‘มาริโอ้’ นำทัพคนดังบุก TSCC Autumn 2026 จัดเต็ม Live Break 2 วันเต็ม พร้อม VIP Pass สุดพิเศษ

14 กันยายน 2569 เวลา 14:28 น.

ใครเป็นสายการ์ดห้ามพลาดเด็ดขาดTSCC Autumn 2026 อัดแน่นความมันส์แบบจัดเต็ม นำโดย “มาริโอ้ เมาเร่อ” พร้อมทัพคนดังคับคั่งตลอดสองวันเต็ม ในวันที่ 19–20 กันยายน 2569 ณ CentralwOrld Pulse ชั้น 7 งานนี้ไม่ได้มีดีแค่ร้านค้าการ์ดสะสมกว่า 200 ร้าน แต่ยังจัดเต็มกิจกรรม Live Break สุดเดือด ที่จะพานักสะสมลุ้นเปิดการ์ดหายากไปพร้อมกับเหล่าคนดังตลอดทั้งสองวัน

เปิดฉากวันแรก 19 กันยายน กับ Live Break สุดเข้มข้นตั้งแต่บ่ายโมง เริ่มด้วยนุ่น สุทธิภา จากนั้นต่อความมันส์เวลา 15.00 น. กับ โค้ดดี้ จากช่องเสือร้องไห้ ช่วงเย็นเวลา 17.00 น. พบกับน้องหมวย พร้อมล่ามโดยโจอี้ และปิดท้ายค่ำคืนแรกแบบสุดปัง เวลา 19.30 น. กับมาริโอ้ เมาเร่อ ไฮไลท์เด็ดที่ทุกคนรอคอย

ต่อเนื่องวันที่สอง 20 กันยายน เปิดช่วงบ่ายเวลา 14.00 น. กับน้าต๋อย เซมเบ้ ตำนานนักพากย์ที่แฟน ๆ ต่างเฝ้ารอ ตามด้วยเวลา 17.00 น. กับ เปอร์ สุวิกรม และโค้งสุดท้ายปิดงานแบบครบเครื่องเวลา 19.30 น. กับ แจ็ค แฟนฉัน และ ต้า เฟ็ดเฟ่ ที่จะมาปิดท้ายความสนุกให้แบบจัดหนัก

ไม่ใช่แค่ความมันส์จากเหล่าคนดังเท่านั้น งานนี้ยังใจดีจัด Lucky Draw ให้ลุ้นกันสนั่นวันละ 3 รางวัล ตลอด 2 วัน รวม 6 รางวัลใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท ใครมางานก็มีสิทธิ์ลุ้น!

พิเศษสุด ๆ TSCC Autumn 2026 เปิดจำหน่ายบัตร VIP Pass ราคา 9,999 บาท จำกัดเพียง 100 ใบเท่านั้น ให้สิทธิ์เข้างานได้ทั้ง 2 วัน (19-20 กันยายน 2569) พร้อม Mystery Box สุดพิเศษ 2 กล่อง รวมมูลค่ากว่า 14,000 บาท ประกอบด้วย Autograph Jersey Mystery Box มูลค่า 8,000 บาท เสื้อทีมลายเซ็นนักฟุตบอลระดับโลก อาทิ ลิโอเนล เมสซี, ลามีน ยามาล, โรนัลโด้ และนักเตะชื่อดังอีกเพียบ ให้ลุ้นกันสด ๆ หน้างาน และ Mystery Slab Card มูลค่า 6,000 บาท รวมการ์ดหายากสุดเทพทั้งสายกีฬาและ TCG อาทิ การ์ดลามีน ยามาล การ์ดโปเกมอนมิววัน และการ์ดโชเฮ โอทานิ เกรด PSA 10 Black Label นอกจากนี้ผู้ถือบัตร VIP ยังได้รับสิทธิ์ลุ้น Lucky Draw เพิ่มพิเศษถึง 20 สิทธิ์ (วันละ 10 สิทธิ์) พร้อมเครื่องดื่มต้อนรับจากร้าน Sol Coffee อีก 2 แก้ว

สายฝากประมูลก็ไม่พลาด นักสะสมที่ต้องการฝากการ์ดออกประมูลกับแพลตฟอร์ม ALT สามารถแวะมาลงทะเบียนส่งการ์ดได้ทันทีที่หน้างาน ณ บูท PBidding

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/TSCCTH และสามารถซื้อบัตรเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ที่ zipeventapp.com/e/TSCC-Autumn-2026

‘ดีเจเอกกี้’หามส่งโรงพยาบาลด่วน! บ้านหมุน-ทรงตัวไม่ได้ ผล MRI ชี้ ‘เส้นประสาทหูชั้นในอักเสบ’

14 กันยายน 2569 เวลา 14:26 น.

