พลังแห่งเสียงดนตรีสู่ความเป็นเลิศ วงดนตรีผสมผสานและการพัฒนา Modern Heritage Performance Model (MHP Model)

พลังแห่งเสียงดนตรีสู่ความเป็นเลิศ วงดนตรีผสมผสานและการพัฒนา Modern Heritage Performance Model (MHP Model)

พลังแห่งเสียงดนตรีสู่ความเป็นเลิศ วงดนตรีผสมผสานและการพัฒนา Modern Heritage Performance Model (MHP Model)

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.21 น.

ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดนตรีไม่ได้เป็นเพียงศิลปะแห่งเสียงเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม โดยเฉพาะ “การประกวดดนตรี” ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยผลักดันศักยภาพของเยาวชน นักดนตรี และผู้สร้างสรรค์ผลงานให้ก้าวไปสู่ความเป็นเลิศ ทั้งในด้านทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกันอย่างมีคุณภาพหนึ่งในแนวทางที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก คือ “วงดนตรีผสมผสาน” หรือการนำองค์ประกอบทางดนตรีจากหลากหลายวัฒนธรรม แนวดนตรี และรูปแบบการแสดง มาหลอมรวมเป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นการผสมระหว่างดนตรีพื้นบ้านกับดนตรีสากล การนำเครื่องดนตรีไทยร่วมบรรเลงกับวงออร์เคสตราสมัยใหม่ หรือการสร้างสรรค์จังหวะและเสียงใหม่ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นในรูปแบบร่วมสมัย สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงความแปลกใหม่ แต่คือการสร้างพื้นที่แห่งนวัตกรรมทางศิลปะที่เปิดโอกาสให้วัฒนธรรมสามารถมีชีวิตและเติบโตต่อไป การประกวดดนตรีจึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันเพื่อค้นหาผู้ชนะ แต่เป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อน “ความเป็นเลิศ” อย่างแท้จริง เพราะทุกการฝึกซ้อมคือการพัฒนาทักษะ ทุกการแสดงคือบทเรียนของความกล้า และทุกเวทีคือโอกาสในการแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ นักดนตรีต้องเรียนรู้การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร การฟังซึ่งกันและกัน รวมถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญของศตวรรษที่ 21

เมื่อแนวคิดเรื่องดนตรีผสมผสานถูกนำเข้าสู่เวทีการประกวด จึงเกิดมิติใหม่ของการพัฒนาศิลปะการแสดงที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง เพราะผู้เข้าร่วมไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านเทคนิคหรือความแม่นยำทางดนตรี แต่ยังต้องแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ ความคิดสร้างสรรค์ การตีความวัฒนธรรม และการสร้างประสบการณ์ที่ทรงพลังให้ผู้ชมรู้สึกประทับใจและเชื่อมโยงกับเรื่องราวของบทเพลงนี่คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนา Modern Heritage Performance Model (MHP Model) ซึ่งเป็นรูปแบบการแสดงที่เชื่อมโยง “มรดกทางวัฒนธรรม” เข้ากับ “นวัตกรรมการแสดงสมัยใหม่” อย่างสมดุลและมีระบบ แนวคิดนี้มุ่งเน้นให้ดนตรีไม่เพียงรักษารากเหง้าของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม แต่ยังสามารถปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคใหม่ และเข้าถึงผู้ชมหลากหลายกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ MHP Model เป็นมากกว่าแนวทางการแสดง เพราะเป็นกรอบคิดในการพัฒนาศักยภาพของวงดนตรีผสมผสานให้ครบทุกมิติ ทั้งด้านการออกแบบการแสดง การคัดเลือกเครื่องดนตรี การประสานเสียง การจัดจังหวะ การใช้พื้นที่เวที การเล่าเรื่องผ่านดนตรี และการสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างศิลปินกับผู้ชม ทุกองค์ประกอบถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันเพื่อสร้างผลงานที่ทรงพลัง มีเอกลักษณ์ และสื่อสารคุณค่าทางวัฒนธรรมได้อย่างลึกซึ้ง สิ่งที่โดดเด่นของ MHP Model คือการเปิดพื้นที่ให้เกิด “ความร่วมสมัยบนฐานของรากเหง้า” กล่าวคือ ดนตรีไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างการอนุรักษ์หรือการพัฒนา แต่สามารถทำทั้งสองสิ่งควบคู่กันได้อย่างสร้างสรรค์ วงดนตรีสามารถรักษาเสียงแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่น ขณะเดียวกันก็พัฒนาเทคนิคใหม่ การเรียบเรียงใหม่ และการนำเสนอใหม่ที่ตอบโจทย์สังคมปัจจุบัน

ในมิติของการประกวดดนตรี แนวคิดนี้ช่วยยกระดับมาตรฐานการแข่งขันอย่างชัดเจน เพราะทำให้การประเมินไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทักษะเชิงเทคนิค แต่ครอบคลุมถึงคุณค่าทางศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ ความร่วมมือ การสื่อสารทางวัฒนธรรม และความสามารถในการสร้างผลกระทบต่อผู้ชม เวทีประกวดจึงกลายเป็นห้องทดลองแห่งนวัตกรรม ที่ผลักดันให้ผู้เข้าร่วมกล้าคิด กล้าสร้าง และกล้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ การพัฒนาวงดนตรีผสมผสานผ่าน MHP Model ยังมีบทบาทสำคัญต่อการศึกษาและการพัฒนาเยาวชน เพราะช่วยหล่อหลอมทั้งวินัย ความรับผิดชอบ ภาวะผู้นำ การทำงานร่วมกัน และการเคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรม เด็กและเยาวชนไม่ได้เรียนรู้เพียงดนตรี แต่ยังเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในโลกที่เต็มไปด้วยความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ ในยุคที่สังคมต้องการทั้งนวัตกรรมและการรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม การประกวดดนตรีที่ส่งเสริมวงดนตรีผสมผสานและพัฒนา MHP Model จึงมีคุณค่ามหาศาล ไม่เพียงสร้างศิลปินรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ แต่ยังช่วยสืบทอดมรดกทางดนตรีให้มีชีวิต ช่วยสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และยกระดับภาพลักษณ์ทางวัฒนธรรมสู่เวทีระดับชาติและนานาชาติ

เสียงดนตรีหนึ่งบทเพลงอาจจบลงในไม่กี่นาที แต่พลังของการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ และการร่วมมือผ่านเวทีประกวดดนตรี สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้ตลอดชีวิต วงดนตรีผสมผสานจึงไม่ใช่เพียงการรวมเสียงจากเครื่องดนตรีหลายชนิด แต่คือการรวมพลังของอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าด้วยกันอย่างงดงาม วันนี้จึงถึงเวลาแล้วที่เราจะมองเห็นคุณค่าของการประกวดดนตรีในฐานะเวทีแห่งโอกาส เวทีแห่งความคิดสร้างสรรค์ และเวทีแห่งการสร้างความเป็นเลิศ เพื่อผลักดันวงดนตรีผสมผสานและ Modern Heritage Performance Model (MHP Model) ให้กลายเป็นพลังสำคัญของการพัฒนาศิลปวัฒนธรรมไทยสู่อนาคตที่สดใสและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม.

เซอร์ไพรส์ซ้อนเซอร์ไพรส์! นุ่น เนตรชนก ท้องแล้ว แม่สามีปลื้มใจได้สะใภ้คนเก่งนำทัพคณะลิเก

เซอร์ไพรส์ซ้อนเซอร์ไพรส์! นุ่น เนตรชนก ท้องแล้ว แม่สามีปลื้มใจได้สะใภ้คนเก่งนำทัพคณะลิเก

เซอร์ไพรส์ซ้อนเซอร์ไพรส์! นุ่น เนตรชนก ท้องแล้ว แม่สามีปลื้มใจได้สะใภ้คนเก่งนำทัพคณะลิเก

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.20 น.

เป็นฤกษ์งามยามดีแห่งความประทับใจและสร้างความฮือฮาให้กับแฟนลิเก สำหรับพิธีมงคลสมรสสุดอบอุ่นของนางเอกลิเกชื่อดัง “นุ่น เนตรชนก” หรือที่แฟนๆ รู้จักกันดีในบทบาท “ดำดง” ที่ได้จูงมือเจ้าบ่าวสุดหล่อ “นุ กฤษฎา” เข้าสู่ประตูวิวาห์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักและความยินดีของครอบครัว พี่น้องในวงการ และแฟนคลับ

งานแต่งงานในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบและสมเกียรติ โดยสิ่งที่เป็นกระแสฮือฮาอย่างมากคือ “กองสินสอด” สุดอลังการที่เจ้าบ่าวนำมาสู่ขอ ประกอบไปด้วย เงินสด 10,000,000 บาท ทองคำน้ำหนักรวม 30 บาท

นอกจากความหวานในพิธีแล้ว ไฮไลต์เด็ดที่ทำเอาแขกทั้งงาน รวมไปถึงคุณพ่อคุณแม่ของทั้งสองฝ่ายถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ คือช่วงท้ายของการเปิดคลิปพรีเซนเทชั่น ที่มีการฉายภาพ “ผลอัลตราซาวด์” ประกาศให้ทุกคนทราบว่า นุ่น เนตรชนก กำลังตั้งครรภ์ทายาทคนแรก ซึ่งถือเป็นความลับที่ทั้งคู่เก็บเงียบไว้เพื่อมาเซอร์ไพรส์ในวันสำคัญนี้โดยเฉพาะ

“วันนี้เราทั้ง 2 คน พร้อมที่จะเป็นพ่อแม่แล้ว” นุ กฤษฎา กล่าวเปิดใจด้วยความตื้นตัน ด้านเจ้าสาวป้ายแดง นุ่น เนตรชนก ได้กล่าวเสริมถึงกระแสต่างๆ ด้วยความมั่นใจว่า “ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นความตั้งใจ ไม่มีคำว่าผิดพลาด”

ทางด้าน “แม่พิศมัย” คุณแม่ของเจ้าบ่าว นุ กฤษฎา ได้เปิดใจด้วยความตื้นตันและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ลูกสะใภ้คนเก่งคนนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว พร้อมทั้งชื่นชมในความสามารถของนุ่นที่เป็นกำลังหลักและผู้นำให้แก่ “ลิเกคณะรุ่งฟ้า กฤษฎา บารมี” จนสามารถสร้างความสุขและขยายฐานแฟนคลับให้เติบโตอย่างรวดเร็ว

เปิดตัว 32 หนุ่มผู้เข้าประกวด ปล่อยพลังบนรันเวย์สุดร้อนแรง Mister International Thailand 2026

เปิดตัว 32 หนุ่มผู้เข้าประกวด ปล่อยพลังบนรันเวย์สุดร้อนแรง Mister International Thailand 2026

เปิดตัว 32 หนุ่มผู้เข้าประกวด ปล่อยพลังบนรันเวย์สุดร้อนแรง Mister International Thailand 2026

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.16 น.

สิ้นสุดการรอคอย! สำหรับเวทีประกวดหนุ่มหล่ออันดับหนึ่งของเมืองไทย “มิสเตอร์อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ 2026” (Mister International Thailand 2026) ที่ปีนี้กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดทรงพลัง “The NEW Legendary” พร้อมเปิดตัว 32 หนุ่มผู้เข้าประกวดอย่างเป็นทางการ ที่ต่างพกพาเสน่ห์ ความมั่นใจ และศักยภาพอันโดดเด่น มาร่วมถ่ายทอดพลังผ่านแฟชั่นโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในงาน Montien x MI Thailand 2026 presents Actiff FashionFest 2026 เพื่อก้าวสู่การเป็นตัวแทนประเทศไทยบนเวทีระดับโลก พร้อมชิงรางวัล    เงินสดและของรางวัลมูลค่ารวมนับล้านบาท รวมถึงโอกาสร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำมากมาย

บริษัท แอคทีฟ ไลฟ์สไตล์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ ACTIFF ผู้ถือลิขสิทธิ์และจัดการประกวด Mister International Thailand ร่วมกับ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ จัดงาน Montien x MI Thailand 2026 presents Actiff FashionFest 2026 พร้อมการปรากฏตัวครั้งแรกของ 32 ผู้เข้าประกวด Mister International Thailand 2026 ที่จะมาร่วมเปิดฤดูกาลเวทีหประกวดผู้ชายสุดร้อนแรงแห่งปี และสร้างตำนานบทใหม่ไปพร้อมกัน โดยมีทีม National Director และผู้จัดการประกวด ประกอบด้วย นายอานนท์ จันทราช และนายกิตติพงษ์ สัจจพลากร ให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน ที่ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ ห้องราชมณเฑียร แกรนด์ บอลรูม โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ

นายอานนท์ จันทราช National Director และผู้จัดการประกวด Mister International Thailand ในนามของ ACTIFF กล่าวว่า การเปิดฤดูการประกวดของ Mister International Thailand 2026 ในครั้งนี้ นอกจากเราจะได้เห็นผู้ชายที่มีทั้งพลัง เสน่ห์ และความมั่นใจแล้ว อีกหนึ่งความพิเศษคือการกลับมาของผู้เข้าประกวดจากหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งพร้อมกลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งบนเวทีเดียวกับผู้สมัครหน้าใหม่ จึงทำให้การประกวดในปีนี้เข้มข้นและดุเดือดกว่าทุกครั้งที่
ผ่านมา โดยงานเปิดตัววันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการแข่งขันที่ทุกคนจะได้แสดงตัวตน และศักยภาพของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งการประกวด รวมถึงแฟชั่นโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในค่ำคืนนี้ ที่เราได้ร่วมกับ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ เพื่อเนรมิตค่ำคืนแห่งการเปิดตำนานบทใหม่ของผู้เข้าประกวดทั้ง 32 คนอย่างเป็นทางการครั้งแรก       

“หลังจากนี้ผู้เข้าประกวดทั้ง 32 คน จะเข้าสู่กิจกรรมการเก็บตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมสัมผัสประสบการณ์จากกิจกรรมต่าง ๆ ของกองประกวดและผู้สนับสนุน ที่ได้เตรียมไว้อย่างจัดเต็ม ก่อนที่จะเข้าสู่การประกวดรอบ Preliminary ที่ จ.บุรีรัมย์ และรอบชิงชนะเลิศในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 ณ MCC Hall The Mall Lifestore Bangkapi โดยผู้ชนะตำแหน่ง Mister International Thailand 2026 และรองฯ จะได้รับรางวัลเงินสด รวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท และสิทธิ์ในการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมจาก AssetWise ตลอดวาระการดำรงตำแหน่ง พร้อมของรางวัลพิเศษจากผู้สนับสนุน รวมถึงแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ และโอกาสในการเป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการประกวด Mister International 2026” นายอานนท์ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สนใจติดตามข่าวสารและกิจกรรมของการประกวดได้ที่แฟนเพจ Mister International Thailand และ IG : mithailandbyactiff หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร 083 309 4114 / 062 639 9794

ประมวลภาพวิวาห์สุดหรู พระพาย-หนุน สะใภ้ชิดชอบคนล่าสุด

ประมวลภาพวิวาห์สุดหรู พระพาย-หนุน สะใภ้ชิดชอบคนล่าสุด

ประมวลภาพวิวาห์สุดหรู พระพาย-หนุน สะใภ้ชิดชอบคนล่าสุด

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.48 น.

บรรยากาศงานฉลองมงคลสมรสแห่งปีระหว่างนางเอกสาว พระพาย รมิดา และ หนุน ชนน์ชนก ลูกชาย เนวิน ชิดชอบ ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เต็มไปด้วยความโรแมนติกและอบอุ่น

โดยมีครอบครัวชิดชอบนำโดย เนวิน-กรุณา ให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอย่างอบอุ่น ไฮไลต์สำคัญคือการได้รับเกียรติจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในพิธีพร้อมกล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวด้วยความซาบซึ้ง ขณะที่บรรยากาศภายในงานคึกคักเป็นพิเศษด้วยเหล่าเพื่อนเจ้าบ่าวคนดัง อาทิ เป๊ก เศรณี และ ไชยชนก ชิดชอบ พี่ชายเจ้าบ่าว ที่มาร่วมสร้างสีสัน อีกทั้งยังได้รับความสนใจจากบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองและธุรกิจที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

พระพาย รมิดา

ซึ่ง นาย ชาดา ไทยเศรษฐ์ ได้มาร่วมแสดงความยินดีในงานวิวาห์สุดยิ่งใหญ่ครั้งนี้ด้วย เพื่อร่วมฉลองจุดเริ่มต้นชีวิตคู่ของทั้งสองหลังจากที่ฝ่ายชายได้ทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานกลางสนามช้างอารีนาเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา นับเป็นงานรวมตัวของบุคคลระดับประเทศที่สะท้อนถึงสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของครอบครัวชิดชอบอย่างแท้จริง

พระพาย รมิดา
พระพาย รมิดา
พระพาย รมิดา
พระพาย รมิดา
พระพาย รมิดา
พระพาย รมิดา
พระพาย รมิดา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม noonchidchob, อินสตาแกรม prapyeramida,อินสตาแกรม katesarapond65, อินสตาแกรม pek_c, อินสตาแกรม teeser.cinema, อินสตาแกรม preawwqyq, อินสตาแกรม meiyumine_, อินสตาแกรม toey_c, อินสตาแกรม pioyyy, อินสตาแกรม mookyyyyy_ , อินสตาแกรม nottr_ , อินสตาแกรม noi_mini

ส่องบ้านใหม่! กระต่าย พรรณนิภา ซบ ไหทองคำ นายห้างประจักษ์ชัยเปิดตัวเป็นทางการ

ส่องบ้านใหม่! กระต่าย พรรณนิภา ซบ ไหทองคำ นายห้างประจักษ์ชัยเปิดตัวเป็นทางการ

ส่องบ้านใหม่! กระต่าย พรรณนิภา ซบ ไหทองคำ นายห้างประจักษ์ชัยเปิดตัวเป็นทางการ

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.44 น.

กระต่าย พรรณนิภา ซบไหทองคำ นายห้างประจักษ์ชัย เซ็นสัญญา 3 ปี ทุ่มสุดตัวดันร้อยล้านวิว

กลายเป็นบิ๊กดีลที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการเพลงลูกทุ่งอินดี้เป็นอย่างมาก เมื่อ นายห้างประจักษ์ชัย ไหทองคำ ผู้บริหารค่ายเพลงชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ประกาศต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าสู่ค่ายอย่างเป็นทางการ ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นนักร้องสาวเสียงมหัศจรรย์ “กระต่าย พรรณนิภา” ที่ตกลงเซ็นสัญญาเข้าร่วมชายคาบ้านไหทองคำเรคคอร์ด

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา นายห้างประจักษ์ชัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศข่าวใหญ่ที่ทำเอาแฟนเพลงเซอร์ไพรส์ โดยระบุว่าเป็นการต้อนรับน้องใหม่เข้าสู่ค่ายอย่างเป็นทางการ พร้อมเปลี่ยนชื่อในวงการเป็น กระต่าย พรรณนิภา (ไหทองคำ) โดยมีการเซ็นสัญญาร่วมงานกันเป็นระยะเวลา 3 ปีเต็ม

“ขอต้อนรับกระต่าย พรรณนิภา(ไหทองคำ)สู่ค่ายเพลงไหทองคำเรคคอร์ด 3 ปี” นายห้างประจักษ์ชัย ระบุในโพสต์

นอกจากจะประกาศเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการแล้ว นายห้างประจักษ์ชัย ยังได้แสดงความมั่นใจในตัวของนักร้องสาวรายนี้ พร้อมประกาศเตรียมจัดหนักจัดเต็มทั้งเรื่องทุนและไอเดียเพื่อสร้างสรรค์ผลงานเพลงใหม่ ๆ ให้สมฐานะเจ้าของเพลงฮิตร้อยล้านวิว

“ยินดีต้อนรับ ‘กระต่าย พรรณนิภา (ไหทองคำ)’ จากนี้พร้อมทุ่มเทกำลังสมอง กำลังทุน…สร้างงานศิลป์ ให้กับสาวน้อยเสียงมหัศจรรย์ เจ้าของเพลงดังเพลงฮิตติดกระเเสหลายร้อยล้านวิวส์…#ไปด้วยกันไปได้ไกล นายห้างไห การันตีคุณภาพ”

การร่วมงานกันในครั้งนี้จับตามองจากทั้งแฟนคลับและคนในวงการเพลงว่า จะเป็นการปลุกกระแสและสร้างมิติใหม่ให้กับผลงานเพลงของ กระต่าย พรรณนิภา ภายใต้การดูแลของค่าย ไหทองคำเรคคอร์ด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการทำเพลงและส่งเสริมศิลปินให้โด่งดังระดับประเทศมาแล้วมากมาย งานนี้แฟน ๆ เตรียมรอฟังซิงเกิลใหม่ระดับร้อยล้านวิวกันได้เลย

ขอบคุณ : ประจักษ์ชัย ไหทองคำ

ปิดฉากงดงาม ‘ปลาร้าหมอลำ2026 แซ่บ เซิ้ง อินเดอะซิตี้’ ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติร่วมงานนับหมื่น

ปิดฉากงดงาม ‘ปลาร้าหมอลำ2026 แซ่บ เซิ้ง อินเดอะซิตี้’ ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติร่วมงานนับหมื่น

ปิดฉากงดงาม ‘ปลาร้าหมอลำ2026 แซ่บ เซิ้ง อินเดอะซิตี้’ ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติร่วมงานนับหมื่น

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.42 น.

ประสบการณ์ความม่วนซื่นระดับสร้างปรากฏการณ์! ปิดฉากลงอย่างงดงามสำหรับงาน Singha Corporation Presents ‘ปลาร้าหมอลำ2026 แซ่บ เซิ้ง อิน เดอะ ซิตี้’ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 – 24 พฤษภาคม 2569 ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์

จากความสำเร็จในปีแรกที่จังหวัดขอนแก่น ในปีนี้ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ได้นำเสนอวัฒนธรรมอีสานในรูปแบบร่วมสมัย (Modern อีสาน) นำสองอัตลักษณ์เด่นอย่าง “ปลาร้า” ภูมิปัญญาทางด้านอาหาร และ “หมอลำ” ศิลปะการแสดงพื้นถิ่น มาถ่ายทอดสู่สายตานานาชาติเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย “ซอฟต์พาวเวอร์” (Soft Power) โดยตลอดการจัดงานทั้ง 2 วัน ได้รับความสนใจจากทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าร่วมงานรวมกว่า 10,000 คน ช่วยกระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจใจกลางเมืองให้คึกคัก

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเอง โดยมีไฮไลต์สำคัญที่ดึงดูดผู้ร่วมงานคือ เวทีคอนเสิร์ตที่ผสมผสานดนตรีพื้นบ้านเข้ากับแนวดนตรีร่วมสมัยได้อย่างลงตัวจากทัพศิลปินแถวหน้า นำโดย ไหมไทย หัวใจศิลป์, The Paradise Bangkok Molam International Band, อาภาพร นครสวรรค์ และ มีนตรา อินทิรา พร้อมสร้างสีสันแปลกใหม่ร่วมด้วย สตาร์เกเซอร์ x หนึ่งศรัณย์ หมอลำโทรนิก้า และ DJ YP ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งแฟนเพลงชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาร่วมชมการแสดง

นอกจากพาร์ตดนตรีแล้ว ฝั่งวัฒนธรรมอาหารก็นำเสนอได้อย่างน่าสนใจ ผ่านการยกระดับรสชาติ “ปลาร้าไทย” สู่สากล โดย ป้าเชฟ-ศิริรัตน์ เถาว์โท จากร้าน ‘หมก’ จังหวัดอุบลราชธานี เจ้าของรางวัล Bib Gourmand จากมิชลินไกด์ 4 ปีซ้อน ที่มาร่วมรังสรรค์เมนูอีสานฟิวชั่นเพื่อแสดงให้เห็นถึงมิติใหม่ของวัตถุดิบท้องถิ่นที่เข้าถึงง่าย ควบคู่ไปกับเวทีสาธิตการทำอาหารจากนักแสดงชื่อดัง ‘หม่ำ จ๊กมก’ ที่นำน้ำปลาร้าแบรนด์ “หม่ำแซ่บ” (MUMZAB) มาร่วมจัดเซสชันพิเศษและรังสรรค์เมนูเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในงานนี้ ซึ่งสร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก พร้อมด้วยโซนกิจกรรมและจุดถ่ายภาพ Landmark Installation สไตล์อีสานโมเดิร์นรอบบริเวณงาน

งาน Singha corporation presents ‘ปลาร้าหมอลำ2026 แซ่บ เซิ้ง อินเดอะซิตี้’  ในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเชิดชูวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ซึ่งจากความสำเร็จและกระแสตอบรับอันท่วมท้น ทางผู้จัดงานขอขอบคุณทุกการสนับสนุนจากผู้ร่วมงานทุกท่าน และตั้งเป้าที่จะสานต่อความสำเร็จเพื่อนำเสนอเทศกาลวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์ยิ่งขึ้นในปีต่อไป ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและภาพความประทับใจย้อนหลังได้ที่ช่องทางประชาสัมพันธ์ของงาน ทาง Facebook แฟนเพจ: PlaraMorlam Isan to the World

ลุยพื้นที่ไม่สะดุด! ‘อัครนันท์’วิดีโอคอลส่งกำลังใจ’ครูรักษ์ถิ่น’ ขอช่วยกันพัฒนาบ้านเกิดด้วยชุดกากีที่น่าภูมิใจ

ลุยพื้นที่ไม่สะดุด! 'อัครนันท์'วิดีโอคอลส่งกำลังใจ'ครูรักษ์ถิ่น' ขอช่วยกันพัฒนาบ้านเกิดด้วยชุดกากีที่น่าภูมิใจ

ลุยพื้นที่ไม่สะดุด! ‘อัครนันท์’วิดีโอคอลส่งกำลังใจ’ครูรักษ์ถิ่น’ ขอช่วยกันพัฒนาบ้านเกิดด้วยชุดกากีที่น่าภูมิใจ

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.52 น.

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวแสดงความยินดีและส่งกำลังใจแก่ครูในโครงการครูรักษ์ถิ่น ผ่านระบบ Zoom ขณะลงพื้นที่ พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ จ.นครราชสีมา มอบแนวคิดในการปฏิบัติตน เพื่อให้ทุกคนพร้อมกลับไปพัฒนาการศึกษาและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนบ้านเกิดของตนเอง

นายอัครนันท์ กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าทุกคนที่เลือกเข้ามาเป็นครูล้วนมีแรงบันดาลใจในการทำงาน และที่สำคัญกว่านั้น ครูรักษ์ถิ่นยังต้องมีความรักในบ้านเกิดและความเสียสละอย่างแท้จริง ที่จะกลับไปทุ่มเทเพื่อท้องถิ่นของตนเอง จึงขออวยพรให้ทุกคนมีพลังกายพลังใจที่แข็งแกร่งตลอดเส้นทาง

“หลายคนตัดสินใจที่จะอยู่กับโครงการนี้ยาว ๆไปตลอด ไม่ใช่เพียงแค่ 6 ปี ในวันที่ต้องเผชิญอุปสรรค อยากให้ทุกคนจำวันแรกที่ตัดสินใจเข้ามาไว้ให้ดี ให้อุปสรรคเป็นแค่ทางผ่าน และเป็นแรงผลักดันในการต่อสู้เพื่อเด็กและเพื่อการศึกษาของพวกเรา เพราะทุกคนไม่ได้เสียสละเพียงแค่การเป็นครู  แต่กำลังเสียสละเพื่อกลับไปดูแลและสร้างชุมชนให้แข็งแรง” นายอัครนันท์ กล่าว 

รมช.ศธ.กล่าวต่อว่า ชุดข้าราชการสีกากีที่ทุกคนจะได้สวมใส่หลังจากนี้ ไม่ใช่เพียงความภาคภูมิใจส่วนตัว แต่คือแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนและคนในชุมชน และเป็นความภาคภูมิใจของกระทรวงศึกษาธิการ ทุกคนคือฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้ประเทศเข้มแข็ง ขอให้ยึดมั่นในการทำความดี ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในหน้าที่ครูท้องถิ่น และประสบความสำเร็จบนเส้นทางแม่พิมพ์ของชาติต่อไป

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยังสะท้อนให้เห็นว่า “ระยะทางไม่ใช่อุปสรรค” ต่อการทำงานด้านการศึกษา โดยแม้อยู่ระหว่างภารกิจลงพื้นที่ในต่างจังหวัด ก็ยังได้วิดีโอคอลผ่านระบบ Zoom พูดคุย พบปะ และให้กำลังใจครูในโครงการ “ครูรักษ์ถิ่น” อย่างใกล้ชิด สะท้อนความมุ่งมั่นในการดูแลครูทุกพื้นที่
 

เปิดบรรยากาศงานวันภาษารัสเซีย รำลึกกวีเอก ‘ปุชกิน’ เชื่อมวัฒนธรรมไทย-รัสเซีย

เปิดบรรยากาศงานวันภาษารัสเซีย รำลึกกวีเอก 'ปุชกิน' เชื่อมวัฒนธรรมไทย-รัสเซีย

เปิดบรรยากาศงานวันภาษารัสเซีย รำลึกกวีเอก ‘ปุชกิน’ เชื่อมวัฒนธรรมไทย-รัสเซีย

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.34 น.

เปิดบรรยากาศงานวันภาษารัสเซีย รำลึกกวีเอก ‘ปุชกิน’ เชื่อมวัฒนธรรมไทย-รัสเซีย

บรรยากาศงานวันภาษารัสเซียในประเทศไทย

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ สำนักงานใหญ่คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) ได้มีการจัดงานเฉลิมฉลอง “วันภาษารัสเซีย” อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของภาษาและวัฒนธรรมที่เป็นดั่งสะพานเชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกเข้าด้วยกัน โดยงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายเยฟกินี โทมิคิน (Evgeny Tomikhin) เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย และผู้แทนถาวรของรัสเซียประจำ ESCAP พร้อมด้วย นางอาร์มิดา ซัลเซียะฮ์ อาลิสจะฮ์บานา (Armida Salsiah Alisjahbana) เลขาธิการบริหาร ESCAP ร่วมเป็นประธานในพิธี

ผู้แทนจากรัสเซียและ ESCAP ร่วมงานวันภาษารัสเซีย

นายเยฟกินี โทมิคิน กล่าวถึงที่มาของการจัดงานว่า วันภาษารัสเซียจะตรงกับวันที่ 6 มิถุนายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ อเล็กซานเดอร์ ปุชกิน (Alexander Pushkin) กวีเอกผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเสมือนบิดาแห่งภาษารัสเซียในวรรณกรรมสมัยใหม่

“ผลงานของปุชกินไม่ได้เป็นเพียงสมบัติของรัสเซีย แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมโลก และที่สำคัญ ภาษารัสเซียยังคงทำหน้าที่เป็นภาษาหลัก 1 ใน 6 ภาษาขององค์การสหประชาชาติ ที่ช่วยสร้างความเข้าใจอันดีและเชื่อมโยงผู้คนนับล้านเข้าด้วยกัน” ทูตรัสเซียกล่าว

นายเยฟกินี โทมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย

นอกเหนือจากความร่วมมือด้านการเมืองและเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง นายเยฟกินี โทมิคิน ยังเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทางด้านมนุษยธรรมระหว่างไทยและรัสเซียที่แน่นแฟ้น โดยในปีหน้าทั้งสองประเทศจะก้าวเข้าสู่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 130 ปี

เอกอัครราชทูตกล่าวเสริมว่า ปัจจุบันคนไทยหันมาสนใจเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมรัสเซียเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ชาวรัสเซียเองก็มีความชื่นชอบในวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทยเช่นกัน การแลกเปลี่ยนในระดับประชาชนนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน

ภายในงานยังมีการจัดเสวนาพิเศษโดยกลุ่มล่ามและนักแปลจาก ESCAP ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานด้านการแปลภาษารัสเซีย รวมถึงบทบาทสำคัญของนักแปลที่เป็นฟันเฟืองในการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน คือการอ่านบทกวีของอเล็กซานเดอร์ ปุชกิน โดยนักศึกษาไทยที่ร่วมถ่ายทอดผลงานชื่อดัง อาทิ “ฉันเคยรักเธอ…” (I loved you), “อนุสาวรีย์” (Exegi Monumentum), “เช้าวันฤดูหนาว” (Winter Morning), “ฉันยังจำช่วงเวลาอันงดงามนั้นได้” (I Remember a Wondrous Moment) และ “ศาสดา” (The Prophet)

ปิดท้ายด้วยนิทรรศการชีวประวัติของปุชกิ้น ในเมืองมอสโก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงาน Rossotrudnichestvo โดยมีการนำผลงานจากพิพิธภัณฑ์อเล็กซานเดอร์ ปุชกิ้น มาจัดแสดงเพื่อให้สาธารณชนชาวไทยได้สัมผัสถึงรากเหง้าแห่งวรรณกรรมรัสเซียอย่างใกล้ชิด

นิทรรศการชีวประวัติปุชกินจากพิพิธภัณฑ์มอสโก
งานเฉลิมฉลองวันภาษารัสเซีย ณ สำนักงาน ESCAP
ภาพถ่ายรวม งานเฉลิมฉลองวันภาษารัสเซีย ณ สำนักงาน ESCAP

สำนักงานสลากฯ เปิดตัว กล่องความรู้ ปูทางฝัน สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืนแก่เยาวชน ด้วยนวัตกรรมห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์

สำนักงานสลากฯ เปิดตัว กล่องความรู้ ปูทางฝัน สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืนแก่เยาวชน ด้วยนวัตกรรมห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์

สำนักงานสลากฯ เปิดตัว กล่องความรู้ ปูทางฝัน สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืนแก่เยาวชน ด้วยนวัตกรรมห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.48 น.

สำนักงานสลากฯ เปิดตัว “กล่องความรู้ ปูทางฝัน” สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืนแก่เยาวชน ด้วยนวัตกรรมห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์

​สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) เดินหน้าภารกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับเยาวชน จัดแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการสนับสนุนโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ ประจำปีงบประมาณ 2569″ ภายใต้แนวคิด “กล่องความรู้ ปูทางฝัน: สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืน” จัดสร้างและส่งมอบห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ที่ทันสมัย ให้กับโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ทั่วประเทศ จำนวน 73 แห่ง ณ อาคารออกรางวัล ชั้น 3 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569

​พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานฯ มุ่งมั่นสร้างความยั่งยืนให้สังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง จากความสำเร็จในการส่งมอบพลังงานสะอาดผ่านระบบโซลาร์เซลล์ในปี 2567 และการสร้างเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและเสริมทักษะในการอยู่ร่วมกันให้กับเยาวชน ผ่านเครื่องเล่นสนามในปี 2568 และในปี 2569 นับเป็นก้าวสำคัญ สู่การ “ส่งมอบปัญญา” ด้วยการนำนวัตกรรมห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ที่ได้มาตรฐานวิศวกรรมมาพัฒนาเป็นพื้นที่การเรียนรู้แห่งศตวรรษใหม่ที่ครบครันด้วย สื่อความรู้ที่ทรงคุณค่า เพื่อติดอาวุธทางปัญญาให้เยาวชน

​“สำนักงานฯ เล็งเห็นความสำคัญของเยาวชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาประเทศชาติ โดยมุ่งสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาในครบทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และภูมิปัญญา ซึ่งมุ่งหวังว่ากล่องความรู้ ปูทางฝัน สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืนในปีนี้ จะเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่สำคัญ ให้กับเยาวชนไทย”

​สำหรับ กล่องความรู้ ปูทางฝัน: สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืน สำนักงานฯ ได้ให้การสนับสนุนในดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมเครื่องปรับอากาศ และจัดหาหนังสือที่เหมาะสำหรับห้องสมุดโรงเรียน มีเนื้อหาเหมาะกับเด็กและเยาวชน อาทิ สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และหนังสือน่าอ่านนอกเวลา ที่เหมาะกับเด็กและเยาวชน ตลอดจนมุ่งส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีและการใช้นวัตกรรมให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการติดตั้งสมาร์ททีวี และชุดจอ Kiosk เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เพื่อการเรียนรู้แบบไร้พรมแดน พร้อมจัดอบรมการใช้งานสื่อดิจิทัลให้กับคุณครูบรรณารักษ์หรือผู้ดูแล เพื่อให้คุณครูสามารถดึงศักยภาพของอุปกรณ์เหล่านี้มาใช้สร้างสรรค์การเรียนรู้ให้กับเยาวชนได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

​นายสุริยา เด็นลีเมาะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองเพรางาย (สลากกินแบ่งสงเคราะห์ที่ 364 หอม-บุญนาค อนุเคราะห์) กล่าวว่า โครงการนี้คือโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่จะช่วยทลายข้อจำกัดเดิม ๆ ของโรงเรียน ซึ่งเชื่อว่าห้องสมุดที่ได้มาตรฐานจะเป็นแรงดึงดูดสำคัญให้เด็กๆ หันมาเข้าห้องสมุดมากขึ้น อีกทั้งการบูรณาการเทคโนโลยีสื่อดิจิทัลเข้ากับการเรียนการสอนและการสืบค้นข้อมูล เพื่อเปิดโลกกว้างและสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับนักเรียน

​นางวชิราวรรณ ทับเสือ นักวาดภาพประกอบนิทานเด็กชื่อดัง จากสตูดิโอ Littleblackoz Studio ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของหนังสือและภาพประกอบว่า ภาพวาดที่ดีคือสะพานเชื่อมที่ช่วยกระตุ้นจินตนาการและดึงดูดใจเด็ก ๆ การที่โครงการบรรจุ “หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฉบับการ์ตูน” ไว้ในห้องสมุด จะช่วยลดความซับซ้อนของวิชาวิทยาศาสตร์ และเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การตั้งคำถาม คิดวิเคราะห์อย่างเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานกระบวนการเรียนรู้แบบ สะเต็มศึกษา (STEM) ได้อย่างเป็นธรรมชาติ


 
​สำหรับโครงการสนับสนุนโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ ประจำปี 2569 จะทยอยติดตั้งและส่งมอบห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ (ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้) พร้อมจัดกิจกรรม “GLO ส่งมอบปัญญา ปูทางฝันให้น้อง” ซึ่งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานฯ จะลงพื้นที่ร่วมทำกิจกรรมจัดหนังสือเข้าชั้น และนั่งเล่านิทานเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับเด็ก ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในการปูทางฝันและสร้างพลเมืองคุณภาพของชาติอย่างยั่งยืนต่อไป

ท่านสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมดี ๆ ของสำนักงานฯ ได้ทาง Website http://www.glo.or.th , Facebook Fanpage สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล , Line Official Account GLOLottery และ TikTok GLOสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

สพฐ.จับตาสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมเฝ้าระวังอุทกภัยปี69

สพฐ.จับตาสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมเฝ้าระวังอุทกภัยปี69

สพฐ.จับตาสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมเฝ้าระวังอุทกภัยปี69

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.18 น.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จับตาสถานการณ์น้ำ ปี 69 ใช้บทเรียน 3 ปี ย้อนหลังทำข้อเสนอเชิงนโยบาย “ภัทรวรรณ” กำชับโรงเรียน-เขตพื้นที่ฯ เฝ้าระวังติดตาม ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอุทภภัยเคร่งครัด

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยผลการประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบเหตุอุทกภัย ว่า ทุกภูมิภาคของประเทศในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ น้ำท่วมฉับพลัน ได้ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี ซึ่ง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ.มีความเป็นห่วงนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครองนักเรียน ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2569 นี้ โดยตนได้มอบนโยบายให้ศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ศสป.สพฐ.)ประเมินแนวโน้มสถานการณ์อุทกภัย ปี 2569 จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังเพื่อช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบเหตุอุทกภัย สพฐ. ปี 2569 พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน  เตรียมความพร้อม การสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนกลาง โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังเหตุอุทกภัย ,ประชุมหารือ กับ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานปกครอง และสาธารณสุขพื้นที่,จัดกำชับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุอุทกภัย สพฐ. และจัดประชุมชี้แจงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ในการดำเนินงานเฝ้าระวัง เพื่อช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบเหตุอุทกภัย ปี 2569

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมได้สรุปผลการดำเนินงานช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบเหตุอุทกภัย ปี 2568 โดย มี นักเรียน ได้รับผลกระทบ 167,106 คน ครูและบุคลากร ได้รับผลกระทบ 13,245 คน และสถานศึกษา ได้รับผลกระทบ 1,900 แห่ง ซึ่ง สพฐ.ได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น เป็นจำนวนเงิน 11,854,620 บาท โดยตนได้มอบหมายให้ ศสป.สพฐ.ติดตามงบประมาณช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบเหตุอุทกภัย ตั้งแต่ปี 2567-2568 ซึ่งแต่ละพื้นที่ได้รับผลกระทบแตกต่างกัน ทั้งนี้ มีข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2566 พบว่า สถานศึกษาหลายแห่งประสบเหตุอุทกภัยซ้ำซ้อน โดยจะนำข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณาและจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย ในการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ส่งต่อความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ดูแลนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และช่วยฟื้นฟูสถานศึกษาให้กลับมาแข็งแรงโดยเร็วต่อไป  

“ สพฐ.ได้ประกาศมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอุทภภัย ดังนี้ มาตรการระยะสั้น 1.ให้ถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยพิบัติของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) อย่างเคร่งครัด 2.ติดตามคำพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และประสานงานร่วมกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อเตรียมพร้อมตามแผนเผชิญเหตุ 3.ให้ผู้บริหารสถานศึกษาประเมินความเสี่ยงการเดินทาง และสั่งปิดสถานศึกษาชั่วคราวได้ทันที เพื่อความปลอดภัยแล้วรายงานตามลำดับชั้น พร้อมปรับรูปแบบการเรียนการสอนตามความเหมาะสม (Online, On-Hand, On-Demand, On-Site ในพื้นที่ปลอดภัย หรือระบบเพื่อนช่วยเพื่อน) ทั้งนี้ ให้ครูสื่อสารกับนักเรียนและผู้ปกครองอย่างต่อเนื่องเพื่อดูแลจิตใจ ตลอดจนผ่อนปรนการส่งงาน การบ้าน หรือการสอบในช่วงวิกฤต 4. จัดเตรียมพื้นที่ภายในโรงเรียนเพื่อเป็นที่พักพิงชั่วคราวกรณีจำเป็นต้องอพยพผู้ประสบภัยในพื้นที่ 5.ซ่อมแซมอาคาร โครงสร้างพื้นฐาน ระบบไฟฟ้า-ประปา และกั้นพื้นน้ำให้อยู่ในสภาพแข็งแรง พร้อมจัดเก็บครุภัณฑ์ และเอกสารสำคัญไว้ในที่สูงพ้นน้ำ 6.ประสานงานใกล้ชิดกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต/จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือหรือส่งต่อผู้ประสบภัยทันท่วงที และ 7.สำรวจผู้ได้รับผลกระทบและรายงานข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน Line กลุ่ม ศสป.สพฐ.ทันที พร้อมทั้งเร่งมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยเหลือนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา

ส่วนมาตรการระยะยาว 1.ปฏิบัติตามมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาหลังเกิดภัยพิบัติของ ศธ. 2.จัดทำแผนสอบชดเชยในรูปแบบที่เหมาะสมหลังสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อเติมเต็มเนื้อหาหลักสูตรที่ขาดหายไป และเร่งรัดหาหนังสือเรียน และอุปกรณ์การเรียนทดแทนส่วนที่เสียหาย เพื่อให้นักเรียนกลับเข้าสู่ระบบการเรียนปกติโดยเร็ว 3.สำรวจความเสียหายของอาคาร ครุภัณฑ์ และบ้านพัก เพื่อรายงานขอรับงบประมาณซ่อมแซมจาก สพฐ.ตามระเบียบ พร้อมทั้งประสานศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center) ของอาชีวศึกษา ร่วมเร่งซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและสิ่งก่อสร้างทันที 4.ปรับปรุงระบบระบายน้ำและทางน้ำไหล โดยประสานความร่วมมือเชิงพื้นที่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ 5. ให้ สพท.กำกับดูแล ติดตาม และรายงานผลการดำเนินงานภาพรวมของสถานศึกษามายัง สพฐ.อย่างต่อเนื่อง” นางภัทรวรรณ กล่าว.