มหาวิทยาลัยอินเดียโดนทัวร์ลงหนัก หลังอ้าง “หุ่นยนต์สุนัข” จากจีนเป็นผลงานตัวเอง

มหาวิทยาลัยอินเดียโดนทัวร์ลงหนัก หลังอ้าง "หุ่นยนต์สุนัข" จากจีนเป็นผลงานตัวเอง

19 ก.พ. 2569 12:25 น.

มหาวิทยาลัยอินเดียโดนทัวร์ลงหนัก หลังอ้าง “หุ่นยนต์สุนัข” จากจีนเป็นผลงานตัวเอง

กลายเป็นดราม่าสนั่นงานประชุมสุดยอดด้านปัญญาประดิษฐ์ที่กรุงนิวเดลี เมื่ออาจารย์มหาวิทยาลัยดังของอินเดียให้สัมภาษณ์อ้างหุ่นยนต์สุนัข “Orion” คือผลงานวิจัยของสถาบัน แต่ชาวเน็ตตาดีจับโป๊ะได้ว่าเป็นรุ่น Go2 ของบริษัท “ยูนิทรี โรโบติกส์” ของจีน ที่มีจำหน่ายทั่วไป ล่าสุดบูธโดนตัดไฟ เจ้าตัวแจงสื่อสารคลาดเคลื่อน

มหาวิทยาลัยกัลโกเทียส ของอินเดีย กำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในงานประชุมสุดยอด “อินเดีย เอไอ อิมแพ็ก ซัมมิต” (India AI Impact Summit) ที่กรุงนิวเดลี หลังจากที่เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยอ้างว่าหุ่นยนต์สุนัขที่นำมาจัดแสดงเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ทางสถาบันพัฒนาขึ้นเอง แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นหุ่นยนต์ที่ผลิตโดยบริษัทของประเทศจีน

จุดเริ่มต้นของความวุ่นวายเหตุการณ์นี้กลายเป็นไวรัลหลังจากที่ เนฮา ซิงห์ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยดังกล่าว ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ดีดี นิวส์ ว่า หุ่นยนต์สุนัขที่ชื่อว่า “Orion” ถูก “พัฒนา” ขึ้นที่ศูนย์ความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตได้ตรวจสอบและระบุว่าหุ่นยนต์ดังกล่าวคือรุ่น Go2 ที่ผลิตโดยบริษัทยูนิทรี โรโบติกส์ จากประเทศจีน ซึ่งมีวางจำหน่ายทั่วไปในราคาประมาณ 200,000 รูปี (ราว 68,585 บาท)

ทางมหาวิทยาลัยได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจตนาอ้างว่าเป็นผู้สร้างหุ่นยนต์ตัวนี้ขึ้นมาเอง และเรียกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น “แคมเปญโฆษณาชวนเชื่อ” โดยระบุว่าการเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามให้ความรู้แก่นักศึกษาในการใช้เครื่องมือที่มีอยู่ทั่วโลกเพื่อพัฒนาทักษะด้านเอไอ

ขณะที่ศาสตราจารย์เนฮา ซิงห์ ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวภายหลังว่า คำพูดของเธอถูกเข้าใจผิด โดยกล่าวว่า “อาจเป็นเพราะฉันสื่อสารสิ่งที่ต้องการพูดได้ไม่ดีพอ หรือพวกคุณอาจจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันต้องการจะสื่อเอง”

รายงานระบุว่า หลังจากเกิดเหตุอื้อฉาว มหาวิทยาลัยถูกขอให้ย้ายออกจากพื้นที่จัดแสดง แม้ทางคณาอาจารย์จะอ้างว่ายังไม่ได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ แต่สำนักข่าว PTI รายงานว่าไฟฟ้าที่บูธดังกล่าวถูกตัดในเวลาต่อมา ซึ่งผู้สื่อข่าวในพื้นที่ยืนยันว่าไฟที่บูธปิดสนิทและไม่มีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยอยู่ประจำบูธ

เหตุการณ์นี้สร้างความอับอายให้กับผู้จัดงาน เนื่องจากวิดีโอสัมภาษณ์ดังกล่าวเคยถูกแชร์ลงในบัญชี X ทางการของ อัศวินี ไวษณอว์ รัฐมนตรีกระทรวงไอทีของอินเดีย ก่อนจะถูกลบออกไปในภายหลัง ด้าน เอส. กฤษณัน ปลัดกระทรวงไอที ระบุว่าเหตุการณ์นี้ไม่ควรมากลบความตั้งใจของผู้เข้าร่วมงานรายอื่น และเน้นย้ำว่าผู้เข้าร่วมงานควรปฏิบัติตามจรรยาบรรณที่เหมาะสม

ทั้งนี้ งานประชุม “อินเดีย เอไอ อิมแพ็ก ซัมมิต” เปิดฉากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (16 ก.พ.) โดยนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี เพื่อผลักดันให้อินเดียเป็นศูนย์กลางด้านเอไอของโลก มีตัวแทนจากกว่า 100 ประเทศเข้าร่วม รวมถึงผู้นำระดับโลกและผู้บริหารระดับสูงอย่างนายซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอของกูเกิล แม้ว่าในวันแรกจะเจอปัญหาเรื่องความแออัดและการจัดการคิว แต่ในวันที่สามของการจัดงานบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักโดยมีผู้เข้าชมงานนับหมื่นคน.

ที่มา BBC

Thaitrade จัดโชว์กลางมหานครนิวยอร์ก ดัน 4 แบรนด์ไทยเฉิดฉายบนตึก One World Trade Center

Thaitrade จัดโชว์กลางมหานครนิวยอร์ก ดัน 4 แบรนด์ไทยเฉิดฉายบนตึก One World Trade Center

19 ก.พ. 2569 12:17 น.

Thaitrade จัดโชว์กลางมหานครนิวยอร์ก ดัน 4 แบรนด์ไทยเฉิดฉายบนตึก One World Trade Center

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก ผนึกกำลังพันธมิตร จัดแฟชั่นโชว์ธีม “Up to the Sky” บนตึก One World Trade Center ในช่วง New York Fashion Week ดัน 4 แบรนด์ไทยบุกตลาดอเมริกา 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก (Thaitrade NY) ภายใต้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าผลักดันศักยภาพสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ไทยสู่ตลาดสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ผ่านโครงการ Megatrend Project ด้วยการจัดแฟชั่นโชว์เต็มรูปแบบในธีม “Up to the Sky” ในช่วง New York Fashion Week

งานจัดขึ้น ณ ชั้น 102 บนอาคาร One World Trade Center แลนด์มาร์กสำคัญของมหานครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพลัง ความแข็งแกร่ง และการก้าวสู่อนาคต สอดรับกับแนวคิด “Up to the Sky” ที่สะท้อนการเติบโตของแบรนด์แฟชั่นไทยในเวทีสากล

ดร. เกษสุรีย์ วิจารณากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากปีก่อน โดยมีคณะผู้ทรงคุณวุฒิในวงการแฟชั่นร่วมคัดเลือกแบรนด์ไทยที่มีความพร้อมและมีศักยภาพโดดเด่น เหมาะกับตลาดมหานครนิวยอร์ก จากผู้สมัคร 19 แบรนด์ เหลือ 4 แบรนด์ที่ได้ร่วมแสดงผลงาน ได้แก่ Landmee, Sarran, Takara Wong Studios และ Vickteerut โดยทั้ง 4 แบรนด์ได้นำเสนอคอลเลกชันที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพงานออกแบบของไทยสู่สายตาผู้ชมระดับนานาชาติ

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการร่วมเดินแบบของแฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังจากสหรัฐฯ อย่าง Elton Ilirjani ซึ่งมียอดผู้ติดตามในอินสตาแกรมกว่า 11.8 ล้านคน ช่วยขยายการรับรู้แบรนด์ไทยในวงกว้าง และสร้างแรงสนใจจากผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่ายในตลาดอเมริกา

ภายในงานมีผู้สื่อข่าว อินฟลูเอนเซอร์ ผู้ซื้อ และแขกวีไอพีในแวดวงแฟชั่นเข้าร่วมกว่า 400 ราย โดยได้รับเกียรติจาก น.ส.สมใจ ตะเภาพงษ์ กงสุลใหญ่นครนิวยอร์ก และ น.ส.ชมพู มฤศโชติ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนิวยอร์ก เข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรม

การจัดแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของแฟชั่นไทยในระดับสากล แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยในการแข่งขันในตลาดแฟชั่นต่างประเทศ เพิ่มโอกาสทางการค้า และยกระดับมูลค่าแบรนด์สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ไทยในตลาดสหรัฐอเมริกาในระยะยาว.

 ที่มา : ไพโรจน์ ปักษาษิณ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐนิวยอร์ก

“คิม จองอึน” โชว์ขับรถแท่นยิงจรวดหลายลำกล้อง ประกาศเดินหน้าพัฒนากองทัพ ก่อนประชุมใหญ่พรรคแรงงาน

"คิม จองอึน" โชว์ขับรถแท่นยิงจรวดหลายลำกล้อง ประกาศเดินหน้าพัฒนากองทัพ ก่อนประชุมใหญ่พรรคแรงงาน

19 ก.พ. 2569 12:16 น.

“คิม จองอึน” โชว์ขับรถแท่นยิงจรวดหลายลำกล้อง ประกาศเดินหน้าพัฒนากองทัพ ก่อนประชุมใหญ่พรรคแรงงาน

“คิม จองอึน” ผู้นำเกาหลีเหนือ โชว์ขับรถแท่นยิงจรวดหลายลำกล้อง ประกาศเดินหน้าพัฒนากองทัพ ก่อนประชุมใหญ่พรรคแรงงานครั้งที่ 9 

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวกลางเกาหลี  ของเกาหลีเหนือ รายงานในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้เข้าร่วมกิจกรรมจัดแสดงระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง ซึ่งจัดขึ้นบริเวณด้านนอกสถานที่เตรียมจัดการประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลี ครั้งที่ 9

โดยระหว่างพิธี นายคิม จองอึน ได้แสดงการขับขี่รถแท่นยิงจรวดแบบหลายลำกล้อง พร้อมกล่าวสุนทรพจน์ว่า การประชุมใหญ่พรรคแรงงานครั้งที่ 9 จะกำหนด “แผนและเป้าหมายระยะต่อไปในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศแบบพึ่งพาตนเอง”

 กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นบริเวณด้านนอกอาคารศูนย์วัฒนธรรม 25 เมษายน ในกรุงเปียงยาง ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมใหญ่พรรคแรงงานใน 2 ครั้งล่าสุด แม้ยังไม่มีการประกาศวันจัดการประชุมใหญ่ครั้งล่าสุดอย่างเป็นทางการ แต่สื่อรัฐได้เผยภาพผู้แทนจากทั่วประเทศทยอยเดินทางถึงกรุงเปียงยางในสัปดาห์นี้ และเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงพิธีจัดแสดงเครื่องยิงจรวด.

ที่มา Yonhap

ญี่ปุ่นสั่งห้ามใช้ “พาวเวอร์แบงก์” บนเครื่องบิน เริ่มเม.ย.นี้ หลังเกิดเหตุแบตฯ ลุกไหม้หลายครั้ง

ญี่ปุ่นสั่งห้ามใช้ "พาวเวอร์แบงก์" บนเครื่องบิน เริ่มเม.ย.นี้ หลังเกิดเหตุแบตฯ ลุกไหม้หลายครั้ง

19 ก.พ. 2569 11:50 น.

ญี่ปุ่นสั่งห้ามใช้ “พาวเวอร์แบงก์” บนเครื่องบิน เริ่มเม.ย.นี้ หลังเกิดเหตุแบตฯ ลุกไหม้หลายครั้ง

กระทรวงคมนาคมญี่ปุ่นเตรียมออกแนวปฏิบัติใหม่ ห้ามผู้โดยสารใช้และชาร์จพาวเวอร์แบงก์ในห้องโดยสาร จำกัดพกขึ้นเครื่องไม่เกิน 2 ชิ้น หลังเกิดเหตุแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนลุกไหม้

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าว NHK รายงานว่า กระทรวงคมนาคมญี่ปุ่นเตรียมออกมาตรการเข้ม ห้ามผู้โดยสารใช้ “พาวเวอร์แบงก์” หรือแบตเตอรี่สำรอง ภายในห้องโดยสารของเที่ยวบินที่เดินทางเข้าและออกจากสนามบินในประเทศญี่ปุ่น โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้เร็วที่สุดในเดือนเมษายนนี้  

รายงานข่าวระบุว่า มาตรการห้ามนี้จะถูกบรรจุไว้ในแนวปฏิบัติภายใต้กฎหมายการบินพลเรือนของญี่ปุ่น (Civil Aeronautics Act) เพื่อเป็นการรับมือกับเหตุการณ์ที่แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเกิดไฟลุกไหม้หรือมีควันภายในห้องโดยสารเครื่องบินโดยสารหลายครั้งที่ผ่านมา

โดยตามแนวปฏิบัติฉบับแก้ไข ผู้โดยสารจะถูกห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์ชาร์จสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นระหว่างอยู่บนเครื่องบิน รวมถึงห้ามนำพาวเวอร์แบงก์ไปชาร์จที่ปลั๊กไฟบริเวณที่นั่งด้วย นอกจากนี้ ยังจำกัดจำนวนพาวเวอร์แบงก์ที่ผู้โดยสารสามารถนำขึ้นห้องโดยสารได้ไม่เกินคนละ 2 ชิ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดความร้อนสูงหรือการลุกไหม้ของแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน

รายงานยังระบุถึงเหตุการณ์เมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่เครื่องบินลำหนึ่งซึ่งกำลังเตรียมออกเดินทางจากเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เกิดเหตุเพลิงไหม้ โดยเชื่อว่ามีสาเหตุมาจากพาวเวอร์แบงก์ที่เก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ และอีกกรณีหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2568 บนเที่ยวบินระหว่างประเทศของสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ส เมื่อพาวเวอร์แบงก์เกิดควันขณะกำลังใช้ชาร์จสมาร์ทโฟนภายในห้องโดยสาร

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สายการบินต่างประเทศบางแห่งได้ประกาศห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์ภายในห้องโดยสารแล้ว ขณะที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการออกข้อกำหนดควบคุมในระดับสากล ขณะที่การออกมาตรการครั้งนี้สะท้อนความกังวลด้านความปลอดภัยการบินที่เพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้โดยสารทั่วโลก.

ที่มา NHK

สภาเปรูเลือก ปธน. คนที่ 8 ในรอบ 10 ปี หลังผู้นำรักษาการถูกปลด

สภาเปรูเลือก ปธน. คนที่ 8 ในรอบ 10 ปี หลังผู้นำรักษาการถูกปลด

19 ก.พ. 2569 11:47 น.

สภาเปรูเลือก ปธน. คนที่ 8 ในรอบ 10 ปี หลังผู้นำรักษาการถูกปลด

สภาคองเกรสเปรูลงมติเลือกนายโฮเซ มาเรีย บัลกาซาร์ เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ที่ถือเป็นประธานาธิบดีคนที่ 8 ในรอบ 10 ปี ท่ามกลางวิกฤตการเมืองที่ยืดเยื้อมานาน 10 ปี โดยภารกิจหลักคือการนำพาประเทศสู่การเลือกตั้งทั่วไปในอีก 5 เดือนข้างหน้า หลังผู้นำคนล่าสุดถูกถอดถอนฐานขาดความเหมาะสมทางจริยธรรมจากปมพบปะนักธุรกิจจีนอย่างลับๆ

รัฐสภาเปรูมีมติเลือก นายโฮเซ มารีอา บัลกาซาร์ สมาชิกนิติบัญญัติวัย 83 ปี ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 8 ของประเทศภายในรอบ 10 ปี เพื่อเข้าทำหน้าที่แทนผู้นำรักษาการคนก่อนที่เพิ่งถูกขับออกจากตำแหน่งเพียงหนึ่งวันก่อนหน้า ด้วยข้อหาพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชันหลังเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 4 เดือน

นายบัลกาซาร์ อดีตผู้พิพากษาและตัวแทนจากพรรค Perú Libre ฝ่ายซ้าย สามารถเอาชนะคู่แข่งอีก 3 ราย โดยได้รับเสียงข้างมากจากสมาชิกสภาทั้งหมด 130 ที่นั่ง การเปลี่ยนตัวผู้นำบ่อยครั้งของเปรูครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่ฝังรากลึกซึ่งเกิดจากการที่ผู้นำไม่มีเสียงข้างมากในสภา สนับสนุน ส่งผลให้ฝ่ายนิติบัญญัติมักใช้ช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญในข้อ “ความไม่เหมาะสมทางจริยธรรมอย่างถาวร” เพื่อถอดถอนประธานาธิบดีอยู่บ่อยครั้ง 

ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร (17 ก.พ.) สภาได้ลงมติถอดถอน นายโฮเซ เฆรี ประธานาธิบดีรักษาการสายอนุรักษนิยมที่ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 หลังจากที่มีการเปิดเผยว่าเขาแอบไปพบปะหารือกับกลุ่มนักธุรกิจชาวจีน รวมถึงผู้รับเหมาของรัฐโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า แม้นายเฆรีจะอ้างว่าเป็นการประสานงานเพื่อจัดงานเทศกาลเปรู-จีนก็ตาม

ขณะนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดได้เริ่มการสอบสวนเบื้องต้นต่อนายเฆรีใน 2 ประเด็นหลัก คือ ข้อหากระทำการเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนเอกชนอย่างผิดกฎหมาย และการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อรัฐ

นายบัลกาซาร์จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นเวลา 5 เดือน เพื่อประคองสถานการณ์ไปจนกว่าจะมีการส่งมอบอำนาจให้แก่ผู้ชนะการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 12 เมษายนนี้ ซึ่งชาวเปรูจะต้องเลือกทั้งประธานาธิบดีและรัฐสภาชุดใหม่ โดยหากไม่มีผู้สมัครรายใดได้รับคะแนนเสียงเกิน 50% จะต้องมีการเลือกตั้งรอบตัดสินในเดือนมิถุนายน

ทั้งนี้ ผู้ที่จะมาสืบทอดอำนาจต่อจากนายบัลกาซาร์จะต้องเผชิญกับภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะวิกฤตอาชญากรรมที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งเหตุฆาตกรรมและการกรรโชกทรัพย์ที่กำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักแก่เจ้าของธุรกิจรายย่อยและชนชั้นแรงงาน ขณะที่หลายกลุ่มการเมืองต่างออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการให้หลักประกันว่าการเลือกตั้งที่จะถึงนี้จะเป็นไปอย่างโปร่งใสที่สุด.


ที่มา Associated Press

สหรัฐฯ เตรียมถอนทหาร 1,000 นายสุดท้ายจากซีเรีย รับมือความตึงเครียด “อิหร่าน”

สหรัฐฯ เตรียมถอนทหาร 1,000 นายสุดท้ายจากซีเรีย รับมือความตึงเครียด "อิหร่าน"

19 ก.พ. 2569 11:05 น.

สหรัฐฯ เตรียมถอนทหาร 1,000 นายสุดท้ายจากซีเรีย รับมือความตึงเครียด “อิหร่าน”

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวเปิดเผยว่า สหรัฐฯ กำลังเตรียมการที่จะถอนทหาร 1,000 นาย ที่เหลืออยู่ในซีเรียเกือบทั้งหมดออกภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยระบุว่ารัฐบาลซีเรียได้ตกลงที่จะเป็นผู้นำหลักในการต่อต้านการก่อการร้ายภายในพรมแดนของตนเอง ทำให้การคงกำลังทหารสหรัฐฯ “ในระดับกว้าง” ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

กองกำลังสหรัฐฯ เข้ามาปฏิบัติภารกิจในซีเรียตั้งแต่ปี 2015 เพื่อปราบปรามกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจถอนทหารครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเร่งเสริมกำลังทหารในตะวันออกกลาง เนื่องจากความตึงเครียดกับอิหร่านที่พุ่งสูงขึ้น

ขณะที่เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ซึ่งเป็นเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีและฝูงบินขับไล่จำนวนมากได้ประจำการอยู่ใกล้กับอิหร่านแล้ว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าสหรัฐฯ ได้ส่งเรือยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด ซึ่งเป็นเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในโลกมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง โดยคาดว่าจะถึงพื้นที่ภายใน 3 สัปดาห์

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้สั่งการให้กองทัพเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีอิหร่านที่อาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันเสาร์นี้ (21 ก.พ.) แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่มีการตัดสินใจขั้นเด็ดขาดก็ตาม

การเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากรัฐบาลอัสซาดล่มสลายในปี 2024 และสถานการณ์ความมั่นคงในซีเรียดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รัฐบาลทรัมป์ได้พยายามสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับกรุงดามัสกัส และเพิ่มความร่วมมือกับ ประธานาธิบดี อาเหม็ด อัล-ชารา ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำซีเรียคนแรกที่เข้าพบทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา 

นอกจากนี้ เมื่อเดือนมกราคม รัฐบาลซีเรียเพิ่งบรรลุข้อตกลงในการรวมกองกำลังประชาธิปไตยซีเรียที่นำโดยชาวเคิร์ดเข้ากับกองทัพรัฐบาลซีเรีย ขณะที่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศซีเรียเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อย้ำเรื่องการรักษาสัญญาหยุดยิงและการปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายที่ยังคงหลงเหลืออยู่

ก่อนหน้านี้ในเดือนธันวาคม เกิดเหตุมือปืนกลุ่มไอเอสซุ่มโจมตีในเมืองพัลไมรา ส่งผลให้ล่ามหนึ่งรายและเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิจากหน่วยไอโอวา 2 นายเสียชีวิต นำไปสู่การปฏิบัติการตอบโต้ของรัฐบาลทรัมป์ภายใต้ชื่อ “ปฏิบัติการฮอว์กอาย สไตรค์”  เพื่อกวาดล้างกลุ่มไอเอสในพื้นที่

แม้จะมีการถอนทหารประมาณ 1,000 นายที่เหลืออยู่ แต่ทำเนียบขาวยืนยันว่า สหรัฐฯ ยังคงพร้อมที่จะตอบโต้ต่อภัยคุกคามในภูมิภาคทุกรูปแบบภายใต้แผนการเปลี่ยนผ่านตามสถานการณ์ความมั่นคง.

ที่มา BBC

ระทึก เครื่องบิน “เดลตา แอร์ไลน์ส” ลงจอดฉุกเฉิน หลังนักบินแจ้งว่ามีผู้โดยสารพยายามบุกห้องนักบิน

ระทึก เครื่องบิน "เดลตา แอร์ไลน์ส" ลงจอดฉุกเฉิน หลังนักบินแจ้งว่ามีผู้โดยสารพยายามบุกห้องนักบิน

19 ก.พ. 2569 10:51 น.

ระทึก เครื่องบิน “เดลตา แอร์ไลน์ส” ลงจอดฉุกเฉิน หลังนักบินแจ้งว่ามีผู้โดยสารพยายามบุกห้องนักบิน

เกิดเหตุระทึก เครื่องบินโดยสาร “เดลตา แอร์ไลน์ส” เที่ยวบินในประเทศ ต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินในเมืองฮิวสตัน หลังนักบินแจ้งหอควบคุมการบินว่า มีผู้โดยสารพยายามบุกเข้าไปในห้องนักบิน

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 717 สายการบินเดลตา แอร์ไลน์ส เที่ยวบินในประเทศ 2557 ต้องบินลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินฮอบบี้ ในเมืองฮิวสตัน  รัฐเทกซัส หลังนักบินประกาศพาเครื่องบินลงจอดฉุกเฉิน และได้แจ้งต่อศูนย์ควบคุมการบินว่า มีผู้โดยสารพยายามจะบุกเข้าไปในห้องนักบิน

รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์ระทึกเกิดขึ้นเพียงไม่นานหลังเครื่องบินพร้อมผู้โดยสาร 85 คน และลูกเรือ 5 คนได้ทะยานขึ้นจากสนามบินฮิวสตัน เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองแอตแลนตา ในรัฐจอร์เจีย โดยในช่วงเวลา 17 นาทีหลังเครื่องบินทะยานขึ้นจากรันเวย์ นักบินแจ้งกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมการบินว่า มีผู้โดยสารคนหนึ่งพยายามบุกเข้าไปในห้องนักบิน พร้อมร้องขอความช่วยเหลือและจัดเตรียมการลงจอดฉุกเฉิน

จากนั้นนักบินแจ้งว่า เมื่อเครื่องบินลงจอดเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ขึ้นมาตรวจสอบด้านความปลอดภัย พร้อมควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวนบริเวณด้านหลังเครื่องบินเพื่อหาแรงจูงใจในการก่อเหตุ. 

ผู้นำไต้หวันช็อก ถูกอ้วกพุ่งใส่เสื้อผ้า ขณะร่วมแจกอั่งเปางานตรุษจีน

ผู้นำไต้หวันช็อก ถูกอ้วกพุ่งใส่เสื้อผ้า ขณะร่วมแจกอั่งเปางานตรุษจีน

19 ก.พ. 2569 10:38 น.

ผู้นำไต้หวันช็อก ถูกอ้วกพุ่งใส่เสื้อผ้า ขณะร่วมแจกอั่งเปางานตรุษจีน

ประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน เผชิญเหตุการณ์ไม่คาดคิดระหว่างเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน เมื่อถูกอาเจียนพุ่งใส่โดยไม่ตั้งใจ ขณะกำลังแจกซองอั่งเปาให้ประชาชนภายในวัดแห่งหนึ่ง

เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างพิธีมอบคำอวยพรปีใหม่ตามธรรมเนียม และแจกอั่งเปาซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภและความเป็นสิริมงคลในช่วงตรุษจีน โดยระหว่างที่ประธานาธิบดีกำลังยืนอยู่บนเวทีข้างประธานวัด เพื่อกล่าวคำอวยพรต่อประชาชน ประธานวัดได้เกิดอาการหน้ามืดกะทันหัน ก่อนจะอาเจียนออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้บางส่วนกระเด็นไปโดนเสื้อผู้นำไต้หวัน

คลิปวิดีโอจากผู้ร่วมงานเผยให้เห็นช่วงเวลาที่บรรยากาศบนเวทีชะงักลงชั่วครู่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและทีมงานรีบเข้าช่วยเหลือประธานวัดทันที ขณะที่ไล่ ชิงเต๋อ ยังคงมีท่าทีสงบนิ่ง และไม่ได้แสดงความไม่พอใจแต่อย่างใด ก่อนจะมีการจัดการสถานการณ์อย่างรวดเร็ว

รายงานระบุว่า ประธานวัดมีอาการไม่สบายกะทันหันจากภาวะอ่อนเพลีย และได้รับการดูแลเบื้องต้นทันที ส่วนประธานาธิบดีไม่ได้รับอันตรายใด ๆ และสามารถปฏิบัติภารกิจต่อได้ตามกำหนดการ

ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ผู้นำไต้หวันมักเดินสายไปตามวัดสำคัญทั่วประเทศ เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และแจกอั่งเปาที่มีลายเซ็นหรือคำอวยพรพิเศษ ซึ่งถือเป็นของที่ระลึกยอดนิยมในหมู่ประชาชน หลายคนต่อคิวรอรับซองสีแดงเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความใกล้ชิดระหว่างผู้นำกับประชาชน และสะท้อนบทบาทเชิงสัญลักษณ์ของประธานาธิบดีในช่วงเทศกาลสำคัญ.

ที่มา : The sun

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไต้หวัน

เทย์เลอร์ สวิฟต์ ครองตำแหน่งศิลปินขายดีที่สุดโลกปี 2025 เป็นครั้งที่ 6

 เทย์เลอร์ สวิฟต์ ครองตำแหน่งศิลปินขายดีที่สุดโลกปี 2025 เป็นครั้งที่ 6

19 ก.พ. 2569 09:51 น.

เทย์เลอร์ สวิฟต์ ครองตำแหน่งศิลปินขายดีที่สุดโลกปี 2025 เป็นครั้งที่ 6

เทย์เลอร์ สวิฟต์ ครองตำแหน่งศิลปินที่มียอดขายสูงที่สุดของโลกประจำปี 2025 จากสหพันธ์อุตสาหกรรมดนตรีนานาชาติ หรือ IFPI โดยนับเป็นครั้งที่ 6 แล้วที่เธอคว้าตำแหน่งนี้

สหพันธ์อุตสาหกรรมดนตรีนานาชาติ หรือ International Federation of the Phonographic Industry (IFPI) มอบตำแหน่งศิลปินที่มียอดขายสูงที่สุดของโลกประจำปี 2025 ให้แก่นักร้องสาว เทย์เลอร์ สวิฟต์ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 6 แล้วที่เธอคว้าตำแหน่งนี้ สะท้อนถึงอิทธิพลระดับโลกของซูเปอร์สตาร์หญิงแห่งวงการเพลง

รางวัลดังกล่าวประกาศผลเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ โดย IFPI ระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากกระแสตอบรับอย่างถล่มทลายของอัลบั้มล่าสุด The Life Of A Showgirl ซึ่งสร้างสถิติยอดขายสัปดาห์แรกสูงสุดในยุคสมัยใหม่ ตามข้อมูลของ Billboard ที่อ้างอิงตัวเลขจากบริษัทเก็บสถิติยอดขายเพลง

นอกจากยอดขายอัลบั้มแล้ว สวิฟต์ยังครองความนิยมทั่วโลกผ่านทุกแพลตฟอร์ม ทั้งสตรีมมิ่ง ดาวน์โหลดดิจิทัล และยอดขายแผ่นจริง รวมถึงกระแสจากสารคดีทัวร์คอนเสิร์ต The End Of An Era ที่ช่วยขยายฐานแฟนเพลงในหลายประเทศ

IFPI ระบุว่า สวิฟต์เคยได้รับตำแหน่ง “Global Recording Artist of the Year” ครั้งแรกในปี 2014 ก่อนจะคว้าอีกครั้งในปี 2019 และต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2022 ถึง 2024 รวมถึงปีล่าสุด 2025 ทำให้เธอชนะรางวัลนี้รวม 6 ครั้ง เทียบเท่ากับจำนวนครั้งที่ศิลปินรายอื่นทั้งหมดรวมกันได้รับในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

องค์กรชี้ว่า ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนทั้งความสม่ำเสมอทางความคิดสร้างสรรค์ และกลยุทธ์การทำตลาดระดับโลกในระยะยาวที่สนับสนุนผลงานของเธอ

ทั้งนี้ การจัดอันดับของ IFPI คำนวณจากยอดขายรวมทั่วโลกตลอดปีปฏิทิน ครอบคลุมผลงานทั้งหมดของศิลปิน ทั้งสตรีมมิ่ง ดาวน์โหลด และยอดขายในรูปแบบแผ่นจริง เพื่อสะท้อนภาพรวมความนิยมระดับสากลอย่างแท้จริง

สำหรับปี 2025 วงเคป๊อปชื่อดัง Stray Kids คว้าอันดับ 2 ขณะที่แร็ปเปอร์ชาวแคนาดา Drake ได้อันดับ 3.

ที่มา :channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เทย์เลอร์ สวิฟต์

งานกาล่าตรุษจีน CMG ปี 2026 สุดอลัง ยอดผู้ชมพุ่ง 677 ล้านคน

งานกาล่าตรุษจีน CMG ปี 2026 สุดอลัง ยอดผู้ชมพุ่ง 677 ล้านคน

19 ก.พ. 2569 08:47 น.

งานกาล่าตรุษจีน CMG ปี 2026 สุดอลัง ยอดผู้ชมพุ่ง 677 ล้านคน

งานกาล่าตรุษจีนปี 2026 ของ China Media Group จัดอย่างยิ่งใหญ่สุดอลังการ มียอดรับชมทั้งสดและย้อนหลังพุ่ง โดยการแสดงปีนี้เน้นผสานวัฒนธรรมดั้งเดิม และเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

งานกาล่าตรุษจีนปี 2026 ของ China Media Group จัดอย่างยิ่งใหญ่สุดอลังการ มียอดรับชมทั้งสดและย้อนหลังพุ่ง โดยการแสดงปีนี้เน้นผสานวัฒนธรรมดั้งเดิม และเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

งานกาล่าตรุษจีนปี 2026 ของ China Media Group (CMG) สื่อหลักของจีน จัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการสมการรอคอยโดยมียอดรับชมรวมทุกแพลตฟอร์มสูงถึง 677 ล้านคน ยอดคลิกชมและรับชมย้อนหลังทะลุ 13,500 ล้านครั้ง ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่ากาล่าตรุษจีนยังคงเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงคนทุกวัย อีกทั้งยังขยายอิทธิพลไปสู่ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีสื่อเกือบ 4,000 แห่งทั่วโลกนำไปเผยแพร่ออกอากาศ

การแสดงในปีนี้ถูกร้อยเรียงอย่างลื่นไหล ผสานวัฒนธรรมดั้งเดิม เทคโนโลยีสมัยใหม่ และบรรยากาศความเป็นสากลเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ถ่ายทอดเป็น “บทเพลงแห่งปีใหม่” ที่ทั้งอบอุ่นและเปี่ยมพลัง สะท้อนความหวัง ความสามัคคี และการก้าวเดินสู่อนาคต

หนึ่งในเสน่ห์สำคัญของปีนี้คือการเน้นย้ำ “รากเหง้าวัฒนธรรมจีน” การแสดงอย่าง “ลี่ชุน” ถ่ายทอดความหมายของการเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิและพลังชีวิตที่ฟื้นคืน “เฉลิมเทพบุปผา” พาผู้ชมเดินทางข้ามกาลเวลา สัมผัสจังหวะแห่งฤดูกาลทั้งสี่ การทำให้ระบำโบราณจากจิตรกรรมฝาผนังพันปีใน “เส้นทางสายไหมโบราณ” เป็นจริงต่อหน้าผู้ชม ตลอดจนการรวมศิลปินงิ้วหลากหลายรุ่นบนเวทีเดียวกัน ล้วนสะท้อนความต่อเนื่องของมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดไม่ขาดสาย

ปีมะเมีย หรือปีม้า ถูกหยิบยกมาเป็นสัญลักษณ์สำคัญของงาน ม้าในวัฒนธรรมจีนหมายถึงพลัง ความกล้าหาญ และการก้าวไปข้างหน้า บทเพลงและการแสดงหลายชุดจึงสื่อสารถึงความมุ่งมั่นและความหวังในอนาคต ถ่ายทอดภาพประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างมั่นคงและมั่นใจ

เทคโนโลยีเป็นอีกมิติที่โดดเด่น หุ่นยนต์มนุษย์ปรากฏบนเวทีเคียงคู่ศิลปะการต่อสู้จีน “ผสานความแข็งแกร่งของปัญญาประดิษฐ์” เข้ากับ “จิตวิญญาณพันปีของวัฒนธรรม” บทเพลงเกี่ยวกับการสร้างสรรค์อนาคตสะท้อนภาพสังคมที่เทคโนโลยีเข้ามาเติมเต็มชีวิต ขณะเดียวกัน ละครสั้นแนวตลกยังตั้งคำถามถึงชีวิตดิจิทัลและความสัมพันธ์ในยุคโซเชียลมีเดียอย่างแยบคาย

ท่ามกลางความยิ่งใหญ่ งานกาล่าตรุษจีน ยังไม่ละเลยความอบอุ่นของมนุษย์ เพลงที่เล่าถึงสายใยแม่ลูก ความทรงจำ และมิตรภาพที่งดงาม ทำให้เวทีแห่งนี้ไม่ใช่เพียงการแสดงระดับชาติ แต่เป็นพื้นที่แห่งอารมณ์ร่วมที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน การแสดงที่สดุดีแรงงานธรรมดา เกษตรกร นักวิจัย และทหาร ยังสะท้อนให้เห็นว่าความก้าวหน้าของประเทศเกิดจากความพยายามของผู้คนทุกภาคส่วน

เวทีย่อยของงานกาล่าตรุษจีนในหลายเมืองทั่วประเทศเพิ่มสีสันให้บรรยากาศตรุษจีน ตั้งแต่ดินแดนหิมะทางเหนือไปจนถึงเมืองการค้าสำคัญและเมืองริมแม่น้ำแยงซี ทุกแห่งถ่ายทอดภาพความคึกคักและพลังชีวิต ขณะเดียวกัน ศิลปินนานาชาติที่ร่วมแสดงก็ทำให้เวทีแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระดับโลก สื่อสารว่าตรุษจีนไม่ใช่เพียงเทศกาลของชาติหนึ่งชาติใด แต่เป็นช่วงเวลาแห่งการแบ่งปันความสุขร่วมกัน

งานกาล่าตรุษจีนปี 2026 จึงไม่ใช่เพียงมหกรรมบันเทิง หากแต่เป็นภาพสะท้อนของสังคมจีนยุคใหม่ ที่ยืนอยู่บนรากฐานวัฒนธรรมอันมั่นคง ขณะเดียวกันก็เปิดรับเทคโนโลยีและความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง ท่ามกลางเสียงหัวเราะและบทเพลงแห่งความสุข ผู้ชมทั่วโลกได้ร่วมต้อนรับปีใหม่จีนด้วยความหวังและความเชื่อมั่นในวันพรุ่งนี้ที่สดใสกว่าเดิม.

ที่มา : CMG

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ตรุษจีน