป็นความถี่ที่ร่างกายเราจะสบาย เราจะนอนก็นอนหลับดี ร่างกายเริ่มเยียวยาตัวเอง เพราะฉะนั้นถ้าเราทำได้แบบนี้ตลอดเวลา สุขภาพเราก็จะดีขึ้น แต่ในความเป็นจริงทุกวันนี้เราทำแบบนั้นไหม วันนี้ไปไหนมาบ้าง ทำอะไรมาบ้าง ตั้งแต่ครอบครัว การงาน เครื่องไฟฟ้าเราเยอะไหม เดี๋ยวนี้เราทุกคนใช้มือถือ ใช้ Wi-Fi เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้ไม่ธรรมชาติ เมื่อไม่ธรรมชาติมันจะมีผลต่อสุขภาพเรา ดังนั้นเราจะทำยังไงให้สุขภาพเราดีขึ้น ถ้าทำได้ง่าย ๆ คือ ทำเทคนิค Grounding การทำอะไรก็ได้ให้เรามาอยู่ตรงนี้ ทั้งกายและใจ ซึ่งมันมีหลายระดับ ได้ประจุลบจากพื้นโลกในขณะที่ต่างกัน

การทำเทคนิค Grounding ไม่จำเป็นต้องเดินเท้าเปล่าก็เห็นผล ?

พญ. นลินี: อันนั้นก็ดีอีกระดับหนึ่ง แต่ถ้าสมมติว่าเราอยู่ทุกวันแล้วรู้สึกอยู่กับตัวแบบนี้ก็โอเค เราก็ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ไม่ใช้ความคิด มนุษย์มีจิตอยู่ 2 ชนิด อันหนึ่งคือ จิตที่มีเหตุผล คิดอย่างเดียวเลย อันนั้นไม่ช่วยสุขภาพเท่าไหร่ เปลืองสุขภาพด้วยเหมือนกัน แต่เราต้องทำเพราะมันมีงาน ขณะเดียวกันก็ปรับสมดุลโดยการเข้าไปถึงจิตที่เราไม่ต้องมีเหตุผล เพื่อจิตเหล่านี้เขาจะรู้สึกว่าตอนนี้ฉันสบายและสงบนะ

ในช่วงเวลาที่เราไม่ได้ใช้จิตปรุงแต่ง ขณะนั้นมีการถ่ายประจุ ?

พญ. นลินี: ได้เลยค่ะ กายกับใจสัมพันธ์กัน คราวนี้ถ้าถามว่า แบบนั้นเราไปเหยียบเท้าที่ Earth ยิ่งดีใหญ่เลย เพราะว่าใต้ฝ่าเท้าเราจะมีจุดหนึ่งที่ภาษาจีนเรียกว่า จุดหย่งเฉวียน เป็นจุดที่มันเหมือนเป็นจุด grounding ของร่างกายเราเลย เราจะรับประจุลบจากในโลกขึ้นมาในร่างกาย แล้วจุดนี้มันก็จุดทำให้เราสบายกาย สบายใจ ถ้าเราเหยียบกับ Earth แบบนี้ เราจะไปเหยียบพื้นดิน พื้นหญ้า พื้นทราย ทะเล ด้วยเท้าเปล่าได้หมด มันถึงมีบางคนเขาบอกว่า เขาอยากจะนอนหลับดี เขาก็เอาเท้าไปแช่น้ำอุ่นใส่เกลือก็ได้ แบบนี้เขากำลังผ่านจุดหย่งเฉวียนอยู่ เป็นกรวดเล็ก ๆ

แค่ให้เท้าได้แตะอะไรบางอย่าง สามารถเป็นเทคนิค grounding ได้เหมือนกัน ?

