UK อ้าง รัสเซียสังหาร “นาวาลนี” ด้วยพิษจากกบลูกศรพิษ

UK อ้าง รัสเซียสังหาร “นาวาลนี” ด้วยพิษจากกบลูกศรพิษ

14 ก.พ. 2569 21:57 น.

UK อ้าง รัสเซียสังหาร “นาวาลนี” ด้วยพิษจากกบลูกศรพิษ

สหราชอาณาจักรอ้างว่า รัสเซียสังหารนายอเล็กเซ นาวาลนี อดีตผู้นำฝ่ายค้านรัสเซียในเรือนจำด้วยพิษจากกบลูกศรพิษ ขณะที่เขาถูกคุมขังในเรือนจำขั้วโลก

เมื่อ 14 ก.พ. 2569 กระทรวงการต่างประเทศ เครือจักรภพ และการพัฒนา (FCDO) ของสหราชอาณาจักร ออกมาอ้างว่า นายอเล็กเซ นาวาลนี อดีตผู้นำฝ่ายค้านรัสเซีย ที่เสียชีวิตเมื่อ 2 ปีก่อน ถูกสังหารด้วยยาพิษที่พัฒนามาจากสารพิษของกบลูกศรพิษ

FCDO อ้างว่า ผลวิเคราะห์ล่าสุดจากตัวอย่างที่เก็บมาจากร่างกายของนายนาวาลนี พบว่ามีสารพิษที่เรียกว่า “อีพิบาติดีน” (epibatidine) อยู่ในร่างกายของเขา

นางอีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวจากงานประชุมความมั่นคงมิวนิกว่า “มีเพียงรัฐบาลรัสเซียเท่านั้นที่มีวิธีการ แรงจูงใจ และโอกาส ในการใช้สารพิษร้ายแรงนี้กับอเล็กเซ นาวาลนี ระหว่างที่เขาถูกคุมขังในรัสเซีย”

“รัสเซียมองว่านาวาลนีเป็นภัยคุกคาม” คูเปอร์กล่าวในงาน “การใช้ยาพิษรูปแบบนี้ แสดงให้เห็นถึงเครื่องมืออันน่ารังเกียจที่รัฐรัสเซียมีอยู่ในมือ และความหวาดกลัวอย่างท่วมท้นที่มีต่อฝ่ายค้านทางการเมือง”

สหราชอาณาจักรเป็นประเทศล่าสุดที่กล่าวหารัสเซียว่าวางยาพิษนายนาวาลนี ต่อจากสวีเดน, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี โดย FCDO ระบุว่า สหราชอาณาจักรได้แจ้งต่อองค์กรห้ามอาวุธเคมี เรื่องข้อกล่าวหาที่ว่า รัสเซียละเมิดอนุสัญญาอาวุธเคมีแล้ว

ทั้งนี้ นายนาวาลนีเป็นนักรณรงค์ต่อต้านการทุจริตและเป็นผู้นำฝ่ายค้านที่ออกมาแสดงการต่อต้านรัฐบาลของ วลาดิเมียร์ ปูติน มากที่สุด ซึ่งทำให้เขาถูกจับกุมตัวหลายครั้ง

ในปี 2563 นาวาลนีเคยถูกวางยาพิษด้วยสารทำลายประสาทโนวิช็อก (Novichok) และเข้ารับการรักษาในเยอรมนี อย่างไรก็ตาม หลังจากฟื้นตัว เขาตัดสินใจเดินทางกลับรัสเซียเพื่อต่อสู้ทางการเมืองของเขาต่อไป และถูกจับกุมทันทีที่เดินทางถึงมอสโก

หลังจากนั้น นาวาลนีถูกตัดสินจำคุก 3 ปีด้วยข้อกล่าวหาที่เขาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง และถูกย้ายไปคุมขังที่ทัณฑนิคมในเขตอาร์กติกเซอร์เคิล ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตอย่างกะทันหันเมื่อ 16 ก.พ. 2567

ตามคำกล่าวอ้างของรัสเซีย ชายวัย 47 ปีผู้นี้เดินเล่นเป็นระยะเวลาสั้นๆ ภายในทัณฑนิคมในไซบีเรีย ก่อนจะบอกว่ารู้สึกไม่สบาย จากนั้นก็ทรุดลงและไม่ฟื้นคืนสติอีกเลย

นางยูเลีย นาวาลนายา ภรรยาของนาวาลนี ยืนกรานมาโดยตลอดว่าสามีของเธอถูกฆาตกรรมด้วยการวางยาพิษ และเธอออกมากล่าวอีกครั้งในวันเสาร์ว่า “ฉันมั่นใจตั้งแต่วันแรกว่าสามีของฉันถูกวางยาพิษ แต่ตอนนี้มีหลักฐานแล้ว”

“ฉันรู้สึกขอบคุณรัฐต่าง ๆ ในยุโรป สำหรับงานที่พิถีพิถันซึ่งพวกเขาทำตลอดสองปี และสำหรับการเปิดเผยความจริง” เธอกล่าวเสริม ขณะที่รัสเซียยังไม่ออกมาแสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฝรั่งเศสสอบ 5 ผู้ผลิตนมผงเด็กรายใหญ่ ปมเรียกคืนสินค้าปนเปื้อนสารพิษ

ฝรั่งเศสสอบ 5 ผู้ผลิตนมผงเด็กรายใหญ่ ปมเรียกคืนสินค้าปนเปื้อนสารพิษ

14 ก.พ. 2569 11:27 น.

ฝรั่งเศสสอบ 5 ผู้ผลิตนมผงเด็กรายใหญ่ ปมเรียกคืนสินค้าปนเปื้อนสารพิษ

อัยการกรุงปารีสเปิดสอบสวนบริษัทผู้ผลิตนมผงเด็กรายใหญ่ 5 ราย หลังมีการเรียกคืนนมผงเด็กจำนวนมาก กังวลปนเปื้อนสารพิษ “เซรูไลด์” ขณะมีรายงานทารกในอังกฤษป่วยแล้วอย่างน้อย 36 ราย

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานอัยการกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เปิดการสอบสวนผู้ผลิตนมผงสำหรับทารก 5 ราย ได้แก่ Nestle, Lactalis, Danone, Babybio และ La Marque en moins ภายหลังหลายบริษัทประกาศเรียกคืนสินค้าล็อตใหญ่จากความกังวลว่าอาจปนเปื้อนสารพิษ “เซรูไลด์” (Cereulide)

อัยการปารีสยังจะประสานกับการสอบสวนในท้องถิ่น เพื่อตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างนมผงที่อาจปนเปื้อนกับการเสียชีวิตของทารก 3 รายในฝรั่งเศสหรือไม่

การสอบสวนมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดทางอาญาหรือไม่ จากการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่อาจปนเปื้อน ขณะเดียวกัน ทางการฝรั่งเศสได้รับคำร้องเรียนจากประชาชน 8 ราย ซึ่งระบุว่าบุตรหลานมีอาการอาเจียนหลังบริโภคนมผง

สัปดาห์ที่ผ่านมา Nestle และ Danone ได้เรียกคืนสินค้ากว่า 60 ประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร โดยเจ้าหน้าที่อังกฤษระบุว่า มีทารกอย่างน้อย 36 รายในสหราชอาณาจักรมีอาการต้องสงสัยอาหารเป็นพิษหลังบริโภคนมผง

ทั้งนี้ สารเซรูไลด์ เป็นสารพิษที่ทนความร้อน ไม่ถูกทำลายได้ง่ายจากการปรุงหรือชงนม หากบริโภคเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้อง ทั้งนี้ การปนเปื้อนเชื่อมโยงกับส่วนผสมที่เรียกว่า น้ำมันกรดอะราคิโดนิก (ARA) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเสริมคุณสมบัติการเจริญเติบโตให้ใกล้เคียงนมแม่.

ที่มา France24

เผยโฉม “แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025” จากมอสโก คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติกว่า 40 รายการ

เผยโฉม "แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025" จากมอสโก คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติกว่า 40 รายการ

14 ก.พ. 2569 09:05 น.

เผยโฉม “แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025” จากมอสโก คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติกว่า 40 รายการ

แมวรัสเซียสายพันธุ์อะบิสซิเนียนเพศผู้ วัย 1 ปีครึ่ง เจ้าของรางวัล “แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025” อวดโฉมสร้างความฮือฮาอีกครั้งในงานประกวด “Golden Paw” ที่กรุงมอสโก ของรัสเซีย 

Darlen Fleur Dalmore Black แมวสายพันธุ์อะบิสซิเนียน (Abyssinian) เพศผู้ วัยเพียง 1 ปีครึ่ง จากรัสเซีย ซึ่งเพิ่งคว้าตำแหน่ง “Best Cat 2025” หรือแมวดีที่สุดในโลก จากองค์กรแมวระดับนานาชาติ World Cat Federation มาปรากฏตัวสร้างความฮือฮาอีกครั้งในงานประกวด “Golden Paw” ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา 