ทำเอาแฟนๆ และเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงเป็นห่วงกันยกใหญ่ เมื่อพิธีกรและดีเจชื่อดัง “ดีเจเอกกี้” หรือ “เอกกี้ เอกชัย” ในวัย 52 ปี ต้องถอนตัวจากการแข่งขันเทนนิสกะทันหัน หลังเกิดอาการบ้านหมุนรุนแรงจนไม่สามารถทรงตัวได้ จนต้องรีบเข้ารับการรักษาและแอดมิตที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 2 วัน 1 คืน

ดีเจเอกกี้ ได้ออกมาโพสต์คลิปแชร์ประสบการณ์และอัปเดตอาการป่วยผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว (⁠dj_eaky⁠) โดยเล่าว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา ตื่นนอนเวลา 04.00 น. เพื่อเตรียมตัวไปแข่งเทนนิส แต่หลังเข้าห้องน้ำกลับรู้สึกบ้านหมุนและทรงตัวไม่ได้ จึงตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขันเวลา 05.00 น. แล้วนอนพักต่อ จนกระทั่งเวลา 09.00 น. เมื่อพยายามพลิกตัว อาการบ้านหมุนยังคงรุนแรงขึ้นจนต้องนัดหมอเพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด

ในตอนแรก เจ้าตัวและแพทย์สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากโรคน้ำในหูไม่เท่ากันหรือหินปูนในหูหลุด เนื่องจากมีอาการคลื่นไส้และอาเจียนร่วมด้วย แต่เมื่อทำการตรวจอย่างถี่ถ้วน กราฟการตรวจหูปกติ ไม่มีน้ำในหูหรือหินปูนหลุด แพทย์จึงสั่งแอดมิตและทำการตรวจ MRI สมอง เพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม ร่างกายอาจเสี่ยงภาวะเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก

ผลการตรวจ MRI พบว่า สมองและร่องรอยต่างๆ ปกติ ไม่มีเส้นเลือดตีบ แตก หรือเนื้องอกในหูชั้นใน โดยแพทย์วินิจฉัยว่าน่าจะเกิดจาก “เส้นประสาทหูชั้นในอักเสบ” ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความเครียดหรือการพักผ่อนน้อย

ดีเจเอกกี้ ยังได้ฝากข้อคิดถึงทุกคนให้ใส่ใจและบริหารจัดการสุขภาพของตัวเอง โดยเฉพาะผู้ที่มีวัย 50 ปีขึ้นไป ที่มักตื่นนอนเช้าและมีเวลานอนน้อยลง พร้อมเตือนให้ระวังการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีเพื่อนดาราและแฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจและขอบคุณที่ออกมาแชร์ประสบการณ์เตือนภัยสุขภาพในครั้งนี้อย่างล้นหลาม

รันเวย์พร้อม เกมพร้อม เมนเทอร์พร้อม ‘แพนเค้ก–แอนโทเนีย–ซินดี้’เปิดศึก 3 ตัวแม่

14 กันยายน 2569 เวลา 14:14 น.

The Face Thailand กลับมาแล้ว! และซีซันนี้บอกเลยว่าไม่มีใครยอมใคร!เตรียมเปิดรันเวย์บทใหม่กับ “The Face Thailand Season 7” รายการแฟชั่นเรียลลิตี้ระดับตำนานของเมืองไทย  ที่สร้างทั้งปรากฏการณ์ สีสัน และโมเมนต์ระดับไวรัลให้วงการแฟชั่นและบันเทิงไทยมายาวนานกว่า 12 ปีการกลับมาครั้งนี้ The Face Thailand พร้อมพาแฟนรายการเข้าสู่ อีกมิติของเกม ที่ยังคง DNA ความสนุก  ความเข้มข้น และความคาดเดาไม่ได้แบบที่ทุกคนคิดถึง ทั้ง Master Class, Campaign, การแข่งขันสุดท้าทาย และเกมระหว่างเมนเทอร์ที่พร้อมพลิกได้ทุกเมื่อเพราะซีซันนี้ “หน้าสวย” อย่างเดียวอาจไม่พอ!

The Face คนใหม่ต้องเป็นคนรุ่นใหม่ที่ “มีของ” ทั้งความสามารถ ตัวตน ไหวพริบ วิธีคิด และ Attitude ในการทำงาน พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ และรู้ว่าจะเปลี่ยนทุกโจทย์ให้กลายเป็น “โอกาส” ของตัวเองได้อย่างไรและแน่นอนว่า เมื่อพูดถึง The Face เกมจะเดือดแค่ไหน…ส่วนหนึ่งต้องดูที่ “เมนเทอร์” และใน
“The Face Thailand Season 7” จึงเพิ่มดีกรีความน่าจับตาด้วยการรวมตัวของ 3 เมนเทอร์ 3 คาแรกเตอร์ 3 วิธีคิด ที่ต่างคนต่างมีทั้งประสบการณ์ ความแข็งแกร่ง และสไตล์การปั้นทีมแบบไม่มีใครเหมือน

“เมนเทอร์แพนเค้ก – เขมนิจ จามิกรณ์” นักแสดงและนางแบบมากประสบการณ์ ที่กลับมาพร้อมเครดิตเมนเทอร์แชมป์จากซีซันที่ผ่านมา ครั้งนี้จึงไม่ได้มาเพื่อทดลองสนาม แต่กลับมาพร้อมเป้าหมายชัดเจนว่า แชมป์จะต้องอยู่กับทีมของเธออีกครั้งหรือไม่ขณะที่ “เมนเทอร์แอนโทเนีย โพซิ้ว” นางแบบและนักแสดงผู้ผ่านเวทีระดับโลก พร้อมนำประสบการณ์บนเวทีระดับโลก ความเป๊ะ และวิธีคิดแบบมืออาชีพ มาท้าทายลูกทีมให้ค้นหาศักยภาพที่มากกว่าแค่การ “ดูดี” หน้ากล้อง

และอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตา คือ “เมนเทอร์ซินดี้ – สิรินยา บิชอพ” นางแบบและนักแสดงแถวหน้าของวงการ ผู้ผ่านทั้งบทบาท Host และกรรมการเรียลลิตี้ระดับเอเชีย ก่อนก้าวเข้าสู่ตำแหน่งเมนเทอร์ The Face Thailand เป็นครั้งแรก

เมื่อ แพนเค้ก–แอนโทเนีย–ซินดี้ ต้องมาอยู่ในเกมเดียวกัน งานนี้จึงไม่มีคำว่า “ธรรมดา” หนึ่งคนมีประสบการณ์แชมป์ หนึ่งคนมาพร้อมมาตรฐานระดับโลก และอีกหนึ่งคนคือผู้เล่นใหม่ที่รู้เกมแฟชั่นและเรียลลิตี้เป็นอย่างดี

3 วิธีคิด 3 สไตล์การปั้นทีม และ 3 กลยุทธ์ที่ไม่มีใครยอมเปิดไพ่ก่อน ใครจะอ่านเกมขาดกว่า ใครจะสร้างทีมได้แข็งแรงกว่า และใครจะพาลูกทีมไปได้ไกลที่สุด ต้องรอดูบนรันเวย์นี้เท่านั้น

คุณเต้ – ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ผู้อำนวยการสร้าง The Face Thailand กล่าวว่า “ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา The Face Thailand เติบโตไปพร้อมกับคนดู รวมถึงวงการแฟชั่นและบันเทิงไทย เราได้เห็นผู้เข้าแข่งขันจากหลายซีซันนำประสบการณ์จากเวทีนี้ไปต่อยอดจนสร้างเส้นทางของตัวเองได้จริง ทั้งงานแฟชั่น การแสดง และงานในวงการบันเทิง ทำให้ The Face Thailand ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะ แต่เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้พิสูจน์ว่า ตัวเองมีอะไร และพร้อมไปได้ไกลแค่ไหน

สำหรับ “The Face Thailand Season 7” เรายังคงทุกองค์ประกอบที่แฟนรายการคิดถึง ทั้งการแข่งขันที่เข้มข้น โจทย์ที่ท้าทาย และเกมที่คาดเดาไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน เราก็อยากพารายการไปสู่อีกมิติที่สะท้อนวงการแฟชั่นและบันเทิงในวันนี้มากขึ้น

เพราะวันนี้เราไม่ได้มองหาคนที่มีเพียงภาพลักษณ์ แต่เรากำลังมองหาคนที่มีครบทั้งความสามารถ ตัวตน วิธีคิด และ Attitude ในการทำงาน ทุกโจทย์ในรายการจึงไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นบทพิสูจน์ว่าแต่ละคนจะดึงสิ่งที่ตัวเองมีออกมาใช้ และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นโอกาสบนเส้นทางของตัวเองได้อย่างไร”

เกมนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องว่า “ใครสวยที่สุด”แต่คือใครจะ “พร้อมที่สุด” สำหรับโลกจริงหลังออกจาก The Face Thailand เตรียมพบกับบทใหม่ของ The Face Thailand ที่ทั้งเกม เมนเทอร์ และผู้เข้าแข่งขันพร้อมสร้างเรื่องราวครั้งใหม่บนรันเวย์ใครจะโดดเด่นตั้งแต่ก้าวแรกใครจะเป็นตัวเต็งที่เกมพลิกใครจะทำเมนเทอร์ปวดหัวใครจะคว้าCampaignใครจะรอดจากห้องคัดออกและสุดท้าย…ใครจะก้าวขึ้นมาเป็น The Face Thailand คนใหม่งานนี้บอกได้คำเดียวว่า ทุกก้าวบนรันเวย์มีเดิมพัน และทุก Episode พร้อมมีเรื่องให้พูดถึง!

ติดตามรับชม The Face Thailand Season 7 ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 16.30–18.00 น. ทางช่อง 3 HD เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคมนี้ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของรายการ The Face Thailand  ได้ทาง Facebook Fanpage : The Face Thailand , Instagram : The Face Thailand , X : The Face Thailand 7 และ TikTok : theface_thailand

โมเมนต์ประทับใจ ‘เสก โลโซ’ เช็กอินภูเก็ต ร่วมเฟรม ‘เนเน่ รอยัล’ ทำแฟนคลับแห่กดไลก์

14 กันยายน 2569 เวลา 14:08 น.

