ศิริภา จวก รัฐหยุดเบี่ยงประเด็น จี้ถามน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร

ศิริภา จวก รัฐหยุดเบี่ยงประเด็น จี้ถามน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร

ศิริภา จวก รัฐหยุดเบี่ยงประเด็น จี้ถามน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.27 น.

วันนี้ 4 เมษายน 2569 น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงว่ามีน้ำมันหายไปจากระบบจำนวนมหาศาลถึง 57 ล้านลิตร ระหว่างการขนส่งจากคลังน้ำมันไปยังปลายทาง โดยตั้งข้อสังเกตว่าน้ำมันจำนวนมหาศาลนี้อยู่ที่ไหนกันแน่ และลอยอยู่กลางทะเลจริงตามกระแสข่าวหรือไม่ หรือถูกลักลอบส่งออกนอกประเทศไปแล้ว

ศิริภา

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์  ระบุว่าข้อมูลน้ำมันที่หายไป 57 ล้านลิตรนั้น ตามหลักปฏิบัติแล้วสามารถตรวจสอบได้ไม่ยากโดย

1. ใบกำกับขนส่ง  ทุกครั้งที่เรือเข้าโหลดน้ำมันจากโรงกลั่น จะต้องได้รับใบกำกับขนส่งที่ระบุชัดเจนว่าต้นทางมาจากไหน ปลายทางคือที่ใด ขนส่งผลิตภัณฑ์ประเภทใด และขนให้กับบริษัทน้ำมันแห่งใด

2. ระบบติดตามเรือ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ตรวจสอบตำแหน่งเรือได้แบบเรียลไทม์ ว่าเรือแต่ละลำจอดอยู่ที่ไหน หรือกำลังเดินทางไปที่ใดผ่านเว็บไซต์ตรวจสอบการจราจรทางน้ำสากล

3. ผู้มีสิทธิ์โหลดน้ำมัน เรือขนส่งเป็นเพียง “ผู้รับจ้างขน” เท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นได้เอง ผู้ที่มีสิทธิ์มีเพียงบริษัทน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่บริษัทในประเทศไทยเท่านั้น

น.ส.ศิริภา ตั้งข้อสังเกตทิ้งท้ายว่า หากมีการโหลดน้ำมันหายไปจากระบบจริง อาจเกิดขึ้นได้เพียงกรณีเดียวคือโรงกลั่นอนุญาตให้เรือที่ผิดกฎหมายเข้าโหลดน้ำมัน หรือบริษัทน้ำมันตามมาตรา 7 เปลี่ยนปลายทางการขนส่ง จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเลิกเบี่ยงเบนประเด็นเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนน้ำมัน

“ขอให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลความจริงให้กับประชาชนทราบอย่างครบถ้วน ว่าใครคือไอ้โม่งตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังน้ำมัน 57 ล้านลิตรที่หายไป” น.ส.ศิริภา กล่าวย้ำ

พีระพันธุ์ เดือด! ท้ากางผลงาน รมว.พลังงาน ใครทำมากกว่าผม? ซัดพวกดิสเครดิตคือ เดนมนุษย์

พีระพันธุ์ เดือด! ท้ากางผลงาน รมว.พลังงาน ใครทำมากกว่าผม? ซัดพวกดิสเครดิตคือ เดนมนุษย์

พีระพันธุ์ เดือด! ท้ากางผลงาน รมว.พลังงาน ใครทำมากกว่าผม? ซัดพวกดิสเครดิตคือ เดนมนุษย์

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.54 น.

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกโรงโต้ตอบกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานอย่างเผ็ดร้อน หลังถูกโจมตีผ่านวาทกรรมทางการเมือง ลั่นพร้อมท้าชนรัฐมนตรีทุกสมัยกางแผนงานวัดกันตัวต่อตัว

นายพีระพันธุ์ เปิดเผยด้วยอารมณ์ดุดัน ผ่ายรายการ มีเรื่องต้องคุย ทางช่อง Ch7HD News เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ถึงกรณีที่มีการพยายามดิสเครดิตการทำงานของตนในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องจริง แต่เป็นเพียงเกมการเมืองที่หวังทำลายชื่อเสียงตนเท่านั้น

“ผมกล้าท้าเลย ไปเอารัฐมนตรีพลังงานคนไหนที่ทำงานมากกว่าผม แล้วเอามาชี้แจง ถ้าผมไม่ทำงานจะพูดได้แบบนี้ไหม” นายพีระพันธุ์ กล่าว

ขอบคุณรายการ มีเรื่องต้องคุย Ch7HD News

นอกจากนี้ อดีตรมว.พลังงาน ยังได้ฝากคำพูดไปถึงกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ว่า อย่าพยายามใช้โวหารหรือวาทกรรมเพื่อตีกินทางการเมือง เพราะตนเลือกที่จะไม่ให้ค่ากับกลุ่มคนเหล่านี้

“อย่ามาพูดแบบนี้กับผม มันเป็นวาทกรรมทางการเมืองที่ต้องการดิสเครดิตผม ผมไม่สนใจ พวกเดนมนุษย์พวกนี้”

ทั้งนี้ คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงและแสดงออกถึงความมั่นใจในผลงานช่วงที่ดำรงตำแหน่งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการท้าพิสูจน์ “เนื้องาน” เมื่อเทียบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในอดีตที่ผ่านมา 

ขอบคุณรายการ มีเรื่องต้องคุย Ch7HD News

นักวิเคราะห์ดึงสติคนไทย ยอมรับความจริง ตลาดน้ำมันโลกปั่นป่วน

นักวิเคราะห์ดึงสติคนไทย ยอมรับความจริง ตลาดน้ำมันโลกปั่นป่วน

นักวิเคราะห์ดึงสติคนไทย ยอมรับความจริง ตลาดน้ำมันโลกปั่นป่วน

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.53 น.

วันนี้ 1 เมษายน 2569  สมภพ พอดี นักวิเคราะห์สถานการณ์สังคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิเคราะห์สถานการณ์ความปั่นป่วนของตลาดปิโตรเลียมโลก หลังเหตุการณ์ยิวและอเมริกาถล่มอิหร่านเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “ปั่นป่วน  ภาพปลากกรอบ​ เป็นรายงานข่าวความปั่นป่วนชุลมุนวุ่นวายของการค้าผลิตภัณฑ์​ปิโตรเลียม​ ตั้ง​แต่นํ้ามันดิบ​ นํ้ามันเชื้อเพลิ​ง​ ก๊าซธรรมชาติ​ ฯลฯ​ นับแต่ยิวและอเมริกันรุมถล่มอิหร่านเมื่อวันที่​ 28​ กุมภาพันธ์ ปั่นป่วน​ ชุลมุน​ วุ่นวาย​ ขนาดที่เรือบรรทุกปิโตรเลียมเหล่านี้ถูกคนขายสั่งให้เปลี่ยนทิศทางไปลูกค้ารายอื่นแทน​ เพราะได้ราคาสูงกว่าบ้าง​ ได้เงื่อนไขการชำระเงินที่ดีกว่าบ้าง​ ปล่อยให้ลูกค้าที่คาดหวังว่าจะได้รับสินค้าตามที่ตกลงกันต้องรอเก้อ​ ต้องเสี่ยงกับภาวะขาดแคลน​ เพราะหาซื้อจากที่อื่นมาทดแทนไม่ทัน​ เช่น เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติจากสหรัฐ​และแคนาดาเบี้ยวลูกค้าในยุโรป​ เอาไปส่งให้ลูกค้าในเอเซียที่จ่ายราคาสูงกว่าแทน เรือบรรทุกนํ้ามันดิบจากอิหร่าน​ไปจีนแทนอินเดียที่ตกลงกันก่อน​ เพราะเงื่อนไขชำระเงินที่ดีกว่า เรือบรรทุกนํ้ามันดีเซลหันหัวเรือไปแอฟริกาใต้​ เบี้ยวยุโรป​ เพราะได้ราคาสูงกว่า ฯลฯ

ถ้าใครสนใจ​ กูเกิลด้วยคำว่า​ Oil tankers diverted to higher bidders ได้เลยครับ​ มีข่าวแบบนี้ให้อ่านเยอะแยะ ที่เอามาเล่าเพราะ​ นี่คือความเป็นจริงของโลกวันนี้​ คนซื้อในยุโรป​ ในอินเดีย​ และที่อื่นๆ​ โดนคนขายเบี้ยวแล้ว​ทั้งที่มีสัญญาซื้อขาย​หรือมีสัญญาส่งมอบแต่ยังเจรจาราคาไม่จบซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติของการซื้อขายปิโตรเลียม และวันหนึ่งในอนาคต​ ไทยเราอาจจะโดนเบี้ยวได้เช่นกัน​ หากการขาดแคลนพลังงานรุนแรงขึ้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลหรือความสัมพันธ์​ระหว่างประเทศ​ แต่เป็นเรื่องของธุรกิจเอกชน​ ถ้าเรามีกำลังซื้อมากกว่า​ เรามีโอกาสถูกผิดสัญญาถูกเบี้ยวน้อยกว่า​ ความน่าจะเป็นที่ต้อวประสบภาวะขาดแคลนก็น้อยกว่า แต่ความเป็นจริงต่างออกไป​ เราไม่รวย​ แถมประชาชนจำนวนมากยังหน้าโง่​ ยังเรียกร้องโง่ๆว่านํ้ามันเชื้อเพลิงต้องราคาถูก​ๆเพื่อให้ได้ฟุ่มเฟือย​ ได้ใช้ชีวิตสบายๆต่อไป​โดยไม่รับรู้​ว่าโลกมีสงคราม​มีความยากลำบากมีการขาดแคลน หมายเหตุ​ สำนักข่าวไหนเอาไปอ่าน​ กรุณาชำระค่าหมูกระทะด้วย”

สมภพ พอดี

หลังจากโพสต์ของ สมภพ พอดี เผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวอย่างกว้างขวาง โดยมองว่าเป็นการตีแผ่ความจริงที่หลายคนไม่ยอมรับ เช่น

“ทราบจากเจ้าของเรือตัวเป็นๆๆว่าเรือขนส่งสินค้าขึ้นราคา 5-10เท่าจากราคาปกติ”

“ขออนุญาตแชร์นะคะเพื่อจะได้ตาสว่างกันบ้าง”

“ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูลข้าวสาร เอ๊ย ข่าวสาร ธุรกิจก็คือ ธุรกิจ ไม่ใช่มูลนิธิ หลายคนในประเทศนี้ยังไม่ยอมเข้าใจค่ะ อ่านไป พิมพ์ไป กินข้าวกับปลาเค็มทอดไปด้วย ประหยัดดีค่ะ กินได้หลายมื้อเลยค่ะ”

“คนที่อยู่บนโลกความเป็นจริง แบบเราๆ จะเข้าใจข่าวแบบนี้ครับ แต่คนจำพวกที่ชอบอะไรแบบว่า “เค้าไม่รบกันแล้ว” อาจไม่เข้าใจ”

“เมื่อวานดูรายการอัญชลีพรเพื่อนเราที่จัดกับต้นวรเทพ เจ้าอัญบอกว่า ใครมาบอกว่าประเทศเราผลิตน้ำมันได้มากมายจนต้องส่งออก ให้เลิกคุยกับมัน”

“ไม่มีใครสนใจความซื่อสัตย์ทางการค้า เพราะได้กำไรสูงกว่า หากมีการฟ้องร้องก็ต่อสู้ว่า เป็นเหตุสุดวิสัยในการส่งมอบตามเวลาอันเนื่องมาจากสงคราม คู่สัญญามีสิทธิขยายสัญญา ได้โดยไม่ผิดสัญญา ไม่ต้องเสียค่าปรับในการส่งมอบล่าช้า
แล้วแต่ลูกเล่นของแต่ละเจ้า ไทยเราเองก็ต้องระวัง จะซื้ออะไรกับใครก็ต้องดูดี ๆ ไม่งั้นน้ำมันขาดช่วง ประชากรโง่ ๆจะออกมาด่าจนขาดใจตายครับ”

“คล้ายตลาดน้ำมันดิบและLNG โลก กำลังถูกบังคับขาย แยกเป็นสองซีกโลกกลายๆ ซีกยุโรป-เมกา กับซีกเอเชีย-ตะวันออกกลาง”

“พวกที่ไม่รู้ตัวว่าทุกประเทศกำลังอยู่ในวิกฤตก็จะออกมาชวนประท้วงขอน้ำมันราคาถูกๆ”

นักวิเคราะห์
สมภพ พอดี
สมภพ พอดี
สมภพ พอดี
สมภพ พอดี
สมภพ พอดี
สมภพ พอดี

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Sompob Pordi 

ชัยวุฒิ เตือน สส. ไม่ควรใช้ AI เขียนบทอภิปราย ฝาก ประธานสภาฯ จัดอบรม กฏกติกา มารยาท สส. ใหม่

ชัยวุฒิ เตือน สส. ไม่ควรใช้ AI เขียนบทอภิปราย ฝาก ประธานสภาฯ จัดอบรม กฏกติกา มารยาท สส. ใหม่

ชัยวุฒิ เตือน สส. ไม่ควรใช้ AI เขียนบทอภิปราย ฝาก ประธานสภาฯ จัดอบรม กฏกติกา มารยาท สส. ใหม่

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.03 น.

