เปิดบ้านแห่งสติ จากเรื่องไกลตัวสู่ทักษะสำคัญของชีวิตยุคปัจจุบัน

เปิดบ้านแห่งสติ จากเรื่องไกลตัวสู่ทักษะสำคัญของชีวิตยุคปัจจุบัน

เปิดบ้านแห่งสติ จากเรื่องไกลตัวสู่ทักษะสำคัญของชีวิตยุคปัจจุบัน

วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ในวันที่โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน ความเครียด ความกดดัน และสิ่งที่เข้ามากระทบใจอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา คำว่า “ตั้งสติ” จึงไม่ใช่เพียงคำเตือนให้ใจเย็นลงชั่วขณะ แต่เป็นทักษะสำคัญของชีวิตที่มนุษย์ สามารถฝึกฝนและนำไปใช้ได้จริง

ด้วยความเชื่อว่า “สติ” คือ ทักษะที่ฝึกได้ มด–ดุษฎี ตันเจริญ และ หลิน–อุบลวรรณ ขอถาวรวงศ์ จึงนำองค์ความรู้ด้านการฝึกสติในแนวทาง MRP หรือ Mind Retreat Program ซึ่งทั้ง 2 ท่าน ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้นี้จาก พระอาจารย์ธนดิตถ์ ธัมมนันโท หรือ Master T. แห่งมูลนิธิปิยโปฎก มาพัฒนาต่อยอดสู่ House of MRP พื้นที่แห่งการเรียนรู้และฝึกสติสำหรับคนยุคปัจจุบันที่ถึงแม้จะมีรากฐานมาจากสติปัฏฐานสูตร แต่ได้ผ่านการถอดรหัสออกมาเป็นโปรแกรมการฝึกที่ไม่ได้มีการยึดโยงกับศาสนา มีความเป็นกลาง เป็นทักษะที่มีการวางหลักสูตรเป็นขั้นเป็นตอน

House of MRP จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับการเรียนรู้เรื่องสติ แต่เป็นพื้นที่ที่ออกแบบขึ้นเพื่อทำให้การฝึกสติเข้าใจง่าย เข้าถึงได้ และนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งในมิติของการทำงาน ความสัมพันธ์ การรับมือกับความเครียด และการค้นหาความสุขที่ยั่งยืนจากภายใน

MRP เป็นโปรแกรมการฝึกสติที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาจนเป็นระบบการฝึกที่มีโครงสร้างชัดเจน โดยเชื่อมโยงหลักการเจริญสติเข้ากับภาษาที่คนยุคใหม่เข้าใจได้ง่ายขึ้น หนึ่งในหัวใจสำคัญของ MRP คือสมการ O + B = PP โดย O หมายถึง Observer Base หรือ ฐานของจิตผู้สังเกตการณ์ , B หมายถึง Breath หรือลมหายใจและชีพจร และ PP หมายถึง Problem Point หรือจุดปัญหาที่เข้ามากระทบใจในชีวิตประจำวัน

หลักการนี้สะท้อนว่า เมื่อผู้ฝึกสามารถวางจิตให้อยู่ในฐานะ “ผู้สังเกต” กลับมาอยู่กับลมหายใจ และรับรู้สภาวะภายในได้ทัน สิ่งที่เข้ามากระทบใจจะไม่จำเป็นต้องกลายเป็นแรงเหวี่ยงทางอารมณ์เสมอไป แต่สามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการมองเห็นตัวเองอย่างชัดเจนขึ้น

อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญของ MRP คือ ประโยคที่ว่า “Mental clarity is not a trait. It is a system.” หรือ แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “จิตใจที่มีความกระจ่างชัดเจน ไม่ใช่พรสวรรค์ แต่เป็นระบบที่เราสามารถฝึกฝนและออกแบบได้”

แนวคิดนี้เป็นแกนสำคัญของ House of MRP เพราะการมีสติไม่ใช่พรสวรรค์ของคนบางกลุ่ม และไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นระบบการฝึกที่ค่อยๆ พัฒนาผ่านประสบการณ์ตรง การรู้ลมหายใจ การเห็นความคิด การรับรู้อารมณ์ และการกลับมาอยู่กับปัจจุบันอย่างเป็นกลาง

ในการเปิดบ้าน House of MRP ครั้งนี้ นอกจากการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ มูลนิธิปิยโปฎก แล้ว ยังมีการเสวนาและแบ่งปันประสบการณ์จากผู้ที่ได้นำการฝึกสติไปใช้จริงในชีวิต โดยผู้ร่วมพูดคุย ได้แก่ เฟื่องลดา–สรานี สงวนเรือง, แม่ชีจุ๊ย–ชื่นชีวัน วงษ์เสรี และ หวาน–ชัญญา อุดมพร

เฟื่องลดา–สรานี สงวนเรือง เจ้าของ Flourish Digital หรือ รู้จักในฐานะ “นางฟ้าไอที” แบ่งปันมุมมองจากชีวิตของคนทำงานยุคดิจิทัล ที่คุ้นเคยกับความเร็วและความสำเร็จ เธอเล่าว่า ในช่วงหนึ่งของชีวิต เธอเคยวิ่งไล่ตามความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าความสำเร็จ คือ เป้าหมายสูงสุดของชีวิต แต่เมื่อไปถึงจุดหนึ่งกลับพบว่าภายในยังมีความว่างเปล่า การได้ฝึกสติกับ MRP ทำให้เริ่มกลับมาฟังเสียงภายในของตัวเองมากขึ้น และตั้งคำถามว่า “Voice” ที่แท้จริงของตัวเองคืออะไร สำหรับเธอ การฝึกสติจึงไม่ใช่การหยุดใช้ชีวิตหรือถอยออกจากโลก แต่คือการกลับมาเข้าใจตัวเองให้ชัดขึ้น ท่ามกลางโลกที่ยังต้องเดินหน้าอย่างรวดเร็ว เธอยังสะท้อนประเด็นที่น่าสนใจในยุค AI ว่า แม้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และ AI สามารถช่วยมนุษย์ได้หลายด้าน แต่สิ่งที่มนุษย์ยังต้องพัฒนาด้วยตัวเอง คือ “Wisdom” หรือปัญญาภายใน ซึ่งเกิดจากการรู้เท่าทันตัวเองและการมีสติในการใช้ชีวิต

ด้าน แม่ชีจุ๊ย–ชื่นชีวัน วงษ์เสรี ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ Globish ถ่ายทอดประสบการณ์จากโลกสตาร์ทอัป ซึ่งเต็มไปด้วยการแข่งขัน ความเร็ว และแรงกดดัน เธอเล่าว่า เคยมีช่วงที่ความเครียดจากงานมาก จนส่งผลต่อร่างกายและจิตใจอย่างชัดเจน ซึ่งกลายจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้กลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า แท้จริงแล้วชีวิตต้องการอะไร สำหรับแม่ชีจุ๊ย การฝึกสติไม่ใช่การหนีโลก แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับทุกอย่างอย่างเข้าใจและวางใจมากขึ้น สำหรับแม่ชีจุ๊ยแล้ว สติ คือ การลงรายละเอียดในชีวิต เป็นพื้นฐานของการรู้จักตัวเอง และเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายมากขึ้น และเธอยังเชื่อมโยงการฝึกสติกับโลก AI ได้อย่างน่าสนใจว่า เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปไกลขึ้น มนุษย์ยิ่งต้องกลับมาถามตัวเองให้ชัดว่า เราจะมีชีวิตไปเพื่ออะไร และจะใช้ปัญญาภายในของตัวเองอย่างไรในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ หวาน–ชัญญา อุดมพร เจ้าของเพจ Vegan Calendar และหนึ่งในผู้ร่วมริเริ่ม MRP ถ่ายทอดมุมมองของคนที่เคยใช้ชีวิตด้วยความเร็ว คิดเร็ว ทำเร็ว และทันเหตุการณ์ตลอดเวลา เธอเล่าว่า จุดเริ่มต้นของการฝึกสติเกิดขึ้นในช่วงที่เริ่มอยากใช้ชีวิตให้ช้าลง และกลับมาอยู่กับตัวเองมากขึ้น เธอกล่าวว่า MRP เป็นโปรแกรมที่ทำให้เธอเข้าใจคำว่า “สติ” ผ่านประสบการณ์ตรง จากเดิมที่ไม่เคยศึกษาด้านจิตใจอย่างจริงจัง การฝึกสติทำให้เธอรู้ทันอารมณ์ของตัวเองมากขึ้น กลับมาอยู่กับปัจจุบันได้ดีขึ้น และตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้นในชีวิตประจำวัน

สำหรับ หลิน–อุบลวรรณ ขอถาวรวงศ์ ในฐานะมาสเตอร์ของ MRP นั้น เธอกล่าวว่า สติเปรียบเหมือน “เบรกมือ” ของชีวิต เพราะคนเราต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเดินหน้า เมื่อไหร่ควรหยุด และเมื่อไหร่ควรวางใจให้อยู่กับปัจจุบัน เธออธิบายว่า การฝึกสติทำให้มองเห็นธรรมชาติของชีวิตตามความเป็นจริง เห็นว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่มีอะไรที่ควบคุมได้ทั้งหมด และไม่มีอะไรอยู่กับเราไปตลอดกาล

หลิน ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า MRP ไม่ได้มองการฝึกสติเป็นเพียงการแสวงหาความสงบหรือการพักใจชั่วคราว แต่เป็นทักษะที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เปรียบเหมือนระบบความปลอดภัยภายในใจ เมื่อเราฝึกจนเกิดความมั่นคง เราจะสามารถรับมือกับปัญหาหรือแรงกระทบต่างๆ ได้ดีขึ้น เหมือนนักกีฬาที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถรับลูกที่เข้ามาได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าลูกนั้นจะเร็วหรือแรงเพียงใด

House of MRP จึงต้องการส่งต่อการฝึกสติไปยังคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Young Entrepreneur และ New Leader ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีศักยภาพในการสร้างความเปลี่ยนแปลง แต่ขณะเดียวกันก็อยู่ท่ามกลางความเครียดและแรงกดดันสูง เพราะก่อนที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคมหรือโลกภายนอกได้อย่างมั่นคง การเปลี่ยนแปลงภายในคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ

สำหรับ House of MRP ความสุขที่ยั่งยืน หรือ Lasting Happiness ไม่ได้หมายถึงความสุขที่เกิดจากการได้ทุกอย่างตามต้องการ แต่คือความสามารถในการวางใจอยู่กับปัจจุบันอย่างเป็นกลาง แม้ชีวิตจะยังมีความไม่แน่นอน ความเปลี่ยนแปลง และปัญหาเข้ามากระทบ เพราะในท้ายที่สุด การฝึกสติอาจไม่ใช่การทำให้ชีวิตไม่มีปัญหา แต่คือการทำให้เรามีพื้นที่ภายในมากพอที่จะมองเห็นปัญหา เห็นตัวเอง และกลับมาอยู่กับปัจจุบันได้ชัดเจนขึ้นอีกครั้ง

ติดตามเรื่องราวของ House of MRP หรือ บ้านแห่งสติ ได้ที่ www.HouseofMPR.com หรือ FB/IG : House of MRP

คุณแหน: วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569

คุณแหน: วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569

คุณแหน: วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569

วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

II ขอแสดงความยินดีกับ รุ่งเรือง กิจผาติ ในโอกาสที่ มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ดำรงตำแหน่ง ” เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ” เมื่อ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา…

II ดีใจด้วยกับ ผู้บริหาร โรงแรมศิวาเทล ถ.เพลินจิต ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในGreen Hotel จาก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม…

II ข้าราชการเกษียณ พรทิพย์ สาริกบุตร บายโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60-40 เพราะไม่อยากเปลี่ยนโทรศัพท์ที่ตกรุ่น ซึ่งเป็นเครื่องที่เพื่อนรักมอบไว้ให้ก่อนจากไป…เหตุผลใช้ได้ แต่หากเก่ามาก คงต้องทำใจ เพราะต่อไปก็ต้องเปลี่ยนให้ทันสมัยอยู่ดี…

II ขอเป็นกำลังใจให้ ฟองสนาน จามรจันทร์ ที่ต้องดูแลคู่ชีวิต คุณหนุ่ย ที่ป่วยไข้ไม่สบาย โดยได้รับความช่วยเหลือจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนได้พาไปแอดมิดที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นที่เรียบร้อย…

II หมอศัลยกรรมชื่อดัง หมอสอง – นพ.นพรัตน์ รัตนวราห พา มาดาม ออน-สมฤทัย ภรรยาไปเที่ยวสหรัฐฯ ระหว่างนี้ โดยมอบหน้าที่ดูแล goddess of love -เทพีแห่งความรัก “น้องเฟรญานา” ลูกสาววัย 6 เดือนให้ญาติผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ดูแลแทนที่เมืองไทยชั่วคราว…

II ไม่มีรูปหวานมานาน จนกองเชียร์ข้างๆ คิดว่าคู่คนรักที่โลกอิจฉาเลิกรากันไปแล้ว ปรากฏความจริงที่ว่า ผศ.นพ.สิระ กอไพศาล หรือ หมอปิแอร์ กับ ผู้ประกาศข่าวหนุ่มช่อง 3 ไก่-ภาษิต อภิญญาวาท ยังคงยืนกราน รักหวานเหมือนเดิม…เพื่อนๆไม่ต้องแอบเป็นห่วง…

II ใจหายและเสียใจด้วยกับญาติมิตร ในการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ศัลยแพทย์กระดูกคนดี นพ.ณพล สินธุวนิช แห่ง โรงพยาบาล ข้อดีมีสุข (kdms) พิธีสวดพระอภิธรรม จัดในวันที่ 28-31 พ.ค. 18.30 น.ที่ศาลา 9 วัดสุทธิวราราม และกำหนดพิธีฌาปนกิจ 1 มิ.ย. 14.00 น…

II พิธีสวดพระอภิธรรมศพ ศุภชัย ยุวบูรณ์ อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย วันที่ 29 พ.ค.-1 มิ.ย.18.00 น.(วันที่ 31 พ.ค.งดสวด) ณ ศาลา 5 วัดโสมนัสราชวรวิหาร และพระราชทานเพลิงศพ วันที่ 2 มิ.ย.14.00 น…

II ชีวิตดี๊ดี น่าดีใจด้วย อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ บอกว่า ตอนนี้มีความสุขกับการอยู่บ้านเล็กๆ ตื่นเช้ามาไม่ต้องหาเงิน ไม่ต้องมีโปรแกรม อยากไปไหนก็ไป…ความสุขอยู่ไม่ไกล อยู่ที่ใจของตัวเราเอง…

II กำหนดเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม.คนใหม่ คือ วันที่ 28 มิ.ย.69 โดยปีนี้ มีผู้สมัครที่มีสีสันโดดเด่นให้เลือกหลายคน อาทิ ดร.โจ – ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ,อนุชา บูรพชัยศรี , ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ,ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี , พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช และเจ้าเก่า คนดี-คนเดิม ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ฯลฯ…ซึ่งคนหลัง ผลโพลหลายสำนักว่า โดดเด่นที่สุด หรือที่เรียกว่า”นอนมา” แต่เจ้าตัวตอบ”ไม่ได้นอนมา แต่ขี่จักรยานมา” และเมื่อถูกถามว่า “หากได้เป็น ผู้ว่า กทม.จะทำอะไรก่อน” อดีตผู้ว่า กทม. ตอบว่า”ก็จะเป็นผู้ว่าฯติดดินเหมือนเดิม”…ได้ยินแล้ว ปลื้มแทนคน กทม.จริงๆ !!

บารอนเนส

BDMS ขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพแบบเน้นคุณค่า Value-Based Healthcare สู่มาตรฐานสากล ICHOM ด้วยผลลัพธ์การรักษาที่สำคัญต่อผู้ป่วยอย่างยั่งยืน

BDMS ขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพแบบเน้นคุณค่า Value-Based Healthcare สู่มาตรฐานสากล ICHOM ด้วยผลลัพธ์การรักษาที่สำคัญต่อผู้ป่วยอย่างยั่งยืน

BDMS ขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพแบบเน้นคุณค่า Value-Based Healthcare สู่มาตรฐานสากล ICHOM ด้วยผลลัพธ์การรักษาที่สำคัญต่อผู้ป่วยอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.39 น.

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการดูแลสุขภาพแบบเน้นคุณค่า (Value-Based Healthcare) หลังจากโรงพยาบาลในเครือได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ICHOM จาก International Consortium for Health Outcomes Measurement องค์กรระดับโลกผู้พัฒนามาตรฐานการวัดผลลัพธ์การรักษาที่สำคัญต่อผู้ป่วย (Patient Outcomes) โดยมุ่งเน้นให้ “ผู้ป่วย” เป็นศูนย์กลางของการดูแลและการประเมินผลลัพธ์ทางสุขภาพ  ทั้งระยะก่อน ระหว่าง และหลังการรักษา เพื่อยกระดับคุณภาพการรักษาและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

สำหรับโรงพยาบาลในเครือ BDMS มีจำนวนทั้งหมด 18 โรงพยาบาลที่เตรียมขอรับรองมาตรฐานสากล ICHOM โดยมีโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรอง ICHOM Level 1 (ไตรมาส 1 ปี 2569) ดังนี้  โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure)  โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure)  โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล ด้านโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) โรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร์ ด้านโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) โรงพยาบาลกรุงเทพเมืองราช  ด้านโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) โรงพยาบาลพญาไท 1 ด้านโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) โรงพยาบาลพญาไท 2 ด้านโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และก่อนหน้านี้ในปี 2568 โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของโลกที่ได้รับการรับรอง ICHOM Level 2 ด้านโรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease) กับโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และในอีกสองกลุ่มโรคได้รับการรับรอง ICHOM Level 1 ได้แก่ โรคหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) และโรคเบาหวาน (Diabetes) นอกจากนี้ โรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital ได้รับการรับรอง ICHOM Level 2 ด้านมะเร็งเต้านม (Breast Cancer) ในปี 2568 เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของโลกที่ได้รับรางวัลนี้เช่นเดียวกัน

นพ. พงศ์ธร เกียรติดำรงวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการบริหารโครงการ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) (Project Management Director) กล่าวว่า “การได้รับการรับรอง ICHOM สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเครือ BDMS ในการรักษามาตรฐานการดูแลรักษาระดับสากล โดย ICHOM ได้กำหนดชุดตัวชี้วัดมาตรฐานเพื่อประเมินผลลัพธ์การรักษาที่สำคัญต่อผู้ป่วย ทั้งด้านอาการ การฟื้นตัว คุณภาพชีวิต และผลลัพธ์ระยะยาว ซึ่งช่วยสนับสนุนแนวทางการดูแลสุขภาพแบบ Value-Based Healthcare การดูแลรักษาแบบองค์รวมผ่านทีมสหสาขาวิชาชีพ การนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ ตลอดจนการติดตามผลลัพธ์ทางสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถฟื้นตัวได้เร็ว และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพของประเทศไทยสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นคุณภาพและคุณค่าที่ผู้ป่วยได้รับอย่างแท้จริง

เปิดแนวคิดครีเอเตอร์ไทยปลุก ‘ภูมิคุ้มกันทางใจ’สร้างพื้นที่เติมพลังใจ รับ Mind Month

เปิดแนวคิดครีเอเตอร์ไทยปลุก ‘ภูมิคุ้มกันทางใจ’สร้างพื้นที่เติมพลังใจ รับ Mind Month

เปิดแนวคิดครีเอเตอร์ไทยปลุก ‘ภูมิคุ้มกันทางใจ’สร้างพื้นที่เติมพลังใจ รับ Mind Month

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.23 น.

ท่ามกลางความผันผวนของสังคมและเศรษฐกิจโลก ผู้คนต่างหันมาพึ่งพาโซเชียลมีเดียในฐานะพื้นที่ดูแลใจมากขึ้น รายงานจาก LifeStance Health พบว่า 52% ของผู้ตอบแบบสอบถามในทุกช่วงวัยรู้สึกว่าโซเชียลมีเดียส่งผลเชิงบวกต่อสุขภาพจิต โดยช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนและครอบครัวให้แน่นแฟ้นขึ้น ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า “สุขภาวะทางใจ” ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป แต่คือวาระที่คนในสังคมสามารถมีส่วนร่วมกันได้

โซเชียลมีเดียจึงถูกคาดหวังให้ทำหน้าที่มากกว่าพื้นที่บันเทิง แต่ต้องเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ที่เอื้อต่อสุขภาวะดิจิทัลที่ดีด้วย สัญญาณนี้ปรากฏชัดบน TikTok ผ่านแคมเปญ #MentalHealthAwareness ที่มียอดรับชมกว่า 2.6 หมื่นล้านครั้งทั่วโลก และ #เติมพลังใจไปด้วยกัน ในไทยที่ทะลุ 48.5 ล้านวิว บอกเราว่าผู้คนไม่ได้แค่ “เสพ” คอนเทนต์ แต่กำลัง “ค้นหา” ที่พักใจ

และหัวใจสำคัญของการเคลื่อนไหวครั้งนี้คือกลุ่มครีเอเตอร์คุณภาพ ผู้ทำหน้าที่เป็น “Mind Setter” ของสังคม แต่ในขณะที่พวกเขากำลังส่งต่อพลังบวกให้ผู้อื่น ครีเอเตอร์เองก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันและความเปราะบางในแบบของตัวเอง

บทสัมภาษณ์ชุดนี้คือพื้นที่ที่ครีเอเตอร์ได้เล่าถึงประสบการณ์ บทเรียน และวิธีที่พวกเขาเลือกดูแลใจตัวเอง รวมถึงการใช้เครื่องมือดิจิทัลมาช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้หัวใจตนเอง ก่อนจะส่งต่อพลังงานที่ดีให้กับผู้ชม เพราะพวกเขาเชื่อว่า การเป็นครีเอเตอร์ที่ “แข็งแรงจากภายใน” คือรากฐานที่แท้จริงของการสร้างคอนเทนต์คุณภาพ

เมื่อความไม่สมบูรณ์แบบ คือ ‘เสน่ห์’.. การบอกรักร่างกาย คือ ‘Power Move’.. และความมั่นใจจากภายในกำลังเปลี่ยน Mindset วงการบิวตี้ในยุคโซเชียล

ท่ามกลางคอนเทนต์มากมายบนหน้าฟีด คลิปสั้น ๆ ในช่อง @praepasaporn ของคุณแพร—ภาสภร ภควัตไกรฤทธิ์ ครีเอเตอร์สายบิวตี้และไลฟ์สไตล์กลายเป็นพื้นที่ที่ทำให้หลายคนต้องหยุดฟัง

วงการ Beauty Creator กำลังเดินหน้าสู่บทบาทที่ใหญ่กว่าการแนะนำเครื่องสำอาง นั่นคือการชวนผู้คนหันมาฟังเสียงของร่างกายตัวเอง รับรู้ถึงคุณค่าของทุกส่วนที่ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อพาเราผ่านแต่ละวันไปได้

เปลี่ยนมุมมองจาก ‘How I Look’ ไปสู่ ‘ความภาคภูมิใจในทุกส่วนของร่างกาย’ — นี่คือการเปลี่ยนผ่านที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ แต่ทรงพลังบนโลกโซเชียล

The Power of ‘Being REAL’: เมื่อนิยามความสวย ‘ออกแบบได้เอง‘ บนโลกดิจิทัล

จากจุดเริ่มต้นในช่วงโควิด คุณแพรหยิบจับสิ่งใกล้ตัวมาทำคอนเทนต์ เช่น แต่งตัวมัดเสื้อแบบต่าง ๆ ไปคาเฟ่ ใครจะคิดว่างานอดิเรกเล็ก ๆ วันนั้นจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่เปิดเส้นทางใหม่ทั้งชีวิตการทำงาน สู่การเป็น Beauty Creator ที่นำเสนอความงามผ่านไลฟ์สไตล์ที่เรียบง่าย ติดตลก เป็นตัวเองที่สุด และทำให้ผู้ชมยิ้มได้ทุกคลิป

สไตล์สนุกปนฮาของคุณแพรสอดคล้องกับทิศทางที่อุตสาหกรรมความงามระดับโลกกำลังหันมาให้ความสำคัญ นั่นคือ longevity และสุขภาวะโดยรวม มากกว่าการมุ่งเน้นที่รูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว นิยามความสวยในยุคนี้จึงเป็นการหันกลับมาดูแลตัวเองในเวอร์ชันที่เป็นจริง

ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อการแต่งหน้าด้วย จากสิ่งที่ต้องทำให้สมบูรณ์แบบ กลายมาเป็นพื้นที่แห่งความสนุกสนาน การทดลอง และการปลดปล่อยตัวตนอย่างอิสระ ที่อนุญาตให้ตัวเองทำพลาดหรือแสดงมุมโก๊ะ ๆ ออกมาได้

“บนโลกดิจิทัลที่คนมักจะ Keep เฉพาะด้านสวยงาม แพรเลือกที่จะทำกลับด้าน อย่างการทำคอนเทนต์แต่งหน้าแบบคนแต่งหน้าในวันที่ไม่เป๊ะ หรือแต่งหน้าชาเลนจ์แบบสนุกๆ

แพรมองว่า ‘ความธรรมดาที่แสนจะพิเศษ’ นี่แหละคือเสน่ห์ของโลกโซเชียลยุคใหม่ที่เปิดโอกาสให้เราทุกคนเบ่งบานในแบบฉบับของเรา ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำช่องจนถึงวันนี้ แพรรู้สึกว่า TikTok อยากให้เราเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้นในทุกวัน”

Secret Sauce: รู้จักตัวเอง และเป็นตัวของตัวเอง

คนดูวันนี้ไม่ได้มองหาสูตรสำเร็จแบบเดิม ๆ อีกต่อไป การทลายกรอบการนำเสนอด้วยคอนเทนต์ที่ตลก สร้างสรรค์ สดใหม่ และเป็นของจริง คือ Secret Sauce ที่ทำให้คอนเทนต์ของคุณแพรเป็นที่พูดถึงในโลกโซเชียล

“แพรไม่ได้เดินตามสูตรสำเร็จเดิม ๆ แต่เลือกที่จะพิสูจน์ว่าบิวตี้คือพื้นที่แห่งความสนุกและไม่มีข้อจำกัด ด้วยการลุกขึ้นมาแต่งลุคคนแก่แบบขำ ๆ ชวนหัวเราะ หรือดึงคุณพ่อคุณแม่มาร่วมถ่าย จนต่อยอดเป็นแฮชแท็กประจำช่อง #แพรแม่แซ่บ และ #พ่อแพรเป็นคนตลก มอบเสียงหัวเราะและพลังบวกที่คนดูสัมผัสได้”

เบื้องหลังความเรียลที่กินใจคนนี้ คุณแพรบอกว่ามันเริ่มต้นจากสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด นั่นคือการเป็นตัวของตัวเอง

“แพรเริ่มจากการลงวิดีโอสั้นบน TikTok เป็นพื้นที่แรก และ TikTok ทำให้แพรรู้สึกปลอดภัยกับการลงอะไรที่เป็นตัวเอง เป็นธรรมชาติมากที่สุดโดยไม่ต้อง keep Look ไม่ต้องแต่งให้สวยหรู เหมือนเราได้ก้าวข้ามผ่านความกลัว และค้นพบว่าเราสามารถสวยแบบตัวเองได้เต็มที่ การทำคอนเทนต์ให้ไปได้ยาว ๆ มันจึงต้องเริ่มจากการรู้จักตัวเอง และเป็นตัวของตัวเองค่ะ”

เมื่อเราเป็นตัวของตัวเอง พลังบวกนั้นจะส่งผ่านหน้าจอไปถึงใจคนดูได้อย่างที่ไม่มีสูตรไหนอธิบายได้ คุณแพรเล่าถึงโมเมนต์เล็ก ๆ ที่จุดไฟให้เธออยากเดินหน้าต่อในฐานะครีเอเตอร์

“ครั้งหนึ่งแพรไปเกาะเกร็ด แล้วเจอคนทักทายด้วยน้ำเสียงที่สดใสมาก ๆ น้องบอกว่า ‘ชอบดูคลิปพี่มากเลย’ แค่แพรได้ยินคำนั้นก็คือตัวลอย ยิ้มทั้งวัน มัน Made My Day และมีความสุขมาก ทำให้เรายิ่งอยากพัฒนาตัวเองต่อไปเพื่อส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้พวกเขา”

การที่ครีเอเตอร์คนหนึ่งกล้าตลก และกล้าเป็นมนุษย์ธรรมดาผ่านหน้าจอ จึงกลายเป็น Power Move ที่ทรงพลังที่สุด และทำให้หน้าฟีดบิวตี้กลายเป็นพื้นที่ที่จับต้องได้และใจดีกับทุกคนอย่างแท้จริง

คอนเทนต์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่มี ‘คุณภาพ‘

“แพรจะพยายามไม่เครียด แต่ทำให้มันดี ให้เป็นธรรมชาติ และมี ‘คุณภาพ’ มากที่สุด เราสามารถทำคอนเทนต์ที่เป็นตัวเราแบบไม่สมบูรณ์แบบ แต่มันไปเติมเต็มชีวิตคนอื่นได้ แพรก็ถือว่ามัน ‘สมบูรณ์แบบ’ แล้ว”

เมื่อก่อนแพรต้องทำทุกอย่างให้เพอร์เฟ็ค แต่วันนี้แพรได้เรียนรู้ว่าความเรียบง่าย ความสุขกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ของทุกวัน ก็ทำให้คนดูยิ้มได้ และมีความสุขไปกับแพร บางทีแค่เราชื่นชมตัวเอง ขอบคุณตัวเอง ก็ทำให้แพรรู้สึกดีขึ้นในวันแย่ ๆ ได้

โชคดีที่แพรมีครอบครัวเป็น safe zone มันทำให้เวลาที่เราเจอความเครียดจากภายนอก กลับมาบ้านได้คุยกับพ่อแม่ก็รู้สึกดี พลังบวกมาเต็ม (หัวเราะ) และยังส่งพลังดี ๆ ต่อให้คนอื่นได้อีก”

TikTok แพลตฟอร์ม “ฝึกทักษะสร้างความสุข” และให้ ‘ความธรรมดา‘ ได้เบ่งบาน

แม้ผู้ติดตามจะรักคุณแพรเพราะตัวตนและคาแรกเตอร์ของเธอ แต่เธอก็ไม่เคยหยุดเรียนรู้พฤติกรรมผู้ชมบนแพลตฟอร์ม ว่าช่วงนี้คนกำลังสนใจอะไร เธอเลือกใช้ Creator Search Insights เครื่องมือที่ช่วยให้มองเห็นหัวข้อที่ผู้คนกำลังค้นหาอยู่จริง ๆ แล้วนำอินไซต์เหล่านั้นมาปรับให้กลายเป็นคอนเทนต์ในแบบฉบับของตัวเอง

การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกแบบนี้ทำให้ครีเอเตอร์ไม่ต้องเสียเวลาเดาเทรนด์อีกต่อไป แต่เปิดพื้นที่ให้โฟกัสกับการสร้างคอนเทนต์ที่เป็นตัวเองอย่างแท้จริง อย่างช่วงเทศกาลส่งท้ายปี ข้อมูลหลังบ้านสะท้อนชัดว่าผู้ชมกำลังมองหาคอนเทนต์ที่ช่วยรีเซ็ตพลังและเติมแรงบันดาลใจสำหรับปีถัดไป

คุณแพรค้นพบการทำคอนเทนต์ Self Appreciation ซึ่งสอดคล้องกับหลักการ Positive Priming ในทางจิตวิทยา การฝึกสมองให้จดจ่อกับสิ่งดี ๆ ผ่านการบันทึกหรือถ่ายคลิปขอบคุณร่างกาย จะช่วยให้เราค่อย ๆ หลุดพ้นจากวงจรการติติงตัวเอง และเริ่มมองเห็นความงามของชีวิตในแบบที่ตรงไปตรงมามากขึ้น

“แพรนำเทียนมาปักลงบนเค้ก โดยพูดสิ่งที่อยากขอบคุณตัวเองไปพร้อม ๆ กับการปักเทียนทีละเล่ม รู้สึกดีมากกับกระบวนการนี้ เหมือนได้นึกทบทวนว่ามีเรื่องราวดี ๆ อะไรบ้างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทำให้มีความสุขง่ายขึ้น และมองภาพความสำเร็จต่างไปจากเดิม

ความสำเร็จของแพรเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน และอยากส่งต่อแนวคิดนี้ให้ทุกคนว่าความสุขอยู่รอบตัวเราจริง ๆ สิ่งที่รู้สึกได้ชัดที่สุดคือตอนที่ได้ฟังคุณพ่อพูดในคลิปขอบคุณตัวเองที่ทำด้วยกันว่า ‘ขอบคุณตัวเองที่ยังแข็งแรงมากพอ ยังไปไหนมาไหน ถ่ายคลิปกับลูกได้อยู่’

แพรเชื่อว่าความสุขเป็นทักษะที่ฝึกได้ การดูแลจิตใจเป็นความรับผิดชอบต่อตัวเราเอง และเราทำได้ไปพร้อม ๆ กับความสนุกบนโลกดิจิทัลอย่างสมดุล”

ศิลปะการ “โอบกอด” และ “ปล่อยวาง” สร้างสังคมดิจิทัลแบบไม่ Toxic

หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “เราต้องเต็มจากข้างในก่อน ถึงจะส่งต่อพลังดี ๆ ให้คนอื่นได้” แต่เคยตั้งคำถามไหมว่า — แล้วจะเติมจากอะไร ในเมื่อโลกออนไลน์เต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์?

คุณแพรเป็นคนที่เข้าใจอารมณ์ตัวเองและรับมือกับมันได้ดี ตลอดเส้นทางการเป็นครีเอเตอร์ เธอไม่เคยเผชิญกับภาวะ burnout แม้แต่ครั้งเดียว เคล็ดลับของเธอไม่ใช่การพยายามทำตัวแข็งแกร่งรับแรงกระแทกจากภายนอก แต่คือศิลปะในการ “โอบกอด” และ “ปล่อยวาง” อารมณ์ของตัวเองอย่างซื่อสัตย์

“สิ่งแรกที่ต้องทำคือยอมรับก่อนว่าตัวเองรู้สึกแย่อยู่ แล้วค่อย ๆ เข้าสู่กระบวนการปล่อยวางเพื่อฟื้นฟูตัวเองไปตามลำดับ การเข้าใจอารมณ์ไม่ใช่การควบคุมให้มันสงบนิ่ง แต่คือการคุยกับตัวเอง รู้เท่าทันความรู้สึกที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้น ไม่ตัดสิน ไม่ผลักไสอารมณ์นั้นออกไป แต่โอบกอดมันไว้ จนถึงจุดที่สามารถ ‘วาง’ มันลงได้ในที่สุด”

การอนุญาตให้ตัวเองรู้สึกและจัดการอารมณ์อย่างซื่อสัตย์ คือรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดที่ทำให้เธอยังคงสร้างสรรค์คอนเทนต์ feel good ชวนหัวเราะได้โดยไม่สูญเสียความเป็นตัวเอง และเมื่อคอนเทนต์แบบนี้ได้มีพื้นที่บน TikTok มันยิ่งตอกย้ำว่าจิตวิญญาณและจุดยืนของเธอในฐานะครีเอเตอร์นั้น ถูกทางมาตลอด

“TikTok เป็นพื้นที่ที่แพรรู้สึกปลอดภัยกับการเป็นตัวเองทั้งหน้ากล้องและหลังกล้อง ขณะเดียวกันก็รู้สึกอุ่นใจที่แพลตฟอร์มนี้มีฟีเจอร์คัดกรองคอมเมนต์ (Comment Filters) เข้ามาช่วยปกป้องพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นที่ส่งต่อแต่พลังที่ดี

การเติบโตของแพรในฐานะครีเอเตอร์ไม่ได้วัดแค่ตัวเลข แต่คือการเดินทางจาก Beauty Influencer สู่การเป็น ‘Mindful Creator’ ที่โฟกัสความมั่นคงภายใน ดูแลใจผู้คน ไม่สร้างหรือส่งต่อความเกลียดชัง ไม่ชี้นำความเชื่อที่ผิด และรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง”

พาราไดซ์ พาร์ค โชว์ความสำเร็จ “กล่องสุข ปลูกผัก” พร้อมส่งต่อผลผลิตสู่พนักงานและร้านค้า

พาราไดซ์ พาร์ค โชว์ความสำเร็จ “กล่องสุข ปลูกผัก”  พร้อมส่งต่อผลผลิตสู่พนักงานและร้านค้า

พาราไดซ์ พาร์ค โชว์ความสำเร็จ “กล่องสุข ปลูกผัก” พร้อมส่งต่อผลผลิตสู่พนักงานและร้านค้า

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.06 น.

พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ตอกย้ำความสำเร็จกิจกรรม “กล่องสุข ปลูกผัก (Growing Green)” ร่วมกับ สำนักงานเขตประเวศ โดยเปลี่ยนกล่องโฟมใช้แล้วเป็นแปลงผักไฮโดรโปนิกส์ พร้อมเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งมอบคืนสู่พนักงานและร้านค้าพันธมิตร ตอกย้ำแนวคิด MBK Care ด้านการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน

หลังจากเปิดอบรมการปลูกผักในกล่องโฟม ให้กับผู้ที่สนใจและเฝ้ารอการเติบโตของผักที่ได้ปลูกไว้ จนเติบโตได้ที่แล้ว ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค โดย นางสาวจรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด พร้อมด้วย  นางสาวธัญพิชชา พึ่งสุจริต ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด และ นายสารทูล พัดทอง เจ้าหน้าที่งานรักษาความสะอาดปฏิบัติงาน ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ สำนักงานเขตประเวศ วิทยากรที่มาให้ความรู้ในการปลูกผักในกล่องโฟม ได้ร่วมส่งมอบผักสลัดจากกิจกรรม “กล่องสุข ปลูกผัก (Growing Green)” ให้แก่พนักงาน รวมถึงร้านค้าที่ร่วมสนับสนุนกล่องโฟมสภาพดีมาใช้ในกิจกรรม อาทิ ร้านเดอะอันยอง บาร์บีคิว บุฟเฟต์ ร้านลัคกี้ บาร์บีคิว และ วิลล่า มาร์เก็ต เพื่อตอกย้ำว่ากล่องโฟมที่ผ่านการใช้งานแล้ว ยังสามารถนำกลับมาสร้างคุณค่าและประโยชน์คืนสู่ชุมชนได้อีกครั้ง

จรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด กล่าวว่า “เราต้องการส่งเสริมให้ทุกคน          เห็นว่า สิ่งของที่หลายคนมองว่าเป็นขยะ อย่างกล่องโฟม ยังสามารถนำกลับมาสร้างประโยชน์ได้อีกครั้ง กิจกรรม “กล่องสุข ปลูกผัก (Growing Green)” ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะ แต่ยังสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างพนักงาน ร้านค้า ผ่านกิจกรรมเล็ก ๆ ที่สามารถต่อยอดสู่ความยั่งยืนได้จริง”

อย่างไรก็ตาม พาราไดซ์ พาร์ค มีแผนเดินหน้าทำกิจกรรม “กล่องสุข ปลูกผัก (Growing Green)” อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานให้ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เปลี่ยนขยะให้กลายเป็นแปลงผักที่สร้างผลผลิตที่มีค่า พร้อมตั้งเป้าขยายผลการส่งต่อผลผลิตไปยังกลุ่มลูกค้าและชุมชนโดยรอบ เพื่อร่วมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันและดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ www.paradisepark.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ Paradise Park อินสตาแกรม paradisepark_th และยูทูป paradiseparkchannel

เจ็บจี๊ด! ป๋าเต็ด แซวแรง สมัยนี้หนีคดีด้วยการเป็น สส. 888

เจ็บจี๊ด! ป๋าเต็ด แซวแรง สมัยนี้หนีคดีด้วยการเป็น สส. 888

เจ็บจี๊ด! ป๋าเต็ด แซวแรง สมัยนี้หนีคดีด้วยการเป็น สส. 888

วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.10 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ทันที หลังจากที่ “ป๋าเต็ด” ยุทธนา บุญอ้อม ดีเจ พี่ใหญ่แห่งวงการบันเทิงและผู้จัดคอนเสิร์ตชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความสั้นๆ ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว แต่กระตุกต่อมเผือกของชาวเน็ตอย่างรุนแรง

โดยข้อความระบุว่า “แต่ก่อนหนีคดีด้วยการบวช แต่เดี๋ยวนี้หนีคดีด้วยการเป็น สส. 888 เอ๊ย 555”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปได้ไม่นาน ก็กลายเป็นกระแสไวรัลที่มีผู้คนเข้าไปกดไลก์ กดแชร์ และแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างพากันคาดเดาและเชื่อมโยงไปถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน

แฟนๆแห่แซว! เพลง ชนม์ทิดา สวยออร่าในชุดเจ้าสาว

แฟนๆแห่แซว! เพลง ชนม์ทิดา สวยออร่าในชุดเจ้าสาว

แฟนๆแห่แซว! เพลง ชนม์ทิดา สวยออร่าในชุดเจ้าสาว

วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.38 น.

30 พฤษภาคม 2569 ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างฮือฮากันไม่น้อย เมื่อ “เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม” ลูกสาวคนสวยของนักร้องและนักแสดงชื่อดัง นันทิดา แก้วบัวสาย และ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ได้เผยภาพสุดสะดุดตาผ่านอินสตาแกรมสตอรี่ส่วนตัว จนกลายเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ทันที

       โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพเบื้องหลังการทำงานของสาวเพลง ที่มาในลุคเจ้าสาวสุดสง่างาม สวมชุดเจ้าสาวสีขาวสวยหรู พร้อมแต่งหน้าทำผมแบบจัดเต็ม เผยความสวยออร่าจับจนหลายคนอดมองไม่ได้ เรียกได้ว่าลุคนี้ทำเอาแฟนๆ ใจละลายกันเลยทีเดียว

แม้จะเป็นเพียงภาพจากการทำงาน แต่ก็สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนคลับไม่น้อย หลายคนเข้ามาชื่นชมความสวยของสาวเพลง พร้อมแซวว่าเหมือนเจ้าสาวตัวจริงราวกับกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ในเร็ววัน

โอ๊ยเล่าเรื่อง เทอม4 (HauntedUniversities4)

โอ๊ยเล่าเรื่อง เทอม4 (HauntedUniversities4)

โอ๊ยเล่าเรื่อง เทอม4 (HauntedUniversities4)

วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“จักรวาลผีมหา’ลัย” หนังผีจากค่ายสหมงคลฟิล์ม เดินทางมาถึง เทอม4 ต่อจาก มหา’ลัยสยองขวัญ(2552)เทอม2สยองขวัญ(2565)เทอม3(2567)หนังผี4เรื่องสั้น4ผู้กำกับนำเสนอ ความน่ากลัว จาก เรื่องเล่าเรื่องผีๆ จากรั้วมหาวิทยาลัย 4ภาค แต่ละเรื่อง ไม่เกี่ยวข้องกัน เรื่องของใครของมันแต่ละเรื่อง มีแนวทางที่ต่างกัน  แต่ยังคง ชัดเจน ใน ลายเซ็น ความเป็น หนังผี ของค่ายใบโพธิ์สหมงคลฟิล์มทั้งบรรยากาศโทนเรื่องการนำเสนอ(กลายเป็นจักรวาลหนังผี นักศึกษา-สหมงคลฟิล์มพี่นาค/ครูพนอ-ไฟว์สตาร์ธี่หยด-MStudio)“เปิดเทอมใหม่..ใครจะอยู่?ใครจะตาย?”

สะพานขาว (30นาที)..เส้นทางความเฮี้ยน วิญญาณทับซ้อน คลุ้งคาวเลือดหลอน คู่รัก สุดสะพรึงบนสะพานที่ห้ามบอกเลิก..อย่าเลิกผิดที่..มายด์ กับ บอส คู่รักปี1-4 รักๆ เลิกๆ จนตัดสินใจ ยุติความสัมพันธ์ เลิกกันบน สะพานขาว สะพานที่มีตำนาน โศกนาฏกรรมคู่รัก จนทำให้ ทั่งคู่เจอดี เผชิญหน้า ผีร้ายเรื่องรัก แบบผีๆ ตั้ม-พุฒิพงศ์ สายศรีแก้ว ทำออกมา ดูน่ากลัว สร้างความหลอน จาก สะพานขาว ผีคู่รักหัวแบะดูสยอง แม้จะน่ากลัว แต่ไม่หลุดจากเรื่องของ ความรัก น่าเสียดาย ที่ พอ ผีมาเป็นเบือ บนสะพาน ดูไม่ค่อยน่ากลัว แถม ยังออกแนว บู๊ๆ มอไซด์ ท้าชนผี วี-วิโอเลต วอเทียร์ กับ เก้า-จิรายุ ละอองมณี ส่งพลัง ความเป็นคู่รักจริงๆ นอกจอ ทำให้ อิน..ไปกับ คู่รัก ในจอ ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การแสดง จน รู้สึก ลุ้น เอาใจช่วยให้ ในเรื่อง กลับมาคืนดีกันเกรซ-บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์ นิ่งๆ เรียบๆ แต่ พอเป็น ผี น่ากลัวทีเดียว

เรือนนางสนม (33นาที)…เรือนร้างอาถรรพ์และความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความลับ อย่าคบผิดคน ถ้าไม่อยากเจอความสยองที่นำไปสู่ความตาย…เกรซ นักศึกษาสาวแฟชั่น มี บิวช่างภาพสาวรุ่นพี่เป็นไอดอล จนเธอล่วงรู้ความลับของบิว  ทั้งคู่ มาถ่ายแบบ ที่ เรือนนางสนม ทำให้เผชิญหน้า กับ ผีร้าย ในบ้านร้าง มูย่า-ฐามุยา ทัศนานุกุลกิจ นำเสนอ หนังผีออกมาในแบบ หนังผียุคใหม่ หนังแบบเจนซี สลัดภาพ หนังผีแบบเดิมๆ ออกแนวหนังอินดี้ หนังอาร์ต ไม่เอาใจตลาดนัก ‘เรือนนางสนม’ ดูหลอน น่ากลัว จาก ภาพ/แสง/สี ความมืด ของบ้านร้าง ที่ชวนขนหัวลุก อารมณ์ประมาณ ไปล่า ท้าผี บุกบ้านผีสิง โจริญ คัมภีรพันธุ์ (4EVE) จับคู่ ปะทะกับ เอิงเอย-ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์ ได้ดี มีพลังตลอดเรื่อง ออกมาแรง เหมือนไม่ได้แสดง ดูธรรมชาติ มากๆ ดูเป็นรุ่นน้องรุ่นพี่ที่ใช่ความหลอน..ชวนขนหัวลุค มาแบบเต็มร้อย

คืนดีเดย์ (31นาที)..เขาบอกว่า ถ้าใครไม่เข้าบูมรับน้อง รุ่นพี่ที่ตายไปแล้ว จะตามมาบูมสยองให้ถึงที่ อย่าบูมผิดวัน ถ้าไม่อยากเจอเรื่องหลอน… ก่อ-ชาคร ไชยปรีชา ทำ  ‘คืนดีเดย์’ ออกมาเป็น หนังผีที่ดูน่ารักสดใส ผีเป็นผีจริงๆ ที่มาพร้อมกับอารมณ์ขันของ ตัวละครที่เป็นคน รถบัส/ผีรุ่นผี เรือนนอน โรงพละ ดูหลอนใช้ได้ ดีทีเดียว แทด-ฐาปนา จงกลรัตนาภรณ์ (วง ATLAS) เป็นเป๋า สดใสเล่นแบบน่ารัก แบบมีลูกคู่ เจน-กุลจิราณัฐ วรรักษา ในบท นุ้ย บัดดี้ สาว กับ ตังโก้-ฐิตินันต์ รัตนฐิตินันต์ เป็น ชัตเตอร์ หนุ่มวิศวะผมยาวแหล่งใต้ ที่ขโมยซีน เรียกเสียงหัวเราะ ได้ในทุกๆ ฉากมี เจนนี่ ปาหนัน มาเพิ่มความสนุก ในบท นักศึกษารุ่นพี่ นำรับน้องคืนดีเดย์..สนุก ขำน่ารัก เน้ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ที่มากำลังดี ผ่านตำนาน เรื่องผีๆ กับ การบูมรุ่นน้อง..

 ห้องชมพู (30นาที).. ห้องสีชมพู ที่มีเสียงลือกันว่ามีคนตายในห้องนั้น อย่าเช่าผิดห้อง ถ้าไม่อยากเจอเรื่องหลอน.. คะนิ้ง  นักศึกษาปีหนึ่ง ตัดสินใจ ย้ายมาอยู่หอพัก ห้องในตำนานฆาตกรรม จนเธอต้องเผชิญ กับ เรื่องลี้ลับ ที่ดึง ให้ เพื่อนใหม่ ในชั้นเรียน เข้ามาเกี่ยวข้อง พั้น-พันธิตา บุญชวน น่ารักมากๆ ตรึงให้ ใจจดใจจ่อไปกับตัวหนัง จนอดเอาใจช่วยลุ้น ให้ รอดพ้นจากผี  เพอซ-นันทวรรณ พงศ์ประเสริฐสิน เป็น ผีสาวในห้อง เน้น น่ากลัวผักกาด-ปลายกันยา ฐิติสุรวัฒน์, เปรม-กฤตภาส สันติลินนท์, โค้ด-อัฐพล สำเภากลาง เป็นสามเพื่อนใหม่ ที่ เข้ามาเสริมทีม ยังเล่นแบบ ไม่โดนนัก เลยไม่ช่วยหนังสักเท่าไหร่ แต่กลายเป็นไปเพิ่มความเด่นให้กับน้องพั้นรักแมวสิ่งที่ ติดตาตรึงใจ คือ ผีที่มาพร้อมเหล็กฟุต และ ถ้าไม่เจอผี แบบจะๆ เต็มๆ คงไม่เชื่อ จนกว่า จะเจอกับตัวเองโทนหนังห้องชมพูเหมือนดูละครคุณธรรม ‘เทอม4’คืออีกหนึ่งงานหนังผีที่ชอบที่โดนเรียงตามลำดับความชอบจากมากไปน้อย สะพานขาว-คืนดีเดย์-ห้องชมพู-เรือนนางสนมได้ใจไปเต็มๆ 7/10 หัวกระโหลก

ไปต่อไม่ไหว! ‘บอล เชิญยิ้ม’ โพสต์แยกทางภรรยา ‘ยูริ’ จบสัมพันธ์คู่ชีวิต

ไปต่อไม่ไหว! 'บอล เชิญยิ้ม' โพสต์แยกทางภรรยา 'ยูริ' จบสัมพันธ์คู่ชีวิต

ไปต่อไม่ไหว! ‘บอล เชิญยิ้ม’ โพสต์แยกทางภรรยา ‘ยูริ’ จบสัมพันธ์คู่ชีวิต

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.21 น.

กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ส่งท้ายวัน เมื่อตลกชื่อดัง “บอล เชิญยิ้ม” ออกมาประกาศลดความสัมพันธ์กับภรรยาสาว “ยูริ สุพรรษา” ปิดฉากชีวิตคู่ แต่ยันยังดูแลกันในฐานะกัลยาณมิตร

ล่าสุดทำเอาแฟนคลับและคนบันเทิงถึงกับช็อกไปตาม ๆ กัน หลังนักแสดงตลกชื่อดัง “บอล เชิญยิ้ม” ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศยุติความสัมพันธ์ในฐานะสามี-ภรรยากับ “ยูริ” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยระบุว่าเป็นการตกลงร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

โดย บอล เชิญยิ้ม ได้โพสต์ข้อความชี้แจงถึงเรื่องนี้เอาไว้ว่า “ตอนนี้ผมกับยูริได้ตกลงยุติสถานะ สามี-ภรรยา กันแล้ว แต่ยังคงเหลือสถานะเป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง ที่หวังดีต่อกัน และยังดูแล กันดีเหมือนเดิม จึงขอความกรุณาทุกท่าน เคารพในการตัดสินใจครั้งนี้ของเราสองคนด้วยครับ”

แม้จะยุติสถานะคู่ชีวิตลง แต่ทั้งคู่ยังคงรักษามิตรภาพที่ดีต่อกัน โดยเปลี่ยนผ่านไปสู่สถานะ “เพื่อนและพี่น้อง” ที่พร้อมจะดูแลและปรารถนาดีต่อกันต่อไป พร้อมทั้งขอความกรุณาจากแฟน ๆ และสื่อมวลชนให้เคารพการตัดสินใจในครั้งนี้ด้วย ท่ามกลางแฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงที่ทราบข่าว ต่างหลั่งไหลเข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจให้กับทั้งคู่กันอย่างล้นหลามใต้โพสต์ดังกล่าว

จากเสียงลือสู่เรื่องจริง มาดอนน่า ยก จอห์น เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ คู่นอน ที่เด็ดที่สุด

จากเสียงลือสู่เรื่องจริง มาดอนน่า ยก จอห์น เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ คู่นอน ที่เด็ดที่สุด

จากเสียงลือสู่เรื่องจริง มาดอนน่า ยก จอห์น เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ คู่นอน ที่เด็ดที่สุด

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.47 น.

วันนี้ 29 พฤษภาคม 2569 เว็บไซต์ต่างประเทศอย่าง unilad.com เปิดเผยเรื่องราวที่กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาโซเชียลแทบลุกเป็นไฟ เมื่อตัวแม่ระดับโลกอย่าง มาดอนน่า ได้เปิดใจเรื่อง เซ็กซ์ แบบไม่มีกั๊กในรายการโปรโมทผลงานใหม่ โดยเธอมีกฎเหล็กว่าจะขอพูดถึงเฉพาะคนที่จากโลกนี้ไปแล้วเท่านั้น และคนที่เธอเลือกให้เป็นที่หนึ่งในเรื่องบนเตียงก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น จอห์น เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ อดีตหนุ่มหล่อที่เป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์แบบในยุคนั้น

งานนี้ดีไซเนอร์ดังที่ร่วมรายการอย่าง Raul Lopez ได้หลุดปากกระซิบแบบไม่อ้อมค้อมว่า ใคร ๆ ก็รู้ว่าเขาทั้งของดีและลีลาเรื่องเซ็กซ์เนี่ยคือตัวท็อป ซึ่งมาดอนน่าก็ตอบกลับแบบยืนยันความฟินว่าเธอเองก็ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างแบบนี้มาเยอะ และยอมรับแบบกลายๆ ว่าเป็นเรื่องจริง

มาดอนน่า

ซึ่งเส้นทางความรักของทั้งคู่เกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษที่ 80 ตอนนั้น จอห์น เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ ยังเป็นหนุ่มไฟแรงในตำแหน่งอัยการ ส่วนมาดอนน่าก็คือซูเปอร์สตาร์หมายเลขหนึ่งของโลก เพื่อนสนิทวงในเผยว่าความสัมพันธ์นี้เป็นเรื่องของ แรงดึงดูดทางกายภาพล้วน ๆ ไม่ใช่ความรักแบบลึกซึ้ง โดยคนใกล้ชิดยังแอบกระซิบอีกว่า ในยุคนั้นที่สถานการณ์โรคเอดส์กำลังระบาด ทั้งคู่ถึงขั้นไม่ใส่ถุงยางอนามัย ซึ่งเพื่อนฝูงต่างก็เป็นห่วงในความเสี่ยง แต่ก็เน้นไปที่การตักตวงความสุขในรูปแบบอื่นแทน

ความสัมพันธ์นี้ไม่ธรรมดาตั้งแต่ต้น เพราะในขณะนั้นมาดอนน่ายังมีสถานะเป็นภรรยาของฌอน เพนน์ อยู่ แถมยังมีรายงานว่าแม่ของฝ่ายชายอย่าง แจ็กเกอลีน เคนเนดี โอนาสซิส ก็ไม่ค่อยแฮปปี้กับความสัมพันธ์สายฟ้าแลบครั้งนี้เท่าไหร่นัก สุดท้ายความร้อนแรงนี้ก็เป็นเพียงแค่บทบันทึกสั้น ๆ ในประวัติศาสตร์ความรักของทั้งคู่ที่ทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลังได้เม้าท์มอยกันจนถึงทุกวันนี้

จอห์น เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์
มาดอนน่า

ขอขอบคุณข้อมูลจาก unilad.com

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก John F. Kennedy Jr. & Carolyn Bessette, เฟซบุ๊ก Madonna