เรียกว่าเป็นโมเมนต์สุดอบอุ่นที่ทำเอาแฟนเพลงและชาวเน็ตยิ้มไปตามๆ กัน เมื่อตำนานร็อกเกอร์เมืองไทยอย่าง “เสก โลโซ” (เสกสรรค์ ศุขพิมาย) ได้เดินทางไปยังจังหวัดภูเก็ต และมีโอกาสพบปะร่วมโต๊ะอาหารกับ “เนเน่ รอยัล” (รัตติกานต์ อำลอย) มือกีตาร์สาวน้อยวัย 16 ปี ผู้สร้างชื่อเสียงบนเวทีระดับโลก อย่างเป็นกันเอง

บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม โดยทางเพจเฟซบุ๊ก SEK LOSO ได้โพสต์ภาพถ่ายคู่กับน้องเนเน่ พร้อมลงภาพร่วมกับทีมงานและวง OZONE โดยระบุข้อความสั้นๆ แต่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกว่า “มาภูเก็ตต้องเจอน้องเนเน่…” และอีกโพสต์ว่า “ความสวยงาม ที่ภูเก็ต…”

งานนี้แฟนคลับต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีในมิตรภาพข้ามรุ่นของสองมือกีตาร์ พร้อมร่วมส่งกำลังใจให้น้องเนเน่ ซึ่งก่อนหน้านี้ พี่เสกเองก็ได้เคยออกปากชมและร่วมยินดีกับความสามารถด้านดนตรีของน้องเนเน่มาโดยตลอด งานนี้แฟนๆ หลายคนถึงกับออกปากลุ้น อยากเห็นทั้งคู่มีผลงานเพลงหรือขึ้นเวทีแจมกีตาร์ด้วยกันสักครั้ง

‘เปิ้ล นาคร’โพสต์ภาพพร้อมหน้าครอบครัว ฉลองความสำเร็จลูกชาย ‘น้องออก้า’คว้าเข็มขัดแชมป์

14 กันยายน 2569 เวลา 13:56 น.

สร้างความภาคภูมิใจให้กับคอบครัวสุดๆ  สำหรับ น้องออก้า’ ลูกชาย พ่อเปิ้ล – นาครและ แม่จูน- กษมา ได้โพสต์ภาพอบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัว และลูกๆ ทั้ง 4 ออ (ออกัส, ออก้า, ออกู๊ด, ออเกรซ) ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว (@ple_nakorn) โดยมี “น้องออก้า” นั่งกลางพร้อมสะพายเข็มขัดแชมป์เจ็ตสกี TBF (The Thailand Jet Ski Pro Tournament) อย่างภาคภูมิใจ

พร้อมกันนี้ เปิ้ล นาคร ได้ระบุแคปชันซึ้งถึงเส้นทางความสำเร็จของครอบครัวว่า “ก้าวแต่ละก้าวของครอบครัวเรา…..ไม่ได้มาง่ายๆเลย…..รักล้วนๆ….”หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีแฟนคลับและคนในบันเทิงร่วมกดไลก์และแสดงความยินดีกับความพยายามและความสำเร็จของครอบครัวศิลาชัยกันอย่างล้นหลาม

‘ดร.ณัฐวุฒิ’ ร้อง ผบ.ตร. ขอโอนสำนวนคดีไปยังกองปราบฯ หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

14 กันยายน 2569 เวลา 15:19 น.

ดร.ณัฐวุฒิ

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณหน้า สน.ทองหล่อ ก่อนหน้านี้ของ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม แล สมชัย ศรีสุทธิยากร จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั้งสังคม

ล่าสุดวันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงานตำรวจแห่งขาติ ปทุมวัน ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ,ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ (MD) บจ.AURELIAN group และบริษัทในกลุ่มธุรกิจ AG ในฐานะผู้เสียหาย เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.กิติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร.

ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม

ขอให้โอนคดี สน.ทอหล่อ ไปยังกองปราบปราม กองบัญชาสอบสวนกลาง ในคดีที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ผู้ต้องหาที่ 1 นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผู้ต้องหาที่ 2 นายยิ่งชีพอัชฌานนท์ ผู้ต้องหาที่ 3 โดยมีข้อมูลทางลับว่า พี่สาว นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้พิพากษาเยาวชนและครอบครัวกลางจังหวัดระยอง เข้ามาจุ้นในคดี ทำให้คดีล่าช้า เกรงว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม

ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม
ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม

ดีเอสไอ จ่อประสานขอผลวินิจฉัย กกต. คดีฮั้ว สว. ประกอบสำนวน อั้งยี่-ฟอกเงิน ฟันกลุ่มผู้ต้องหา

14 กันยายน 2569 เวลา 14:42 น.

โฆษกDSI เผย “พงส.คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.” เตรียมทำหนังสือประสาน ‘กกต.’ 4 โมงเย็นวันนี้ หลัง“7 อรหันต์ กกต.”ลงมติวินิจ ฉัยชี้มูลคดีฮั้ว สว.67 เพื่อนำรายงานผลพิจารณาของบอร์ด กกต. เข้าสู่สำนวนด้วย เหตุเป็นคำสั่งของอัยการคดีพิเศษ

วันที่ 14 กันยายน 2569 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยสำนักประชาสัมพันธ์ กกต. เตรียมแถลงผลการพิจารณาของ กกต. สำนวนการไต่สวนการเลือก สว. ในเวลา 15.00 น. วันนี้ (14 ก.ย.)ว่า เนื่องด้วยในวันนี้ ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีการนัดหมายประชุมลงมติวินิจฉัยชี้ขาดผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วเลือก สว. ตามกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งก็เป็นหนึ่งในประเด็นที่ทางพนักงานอัยการคดีพิเศษได้กำหนดให้ดีเอสไอ ซึ่งรับผิดชอบสำนวนสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. จะต้องนำรายงานความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งเข้าสู่สำนวนการสอบสวนของดีเอสไอเช่นเดียวกัน

