สุรศักดิ์ ยันปมแอร์สาวถูกจับ เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่กระทบนักท่องเที่ยวไทยบินนอก-สายการบิน

สุรศักดิ์ ยันปมแอร์สาวถูกจับ เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่กระทบนักท่องเที่ยวไทยบินนอก-สายการบิน

สุรศักดิ์ ยันปมแอร์สาวถูกจับ เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่กระทบนักท่องเที่ยวไทยบินนอก-สายการบิน

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.05 น.

สุรศักดิ์ ยันปมแอร์สาวถูกจับ เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่กระทบนักท่องเที่ยวไทยบินนอก-สายการบิน 

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายสุรศักดิ์ เจริญพันธุ์วรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา กล่าวถึงกรณีแอร์โฮสเตสถูกจับยาเสพติด ว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีการแจ้งว่าเป็นความผิดเฉพาะส่วนบุคคล ซึ่งกระบวนการตรวจสอบสารเสพติดทั้งขาเข้าและขาออกจะต้องรัดกุมมากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องการยกระดับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวไม่สามารถทำได้โดยหน่วยงานเดียว  แต่ต้องบูรณาการใช้การปราบปรามยาเสพติด ดังนั้นการสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะแสดงให้เห็นอยู่แล้วว่าเราจริงจัง และเหตุการณ์ที่ลูกเรือการบินไทยถูกจับ เรื่องการคัดกรองคนออกนอกประเทศจะต้องทำให้รัดกุมมากขึ้น 

เมื่อถามว่าจะกระทบกับสายการบินของไทยและนักท่องเที่ยวของไทยเวลาไปต่างประเทศหรือไม่นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของพนักงาน ไม่ใช่เรื่องขององค์กรที่ทำความผิด ยืนยันว่าไม่กระทบสายการบินจะต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบลูกเรือให้มากขึ้น 

เมื่อถามถึงเหตุการณ์เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ที่ออสเตรเลียเคยแบนสายการบินนี้แล้ว จะกระทบกับภาพใหญ่ของการบินหรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเรื่องส่วนตัว  ไม่ใช่องค์กร จึงไม่มีเหตุผลที่จะยกเลิกในระดับองค์กรหรือสายการบิน เพราะไม่ใช่เรื่องที่สายการบินเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด รู้เห็นเป็นใจเป็นขบวนการ 

ปลัดสปน. เผย ปชช.ทยอยแจ้งเบาะแสทุจริตสอบท้องถิ่น ขอมั่นใจข้อมูลถูกปิดเป็นความลับ

ปลัดสปน. เผย ปชช.ทยอยแจ้งเบาะแสทุจริตสอบท้องถิ่น ขอมั่นใจข้อมูลถูกปิดเป็นความลับ

ปลัดสปน. เผย ปชช.ทยอยแจ้งเบาะแสทุจริตสอบท้องถิ่น ขอมั่นใจข้อมูลถูกปิดเป็นความลับ

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.55 น.

ปลัดสปน. เผย ประชาชนเริ่มทยอยแจ้งเบาะแส ทุจริตสอบท้องถิ่น หลังนายกฯ สั่งตั้งศูนย์เฉพาะ ขอประชาชนมั่นใจข้อมูลถูกปิดเป็นความลับ 

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) กล่าวถึงการเปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุ บุคคลเป็นข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หลังนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ตั้งศูนย์เฉพาะ ว่า ยังเปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอยู่ และขณะนี้มีประชาชนร้องเรียนมาจำนวนไม่มากนัก ส่วนใหญ่คาดว่าคงรอวันที่ 1 ก.ค. ที่จะเปิดให้มีการรายงานตัว จึงขอให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายทยอยแจ้งมา และขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมตัวเลข ทั้งนี้ขอให้ประชาชนมั่นใจที่ชี้แจงข้อมูลและเบาะแสมาจะปิดเป็นความลับตามปกติวิธีการทำงาน สิ่งที่จะสื่อสารออกไปจะมีเพียงตัวเลขของจำนวนเรื่องที่ร้องเรียนเข้ามา ส่วนรายละเอียดและกระบวนการจะปิดเป็นความลับ โดยในเบื้องต้นได้มีการประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการชี้แจงต่างๆ 

พรรคส้ม ซัดไม่ใส่ใจ งบแก้สิ่งแวดล้อม ลองเอาน้ำกกมาให้ รมต.ล้างมือ-หน้า จะได้รู้สารพิษเยอะแค่ไหน

พรรคส้ม ซัดไม่ใส่ใจ งบแก้สิ่งแวดล้อม ลองเอาน้ำกกมาให้ รมต.ล้างมือ-หน้า จะได้รู้สารพิษเยอะแค่ไหน

พรรคส้ม ซัดไม่ใส่ใจ งบแก้สิ่งแวดล้อม ลองเอาน้ำกกมาให้ รมต.ล้างมือ-หน้า จะได้รู้สารพิษเยอะแค่ไหน

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.45 น.

ถกงบฯ ปี 70 วันที่สอง! เพื่อไทย เปิดหัวติงรัฐฯ ไม่จริงใจ พัฒนาทุนมนุษย์ บี้เพิ่มงบพัฒนาครอบคลุม 4 กระทรวง ด้าน พรรคส้ม ซัดไม่ใส่ใจ งบแก้สิ่งแวดล้อม แซะแสบ ลองเอาน้ำกกมาให้ รมต.ล้างมือ-หน้า จะได้รู้สารพิษเยอะแค่ไหน ยก สาธารณภัย เป็น ภัยมั่นคงใหม่ 

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระแรก วงเงิน 3.78ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่2 

โดยน.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ห่วงใยตัวเลขงบประมาณขาดดุล เข้าใจเหตุผลที่รัฐบาลต้องใช้งบประมาณแก้ปัญหาให้ประเทศ แต่จะดีกว่าหรือไม่ถ้าในอนาคตถ้ารัฐบาลจะจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นหรือกู้ลดลง การทำให้ประสบความสำเร็จคือ พัฒนาทุนมนุษย์ ให้รัฐเก็บรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน เมื่อประชากรมีทักษะสูงขึ้น จะขับเคลื่อนจีดีพีประเทศให้เติบโต จัดเก็บภาษีได้มากขึ้น ประเทศที่พัฒนาแล้วมีสัดส่วนงบวิจัยและพัฒนาร้อยละ2.7 ของจีดีพี แต่งบประมาณประเทศไทยมีสัญญาณน่ากังวลในงบการศึกษาลดลงต่อเนื่อง หายไปเกือบร้อยละ8 ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา สะท้อนว่า ขณะที่งบประมาณโดยรวมโตขึ้น แต่การศึกษาและการพัฒนาเด็กไทยถูกทิ้งไว้ข้างหลัง 

น.ส.จิราพร กล่าวว่า 4กระทรวงหลักเกี่ยวกับการพัฒนาทุนมนุษย์คือ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) กระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถูกปรับลดงบการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยเฉพาะกระทรวงอว. ที่กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถูกปรับลดงบประมาณปี2570 ลงกว่า 31.87 % ส่งผลให้การขับเคลื่อนโครงการสำคัญที่จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมขั้นสูงติดขัดปัญหา ขณะที่กระทรวงแรงงาน งบพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ถูกตัดลดลง การพัฒนาทุนมนุษย์ไม่ใช่ภาระงบประมาณ แต่คือการลงทุนเพิ่มศักยภาพการจัดเก็บรายได้ สร้างเศรษฐกิจประเทศระยะยาว ต้องให้ความสำคัญจัดสรรงบ ถ้ารัฐบาลไม่เริ่มลงทุนพัฒนาทุนมนุษย์อย่างจริงจัง ประเทศไทยก็ยากจะเติบโตมีเศรษฐกิจมูลค่าสูง

ด้านนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน อภิปรายถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 รัฐบาลไม่ได้เตรียมงบไว้เลย งบจัดการฝุ่นถูกตัด งบท้องถิ่นจัดการไฟป่าได้มาแค่ 341ล้านบาท งบสนับสนุนเกษตรกรไม่ให้เผา ได้ 261ล้านบาท  จัดงบไร้ระบบแบบแผน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาซูเปอร์เอลนีโญที่จะเข้ามาปลายปีนี้ ทำให้ต้นปีหน้าประเทศไทยเสี่ยงเจอPM 2.5 หนักกว่าทุกปี ขณะที่ปัญหาปลาหมอคางดำ ในงบปี2570 ไม่มีแม้แต่บาทเดียวมาจัดการปัญหานี้ ขอถาม รมว.เกษตรและสหกรณ์จะเอาเงินจากไหนมาแก้ปัญหา จะ 70วันแล้ว รู้หรือยังนายทุนคนใดเป็นต้นตอการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ นอกจากนี้ยังมีปัญหาแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขงเป็นพิษจากการทำเหมืองของประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาลไม่พูดไม่ทำเลย จนปัญหาลุกลาม มีค่าสารหนู สารตะกั่วเกินหลายเท่า กรมควบคุมมลพิษควรรับผิดชอบ แต่ของบไป 145ล้านบาท ได้มาแค่ 50ล้านบาท เป็นเครื่องตรวจน้ำอัตโนมัติ 7เครื่องๆละ 7ล้านบาท  ไม่มีงบบำบัดแม้แต่บาทเดียว 

“ลองเอาน้ำกก จ.เชียงรายมาให้รัฐมนตรีล้างมือล้างหน้า จะได้รู้สารพิษเยอะแค่ไหน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สาธารณภัย เป็นภัยความมั่นคงใหม่ รัฐบาลบอกพูดแล้วทำ ถามว่า ในงบปี 2570 รัฐบาลจัดงบช่วยใคร ตอบได้ง่ายๆว่า ช่วยคนนอก100% ช่วยเจ้าของเหมืองให้รวย ไม่คิดถึงคนไทย ที่ต้องอยู่กับสารพิษเลย” นายภัทรพงษ์ กล่าว

ศาลฎีกานัดไต่สวนนัดแรกคดี 44 สส.ก้าวไกล 25 ส.ค.-ยกคำร้อง ณัฐพงษ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่

ศาลฎีกานัดไต่สวนนัดแรกคดี 44 สส.ก้าวไกล 25 ส.ค.-ยกคำร้อง ณัฐพงษ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่

ศาลฎีกานัดไต่สวนนัดแรกคดี 44 สส.ก้าวไกล 25 ส.ค.-ยกคำร้อง ณัฐพงษ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.45 น.

ศาลฎีกานัดพิจารณาคดีครั้งแรก 44 สส. เข้าชื่อแก้ ม.112 ก่อนยกคำร้องปมสั่งให้ เท้ง หยุดปฏิบัตหน้าที่ ชี้ผู้ร้องไม่ใช่คู่ความ นัดไต่สวนพยานนัดแรก 25 ส.ค.นี้ สุพิศาล เผย สู้ตามกระบวนการจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับความยุติธรรม

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่ศาลฎีกา ถ.ราชดำเนินใน ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรก หมายเลขดำ คมจ.1/2569 ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยและมีคำสั่งกรณี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ผู้ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีที่อดีต44 รายร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

โดยวันนี้ฝ่ายผู้ร้อง คือ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีนายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เข้าร่วมการ พิจารณาคดี ส่วนฝ่ายผู้คัดค้าน คือ  44 สส. พรรคก้าวไกล แกนนำส่วนใหญ่วันนี้ จะ ส่งทนายความมาเป็นตัวแทน และมี สส. บางคน ที่มาด้วยตนเอง อาทิ นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรคประชาชน  พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตสส.บัญชีรายชื่อและอดีตรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล

โดยวันนี้ศาลมีคำสั่งรับคำร้องคัดค้าน ของผู้คัดค้านทั้ง44 คน หลังจากนั้น ศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐานในคดีวันที่ 4 สิงหาคมนี้ เวลา 09:30 น. โดยให้คู่ความทั้งสองฝ่าย ยื่นแนวทางการไต่สวน และหากมีพยานหลักฐานที่จะต้องให้ศาลออกหมายเรียกก่อนวันที่ 25 กรกฎาคม 2569  ก็ต้องยื่นก่อนภายใน 7 วัน  และกำหนดวันนัดไต่สวนพยาน นัดแรก ในวันที่ 25 สิงหาคม พร้อมนัดต่อเนื่องในวันที่ 22 กันยายน และ 27 ตุลาคม เวลา 09:30 น. โดยจะมีการไต่สวนพยานทั้งหมด 17 ปาก และวางกรอบพิจารณาเป็นระยะเวลา 1 ปี 

นอกจากนี้ศาลยังมีคำสั่งในคำร้องของ นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 ที่ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาและมีคำสั่งให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน หยุดปฏิบัติหน้าที่ กรณีให้สัมภาษณ์และแสดงความคิดเห็น. เรื่ององคมนตรี ที่เข้าร่วมการประชุมแก้ไขปัญหาภัยพิบัติร่วม กับ ปภ. และ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเกี่ยวกับระบอบสีน้ำเงิน 

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่ากรณีความปรากฏผู้ยื่นคำร้องไม่ใช่คู่ความ ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ จึงไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง โดยทนายความของนายณัฐพงศ์ได้ชี้แจงกับศาลว่า การให้สัมภาษณ์เป็นการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีที่ถูกกล่าวหา และไม่เป็นการกระทำซ้ำ จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล 

ทั้งนี้ผู้คัดค้านที่ 3 ไม่ได้แต่งตั้งทนายความและเป็นทนายความด้วยตนเอง ส่วนผู้คัดค้านที่ 12 ไม่แต่งตั้งทนายความ จะขอคัดค้าน และไต่สวนเอง

ต่อมาพล.ต.ต.สุพิศาล หนึ่งในผู้คัดค้านให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ตนมาใช้สิทธิและตามกระบวนการของศาลตามปกติ ส่วนแนวทางการต่อสู้ตนได้ส่งคำชี้แจงในประเด็นเรื่องการได้พยานหลักฐานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลังจากนี้ก็สู้ไปตามกระบวนการของศาลที่เรามีความรู้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ได้รับในก้าวสุดท้ายของการเป็นสส.และสมาชิกพรรคก้าวไกล หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับความยุติธรรมของศาล ในวันนี้ตนก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนอดีตสส.และมีการพูดคุยให้กำลังใจกัน บางคนก็ตั้งทนายความเอง บางคนก็ไม่ตั้งทนายความขึ้นมาเอง 

ด้านนายพัฒนพงศ์  ตัวแทนจากปปช.กล่าวว่า ศาลได้มีการนัดตรวจพยานหลักฐานเดือนกรกฎาคมในส่วนของผู้ร้อง หลังจากนั้นจะมีการนัดไต่สวนพยานในวันที่ 25 สิงหาคม ซึ่งในสำนวนของปปช.ที่ส่งไปยังศาลเป็นการรวบรวมพฤติการณ์ของแต่ละบุคคล ส่วนจะมีการพิจารณาแยกหรือรวมสำนวนอยู่ที่การพิจารณาหลังจากศาลว่าจะพิจารณารายบุคคลหรือไม่ หรือรวมกันพิจารณาในลักษณะเป็นเรื่องเดียวกัน ส่วนรายชื่อพยานที่ยื่นไปทั้งหมด 17 ปาก เป็นพยานของเจ้าของสำนวนและรายละเอียดเกี่ยวกับสำนวน รวมถึงอดีตสส.พรรคก้าวไกลที่ปปช.เชิญมาให้ถ้อยคำ ก็จะยื่นบัญชีพยานประกอบการพิจารณาคดีของศาล ส่วนศาลจะเลือกใครมาไต่สวนกี่คนตรงนี้อยู่ที่ดุลยพินิจของศาล

ไชยชนก ยัน อนุทิน-เนวิน ไร้ปัญหา เห็นต่างบ้างแต่รักกัน ชี้ ถูกดิสเครดิตทางสังคม

ไชยชนก ยัน อนุทิน-เนวิน ไร้ปัญหา เห็นต่างบ้างแต่รักกัน ชี้ ถูกดิสเครดิตทางสังคม

ไชยชนก ยัน อนุทิน-เนวิน ไร้ปัญหา เห็นต่างบ้างแต่รักกัน ชี้ ถูกดิสเครดิตทางสังคม

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.30 น.

ไชยชนก ยัน อนุทิน-เนวิน ไร้ปัญหา เห็นต่างบ้างแต่ รักกัน-สนิทกัน-แข็งแกร่ง กว่าเดิม ชี้ ถูกดิสเครดิตทางสังคม

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่อาคารรัฐสภา นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวรอยร้าวระหว่าง 2 น. และ 1 พ. (นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการคกระทรวงคมนาคม) ว่า ข้อเท็จจริงมีการทะเลาะกันจริงระหว่าง 2 น. คือ น.เนวิน และ น.นก ไชยชนก ที่อาจจะทะเลาะกันบ้าง แต่จะทะเลาะกันด้วยความรัก เจตนาที่จะทำดีเพื่อประเทศชาติ และในส่วน  1 พ. 1 น. ก็คือท่านก็คือนายพิพัฒน์กับนางนาที รัชกิจประการ ภรรยา ก็ทะเลาะกันเป็นประจำเช่นกัน

เมื่อถามว่า นายอนุทิน และนายเนวินมีอะไรกันหรือไม่ นายไชยชนก ระบุว่า มีความรักความสนิทสนมและแข็งแกร่งกว่าเดิม 

เมื่อถามว่า ทั้ง 2 คนมีความเห็นไม่ตรงกันบ้างหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า มี แต่เป็นเรื่องปกติของทุกคนในการทำงาน ในการดำรงชีวิตที่จะมีความเห็นต่างกันบ้าง แต่ความเป็นพรรคภูมิใจไทยเรามีความสามัคคี และเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดเสมอ ขอยืนยันว่า นายเนวินกับนายอนุทิน ไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน 

เมื่อถามว่า กระแสข่าวที่ออกมาจะทำให้ทั้งคู่เกิดรอยร้าวหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า เป็นการดิสเครดิตในมุมมองของสังคมได้ แต่เรื่องส่วนตัวของ 2 คนไม่สามารถก้าวก่ายให้เกิดความแตกแยกกันได้ เพราะทั้ง 2 คน รักกัน สนิทกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันตั้งนาน เรื่องแค่นี้ไม่กระทบแน่นอน

เสี่ยกำมะลอ! ชัยชนะ ตั้งฉายางบฯ ปี 70 ซัด ผู้นำฯ ชอบเดินสายแจกฝัน แต่หั่น งบท้องถิ่น

เสี่ยกำมะลอ! ชัยชนะ ตั้งฉายางบฯ ปี 70 ซัด ผู้นำฯ ชอบเดินสายแจกฝัน แต่หั่น งบท้องถิ่น

เสี่ยกำมะลอ! ชัยชนะ ตั้งฉายางบฯ ปี 70 ซัด ผู้นำฯ ชอบเดินสายแจกฝัน แต่หั่น งบท้องถิ่น

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.38 น.

เสี่ยกำมะลอ! ชัยชนะ ตั้งฉายางบฯ ปี 70 ซัด ผู้นำฯ ชอบเดินสายแจกฝัน แต่หั่น งบท้องถิ่น 

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท วาระแรก ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ต่อเนื่องเป็นวันที่2

โดยนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ร่างงบประมาณฯปี 2570 วงเงินสูงถึง 3.78 ล้านล้านบาทเศษ เป็นการตั้งงบประมาณแบบขาดดุลสูงสุดถึง 7.88 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.9 ของ GDP ตนจึงขอให้ฉายางบประมาณฉบับนี้ว่าเป็น “งบประมาณเสี่ยกำมะลอ” เนื่องจากตัวผู้จัดทำคือนายกรัฐมนตรี เดินสายไปจังหวัดไหนก็มักจะไปสร้างความหวังว่าจะจัดสรรงบประมาณให้ แต่พอกลับมาดูข้อเท็จจริง งบกลุ่มจังหวัดและงบจังหวัดกลับถูกหั่นทิ้งไปกว่า 22,000 ล้านบาท เหลือเพียง 4,000 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วตกไม่ถึงจังหวัดละ 100 ล้านบาท ถือเป็นการทำร้ายและรวมศูนย์อำนาจกลับเข้าสู่ราชการส่วนกลาง ขัดต่อสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคแกนตั้งรัฐบาลเคยหาเสียงไว้ว่าจะกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นได้งบร้อยละ 35 แต่สุดท้ายท้องถิ่นได้เพียงร้อยละ 29 เท่าเดิม เหมือนหลอกใช้เขาเป็นหัวคะแนนช่วงเลือกตั้งเท่านั้น

นายชัยชนะ อภิปรายถึงงบประมาณด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะงบฯ กรมสุขภาพจิต ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มผู้ป่วยจิตเวชสูงขึ้น ลามไปถึงขั้นตั้งข้อสังเกตว่าคนใน ครม. บางคนอาจมีอาการเข้าข่ายด้วยหรือไม่ เพราะพูดจาหลงลืม เช่น กรณีเรื่องราคามะพร้าวลูกละบาท พอกุ้งมีปัญหา บอกว่ากุ้งมีแค่ 100 ตัน หรือการให้อินฟลูเอนเซอร์ช่วยขายทุเรียนกิโลละ 100 บาท ทั้งที่หน้าสวนราคา 150 บาท เป็นต้น

นายชัยชนะ กล่าวอีกว่า กรมสุขภาพจิต ขอตั้งงบฯผลิตจิตแพทย์เพิ่ม 34 คน วงเงินเพียง 77 ล้านบาทเศษ แต่กลับถูกหั่นเหลือ 27 ล้านบาท ผลิตได้เพียง 22 คน ขณะที่งบดูแลผู้ป่วยจิตเวชทั่วประเทศที่มีตัวเลขสูงถึง 1.34 ล้านคน และมีสถิติพยายามฆ่าตัวตายปีละ 3 หมื่นราย เสียชีวิตสำเร็จถึง 5 พันราย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน กรมสุขภาพจิตขอไป 220 ล้านบาท แต่รัฐบาลกลับจัดสรรให้เพียง 88 ล้านบาท คิดค่ารักษารายหัวผู้ป่วยนอกให้เพียงคนละ 100 บาท จากต้นทุนจริง 716 บาท สะท้อนชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับระบบสาธารณสุข ทั้งที่ผู้นำรัฐบาลเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมาก่อน

นายชัยชนะ ยังกล่าวถึงเม็ดเงินที่สูญเสียไปกับแพลตฟอร์มต่างประเทศ เช่น การซื้อสิทธิ์ใช้งาน AI อย่าง ChatGPT ของประชาชนและหน่วยงานรัฐว่า หากคิดคำนวณแล้วคนไทยต้องเสียเงินออกนอกประเทศปีละเกือบแสนล้านบาท เหตุใดรัฐบาลไม่คิดจะพัฒนาแพลตฟอร์ม AI ของรัฐบาลเองเพื่อเปิดให้กลุ่มเปราะบาง นักเรียน และนักศึกษาได้ใช้งานฟรี

“วันนี้ใช่ว่าท่านเป็นรัฐบาลแล้วจะอยู่ในช่วงฮันนีมูน บางท่านอยู่กันมาตั้งแต่อนุทิน 1 จนถึงอนุทิน 2 ฮันนีมูนยังไม่จบ เดินสายตรวจราชการมีรถนำ เดินแอ็กอาร์ตเท่ไปเรื่อยๆ แต่ไม่แก้ปัญหา ผู้นำสูงสุดของประเทศต้องมีจิตวิญญาณความเป็นผู้นำ มีความจริงใจต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของประชาธิปไตย วันนี้เสียงของ สส. ที่พูดไป ท่านไม่เคยรับฟัง มอบหมายให้ สส. ซีกรัฐบาลมาเข้าเวรยื้อองค์ประชุมล่ม จึงขอให้ ครม. กลับมาฟังเสียงในสภา เพื่อให้ประเทศมีงบประมาณที่ดีในการพัฒนาต่อไป” นายชัยชนะ กล่าว 

ให้ ป.ป.ช.ชี้แจง ทุจริตสอบขรก. วรศิษฎ์ เผย ผลสอบสวนคดีคืบหน้าไปมาก

ให้ ป.ป.ช.ชี้แจง ทุจริตสอบขรก. วรศิษฎ์ เผย ผลสอบสวนคดีคืบหน้าไปมาก

ให้ ป.ป.ช.ชี้แจง ทุจริตสอบขรก. วรศิษฎ์ เผย ผลสอบสวนคดีคืบหน้าไปมาก

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.23 น.

“วรศิษฎ์”เผยผลสอบทุจริตสอบขรก. ท้องถิ่นคืบหน้าไปมาก ก่อนครบกำหนดวันพรุ่งนี้ จนท.รัฐเอี่ยวมากน้อยแค่ไหน ขอเป็นหน้าที่ป.ป.ช.ชี้แจง เผยนายก อบต.ควนกาหลง ยังตามตัวไม่เจอ หลังสะพัดหนีออกนอกปท. ตำรวจกำลังเร่งติดตาม

เมื่อเวลา 10.10 น.วันที่ 30 มิ.ย. 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่น วันที่ 1 ก.ค.จะครบกำหนดการตรวจสอบ ว่า วันที่ 1 ก.ค.จะเป็นวันที่ครบกำหนดที่กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งขณะนี้ได้ความคืบหน้ามาเยอะแล้ว เห็นถึงพฤติกรรม พฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ที่จะบอกได้ว่าเกิดความผิดพลาดเกิดขึ้นตรงไหน ส่วนรายละเอียดที่ใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้างนั้นขอให้คณะกรรมการเป็นผู้ชี้แจง 

วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์

เมื่อถามว่า มีการประมาณการผู้ที่กระทำผิดหรือไม่ว่ากี่คน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยลงลึกในรายละเอียดขนาดนั้นไม่ได้ เพราะในส่วนที่กระทรวงมหาดไทยดูแล เป็นส่วนของเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนในกระทรวง แต่กรณีอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือไปจากนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ก็กำลังดูรายละเอียดกันอยู่ ส่วนมีมากหรือไม่ ขอให้เป็นหน้าที่ของป.ป.ช.ดีกว่า เพราะสิ่งที่น่ากลัวคือว่าถ้าวันนี้ข้อมูลข้อเท็จจริงยังไม่ชัด และเปิดเผยไปก็จะเป็นทั้งบวกและลบต่อทุกคนด้วย ดังนั้นขอให้ทีมทำงานเป็นผู้แถลงจะดีกว่า 

เมื่อถามถึงกรณีกระแสข่าวนายกอบต.ควนกาหลง จ.สตูล หนีออกนอกประเทศไปแล้วนั้น ผลการสอบสวนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เท่าที่ตนทราบตอนนี้ยังตามตัวไม่เจอ และทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีความพยายามประสานไป แต่ติดต่อไม่ได้  ส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นหรือไม่ จากข้อมูลมีคนไปแจ้งความดำเนินคดีไว้ ว่ามีการเข้ามาพูดคุยกันในเรื่องนี้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่พูดคุยกัน ยืนยันว่าตอนนี้ยังติดต่อเจ้าตัวไม่ได้

พิพัฒน์ ยัน ไม่ได้หละหลวม หลังตำรวจออสเตรเลียรวบพนง.สายการบินซุกซ่อนเฮโรอีน ที่ผ่านมาให้เกียรติกัปตัน-แอร์-สจ๊วต

พิพัฒน์ ยัน ไม่ได้หละหลวม หลังตำรวจออสเตรเลียรวบพนง.สายการบินซุกซ่อนเฮโรอีน ที่ผ่านมาให้เกียรติกัปตัน-แอร์-สจ๊วต

พิพัฒน์ ยัน ไม่ได้หละหลวม หลังตำรวจออสเตรเลียรวบพนง.สายการบินซุกซ่อนเฮโรอีน ที่ผ่านมาให้เกียรติกัปตัน-แอร์-สจ๊วต

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.21 น.

“พิพัฒน์” ยัน ไม่ได้หละหลวม หลังตำรวจออสเตรเลียรวบพนง.สายการบินซุกซ่อนเฮโรอีน รับ ที่ผ่านมาให้เกียรติกัปตัน-แอร์-สจ๊วต เลยไม่เข้มงวดเรื่องตรวจยาเสพติดมาก ระบุ จากนี้ต้องเข้มบุคลากรมากขึ้น การันตี ไทยยังไม่โดนออสฯแบนสายการบิน

วันที่ 30 มิ.ย. 2569 เมื่อเวลา 09.40 น. ที่รัฐสภา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลียจับกุมพนักงานสายการบินแห่งหนึ่งในประเทศไทยหลังจากตรวจพบว่าได้ซุกซ่อนเฮโรอีนหนัก 1 กิโลกรัม เข้าประเทศออสเตรเลียว่า ขณะนี้ได้แจ้งไปยังผู้อำนวยการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ซึ่งที่ผ่านมาปกติจะมีการตรวจขาออก ตรวจวัตถุระเบิด แต่หากเป็นเรื่องของยาเสพติดจะมีสุนัขไปช่วยดมกลิ่น ต้องยอมรับว่าต้องไปปรับปรุงในส่วนนี้ โดยเฉพาะกัปตัน สจ๊วต หรือแอร์โฮสเตส ที่ผ่านมาเราให้เกียรติซึ่งกันและกัน ตรวจเฉพาะเรื่องของวัตถุระเบิด ส่วนเรื่องของยาเสพติด สารเสพติด มีการตรวจ แต่ไม่ได้เอาสุนัขมาดมกลิ่น ฉะนั้น คนที่จะขนเขาก็มีวิธีการที่จะซุกซ่อนด้วยวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะบุคคลที่ถูกจับที่ประเทศออสเตรเลีย ตนไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบในส่วนนี้ คงต้องไปหามาตรการที่จะป้องกันต่อไป ว่าเราจะมีมาตรการป้องกันอย่างไร โดยเฉพาะในประเทศอื่นๆที่มีการเดินทางไปต่างประเทศ ขาออกประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่ไม่มีการตรวจยาเสพติด เมื่อเราไปจากประเทศใดประเทศหนึ่งเพื่อเข้าประเทศเขา จะมีสุนัขมาเดินสุ่มตรวจในสนามบินในขณะที่เรารอรับกระเป๋าที่โหลด หลังจากนี้ประเทศไทยจะต้องมีความเข้มงวด  เข้าใจว่าประเทศไทยเราอาจเป็นทางผ่านของยาเสพติดหลายๆ ประเภท 

พิพัฒน์ รัชกิจประการ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการรายงานหรือไม่ ว่าประชาชนเดินทางไปต่างประเทศลำบากขึ้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เวลาเดินทางไปต่างประเทศ เขามีการสุ่มตรวจ ไม่ใช่เฉพาะคนไทย ประเทศปลายทาง ไม่ว่าจะยุโรป สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น จีน หรือประเทศใด มีสุนัขสุ่มตรวจ ถือเป็นเรื่องปกติที่เขาจะตรวจทุกชาติ ทุกภาษา ไม่ได้มีการเจาะจงหรือเน้นคนไทย วันนี้เป็นอีกกรณีหนึ่งที่เราต้องกลับมามองในเรื่องบุคลากร จึงต้องเข้มงวดเพิ่มขึ้นเหมือนกับผู้โดยสารทั่วไป 

เมื่อถามว่า ทางออสเตรเลียมีมาตรการอะไรเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยัง ประเทศไทยมีการประสานกับออสเตรเลียอยู่ตลอดเวลา และเหตุการณ์เพิ่งเกิด หลังจากนี้ต้องให้ทางผู้บริหารการบินไทย และผู้อำนวยใหญ่ ทอท. รวมถึงผู้อำนวการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งเป็นสนามบินที่ไม่ได้อยู่ในกำกับ ทอท. ยังมีอีกหลายสนามบินที่เป็นสนามบินนานาชาติ มีการบินไปต่างประเทศ เรามีการกำชับเป็นการเฉพาะ เมื่อถามย้ำว่า ณ วันนี้ เที่ยวบินที่ไปออสเตรเลียยังไม่มีการยกเลิกใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ ยืนยันว่า ยังไม่มีการยกเลิก

พิพัฒน์ รัชกิจประการ

เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่สายการบินจากประเทศไทยจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากเหตุการณ์นี้จากหลายๆ ประเทศหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่หรอก เขาตรวจสอบเข้มข้นตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่ว่าสายการบินเหล่านั้นจะบินจากประเทศไหน โดยเฉพาะการเข้าประเทศออสเตรเลีย แม้แต่อาหารที่เราพกไป เมื่อเขาค้นเจอ ตรวจพบ เขาก็ให้เราเอาออกไป ซึ่งเป็นมาตรการของแต่ละประเทศที่ไม่เหมือนกัน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะประเทศเราหละหลวมหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จะบอกว่าเราหละหลวมไม่ได้ เราถือปฏิบัติตามปกติ เพราะฉะนั้น จะมาบอกว่าหละหลวม แสดงว่าของเราใช้การไม่ได้ แต่ของเรามีมาตรการในการตรวจเป็นปกติอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย มีการตรวจยาเสพติดตลอดเวลา แต่การซุกซ่อนอะไรแบบนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มีการตรวจสอบและเช็กในเชิงลึกเรื่องการข่าว ขอให้สบายใจได้ เรามีการตรวจสอบ แต่การที่จะมีการลักลอบ ก็เป็นธรรมดาคนจ้องกับคนระวัง พวกเราเป็นผู้ระวังเชื่อว่ามีโอกาสเล็ดรอดเหมือนกับหลายประเทศ ไม่ใช่เฉพาะไทย แต่ต้องพยายามหามาตรการเพิ่มขึ้น อาจต้องอาศัยเทคโนโลยีหรือเครื่องมือมาใช้ในการตรวจสอบ  เมื่อถามย้ำว่า เพราะการตรวจสอบลูกเรือไม่เข้มงวด จึงทำให้เกิดกระบวนการลักลอบขนยาเสพติด ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในอดีตเราอาจจะให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ต่อไปคงต้องละเอียดให้มากขึ้น 
เมื่อถามว่า ในต่างประเทศมีการใช้อุปกรณ์ตรวจหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เขาใช้สุนัขดมกลิ่น แต่วิธีการซุกซ่อนของขบวนการมีหลายวิธี ทั้งบรรจุในกระป๋องอาหาร เมื่อตรวจพบว่า เป็นอาหารกระป๋อง จึงไม่สามารถรับรู้ในส่วนข้างใน  แต่ทางที่ดีคือต้องหาวิธีการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถสแกนข้างในได้ว่ามียาเสพติดหรือไม่ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเทศออสเตรเลียจะแบนสายการบินไทยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่า เขาคงไม่ทำแบบนั้น เพราะเรามีกระบวนการร่วมมือซึ่งกันและกันอยู่แล้ว และยืนยันว่าเครดิตประเทศไทยยังไม่เสียหาย เพราะเรามีมาตรฐานต่างๆ ตามสากล 

พิพัฒน์ เชื่อ เหตุบึ้มภาคใต้ เป็นเรื่องขบวนการ ต้องการแสดงพลังก่อนมีการเจรจาต้นเดือนหน้า

พิพัฒน์ เชื่อ เหตุบึ้มภาคใต้ เป็นเรื่องขบวนการ ต้องการแสดงพลังก่อนมีการเจรจาต้นเดือนหน้า

พิพัฒน์ เชื่อ เหตุบึ้มภาคใต้ เป็นเรื่องขบวนการ ต้องการแสดงพลังก่อนมีการเจรจาต้นเดือนหน้า

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.05 น.

พิพัฒน์ เชื่อ เหตุบึ้มภาคใต้ เป็นเรื่องขบวนการ ต้องการแสดงพลังก่อนมีการเจรจาต้นเดือนหน้า โยนถามสมช. หลังเกิดเหตุถี่

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ ถึงความคืบหน้าเหตุระเบิดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าได้รับความคืบหน้าจากทางผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 3 จังหวัดแล้ว คือ จังหวัดยะลา นราธิวาส และปัตตานี โดยเมื่อวานก็มีเหตุระเบิดอีกจุดหนึ่ง ซึ่งก็เป็นเรื่องของขบวนการ โดยเรื่องนี้ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)  กำลังหาแนวทางเจรจาร่วมกันในต้นเดือนหน้า ทั้งนี้ก่อนการเจรจาก็อาจจะมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องไปถามนายกรัฐมนตรี และสมช. ว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นอย่างไร

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เท่าที่ตนทราบ เป็นการเรียกร้องในสิ่งที่กำลังจะมีการเจรจา แน่นอนว่าไม่ว่ากระบวนการใดๆ ในโลกนี้ ในแต่ละประเทศ การเรียกร้องในสิ่งที่ตัวเองอยากจะได้ ก็ต้องมีการแสดงถึงพลังที่เขาจะเรียกร้อง ก็ขอให้รอการเจรจาให้เรียบร้อยก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคใต้เกิดขึ้นถี่มาก นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้ไปถามทางสมช.ดีกว่า

พิพัฒน์ จ่อพบม็อบค้าน ‘แลนด์บริดจ์’ หลัง ‘นายกฯ’ สายตรงให้เจรจา สิ่งใดรับได้ -รับไม่ได้

พิพัฒน์ จ่อพบม็อบค้าน 'แลนด์บริดจ์' หลัง 'นายกฯ' สายตรงให้เจรจา สิ่งใดรับได้ -รับไม่ได้

พิพัฒน์ จ่อพบม็อบค้าน ‘แลนด์บริดจ์’ หลัง ‘นายกฯ’ สายตรงให้เจรจา สิ่งใดรับได้ -รับไม่ได้

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.57 น.

“พิพัฒน์”จ่อพบม็อบค้าน”แลนด์บริดจ์” หน้าทำเนียบ บ่ายนี้ หลัง”นายกฯ” สายตรงให้เจรจา สิ่งใดรับได้ -รับไม่ได้

วันนี้ 30 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 9.45 น.ที่รัฐสภา นาย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ว่าเวลา 14.00 น. วันนี้ ตนจะเดินทางไปพบกลุ่มผู้ชุมนุมที่คัดค้านการก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์ ที่ชุมนุมอยู่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งตนจะไปพูดคุยแลกเปลี่ยนว่าสิ่งใดที่รัฐบาล รับได้และรับไม่ได้  และเมื่อคืนนายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์มาจากฝรั่งเศสโดยมอบหมายให้ตนเข้าไปเจรจา 

พิพัฒน์ รัชกิจประการ

ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อวานมีตัวแทนจาก สส.ในพื้นที่จากพรรคภูมิใจไทยไปเจรจาแต่ล้มเหลว ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมยังคงจะปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลต่อไป นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การเจรจากับกลุ่มผู้แทนในพื้นที่ เป็นคนละมิติกันกับที่ตนจะไปเจรจา เพราะตรงนั้นเป็นการเจรจาในเรื่องของร่างพ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้(SEC )ซึ่งขณะนี้ร่างดังกล่าวยังไม่มีในสภา ซึ่งตนจะไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

พิพัฒน์ รัชกิจประการ