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 04 เม.ย. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พร้อมฝากข้อคิดการทำหน้าที่ในสภาฯ เน้นย้ำให้อภิปรายด้วยเหตุผลและศึกษาข้อมูลด้วยตนเอง ไม่ควรใช้เทคโนโลยี AI หรือบุคคลอื่นเขียนบทให้ พร้อมฝากประธานสภาฯ หารือแกนนำทุกพรรค จัดอบรมกติกามารยาทให้ สส. ใหม่ เพื่อรักษาภาพลักษณ์อันดีของฝ่ายนิติบัญญัติ

“การอภิปรายในสภาฯ ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล ข้อมูลที่นำมาใช้อภิปรายนั้น สส. ควรเป็นผู้ศึกษา วิเคราะห์ และเขียนขึ้นด้วยตนเอง ไม่ใช่การพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือให้บุคคลอื่นเขียนบทให้ เนื่องจากผู้แทนราษฎรจำเป็นต้องพูดและสื่อสารจากสิ่งที่ตนเองรู้และเข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้ จึงอยากฝากไปยัง สส.ว่า การอภิปรายในสภาควรพูดด้วยเหตุ ด้วยผล ควรศึกษาข้อมูลต่าง ๆ แล้วก็คิดเองเขียนเอง แล้วจึงนำมาอภิปรายในสภา ไม่ใช่ไปให้ AI หรือไปใช้คนอื่นเขียนมาให้  เราต้องพูดจากสิ่งที่เรารู้สิ่ง ที่เราเข้าใจจริง ๆ” นายชัยวุฒิ กล่าว

ชัยวุฒิ

หัวหน้าพรรครักชาติ ยังได้เน้นย้ำถึงวุฒิภาวะในการทำหน้าที่สส. ว่าควรหลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ การโต้เถียง หรือการด่าทอกันเพื่อหวังสร้างกระแสต่อหน้าประชาชน เพราะพฤติกรรมดังกล่าวจะส่งผลเสียและทำลายภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของสภาผู้แทนราษฎรโดยรวม ที่สำคัญต้องการเคารพกติกาเรื่องเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่ยึดถือปฏิบัติกันมาในทุกยุค ทุกสมัย เพื่อให้เกิดการจัดสรรเวลาอย่างเป็นธรรม และเปิดโอกาสให้ สส. ทุกคนได้นำเสนอปัญหาจากทุกจังหวัดและทุกพื้นที่ หากมีบุคคลใดใช้เวลาเกินกำหนดหรือเหมาเวลาพูดเพียงคนเดียว ก็จะทำให้ สส. ท่านอื่นเสียโอกาสในการสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ตนเอง

นายชัยวุฒิ ยังฝากข้อเสนอแนะไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้เร่งหารือกับแกนนำของทุกพรรคการเมือง เพื่อจัดเตรียมการประชุมอบรมให้แก่ สส. โดยเฉพาะกลุ่ม สส. หน้าใหม่ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อบังคับ กฎกติกา และมารยาท ต่าง ๆ ในการประชุมสภาฯ เพื่อให้การขับเคลื่อนงานในสภาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทรงเกียรติสูงสุด

ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ

หมอวรงค์ สวนหมัด ปิยบุตร ตรวจสอบตัวเองให้สะอาดก่อนจะไปจี้งบองค์กรอื่น

หมอวรงค์ สวนหมัด ปิยบุตร ตรวจสอบตัวเองให้สะอาดก่อนจะไปจี้งบองค์กรอื่น

หมอวรงค์ สวนหมัด ปิยบุตร ตรวจสอบตัวเองให้สะอาดก่อนจะไปจี้งบองค์กรอื่น

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.27 น.

วันนี้ 4 เมษายน 2569 วรงค์ เดชกิจวิกรม โพสต์คลิปพร้อมข้อความตอบโต้กรณีที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เรียกร้องให้พรรคไทยภักดีไปตรวจสอบงบประมาณส่วนอื่น เช่น สถาบันฯ ศาล องค์กรอิสระ และกองทัพ แทนการพุ่งเป้าไปที่งบอาหารหรือบำนาญของ สส. โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “#ถึงนายปิยบุตร ตามที่นายปิยบุตรเรียกร้องให้ ส.ส.ไทยภักดี ตรวจสอบงบสถาบันฯ ศาล องค์กรอิสระ และกองทัพบ้าง เอาให้ได้สักเสี้ยวเดียวของการตรวจสอบงบอาหาร บำนาญ และผู้ช่วย ส.ส. โดยอ้างว่ามาจากภาษีประชาชนเหมือนกัน ผมอยากจะบอกนายปิยบุตรว่า คุณรู้ไหมว่าการตรวจสอบที่มีคุณค่าที่สุด คือการตรวจสอบตัวเองให้สะอาดเสียก่อน ก่อนที่จะไปตรวจสอบคนอื่น การที่ผมตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของ ส.ส. และ ส.ว. ผมเชื่อว่าจะทำให้ ส.ส. และ ส.ว. สะอาด โปร่งใส และได้รับการยอมรับจากประชาชน พรรคการเมืองก็จะเข้มแข็ง และเมื่อไปตรวจสอบองค์กรอื่น ก็จะได้รับความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เอาแต่ตรวจสอบคนอื่น แต่พวกเราเองยังโกงประชาชนอยู่เลย”

วรงค์ เดชกิจวิกรม

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจ นพ.วรงค์ อย่างล้นหลาม เช่น

“ถูกต้องครับ คนตรวจสอบต้องสะอาดก่อน จึงจะตรวจสอบคนอื่นได้ ยอดเยี่ยมตรงไปตรงมาให้กำลังใจครับหมอ”

“นี่แหละ ผู้ทำงาน ที่มีคุณธรรม และมีจริยธรรม จริงๆ ยกนิ้วให้คุณหมอณรงค์เลย ว่าคุณทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นเพื่อพัฒนาประเทศจริงๆ”

“เชียร์คุณหมอค่ะ ถ้านักการเมืองคิดได้อย่างคุณหมอประเทศเราคงจะดีกว่านี้”

“คุณสมบัติของผู้นำ ต้องซื่อสัตย์ มีคุณธรรม มีจริยธรรม”

“การตรวจสอบที่ทรงคุณค่า คือตรวจสอบตัวเองก่อน” ตอบกลับได้ยอดเยี่ยมมากค่ะ ขอส่งกำลังใจให้คุณหมอสู้ต่อไปค่ะ”

“ดีเยี่ยมครับคุณหมอ จัดการตนเองก่อน ค่อยจัดการคนอื่น”

“ถ้านักการเมืองไทยเหมือนคุณหมอทั้งประเทศผมว่าประเทศไทยเจริญไปนานแล้วครับ”

“คนมีปัญญามักทำหลายอย่างจากความตั้งใจ ต่างกับบางคนแค่มีปากไว้เหน็บแนมคนอื่น สนับสนุนและเป็นกำลังใจกับสิ่งที่คุณหมอวรงค์กำลังทำอยู่ค่ะ”

วรงค์ เดชกิจวิกรม
วรงค์ เดชกิจวิกรม
วรงค์ เดชกิจวิกรม
วรงค์ เดชกิจวิกรม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ลาออก สส. นิกร จำนง ขึ้นเป็น สส. ป้ายแดง

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ลาออก สส. นิกร จำนง ขึ้นเป็น สส. ป้ายแดง

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ลาออก สส. นิกร จำนง ขึ้นเป็น สส. ป้ายแดง

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.58 น.

วานนี้ 3 เมษายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2569 โดยได้ประกาศให้ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 5 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นั้น

บัดนี้ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2569 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ สิ้นสุดลง ตามมาตรา 101 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงประกาศให้ผู้ชื่อในลำดับถับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย คือ นายนิกร จำนง ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 20 เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน

ประกาศ ณ วันที่ 3 เมษายน 2569
นายโสภณ ซารัมย์
ประธานสภาผู้แทนราษฎร 

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์
ซาบีดา ไทยเศรษฐ์

ไม่สนความจริง เพราะเชื่อไปแล้ว กิ๊ก อนิศ อัดทัวร์ไทยปมกักตุนน้ำมัน

ไม่สนความจริง เพราะเชื่อไปแล้ว กิ๊ก อนิศ อัดทัวร์ไทยปมกักตุนน้ำมัน

ไม่สนความจริง เพราะเชื่อไปแล้ว กิ๊ก อนิศ อัดทัวร์ไทยปมกักตุนน้ำมัน

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.00 น.

วานนี้ 4 เมษายน 2569 นายอนิศ โอสถานุเคราะห์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นถึงกรณีดรามาแบนปั๊ม PT ที่กำลังลามไปถึงเจ้าของแฟรนไชส์ตัวเล็ก ๆ เช่น “ไอ้โม่ง…น้ำมัน ในฟีด เมื่อกี้ นั่งอ่าน FB เจอข่าว เจ้าของปั้ม PT เป็นผู้หญิง ออกมาร้องไห้ ว่าธุรกิจ โดนแบน คนไม่เข้าปั๊ม เขาไม่เกี่ยวอะไรเลย ซื้อแฟรนไชส์มา เราอยู่กลาง พายุ มหาสมุทร บนเรือลำเดียวกัน ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ถ้าให้พูดตามตรง คนไทยโดนปั่น จนเชื่อไปก่อนแล้ว ว่าไอ้โม่ง คือ คุณพิพัฒน์ ตามข่าวที่ผมเช็คมา เขาไม่เกี่ยว และผมก็เขียนไปแล้วเมื่อสามสี่วันก่อน ปรากฎว่า มีทัวร์มาลงพอสมควร พร้อมบอกว่า ผมควรเลิกเป็น เดอะแบก ให้คุณพิพัฒน์ คือคนไทยเรา พอเชื่อไปแล้ว ก็จะไม่เปลี่ยนความคิด ไม่ว่าหลักฐานจริงๆคืออะไร ก็ไม่สน กูจะเชื่อแบบนี้

ปั้มน้ำมัน มีสองหมื่นกว่าปั้ม PT มีแค่สองพันกว่า เพียงสิบเปอร์เซ็น ต่อให้ปิดไปเลย ถ้าปั้มอื่นเปิดครบ ก็ไม่มีอะไรกระเทือน ปั้มแบรนด์ รวมแล้วมีแค่ 6000 แต่ส่วนใหญ่มันคือปั้มเล็ก โดยเฉพาะพวกปั้มเล็ก 17000 แห่ง อันนี้ผ่าน jobber ที่มีหลายสิบเจ้า

อนิศ โอสถานุเคราะห์

ผมบอกถ้ามีไอ้โม่ง ก็แถวๆนี้แหละ ไม่ว่าจะPt หรือ ปั้ม ปตท เขาอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มันมี ผู้ตรวจสอบ อย่างเข้มงวด บริษัท ระดับนี้ ใช้ Big 4 ตรวจ ถ้าจำไม่ผิด PT ใช้ PWC หรือ Pricewaterhouse. ตรวจสอบระดับโลก แข็งโป๊ก ถ้ากั๊กน้ำมัน ทำผิดกฎหมาย ระดับ หลายสิบล้านลิตร ยังไงก็ตรวจเจอ ยังไง PWC เขาก็ไม่ยอม ออกมาแฉแน่ทัวร์ไทย ไม่สนใจ ความจริง กูเชื่อไปแล้ว

คุณพิพัฒน์ ออกมานั่งน้ำตาซึม ขอไม่ดูพลังงานแล้ว มล ปลื้ม ก็ออกมา พูดถึงเรื่องน้ำมัน ในทำนองเดียวกันกับผม ผมว่าทัวร์ก็น่าจะลงเขาเหมือนกัน การกั๊กน้ำมันระดับ หลายสิบล้านลิตร ยังไงก็ตรวจเจอครับ จะเอาไปไว้ที่ไหน ยังไงก็ต้องไปใส่ ไอ้ถังกลม ยักษ์ๆนั่น หรือลอยเรือ บรรทุกน้ำมันอยู่กลางทะเล ที่เหลือทำไม่ได้ ไม่มีที่ใส่ ตามแป๊บเดียวก็เจอ อย่างวันนี้ ก็เริ่มโผล่มาแล้ว นักข่าวไทย จมูกมด ตามไปกับฝ่ายค้านแป๊บเดียว เดี๋ยวก็รู้ว่าใคร อดใจแป๊บ นายก ก็ออกมาบอกแล้ว ว่าจัดการเด็ดขาด คราวนี้ คนก็มาด่าเรื่อง conflict of interest ต่อ ว่าทำไมเอาคน ทำธุรกิจนี้ มาดู ด้านนี้

อนิศ โอสถานุเคราะห์

อ้าว สมัยก่อน ตั้ง รมต สมมติกระทรวงพลังงาน ไปเอาครูมานั่ง ก็ด่าว่า ตั้งไม่ดู ตามาตาเรือ เอาคนไม่ทำงานด้านนี้มานั่ง พอเอาคนเกี่ยวกับ พลังงาน มาก็บอกว่า ผลประโยชน์ทับซ้อน ถ้าเพิ่งลาออกจากบริษัทมานั่ง ก็บอก โอ๊ย ยังเป็นเจ้าของ แค่โอนหุ้นให้นอมินี ไม่รู้จะเอาใจกันยังไงดี ผมไม่ได้ชวนคุณมาแบกรัฐบาล แต่ก่อนเชื่ออะไร ควรหา fact ให้เจอก่อน ไม่งั้น มันจะแก้ปัญหาผิดทาง ถ้าไปแก้ตามความเชื่อ ที่ไม่สอดคล้อง กับความจริง ประมานนี้ก่อน เมียเรียกไปกินข้าวแล้ว บาย อนิศ โอสถานุเคราะห์”

หลังจากโพสต์ของ นายอนิศ โอสถานุเคราะห์  เผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นในมุมที่แตกต่างอย่างเผ็ดร้อน เช่น

“กรณีpt ปชช.เค้าสั่งสอนคนมีอำนาจไงครับ การจะแต่งตั้งใคร ต้องทั้งมีความสามารถและสิ้นสงสัยว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งนายก และพิพัฒน์ พูดแต่ละครั้งคือ ปกป้องทุนพลังงาน โยนความผิดให้ชาวบ้าน”

“ตีความก็ผิด สมแล้วที่สอบตก เค้าพูดเรื่อง conflict interest ต่างหาก แถมเมื่อไหร่จะด่าการบริหารจัดการของรัฐบาล อีหนูบอกไม่มีไอ้โม่ง มีแต่ประชาชนกักตุน วันนี้เจอไอ้โม่งกักตุน 57 ล้านลิตร ด่ารัฐบาลยัง? รึไม่กล้า กลัวเค้าไม่ส่ง สส. รอบหน้า 555555”

“ผมว่าอันนี้ ต้องโทษคุณอนุทินนะ วันแรก ออกมาขึงขังว่า ไม่มีไอ้โม่ง น้ำมันหายเพราะประชาชนกักตุน ฯลฯ แต่หลักฐานเชิงประจักษ์ คือน้ำมัน มันหายจำนวนมาก จนไม่มีทางเกิดจากประชาชนกักตุนได้ แล้วคิดว่าใครจะน่าสงสัยที่สุดในเคสนี้?
จนวันนี้พึ่งจะยอมรับ ว่ามีไอ้โม่งจริง แปลว่าที่ผ่านมา เชื่ออะไรที่รัฐบาลพูดได้บ้าง?”

“ผมว่าไม่มีไครบอกว่าคุณพิพัฒคือไอ้โม่งนะ ปัญหาคือแกเป็นผุ้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจน้ำมัน และแกไม่ควรเข้ามาดูแลเรื่องนี้ตั้งแต่แรก ประชาชนที่ใหนมันจะไว้ใจให้เจ้าของปั๊มมาจัดการเรื่องปัญหาราคาน้ำมัน และผลลัพของการจัดการปัญหานี้คือประชาชนรับกรรมไปแค่ผู้เดียวและไอ้โม่งก็กินอิ่มอยู่คนเดียว คุณพิพัฒกล้าพอที่จะยืนอยู่ข้างประชาชนและเปิดเผยไอ้โม่งและเอาผิดเขามั้ย”

“ง่ายๆ ทำไมไม่คิดกลับกัน ถ้าคุณพิพัฒน์แกอยากเอาใจประชาชนแกคงเอาเงินรัฐมาช่วยพยุงราคาน้ำมันไว้ 1.ได้หน้า2.ปั้มแกก็ได้เงินเท่าเดิมเพราะรัฐบาลชดเชยในส่วนที่เหลือ แต่แกมองว่า เวลานี้ควรกระจายความเสี่ยง เก็บเงินกองทุนไว้ดีที่สุด ไม่รู้ว่าภายภาคหน้าจะเกิดอะไรขึ้น อาจมีเหตุที่จะต้องใช้เงินนี้มาชดเชยด้านอื่น”

“เขาไม้ได้แบน เพราะไอ้โม่ง แต่เขาแบน เพราะ ทัศนคติ ของคุณพิพัฒน์ในการแก้ปัญหาน้ำมันแพง”

“คนไทยไม่เคยถูกใจโดยเฉพาะเวลาต้อง ”จ่าย“”

อนิศ โอสถานุเคราะห์
อนิศ โอสถานุเคราะห์
อนิศ โอสถานุเคราะห์
อนิศ โอสถานุเคราะห์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Anit Osathanugrah 

สรวงศ์รวยอู้ฟู่766ล้าน/ทองคำ257บ. ‘ชาดา’ไม่เบามี144ล้าน

สรวงศ์รวยอู้ฟู่766ล้าน/ทองคำ257บ. ‘ชาดา’ไม่เบามี144ล้าน

สรวงศ์รวยอู้ฟู่766ล้าน/ทองคำ257บ. ‘ชาดา’ไม่เบามี144ล้าน

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สรวงศ์รวยอู้ฟู่ 766ล้าน/ทองคำ257บ. ‘ชาดา’ไม่เบามี144ล้าน

เลขาฯ ศอ.บต.ยอมรับนายกฯเรียกถกปัญหาชายแดนใต้ พร้อมมอบนโยบายสำคัญ ยันเกิดเหตุถี่ไม่เกี่ยวเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ชี้หน้าที่คณะพูดคุยเจรจาหาพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชนแล้วจะทำอะไรก็ทำ เลขาฯครม.เข้าพบนายกฯหารือเตรียมพร้อมประชุม ครม.นัดพิเศษ 6 เม.ย. ถกเตรียมนโยบายรัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา เผยอาจหารือแก้วิกฤติพลังงาน เหตุเรื่องเร่งด่วน แต่ขอดูข้อกม.ก่อน พร้อมจ่อประชุมครม.นัดแรก11เม.ย.

เมื่อวันที่ 3 เมษายน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายรายที่พ้นตำแหน่ง ภายหลังมีการยุบสภาเมื่อวันที่ 12ธันวาคม2568 มีรายชื่อที่น่าสนใจ อาทิ นายสรวงศ์ เทียนทอง พ้นจากตำแหน่ง ส.สสระแก้ว เขต3 นายสรวงศ์ แจ้งสมรสกับ นางญาณิกา เทียนทอง นายสรวงศ์และนางญาณิกา แจ้งมีทรัพย์สินรวม 766,395,655.51บาท หนี้สิน 156,812.59บาท นายสรวงค์ แจ้งมีทรัพย์สิน 501,461,313.87 บาท แบ่งเป็นเงินสด 500,000 บาท เงินฝาก 4 บัญชี 21,528,850.14 บาท ที่ดิน 62 แปลงที่ จ.เพชรบูรณ์, นครปฐม, นนทบุรี, ปทุมธานี และสระแก้ว มูลค่า 402,999,670 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง เป็นบ้านเดี่ยว 3 หลัง มูลค่า 14,680,000 บาท ยานพาหนะเป็นรถยนต์ 6 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน 5,900,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 46,354,793.73 บาท ทรัพย์สินอื่น 9,498,000บาท นางญาณิกา แจ้งมีทรัพย์สิน 145,152,012.08 บาท แบ่งเป็นเงินสด 300,000 บาท เงินฝาก บัญชี 1,679,762.08 บาท ที่ดินที่ จ.สมุทรปราการ จำนวน 2 แปลง 39,500,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น มูลค่า 50,000,000 บาท ยานพาหนะ 2,500,000 บาท และทรัพย์สินอื่น 51,172,250 บาท

ส่วนบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แจ้งมีทรัพย์สิน 119,782,329.56 บาท แบ่งเป็นโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างเป็นคอนโด เขตวัฒนา มูลค่า 55,000,000 บาท และสิทธิและสัมปทาน 64,782,329.56 บาท

นายสรวงศ์และนางญาณิกา แจ้งมีรายได้ต่อปีทั้งสิ้น 1,452,442.67 บาท แบ่งเป็นเงินเดือน 443,670 บาท และค่าตอบแทน 1,008,772.67 บาท มีรายจ่ายต่อปี 5,077,300 บาท เป็นค่าเบี้ยประกันภัย 4,000,000 บาท ค่าที่อยู่อาศัย 250,000 บาท ค่าใช้จ่ายส่วนตัว 300,000บาทและค่าเล่าเรียนบุตร 527,300บาท ขณะที่ทรัพย์สินอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ปืนสั้น 11 กระบอก, กระเป๋าหรูรวม 17 ใบ อาทิ กระเป๋า Hermes Birkin 695,000 บาท, กระเป๋า Hermes Lindy 350,000 บาท และกระเป๋า Chanel Classic 370,000 บาท, นาฬิกาหรู 14 เรือน อาทิ นาฬิกา Patek Philippe Nautilus 5712R-001 3,500,000 บาท, นาฬิกา Patek Philippe Aquanaut 5065A 001 1,900,000 บาท, ต่างหูเพชรหยดน้ำ 1 คู่ 2,250,000 บาท, แหวนเพชร (หญิง) 1 วง 10,000,000 บาท, ต่างหูเพชรสี่เหลี่ยม 1 คู่ 3,480,000 บาท และทองคำแท่ง 257 บาท 17,026,250 บาท ที่ดิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เนื่อที่ 11ไร่ 33,464,900บาท,ที่ดิน ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เนื้อที่ 1 ไร่ 38,000,000 บาท, ที่ดิน ต.วัฒนานคร อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เนื้อที่ 7 ไร่ 33,039,500 บาท, ที่ดิน ต.ผักชะ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เนื้อที่ 53 ไร่ 27,300,000 บาท, ที่ดิน ต.บางพุด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เนื้อที่ 3 ไร่ 25,280,000 บาท, ที่ดิน ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เนื้อที่ 1 งาน 19,800,000 บาท

ด้าน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ กรณีพ้นตำแหน่ง สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย “บ้านใหญ่สะแกกรัง”

นายชาดาแจ้งสถานะว่า หย่า เมื่อปี2544 มีบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย 3 คน บุตรที่เกิดจากมารดาที่มิได้จดทะเบียนสมรส แต่ได้รับรองอุปการะ 3คน โดยเขาแจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 144,635,189 บาท ได้แก่ เงินสด 1.5 ล้านบาท เงินฝาก 21,465,426 บาท เงินลงทุน 12,074,000 บาท ที่ดิน 35,844,040 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 16.2 ล้านบาท ยานพาหนะ 5,850,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 11,225,093 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) 41,810,000 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 294,551 บาท เป็นเงินกู้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น ขณะเดียวกันยังแจ้งทรัพย์สินในส่วนบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เป็นเงินฝาก 166,629 บาท

นายชาดา แจ้งมีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 23,026,488 บาท แบ่งเป็น ค่าตอบแทน 1,362,720 บาท ค่าเช่าแผงเนื้อ 6 แสนบาท ค่าอ้อย 63,768 บาท ธุรกิจค้าโค-กระบือ 5 ล้านบาท ค้าโคกระบือชำแหละ 6 ล้านบาท รายจ่ายรวม 7.9 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายส่วนตัว 4 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายการเลี้ยงโค-กระบือ 2 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายทำไร่อ้อย 1 แสนบาท ค่าเบี้ยประกันชีวิต 3 แสนบาท ค่าท่องเที่ยว 1.5 ล้านบาท ส่วนบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีรายจ่าย 2.6 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว 1.6 ล้านบาท และค่าเล่าเรียน 1 ล้านบาท

ทรัพย์สินน่าสนใจ นายชาดา แจ้งถือครองยานพาหนะ 13 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ 5 คัน ถจักรยานยนต์ 8 คัน โดยมีรถจักรยานยนต์ 1 คัน ได้มาล่าสุดเมื่อ 28 ก.พ. 2568 มูลค่า 1ล้านบาท มีโฉนดที่ดิน 46 แปลง 35,844,040 บาท เป็นที่ดินจ.อุทัยธานี และมีบ้าน 5 หลัง เป็นอาคารพาณิชย์ ที่ อุทัยธานี และบ้านที่แขวงคลองกุ่ม กรุงเทพฯ 4,500,000 บาท

นอกจากนี้แม้จะนับถือศาสนาอิสลาม แต่ยังสะสมพระเครื่องและวัตถุมงคลจำนวนมาก โดยระบุว่าจำวันเดือนปีที่ได้มาไม่ได้ แบ่งเป็น พระเครื่อง 18 องค์ 14,980,000บาท ตะกรุดหลวงพ่อเดิม 6 ดอก มีดหลวงพ่อเดิม 6 เล่ม 1.3 แสนบาท สิงห์แกะงาช้าง พระเครื่อง และตะกรุด 12 ชิ้น 5 แสนบาท อาวุธปืน 23 กระบอก รวมมูลค่า 1.3ล้านบาท ทั้งยังสะสมเครื่องประดับ เช่น แหวน 11 วง พลอย 2 เม็ด 2 ล้านบาท สร้อยคอ และสร้อยข้อมือทองคำขาว 5 เส้น 1 ล้านบาท สร้อยคอทองคำขาว จี้หยก และแหวนหยก 2.5 ล้านบาท แหวนเพชร และแหวนหยก 1.1 ล้านบาท กระเป๋าเดินทาง 11 ใบ 5 แสนบาท นาฬิกา 24 เรือน 11.9 ล้านบาท และยังมีอีก 2 เรือนคือนาฬิกา Patek Philippe รวมมูลค่า 3.1 ล้านบาท

ทั้งนี้ นายชาดา คือบิดาของ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม และ น.ส.ปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ ปัจจุบันเป็นนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี

ขณะที่ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วานิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 กรณีพ้นจากตำแหน่งสส.สมัยที่แล้วเมื่อวันที่ 12ธ.ค.68 โดยน.ส.มัลลิกาแจ้งสถานะโสด ระบุมีทรัพย์สินรวม 47,365,882 บาท มีหนี้สินเป็นเงินเบิกเกินบัญชี 471,802บาท ทรัพย์สินประกอบไปด้วยเงินสด 500,000 บาทเงินฝาก 11บัญชีรวม4,544,164 บาท เงินลงทุน ส่วนใหญ่ในสลากออมสินพิเศษ,กองทุนเปิดรวม 5,663,049 บาท ที่ดิน14 แปลงในอำเภอต่างๆของจังหวัดลพบุรี รวม 25,252,380 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 7หลังเป็นบ้านและกิจการให้เช่าห้องพักโรงแรม อาคารอเนกประสงค์ คลังสินค้า ห้องน้ำรวม อาคารพาณิชย์ รวมมูลค่า 8,076,736 บาท ยานพาหนะ 4 คัน 1.8ล้านบาท สิทธิและสัมปทาน 1,098,952 บาท ทรัพย์สินอื่น 430,600 บาทโดยเป็นอาวุธปืน 6 กระบอกๆละ45,000บาท สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1เส้น 120,000 บาท กรอบพระ 1,600 บาท นาฬิกา chanelสีดำ 25,000บาทแหวนทองคำพร้อมพลอย 1วง 10,000 บาทแหวนทองคำนพเก้า1วง 8,000 บาท

นอกจากนี้ ยังแจ้งมีรายได้รวมต่อปีประมาณ 1,562,720บาท แบ่งเป็นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งสส995 ,542 บาท เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งรมช.367,177 บาท ค่าบริการที่พัก เจ.พี แลนด์ รีสอร์ท ลพบุรี 20,000 บาท ค่าเช่าตึก 180,000 บาท และแจ้งมีรายจ่ายต่อปีรวม1,030,100 บาท โดยเป็นรายจ่ายบริษัทประกันชีวิต 3 บริษัทรวม206,500 บาท ค่าอุปการะบิดามารดา 600,000 บาท ค่าท่องเที่ยว 200,000 บาท เงินบริจาค 20,000 บาท ค่าเช่าตึก 3,600บาท น.ส.มัลลิกา ยังแจ้งว่า ปัจจุบันเป็นผู้จัดการ เจ พี แลนด์ รีสอร์ทที่ต.โพธิ์เก้าต้น อำเภอเมืองจังหวัดลพบุรี และประวัติการทำงานย้อนหลัง 5 ปีตั้งแต่ปี2562-2568 เป็นสส.ลพบุรี และวันที่24ก.ย.68 ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1หลังการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ. 2569

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ได้เรียก นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต.มาพบที่ตึกไทยคู่ฟ่า ต่อมา นายปิยะศิริ เปิดเผยว่า นายกฯเรียกมาหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ภาคใต้ ส่วนเรื่องรักษาความปลอดภัย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าดูแลอยู่แล้ว แต่เรื่องเยียวยาเป็นสิ่งที่ ศอ.บต.รับผิดชอบ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นถี่ช่วงนี้ วันนี้พูดคุยถึงการพัฒนาหรือการแก้ไขยุทธศาสตร์ภาคใต้กับเหตุที่เกิดขึ้นเป็นหลัก ส่วนศอ.บต.จะดูเรื่องแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมและการศึกษา รวมถึงการเยียวยาศอ.บต.มีโมเดลที่จะเสนอต่อนายกฯ ซึ่งต้องรอให้นายกฯมอบนโยบายสำคัญบางเรื่องด้วย อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่มีการยกระดับการรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้นขึ้น ไม่ได้ประมาท เพียงแต่ในพื้นที่ภาคใต้ไม่ใช่เพียงพื้นที่เมืองอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ป่าเขาซึ่งทุกคนต้องช่วยกัน

เมื่อถามว่า ที่เกิดเหตุถี่ช่วงนี้เป็นเพราะช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลหรือไม่ เลขาฯศอ.บต.กล่าวว่า ไม่ใช่เพราะปัจจัยในการเกิดเหตุมีหลายสาเหตุ พร้อมยืนยันว่าในพื้นที่ทำงานกันอย่างต่อเนื่องไม่น่าเกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวอย่างแน่นอน ผู้สื่อข่าวถามถึงคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ยังคงเดินหน้าพูดคุยอยู่หรือไม่ เพราะหลายคนวิจารณ์ว่าไม่มีความต่อเนื่อง นายปิยะศิริกล่าวว่า ทุกอย่างต้องจบที่การเจรจา และก็มีการพูดคุยกันมาโดยตลอด ซึ่งตนก็เป็นหนึ่งในคณะพูดคุยฯ แต่ในมุมของตนดูเรื่องการผลักดันการลดอุปสรรคของการพัฒนา ไม่ได้มีส่วนในมิติการก่อเหตุ เพื่อขอความร่วมมือฝ่ายตรงข้ามว่าต้องมีพื้นที่ปลอดภัยเพราะเงื่อนไขคือประชาชนต้องปลอดภัย คุณจะทำอะไรก็ทำ

ด้าน นางณัฐฎ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายกฯว่า เป็นการหารือเตรียมความพร้อมการประชุมครม.พิเศษ วันที่ 6 เม.ย. ที่จะมีการหารือในเรื่องหลักๆ ถึงการเตรียมนโยบายของรัฐบาลที่จะมีการแถลงต่อรัฐสภา ในวันที่ 9-10 เม.ย. เพราะครม.ต้องเห็นชอบก่อนที่จะไปแถลงต่อรัฐสภาและเรื่องทั่วไป รวมถึงอาจมีการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ อย่างเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องรอดูว่า สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ส่งรายชื่อมาหรือยัง