ดังนั้น แม้ว่าความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งในวันนี้จะมีการวินิจฉัยชี้ขาดอย่างไรก็ตาม ทางดีเอสไอนำโดยพ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จะดำเนินการจัดทำหนังสือประสานขอข้อมูลไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อนำมาประกอบพิจารณาในสำนวนของดีเอสไอโดยเร็วที่สุด เนื่องด้วยสำนวนของดีเอสไอก็มีประเด็นของการสอบปากคำและพยานหลักฐานที่ได้รวบรวมไว้แล้ว

โฆษกดีเอสไอ เผยอีกว่า ทางดีเอสไอมีความจำเป็นต้องรอดูข้อเท็จจริงและรายงานข้อมูลความเห็นการวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการการเลือกตั้งให้เรียบ ร้อยก่อน เพื่อดูว่าข้อเท็จจริงมีการยุติอย่างไร สั่งฟ้องดำเนินคดีส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งกี่ราย หรือไม่สั่งฟ้องกี่ราย และด้วยเหตุผลใดบ้าง

โฆษกดีเอสไอ เผยต่อว่า ส่วนกรณีที่สื่อสารมวลชนมีการเผยแพร่เอกสารพยานในสำนวนคดีฮั้ว สว. รายหนึ่ง ว่านายเอกราช ช่างเหลา ได้ส่งหนังสือกลับคำให้การไปยังประธานกรรมการการเลือกตั้ง โดยระบุว่าตนเองถูกเจ้าหน้าที่ดีเอสไอข่มขู่ เพื่อให้การเท็จแลกกับการถูกกันเป็นพยานในคดีนั้น ซึ่งก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าทางดีเอสไอจะต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีแก่พยานรายดังกล่าวฐานให้การเท็จหรือไม่ เพราะ ในเอกสารคำให้การครั้งแรก และครั้งหลังมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงนั้น

ตนขอเรียนว่าเนื่องด้วยพยานได้มีการส่งหนังสือขอให้ถ้อยคำไปยังประธานกรรมการการเลือกตั้ง อีกทั้งพยานรายนี้ก็อยู่ในส่วนของสำนวนคดีตามกฎหมายเลือกตั้ง (คดีฮั้ว สว.) ซึ่งไม่ได้อยู่ในสำนวนคดีพิเศษอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ของดีเอสไอแต่อย่างใด จึงทำให้ตนไม่สามารถตอบแทนชุดคณะทำงานของ กกต.ได้ แม้ว่าดีเอสไอจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอไปร่วมทำการสืบสวนสอบสวนกับเจ้าหน้าที่ กกต. ก็ตาม แต่ย้ำว่าพยานรายดังกล่าวไม่ได้อยู่ในสำนวนคดีหลักของดีเอสไอ

โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยด้วยว่า ส่วนประเด็นที่พยานรายดังกล่าว (นายเอกราช ช่างเหลา) ได้มีการร้องสอบวินัยร้ายแรงแก่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ (นายเอกรินทร์) ที่สอบปากคำตนเองว่ามีการข่มขู่เพื่อให้การเท็จนั้น ตนได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วพบว่าทางกรมสอบสวนคดีพิเศษยังไม่ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงแก่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ถูกกล่าวพาดพิงแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้รับรายงานภายในคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ว่าถึงแม้ว่าผลการวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการการเลือกตั้งวันนี้จะมีการชี้มูลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกี่รายก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการชี้มูลส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งทั้ง 229 ราย หรือไม่มีการชี้มูลบุคคลใด หรือชี้มูลเพียงแค่บางส่วน ทางดีเอสไอก็มีความจำเป็นต้องนำรายงานความคิดเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งมาใช้ประกอบการพิจารณากับสำนวนคดีของดีเอสไอทุกประเด็น ซึ่งก็ไม่ได้เป็นการการันตีว่าผลการวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการการเลือกตั้งในวันนี้จะต้องมีผลผูกพัน 100% ต่อสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ของดีเอสไอ

เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางดีเอสไอก็ได้มีการสั่งฟ้องผู้ต้องหา 8 ราย ไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว แต่เพียงแค่ว่าพนักงานอัยการคดีพิเศษมีคำสั่งให้ดีเอสไอต้องรวมสำนวนกับทาง กกต. จึงทำให้สำนวนถูกตีกลับมาและต้องรอคำวินิจฉัยในคดีของ กกต. แต่ปัจจุบันพยานหลักฐานในสำนวนของดีเอสไอในตอนนี้พบว่ามีผู้กระทำความผิดในขบวนการอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. มากกว่า 8 ผู้ต้องหาล็อตแรก โดยเฉพาะกลุ่มเครือข่ายที่เป็นหัวจ่ายระดับสายจังหวัด ซึ่งเชื่อมโยงเครือข่ายของพรรคภูมิใจไทย อนึ่ง ดีเอสไอจึงต้องรอดูข้อเท็จจริงในที่ประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้งวันนี้ก่อน เพื่อที่ดีเอสไอจะได้สรุปสำนวนและมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ครบจบทีเดียว ก่อนส่งกลับไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษอีกครั้ง

“ภราดร” ชงคลัง เคาะต่ออายุ “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2” ยันงบเหลือ 5 หมื่นล้าน

14 กันยายน 2569 เวลา 14:03 น.

วันที่ 14 ก.ย. ที่ทำเนียบ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับสำนักงบประมาณ กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการไทยช่วยไทยพลัส ว่า ขณะนี้ใกล้จะสิ้นสุดเฟสแรกในปลายเดือนกันยายนนี้ โดยทางกระทรวงการคลังกำลังอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์เพื่อพิจารณาความจำเป็นในการดำเนินโครงการต่อ ทั้งนี้ ในส่วนของงบประมาณระยะแรกยังมีวงเงินคงเหลืออยู่ราว 4 หมื่นถึง 5 หมื่นล้านจากพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ซึ่งมีความพร้อมและเพียงพอที่จะนำมาใช้ขับเคลื่อนโครงการได้ทันทีหากกระทรวงการคลังเห็นชอบ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติในหลักการเรียบร้อยแล้ว โดยเปิดทางให้สามารถดำเนินการต่อได้หากสถานการณ์มีความเหมาะสม

นายภราดร กล่าวว่านอกจากนี้ ในด้านแหล่งเงินทุนนั้น รัฐบาลมีงบประมาณหลายกระเป๋า โดยยังมีกระเป๋าใหม่ คือพ.ร.ก. เงินกู้ 400,000 ล้านบาท ที่พร้อมหยิบยกมาใช้จ่ายเพิ่มเติมได้ทันที หากสถานการณ์มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการช่วยเหลือประชาชน

นันทนา สวมหมวกเซฟตี้! นำ สว.ซัดสภา 2 หมื่นล้านไม่ปลอดภัย หวั่นฝ้าเพดานร่วงใส่หัว-ตกสระมรกต

14 กันยายน 2569 เวลา 13:45 น.

14 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) นำโดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส พร้อมด้วย นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ น.ส.มณีรัฐ เขมะวงค์ และนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีฝ้าเพดานบริเวณโรงอาหารชั้น B2 อาคารรัฐสภา พังถล่มลงมาเมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา

โดย น.ส.นันทนา ได้นำหมวกนิรภัยขึ้นมาสวมก่อนเริ่มการแถลงข่าว พร้อมกล่าวว่า หากจะมีสวัสดิภาพในการเดินไปมาในสภาแห่งนี้คงจะต้องสวมหมวกนิรภัย เนื่องจากเหตุการณ์ฝ้าถล่มในห้องอาหารซึ่งเป็นจุดที่สมาชิกรัฐสภา เจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน และบุคลากรทุกคนเข้าไปใช้บริการ ลองนึกภาพหากถล่มลงมาในวันนี้ หลายท่านอาจไม่ได้มายืนรายงานข่าวตรงนี้ นี่คือเรื่องสวัสดิภาพของคนในรัฐสภา

น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา พวกตนเคยมาแถลงข่าวที่ห้องนี้ว่า ในวันที่ 15 ก.ค.2569 จะครบสัญญารับประกันของรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งสภาพรัฐสภาตอนนั้นคือน้ำท่วม ส้วมแตก ผนังร้าว เพดานรั่ว และฝ้าถล่ม เราพูดตั้งแต่วันนั้นแต่กลับไม่มีใครลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหา ทว่าหลังจากวันนั้น ประธานรัฐสภาได้เดินตรวจสอบและบอกว่าชำรุดทรุดโทรมมาก จึงต้องหางบประมาณมาซ่อมแซม ทำไมถึงไม่เรียกผู้รับเหมาคือ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นก่อนจะหมดสัญญา สวัสดิภาพของคนในสภาตอนนี้ เดินไปก็ต้องคอยมองฝ้าเพดาน และถ้ามองแต่ข้างบนก็อาจจะเดินตกสระมรกต ซึ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาก็มีพระสงฆ์เดินตกไปยังบริเวณดังกล่าว

น.ส.นันทนา กล่าวด้วยว่า การประชุมในห้องประชุมรัฐสภาว่า เมื่อมีฝนตกลงมา เจ้าหน้าที่ต้องถือถังมารองน้ำ ไม่ใช่น้ำฝนก็เป็นน้ำแอร์ หยดลงมา ยังไม่รวมหนูตายในสระมรกตและสัตว์ต่างๆ ที่ออกมาช่วงน้ำท่วม ซึ่งทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง เพราะรัฐสภาไทยมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองของหน่วยงานราชการในโลก รองจากอาคารเพนตากอนของสหรัฐอเมริกา หากสื่อต่างชาติมาถ่ายภาพว่ารัฐสภาหรูหรา ราคา 2 หมื่นล้านบาท มีฝ้าถล่ม ฝนตกเมื่อไหร่น้ำรั่ว ภาพลักษณ์สภาไทยในแง่การได้มาซึ่งสมาชิกก็แย่อยู่แล้ว ยังมีปัญหาโครงสร้างอาคารอีก ทำให้ภาพลักษณ์ป่นปี้หมด จึงขอเรียกร้องให้แก้ไขปรับปรุงเพื่อสวัสดิภาพของคนที่อยู่ในนี้ ไม่ต้องเจอน้ำท่วม ส้วมแตก ฝ้าถล่ม ส่วนเรื่องความสวยงามไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่มีอยู่แล้ว

ด้าน นายสุนทร กล่าวว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่อภิปรายเรื่องความปลอดภัยของรัฐสภามาโดยตลอด ทั้งอันตรายจากเพลิงไหม้ น้ำรั่ว ประตูแตก และกรณีฝ้าถล่มเมื่อเวลา 06.30 น.ตนได้เข้าไปตรวจความเรียบร้อย แต่พบว่าถูกปิดไว้ ทำให้ไม่สามารถเข้าไปตรวจได้ ทราบว่าในวันนี้จะมีวิศวกรมาเจาะตรวจหลายจุดที่มีรอยน้ำ คาดว่าสาเหตุเกิดจากระบบแอร์มีน้ำหยดใส่เพดาน การเดินแล้วน้ำหยดใส่หัวไม่ใช่เรื่องปกติ นายสุนทรยังย้ำว่านอกจากเรื่องฝ้า ยังมีน้ำท่อล่างพุ่งขึ้นมาเต็มลานจอดรถ B2 ซึ่งสาเหตุมาจากปั๊มน้ำที่ดูดน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาเสีย และหวั่นเกรงว่าช่วงน้ำขึ้น น้ำใต้ดินจะดันขึ้นมา อีกทั้งยังพบรอยร้าวบริเวณกระเบื้องสระมรกต

“มันมีหลายจุดมากๆ และเราก็ออกมาบอกบ่อยๆ แต่ผู้มีอำนาจกลับเกรงใจผู้รับเหมา เรื่องนี้เป็นเรื่องของความถูกต้อง จึงอยากให้ตรวจสอบให้ดี ความปลอดภัยของทุกท่านมีความสำคัญ ไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น สถาปนิกผู้ออกแบบซึ่งเป็นศิลปินแห่งชาติ ตั้งชื่อสภาแห่งนี้ว่าสัปปายะสภาสถาน แปลว่าสถานที่ประกอบกรรมดี จึงอยากให้อาคารนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการทำความดี ไม่อยากให้กลายเป็นสถานที่ประกอบกรรมชั่วหรือการโกง ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีความเกรงกลัวต่อบาปบ้าง” นายสุนทร กล่าว

ขณะที่ น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าวว่า ข้าราชการรัฐสภามองว่าท่อแอร์มีเชื้อรา ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้เข้ามาทำงาน ซึ่งไม่สามารถนำพระเหนือดวงเข้ามาช่วยได้ ต้องแก้ไขด้วยวิทยาศาสตร์ ที่ผ่านมาไม่มีการตรวจเรื่องเชื้อราและแอร์ปรับอุณหภูมิไม่ได้ ทำให้มีคนป่วย จึงอยากให้ช่วยกันติติงไปยังรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีปัญหาถนนทรุดรอบรัฐสภา สิ่งผิดปกติเหล่านี้เมื่อพบความไม่ชอบมาพากลต้องแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบและแจ้งประชาชนให้รับทราบว่า เงินงบประมาณไม่ได้จมไปกับการฉ้อฉลทุจริต

นายพรชัย กล่าวว่า รัฐสภาแห่งนี้มีอาคันตุกะต่างชาติเข้ามาใช้งานต่อเนื่อง ในทางสถิติรัฐสภาของเราน่าจะประสบอุบัติเหตุจากโครงสร้างการก่อสร้างเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจแต่เป็นความอับอาย โชคดีที่ฝ้าถล่มในวันที่ไม่มีการใช้งาน หากมีผู้เสียชีวิตใครจะรับผิดชอบ พร้อมเสนอให้เปิดเผยข้อมูลก่อนหมดระยะเวลารับประกัน 60 วัน ตรวจสอบว่าใครเป็นผู้เซ็นรับรอง รวมถึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมการอิสระจากภายนอกเข้ามาตรวจสอบจุดเสี่ยงภายในรัฐสภา และตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง สส. และ สว.เพื่อติดตามจุดเสียหายไม่ตรงสเปกและหาผู้รับผิดชอบ

น.ส.มณีรัฐ กล่าวว่า ฝากถึงฝ่ายสถานที่ให้ช่วยตรวจสอบความปลอดภัยของกล้องวงจรปิดในจุดอับสายตาและในลิฟต์ เนื่องจากรัฐสภามีผู้เข้าออกจำนวนมาก การเดินทางกลับช่วงกลางคืนบริเวณลานจอดรถทำให้เกิดความกังวลเรื่องสวัสดิภาพ

ส่วนนายวิลาศ กล่าวว่า กรณีฝ้าถล่มและน้ำรั่วเกิดขึ้นมาแล้วมากกว่า 10 ครั้ง เพียงแต่หลายครั้งไม่เป็นข่าว เช่น เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ฝ้าเคยถล่มในห้องประชุมสัมมนาติดกับห้องอาหาร B2 แม้ผู้รับจ้างระบุว่าส่งมอบงาน 100% เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 แต่ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกลับเซ็นรับรองงานเสร็จสมบูรณ์ 100% ตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจการจ้าง