Darlen คว้ารางวัลสูงสุดหลังผ่านการแข่งขันในเวทีประกวดแมวระดับนานาชาติกว่า 40 รายการ และสามารถเอาชนะคู่แข่งเกือบ 1,500 ตัว จนได้คะแนนสูงสุดในปีนี้ ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนมาตรฐานอันเข้มงวดของสายพันธุ์อะบิสซิเนียน ซึ่งกรรมการจะพิจารณาจากความสมดุลโดยรวมของรูปร่าง ตำแหน่งและขนาดใบหู โครงสร้างศีรษะ ความกระชับของกล้ามเนื้อ แววตา รวมถึงความสม่ำเสมอของสีขน นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวและอุปนิสัยในสนามประกวดก็มีผลต่อคะแนน เพราะแมวต้องแสดงพฤติกรรมที่มั่นคงและเป็นมิตร

ดารียา กรุซิโนวา ผู้เพาะพันธุ์และหนึ่งในเจ้าของฟาร์มที่ Darlen ถือกำเนิด เปิดเผยว่า การจะได้แมวที่มีความสมบูรณ์แบบเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะผสมพันธุ์จากแมวที่สวยทั้งคู่ ก็ไม่ได้การันตีว่าลูกจะออกมาสมดุลในทุกองค์ประกอบ เพราะพันธุกรรมอาจคลาดเคลื่อนได้ ไม่ว่าจะเป็นขนาดหู สัดส่วนศีรษะ หรือรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือความสมดุลของทุกส่วนประกอบ

สำหรับนิสัยส่วนตัวของเจ้า Darlen จะสะท้อนลักษณะเด่นของสายพันธุ์อะบิสซิเนียนที่ขึ้นชื่อเรื่องความกระฉับกระเฉง ต้องการการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เจ้าของระบุว่า แมวหนุ่มแชมป์โลกตัวนี้ไม่มีปัญหาพฤติกรรมใด ๆ แต่บางครั้งจะมีช่วงพลังงานพุ่งสูง วิ่งวนไปรอบ ๆ ด้วยดวงตาเบิกกว้างและหางชูตั้ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสายพันธุ์

ปัจจุบัน Darlen อาศัยอยู่ที่ฟาร์มในฐานะพ่อพันธุ์ แม้ยังไม่มีลูกแมว แต่ผู้เพาะพันธุ์มีแผนจะผสมพันธุ์กับแมวตัวอื่นภายในฟาร์ม เพื่อพัฒนาสายพันธุ์อะบิสซิเนียนให้คงมาตรฐานระดับโลกต่อไป โดยชัยชนะครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำชื่อเสียงของ Darlen เท่านั้น แต่ยังสะท้อนความสำเร็จของวงการเพาะพันธุ์แมวรัสเซียบนเวทีสากลอีกด้วย.

ที่มา :AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แมว

ระทึกกลางกรุงปารีส! คนร้ายถือมีดบุกจู่โจมตำรวจระหว่างพิธีสำคัญ ถูกยิงสกัดเสียชีวิต

ระทึกกลางกรุงปารีส! คนร้ายถือมีดบุกจู่โจมตำรวจระหว่างพิธีสำคัญ ถูกยิงสกัดเสียชีวิต

14 ก.พ. 2569 08:07 น.

ระทึกกลางกรุงปารีส! คนร้ายถือมีดบุกจู่โจมตำรวจระหว่างพิธีสำคัญ ถูกยิงสกัดเสียชีวิต

เกิดเหตุระทึกกลางกรุงปารีส เมื่อชายคนหนึ่งใช้อาวุธมีดพยายามเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระหว่างพิธีจุดไฟนิรันดร์รำลึกทหารนิรนาม ที่บริเวณสุสานใต้ประตูชัยฝรั่งเศส

เจ้าหน้าที่ตำรวจกรุงปารีสเปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุพุ่งเป้าไปที่ตำรวจนายหนึ่ง ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพิธีจุดไฟนิรันดร์ เพื่อรำลึกถึงทหารนิรนามผู้เสียชีวิตในสงคราม ภายใต้อนุสรณ์สถานซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคจักรพรรดินโปเลียน ที่ประตูชัยฝรั่งเศส ก่อนที่ตำรวจอีกนายจะใช้อาวุธปืนยิงสกัดผู้ก่อเหตุ ส่งผลให้ชายคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา 

รายงานระบุว่า ไม่มีประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

ประตูชัย อาร์กเดอทริออมฟ์ (Arc de Triomphe )ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนถนน ถนนชองส์-เอลิเซ่ ซึ่งเป็นย่านท่องเที่ยวและการค้าคึกคักใจกลางกรุงปารีส เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว

ด้านสำนักงานอัยการต่อต้านการก่อการร้ายของฝรั่งเศส ระบุว่า ได้รับเรื่องไว้สอบสวนแล้ว และส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เกิดเหตุทันที เพื่อประเมินแรงจูงใจและความเป็นไปได้ในการก่อเหตุครั้งนี้ โดยมีรายงานว่าผู้ต้องสงสัยเพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลังรับโทษจำคุกเป็นเวลา 12 ปี ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย.

ที่มา : France24

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ฝรั่งเศส

“ยูโกะ ยามากุจิ” ดีไซเนอร์ผู้สร้างสรรค์ “เฮลโล คิตตี” ก้าวลงจากตำแหน่ง หลังทำหน้าที่ 46 ปี

"ยูโกะ ยามากุจิ" ดีไซเนอร์ผู้สร้างสรรค์ "เฮลโล คิตตี" ก้าวลงจากตำแหน่ง หลังทำหน้าที่ 46 ปี

14 ก.พ. 2569 07:10 น.

“ยูโกะ ยามากุจิ” ดีไซเนอร์ผู้สร้างสรรค์ “เฮลโล คิตตี” ก้าวลงจากตำแหน่ง หลังทำหน้าที่ 46 ปี

“ยูโกะ ยามากุจิ” ดีไซเนอร์ผู้สร้างสรรค์ “เฮลโล คิตตี” ก้าวลงจากตำแหน่ง หลังทำหน้าที่ 46 ปี ในการปลุกปั้นตัวการ์ตูนสุดน่ารัก ที่กลายเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลก

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เว็บไซต์ข่าวเจแปน ไทมส์ ของญี่ปุ่น รายงานว่า นางยูโกะ ยามากุจิ ผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบตัวละคร “เฮลโล คิตตี” (Hello Kitty) ประกาศก้าวลงจากตำแหน่งหลังทำหน้าที่มานานถึง 46 ปี โดยเป็นผู้ดูแลพัฒนาภาพลักษณ์ของตัวละครจนกลายเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลก

โดย

ยามากุจิเข้ารับหน้าที่ออกแบบเฮลโล คิตตี ในปี 2523 หลังตัวการ์ตูนนี้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 5 ปีก่อนหน้า และได้รับความนิยมทันทีในญี่ปุ่น ก่อนจะขยายความโด่งดังไปทั่วโลกในช่วง 4 ทศวรรษที่เธอดูแล 

ทางด้านบริษัทซานริโอ เจ้าของลิขสิทธิ์เฮลโล คิตตี แถลงว่า ยามากุจิได้ส่งไม้ต่อให้คนรุ่นใหม่ พร้อมขอบคุณสำหรับผลงานที่ทำให้ตัวละครเติบโตจนเป็นที่รักของผู้คนทั่วโลก โดย “อายะ” นักออกแบบที่ได้ร่วมงานกับยามากุจิมาระยะหนึ่งแล้ว และจะเข้ารับหน้าที่อย่างเต็มตัวภายในสิ้นปี 2569 ขณะที่ยามากุจิจะยังคงอยู่กับบริษัทในบทบาทที่ปรึกษา

ทั้งนี้ เฮลโล คิตตี เปิดตัวครั้งแรกบนกระเป๋าใส่เหรียญในปี 2523 และกลายเป็นปรากฏการณ์ทางการตลาดระดับโลก ปรากฏบนสินค้าเสื้อผ้า เครื่องประดับ วิดีโอเกม และแม้กระทั่งลวดลายบนเครื่องบินแอร์บัส นอกจากนี้ ยังจับมือกับองค์กรและแบรนด์ดัง อาทิ ยูนิเซฟ  นินเทนโด และบาเลนเซียกา  รวมถึงเคยปรากฏตัวเป็นบอลลูนขนาดใหญ่ในขบวนพาเหรดวันขอบคุณพระเจ้าของห้างเมซีส์ ในสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ปัจจุบันมีคาเฟ่เฮลโล คิตตีอยู่หลายประเทศทั่วโลก มีสวนสนุกในญี่ปุ่น และเตรียมเปิดสวนสนุกอีกแห่งในจีน.

ที่มา The Japan Times

ซีอีโอ “ดีพี เวิลด์” บ.ท่าเรือดูไบ ลาออกทันที เซ่นปมอีเมลเชื่อมโยง “เจฟฟรีย์ เอปสตีน”

ซีอีโอ "ดีพี เวิลด์" บ.ท่าเรือดูไบ ลาออกทันที เซ่นปมอีเมลเชื่อมโยง “เจฟฟรีย์ เอปสตีน"

14 ก.พ. 2569 05:50 น.

ซีอีโอ “ดีพี เวิลด์” บ.ท่าเรือดูไบ ลาออกทันที เซ่นปมอีเมลเชื่อมโยง “เจฟฟรีย์ เอปสตีน”

สุลต่าน อาห์เหม็ด บิน ซูไลเยม ลาออกจากตำแหน่งซีอีโอบริษัท “ดีพี เวิลด์” ผู้ให้บริการท่าเรือ-โลจิสติกส์รายใหญ่ของโลก หลังเอกสารใหม่เผยอีเมลติดต่อ “เจฟฟรีย์ เอปสตีน” หลายร้อยฉบับนานนับสิบปี

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สุลต่าน อาห์เหม็ด บิน ซูไลเยม ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีพี เวิลด์ (DP World) ผู้ให้บริการท่าเรือและโลจิสติกส์รายใหญ่ของโลก ซึ่งมีฐานในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง โดยมีผลทันที ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น หลังมีการเปิดเผยเอกสารใหม่ที่เชื่อมโยงกับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินชาวอเมริกันผู้ต้องโทษคดีทางเพศ

เอกสารที่ถูกเปิดเผยล่าสุดระบุว่า สุลต่าน อาห์เหม็ด บิน ซูไลเยม ปรากฏชื่อในการแลกเปลี่ยนอีเมลกับเอปสตีนหลายร้อยฉบับตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี โดยมีอีเมลที่แสดงว่า เอปสตีนแนะนำซูไลเยมให้รู้จักบุคคลสำคัญระดับนานาชาติ ทั้งในแวดวงการเมืองและธุรกิจ อีกทั้งซูไลเยมเคยพาเจ้าชายแห่งเวลส์เยี่ยมชมท่าเรือลอนดอน เกตเวย์ ของดีพี เวิลด์ ในปี 2559  

นอกจากนี้หนึ่งในเอกสารที่ถูกตั้งข้อสังเกต ได้แก่อีเมลจากเอปสตีนเมื่อปี 2552  ระบุถึง “วิดีโอทรมาน” โดยผู้รับตอบว่าจะเดินทางระหว่างจีนกับสหรัฐ แม้ไม่ทราบบริบทที่แท้จริง แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐเปิดเผยว่า ผู้รับอีเมลฉบับนี้คือซูไลเยม อย่างไรก็ตาม การมีชื่อในเอกสารไม่ได้หมายความว่ามีความผิดทางกฎหมาย

โดยหลังการลาออก รูปภาพของสุลต่าน อาห์เหม็ด บิน ซูไลเยมได้ถูกนำออกจากเว็บไซต์บริษัทแล้ว ขณะเดียวกันทางบริษัทดีพี เวิลด์ ซึ่งดำเนินธุรกิจท่าเรือใน 6 ทวีป และมีบทบาทสำคัญในโครงสร้างพื้นฐานการค้าระดับโลก ประกาศแต่งตั้งนายเอสซา คาซิม ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ และนายยุฟราช นารายัน เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่  

ทั้งนี้ นายเอปสตีนเสียชีวิตในเรือนจำสหรัฐ เมื่อปี 2562 ระหว่างถูกควบคุมตัวรอการพิจารณาคดีค้ามนุษย์ทางเพศ ซึ่งคดีของเขาสั่นสะเทือนวงการการเมือง ธุรกิจ และสังคมชั้นสูงทั่วโลกอย่างกว้างขวาง.

ที่มา BBC

ฺBNP พรรคชาตินิยมบังกลาเทศ ประกาศชัยชนะถล่มทลาย เลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกหลังโค่นรัฐบาลชีค ฮาซีนา

ฺBNP พรรคชาตินิยมบังกลาเทศ ประกาศชัยชนะถล่มทลาย เลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกหลังโค่นรัฐบาลชีค ฮาซีนา

13 ก.พ. 2569 23:47 น.

ฺBNP พรรคชาตินิยมบังกลาเทศ ประกาศชัยชนะถล่มทลาย เลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกหลังโค่นรัฐบาลชีค ฮาซีนา

พรรคชาตินิยม BNP ของบังกลาเทศ ประกาศชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก หลังโค่นอำนาจอดีตนายกฯ ชีค ฮาซีนา  คว้า 209 ที่นั่ง เกินเสียงข้างมาก เตรียมตั้งรัฐบาลอาทิตย์นี้  

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคชาตินิยมบังกลาเทศ (Bangladesh Nationalist Party: BNP) ประกาศชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก นับตั้งแต่การลุกฮือของนักศึกษาเมื่อปี 2567 ที่โค่นอำนาจอดีตนายกรัฐมนตรี ชีค ฮาซีนา ผู้ครองอำนาจยาวนาน

โดยผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ระบุว่า BNP คว้า 209 ที่นั่ง จากเกณฑ์เสียงข้างมาก 151 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร ทำให้มีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลได้ทันที โดยแกนนำพรรคเผยว่า คาดว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้ภายในวันอาทิตย์นี้

ทางด้านผู้นำพรรคคือ นายทาริก ราห์มาน วัย 60 ปี บุตรชายของ นางคาเลดา เซีย อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หลังจากเขาเพิ่งเดินทางกลับบังกลาเทศเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลังลี้ภัยในสหราชอาณาจักรนาน 17 ปี 

พรรคอันดับสองคือ พรรคจามาอัต-เอ-อิสลามี (Jamaat-e-Islami) นำโดยนายชาฟีกูร์ ราห์มาน คว้า 68 ที่นั่ง ถือเป็นผลงานดีที่สุดในประวัติศาสตร์พรรค หลังคำสั่งแบนตั้งแต่ปี 2556 ถูกยกเลิกภายหลังการโค่นอำนาจชีค ฮาซีนา อย่างไรก็ตาม พรรคระบุว่าไม่พอใจ กระบวนการนับคะแนน และตั้งคำถามต่อความโปร่งใส

ส่วนพรรคเนชันแนล ซิติเซน พาร์ตี้ (National Citizen Party: NCP) ซึ่งเป็นกลุ่มนักเคลื่อนไหวเยาวชนที่มีบทบาทสำคัญในการล้มฮาซีนา และเป็นพันธมิตรกับจามาอัต ได้เพียง 6 ที่นั่ง จาก 30 เขตที่ส่งผู้สมัคร

คณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่ประกาศผลอย่างเป็นทางการ โดยอัตราผู้มาใช้สิทธิอยู่ที่เกือบ 60% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 127 ล้านคน สูงกว่าการเลือกตั้งครั้งล่าสุดในปี 2567 ที่มีผู้มาใช้สิทธิเพียงราว 42% โดยการเลือกตั้งครั้งนี้มีพรรคการเมืองเข้าร่วมมากกว่า 50 พรรค และผู้สมัครอย่างน้อย 2,000 คน สภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิก 350 ที่นั่ง โดย 50 ที่นั่งสงวนสำหรับสตรี.

ที่มา Aljazeera

อัปเดตล่าสุด ภูมิใจไทย รวมเสียงพรรคร่วมตั้งรัฐบาลได้ 280 เสียง

อัปเดตล่าสุด ภูมิใจไทย รวมเสียงพรรคร่วมตั้งรัฐบาลได้ 280 เสียง

13 ก.พ. 2569 19:19 น.

อัปเดตล่าสุด ภูมิใจไทย รวมเสียงพรรคร่วมตั้งรัฐบาลได้ 280 เสียง

อัปเดตล่าสุด ภูมิใจไทย รวมเสียงพรรคร่วมตั้งรัฐบาลคาดว่าได้ 280 เสียง ลุ้นพรรคร่วมเพิ่ม 300 เสียง จับตาท่าทีพรรคกล้าธรรม

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ. 69 และมีการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ พรรคภูมิใจไทยคว้าเก้าอี้ สส. รวม 193 ที่นั่ง มากที่สุดในสภา แบ่งเป็น สส.แบบแบ่งเขต 174 ที่นั่ง และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ 19 ที่นั่ง ขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลทันที ท่ามกลางการจับตาว่าใครบ้างตอบรับร่วมขั้วแล้ว

จนล่าสุดวันนี้ (13 ก.พ.69) พรรคเพื่อไทย ได้ตอบรับเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ทำให้ตอนนี้สามารถรวบรวมเสียงของพรรคร่วมได้แล้ว 280 เสียง แต่ต้องจับตาว่าพรรคกล้าธรรม จะเข้าร่วมหรือไม่

พรรคที่ให้การสนับสนุน

เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 69 พรรคการเมืองขนาดเล็กทยอยเข้าแสดงความยินดีและแสดงท่าทีพร้อมสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ได้แก่

• พรรคเศรษฐกิจ ได้ สส. 3 ที่นั่ง

• พรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้ สส. 1 ที่นั่ง

• พรรคใหม่ ได้ สส. 1 ที่นั่ง

วันนี้ (13 ก.พ. 69) พรรคเพื่อไทย ซึ่งได้ สส. 74 ที่นั่ง ยืนยันว่า ยินดีให้การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย จัดตั้งรัฐบาล หลังพรรคเพื่อไทยได้รับการติดต่อจากแกนนำพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการเพื่อเชิญเข้าร่วมพูดคุยจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจุดยืนของพรรคเพื่อไทยตลอดเวลาการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมานั้นไม่ได้มีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขในการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใด ๆ 

พรรคที่อยู่ระหว่างการเจรจา

• พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมี 5 ที่นั่ง อยู่ระหว่างการหารือและยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ

พรรคใหญ่ที่ยังไม่มีความเคลื่อนไหว

ขณะที่ พรรคกล้าธรรม ซึ่งได้ สส. 58 ที่นั่ง ยังไม่มีรายงานว่าถูกแกนนำพรรคภูมิใจไทยติดต่อทาบทามเข้าร่วมรัฐบาล

ภายหลังพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคขนาดใหญ่ประกาศให้การสนับสนุน สมการจัดตั้งรัฐบาลจึงขยับอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อรวม 193 เสียงของพรรคภูมิใจไทย เข้ากับแรงหนุนจากพรรคเล็กบางส่วน ภาพรัฐบาลชุดใหม่เริ่มชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของพรรคขนาดกลางและพรรคใหญ่ โดยเฉพาะพรรคที่ถือครองเกิน 50 ที่นั่ง จะยังเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดความมั่นคงและเสถียรภาพของรัฐบาลในระยะยาว

อัปเดตสนับสนุน “ภูมิใจไทย” เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 280 เสียง

ภูมิใจไทย 193 เสียง

เพื่อไทย 74 เสียง

พลังประชารัฐ 5 เสียง

เศรษฐกิจ 3 เสียง

ประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง

พรรคใหม่ 1 เสียง

รวมใจไทย 1 เสียง

ไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง

รวมพลังประชาชน 1 เสียง

รวมทั้งหมด 280 เสียง

ข้อมูล วันที่ 13 ก.พ.69 เวลา 18.00 น.

ภท. ต่อรอง “ธรรมนัส” ยึดกระทรวงเกษตรฯ คืน ขู่ไม่ถอย ไม่ได้ร่วมรัฐบาล

ภท. ต่อรอง “ธรรมนัส” ยึดกระทรวงเกษตรฯ คืน ขู่ไม่ถอย ไม่ได้ร่วมรัฐบาล

13 ก.พ. 2569 19:06 น.

ภท. ต่อรอง “ธรรมนัส” ยึดกระทรวงเกษตรฯ คืน ขู่ไม่ถอย ไม่ได้ร่วมรัฐบาล

ภูมิใจไทย จ่อยึดกระทรวงเกษตรฯ สมการต่อรอง “กล้าธรรม” ร่วมรัฐบาล หวังให้ นางศุภจี กำกับดูแล เดินหน้ากระจายสินค้าเกษตรฯ คู่ส่งออก ขู่ไม่ถอย ไม่ได้ร่วมรัฐบาล

วันที่ 13 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถึงความคืบหน้าจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคได้มีการประเมินคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชื่อว่าจะมีการประกาศรับรองผลเลือกตั้งโดยเร็ว จึงจำเป็นต้องรีบจัดตั้งรัฐบาล โดยล่าสุดพรรคภูมิใจไทยได้รวมเสียง โดยพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคกล้าธรรม 58 เสียง และพรรคเล็กทั้งหมดที่มีทั้งสิ้น 35 เสียง ยกเว้น พรรคไทยภักดี 1 เสียง พรรคประชาชาติ (ปช.) 5 เสียง และพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) 2 เสียง ทำให้มีเสียงพรรคเล็กร่วมรัฐบาล 27 เสียง แต่ปรากฏว่าทางพรรคภูมิใจไทย ต้องการให้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรองนายกฯ ควบกระทรวงพาณิชย์ และกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้การผลิตจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สอดคล้องกับการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ไปในทิศทางเดียวกัน จำเป็นต้องให้กระทรวงเกษตรฯ ที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม รับผิดชอบอยู่ มาอยู่ในโควตาพรรคภูมิใจไทย

แต่ล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส ยังไม่ยอม ต้องการยึดโควตาเดิม ทำให้พรรคภูมิใจไทย จำเป็นต้องเปิดตัวพรรคเพื่อไทยและพรรคเล็กอื่นๆ เพื่อให้พรรคกล้าธรรม ยอมคลายเก้าอี้ ไม่เช่นนั้นก็มีโอกาสสูงที่จะไม่ได้ร่วมรัฐบาล อีกทั้งหลายๆ กลุ่มในพรรคภูมิใจไทยก็ไม่ค่อยพอใจพรรคกล้าธรรม ที่เดินเกมการเมืองเจาะฐานของพรรคภูมิใจไทย ในหลายพื้นที่ ทั้งพื้นที่ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา นายชาดา ไทยเศรษฐ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเชิญเข้าร่วมหรือไม่ ขณะที่ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน รักษาการหัวหน้าพรรค พปชร. ที่ได้เดินทางมาพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยไปก่อนหน้านี้แล้วก็ได้ยื่นเงื่อนไขขอนั่งกระทรวงเดิม

มาเลเซียสั่งสอบประธาน ป.ป.ช. ปมถือหุ้นบริษัทเอกชน กระทบภาพลักษณ์ต่อต้านคอร์รัปชัน

มาเลเซียสั่งสอบประธาน ป.ป.ช. ปมถือหุ้นบริษัทเอกชน กระทบภาพลักษณ์ต่อต้านคอร์รัปชัน

13 ก.พ. 2569 16:42 น.

มาเลเซียสั่งสอบประธาน ป.ป.ช. ปมถือหุ้นบริษัทเอกชน กระทบภาพลักษณ์ต่อต้านคอร์รัปชัน

คณะรัฐมนตรีมาเลเซียมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการพิเศษสอบข้อเท็จจริง “อาซัม บากี” ประธานกรรมการ ป.ป.ช. หลังถูกแฉถือครองหุ้นในบริษัทจดทะเบียนมูลค่าหลักล้าน ซึ่งอาจขัดต่อระเบียบข้าราชการ ท่ามกลางแรงกดดันเรื่องความโปร่งใสในหน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชัน

รัฐบาลมาเลเซียมีคำสั่งเมื่อวันศุกร์ให้ดำเนินการสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องพฤติกรรมมิชอบทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับประธานกรรมการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (MACC) หลังจากมีรายงานระบุว่าเขาถือครองหุ้นในบริษัทจดทะเบียนอย่างไม่เหมาะสม

ประเด็นอื้อฉาวดังกล่าวทำให้ความพยายามของมาเลเซียในการฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศหลังวิกฤตทุจริต 1MDB กลับมาถูกจับตามองอีกครั้ง โดยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า นายอาซัม บากี ประธานกรรมการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ถือครองหุ้นจำนวนหลายล้านหุ้นในบริษัทผู้ให้บริการทางการเงินแห่งหนึ่ง ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 800,000 ริงกิต (หรือราว 6.36 ล้านบาท)

นายฟาห์มี ฟัดซิล รัฐมนตรีกระทรวงสื่อสาร แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า “คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษ ซึ่งนำโดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อสอบสวนข้อกล่าวหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประธานคณะกรรมการ MACC”

ตามระเบียบของมาเลเซีย ข้าราชการสามารถซื้อหุ้นบริษัทได้ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องไม่เกินร้อยละ 5 ของทุนจดทะเบียน หรือมีมูลค่าไม่เกิน 100,000 ริงกิต (ประมาณ 7.95 แสนบาท) โดยให้ยึดตามจำนวนที่ต่ำกว่า นอกจากนี้ บลูมเบิร์กยังระบุว่าข้าราชการต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินอย่างน้อยทุกๆ 5 ปี แต่นายอาซัมกลับไม่มีการเปิดเผยทรัพย์สินต่อสาธารณะ

ทางด้านนายอาซัมได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างรุนแรง โดยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเบอร์นามาว่า ปัจจุบันเขาไม่ได้ถือครองหุ้นในบริษัทใดๆ แล้ว และยอมรับว่าแม้จะเคยซื้อหุ้นดังกล่าวจริง แต่ก็ได้ขายออกไปแล้วโดยไม่ได้รับกำไรจากการขายนั้น

นอกจากนี้ เขายังชี้แจงว่ากฎระเบียบที่จำกัดการถือครองหุ้นไม่เกินร้อยละ 5 ของทุนจดทะเบียน ไม่ควรนำมาปรับใช้ในกรณีนี้ เนื่องจากเป็นการซื้อหุ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์โดยตรง

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมาเลเซีย (MACC) ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 มีหน้าที่หลักในการตรวจสอบและยับยั้งการทุจริตทั้งในภาครัฐและเอกชน โดยมีอำนาจในการเรียกตัวบุคคล ตรวจค้น อายัดทรัพย์สิน และจับกุมผู้ต้องสงสัย

อย่างไรก็ตาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม สั่งพักงานนายอาซัมในระหว่างการสอบสวน เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างโปร่งใสที่สุด นายฟะห์มีระบุทิ้งท้ายว่า  “เมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้น ผลสรุปจะถูกรายงานต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการขั้นต่อไป”.

ที่มา Bloomberg