พญ. นลินี: พอเราทำแบบนี้ เราจะได้รับประจุลบจากโลกเลย เพราะเราบอกว่า ข้างบนฟ้าเป็นบวก ข้างล่างเป็นลบ เวลามีประจุลบเข้ามามันจะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ร่างกายเราลดการอักเสบ ทำให้ร่างกายเราไม่สบายน้อยลง แล้วร่างกายเราเริ่มต้นเยียวยา อย่างเช่น ปกติเซลล์ ผนังเซลล์มันจะมี voltage ทุกอย่างเราเป็นไฟฟ้า มนุษย์เราทำงานทุกอย่างต้องมีการเชื่อมต่อด้วยไฟฟ้า เพราะฉะนั้นถ้าสมมติว่า เรามีประจุลบที่ผิวเซลล์ประมาณสัก -70 ถึง -90 ร่างกายจะแข็งแรง แต่ว่าคนไข้ที่เขาเจ็บป่วย ถ้าเป็นภาษาแพทย์ที่เขาเรียกว่า โรคมะเร็ง หรือภาวะเจ็บป่วยรุนแรง ประจุลบมันจะหายไป มันอาจจะเหลือสัก -30 คนไข้ก็ไม่สบาย พอเขา Grounding เขาสบายใจ เขาได้ประจุลบจากพื้นโลกเข้ามาหา มันก็ไปเพิ่มทำให้เซลล์ทำงานดีขึ้น

ข้างบนฟ้าคือประจุบวก เราได้รับเยอะ เลยไม่มีประจุลบ ?

พญ. นลินี: เราอยู่ติดกับโลกมากกว่าฟ้า เราต้องเอาจากโลก เพราะเราต้อง Grounding ข้อจำกัดนี้ทำให้มนุษย์อวกาศจำเป็นต้องหาสภาพแวดล้อมใหม่

ทำไมการโอบต้นไม้ ถึงเป็นเรื่องที่ดี ?

พญ. นลินี: เดินไปเรื่อย ๆ ไปเจอต้นไม้ใหญ่ สามารถโอบได้เลย เพราะว่าโอบแล้วดี คือ 1. มันเป็นต้นไม้ใหญ่ เพราะฉะนั้นเราได้สัมผัส 2. เราได้กลิ่นอายอยู่แล้ว 3. เราก็จะรู้สึกว่ามั่นคง และสงบ เพราะเราไม่ได้ใช้ความคิด แต่เรากำลังมีสภาพแวดล้อมแบบนั้นอยู่ เพราะฉะนั้นเราได้พลังงาน และได้ Grounding ในตัว เหมือนกับบางคนอยู่บ้าน อยู่ชั้นบนก็จริง แต่มีปลูกต้นไม้ สมัยก่อนหมอมีอาจารย์ที่เคารพท่านหนึ่ง หมอไปทีไรท่านก็อ่านหนังสือในสวน ท่านจะมีต้นเฟื่องฟ้าเต็มไปหมด ท่านก็บอกว่ามันไปอยู่ในนั้น เพราะฉะนั้นเราก็จะได้พลังงานจากต้นไม้ แสง สี เสียง สัมผัส 

การทำเทคนิค Grounding ทำให้เราได้กลับมาอยู่กับตัวเอง ?

พญ. นลินี: วัตถุประสงค์คือ กลับมาอยู่กับเรา เกิดความมั่นคง กายกับใจสัมพันธ์กัน จิตสำนึกกับจิตใต้สำนึกสัมพันธ์กัน เมื่อมีความรู้สึกปลอดภัย ร่างกายจะเริ่มเยียวยาตัวเองทันที พอเราทำแบบนี้ สิ่งแรกที่เราจะรู้สึกได้คือ ความสงบ พอร่างกายไม่มีภัย มันก็จะสงบ มันจะบอกว่า ไม่เครียดนะ กล้ามเนื้อที่เคยตึงไปหมดจะผ่อนคลาย พอไปนอนก็หลับสนิทการหายใจก็เปลี่ยนระดับ จากที่เคยหายใจเร็วก็หายใจช้าลง ลึกขึ้นถึงท้อง ส่วนคนที่มีปัญหาสุขภาพอย่างอื่น เช่น ความดันโลหิต ความดันก็จะดีขึ้น หัวใจเต้นดีขึ้น ความเครียดก็น้อยลง นอนหลับสนิท เราต้องช่วยตัวเองก่อนแล้วค่อยให้แพทย์ดูแล  เพราะแพทย์ไม่ได้อยู่กับเราตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งที่เป็นธรรมชาติและทำได้เอง ทำเลยค่ะ

Geopathic Stress คืออะไร ?

พญ. นลินี: มันเป็นภัยเงียบที่เราไม่รู้จัก เพราะเราอยู่ในชีวิตปัจจุบัน วันนี้มีใครในพวกเราไม่มีมือถือไหม ทำงานได้ไหม สมมติคุณดูแลตัวเองดี วางแผนสุขภาพอย่างสมบูรณ์ คุณทำทุกอย่างดีมาก แต่อาจจะไม่แข็งแรงเท่าไหร่ ไปหาแพทย์บ้าง คุณเจอแพทย์สัปดาห์ละครั้ง แต่คุณกลับมานอนในที่ๆแย่มาก ไม่เอื้ออำนวยต่อการมีสุขภาพดี แล้วคุณจะสุขภาพดีได้อย่างไร เจอแพทย์สัปดาห์ละครั้ง หรือไปบำรุงร่างกาย ไปสปา สัปดาห์ละครั้ง แต่กลับมานอนในที่แย่ถึง 7 คืน มันถ่วงกันไม่ได้ เพราะแย่มันมากกว่าดี แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตรงนั้นมันไม่ดี สังเกตจากเราจะนอนหลับไม่สนิท

Benker Grid คืออะไร ?

พญ. นลินี: หมออยากจะใช้ Technical term นิดหนึ่ง ตารางของสนามแม่เหล็กโลก หรือ Grid จะมีอยู่ทั้งหมด 3 ชนิด ชนิดที่ 1 เรียกว่า Benker Grid สำหรับหมอแล้ว จุดนี้คือจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงในที่นอน ตั้งชื่อตามคนค้นพบ สามารถไปค้นหาใน Google ดูได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทุกบ้านจะมี เพราะมันจะห่างกันทุก ๆ 10 เมตร เป็นตารางขนาด 10×10 เมตร เพราะฉะนั้นถ้าใครเอาเตียงไปวางทับเส้น หรือจุดตัดของเส้น เสร็จเลยคนไข้ก็จะมีการอักเสบ เมื่อยตามข้อ สุขภาพไม่แข็งแรง เยียวยาได้ไม่ดี หรือบางทีไปถึงมะเร็งได้ ซึ่งมันตรวจวัดได้ด้วยเครื่องมือ เผอิญหมอเคยสัมผัสกับคนไข้เยอรมัน เขาตรวจวัดสิ่งเหล่านี้ได้โดยมีเครื่องมือตรวจวัด เขาวัดดูว่า ตรงไหนมีความถี่อยู่ในเครื่องมือ พอถึงจุดนี้ตรงนี้แหละที่เขาเรียกว่า Benker มันเป็นเส้นที่ทุกบ้านต้องมี สมมติคุณชมนั่งกระเถิบไป เราอาจจะนั่งทับอยู่หรือเปล่า เพราะระยะมันคือ ทุกๆ 10 เมตรจะมีหนึ่งล็อก เพราะฉะนั้นทุกห้องในบ้านอย่างไรก็ต้องเจอเส้นนี้ ทีนี้ถ้าเราอยู่ตอนกลางวัน เราอยู่แค่ช่วงสัมภาษณ์ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเรานอนแบบนี้ทุกคืน ร่างกายจะไหวไหม ไม่ไหวแน่นอน เพราะการนอนคือ ช่วงเวลาแห่งการเยียวยา

ถึงอย่างไรในชีวิตประจำวันเราก็ต้องผ่าน Benker Grid ?

พญ. นลินี: แน่นอนค่ะ ร่างกายเราต้องเก่งพอที่จะดูแลตัวเองได้ คนหนุ่มสาวนอนทับก็อาจจะไม่เป็นไร แต่ถ้าเด็กเล็กอายุน้อย ๆ ทับ เขาจะเจริญเติบโตดีไหม ถ้าผู้อาวุโสเขาเริ่มแย่แล้ว ถ้าเจอเขาก็จะมีความรู้สึก แต่ถ้าเราไม่มีความรู้แบบนี้ เราก็มัวแต่ไปรักษาทุกอย่าง มันยังไม่ดีที่สุด เพราะเราลืมขจัดปัญหานี้ หมอจะพูดอยู่เสมอว่า การที่คนเราไม่สบาย เหตุหนึ่งเดียวไม่มี รักษาหนึ่งวิธีไม่ได้ และหนึ่งครั้งก็ไม่พอ เพราะฉะนั้นต้องคิดรอบ อันนี้ก็เป็นหนึ่งในอันที่มีสิทธิ์ ใน Benker มันก็จะมีการซอยถี่ขึ้นมา เขาเรียกว่า Hartmann Grid จะขนานกันเลย แบ่งออกเป็น 5 ส่วนอยู่ในนี้ บางครั้งเราจะเจอแม้กระทั่งจุดตัดของ Hartmann กับ Benker ด้วยซ้ำ ตัว Hartmann  ไม่ทำลายเท่าไหร่หรอก แต่ Benker นี่เยอะอย่างแรง เพราะมันมาทับกัน เสริมฤทธิ์กัน

มีเครื่องมือวัดเส้นพวกนี้ไหม ?

พญ. นลินี: เดี๋ยวนี้เขามีเทคโนโลยี คนกลุ่มนี้เขาเรียกว่า Building Biologist ส่วนมากเขาจะเรียนมาจากกลุ่มเยอรมันที่เป็นผู้นำด้านนี้ เพราะฉะนั้นจะมีเครื่องมือที่สามารถจะวัด Geopathic Stress ได้ สามารถวัด Electric Low Frequency, High Frequency ได้ เราจะได้รู้ว่าเราจะต้องระวังอะไร เราจะนอนตรงไหนดี มีเครื่องแก้ให้ด้วย ต้องวัดโดยผู้เชี่ยวชาญที่เรียนมา เพราะเป็นเครื่องมือพิเศษ ถ้าเราอยากจะวัดแค่ Electromagnetic เช่น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คลื่นมือถือ ใน eBay สามารถซื้อได้ แต่ว่าถ้าจะวัด Geopathic Stress อาจจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญนิดหนึ่ง แต่เครื่องวัดคลื่นธรรมดา High Frequency, Low Frequency สามารถซื้อได้หมด

Running Water คืออะไร ?

พญ. นลินี: การที่เรามีน้ำอยู่ใต้ดินแล้วเอาเตียงไปไว้ตรงนั้นพอดี มันไม่ดี เพราะว่าน้ำมันเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา คุณต้องมี Stable และ Grounding อยู่ดี ๆ มีของเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา แบบนี้คุณจะไปอยู่ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งนี้จะทำให้คนที่นอนตรงนั้นสุขภาพไม่ดี ถึงระดับมะเร็ง แปลกมากหมอมีคนไข้ถามว่า คุณหมอครับผมอายุ 70 ไม่ได้เป็นเบาหวาน ไม่ได้เป็นอะไรเลย ความดันดีหมด แต่ผมต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะทั้งคืนเลย ต่อมลูกหมากก็ไม่ได้เป็น หมอถามกลับว่า ที่บ้านมีน้ำมีอะไรอยู่ข้างใต้ หรือเปล่า เพราะว่าเราเคยได้ยินว่า คนที่นอนทับแบบนี้ หรือเด็ก ๆ มันจะลุกปัสสาวะบ่อย คือกลุ่มพวก Stress ทั้งหลายมันทำให้คนนอนหลับไม่สนิท ร่างกายเราไม่มีการเยียวยาทั้งคืน เพราะฉะนั้นพวกนี้มันจะเกี่ยวกับต้องลุกขึ้นมาห้องน้ำ เพลีย ไม่มีแรง

ถ้าอยากโฟกัสเรื่องพลังงานชีวิต ควรเริ่มจากอะไร ?

พญ. นลินี: นอนหลับไหม หลับดีไหม ถ้าหลับดีก็ไม่น่าเป็น หลับดีมี 2 อย่าง อันที่ 1 คือไม่เป็น อันที่ 2 ก็ยังหนุ่มสาว มันยังสามารถ Balancing compensate ได้ ถ้าหลับไม่ดีมันจะเริ่มต้นถึงความเจ็บป่วยแล้ว อันนี้ต้องเริ่มไปคิดแล้วจะทำอย่างไร มีเรื่องหนึ่งที่หมอจะบอกว่า หมอเป็นคนไม่ใช้บลูทูธ และหมอก็ไม่ได้ใช้ 5G แต่ใช้ 4G เพราะเราต้องทำงาน เราต้องมีโทรศัพท์ แต่ว่าระหว่าง 5G กับ 4G มันขึ้นอยู่กับความยาวคลื่น ถ้าสมมติว่า เราใช้ 5G ยาวคลื่นมันสั้น ถ้าหมอเปรียบเทียบเหมือนกับเราเดินก้าวหนึ่งมันก็เจอเรา แต่ความยาวคลื่นของ 4G มันกว้าง เพราะฉะนั้นเดินไปตั้งหลายก้าวเจอที มันไม่ถี่กว่า เดี๋ยวนี้คนก็มีไปฉีดวัคซีน ถ้าเชื่อพวกแพทย์ทางเลิกบางคนจะบอกว่า มันจะมีเหมือนกับแม่เหล็กอยู่ในตัว ฉันก็ต้องระวังนิดหน่อย เวลาคนไข้มาหาหมอบอกว่า 4G ก็พอค่ะ หมอยังรับโทรศัพท์ รับ Line รับอีเมลได้หมดทุกอย่างเลย ถ้าจะต้องใช้ 5G เพราะเราต้องโหลดเร็ว ๆ ก็เปิดชั่วคราวแล้วรีบกลับสู่สภาพเดิม ไม่ได้แปลว่า ห้ามหมด ชีวิตก็ยังต้องอยู่ในโลกปัจจุบัน แต่ว่าเราก็ต้องดูแลเท่าที่เราดูได้ หมอมีเพื่อนคนหนึ่ง คิดถึงเพื่อนเรามากเลย เป็นเนื้องอกในสมอง เธอเป็นคนทันสมัยมาก เก่งทุกอย่าง แต่ใช้แบบนี้ แล้วตรงสมองส่วนนี้เขาจะมีตัวหนึ่งที่เป็น Governor เขาเรียกว่า ต่อมที่สร้างฮอร์โมนชื่อ Pineal Gland ให้เรานอนหลับ และPituitary เพื่อควบคุมการทำงานทั้งระบบ แล้วเราจะไปรบกวนมันตลอดเวลาแล้วเราจะมีสุขภาพดีได้ยังไง สิ่งเหล่านี้แต่เราจำเป็นต้องใช้ เราก็ต้องใช้อย่างฉลาด เราก็อาจจะต้องมีเครื่องป้องกัน

ใส่นาฬิกาสายโลหะ ข้างซ้าย รบกวนการทำงานของหัวใจ ?

พญ. นลินี: ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีโลหะครบ ไฟฟ้าจะตั้งฉาก เพราะฉะนั้นถ้าโลหะครบวงจรเป็นวงกลม จะมีสนามแม่เหล็กตั้งฉากเข้าไปข้างซ้าย แขนซ้ายก็เจอหัวใจ แล้วหัวใจจะทำงานอย่างไร เพราะสนามแม่เหล็กไฟฟ้ามันรบกวนเราอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นถ้าหมอเห็นนาฬิกาสายโลหะ จะบอกคนไข้ว่า ให้ใส่ข้างขวา หรือถ้าบางคนเขาถนัดซ้ายมาก เปลี่ยนเป็นสายหนังเลยค่ะ โลหะไม่ครบวงจร ถ้ามันไม่มีโลหะครบวงจรก็ใช้ได้เลย กำไลก็เหมือนกัน ถ้ามีโลหะก็ต้องระวังตรงนี้ ส่วนสร้อย จริง ๆ เราก็จะต้องมี Intervention เพราะสร้อยไม่ได้เกี่ยวกับหัวใจ แต่เกี่ยวกับการทำงานของแกนของร่างกาย ถ้าเรามีสร้อยครบวงจรแบบนี้ แกนกลางของเราจะถูก Interfere ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เพราะฉะนั้นบางครั้งเขาจะเอาอะไรมาคั่นระหว่างความเป็นโลหะ เช่น ถ้าเราเอาพลาสติกเล็ก ๆ มาคั่นนิดหนึ่ง แค่นี้โลหะเราก็ไม่ครบวงจร นำไฟฟ้าไม่ได้แล้ว เราไม่มีอะไรที่จะมารบกวนการทำงานของร่างกาย