เมื่อถามว่า การประชุมครม.พิเศษ มีโอกาสได้หารือถึงการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันในขณะนี้ด้วยหรือไม่ นางณัฐฎ์จารี กล่าวว่า มีสิทธิ เพราะเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากมีผลกระทบทั่วประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องดูข้อกฎหมายว่าจะสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน แต่เรื่องนี้ทางนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้ดูให้อยู่แล้วในเรื่องของกฎหมายว่าอันไหนทำได้ อันไหนทำไม่ได้ สำหรับตำแหน่งข้าราชการการเมืองขณะนี้ยังไม่มีการส่งรายชื่อมาเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติแต่อย่างใด โดยต้องตรวจสอบเข้มเช่นเดียวกับ ครม. ผ่าน 7 หน่วยงาน 14 ข้อ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาแล้ว จะมีการประชุมครม.นัดแรก ในวันที่ 11 เม.ย.นี้

แวดวงนักปกครอง : 4 เมษายน 2569

แวดวงนักปกครอง : 4 เมษายน 2569

แวดวงนักปกครอง : 4 เมษายน 2569

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“สานต่อพระเมตตา” กรมการปกครอง จัดกิจกรรมสานต่อพระเมตตาพัฒนาสถานะเด็กนักเรียนอักษร G” เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เม.ย. สมเด็จพระกนิษฐา
ธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ โรงเรียนไทรโยคน้อยวิทยา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี มุ่งแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลให้กับเด็กนักเรียนที่ไม่มีสัญชาติไทย แต่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G ให้ได้รับการพัฒนาสิทธิและสถานะทางทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ ได้มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติให้ทุกจังหวัดนำไปใช้ เพื่อให้เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน และเป็นการคุ้มครองให้ได้รับสิทธิตามกฎหมายบนหลักการมนุษยธรรม

ปูพรม Double Check คลังน้ำมันทั่วประเทศ นายนฤชาโฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง “ลุยคุมเข้ม” สถานการณ์พลังงาน ลงพื้นที่ด้วยตนเอง พร้อมสั่งผู้ตรวจราชการฯ-ปลัดจังหวัด-นายอำเภอในพื้นที่ ผนึกกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจคลังน้ำมันทั่วประเทศแบบ Double Check ปิดช่องกักตุน-ลอบจำหน่าย เป้าหมายชัด! ตรวจครบ 92 คลัง ใน 31 จังหวัด เช็คสต๊อก-ติดตามปริมาณสำรอง สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต

นายอำเภอแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

นายสมศักดิ์ จุฑาวงศ์กุล

นายอำเภอหนองใหญ่ จ.ชลบุรี

5 หน่วยงานผนึกกำลังปฏิบัติการ “ตัดบัตรกรุงเก่า”ล้างขบวนการสวมสิทธิเด็กต่างด้าวนับร้อย! หลังพบความผิดปกติย้ายชื่อเด็กต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านก่อนออกบัตร แล้วย้ายออกในเวลาอันสั้น ปกครองส่งทีม DOPA N.I.C.E. ผนึกกำลังตำรวจสอบสวนกลาง ป.ป.ท. ป.ป.ช. และ DSI เปิดปฏิบัติการเข้าจับกุมผู้ต้องหา 6 ราย ทั้งข้าราชการ ลูกจ้าง และเจ้าบ้านตามหมายศาลฯ จากการแกะรอยเรื่องร้องเรียน พบช่วง ก.ค.-พ.ย.2568 มีการย้ายชื่อเด็กต่างด้าวเข้า 3 ทะเบียนบ้าน ใน อ.วังน้อยจ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนออกบัตรจำนวนมาก แล้วเร่งย้ายออก ส่อขบวนการนายหน้าจัดทำเอกสารเท็จ กรมการปกครองเดินหน้า “ถอนราก” พร้อมเพิกถอนรายการทะเบียนมิชอบโดยทันที

แม่ฟ้าหลวงระดมกำลังสกัดไฟป่าลามรอยต่อแม่จัน ลุยลาดตระเวนจุดเสี่ยงไม่ให้ลุกลาม นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย สั่งชุดปฏิบัติการไฟป่า เปิดปฏิบัติการลาดตระเวนเชิงรุก เส้นทางบ้านสามต้าว–บ้านเล่าลิ้ว คุมเข้มแนวชายแดน สกัดลักลอบเผาป่า สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง ไฟป่าลามข้ามเขตไปพื้นที่บ้านห้วยหินฝน อ.แม่จัน ผู้นำชุมชน จิตอาสา ผนึกกำลังเร่งสกัดเพลิงเต็มกำลัง ล่าสุดแนวไฟเริ่มไหลลงพื้นที่ด้านล่าง ย้ำ!! “แม่ฟ้าหลวง” ยกระดับเฝ้าระวังสูงสุด กำชับทุกหน่วยห้ามประมาท จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ส่งท้ายด้วย “นายอำเภอพาเที่ยว” ประจำสัปดาห์นี้ ปักหมุด! “โอโห้ฟาร์ม” แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี โดยนายสมศักดิ์ จุฑาวงศ์กุล นายอำเภอหนองใหญ่ นำทีมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน ชวนออกไปสัมผัสธรรมชาติและวิถีชีวิตท้องถิ่น ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวฐานรากและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ ปักหมุด “โอโห้ฟาร์ม”แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร บรรยากาศร่มรื่น โอบล้อมด้วยธรรมชาติ พร้อมกิจกรรมหลากหลาย เดินชมฟาร์ม เรียนรู้วิถีเกษตรมุมถ่ายภาพธรรมชาติ และพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ ใครกำลังมองหาที่เที่ยวเชิงเกษตร ห้ามพลาดที่นี่!!

นาย..อำเภอน้อย

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ผมว่าประชาชน เพื่อนข้าราชการ รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงอยากให้พวกเราในฐานะผู้มีส่วนได้เสียลองช่วยกันเสียสละยกเลิกบำนาญ สิทธิประโยชน์อื่นผมพอรับได้ แต่บำนาญที่เป็นภาระที่ประชาชนต้องเอาภาษีมาเลี้ยงดู ผมเชื่อว่าประชาชนรับไม่ได้”

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม

สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี