ใหม่ ดาวิกา อวดลุคแอมบาสเดอร์หนึ่งเดียวจากไทย เจิดจรัสกลางนิวยอร์ก ร่วมชมแฟชั่นโชว์ระดับโลก

ใหม่ ดาวิกา อวดลุคแอมบาสเดอร์หนึ่งเดียวจากไทย เจิดจรัสกลางนิวยอร์ก ร่วมชมแฟชั่นโชว์ระดับโลก

ใหม่ ดาวิกา อวดลุคแอมบาสเดอร์หนึ่งเดียวจากไทย เจิดจรัสกลางนิวยอร์ก ร่วมชมแฟชั่นโชว์ระดับโลก

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.28 น.

ใหม่-ดาวิกา อวดลุคแอมบาสเดอร์หนึ่งเดียวจากไทย เจิดจรัสกลางนิวยอร์ก ร่วมชมแฟชั่นโชว์ระดับโลก Gucci Cruise 2027มหานครนิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา  ตอกย้ำตำแหน่งไอคอนิกแฟชั่นระดับโลกอย่างแท้จริงสำหรับ “ใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่” ในฐานะ Gucci Brand Ambassador หนึ่งเดียวจากประเทศไทย ที่ล่าสุดได้เดินทางไปร่วมชมแฟชั่นโชว์ครั้งยิ่งใหญ่ GucciCore หรือ Gucci Cruise 2027 ณ มหานครนิวยอร์ก พร้อมเสิร์ฟความปังส่งตรงจากทริปด้วย 3 สไตลิ่งลุคสุดจึ้ง สะท้อนเสน่ห์ ความสนุก และมิติที่หลากหลายของผู้หญิงในแบบฉบับ Gucci ได้อย่างน่าจดจำ

เจาะลึก 3 ลุคสุดปังของ “ดาวิกา” กลางมหานครนิวยอร์ก

ลุคที่ 1 มินิมอลหรูหรา กลิ่นอาย 90s ท่ามกลางเส้นขอบฟ้า
เปิดประเดิมด้วยลุคที่ผสานความเรียบโก้และความหรูหราได้อย่างเฉียบคม ท่ามกลางวิวขอบฟ้าและจังหวะชีวิตที่ไม่เคยหลับใหลของนิวยอร์ก “ใหม่ ดาวิกา” มาในชุดแจ็คเก็ตและกระโปรงยาวเนื้อผ้าซิลค์ประณีตน้ำหนักเบา โดดเด่นด้วยซิลูเอตเข้ารูปเน้นช่วงเอวที่ให้กลิ่นอายแฟชั่นยุค 90s จากคอลเล็กชั่น Generation Gucci (Pre-Fall 2026)
 กระเป๋า: คอมพลีทลุคด้วย Jackie Slim หนังลายเกรนแบบนิ่มสีดำ เสริมเสน่ห์วินเทจด้วยตัวล็อคพิสตอนฮาร์ดแวร์ทอง
 รองเท้า: Boulevard pump ตกแต่งฮาร์ดแวร์ Horsebit เพิ่มความโมเดิร์นลงตัว

ลุคที่ 2: เฟมินีนลุ่มลึก เสน่ห์อิตาเลียนวินเทจ
พลิกโฉมสู่ความพลิ้วไหวและลุ่มลึกในสไตล์เฟมินีน โดดเด่นท่ามกลางสถาปัตยกรรมร่วมสมัยของนิวยอร์กด้วยชุดเดรส chemisier ผ้าไหมโทนสีดำและน้ำตาล พิมพ์ลาย Interlocking G equestrian ทั่วตัว ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากผลงานอาร์ไคฟ์สุดคลาสสิกของแบรนด์ (จากคอลเล็กชั่น Pre-Fall 2026)
 กระเป๋า: Dionysus ผ้า GG Canvas สีดำ แมตช์กับฮาร์ดแวร์ไทเกอร์เฮดและสายโซ่สีเงิน
 รองเท้า: Boulevard pump ประดับฮาร์ดแวร์ Horsebit สะท้อนกลิ่นอายวินเทจแบบอิตาเลียนขนานแท้

 ลุคที่ 3: สดใสในวันพักผ่อน ความลงตัวของความคลาสสิกและโมเดิร์น
ปิดท้ายด้วยลุควันสบายๆ ที่ยังคงความแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ “ดาวิกา” ปรากฏตัวในลุคสดใสมีชีวิตชีวา สวมเสื้อถักผ้าคอตตอนสีเหลืองอ่อนแต่งดีเทลระบายและริบบิ้นสุดน่ารัก จับคู่กับกางเกงเดนิมทรงขาตรงกลิ่นอายยุค 90s จากคอลเล็กชั่น Pre-Fall 2026
 กระเป๋า: Paparazzo ผ้า GG Canvas สีน้ำตาล ตกแต่งฮาร์ดแวร์ Horsebit และแถบ Web สีเขียว-แดง อันเป็นเอกลักษณ์
 รองเท้า: Horsebit ballet flat บนผ้า GG Canvas สีเบจและน้ำตาล ประดับโบว์และฮาร์ดแวร์ Horsebit สีทอง

เรียกได้ว่าทั้ง 3 ลุคของ “ใหม่ – ดาวิกา” ในทริป Gucci Cruise 2027 ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงเทสแฟชั่นอันยอดเยี่ยม ตั้งแต่ความมินิมอลเฉียบคม เสน่ห์เฟมินีนคลาสสิก ไปจนถึงลุคแคชชวลร่วมสมัย แต่ยังเป็นการทำหน้าที่ Brand Ambassador จากประเทศไทยได้อย่างโดดเด่น สง่างาม และเป็นที่จับตามองของสื่อแฟชั่นระดับโลกอย่างแท้จริง

เฟรมนางฟ้า! แต้ว-มิว-เต้ย แทคทีมประชันความเป๊ะ สวยกินกันไม่ลง

เฟรมนางฟ้า! แต้ว-มิว-เต้ย แทคทีมประชันความเป๊ะ สวยกินกันไม่ลง

เฟรมนางฟ้า! แต้ว-มิว-เต้ย แทคทีมประชันความเป๊ะ สวยกินกันไม่ลง

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.41 น.

สร้างความฮือฮาให้แฟนละครและแฟนคลับไม่น้อย เมื่อสามนางเอกซุปตาร์จาก “แก๊งเฟอร์บี้” อย่าง แต้ว ณฐพร, มิว นิษฐา และ เต้ย จรินทร์พร โคจรมาร่วมเฟรมกันอีกครั้งในงานประกาศรางวัล งานประกาศรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17 ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากแฟนๆ ที่คิดถึงโมเมนต์อบอุ่นของแก๊งนี้กันอย่างล้นหลาม

       เพียงแค่ภาพเดียวก็ทำโซเชียลกลับมาคึกคัก เพราะนานๆ ทีทั้งสามสาวจะมีโอกาสออกงานใหญ่พร้อมหน้าพร้อมตา โดยแต่ละคนยังคงออร่าความสวยระดับนางเอกแถวหน้าของวงการเอาไว้ได้แบบไม่มีใครยอมใคร

       เรียกได้ว่าแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่มิตรภาพและเคมีของแก๊งเฟอร์บี้ก็ยังคงเหนียวแน่น และเป็นภาพที่แฟนๆ อยากเห็นอยู่เสมอจริงๆ

ญาญ่า สลัดลุคหวาน อวดหุ่นแซ่บท้าลมหนาวที่นอร์เวย์ สวยฉ่ำจนไทม์ไลน์สั่นสะเทือน

ญาญ่า สลัดลุคหวาน อวดหุ่นแซ่บท้าลมหนาวที่นอร์เวย์ สวยฉ่ำจนไทม์ไลน์สั่นสะเทือน

ญาญ่า สลัดลุคหวาน อวดหุ่นแซ่บท้าลมหนาวที่นอร์เวย์ สวยฉ่ำจนไทม์ไลน์สั่นสะเทือน

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.25 น.

ทำเอาชาวเน็ตตาค้างกันทั้งโซเชียล! เมื่อนางเอกสาวซุปตาร์ “ญาญ่า อุรัสยา” ปล่อยเซตภาพพักผ่อนสุดชิลส่งตรงจากประเทศนอร์เวย์ แต่บอกเลยว่างานนี้ความแซ่บไม่ชิลตามชื่อ เพราะเจ้าตัวหยิบชุดว่ายน้ำสีขาวดีไซน์เรียบหรูมาสวมใส่ เผยให้เห็นรูปร่างสุดเป๊ะทุกองศา จนแฟนคลับต่างอุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่คนหรือนางเงือก!”

สวยสะกดด้วยลุค “Natural Beauty“ในทริปนี้ ญาญ่ามาในสไตล์ที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด ด้วยการแต่งหน้าอ่อนๆ เผยผิวขาวออร่าท้าแสงแดดริมท่าเรือ พร้อมปล่อยผมยาวสลวยรับลมเย็นๆ ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก ซึ่งสิ่งที่ดึงดูดสายตาชาวเน็ตมากที่สุดคงหนีไม่พ้นโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชัดเจน หรือไม่ว่าจะเป็นในลุคหันหลังที่ดูเซ็กซี่แบบไม่ต้องพยายามแม้จะเป็นเพียงชุดสีขาวเรียบๆ แต่กลับดูหรูหราสมฐานะตัวแม่

หลังจากภาพเซตนี้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการต่างแห่กันเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชมความสวยกันอย่างล้นหลาม รวมถึงมิวายแอบแซวไปถึงหวานใจอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ว่าเห็นความแซ่บระดับพริกยกสวนขนาดนี้ จะเตรียมไม้เรียวรอไว้เลยหรือไม่ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ของสาวญาญ่าที่พิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะมาในลุคน้อยแต่มาก แต่ดาเมจความสวยและเซ็กซี่นั้นรุนแรงจนทำเอาไทม์ไลน์ร้อนฉ่ากันเลยทีเดียว!

จ๊ะ เชียร์ให้ เจี๊ยบ ร่อนเพลงเมล่อนกลางคอนเสิร์ต บอย PEACEMAKER รีบเบรกทันควัน

จ๊ะ เชียร์ให้ เจี๊ยบ ร่อนเพลงเมล่อนกลางคอนเสิร์ต บอย PEACEMAKER รีบเบรกทันควัน

จ๊ะ เชียร์ให้ เจี๊ยบ ร่อนเพลงเมล่อนกลางคอนเสิร์ต บอย PEACEMAKER รีบเบรกทันควัน

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.44 น.

เรียกเสียงหัวเราะได้ทั้งฮอลล์แบบไม่มีพัก สำหรับอีกหนึ่งโมเมนต์ใน “PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT” เมื่อ “จ๊ะ นงผณี” หลุดโหมดตัวตึงสายเอนเตอร์ ชวนแฟนๆแซว “พี่เจี๊ยบ” ภรรยาสุดที่รักของ “บอย PEACEMAKER” แบบเต็มแม็กซ์กลางเวทีโดยช่วงหนึ่ง “บอย” เล่าย้อนโมเมนต์ตอนซ้อมโชว์ว่า ในเพลงมีท่อนที่ใช้ภาษาสไตล์เพื่อนสนิท ก่อนที่ “จ๊ะ” จะรีบเสริมขึ้นมาทันทีว่า บอยพีช ตอนที่เราซ้อม  ในเพลงมันก็จะมีคำว่ากูมึง ….คุณภรรยาผมเค้าบอกว่า

จ๊ะ  “ค่ะ พี่เจี๊ยบ”

บอย  “นั่นๆ เขานั่งอยู่นั่น “

ทำเอา “จ๊ะ” ได้ทีปลุกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆทั้งฮอลล์ต่อทันทีว่า

“อุ้ย!! ใครอยากเห็นพี่เจี๊ยบ ‘ร่อน’ ขอเสียงหน่อยได้ไหมคะ”

เสียงเชียร์ดังสนั่น ก่อน “บอย” จะรีบเบรกมุกแบบคนคลั่งรักสายแซวว่า“แป๊บนึง!!! เอาให้เค้าเดินเร็วให้ได้ก่อน” แค่ประโยคเดียวก็ทำเอาคนดูหัวเราะลั่น เพราะทั้งจังหวะรับส่ง ความเอ็นดูภรรยา และเคมีความเป็นเพื่อนซี้ของ “บอย–จ๊ะ” กลายเป็นโมเมนต์ไวรัลที่แฟนๆแชร์กันสนั่นโซเชียล พร้อมยกให้เป็นอีกหนึ่งช็อต MVP ของคอนเสิร์ตครั้งนี้เลยทีเดียว!

​มวส.เจ้าภาพจัดแข่งขัน ‘TMO 23’ เฟ้นหาผู้แทนสู่เวทีนานาชาติ

​มวส.เจ้าภาพจัดแข่งขัน ‘TMO 23’ เฟ้นหาผู้แทนสู่เวทีนานาชาติ

​มวส.เจ้าภาพจัดแข่งขัน ‘TMO 23’ เฟ้นหาผู้แทนสู่เวทีนานาชาติ

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (มวส.) ร่วมกับมูลนิธิ สอวน. เปิดเวทีประลองปัญญาทางคณิตศาสตร์ระดับประเทศ “การแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับชาติ ครั้งที่ 23” (The 23rd Thailand Mathematical Olympiad: TMO) ระดมเยาวชนคนเก่งจาก 16 ศูนย์ทั่วไทย เข้าร่วมโชว์ศักยภาพระหว่างวันที่ 15-19 พฤษภาคม นี้ เพื่อคัดเลือกผู้แทนประเทศไทยมุ่งสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ

ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา รองประธานกรรมการบริหารมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สอวน.) เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับชาติ ครั้งที่ 23  โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.พินิติ รตะนานุกูล เลขาธิการมูลนิธิ สอวน. ศาสตราจารย์ ดร.อุษณีย์ ลีรวัฒน์ ประธานกรรมการวิชาการมูลนิธิ สอวน. วิชาคณิตศาสตร์ ศาสตราจารย์ ดร.วิชาญ ลิ่วกีรติยุตกุล ประธานสาขาคณิตศาสตร์ สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ที่ปรึกษาคณะกรรมการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ คณะกรรมการบริหารมูลนิธิ สอวน. พร้อมด้วย กรรมการกลางการแข่งขัน นักเรียนและอาจารย์ผู้ควบคุมทีม ร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน ณ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม

ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ที่ปรึกษาคณะกรรมการ มวส. กล่าวว่า โรงเรียนมีความยินดีและภาคภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจให้จัดการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับชาติอีกครั้ง หลังจากที่เคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพครั้งแรกเมื่อปี 2552 ในการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับชาติ ครั้งที่ 6 การแข่งขันครั้งนี้ จึงอาจเปรียบเสมือนอีกหนึ่งเวทีแห่งโอกาส ที่ไม่เป็นเพียงแค่การแสดงศักยภาพทางวิชาการ แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงและสานสัมพันธ์กลุ่มนักเรียน เยาวชนที่มีความรัก ความสนใจในเรื่องเดียวกัน จากหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ มาพบปะ แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ทั้งด้านวิชาการและวัฒนธรรมระหว่างกัน

รองศาสตราจารย์ ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ ผู้อำนวยการ มวส. ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขัน กล่าวว่า การได้รับความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพสาขาคณิตศาสตร์ในรอบ 17 ปี ถือเป็นความภาคภูมิใจ ของศูนย์ สอวน. โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่ มวส. ครบรอบ 36 ปี แห่งการก่อตั้ง โรงเรียนจึงตั้งใจทำให้เวที TMO ครั้งนี้ เป็นการแข่งขันทางวิชาการ การเสริมสร้างมิตรภาพ และเครือข่ายของผู้มีความสามารถพิเศษทางคณิตศาสตร์ทั่วประเทศ  การแข่งขันครั้งนี้ มีผู้แทนนักเรียนจาก 16 ศูนย์ สอวน. ทั่วประเทศ และ นักเรียนจากค่ายของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งสิ้น 104 คน พร้อมด้วย อาจารย์ผู้ควบคุมทีม อีก 48 คน ที่จะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันตลอด 5 วันเต็ม

ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส  สุวรรณเวลา กล่าวว่า ขณะนี้นักวิชาการทางด้านคณิตศาสตร์ในประเทศไทย ยังมีความขาดแคลนอยู่ไม่น้อย ฝากไว้เป็นหน้าที่ของนักเรียนที่เข้ามาได้รับการอบรม สำหรับการจัดการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกแห่งชาติ ครั้งที่ 23 นี้ นอกจากเป็นความร่วมมือระหว่างคณาจารย์ที่สอนคณิตศาสตร์แล้ว ยังเป็นความร่วมมือระหว่างองค์กรต่างๆที่มีศักยภาพ ที่มาช่วยพัฒนายกระดับมาตรฐานการศึกษาในสาขาวิชานี้ นับว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาการเรียนการสอนสาขาคณิตศาสตร์ของประเทศ แล้วยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนไปแข่งขันด้านวิชาการในระดับนานาชาติต่อไป

ศธ.MOU 18 หน่วยงาน เปิดระบบ ‘SAFE SCHOOL’ ยกระดับความปลอดภัยเด็กไทย รับมือภัยยุคใหม่

ศธ.MOU 18 หน่วยงาน เปิดระบบ ‘SAFE SCHOOL’ ยกระดับความปลอดภัยเด็กไทย รับมือภัยยุคใหม่

ศธ.MOU 18 หน่วยงาน เปิดระบบ ‘SAFE SCHOOL’ ยกระดับความปลอดภัยเด็กไทย รับมือภัยยุคใหม่

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ “โรงเรียนปลอดภัย อุ่นใจในพื้นที่สร้างสรรค์” ร่วมกับ 18 หน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงกลาโหม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการสร้าง “ระบบนิเวศทางการศึกษา” ที่ปลอดภัยรอบด้านและเอื้อต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายใหม่ของสังคมยุคปัจจุบัน โดยมี นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  และมีนายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ, ผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ, ผู้แทนจาก 18 หน่วยงาน (13 กระทรวง และ 5 องค์กรหลัก) เข้าร่วม ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. กล่าวว่า การลงนาม MOU ในครั้งนี้ก็ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในการสร้าง “โรงเรียนปลอดภัย” ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ เด็กนักเรียนสามารถใช้ชีวิตและเรียนรู้อย่างมีความสุข พร้อมทั้งมีการแนะนำระบบ “EduSafe School” ซึ่งเป็นระบบดูแลความปลอดภัยที่ใช้งานง่ายผ่านช็อตคัตบนโทรศัพท์มือถือ เพียงกดใช้งาน ระบบจะเชื่อมต่อกับ Google Earth พร้อมให้ผู้ใช้บันทึกเสียงแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือ ก่อนส่งข้อมูลเข้าสู่ศูนย์ช่วยเหลืออัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง รองรับโรงเรียนสังกัด สพฐ. กว่า 29,005 แห่ง และนักเรียนกว่า 6 ล้านคน  ทั้งนี้ เหตุอันตรายสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ไม่เฉพาะในโรงเรียน จึงถือเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้เด็กและเยาวชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังมี “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กระทรวงศึกษาธิการ”  ที่ทำงานร่วมกับนักจิตวิทยาและนักกฎหมาย เพื่อดูแลเด็กที่ได้รับผลกระทบด้านร่างกายและจิตใจในลักษณะ One Stop Service แบบครบวงจรอีกด้วย

“สาระสำคัญของ MOU ฉบับนี้ มุ่งเน้นการสร้างระบบความปลอดภัยในสถานศึกษาแบบ “บูรณาการทั้งระบบ” ครอบคลุมทั้งการป้องกัน ดูแล ช่วยหลือ และคุ้มครองผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา จากภัยในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรง อุบัติเหตุ การละเมิดสิทธิ ปัญหาสุขภาพกายและจิตใจ ปัญหายาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า ตลอดจนภัยออนไลน์ และอาชญากรรมไซเบอร์ที่กำลังส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง” รมว.ศธ. กล่าวและว่า นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนา “พื้นที่สร้างสรรค์” ภายในสถานศึกษา ผ่านกิจกรรมด้านศิลปะ ดนตรี กีฬา นันทนาการ และการพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชน ได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ พัฒนาศักยภาพของตนเอง และแสดงออกอย่างเหมาะสม ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ

โดยภายใต้กรอบความร่วมมือ หน่วยงานแต่ละแห่งจะเข้ามามีบทบาทเฉพาะด้านตามความเชี่ยวชาญ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข จะสนับสนุนการคัดกรองสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้เรียน รวมถึงการอบรมการปฐมพยาบาลและสุขภาพจิตเบื้องต้นแก่บุคลากรทางการศึกษา ขณะที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะร่วมผลักดันการรู้เท่าทันดิจิทัลและความปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อรับมือปัญหาการกลั่นแกล้งออนไลน์ และภัยทางอินเทอร์เน็ตในกลุ่มเยาวชน ด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะร่วมดูแลความปลอดภัยและป้องกันอาชญากรรม ยาเสพติด และความรุนแรงในสถานศึกษา พร้อมสนับสนุนโครงการ D.A.R.E. เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชน  ขณะที่สำนักงาน ป.ป.ส. จะสนับสนุนมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมถึงระบบเฝ้าระวัง คัดกรอง และส่งต่อผู้เรียนกลุ่มเสี่ยงเข้าสู่กระบวนการดูแลอย่างเหมาะสม ในส่วนของกระทรวงคมนาคม จะเข้ามาสนับสนุนมาตรฐานความปลอดภัยด้านการเดินทางของนักเรียน ทั้งรถรับส่งนักเรียนและการเดินทางไปทัศนศึกษา รวมถึงการรณรงค์เรื่องวินัยจราจรและการสวมหมวกนิรภัย ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะสนับสนุนกิจกรรมกีฬาและนันทนาการเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ วินัย และทักษะการใช้ชีวิตของผู้เรียน ขณะเดียวกัน กระทรวงวัฒนธรรม จะร่วมส่งเสริมการใช้ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ในโรงเรียน ส่วน กสศ. จะสนับสนุนผู้เรียนด้อยโอกาสและกลุ่มเปราะบาง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา

“เชื่อมั่นว่า การสร้าง “โรงเรียนปลอดภัย” ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม ที่ต้องร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ที่ปลอดภัย อบอุ่น และสร้างสรรค์ เพื่อให้เด็กไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีทักษะชีวิต มีภูมิคุ้มกันต่อความเสี่ยงรอบด้าน สามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ในโลกยุคใหม่ และก้าวเดินอย่างมั่นคงสู่อนาคตที่ดีต่อไป“ รมว.ศธ. กล่าว

จุฬาฯ หนุนนโยบายพลังงานยั่งยืนผ่านงานวิจัย ฝ่าวิกฤติพลังงานไทยด้วย ‘พลังงานหมุนเวียน’

จุฬาฯ หนุนนโยบายพลังงานยั่งยืนผ่านงานวิจัย ฝ่าวิกฤติพลังงานไทยด้วย ‘พลังงานหมุนเวียน’

จุฬาฯ หนุนนโยบายพลังงานยั่งยืนผ่านงานวิจัย ฝ่าวิกฤติพลังงานไทยด้วย ‘พลังงานหมุนเวียน’

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาฯ ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ และ Biorefinery Hub of Knowledge ภายใต้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดงานเสวนาวิชาการหัวข้อ “ฝ่าวิกฤตพลังงานไทยด้วยพลังงานหมุนเวียน โอกาสหรือภาพลวง?” เพื่อวิเคราะห์เจาะลึกสถานการณ์พลังงานและศักยภาพของพลังงานสะอาดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับเกียรติจาก นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงานและแสดงปาฐกถาพิเศษ

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เน้นย้ำถึงบทบาทของสถาบันการศึกษาที่ไม่ได้เป็นแหล่งให้ความรู้เท่านั้นแต่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนสังคม จุฬาฯ มุ่งมั่นสร้างงานวิจัยที่มีคุณภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศสู่ความยั่งยืน การเสวนาครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจ และนำไปสู่การพัฒนาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยในระยะยาว”

อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI และเผชิญความท้าทายด้านพลังงาน จุฬาฯ จึงมีบทบาทในการระดมองค์ความรู้จากหลายหน่วยงาน อาทิ คณะวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี และสถาบันวิจัยพลังงาน เพื่อร่วมกันหาแนวทางรับมือทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยใช้ “พลังคน” และ “พลังจากงานวิจัย” เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ พร้อมเปิดเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญแลกเปลี่ยนแนวคิด ทั้งนี้ หากสามารถขยายผลต้นแบบและองค์ความรู้ด้านพลังงานไปสู่ภาครัฐและเอกชนได้ จะช่วยให้ประเทศไทยลดการพึ่งพาพลังงานจากภายนอก และก้าวสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พน. ได้ปาฐกถาโดยกล่าวถึงทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการแก้ไขปัญหาพลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือก แต่คือทางรอดของเศรษฐกิจไทยที่เราต้องร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน

ในส่วนของพลังงานทดแทน คุณเอกนัฏกล่าวว่า  Solar Cell ซึ่งเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้ป็นพลังงานไฟฟ้า ประเทศไทยมีการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ประเทศไทยนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) 30% เราควรส่งเสริมให้ติดแผงโซลาร์เซลล์และลดการนำเข้า LNG

ศ.ดร.ปราโมช รังสรรค์วิจิตร คณบดีวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาฯ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งต้นทุนพลังงานที่ผันผวนและความมั่นคงของระบบ การจัดงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพและข้อจำกัดของพลังงานหมุนเวียนอย่างรอบด้าน เพื่อตอบโจทย์ว่าพลังงานสะอาดจะสามารถทดแทนพลังงานหลักและขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ ความก้าวหน้าของงานวิจัยด้านพลังงานทดแทนที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี โดยมีผลงานที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ได้จริง เช่น การผลิตเอทานอลจากวัสดุทางการเกษตรทั้งที่บริโภคได้และไม่ได้ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของภาคการศึกษาในการพัฒนาเทคโนโลยีและพร้อมผลักดันสู่ภาคอุตสาหกรรมในอนาคต

รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงการพัฒนาพลังงานทางเลือกที่ครอบคลุมทั้งไบโอดีเซล พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบไมโครกริด เพื่อสร้างระบบพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน โดยคณะฯ ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและศูนย์วิจัยเพื่อทดสอบและพัฒนานวัตกรรม รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและต้นแบบเทคโนโลยีที่สามารถขยายผลสู่ระดับจังหวัดและประเทศได้

ศ.ดร.วิบูลย์ ศรีเจริญชัยกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาฯ กล่าวถึงบทบาทของสถาบันในการสนับสนุนเชิงนโยบาย โดยวิเคราะห์แนวโน้มพลังงานในอนาคตและเสนอแนวทางการผสมผสานพลังงานทดแทนเข้ากับระบบพลังงานของประเทศ พร้อมยกตัวอย่างการพัฒนา “Smart Campus” ภายในจุฬาฯ ที่มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์และบริหารจัดการพลังงานระหว่างอาคาร ซึ่งองค์ความรู้ดังกล่าวสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาในระดับสังคมได้

ในหลวง พระราชทานเครื่องราช ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร สละชีวิตปกป้องนักเรียน

ในหลวง พระราชทานเครื่องราช ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร สละชีวิตปกป้องนักเรียน

ในหลวง พระราชทานเครื่องราช ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร สละชีวิตปกป้องนักเรียน

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.52 น.

19 พฤษภาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศเรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ผู้วายชนม์ ความว่า

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย ให้แก่ นางศศิพัชร สินสโมสร อดีตผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาสงขลา สตูล สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน

เนื่องจากขณะที่ยังมีชีวิตได้ปฏิบัติหน้าที่ให้ลักษณะเป็นการเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตจนได้รับอันตรายถึงแก่อันตราย โดยได้ปกป้อง ดูแลให้ความช่วยเหลือ ไม่ทอดทิ้งครูและนักเรียนที่อยู่ในความดูแลของตน และยอมเสียสละตนเป็นตัวประกันแทนครูและนักเรียน เป็นเหตุให้ถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต จากเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุจับครูและนักเรียนเป็นตัวประกันภายใน โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569

ประกาศ ณ วันที่ 12 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

สพฐ.ระดมสมองทำแผนเคลื่อน 4 นโยบายเสมา 1

สพฐ.ระดมสมองทำแผนเคลื่อน 4 นโยบายเสมา 1

สพฐ.ระดมสมองทำแผนเคลื่อน 4 นโยบายเสมา 1

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.31 น.

สพฐ.จัดประชุมเวิร์กช็อป ระดมสมองผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ความเห็น 4 นโยบายหลัก รมว.ศธ. เล็งบรรจุทำแผน 3 ระยะ สั้น-กลาง-ยาว สู่การปฏิบัติจริง

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพฯ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ประชุมจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)  ประจำปีงบประมาณ 2569-2570 โดยมีนายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ฝ่ายการเมือง พร้อมด้วยคณะทำงานของ รมว.ศธ., ผู้บริหาร สพฐ.ส่วนกลาง, ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา, ผู้บริหารสถานศึกษา, ครู ผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภายนอก ผู้แทนภาคีเครือข่ายจากองค์กรภาครัฐและเอกชน รวมจำนวน 250 คน เข้าร่วม

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า กระทรวงศึกษาธิการ ( ศธ.)ได้ประกาศนโยบายการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ซึ่งมี 4 นโยบายหลัก ที่เกี่ยวข้องกับ สพฐ. ได้แก่ 1.คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก 2.รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส 3.ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง และ 4.โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม วันที่ 19-20 พ.ค.นี้ สพฐ.จึงประชุมระดมสมองจากทุกภาคส่วน เพื่อนำประสบการณ์ นำปัญหาที่พบเจอมาแชร์ ให้ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และนำมาสังเคราะห์ สรุป เพื่อทำแผนสู่การปฏิบัติที่เชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนนโยบาย 5 ภารกิจหลัก ของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

“การเวิร์กช็อป แบ่งกลุ่มหารือ 8 ประเด็นย่อยที่เกี่ยวกับครู นักเรียน และงบประมาณภายใต้กรอบนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ข้อ 1 ถึง ข้อ 4 ดังนี้ กลุ่มที่ 1.ลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนของครู กลุ่มที่ 2 Cloud Kitchen นำร่องระบบครัวกลาง กลุ่มที่ 3. การปรับเกณฑ์การประเมินผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มที่ 4. การปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ โดยคำนึงถึงความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ กลุ่มที่ 5 ผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะ กลุ่มที่ 6 ยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล (Global Partnerships) และผลักดันการบูรณาการสมรรถนะด้านการรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ กลุ่มที่ 7 การจัดตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ 24 ชั่วโมง” และ กลุ่มที่ 8 ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา สำหรับนโยบายหลักภารกิจที่ 5 การสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ ยกเครื่อง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาตินั้น ทุกคนสามารถให้ข้อเสนอแนะไว้ได้

“ ทั้ง 8 กลุ่มจะระดมสมอง แชร์ประสบการณ์ ให้ข้อเสนอแนะ สรุป สังเคราะห์  เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา เช่น มีคำตอบว่าทำอย่างไรในการลดภาระครู มีการหาทางออกที่เหมาะสมในแต่ละเรื่อง ซึ่ง รมว.ศธ.พูดเสมอว่าจะไม่ตัดเสื้อโหลให้ทุกคนใส่ ทุกโรงเรียนทั้ง 29,005 แห่งไม่ต้องทำเหมือนกันทั้งหมด ทั้งนี้ การจัดการศึกษาต้องมีเอกภาพเชิงนโยบาย แต่หลากหลายปฏิบัติ หลังได้ข้อสรุปในแต่ละประเด็นแล้ว สพฐ.จะมาทำแผนกำหนดเป้าหมายระยะสั้น 3 เดือน ระยะกลาง และระยะยาว ” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

ด้าน นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวว่า สพฐ.จะคัดเลือกและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของวิธีการแก้ปัญหาและวิธีการพัฒนา พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาดำเนินการในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 – กันยายน 2570

ตามประเด็นของแต่ละนโยบาย เพื่อนำไปจัดทำร่างแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ของ สพฐ. และสังเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการประชุมฯ ครั้งนี้ เพื่อนำไปจัดทำร่างนโยบายและจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 – 2571 เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการต่อไป.

เครือโรงเรียนชั้นนำจากสหราชอาณาจักรเตรียมเปิดโรงเรียนนานาชาติที่ภูเก็ต รับกระแสความต้องการที่เติบโตนอกกรุงเทพฯ

เครือโรงเรียนชั้นนำจากสหราชอาณาจักรเตรียมเปิดโรงเรียนนานาชาติที่ภูเก็ต รับกระแสความต้องการที่เติบโตนอกกรุงเทพฯ

เครือโรงเรียนชั้นนำจากสหราชอาณาจักรเตรียมเปิดโรงเรียนนานาชาติที่ภูเก็ต รับกระแสความต้องการที่เติบโตนอกกรุงเทพฯ

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.48 น.

NLCS ซึ่งได้รับรางวัล Independent Secondary School of the Year 2026 เตรียมเปิดโรงเรียนแห่งใหม่ทั้งในรูปแบบไป-กลับและแบบโรงเรียนประจำในย่านเชิงทะเล สำหรับครอบครัวในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย

ภูเก็ต ประเทศไทย, – NLCS International ได้ลงนามในข้อตกลงกับ VLC Group เจ้าของโรงแรมและรีสอร์ตระดับพรีเมียมหลายแห่งในภูเก็ตและเขาหลัก เพื่อพัฒนาโรงเรียนนานาชาติ NLCS Phuket โดยนำรูปแบบการศึกษาของหนึ่งในโรงเรียนเอกชนชั้นนำที่ได้รับการจัดอันดับสูงสุดในสหราชอาณาจักรมาสู่ตลาดการศึกษานานาชาติที่เติบโตอย่างรวดเร็วของประเทศไทย

North London Collegiate School ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2393 โดย Frances Mary Buss ผู้บุกเบิกด้านการศึกษา และถือเป็นหนึ่งในโรงเรียนเอกชนที่ได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งของสหราชอาณาจักรในการจัดอันดับ The Sunday Times Parent Power Guide 2026 โรงเรียน NLCS ได้รับรางวัล Independent Secondary School of the Year, Independent International Baccalaureate School of the Year และ Independent Secondary School of the Year in London อีกทั้งในตารางจัดอันดับ NLCS ได้รับการจัดอันดับให้เป็นโรงเรียนหญิงอันดับหนึ่งของสหราชอาณาจักร พร้อมคว้าอันดับสองในกลุ่มโรงเรียนทั้งหมดในลอนดอน และอันดับสามในระดับประเทศจากทุกโรงเรียนทั่วสหราชอาณาจักร

โรงเรียนนานาชาติ NLCS Phuket จะเปิดสอนตั้งแต่ระดับปฐมวัยไปจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยได้รับการพัฒนาให้เป็นโรงเรียนพรีเมียมแบบสหศึกษาทั้งแบบไป-กลับและแบบประจำ โรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่เชิงทะเล หนึ่งในย่านที่อยู่อาศัยที่เติบโตเร็วที่สุดของภูเก็ต โรงเรียนแห่งนี้มีเป้าหมายรองรับทั้งครอบครัวชาวไทย ชาวต่างชาติ และครอบครัวนานาชาติที่มองหาการศึกษาระบบอังกฤษที่มีมาตรฐานเข้มข้นในภูเก็ต พร้อมทั้งมีระบบโรงเรียนประจำสำหรับนักเรียนจากทั่วประเทศไทยและภูมิภาคโดยรอบ

พิธีลงนามข้อตกลงจัดขึ้นที่ Courtyard by Marriott Phuket, Patong Beach Resort โดยมี คุณ Daniel Lewis กรรมการผู้จัดการของ NLCS International และ คุณณรุจ จิรายุส กรรมการผู้จัดการของ VLC Group และ NLCS Phuket ร่วมลงนามในนามของทั้งสององค์กร

“หลายครอบครัวคิดว่า ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่โดดเด่นเรื่องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมา ยังมีช่องว่างในตลาดสำหรับโรงเรียนที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการสูง และมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับหนึ่งในสถาบันการศึกษาชั้นนำของสหราชอาณาจักร” คุณณรุจ จิรายุส กรรมการผู้จัดการของ VLC Group กล่าว “ในฐานะธุรกิจครอบครัวที่เติบโตมาจากภูเก็ต ทางเรามองว่าการศึกษาเป็นส่วนสำคัญของการเติบโตในก้าวต่อไปของเกาะนี้ เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ภูเก็ตเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นสำหรับการใช้ชีวิต การเรียนรู้ และการสร้างชุมชน” คุณณรุจ กล่าวเสริม

NLCS International ร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลกในการพัฒนาโรงเรียนที่สะท้อนปรัชญาการศึกษาของโรงเรียนต้นแบบ ไม่ว่าจะเป็นความมุ่งมั่นด้านวิชาการ การดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิดและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล และกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่หลากหลาย ปัจจุบันเครือข่ายโรงเรียนของ NLCS ครอบคลุมทั้ง NLCS Jeju, NLCS Dubai, NLCS (Singapore), NLCS Kobe และ NLCS Hong Kong ซึ่งมีกำหนดเปิดในปี 2570

“NLCS Phuket ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของครอบครัวโรงเรียนนานาชาติของเรา” คุณ Daniel Lewis กรรมการผู้จัดการของ NLCS International กล่าวว่า “เป้าหมายของเราคือการมอบการศึกษาที่ที่ส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความสุขและความตื่นเต้น ที่ให้คุณค่าด้านความเป็นตัวตนของนักเรียนทุกคน พร้อมปลูกฝังความรักในการเรียนรู้อย่างแท้จริง สิ่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชื่อที่มีชื่อเสียงติดอยู่หน้าโรงเรียนเท่านั้น แต่จุดแข็งของ NLCS อยู่ที่ความเชื่อมโยงระหว่างโรงเรียนในเครือ คุณภาพและความลึกซึ้งของการสนับสนุนทางด้านวิชาการ และความเชื่อร่วมกันของเราที่ว่า นักเรียนที่มีความสุขและมั่นใจ คือผู้ที่พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จในอนาคต”

ระบบโรงเรียนประจำจะเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของ NLCS Phuket ซึ่งเปิดโอกาสให้ครอบครัวสามารถเข้าถึงการศึกษาของ NLCS ได้ โดยไม่จำเป็นต้องส่งบุตรหลานไปเรียนต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมศักยภาพของภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาระดับภูมิภาค เปิดโอกาสให้นักเรียนได้อยู่ใกล้ครอบครัว ประเทศบ้านเกิด และศูนย์กลางการเดินทางสำคัญของเอเชียมากยิ่งขึ้น

โรงเรียนแห่งนี้คาดว่าจะเปิดรับนักเรียนได้ประมาณ 1,000 คนในช่วงเริ่มต้น และมีศักยภาพในการขยายรองรับนักเรียนได้ถึงประมาณ 1,500 คนในอนาคต สิ่งอำนวยความสะดวกที่วางแผนไว้ประกอบด้วยหอพักนักเรียน พื้นที่แยกสำหรับระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา อาคารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สระว่ายน้ำขนาด 50 เมตร โรงยิมกีฬา สนามเทนนิสในร่ม และสนามฟุตบอล

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคการศึกษานานาชาติในประเทศไทยที่เริ่มขยายตัวออกนอกกรุงเทพมหานคร โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย (Kasikorn Research Centre) คาดการณ์ว่า ในปี 2568 ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยจะเติบโต 9.7% ขณะที่จำนวนนักเรียนนานาชาติคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 8.3% รายงานดังกล่าวยังระบุว่า โรงเรียนนานาชาติมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มเติมไปยังต่างจังหวัด โดยภูเก็ตถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของภูมิภาคนี้

สำหรับภูเก็ต การเข้ามาของโรงเรียนชั้นนำทั้งแบบไป-กลับและแบบโรงเรียนประจำ ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเสริมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับครอบครัวบนเกาะ โรงเรียนนานาชาติยังมีบทบาทในการดึงดูดผู้พำนักระยะยาว ผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะ ผู้ประกอบการ และนักลงทุน พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนความต้องการในภาคที่อยู่อาศัย การท่องเที่ยวและโรงแรม ค้าปลีก การคมนาคม บริการท้องถิ่น และการจ้างงานอีกด้วย

คุณณรุจ กล่าวเพิ่มเติมว่า “โรงเรียนชั้นนำมักเป็นศูนย์กลางในการสร้างชุมชนรอบตัว เราได้เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นมาแล้วในสถานที่อย่างดูไบและเกาะเชจู ซึ่งภาคการศึกษามีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมให้พื้นที่เหล่านั้นกลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านที่อยู่อาศัยที่มีความเป็นนานาชาติ สำหรับ NLCS Phuket เราต้องการสนับสนุนการพัฒนาภูเก็ตให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาที่มีความเป็นเลิศของภูมิภาค”

NLCS Phuket จะยังคงมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับเครือข่ายโรงเรียน NLCS ทั่วโลก โดยได้รับการสนับสนุนจาก NLCS International ในด้านการออกแบบโรงเรียน การพัฒนาหลักสูตร การสรรหาบุคลากร การพัฒนาศักยภาพครู การวางแผนด้านวิชาการ และการประกันคุณภาพการศึกษา