แอน ทองประสม เฉิดฉายกลาง Wimbledon! ร่วมโมเมนต์ประวัติศาสตร์ ประชันลุคคนดังฮอลลีวูด

แอน ทองประสม เฉิดฉายกลาง Wimbledon! ร่วมโมเมนต์ประวัติศาสตร์  ประชันลุคคนดังฮอลลีวูด

แอน ทองประสม เฉิดฉายกลาง Wimbledon! ร่วมโมเมนต์ประวัติศาสตร์ ประชันลุคคนดังฮอลลีวูด

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.15 น.

“แอน ทองประสม” สร้างความฮือฮาอีกครั้ง หลังได้รับเชิญร่วมชมการแข่งขัน Wimbledon Men’s Final 2026 แมตช์ชิงชนะเลิศของศึกเทนนิสแกรนด์สแลมบนคอร์ตหญ้าที่เก่าแก่และทรงเกียรติที่สุดของโลก พร้อมปรากฏตัวในลุคจาก Ralph Lauren ที่เผยความสง่างาม เรียบหรู และคลาสสิก สมกับบรรยากาศของการแข่งขันระดับโลก

นอกจากนักแสดงสาวชาวไทยแล้ว งานนี้ยังรวมเหล่าคนดังระดับโลกที่มาร่วมชมแมตช์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น Jennifer Lopez, Liam Hemsworth, Gabriella Brooks, Cynthia Erivo, Ken Watanabe, Sarah Pidgeon, Jaafar Jackson, Elizabeth Debicki, Andrew Garfield, Tom Hiddleston, Zhang Ziyi, Maggie Rogers, Winter และ WOODZ ซึ่งทั้งหมดต่างปรากฏตัวในลุคจาก Ralph Lauren ถ่ายทอดเสน่ห์ของแบรนด์ผ่านสไตล์อเมริกันคลาสสิกที่เป็นเอกลักษณ์

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทยเมื่อ แอน ทองประสม ตัวแทนจากประเทศไทย ได้ร่วมกระทบไหล่เหล่าคนดังระดับโลกสร้างโมเมนต์น่าจดจำใน Wimbledon Men’s Final 2026 พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยลุคจาก Ralph Lauren ได้อย่างสง่างามไม่แพ้แขกคนสำคัญจากทั่วโลก

@RalphLauren

@PoloRalphLauren

@Wimbledon

#RLTennis #Wimbledon

ชาวเน็ตแห่ขุดคำทำนาย หมอปลาย ปมไฟไหม้ร้านดัง ด้าน สรยุทธ โพสต์ภาพดำตั้งคำถามคาใจ

ชาวเน็ตแห่ขุดคำทำนาย หมอปลาย ปมไฟไหม้ร้านดัง ด้าน สรยุทธ โพสต์ภาพดำตั้งคำถามคาใจ

ชาวเน็ตแห่ขุดคำทำนาย หมอปลาย ปมไฟไหม้ร้านดัง ด้าน สรยุทธ โพสต์ภาพดำตั้งคำถามคาใจ

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.09 น.

กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์บนโลกออนไลน์ ท่ามกลางบรรยากาศความโศกเศร้าและความสะเทือนใจของคนไทย จากรายงานข่าวเหตุการณ์ไฟไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวล่าสุดบนโลกโซเชียลมีเดียได้มีการทำคอนเทนต์ย้อนรอยและแห่แชร์คำทำนายของ “หมอปลาย พรายกระซิบ” ที่เคยออกมาเตือนให้ระวังเกี่ยวกับเรื่องอัคคีภัย โดยคำทำนายระบุไว้ล่วงหน้าว่า

 – จะเกิดเหตุไฟไหม้จากการเสื่อมสภาพของสายไฟ

– จุดเกิดเหตุจะอยู่ในร้านหรือแหล่งชุมชนที่มีผู้คนหนาแน่น

– ลักษณะของสถานที่เกิดเหตุเป็นร้านที่มีพื้นที่ค่อนข้างแคบ

ซึ่งจากคำทำนายดังกล่าว ทำให้ชาวเน็ตต่างนำมาเชื่อมโยงกับโศกนาฏกรรมไฟไหม้ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างขณะเดียวกัน ทางด้านผู้ประกาศข่าวชื่อดังอย่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา ก็เคลื่อนไหวต่อเรื่องนี้ โดยเพจเฟบุก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว” ได้ออกมาโพสต์ภาพสีดำสั้น ๆ พร้อมข้อความตั้งคำถามถึงกระแสการแห่ขุดคำทำนายดังกล่าว จนกลายเป็นที่สนใจของแฟนข่าวและชาวเน็ตที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม

ตั๊กแตน ชลดา ควักเงินแสนซัพพอร์ต ตุ๋น เซกา มือกีตาร์คู่ใจ หลังรอดชีวิตหวุดหวิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ดัง

ตั๊กแตน ชลดา ควักเงินแสนซัพพอร์ต ตุ๋น  เซกา มือกีตาร์คู่ใจ หลังรอดชีวิตหวุดหวิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ดัง

ตั๊กแตน ชลดา ควักเงินแสนซัพพอร์ต ตุ๋น เซกา มือกีตาร์คู่ใจ หลังรอดชีวิตหวุดหวิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ดัง

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.01 น.

จากกรณีอุบัติเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงโรงเบียร์ชื่อดังย่านลาดพร้าว ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนเป็นจำนวนมาก หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เฉียดตายครั้งนี้คือ “ตุ๋น เซกา” ( ไมตรี พรมรัตน์) มือกีตาร์ฝีมือดีที่ร่วมงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับนักร้องลูกทุ่งสาวซุปตาร์ “ตั๊กแตน ชลดา” มาอย่างยาวนานเกือบ 15 ปีแม้ว่า ตุ๋น เซกา จะสามารถเอาชีวิตรอดออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่เครื่องมือทำมาหากินและอุปกรณ์ดนตรีคู่ใจกลับได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเปลวเพลิงในค่ำคืนนั้น

ทันทีที่ทราบข่าว นักร้องสาว ตั๊กแตน ชลดา ไม่นิ่งนอนใจ รีบยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานคนสำคัญทันทีโดยเธอได้โพสต์สลิปการโอนเงินช่วยเหลือเป็นจำนวน 100,000 บาท ผ่านบัญชี หจก. ดีเหลือหลาย ไปยัง นาย ไมตรี พรมรัตน์ พร้อมเขียนข้อความสุดซึ้งระบุว่า“มีอะไรเราซัพพอร์ตกันเสมอค่ะสำหรับพี่ตุ๋น มือกีตาร์ของแตน เครื่องมือทำมาหากินทิ้งไว้ก่อนเอาชีวิตให้รอดอย่างเดียว”

นอกจากนี้ ตั๊กแตนยังได้เผยความรู้สึกเพิ่มเติมผ่านโซเชียลมีเดียว่า พี่ตุ๋นเป็นหนึ่งในนักดนตรีของเธอที่ร่วมเล่นดนตรีด้วยกันมาเกือบ 15 ปี และร้านที่เกิดเหตุดังกล่าวเธอก็เคยเดินทางไปทำการแสดงมาก่อนเช่นกัน พร้อมกล่าวอวยพรรับขวัญและแสดงความเสียใจไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ‘บุญรักษา คุณพระคุ้มครอง เทวดาปกป้อง แคล้วคลาด ปลอดภัยแล้วนะพี่ตุ่น ขวัญเอ๊ยขวัญมา… ตั๊กแตน ชลดา ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับเคสต่อทุกท่านด้วยนะคะ และขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวทุกท่านค่ะ’

เดือดสะเทือนวงการนางงาม แจ็ค ไททัส งัดหลักฐานโต้แฉพฤติกรรม อาย กัญญาลักษณ์ โดนปลดฟ้าผ่า

เดือดสะเทือนวงการนางงาม แจ็ค ไททัส งัดหลักฐานโต้แฉพฤติกรรม อาย กัญญาลักษณ์ โดนปลดฟ้าผ่า

เดือดสะเทือนวงการนางงาม แจ็ค ไททัส งัดหลักฐานโต้แฉพฤติกรรม อาย กัญญาลักษณ์ โดนปลดฟ้าผ่า

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.08 น.

เป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาวงการนางงามลุกเป็นไฟ หลังจากที่องค์กร Supra Thailand ร่อนประกาศปลดฟ้าผ่า “อาย-กัญญาลักษณ์ หนูแก้ว” Miss Supranational Thailand 2026 จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุด “แจ็ค-ไททัส” Mister Supranational Thailand 2026 ในฐานะผู้เข้าประกวดและรับผิดชอบองค์กร ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ร่ายยาวชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมแนบหลักฐานภาพแชทไลน์แบบหมดเปลือก โดยระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากอารมณ์ส่วนตัว แต่เป็นเพราะพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใสของตัวนางงามและทีมพี่เลี้ยง จนทำให้สปอนเซอร์หลักจากต่างชาติมองว่าเป็นการ “ตั้งใจ Scam และร่วมกันฉ้อโกงเงิน”

 แฉปมปริศนา “พาสปอร์ตหายลึกลับ” ก่อนบินไม่กี่ชั่วโมง

แจ็ค เผยว่า ทางองค์กรและสปอนเซอร์ได้ลงทุนเตรียมความพร้อมให้ทุกอย่าง ทั้งตั๋วเครื่องบินและวีซ่าที่ผ่านฉลุยตั้งแต่กลางเดือนที่แล้ว แต่ในคืนก่อนวันเดินทางกลับได้รับแจ้งจากฝั่งนางงามว่า “พาสปอร์ตหาย” และถามถึงวิธีทำวีซ่าใหม่ ทว่าในเวลาเดียวกัน เอเจนซี่ผู้ดูแลกลับส่งหลักฐานยืนยันว่า พาสปอร์ตเล่มจริงที่ใช้อนุมัติวีซ่ายังคงอยู่ที่เอเจนซี่ ไม่ได้หายไปไหน อีกทั้งยังมีการอ้างเรื่องถือพาสปอร์ต 2 เล่ม ซึ่งสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับผู้สนับสนุนหลักเป็นอย่างมาก ว่านี่คือพฤติกรรมที่ขาดความรับผิดชอบและไม่เป็นมืออาชีพ

รู้ว่าโดนปลดตั้งแต่ 5 โมงเย็น แต่ 2 ทุ่มยังไลฟ์บอกว่าจะบิน?
อีกหนึ่งประเด็นที่แจ็คตอกกลับฝั่งนางงามคือ กรณีที่อายและทีมพี่เลี้ยงออกมาไลฟ์สดตอนสองทุ่มครึ่งว่าจะเดินทางไปประกวด ทั้งที่ในความเป็นจริง ทางองค์กรได้ติดต่อพูดคุยเพื่อให้โอกาสชี้แจง และแจ้งเรื่องการปลดให้ทราบตั้งแต่เวลา 5 โมงเย็นแล้ว ซึ่งตั๋วเครื่องบินใบที่สองสปอนเซอร์ก็ปฏิเสธที่จะซื้อให้เพราะพฤติกรรมไม่โปร่งใส การที่ฝั่งนางงามออกมาไลฟ์ว่ากำลังจะบิน ทั้งที่ไม่มีตั๋วในมือ แจ็คมองว่าเป็นการ “เดินเกมและบีบบังคับ” ให้องค์กรต้องกลายเป็นฝ่ายออกประกาศปลดต่อหน้าสื่อ เพื่อกระตุ้นให้เพจนางงามและกระแสสังคมโจมตีองค์กร

 สปอนเซอร์นอกขู่ถอนทุนยับ เหตุรู้สึกโดน “โกหกซ้ำซ้อน”
จากเหตุการณ์ดังกล่าวบวกกับการเข้าโรงพยาบาลกะทันหันล่วงหน้าไม่กี่ชั่วโมงก่อนบิน ส่งผลให้บริษัทร่วมหุ้นจากต่างชาติซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลัก มองว่าข้อมูลทั้งหมดไม่สอดคล้องกับเอกสาร และระแวงว่า “ทีมไทยแลนด์ทั้งหมดกำลังจะไปสแกมเงินและฉ้อโกงบริษัทเขา” จนถึงขั้นขู่จะถอนการสนับสนุนทั้งฝั่งผู้ชายและผู้หญิง ทำให้องค์กรจำเป็นต้องกางเอกสารยืนยันความบริสุทธิ์ใจเพื่อรักษาเวทีไว้ จนในที่สุดสปอนเซอร์ตัดสินใจ “ตัดหางฝั่งผู้หญิง” แต่ยังคงสนับสนุนแจ็คในฝั่งผู้ชายต่อไป

นอกจากนี้ แจ็คยังแฉเพิ่มว่า มีอีกหลายเรื่องที่ข้อมูลไม่ตรงกันอย่างสิ้นเชิง เช่น ชุดประจำชาติ ชุดราตรีรอบพรีลิมฯ และไฟนอล ที่ฝั่งนางงามส่งมาไม่ตรงกับที่ ND จัดหาให้ และจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เคยเห็นชุดจริง อ้างว่ายังทำไม่เสร็จ ทั้งที่องค์กรได้จ่ายเงินค่าดำรงตำแหน่งล่วงหน้าไปครบ 100% แล้วตั้งแต่วันเซ็นสัญญา 15 พฤษภาคม 2569

“ผมไม่ได้มีความสุขกับการตัดสินใจครั้งนี้ แต่ในฐานะผู้รับผิดชอบองค์กร ผมต้องเลือกสิ่งที่จะรักษาอนาคตของเวทีและความรับผิดชอบต่อทุกฝ่าย” แจ็ค ไททัส กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ แจ็ค ไททัส เตรียมหอบหลักฐานทั้งหมด พร้อมทีมที่ปรึกษาทางกฎหมายและทนายความ ออกแถลงการณ์ชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 17 นี้ ณ สนามบิน ก่อนที่เจ้าตัวจะออกเดินทางไปประกวดรอบสากลที่ประเทศโปแลนด์

รัฐบาลหนุน ธปท. ยกระดับคุมธุรกรรมเสี่ยง ตัดวงจรทุนเทา ปิดช่องฟอกเงินทั้งระบบ

รัฐบาลหนุน ธปท. ยกระดับคุมธุรกรรมเสี่ยง ตัดวงจรทุนเทา ปิดช่องฟอกเงินทั้งระบบ

รัฐบาลหนุน ธปท. ยกระดับคุมธุรกรรมเสี่ยง ตัดวงจรทุนเทา ปิดช่องฟอกเงินทั้งระบบ

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.02 น.

13 กรกฎาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามทุนเทาและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการการทำงานของหน่วยงานด้านการเงิน หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อปิดช่องทางฟอกเงินและตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรม ซึ่งเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมในหลายด้าน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินการล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทยจะยกระดับมาตรการสกัดทุนเทาให้เข้มข้นขึ้น โดโดยจะเริ่มในเดือนตุลาคมนี้ เป็นการขยายไปสู่กรณีการฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ต้องรายงานที่มาว่ามาจากไหน รวมถึงการแลกเงิน โดยนำเงินสด เช่น แบงก์ 1,000 บาท มูลค่า 10 ล้านบาท มาแลกเป็นแบงก์ 100 บาท หรือ แบงก์ 500 บาท ก็ต้องชี้แจงเหตุผลว่าทำไมต้องแลกแบบนั้น เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการฟอกเงินและการใช้ระบบสถาบันการเงินสนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้ มาตรการให้รายงานการถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ส่งผลให้ธุรกรรมถอนเงินสดจำนวนมากลดลงประมาณ 35% ขณะที่การเฝ้าระวังธุรกรรมผิดปกติทำให้มีการปิดบัญชีต้องสงสัยแล้วนับพันบัญชี

ขณะเดียวกัน การดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้นโยบายปราบทุนเทาของรัฐบาลมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง อาทิ การตรวจสอบธุรกิจนอมินี ซึ่งทำให้จำนวนบริษัทกลุ่มเสี่ยง ลดลงประมาณ 60% ในไตรมาสแรกของปี 2569 การติดตามและยึดอายัดทรัพย์สินเครือข่ายทุนเทาโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท และการตัดวงจรการเงินเครือข่ายค้ายาเสพติด ซึ่งสามารถ อายัดทรัพย์ได้กว่า 10,000 ล้านบาท ในช่วงวันที่ 1 เมษายน – 10 มิถุนายน 2569

นางสาวรัชดา กล่าวว่า การปราบทุนเทาในปัจจุบัน ไม่ได้มุ่งเฉพาะการจับกุมผู้กระทำผิด แต่ให้ความสำคัญกับการทำลายฐานทุนและเส้นทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรม โดยอาศัยความร่วมมือของทุกหน่วยงานตามบทบาทหน้าที่ ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักลงทุนในระยะยาว

ทั้งนี้ ในส่วนการดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายรายงานในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2568 – มิถุนายน 2569) โดยแบ่งผลสัมฤทธิ์สำคัญออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่

1.การปกป้องประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายได้ 862 ราย และยับยั้งความเสียหายได้กว่า 82 ล้านบาท

2.การสกัดกั้นเส้นทางการเงินของคนร้าย โดยดำเนินการปิดบัญชีม้ากว่า 351,000 บัญชี และอายัดเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้กว่า 3,600 ล้านบาท

3.การสืบสวนจับกุมเครือข่ายสแกมเมอร์อย่างต่อเนื่อง โดยจับกุมผู้ต้องหาได้กว่า 29,000 ราย ออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการระดับหัวหน้าเครือข่ายกว่า 70 ราย

ภท.ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต-ส่งกำลังใจผู้บาดเจ็บ เร่ง ประสานสิทธิเยียวยา

ภท.ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต-ส่งกำลังใจผู้บาดเจ็บ เร่ง ประสานสิทธิเยียวยา

ภท.ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต-ส่งกำลังใจผู้บาดเจ็บ เร่ง ประสานสิทธิเยียวยา

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.53 น.

ภูมิใจไทย ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต-ส่งกำลังใจผู้บาดเจ็บ เร่ง ประสาน รมต.ที่เกี่ยวข้อง ดูแลผู้บาดเจ็บ-ครอบครัวผู้เสียชีวิตต้องได้รับการเยียวยาตามสิทธิ และกม.

เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2569 พรรคภูมิใจไทย ออกแถลงการณ์ เรื่องเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ระบุว่า พรรคภูมิใจไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และส่งกำลังใจไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ จากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว

ทั้งนี้พรรคภูมิใจไทยได้เร่งประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ในแต่ละหน่วยงาน เร่งดูแลผู้บาดเจ็บต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และครอบครัวผู้เสียชีวิตต้องได้รับการเยียวยาตามสิทธิและกฎหมายอย่างเต็มที่
 

สรุปยอดผู้บาดเจ็บล่าสุด! ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว รวม 73 คน เขตจตุจักร ปิดคำสั่งห้ามใช้อาคาร 30 วัน

สรุปยอดผู้บาดเจ็บล่าสุด! ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว รวม 73 คน เขตจตุจักร ปิดคำสั่งห้ามใช้อาคาร 30 วัน

สรุปยอดผู้บาดเจ็บล่าสุด! ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว รวม 73 คน เขตจตุจักร ปิดคำสั่งห้ามใช้อาคาร 30 วัน

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.45 น.

ล่าสุด! ศูนย์เอราวัณ สรุปยอดผู้บาดเจ็บ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว รวม 73 คน อยู่ ICU 25 แอดมิด 16 กลับบ้านแล้ว 32 ขณะที่เขตจตุจักร ปิดคำสั่งห้ามใช้อาคาร 30 วัน 

เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2569 ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) รายงาน สรุปสถานการณ์การนำส่งผู้บาดเจ็บเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เขตจตุจักร (อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 13 ก.ค.2569 เวลา 10.00 น.)

ยอดผู้บาดเจ็บ รวมทั้งหมด 73 ราย (ชาย 34 คน หญิง 39 คน) ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล 41 ราย ระดับแดง วิกฤติ 25 ราย เป็นผู้ป่วยในห้อง ICU ระดับเหลือง(ปานกลาง) 16 ราย พักรักษาตัวในวอร์ดปกติ (Admit Ward) และ ระดับเขียว(เล็กน้อย) ผู้บาดเจ็บที่ได้รับการรักษาจนอาการปลอดภัยและจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล กลับบ้านแล้ว 32 ราย 

สำหรับรายละเอียดผู้บาดเจ็บแยกตามรายโรงพยาบาล (เฉพาะผู้ที่ยังรักษาตัว) ดังนี้

1. รพ. เปาโลเกษตร ผู้ป่วย ICU 4 วอร์ดปกติ 6 รวม 10 ราย

2. รพ. ราชวิถี ผู้ป่วย ICU 5 วอร์ดปกติ 2 รวม 7 ราย

3. รพ. พญาไท พหลฯ ผู้ป่วย ICU 4 วอร์ดปกติ 2 รวม 6 ราย

4. รพ. ลาดพร้าว ผู้ป่วย ICU 1 วอร์ดปกติ 3 รวม 4 ราย

5. รพ. จุฬาลงกรณ์ ผู้ป่วย ICU 2 ราย

6. รพ. เปาโลโชคชัย 4 ผู้ป่วย ICU 2 ราย

7. รพ. พระมงกุฎเกล้า ผู้ป่วย ICU 1 วอร์ดปกติ 1 รวม 2 ราย

8. รพ. ตำรวจ ผู้ป่วย ICU 1 ราย 

9. รพ. จุฬาภรณ์ ผู้ป่วย ICU 1 ราย

10. รพ. วิมุต* ผู้ป่วย ICU 1 ราย 

11. รพ. พระราม 9 ผู้ป่วย ICU 1 ราย

12. รพ. พญาไท 2 ผู้ป่วย ICU 1 ราย

13. รพ. CGH พหลโยธิน ผู้ป่วย ICU 1 ราย 

14. รพ. รามาธิบดี วอร์ดปกติ 1 ราย 

15. รพ. วิภาราม ปากเกร็ด วอร์ดปกติ 1 ราย

ด้านสำนักงานเขตจตุจักรโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา ได้เข้าปิดคำสั่งห้ามใช้อาคาร ร้านอาหารโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ โดยกำหนด ห้ามใช้อาคารเป็นเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง

ผอ.JIC ย้ำจุดยืนไทย ไม่ยั่วยุ-ไม่ยิงก่อน พบกัมพูชา ละเมิดข้อตกลงกว่า 20 ครั้ง-สร้างบังเกอร์

ผอ.JIC ย้ำจุดยืนไทย ไม่ยั่วยุ-ไม่ยิงก่อน พบกัมพูชา ละเมิดข้อตกลงกว่า 20 ครั้ง-สร้างบังเกอร์

ผอ.JIC ย้ำจุดยืนไทย ไม่ยั่วยุ-ไม่ยิงก่อน พบกัมพูชา ละเมิดข้อตกลงกว่า 20 ครั้ง-สร้างบังเกอร์

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.16 น.

“ผอ.JIC”ย้ำจุดยืน”ไทย” ไม่ยั่วยุ-ไม่ยิงก่อน พบ”กัมพูชา”ละเมิดข้อตกลงกว่า 20 ครั้ง-สร้างบังเกอร์ ด้าน”กต.”เก็บข้อมูลแจ้งประชาคมโลก ขณะที่”ทบ.”จับตาใกล้ชิด

13 กรกฎาคม 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย – กัมพูชา JIC และผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา วันนี้ ว่า ในส่วนของกองกำลังบูรพา ที่รับผิดชอบ จ.สระแก้ว ถือเป็นครั้งที่ 8 แล้ว เพื่อให้กำลังใจ และนำความห่วงใยของประชาชน มาสื่อสารถึงกำลังพลหน้าแนว ความลำบากซึ่งเข้าใจว่ากำลังพลมีความเสียสละและมีความลำบาก ซึ่งที่ผ่านมามีทั้งข่าวปั่น ข่าวปล่อย ก็ถือว่าให้กำลังใจ

ส่วนเรื่องที่มีการขยายให้ใหญ่โตขึ้น ก็พยายามลดระดับลง โดยเรานำข้อเท็จจริงมาชี้แจงให้ทหารหน้าแนวรับทราบ และขอให้ประชาชนได้ติดตามข้อมูล ข่าวสาร ที่เกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ประเทศไทยมีจุดยืนชัดเจนว่าเราไม่ได้รุกรานและยิงก่อนแน่นอน ยึดมั่นกฎหมายระหว่างประเทศในการป้องกันตนเอง และกฎการใช้กำลัง พร้อมปฏิบัติตามถ้อยแถลงข้อตกลงหยุดยิง เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และตามที่ได้รับรายงาน กัมพูชามีการละเมิดข้อตกลงเกือบ 20 กว่าครั้ง ย้ำว่า เรามีดูพื้นที่ไม่ใช่การยั่วยุ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรามีความพร้อม

พล.อ.อ.ประภาส ยังกล่าวถึง ในพื้นที่นี้มี 24 หลักเขต เหลืออีก 11 หลักเขตที่ยังตกลงกันไม่ได้ ซึ่งอาจจะต้องรอกลไกของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา (JBC) แต่ก็ต้องรอเพื่อให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อให้กัมพูชาหยุดยั่วยุ หยุดอ้างสิทธิฝ่ายเดียว เพื่อไปชี้แจงในเวทีประชาคมโลก โดยไม่สนใจข้อเท็จจริงที่ต้องตรวจสอบร่วมกัน หากมาพูดคุยกันตอนนี้คงไม่มีประโยชน์อะไร

ด้าน นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีที่กัมพูชาละเมิดข้อตกลง ว่า กระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญภารกิจการลงพื้นที่ เพื่อเก็บข้อมูล นำไปชี้แจงกับประชาคมระหว่างประเทศได้ ให้ไปรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง

ขณะที่ พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า หน่วยทหารในพื้นที่มีความร่วมมือกันในทุกเหล่าทัพ โดยเฉพาะกองทัพบกและกองทัพอากาศ สามารถมั่นใจได้ว่าการดูแลชายแดน การปรับปรุงพื้นที่ให้มีความพร้อมและปลอดภัย กับทหารหน้าแนวและประชาชน และดำเนินการอยู่ต่อเนื่อง ส่วนกรณีที่มีการยั่วยุของฝ่ายกัมพูชา มีการประท้วงตามขั้นตอน เพื่อเป็นหลักฐานในสิ่งที่เขาทำไม่ถูกต้อง เพื่อส่งให้กระทรวงการต่างประเทศไปดำเนินการต่อ นอกจากนี้ จากการติดตามภาพข่าว จะเห็นได้ว่ากัมพูชามาความเคลื่อนไหวหลายอย่าง เช่น การสร้างบังเกอร์ ซึ่งอยู่ในการติดตามของฝ่ายไทยโดยตลอด ไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมเตรียมมาตราการรับมือในทุกมิติ ในขณะเดียวกันการดูแลกำลังพลตามแนวชายแดน ผู้บังคับหน่วย ยืนยันว่า ดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต จากการสู้รบทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา การเยียวยาเป็นไปตามขั้นตอนของราชการ รวมถึงสภาพความเป็นอยู่ ทั้งหน่วยที่อยู่หน้าแนวและหน่วยที่มาสมทบ

พ.อ.ริชฌา ยังกล่าวถึงการสร้างรั้วชายแดนใน จ.สระแก้ว ว่า ตามมติของสภาความมั่นคงแห่งชาติ พื้นที่ไหนที่มีความชัดเจน ก็พร้อมที่จะก่อสร้าง เช่น ชายแดนจันทบุรี ในขณะที่ชายแดน จ.สระแก้ว ยังมีหลักเขตที่เห็นไม่ตรงกัน ต้องรอให้ได้ข้อยุติ แต่ก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลย เรามีการลดตระเวน วางรั้วลวดหนาม นอกจากนี้ ยังรวมกับกองทัพไทยวางรั้วอิเล็กทรอนิกส์ ระบบตรวจการเซ็นเซอร์ตลอดแนว

ด้าน พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร รองโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในส่วนของ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใย เร่งให้มีการขับเคลื่อนเร่งพัฒนาโครงการ น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดีมีสัญญาณโทรศัพท์ เนื่องจากบทเรียนจากการรบที่ผ่านมา ทหารจะรบไม่ชนะ ถ้าหากขาดพลังจากประชาชน

​​​นายกฯ หารือ รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ หนุนโครงข่ายไฟฟ้าภูมิภาค เสริมความมั่นคงพลังงานและการลงทุน

​​​นายกฯ หารือ รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ หนุนโครงข่ายไฟฟ้าภูมิภาค เสริมความมั่นคงพลังงานและการลงทุน

​​​นายกฯ หารือ รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ หนุนโครงข่ายไฟฟ้าภูมิภาค เสริมความมั่นคงพลังงานและการลงทุน

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.16 น.

นายกฯ หารือ รมต.ต่างประเทศสิงคโปร์ หนุนโครงข่ายไฟฟ้าภูมิภาค เสริมความมั่นคงพลังงานและการลงทุน

วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.45 น. ที่ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับนายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารืออย่างเป็นกันเอง เพื่อสานต่อความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและสิงคโปร์ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ พลังงาน และการเชื่อมโยงภูมิภาค ก่อนนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อกระชับความสัมพันธ์

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย และแสดงความซาบซึ้งที่ได้เดินทางมาถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงการเตรียมการประชุมผู้นำไทย–สิงคโปร์ (Leaders’ Retreat) ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทยช่วงปลายปีนี้ โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่จะต้อนรับนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ พร้อมคาดหวังว่าจะมีคณะผู้บริหารภาคธุรกิจชั้นนำร่วมเดินทางมา เพื่อขยายโอกาสด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ ยังเห็นพ้องให้ใช้การประชุม Civil Service Exchange Programme (CSEP) เป็นกลไกเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมผู้นำดังกล่าว

ด้านพลังงาน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับโครงการ ASEAN Power Grid ซึ่งเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของภูมิภาคให้แข็งแกร่ง
ลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานจากนอกภูมิภาค เพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการพลังงานร่วมกัน และรองรับความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและด้านพลังงานเป็นก้าวสำคัญของการสร้าง Seamless Connectivity หรือการเชื่อมโยงอาเซียนอย่างไร้รอยต่อ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค ดึงดูดการลงทุน สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ผลักดันแนวคิดดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเพื่อขับเคลื่อนการเชื่อมโยงอาเซียน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์ร่วมกันทั้งภูมิภาค

แต่งตั้ง ‘สมชัย’ อนุ กมธ.มิชอบ พ่นพิษ ‘พนิดา’ ปชน.ยอมรับ ซัดทอด มัด กมธ.กิจการศาลฯ – อนุ กมธ.บานปลาย

แต่งตั้ง 'สมชัย' อนุ กมธ.มิชอบ พ่นพิษ 'พนิดา' ปชน.ยอมรับ ซัดทอด มัด กมธ.กิจการศาลฯ - อนุ กมธ.บานปลาย

แต่งตั้ง ‘สมชัย’ อนุ กมธ.มิชอบ พ่นพิษ ‘พนิดา’ ปชน.ยอมรับ ซัดทอด มัด กมธ.กิจการศาลฯ – อนุ กมธ.บานปลาย

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.16 น.

แต่งตั้ง‘สมชัย’อนุกมธ.มิชอบพ่นพิษ ‘พนิดา’ปชน. แถลงยอมรับ ซัดทอดมัดคณะ กมธ.กิจการศาลฯ และคณะอนุกมธ. บานปลาย ถูกดำเนินคดีอาญา-จริยธรรมร้ายแรง เหมาเข่งโดนทั้งคณะ

วันที่ 13 กรกฎาคม 2569  สืบเนื่องจากมีบุคคล(ปกปิดชื่อสกุล ตาม พรป.ปปช.)ได้ไปกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อให้ดำเนินคดีอาญากับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้ต้องหา ในความผิดอาญา หลายข้อหา ภายในอายุความ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง กกต.โดยปฏิบัติหน้าเป็นกรรมการในองค์กรอิสระโดยจงใจใช้อำนาจโดยมิชอบหน้าที่ โดยกระทำโดยจงใจใช้อำนาจเข้าไปมีส่วนได้เสียในขณะตนเองเป็นกรรมการในองค์กรอิสะร เจ้าพนักงานของรัฐ โดยจงใจฝ่าฝืนเข้าไปมีส่วนได้เสียในขณะตนเองเป็นกรรมกสารในองค์กรอิสระ เจ้าพนักงานของรัฐที่มีอำนาจเหนือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยไม่ได้ลาออกและสมัครเป็นเลขาธิการ กกต.โดยตนเองใช้อำนาจ อิทธิพลในตำแหน่งเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งเลขาธิการ กกต.โดยไม่เป็นธรรม ขาดความโปร่งใสและส่งผลกระทบต่อการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมโดยจงใจฝ่าฝืน พรป.ปปช.มาตรา 126(4) ต่อมาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ใช้อำนาจยับยั้งเพื่อมิให้เกิดควาเมสียหายแก่รัฐและงบประมาณแผ่นดิน จึงได้ออกคำสั่งให้ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ยุติปฏิบัติหน้าที่และพ้นจากตำแหน่ง โดยคดีอาญามีอายุความ 10 ปีโดยจะครบกำหนดวันที่ 20 มีนาคม 2571 ส่วนการดำเนินคดีจริยธรรมร้ายแรง ไม่มีอายุความตามกฎหมายนั้น โดยพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับคำกล่าวโทษดำเนินคดีอาญากับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้ต้องหา เลขรับแจ้งคดีอาญาที่ 755/2569 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 แล้วนั้น

ขณะเดียวกันได้รับรายงานว่า นางสาวพนิดาหรือผึ้ง มงคลสวัสดิ์ ผู้ต้องหาอีกรายหนึ่ง ปัจจุบันดำรงตแหน่ง สส.จังหวัดสมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคประชาชน ตกเป็นผู้ต้องหาด้วยเช่นกัน โดยพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับคำกล่าวโทษในคดีเลขรับแจ้งคดีอาญาที่ 756/2569 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ข้อหาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตกาอก่อให้เกิดความเสียแก่รัฐ และในความผิดฐานเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยกระทำการโดยจงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตาม รธน.มาตรา 219,235 วรรคหนึ่ง(1),วรรคสี่ ,มาตรฐานจริยธรรมฯ พ.ศ.2561 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 27

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พบความเคลื่อนไหวของนางสาวพนิดาหรือผึ้ง มงคลสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุก สังคมโซเชี่ยล โดยแถลงการณ์ยอมรับข้อเท็จจริงในการแต่งตั้งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร จริง โดยให้คำแถลงพาดพิง ชี้ช่อง หรือ “ซัดทอด” ว่า “การแต่งตั้งนายสมชัย ศรีสุทธิยากรฯ เป็นมติของคณะ กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน ส่วนตำแหน่งรองประธาน อนุ กมธ.เป็นมติคณะอนุ กมธ.ทั้งคณะ” เท่ากับเป็นการโยนความรับผิดให้ตนเองพ้นผิด ทำให้กระแสลุกลามบานปลาย ส่อถูกสอยคดีอาญาและคดีจริยธรรมร้ายแรง เหมาเข่ง ทั้งคณะ 

ผู้สื่อข่าว รายงานเพิ่มเติมว่า ข้อโต้แย้งของนางสาวพนิดาหรือผึ้ง ฯ บิดเบือนข้อเท็จจริงและขัดแย้งกับข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย แม้นายสมชัยฯ ยังไม่ได้ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง แต่คำสั่ง คสช.ที่ 4/2561 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2561 คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อยับยั้งความเสียหายแก่รัฐ และคำสั่งเป็นที่สุด ทั้งคำสั่งคณะรัฐประหาร(คสช.) ถือเป็นกฎหาย เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นการทั่วไปแล้ว นางสาวพนิดาฯคณะ กมธ.และหรือคณะอนุ กมธ.ย่อมสามารถตรวจสอบได้ก่อนเสนอรายชื่อและแต่งตั้ง ทั้ง หากสงสัยในคุณสมบัตินายสมชัยฯ ต้องเสนอให้ เลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบ ก่อนเสนอรายชื่อและแต่งตั้ง โดยนายสมชัย ฯ ได้กระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงและเป็นความผิดในตัวเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 

ส่วนการดำเนินคดีอาญาและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้ต้องหา เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ต้องมีบุคคลกล่าวโทษ เพื่อดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายภายในอายุความ พร้อมกับความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมมอย่างร้ายแรงเพื่อเพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป ถือเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งตามกฎหมายเท่านั้น 

ผู้สื่อขาวได้รับรายงานว่า บุคคล(ปกปิดชื่อสกุล ตาม พรป.ปปช.) จะมีการกล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติมและกล่าวโทษต่อ ปปช.เพิ่มเติม ภายในสัปดาห์นี้ กับบุคคลใน คณะ กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน สภาผู้แทนราษฎรและ คณะ อนุ กมธ.ที่เกี่ยวข้องทั้งคณะ โดยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ถือเป็นคดีแรก ประวัติศาสตร์การเมืองไทย ในการแต่งตั้งอนุ กมธ.โดยมิชอบ ภายหลังรัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับ