อดีต สส.ปชป.โผล่หอศิลป์ จี้ กกต. สั่งฟ้อง สว. ลั่นอดีตต้านระบอบทักษิณ วันนี้ต้านระบอบสีน้ำเงิน

14 กันยายน 2569 เวลา 10:14 น.

14 กันยายน 2569 นางอานิก อัมระนันทน์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คิดว่าคนที่มาหอศิลปมาร่วมแสดงพลังกดดัน (หรือให้กำลังใจ?*) กกต.ในวันนี้ จำนวนมากมีจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน แต่จุดร่วมสำคัญคือ ใจรักประชาธิปไตย และความถูกต้อง // ดีใจได้พบตุ้มและเพื่อนๆ ชาว WoM และถ่ายรูปทำสัญลักษณ์ 3 นิ้ว (M/W) ข้างปาก (บอกต่อความจริง) ด้วยกัน …หลายปีก่อนร่วมกันต่อต้านระบอบทักษิณ วันนี้ร่วมกันต่อต้าน #ระบอบสีน้ำเงิน

ได้ถือโอกาสชมศิลปะที่หอศิลป์ไปด้วย ประทับใจสุดกับภาพรวมกลุ่มโดยเด็กๆ ผู้ด้อยโอกาส ทั้งแบบสีและขาวดำ

*ให้กำลังใจให้กรรมการ กกต. ให้กล้าหาญทำในสิ่งที่ถูกต้องตามหน้าที่ ..ส่วนตัวคิดว่าพวกเขาได้ติดตามฟังการเปิดเผยหลักฐานต่างๆ จากทั้ง ilaw และ Itim (ทีม ปชน.) รวมทั้ง “คำขู่ต่างๆ” จากคุณอภิสิทธิ์ (ปชป.) แล้ว ก็รู้ว่าควรสั่งฟ้อง แต่ก็เกรงใจและเกรงกลัวพวกที่จะถูกฟ้อง เลยน่าจะต้องใช้ความกล้าหาญที่จะทำในสิ่งที่ถูกที่ควร

#สั่งฟ้องสว #สั่งฟ้อง229

มท.4 รายงานนายกฯ คืบหน้าบรรจุ ขรก.ท้องถิ่นรอบที่ 4 แทนผู้ถูกเพิกถอนทุจริต ลั่น!สาวโกงสอบเข้าไม่จบแค่นี้ ขยายผลเรื่อยๆ

14 กันยายน 2569 เวลา 09:58 น.

“วรศิษฎ์”ขึ้นตึกไทยฯ รายงานนายกฯ คืบหน้าบรรจุ ขรก.ท้องถิ่นรอบที่ 4 แทนผู้ถูกเพิกถอนทุจริต เผย 17 ก.ย.ประชุม ก.กลาง เคาะกรอบเวลา ยันจะทำให้เร็วที่สุด ลั่น!สาวโกงสอบเข้าไม่จบแค่นี้ ขยายผลเรื่อยๆ

