ปลัดมหาดไทย ชี้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ผิดกฎหมาย ประกอบกิจการผิดประเภท เข้าข่ายเป็นสถานบริการ

ปลัดมหาดไทย ชี้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ผิดกฎหมาย ประกอบกิจการผิดประเภท เข้าข่ายเป็นสถานบริการ

ปลัดมหาดไทย ชี้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ผิดกฎหมาย ประกอบกิจการผิดประเภท เข้าข่ายเป็นสถานบริการ

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.34 น.

ปลัด มท. ชี้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ผิดกฎหมาย ประกอบกิจการผิดประเภท ไม่ใช่ร้านอาหาร แต่เข้าข่ายเป็นสถานบริการ เหตุมีดนตรี-สุรา-เต้น

เมื่อเวลา 07.35 น.วันที่ 14 ก.ค.นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งพบว่าขอจดทะเบียนเป็นร้านอาหาร แต่จัดกิจกรรมคล้ายสถานบริการว่า สถานบริการองค์ประกอบนั้นมีองค์ประกอบอยู่ เช่น ต้องมีดนตรี มีการจำหน่ายสุรา และมีการเต้นรำ หากร้านดังกล่าวไม่ได้จดให้เป็นสถานบริการแต่มีองค์ประกอบนี้ ก็ถือว่าผิด ซึ่งการประกอบการของโรงเบียร์แห่งนี้ถือว่าเข้าข่ายมีความผิด

ส่วนจะต้องมีการปูพรมในการตรวจร้านอาหารที่ดำเนินกิจการในลักษณะคล้ายกันแบบนี้หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครได้แจ้งแล้วว่า ร้านใดที่มีลักษณะแบบนี้จะต้องเข้มข้นขึ้น ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น ซึ่งในกรุงเทพมหานครก็จะมีตำรวจนครบาล เป็นผู้กำกับดูแลเรื่องสถานบริการเหล่านี้ ส่วนต่างจังหวัดก็จะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด

ทั้งนี้ ต้องมีการแก้กฎหมายให้เข้มข้นมากกว่าเดิมหรือไม่ เนื่องจากร้านอาหารใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย มาประกอบกิจการ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ช่องโหว่เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการเลี่ยงกฎหมาย เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเรา ถ้าหากพบความผิดปกติ รวมถึงประชาชนก็มีส่วนสำคัญ หากพบคนกระทำผิดกฎหมาย ก็สามารถแจ้งมาที่กระทรวงมหาดไทยได้ ภาครัฐก็จะได้เข้าไปดำเนินการผู้ที่ฝ่าฝืนและทำผิดกฎหมาย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์-เหรียญราชรุจิ จำนวน 305 ราย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์-เหรียญราชรุจิ จำนวน 305 ราย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์-เหรียญราชรุจิ จำนวน 305 ราย

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 08.10 น.

วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศเรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ และเหรียญราชรุจิ

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ และเหรียญราชรุจิ จำนวน 305 ราย ดังรายนามท้ายประกาศนี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม พุทธศักราช 2569

ประกาศ ณ วันที่ 13 กรกฎาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน 

สีหศักดิ์ เผยเตรียมติดตาม นายกฯ เยือนจีน 16 – 20 ก.ค.นี้

สีหศักดิ์ เผยเตรียมติดตาม นายกฯ เยือนจีน 16 - 20 ก.ค.นี้

สีหศักดิ์ เผยเตรียมติดตาม นายกฯ เยือนจีน 16 – 20 ก.ค.นี้

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.28 น.

“สีหศักดิ์” เผย เตรียมติดตาม “นายกฯอนุทิน” เยือนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 16 – 20 ก.ค. ตามคำเชิญของนายกฯ จีน

เมื่อ 13 กรกฎาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีกำหนดติดตามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16 – 20 กรกฎาคม 2569 ตามคำเชิญของนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน

การเยือนครั้งนี้ เป็นการกระชับความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างไทยกับจีนให้แน่นแฟ้นและสร้างประโยชน์สำหรับประชาชนของทั้งสองประเทศต่อไป โดยนายกรัฐมนตรีจะเดินทางเยือนเมืองสำคัญของจีน 3 เมือง ได้แก่ กรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และนครเฉิงตู

นายกสมาคมอัสสัมชัญนำคณะเข้าเยี่ยม อนุทิน ให้กำลังใจเดินหน้าบริหารประเทศเพื่อประชาชน

นายกสมาคมอัสสัมชัญนำคณะเข้าเยี่ยม อนุทิน ให้กำลังใจเดินหน้าบริหารประเทศเพื่อประชาชน

นายกสมาคมอัสสัมชัญนำคณะเข้าเยี่ยม อนุทิน ให้กำลังใจเดินหน้าบริหารประเทศเพื่อประชาชน

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.22 น.

นายกสมาคมอัสสัมชัญพร้อมคณะ เยี่ยมคารวะนายกฯ อนุทิน ให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนและประเทศชาติ

13 กรกฎาคม 2569 เมื่อเวลา 13.50 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเรือเอก ประพฤติพร อักษรมัต นายกสมาคมอัสสัมชัญ พร้อมคณะกรรมการสมาคมอัสสัมชัญ ในฐานะศิษย์เก่าอัสสัมชนิกดีเด่น อสช. 2568 (AC รุ่น 98) เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีนางสาวศุภมาส อิศรภักดี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ และนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วม

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกสมาคมอัสสัมชัญได้กล่าวแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งนำเสนอผลการดำเนินงานของสมาคมอัสสัมชัญและสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งได้ขับเคลื่อนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนและสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่านายกรัฐมนตรีเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 5 และได้ไปเยี่ยมโรงเรียนอัสสัมชัญถึง 2 ครั้ง ถือเป็นความภาคภูมิใจของโรงเรียนอัสสัมชัญ พร้อมขอเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่บริหารประเทศเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ 
    
ทั้งนี้ สมาคมอัสสัมชัญได้เชิญนายกรัฐมนตรีเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมอัญสัมชัญ พร้อมเรียนเชิญนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ASSUMPTION LEADERSHIP FORUM” เนื่องในโอกาสครบรอบ 122 ปีของสมาคมอัสสัมชัญ  และกล่าวปาฐกถาพิเศษ (Keynote Speech) ซึ่งนายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีและพร้อมให้การสนับสนุนการจัดงานดังกล่าว
    
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียินดีที่จะให้สมาคมอัสสัมชัญนำนักเรียน “ทีม DAEDALUS” โรงเรียนอัสสัมชัญ ที่ไปคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของโลก (First Place Winner Award) ในการแข่งขัน Annual CanSat Competition 2026 ด้านวิศวกรรมอวกาศและดาวเทียมจำลอง (CanSat) ระดับนานาชาติ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 4–7 มิถุนายน 2569 เข้าพบนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อรับฟังโอวาท สร้างขวัญกำลังใจและความภาคภูมิใจแก่คณะนักเรียน ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นต่อไปในการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ม็อบโคนมบุกทำเนียบ! ทวงรัฐแก้วิกฤตน้ำนมล้นตลาด

ม็อบโคนมบุกทำเนียบ! ทวงรัฐแก้วิกฤตน้ำนมล้นตลาด

ม็อบโคนมบุกทำเนียบ! ทวงรัฐแก้วิกฤตน้ำนมล้นตลาด

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.06 น.

ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทยบุกทำเนียบร้องรัฐฯแก้ปัญหาวิกฤตอุตสาหกรรมโคนม 

วันที่ 14 กรกฎษคม 2569 ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด เดินทางมาชุมนุมใหญ่ โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจากทั่วประเทศเข้าร่วมชุมนุมกว่า 2,000 คน เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤตอุตสาหกรรมโคนม พร้อมเสนอ 4 ข้อเรียกร้อง หลังเกษตรกรประสบปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด สหกรณ์ขาดสภาพคล่อง และอ.ส.ค. ยังค้างชำระค่าน้ำนมดิบ ที่ทำเนียบรัฐบาล

โดยที่บริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย นำโดยนายสุบิน ป้อมโอชาวัตถุประสงค์เพื่อยื่นถึงนายกรัฐมนตรีเรื่องขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอาชีพเกษตรกรโคนมไทย โดยมีข้อเสนอ 4 ข้อดังนี้

1) ระบายนมค้างสต้อก 800 ล้าน 2) ให้เด็กกิน นม 365วัน ถึงชั้น ม.3 3) ซื้อนมสดให้หมด ก่อนนำเข้า  4) ฟื้นฟู อสค.ด่วน

ทั้งนี้นายประเสริฐ จันทรรวงทองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ,นายนิกร โสมกลาง รมว.พม.พร้อมด้วย นายวัชระพล ขาวขำ รมช.กษ.,นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัชรมช.กษ.
ได้เดินทางมาพบปะและพูดคุยพร้อมทั้งจะนำข้อเรียกร้องของทั้งกลุ่มรีบไปแก้ปัญหาโดยเร็ว พร้อมกันนี้ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตอบข้อสงสัยของกลุ่มเพื่อให้กลุ่มได้เห็นว่าได้ให้ความสำคัญกับปัญหาความเดือดร้อนเรื่องโคนม

จากนั้นทางกลุ่มดังกล่าวได้ยินหนังสือถึงแนรม.โดยมีนายวัชระพล ขาวขำรมช.กษ.ได้รับหนังสือดังกล่าวไว้-กลุ่มพอใจโดยแจ้งว่าจะให้ระยะเวลารัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเรื่องโคนม 15 วันหากไม่สำเร็จกลุ่มจะเดินทางกลับมาชุมนุมอีกครั้งโดยจะนำมวลชนมาเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมจากนั้นกลุ่มยุติการชุมนุมเดินทางกลับ

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ส่งมอบขนมขบเคี้ยวแก่สภาสังคมสงเคราะห์ฯ สนับสนุนกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ส่งมอบขนมขบเคี้ยวแก่สภาสังคมสงเคราะห์ฯ สนับสนุนกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ส่งมอบขนมขบเคี้ยวแก่สภาสังคมสงเคราะห์ฯ สนับสนุนกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.19 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมสนับสนุนการจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569 มอบขนมขบเคี้ยวให้แก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งต่อความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชน

14 กรกฎาคม 2569 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมส่งมอบขนมขบเคี้ยว จำนวน 18,432 ชิ้น รวมมูลค่า 200,000 บาท จากการสนับสนุนของนางสราญจิตร หวัง กรรมการบริษัท ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด โอกาสนี้ได้รับเกียรติจากนางธิดารักษ์ สัจจพงษ์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ , นางเยาวมาลย์ วัชระเรืองศรี ประธานดำเนินงานวันสำคัญและกิจกรรมพิเศษ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายวรัญญู วอทอง กรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำสิ่งของดังกล่าวไปกระจาย ส่งต่อให้แก่ผู้เข้ารับรางวัลแม่ดีเด่นแห่งชาติ และร่วมผู้กิจกรรม เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569 รวมถึงผู้ที่อยู่ในความดูแลของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ให้ความสำคัญกับกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง และในโอกาสวันแม่แห่งชาติปีนี้ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมคุณค่าของสถาบันครอบครัวและความกตัญญู จึงร่วมสนับสนุนขนมขบเคี้ยว โดยเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของมูลนิธิฯ ในการร่วมส่งต่อกำลังใจและความห่วงใยแก่ประชาชนผ่านกิจกรรมของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

สำหรับการจัดกิจกรรมในวันแม่แห่งชาติ เป็นกิจกรรมที่ทางสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยประกอบด้วย การคัดเลือกแม่ดีเด่น และ​ลูกที่มีความกตัญญู​กตเวที​อย่างสูง​ต่อ​แม่​ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านสังคมสงเคราะห์ในระดับภูมิภาค ช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนแก่กลุ่มเปราะบางในสังคม อาทิ กิจกรรมจัดเลี้ยงอาหารพระราชทานแก่เด็ก เยาวชน คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ต้องขัง เป็นต้น

ฤกษ์ดีเปิดตัวสำนักงาน มูลนิธิ Five For All และมูลนิธิดาวน์ซินโดรมประเทศไทย

ฤกษ์ดีเปิดตัวสำนักงาน มูลนิธิ Five For All และมูลนิธิดาวน์ซินโดรมประเทศไทย

ฤกษ์ดีเปิดตัวสำนักงาน มูลนิธิ Five For All และมูลนิธิดาวน์ซินโดรมประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.28 น.

มูลนิธิ Five for all และมูลนิธิดาวน์ซินโดรม โดย ดร.ชนัญกร สุวรรณชื่น ประธานมูลนิธิฯ จัดงานเปิดตัวสำนักงานมูลนิธิฯ โดยมี พลอากาศตรี สุพิชัย สุนทรบุระ (รองเลขาธิการสำนักพระราชวัง) เป็นประธาน พร้อมด้วย ท่านสุธน วิชัยรัตน์ (รองอธิบดีกรมพลศีกษา), คุณไทชิ ทากาซาวา (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยนิปปอนสตีลฯ) พร้อมคณะร่วมงาน ภายในงานนอกจากมีกิจกรรมพิธีเปิดสำนักงานแล้ว ยังมีกิจกรรม การออกร้านมากมาย อาทิ โครงการ “ โล๊ะตู้” แบ่งปันสิ่งของที่ดีส่งต่อกันและกัน เพื่อนำรายได้ไปช่วยเหสือสร้างอาชีพให้คนพิการ และทำ “ถุงยังชีพปันกัน” ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส เพื่อแบ่งปันความสุขให้กับสังคมสร้างคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นสู่ความยั่งยืน, บูธ “ ไทยช่วยไทย“ ของ Lotus นำสินค้าราคาถูกมาจำหน่ายแก่ผู้ร่วมงาน, นอกจากนี้ยังมีบูธขนม อาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ เช่น ชุดจากผ้าขาวม้า, ถุงผ้าที่เพ้นด้วยปากของคนพิการ รวมถึงกิจกรรมที่ทำโดยคนพิการ อย่างการนวดผ่อนคลาย, กิจกรรมซ่อมพระ, กิจกรรมการประดิษฐ์ดอกไม้จัน และร้านกาแฟคนพิการ Star Café ก็เปิดให้บริการด้วยเช่นกัน งานในครั้งนี้จัดขึ้นที่ ร้าน Star Café ร้านกาแฟเด็กพิการ กรมพละศึกษา กรุงเทพมหานคร ….

8 อาหารช่วยลดอาการอ่อนเพลียของคนวัยทำงาน

8 อาหารช่วยลดอาการอ่อนเพลียของคนวัยทำงาน

8 อาหารช่วยลดอาการอ่อนเพลียของคนวัยทำงาน

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ด้วยไลฟ์สไตล์ที่ทั้งเคร่งเครียด เร่งรีบ และแบกความรับผิดชอบไว้มากมาย ทำให้เมื่อถึงเวลาพักผ่อนก็จัดเต็มกันแบบสุดเหวี่ยง หรือที่เรียกว่า Work Hard, Play Harder จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีอาการ “อ่อนเพลีย” ตามมาให้เห็น เรียกได้ว่านี่คือหนึ่งในปัญหาที่ทั้งวัยทำงาน วัยกลางคน ไปจนถึงวัยสูงอายุต้องประสบพบเจอ ซึ่งนอกจากการพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยได้คือ การรับประทานอาหารลดอ่อนเพลีย

สำหรับใครที่ยังไม่ทราบว่าร่างกายอ่อนเพลียกินอะไรดี  พญ. กฤดากร เกษรคำ จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)  มาแนะนำ 8 อาหารลดอาการอ่อนเพลีย ให้คุณเลือกกินเพื่อเติมความไบรต์ได้ทั้งวัน

กล้วย กล้วยเป็นแหล่งพลังงานชั้นเลิศ และร่างกายซึมซับได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูง นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยวิตามินบี 6 ซึ่งช่วยเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน อีกทั้ง กล้วยยังมีโพแทสเซียม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำงานของกล้ามเนื้อและความสมดุลของอิเล็กโทรไลต์ การกินกล้วยในช่วงกลางวัน คือหนึ่งในอาวุธลับสำหรับสู้กับความอ่อนเพลียได้เป็นอย่างดี

ควินัว ร่างกายอ่อนเพลียกินอะไรดี? ควินัว คือตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะธัญพืชชนิดนี้อุดมด้วยสารอาหารซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ไฟเบอร์ และโปรตีนสูง นอกจากนี้ ยังมีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม และวิตามินบี ซึ่งทั้งหมดจำเป็นต่อการผลิตพลังงาน คาร์โบไฮเดรตในควินัวให้พลังงานที่สม่ำเสมอ ป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเกินไป ดังนั้น การรับประทานควินัวในมื้ออาหารสามารถช่วยปลดปล่อยพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง และทำให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น ลดความอ่อนเพลียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผักโขม เป็นผักใบเขียวที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก แมกนีเซียม วิตามินเอ และวิตามินซี โดยธาตุเหล็กมีความสำคัญต่อการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ส่วนแมกนีเซียมมีบทบาทในการเผาผลาญพลังงานและการทำงานของกล้ามเนื้อ ดังนั้น นี่จึงเป็นอาหารลดอ่อนเพลียสีเขียวที่ไม่ควรพลาด

ปลาแซลมอน เป็นแหล่งขุมทรัพย์ของกรดไขมันโอเมกา 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย รวมถึงลดการอักเสบและปรับปรุงการทำงานของสมอง โปรตีนในปลาแซลมอนยังช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่และเป็นแหล่งพลังงานชั้นเลิศ การรวมกันของโอเมกา 3 โปรตีน และวิตามินบีในปลาแซลมอนทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งอาหารลดอ่อนเพลียที่มีรสชาติอร่อยเลิศ

อัลมอนด์ เป็นอาหารลดอ่อนเพลียที่อุดมด้วยสารอาหารมากมาย ทั้งไขมันดี โปรตีน ไฟเบอร์ นอกจากนี้ ยังมีแมกนีเซียม เหล็ก และวิตามินอี โดยไขมันดีในอัลมอนด์มีส่วนช่วยในการควบคุมการใช้พลังงานของร่างกาย ในขณะที่แมกนีเซียมและธาตุเหล็กมีบทบาทสำคัญในการผลิตพลังงาน และส่งเสริมการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดแดง ดังนั้น การรับประทานอัลมอนด์สักกำมือสามารถช่วยลดความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี

กรีกโยเกิร์ต กรีกโยเกิร์ต เป็นอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน ซึ่งมีโปรไบโอติก แคลเซียม และวิตามินบี โดยโปรตีนมีความสำคัญต่อการซ่อมแซมและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ในขณะที่แคลเซียมจะช่วยควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ ส่วนโปรไบโอติกในโยเกิร์ตกรีกช่วยให้ลำไส้แข็งแรง ซึ่งเชื่อมโยงกับระดับพลังงานที่เพิ่มขึ้น

ดาร์กช็อกโกแลต ดาร์กช็อกโกแลตไม่ได้มีดีเพียงแค่รสชาติ แต่ยังเป็นแหล่งของสารประกอบธรรมชาติที่สามารถเพิ่มระดับพลังงานได้ ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด การส่งออกซิเจนไปยังสมอง และเสริมสร้างการตื่นตัว นอกจากนั้น ดาร์กช็อกโกแลตยังมีคาเฟอีนซึ่งออกฤทธิ์เพิ่มความกระปรี้กระเปร่าของร่างกายได้เป็นอย่างดี

ชาเขียว เนื่องจากชาเขียวเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและคาเฟอีน ที่ช่วยเพิ่มพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการรวมกันของคาเฟอีนกับแอล-ธีอะนีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่พบในชาเขียว ยังช่วยให้รู้สึกตื่นตัวและมีสมาธิมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอ หรือต้องรับประทานในปริมาณมาก ทำให้ได้รับแคลอรี่เกินจำเป็น  ท่านใดที่อยากบรรเทาความอ่อนเพลียแบบเห็นผลชัด สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวขาญเพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาอาการอ่อนเพลียได้อย่างตรงจุด

คุณแหน: 14 กรกฎาคม 2569

คุณแหน: 14 กรกฎาคม 2569

คุณแหน: 14 กรกฎาคม 2569

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 00.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิงธิดา เศวตศิลา ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. 17.30 น ..

ll วันอาทิตย์ที่ผ่านมา World Cup นัดสำคัญที่ชาวโลกเฝ้ารอระหว่างเจ้ายุทธจักร Brazil vs Norway ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะบุ๊คกี้หรือผู้เชี่ยวชาญต่างลงความเห็นว่า บราซิลกินคู่แข่งดิบๆ แน่ แต่ผลปรากฏว่า “รถผ้าป่าคว่ำกลางทาง” ฝันสลายกลายเป็นบราซิลพ่ายแพ้ 2-1 ถ้าคู่แข่งเป็นทีมประเทศอื่นรับรองว่าถูก “ทัวร์ลง” พร้อมด่าทอแน่ๆ แต่บังเอิญ นอร์เวย์ เป็นประเทศศิวิไลซ์และมีผู้คนทั่วโลกรักพวกเขาจึงมีแต่คนดีใจด้วย ขอลำดับภาพความดีใจ เริ่มที่สนามรัฐนิวเจอร์ซีย์ หลังกรรมการเป่าจบการแข่งขัน นักบอลบราซิลหลายคนหมดสภาพทรุดตัวกลางสนามร่ำไห้ ฝ่ายนอร์เวย์กระโดดโลดเต้นแบกซูเปอร์สตาร์ ฮาแลนด์ แห่รอบสนาม แล้วตั้งแถวเป็นขบวนเพื่อทำท่าพายเรือไวกิ้งตามจังหวะ “ฮุย-เล-ฮุย” พร้อมกับแฟนนอร์เวย์บนอัฒจันทร์อีกกว่าหมื่นคน…ส่วนการชิงชัย คู่ 4 ทีมสุดท้าย ในวันพุธที่ 15 ก.ค. 02.00 น. ทีมฝรั่งเศส พบ ทีมสเปน และในวันพฤหัสบดีที่ 16 ก.ค. 02.00 น. ทีมอังกฤษ พบ ทีมอาร์เจนตินา…ใครมีทีมในดวงใจติดตามลุ้นกันได้ที่ไทยพีบีเอส ตามวันและเวลาดังกล่าว..

ll สถาบัน FORBES THAILAND จัดลิสต์ 10 สุดยอดอภิมหาเศรษฐีไทยประจำปี 2026 แล้ว ทั้งสิบสุดยอดก็ล้วนแต่เป็นไทคูน หน้าตาคุ้นๆ ทั้งนั้น ยกเว้นหนึ่งกรณีนิวคัมเมอร์ บารอนเนส จึงขอร่วมแสดงความยินดีกับท่านด้วยคือ ชัชชน รัตนรักษ์ ทายาทกองมรดก ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ประจักษ์ทรัพย์สินหลักๆ จะเป็น CONTROL INTERESTS ในกิจการสำคัญ อาทิ ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่, สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สี และโครงการอสังหาริมทรัพย์มากมาย..

ll ขอแสดงความยินดีกับ พ.ต.ท.หญิง เจือทิพย์ ปลาทอง ภริยา พล.ต.ต.ดร.กิตติศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และเป็นคุณแม่ของ 2 ลูกสาวคนเก่ง นกยูง-ปีย์รดา นักศึกษาปริญญาเอกทุนรัฐบาลไทย สาขาวิศวกรรมพลังงาน ที่มหาวิทยาลัยเกียวโต ญี่ปุ่น และ คุณหมอหงส์หยก-พญ.ปารวี ในโอกาสที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นคุณแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569 ด้านบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ในวันแม่ปีนี้..

ll ส่วน พล.ต.ต.วัสสา วัสสานนท์ บุตรชาย คนโตของ พล.ต.ท.วสันต์-รัชนี ได้รับการคัดเลือกจากสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นลูกกตัญญูอย่างสูงต่อแม่ ประเภทข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ขอแสดงความยินดีด้วย..

ll ดีใจด้วยอีกเรื่องกับ อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ศิษย์เก่าเกียรติยศ ประจำปี 2569” ประเภทผู้ทำคุณประโยชน์แก่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ..

ll งานเลี้ยงฉลอง 113 ปี สายสกุล “โทณะวณิก” จัดที่บ้านดุสิตธานี ศาลาแดง เมื่อวันก่อน โดยมี ชนินทธ์ โทณะวณิก เอื้อเฟื้อทั้งอาหารและสถานที่ ผู้ร่วมสกุลล้วนเป็นคนดังของสังคมมาร่วมงานคับคั่ง อาทิ สุรพลน้อย,ชาลอต,ผุสชา โทณะวณิก ฯลฯ ซึ่งงานนี้มีหลานชาย คัมภีร์ อมาตยกุล มาร้องเพลงโชว์ด้วย..

ll ช่วงนี้ 2 ด๊อกเตอร์ คือ ดร.ผุสดี ตามไท กับ ดร.สายฤดี วรกิจโภคาทร มีทริปที่เมืองจีนครั้งที่เท่าไรเจ้าตัวก็จำไม่ได้ แต่ทราบว่ามาที่เมืองต้าถงได้ชมถ้ำหยุนกัง มณฑลซานชี ชมถ้ำหินพุทธศิลป์ ไปเมืองผิงเหยาเมืองมรดกโลก อันมีชื่อเสียงในการผลิต “จิ๊กโฉ่ว” และที่สุดประทับใจคือถ้ำน้ำแข็งภูเขาหยุนซิว ซึ่งเป็นถ้ำหินงอก หินย้อยที่สวยงามมาก..

บารอนเนส

DMT เผยผลสำเร็จ “ทำนาลดคาร์บอน” ต้นแบบความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และชุมชน สู่เกษตรคาร์บอนต่ำ

DMT เผยผลสำเร็จ “ทำนาลดคาร์บอน” ต้นแบบความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และชุมชน สู่เกษตรคาร์บอนต่ำ

DMT เผยผลสำเร็จ “ทำนาลดคาร์บอน” ต้นแบบความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และชุมชน สู่เกษตรคาร์บอนต่ำ

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.21 น.

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เผยผลสำเร็จโครงการ “ทำนาลดคาร์บอน ยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต” พร้อมผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผลผลิตข้าวคุณภาพ และความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และชุมชนเกษตรกร ที่ร่วมกันสร้างต้นแบบเกษตรคาร์บอนต่ำในพื้นที่ตำบลวัดยม อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ก่อนจะหว่านเมล็ดพันธุ์ลงแปลงนา ทีมงาน DMT เริ่มจากการหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลพื้นที่ ทั้งตัวแทนสำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานเกษตรอำเภอบางปะอิน และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับบริษัท เนทซีโรคาร์บอน จำกัด และเกษตรกรต้นแบบ เพื่อร่วมกันวางแผน รับฟังความคิดเห็น และกำหนดแนวทางดำเนินโครงการให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จริง เพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ก่อนเริ่มฤดูกาลเพาะปลูกอย่างเป็นทางการ

เมื่อทุกอย่างพร้อม “บิ๊กบอส” ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ DMT ก็ชวนผู้บริหาร และพนักงานจิตอาสา DMT ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเกษตรกร ช่วยกันหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมปทุมธานี 1 ท่ามกลางบรรยากาศ ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความหวัง เพราะนี่ไม่ใช่แค่การปลูกข้าว แต่คือการเริ่มต้นของการสร้างต้นแบบการเกษตรคาร์บอนต่ำที่ทุกคนมีส่วนร่วม

ระหว่างการเพาะปลูก DMT ไม่ได้ปล่อยให้เกษตรกรเดินหน้ากันเพียงลำพัง ทีมงานยังแวะเวียนลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งติดตามการเจริญเติบโตของต้นข้าว ตรวจสอบการบริหารจัดการน้ำตามแนวทาง Alternate Wetting and Drying (AWD) หรือการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง พร้อมบันทึกข้อมูลผ่านเทคโนโลยีติดตามภาคสนาม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์การประเมินคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ

ผ่านไปกว่า 4 เดือน ก็ถึงวันที่ทุกคนรอคอย เมื่อผู้บริหาร พนักงานจิตอาสา หน่วยงานภาครัฐ และเกษตรกร กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในแปลงนา เพื่อร่วมลงแขกเก็บเกี่ยวผลผลิต ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักไม่แพ้วันหว่านเมล็ดพันธุ์ เพราะความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันมาตลอดฤดูกาล

จับเข่าคุยกับ “บิ๊กบอส” DMT หลังเสร็จภารกิจ ได้ความว่า สิ่งที่บริษัทภูมิใจไม่ใช่เพียงการได้ผลผลิตจากแปลงนา แต่คือการได้เห็นความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และชุมชน เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมพิสูจน์ว่าการทำเกษตรก็สามารถเป็นอีกกลไกหนึ่งในการร่วมแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้

ผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าปลื้มไม่น้อย โดยแปลงนาขนาด 20 ไร่ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเปลือกได้ 11.60 ตัน และหลังผ่านกระบวนการแปรรูป ได้ข้าวสารรวมประมาณ 5.9 ตัน ซึ่ง DMT นำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวสารภายใต้ชื่อ “ข้าว Green Way” พร้อมบรรจุในรูปแบบบรรจุภัณฑ์สูญญากาศ เพื่อช่วยรักษาคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษา ก่อนนำไปต่อยอดใช้ในกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัท และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตของเกษตรกร

แต่เรื่องราวของโครงการไม่ได้จบลงแค่วันเก็บเกี่ยว เพราะหลังรถเกี่ยวข้าวออกจากแปลง ทีมงานยังเดินหน้าต่อด้วยการรวบรวมฟางเข้าสู่กระบวนการหมัก แทนการเผาตอซังและฟางข้าว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และเตรียมความพร้อมสำหรับการเพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป

สำหรับผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของโครงการ โดยการบริหารจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) ที่มีการปล่อยน้ำออกจากแปลงนา 2 รอบ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เฉลี่ย 0.35-0.55 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อไร่ และเมื่อรวมกับการลดการใช้ปุ๋ยเคมี ทำให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เฉลี่ย 0.87 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อไร่ คิดเป็นคาร์บอนเครดิตประมาณ 17.44 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตามหลักเกณฑ์การคำนวณมาตรฐาน Premium T-VER (T-VER-P-METH-13-08)

ชาว DMT บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า โครงการนี้อาจเป็นเพียงแปลงนาขนาด 20 ไร่ แต่เป็นก้าวเล็ก ๆ ที่สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ และชุมชน จับมือกันอย่างจริงจัง ก็สามารถสร้างต้นแบบการเกษตรคาร์บอนต่ำที่เกิดผลลัพธ์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้จริง พร้อมร่วมส่งต่อผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ อากาศที่สะอาด และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนรุ่นต่อไป