นายวิลาศ กล่าวต่อว่า ตนจึงได้นำเรื่องไปร้องเรียนตามมาตรา 157 ต่อ ป.ป.ช.และตั้งข้อสังเกตว่าการอ้างเรื่องความชื้นจากแอร์นั้น วิศวกรยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ ทั้งนี้ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เคยเข้ามาตรวจพบจุดเสี่ยงถึง 101 จุด (เสี่ยงมาก 91 จุด เสี่ยงปานกลาง 10 จุด) จึงขอให้ประธานรัฐสภาเร่งติดตามแก้ไขปัญหาและเรียกร้องความเสียหายจากผู้รับเหมา ไม่ใช่เอางบประมาณแผ่นดินก้อนใหม่มาใช้ซ่อมแซม

น.ส.นันทนา กล่าวปิดท้ายว่า เจ้าหน้าที่สภาได้เดินมาแจ้งว่าขอให้อยู่ในประเด็นแถลงเรื่องฝ้าถล่ม ซึ่งโอกาสหน้าจะเชิญนายวิลาศมาอธิบายรายละเอียดเรื่องจุดเสี่ยงเพิ่มเติม ย้ำว่าข้อเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาเข้ามาดูแล และไม่ควรนำงบแผ่นดินก้อนใหม่มาใช้ แต่ควรเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้รับเหมา ตลอดจนนำคนนอกเข้ามาช่วยตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสและคืนความสง่างามให้รัฐสภา

เลื่อนพบ DSI ครั้งที่ 3 สส.สมชาติ ปชน.อ้างติดภารกิจ ยังไม่ให้ปากคำในฐานะพยาน คดีนอมินีอสังหาฯภูเก็ต

14 กันยายน 2569 เวลา 13:05 น.

จากกรณีดีเอสไออยู่ระหว่างสอบสวนความเชื่อมโยงของ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน (ปชน.) กับบริษัทเอกชนที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ร่วมกับชาวต่างชาติ เพื่อขยายผลว่ามีการใช้คนไทยเป็น “นอมินี” หรือไม่ ล่าสุดดีเอสไอนัดนายสมชาติเข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานเป็นครั้งที่ 3 วันที่ 14 ก.ย.69 หลังจากก่อนหน้านี้มีการเลื่อนนัดมาแล้ว 2 ครั้ง โดยอ้างติดภารกิจประชุมสภาและลงพื้นที่

วันนี้ (14 กันยายน 2569) คณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินการตรวจสอบสถานะล่าสุดของการนัดหมายเข้าให้ปากคำในฐานะพยานตามหมายเรียกพยานครั้งที่ 3 ของ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ซึ่งนัดหมายวันจันทร์ที่ 14 ก.ย.69 พบว่า นายสมชาติ ได้มีการส่งหนังสือแจ้งขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำในฐานะพยานออกไปก่อน โดยให้เหตุผลว่าติดประชุมและติดภารกิจลงพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งการแจ้งเหตุขัดข้องดังกล่าว ทางคณะพนักงานสืบสวนอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อนัดหมายใหม่อีกครั้ง หลังรับทราบหนังสือแจ้งขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำในฐานะพยานครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 มาตรา 24 จะระบุถึงอำนาจของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ในการสืบสวนสอบสวน แต่ สส.สมชาติ เป็นเพียงพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา จึงมีความแตกต่างกัน ซึ่งถ้าเป็นหมายเรียกผู้ต้องหา แล้วไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกผู้ต้องหา 2 ครั้ง จึงจะพิจารณาขอศาลออกหมายจับได้ แต่ถ้าเป็นหมายเรียกพยานดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะไม่สามารถใช้อำนาจจับกุมหรือขอศาลออกหมายจับได้ ดังนั้น หากมองถึงเจตนารมณ์หนังสือฉบับแรกของ สส.สมชาติ ที่มีการระบุก่อนหน้านี้ว่าประสงค์เข้าให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนของดีเอสไอ จึงเป็นประเด็นที่คณะพนักงานสืบสวนมองว่าหากบุคคลมีความประสงค์ที่จะให้ข้อเท็จจริง ให้ความร่วมมือเต็มที่ตามที่มีการแสดงเจตนารม์ไว้จริงๆ ก็ควรเข้ามาให้ข้อมูลชี้แจง มากกว่าการส่งหนังสือขอเลื่อนหมายเรียกพยานถึง 3 ครั้ง ทั้งนี้ หาก สส.สมชาติ มีความประสงค์จะเข้ามาพบพนักงานสืบสวนในวันเวลาใดหลังจากนี้ แม้ไม่ตรงตามเอกสารนัดหมาย ก็สามารถดำเนินการได้ เพราะพนักงานสืบสวนพร้อมรับฟังข้อมูลและข้อเท็จจริงของพยานเสมอ

ขณะที่ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ยอมรับผ่านโทรศัพท์สั้นๆ ว่า “ตนเองได้รับเอกสารหมายเรียกในฐานะพยานของดีเอสไอ ซึ่งนัดหมายวันที่ 14 ก.ย.69 จริง แต่ได้ส่งหนังสือขอเลื่อนหมายเรียกพยานดังกล่าวออกไปก่อน”