14 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ถึงความคืบหน้าการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างหลังจากมีการเพิกถอนผู้ทุจริต เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ว่า มารายงานเรื่องกรอบเวลาบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบที่ 4 สำหรับบุคคลที่รอเรียกบัญชีอยู่ ทั้งนี้ ตั้งใจว่า จะมีการเรียกบรรจุในช่วงเดือน ต.ค.โดยวันที่ 17 ก.ย.จะมีการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ซึ่งจะมีการนำเสนอรูปแบบกรอบเวลาให้กับ ก.กลาง ได้ดูด้วย และวันดังกล่าวจะมีการสรุปวันบรรจุ จะดำเนินการให้เร็วที่สุด เชื่อว่า ผู้ที่รอบรรจุอยู่รอมาหลายเดือนแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้นายกฯ ระบุเรื่องการตรวจสอบการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นจะไม่จบเพียงเท่านี้ จะสาวไปมากกว่านี้ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า มันไม่จบแค่นี้อยู่แล้ว เพราะในส่วนกระทรวงมหาดไทยที่ทำพยายามเร่งดึงคนที่สอบได้ด้วยความบริสุทธิ์กลับเข้าสู่ระบบโดยเร็วที่สุด และถอดคนที่มีคะแนนผิดปกติออกไปให้เร็วที่สุด ถือว่าเราเดินมาถึงจุดที่สำเร็จได้ในระดับหนึ่ง แต่ในส่วนการเอาผิดเรื่องของอาญา ไม่มีทางจบแค่นี้อยู่แล้ว อย่างที่เราเห็นเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา นายกฯได้มีการแถลงเพิ่มเติมเรื่องการริบทรัพย์ และระหว่างนั้นก็เห็นว่ามีการไปจับกุมเพิ่มเติมอยู่เป็นรายวัน ให้ทีมทำงาน ตำรวจ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ขยายผลออกไปเรื่อยๆ ดำเนินการกับคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

วัชรพงศ์ ออกโรงซัดกลับ อภิสิทธิ์ วิพากษ์ลือ คดีฮั้ว สว. ฉลองรอดแล้ว ควรมีวุฒิภาวะ-หลักฐานข้อเท็จจริง

14 กันยายน 2569 เวลา 09:57 น.

วัชรพงศ์ ออกโรงซัดกลับ อภิสิทธิ์ วิพากษ์ลือ คดีฮั้ว สว. ฉลองรอดแล้ว ควรมีวุฒิภาวะ-หลักฐานข้อเท็จจริง ไม่ใช่ใช้ปากตีกินเดินเกมหวังผลทางการเมือง-โหนกระแส พรรคส้ม รอ ส้มหล่น

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2569 นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กระแสข่าวคดีฮั้ว สว. ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) รอดหมดและมีการฉลองกันแล้วว่า ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ควรมีวุฒิภาวะและยึดถือข้อเท็จจริงมากกว่าการใช้ข่าวลือมาปั่นกระแสเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือหวังส้มหล่น และควรมีหลักฐานและแหล่งที่มาที่ชัดเจนว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไร ไม่ใช่ใช้การเดินเกมตีกินโหนกระแสตามพรรคประชาชนที่เล่นการเมืองด้วยการจับแพะชนแกะและปั้นน้ำเป็นตัว ขณะที่หัวหน้าพรรคประชาชน ก็ชวนคนลงถนน ไปกดดันองค์กรอิสระ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการเมืองในอดีตที่ผู้นำบางพรรคทิ้งสภาฯไปลงถนนจนนำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

“น่าผิดหวังไม่ว่าจะผ่านไปกี่สิบปี วิธีการทำงานทางการเมืองของนายอภิสิทธิ์ก็ยังคงเน้นการใช้ปากทำงาน มากกว่าการลงมือทำเช่นเดิมไม่เคยเปลี่ยน แม้จะพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วจากหลายการเลือกตั้งในอดีตมาแล้วก็ตามว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ” นายวัชรพงศ์ กล่าว

อนุทิน เปิดทำเนียบฯ คุย โทนี่ แบลร์ อดีตนายกฯ อังกฤษ ด้าน ผบ.ทร. ขึ้นตึกไทยฯ ขอบคุณไฟเขียวเรือฟริเกต

14 กันยายน 2569 เวลา 09:49 น.

อนุทิน เปิดทำเนียบฯ คุย โทนี่ แบลร์ อดีตนายกฯ อังกฤษ ด้าน ผบ.ตร. เผย ปราบนอมินีต่อเนื่อง ขณะที่ ผบ.ทร. ขึ้นตึกไทยฯ ขอบคุณไฟเขียวเรือฟริเกต

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2569 ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับนายโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ที่เดินทางมาร่วมงาน Gastech Bangkok 2026 โดยเข้าหารือเป็นการส่วนตัว มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เข้าร่วมด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหารือครั้งนี้เป็นการหารือแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี เพื่อเดินหน้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านเป็นพลังงานสะอาด ก่อนที่ในเวลา 10.00 น. นายกฯจะไปเป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษภายในงาน Gastech Bangkok 2026 ที่ศูนย์การประชุมไบเทคบางนา โดยมีผู้ผลิตก๊าซ LNG บริษัทพลังงานระดับโลก ผู้ซื้อ ผู้ค้า นักลงทุน ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมไปถึงพัฒนา AI และพลังงานคาร์บอนต่ำ เข้าร่วม

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เดินทางมาที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อพบนายกฯ เช่นกัน

โดยเวลา 08.27 น.พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เปิดเผยภายหลังการเข้าพบนายกฯ ว่า วันนี้ไม่ได้มารายงานอะไรเพียง แต่มาสวัสดีตามปกติ ส่วนการดำเนินการปราบปราม กลุ่มนอมินีต่างชาตินั้น ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุด และได้มอบนโยบายให้กับ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ใกล้เข้าสู่การเกษียณอายุราชการแล้ว ได้มีการส่งต่องานให้กับ ว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่แล้วใช่หรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันในเรื่องนโยบายหลายเรื่อง ทั้งที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปราม โดยเฉพาะเรื่องวัคซีนไซเบอร์ และหน่วยที่มีความสำคัญในด้านความมั่นคง ซึ่งได้พูดคุยกับ พล.ต.อ.สำราญเรียบร้อยแล้ว

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านั้นไม่นาน พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผช.ผบ.ทร. ได้เกินลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้าในเวลาไล่เลี่ยกับพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด

จากนั้นในเวลา 08.45 น. พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้เดินทางเข้ามายังตึกไทยคู่ฟ้าพร้อมกับเปิดเผยสั้นๆ ว่า มาพบนายกฯ เพื่อขอบคุณ

เมื่อถามย้ำว่า มาหารือกรณีการจัดซื้อเรือฟริเกตใช่หรือไม่ พล.ร.อ.ไพโรจน์ ตอบเพียงว่า “ครับผม”

เขย่าก่อนเริ่มประชุม กกต.! สมชัย เฉลยพยานรหัส 16 คือ เอกราช ช่างเหลา อดีตลูกพรรคภท.เคยให้การมัด เนวิน-อนุทิน-สส. บงการฮั้ว สว.

14 กันยายน 2569 เวลา 09:26 น.

เขย่าก่อนเริ่มประชุม กกต.! สมชัย เฉลยพยานรหัส 16 คือ เอกราช ช่างเหลา อดีตลูกพรรคภท.เคยให้การมัด เนวิน-อนุทิน-สส. บงการฮั้ว สว. ชี้เข้าข่าย ผิดม.76 ก่อนกลับลำ เพื่อปูทางสู่มติกกต.วันนี้ช่วย 21+1 ไม่ผิด

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความก่อนการประชุมกกต.เพื่อพิจารณาลงมติคดีฮั้ว สว. 229 คน โดยเปิดชื่อของพยานรหัสที่ 16 ที่มีหนังสือถึงประธานกกต. ขอกลับคำให้การที่เคยให้ไว้กับคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ว่าพรรคภูมิใจไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือกสว. ว่า คือนายเอกราช ช่างเหลา โดยนายสมชัย ระบุว่า

พยานรหัส 16 คือใคร ทำไมต้องปล่อยเอกสารกลับคำให้การในโค้งสุดท้าย 3 วันก่อนการลงมติ

1. พยานรหัส 16 คือใคร พลิกดูละเอียด ในรายงานการประชุม อนุ ฯ ชุด 36 พบว่า บางช่วงของการบันทึก มีวงเล็บชื่อพยานรหัส 16 ว่า เอกราช ช่างเหลา

สืบค้นจากเอไอ ได้ความว่า

“เอกราช ช่างเหลา เป็นนักการเมืองจากจังหวัดขอนแก่น อดีต ส.ส. และอดีตผู้บริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น” ในการเลือกตั้งปี 2566 ได้รับเลือกเป็น ส.ส.ขอนแก่น เขต 4 พรรคภูมิใจไทย

ต่อมาเมื่อ 17 เมษายน 2568 ศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาจำคุก 5 ปี 93 เดือน และให้ชดใช้เงินแก่สหกรณ์ประมาณ 405 ล้านบาท จากนั้นวันที่ 18 เมษายน 2568 พรรคภูมิใจไทยมีมติให้พ้นจากสมาชิกพรรค

ซึ่งข้อมูลจากการสืบค้น พบว่า ตรงกับที่ระบุในรายงานการประชุม อนุ ฯ ชุด 36 ที่ว่า “เป็น อดีต สส.ของพรรคภูมิใจไทย เมื่อถูกขับออกจากพรรคก็มาให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อพรรค ต่อมาได้มีหนังสือขอกลับคำให้การทั้งหมดที่ตนให้ไว้” และ “จึงมีข้อพิจารณาถึงความน่าเชื่อของพยานรายนี้ โดยเห็นว่าไม่น่าเชื่อถือ”

2. ทำไมต้องมาปล่อยเอกสารหลุดในโค้งสุดท้าย คำตอบ คือ คำให้การส่วนใหญ่ของพยานรหัส 16 เป็นการพาดพิง สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ที่ระบุว่า มีการประชุมกันที่สำนักงานพรรค ระหว่างวันทึ่ 16 มิถุนายน 2567 ถึงวันที่ 26 มิถุนายน 2567 หลังการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด และพบเห็น สส. กรรมการบริหารพรรค และนายเนวิน ชิดชอบ เข้าร่วมประชุม และ การประชุมของ สว. ที่โรงแรมคิงพาวเวอร์ โนโวเทล (ซอยรางน้ำ) เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 พบเห็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ สส. พรรค มาที่โรงแรม และพบนายเนวิน ชิดชอบ ในห้องประชุมใหญ่

คำให้การของ พยานรหัส 16 ในครั้งแรกก่อนกลับการให้การ จึงเป็นเรื่องการที่ ฝ่ายการเมือง ได้แก่ สส. กรรมการบริหารพรรค รัฐมนตรี กระทำความผิด ตาม มาตรา 76 วรรคแรก ของ พ.ร.ป. สว.

เมื่อมีการกลับคำให้การ ว่า ถูกชายไม่ทราบชื่อ บังคับข่มขู่ และ เลขาธิการ กกต. ลงความเห็นว่า ไม่น่าเชื่อถือ จึงอาจเป็นการปูเรื่องไปสู่มติ กกต. ในวันนี้ว่า 21+1 คน ที่ อยู่ใน สำนวนชุด 26 ไม่เป็นความผิด

มติในวันนี้ จึงมีข่าวลือออกมาก่อนว่า ยกคำร้องทั้งหมดในส่วนฝ่ายการเมืองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 76 วรรคแรก อ๋อ หรือยังครับ”

จับตา! กกต. ถกเดือดวันนี้ ชี้ชะตาลงมติคดีฮั้ว สว. 229 คน ก่อนเปิดห้องแถลงบ่าย 3

14 กันยายน 2569 เวลา 08:46 น.

14 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมจัดการประชุมนัดสำคัญเพื่อพิจารณาลงมติสำนวนการไต่สวนคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 229 คน โดยมีกำหนดการและรายละเอียดสำหรับสื่อมวลชนและผู้สนใจ ดังนี้

เวลา 10.00 น. : กกต.เริ่มประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณาลงมติคดีดังกล่าว

เวลา 15.00 น. : แถลงข่าวผลการพิจารณาอย่างเป็นทางการ ณ ห้องประชุม 201 อาคารสำนักงาน กกต.

แนวทางปฏิบัติสำหรับสื่อมวลชน

สื่อมวลชนที่ลงทะเบียนไว้ : สามารถรับบัตรเข้าห้องประชุม 201 ได้ตั้งแต่เวลา 13.30 น.เป็นต้นไป บริเวณประตูทางเข้าสำนักงาน กกต. ประตู 1 (ทิศตะวันออก)

สื่อมวลชนที่ไม่ได้ลงทะเบียน : สามารถติดตามการถ่ายทอดสดการแถลงข่าวผ่านระบบโทรทัศน์วงจรปิด ซึ่งจัดเตรียมไว้บริเวณภายนอกสำนักงาน กกต. ประตู 1 (ทิศตะวันออก)

เริ่มแล้ว! ขบวนการเอาคืน คนสอบคดีฮั้ว สว.

14 กันยายน 2569 เวลา 08:23 น.

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2569 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง และอดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เริ่มแล้ว!!!ขบวนการเอาคืน คนสอบคดีฮั้วส.ว.

สำหรับความเคลื่อนไหวของคดีฮั้วส.ว. หลังจากกลุ่มไอลอว์และคณะทำงานวิปฝ่ายค้าน ได้ออกมาเคลื่อนไหวเปิดโปงเอกสารที่เกี่ยวกับคดีฮั้วส.ว.มาตามลำดับ ตั้งแต่เปิดรายชื่อ 229 คน พฤติกรรมการจ่ายเงิน การใช้โทรศัพท์ การใช้เครือข่ายในการฮั้วการเลือกตั้ง รวมไปถึงสถานที่นัดประชุม และเอกสารที่เกี่ยวกับการฮั้วส.ว.หรือโกงส.ว.เป็นจำนวนมาก

จนมาถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวาระการพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ของรัฐบาล จะเห็นมีการตอบโต้กันในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างพรรคฝ่ายค้าน2พรรคคือ สมาชิกพรรคประชาชนและสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ตอบโต้กันไปมากับสมาชิกของพรรคภูมิใจไทย ที่ทำหน้าที่ปกป้องคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ที่ถูกอภิปรายพาดพิงในสภาผู้แทนราษฎร

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ฝ่ายกกต.และฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคภูมิใจไทย ได้เปิดประเด็นตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน เห็นได้จากการอภิปรายของนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ออกมาแก้ข้อกล่าวหาให้กับอนุกรรมการชุดที่ 36 และยังพูดต่อไปว่า อาจจะมีเซอร์ไพรส์ในวันที่ 14 กันยายนนี้ก็ได้

หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีเอกสารหลุดออกมา เป็นหนังสือเกี่ยวกับการกลับคำให้การของพยานรหัส16 ซึ่งเป็นอดีตส.ส.พรรคภูมิใจไทย ว่าการให้การต่อคณะกรรมการสอบสวน เพราะได้รับการข่มขู่ จนทำให้การวิเคราะห์กันว่า การปล่อยข่าวเรื่องการกลับคำให้การของพยาน น่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พยานของอนุกรรมการชุดที่ 26 ขาดความน่าเชื่อถือ อาจเป็นสาเหตุทำให้มติของคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ยกคำร้องทั้งหมด คือไม่ฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีฮั้วส.ว.

จนล่าสุดมีกระแสข่าวว่า ฝ่ายรัฐบาลหรือพรรคภูมิใจไทย หรือกกต. กำลังเล่นงานเอาคืนการทำหน้าที่ของอนุกรรมการ 26 โดยมีการยื่นสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการระดับผู้อำนวยการ หรือผอ.ของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนวนคดีฮั้วส.ว. โดยอ้างสาเหตุการร้องเรียนว่า ผอ.คนนี้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ หรือเป็นหนึ่งในอนุกรรมการชุดที่ 26 และมีข้อกล่าวหาว่าข่มขู่พยาน และสร้างหลักฐานเท็จ เนื่องจากพยานที่เป็นนักการเมืองระดับชาติ ได้หนังสือถึงประธานกกต. ขอกลับคำให้การ และอีกข้อกล่าวหาหนึ่งคือ มีการคัดลอกสำนวน หรือปล่อยเอกสารในการสอบสวนให้กับบุคคลภายนอก และประเด็นสุดท้ายคือ มีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองหรืออดีตบิ๊กดีเอสไอ หรือข้าราชการของดีเอสไอในอดีต ที่ลงสมัครส.ว.ด้วย จึงทำหน้าที่ในการช่วยเหลือและเล่นงานกกต.และพรรคภูมิใจไทย

แม้ว่าวันนี้(วันที่ 14 กันยายน 2569) ไม่ว่าคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) จะมีมติออกมาเช่นใดก็ตาม แต่เชื่อว่าขบวนการเอาคืนอนุกรรมการชุดที่ 26 จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ต้องจับตาดูว่า จุดจบของคดีฮั้วส.ว. ระหว่างอนุกรรมการชุดที่ 26 กับอนุกรรมการชุดที่ 36 ใครจะโดนเล่นงานมากกว่ากัน”

จุดยืนถูก แต่ยืนผิดที่ ปู จิตกร สะกิด เนเน่ รัดเกล้า เจ้าตัวโผล่เคลียร์ ยันไปหอศิลป์เชิงสัญลักษณ์ ต้านฮั้ว สว.

14 กันยายน 2569 เวลา 08:12 น.

14 กันยายน 2569 จากกรณีที่วานนี้ (13 ก.ย.) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาร่วมกิจกรรมกับทางกลุ่มไอลอว์ ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมประชุมและลงมติคดีฮั้ว สว.ในวันที่ 14 ก.ย.ว่า จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์คือเชื่อว่าประเทศไทยต้องขับเคลื่อนด้วยระบอบประชาธิปไตย ซึ่ง กกต.เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญและเป็นหัวใจในการปกป้องประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบ แต่วันนี้เราเห็นกันแล้วว่าการทำงานของ กกต.ไม่ได้เป็นที่ยอมรับของประชาชน โดยผลสำรวจของสถาบันพระปกเกล้า ล่าสุดพบว่า ในบรรดาองค์กรอิสระทั้งหมด กกต.เป็นองค์กรที่ประชาชนเชื่อมั่นในความโปร่งใสต่ำที่สุด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าวประกอบ : รัดเกล้า จี้ กกต. ส่ง คดีฮั้ว สว. ให้ศาลฯ ชี้ต้องฟื้นศรัทธา ปชช. เตือนหากยังฝืนระวังเจอ ม. 157)

ล่าสุด ปู จิตกร บุษบา พิธีกรชื่อดัง ออกมาโพสต์ถึงกรณีดีงกล่าวว่า “จุดยืนถูก แต่ยืนผิดที่”

ต่อมา นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี เข้าโพสต์ในคอมเมนต์ ว่า ขออนุญาตชี้แจงค่ะพี่ปู

เนเน่ไม่ได้ไปเดินตาม iLaw ค่ะ ไปที่หอศิลป์ในเชิงสัญลักษณ์เฉยๆ เพราะ แต่ไหนแต่ไร เนเน่ก็ต่อต้านกระบวนการใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อการที่ประเทศไทยจะมีหลปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาโดยตลอดค่ะ

ซึ่ง เนเน่เชื่อว่ากรณี #ฮั้วสว คือหนึ่งในนั้น… หากเราปล่อยเรื่องนี้ให้ลอยนวล คำว่า “ประชาธิปไตย” ในประเทศไทยคงเป็นเพียงแค่คำพูดค่ะ

ปล. ไม่ว่าจะเป็น iLaw หรือใครก็ตาม หากกระทำผิดทางกฎหมาย หากขายชาติ หากประสงค์ร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ …เนเน่ก็จะออกมาต่อสู้ ให้ผู้มีอำนาจและรัฐบาลจัดการเรื่องเหล่านี้ให้เด็ดขาดแน่นอนค่ะ จุดยืนตรงนี้ มั่นคง ไม่มีวันเปลี่ยน อย่างแน่นอนค่ะ

รักและเคารพพี่ปูเสมอไปค่ะ

ขณะที่มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อาทิ “ตรงไหนที่คือการเเสดงออกในประเด็นที่ต้องการเสนอ คือที่ที่ถูกต้องค่ะ , ขุด!! น้องเนเน่ เคยถ่ายรูป เซลฟี่ คู่พิธาลงไอจี เอาไงดีฮะ , มั่นใจใน ปชป , คำคมวันนี้ แต่ก็เกิดความคิดว่าแล้วทำไมไม่ยืนให้ถูกที่ , น่าจะมีปุ่ม ไม่ไลค์ , หลักการไม่ก้มหัวให้ความไม่เป็นธรรมและทุจริต ควรแสดงออกให้ชัดเจนและคนรับรู้ จะยืนอยู่ตรงไหนไม่สำคัญ หลักการหนักแน่น ไม่หวั่นไหว คือสิ่งที่ต้องยึดมั่น เนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรี วิธีการสามารถแตกต่างได้ค่ะ อย่าท้อแท้ค่ะ , มั่นใจประชาธิปัตย์ค่ะ , เห็นด้วยครับ ! ,

วันข้างหน้าอาจต้องร่วมมือกัน แต่เชื่อใจคุณอภิสิทธิ์คงต้องคุยในหลักการการทำงานด้วย มันมีอยู่แค่นี้เองแต่คงไม่ร่วมเขียวแน่นอน , ต้องรีบกระโดดออกมานะครับ บริเวณรอบๆอาจมีเปลวไฟน้อยๆกำลังจะลุกโชนขึ้น 555 , เหยียบเรือสองแคม , ต้องให้ ปชป ไปยืนที่ไหนถึงจะเรียกว่า ยืนถูกที่ ครับ? , ทำท่าจะฟื้นตอนได้มาร์คกลับมา แต่หลังจากนั้นคือเหี้ยลงทุกวัน , ชัดเจนเลยค่ะ น่าผิดหวังจริงๆ , ยืนตรงไหนก็ได้ที่ถูกต้อง , อคติบังตา เกลียดฝั่งหนึ่ง…เสียจนมองโจรเป็นพระอรหันต์ บอดที่ใจ เห็นไปเพียงใด ไม่มีวันงาม … น่ามสาน , ไม่ถูกที่ถูกทางมานานแระ.. เป็นต้น

เปิด 3 แนวทางสางคดีฮั้ว สว. 67! “วัส ติงสมิตร” ชี้ช่อง กกต. ต้องแยกคดีเลือกตั้ง-อาญา-ยุบพรรคให้ชัดเจน

14 กันยายน 2569 เวลา 08:06 น.

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงทรรศนะถึงแนวทางการพิจารณาคดีทุจริตฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหาถึง 229 ราย โดยระบุว่าหากตนดำรงตำแหน่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะตัดสินคดีนี้บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และข้อกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา เพื่อกอบกู้ศรัทธาของประชาชนและรักษาความโปร่งใส

พฤติการณ์ที่เข้าข่ายการทุจริต

นายวัส ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 ราย ซึ่งรวมถึง สว. ปัจจุบัน 136 คน (หักผู้ที่ถูกศาลเพิกถอนสิทธิไปแล้ว 2 คน) กรรมการบริหารพรรค และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง มีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 62 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 โดยสามารถแบ่งพฤติการณ์ออกเป็น 4 ลักษณะ ได้แก่

  • การตั้งนอมินี การลงสมัครโดยไม่มีเจตนาเป็น สว. แต่ทำเพื่อรับผลประโยชน์แลกกับการโหวตตามโพย
  • การจูงใจด้วยทรัพย์สิน การจัดหาเงิน ค่าเดินทาง หรือที่พัก เพื่อซื้อเสียงผู้สมัคร
  • การแทรกแซงทางการเมือง การที่นักการเมืองหรือพรรคการเมืองเข้ามาจัดระบบช่วยเหลือผู้สมัคร
  • การสมยอมคะแนน (Block Vote) การตกลงแลกเปลี่ยนคะแนนกันเองจนเกิดความผิดธรรมชาติ

เสนอหลักการพิจารณา 3 แนวทาง

เพื่อความถูกต้องตามหลักกฎหมาย นายวัสเสนอให้ กกต. แยกลักษณะคดีออกจากกันอย่างเด็ดขาด ดังนี้

  • คดีเลือกตั้ง หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อ ศาลฎีกา โดยตรง ซึ่งจะส่งผลให้ สว. ที่ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที และหากศาลตัดสินว่าผิดจริง สมาชิกภาพจะสิ้นสุดลง
  • คดีอาญา ควรส่งสำนวนให้อัยการหรือพนักงานสอบสวนดำเนินการฟ้องต่อศาลอาญา เพื่อเอาผิดตามมาตรา 76, 77, 79 และ 81 ซึ่งมีทั้งโทษจำคุก สูงสุด 10 ปี โทษปรับ และการเพิกถอนสิทธิทางการเมืองสูงสุด 20 ปี
  • คดียุบพรรค ไม่ควรนำมาพิจารณาปะปนกับคดีฮั้ว สว. หากนายทะเบียนพรรคการเมืองยังไม่ได้ตั้งเรื่องขึ้นมาตามขั้นตอน ก็ต้องแยกไปดำเนินการตามกฎหมายพรรคการเมืองต่างหาก

นายวัสเน้นย้ำในตอนท้ายว่า การตัดสินใจของ กกต. ในคดีนี้ ถือเป็นจุดวัดใจครั้งสำคัญที่จะสะท้อนถึงความรับผิดชอบขององค์กรอิสระ และเป็นตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือของระบบการเลือกตั้งไทย

9 ล้านคำสั่ง! 1.5 ล้านผู้ใช้! ภูมิใจไทยโชว์สถิติ TH-AI Passport ดันคนไทยสู่โลกดิจิทัล

14 กันยายน 2569 เวลา 07:29 น.

พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยสถิติความสำเร็จล่าสุดของแพลตฟอร์ม TH-AI Passport โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยระบุว่าตัวเลขการเข้าใช้งานและการเรียนรู้เติบโตอย่างก้าวกระโดด สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของคนไทยที่พร้อมปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล

ทางพรรคได้เปิดเผยข้อมูลสถิติการใช้งานที่สำคัญบนแพลตฟอร์ม ดังนี้

  • ผู้ใช้งานลงทะเบียน: ทะลุ 1,524,053 คน
  • การสั่งงาน AI (Prompt): สูงถึง 9,100,913 คำสั่ง
  • ผู้ใช้งาน (ระดับสร้างสรรค์): จำนวน 621,006 คน
  • บทเรียนที่เรียนจบ: รวมทั้งสิ้น 1,194,917 บทเรียน
  • คอร์สที่เรียนจบ: จำนวน 198,593 คอร์ส
  • การออกใบประกาศนียบัตร (Certificate): ออกแล้ว 144,879 ฉบับ

จากสถิติดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความสนใจอย่างล้นหลามของประชาชน ในการเรียนรู้และนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การพัฒนาระบบการทำงาน รวมถึงการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

พรรคภูมิใจไทย ระบุทิ้งท้ายว่า โครงการ TH-AI Passport จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่แพลตฟอร์มสำหรับการเรียนรู้ AI เท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขยายโอกาสให้คนไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI ตลอดจนช่วยยกระดับทักษะทางดิจิทัลของประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม