รัฐบาลวางรากฐานใหม่ ดึงระบบศึกษาแก้ปม ความรุนแรงในครอบครัว บรรจุหลักสูตรในห้องเรียน

รัฐบาลวางรากฐานใหม่ ดึงระบบศึกษาแก้ปม ความรุนแรงในครอบครัว บรรจุหลักสูตรในห้องเรียน

รัฐบาลวางรากฐานใหม่ ดึงระบบศึกษาแก้ปม ความรุนแรงในครอบครัว บรรจุหลักสูตรในห้องเรียน

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.57 น.

ครม.รับทราบรายงานสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวปี 2566 พบเหตุความรุนแรงกว่า 24,000 เหตุการณ์ เดินหน้าเชื่อมฐานข้อมูลกลางทั่วประเทศ พร้อมผลักดันหลักสูตรป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา เพื่อยกระดับการคุ้มครองเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง 

30 มิถุนายน 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงในครอบครัว ประจำปี 2566 ตามมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ เพื่อนำข้อมูลไปใช้กำหนดนโยบายและมาตรการป้องกัน แก้ไข และคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัวอย่างมีประสิทธิภาพ

รายงานดังกล่าวรวบรวมข้อมูลจาก 14 หน่วยงาน พบว่า ในปี 2566 ประเทศไทยเกิดความรุนแรงในครอบครัว 24,243 เหตุการณ์ มีผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง 24,029 ราย แบ่งเป็นเพศหญิง 21,145 ราย เพศชาย 2,811 ราย และเพศอื่น 73 ราย โดยผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 10-20 ปี ขณะที่ผู้กระทำส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 18-50 ปี สำหรับรูปแบบความรุนแรงที่พบมากที่สุดคือการทำร้ายร่างกาย และเหตุการณ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในบ้านพักอาศัย สะท้อนว่าความรุนแรงในครอบครัวยังคงเป็นปัญหาใกล้ตัวที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย คุณภาพชีวิต และความมั่นคงของสถาบันครอบครัว

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า ความรุนแรงในครอบครัวไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะผู้ถูกกระทำ แต่ยังส่งผลต่อเด็กและเยาวชนที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีความรุนแรง แม้จะไม่ได้ตกเป็นผู้ถูกกระทำโดยตรง ก็อาจได้รับผลกระทบต่อพัฒนาการ สุขภาพจิต การเรียนรู้ และพฤติกรรมในระยะยาว อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดวงจรความรุนแรงซ้ำในอนาคต ดังนั้น การแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากข้อค้นพบของรายงาน กระทรวง พม. ได้เสนอแนวทางยกระดับการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยมีมาตรการสำคัญคือ การจัดทำระบบฐานข้อมูลความรุนแรงในครอบครัวระดับประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลของทุกหน่วยงานที่ดำเนินงานด้านความรุนแรงในครอบครัวให้ใช้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์ แลกเปลี่ยนข้อมูล และนำข้อมูลไปวิเคราะห์ กำหนดนโยบาย รวมถึงออกมาตรการป้องกันและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างแม่นยำและตรงจุดมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลของกลุ่มเปราะบาง เช่น คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และผู้ที่เข้าไม่ถึงระบบความช่วยเหลือ เพื่อให้ภาครัฐสามารถออกแบบมาตรการคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือได้ตรงกับสภาพปัญหาและความต้องการของแต่ละกลุ่ม

ในระยะยาว กระทรวง พม. ยังเสนอให้ใช้ระบบการศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสังคมที่ไม่ยอมรับความรุนแรง โดยผลักดันให้บรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว ความรุนแรงทุกรูปแบบ และการรับมือกับสถานการณ์ยากลำบากไว้ในหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ เพื่อปลูกฝังทักษะการเคารพสิทธิผู้อื่น การจัดการความขัดแย้ง และการแก้ไขปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรงตั้งแต่วัยเด็ก พร้อมส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนสาขานิติศาสตร์กำหนดรายวิชากฎหมายเกี่ยวกับความรุนแรงต่อเด็กและการคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวเป็นรายวิชาบังคับ เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านกฎหมายให้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

‘รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างครอบครัวที่ปลอดภัย เพราะครอบครัวเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคนและสังคม การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ควบคู่กับการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดผลกระทบที่ส่งต่อไปยังเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง พร้อมขับเคลื่อนการสร้าง ‘สังคมอยู่ดี’ ที่ทุกคนได้รับการคุ้มครอง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย’ ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว

เช็กที่นี่! ครม.มีมติแต่งตั้งหลายตำแหน่ง

เช็กที่นี่! ครม.มีมติแต่งตั้งหลายตำแหน่ง

เช็กที่นี่! ครม.มีมติแต่งตั้งหลายตำแหน่ง

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.57 น.

เช็กที่นี่! ครม.มีมติแต่งตั้งหลายตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติแต่งตั้ง ประจำวันอังคารที่ 30 มิ.ย.2569 ดังนี้

เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ (สำนักนายกรัฐมนตรี)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) กำกับการบริหารราชการ สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในส่วนของสำนักงาน ก.พ. เสนออนุมัติแต่งตั้ง นางสาวกำไล อ่างแก้ว ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ (ผู้อำนวยการสูง) ศูนย์สรรหาและเลือกสรร สำนักงาน ก.พ. ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาระบบราชการ (นักทรัพยากรบุคคลทรงคุณวุฒิ) สำนักงาน ก.พ. สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เป็นต้นไป

เรื่อง ขออนุมัติการต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญ ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (สำนักงาน ก.พ.) (สำนักนายกรัฐมนตรี)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) กำกับการบริหารราชการ สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีในส่วนของสำนักงาน ก.พ. เสนอต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของ นายปิยวัฒน์ ศิวรักษ์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง เลขาธิการ ก.พ. สำนักงาน ก.พ. สำนักนายกรัฐมนตรี (นร.) ซึ่งจะดำรงตำแหน่งดังกล่าว ครบการต่อเวลา 1 ปี (ครั้งที่ 1) ในวันที่ 30 กันยายน 2569 ต่อไปอีก 1 ปี (ครั้งที่ 2) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570
  
เรื่อง การแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ รวม 7 คน ซึ่งเป็นการแต่งตั้งตามมาตรา 14 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2569 ซึ่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ดังนี้

1. นายประสิทธิ์ วัฒนาภา  ประธานกรรมการ

2. นายวิริยะ เตชะรุ่งโรจน์  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

3. นางปัทมาวดี โพชนุกูล  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

4. นายปรีชา พันธุ์ติเวช   กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

5. นายดิลก ภิยโยทัย   กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

6. นายปกรณ์ สุขุม   กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

7. นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

เรื่อง การแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (กระทรวงแรงงาน)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เสนอแต่งตั้งประธานกรรมการ กรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้าง กรรมการผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวม 6 คน เนื่องจากประธานกรรมการ กรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้าง กรรมการผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมได้ดำรงตำแหน่งครบวาระสามปี ดังนี้

1. นางโสภา เกียรตินิรชา   ประธานกรรมการ

2. นายวรพนธ์ ตันติวันรัตน์   กรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้าง

3. นายธีระวิทย์ วงศ์เพชร  กรรมการผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง

4. นายอนุชา เศรษฐเสถียร  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

5. นายสมภพ ปราบณรงค์  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

6. นางสาวจรสพร เฉลิมเตียรณ  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

เรื่อง  การแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่นในคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กระทรวงคมนาคม)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่นในคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย รวม 8 คน แทนประธานกรรมการและกรรมการอื่นเดิมที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระทั้งคณะ ดังนี้  

1. นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ ประธานกรรมการ  

2. นายวิรัตน์ ธัชศฤงคารสกุล กรรมการ

3. นายกริชเพชร ชัยช่วย (ผู้แทนกระทรวงคมนาคม) กรรมการ

4. นายวิฑูลรย์ ศิริวิโรจน์ กรรมการ

5. นายปกรณ์ อาภาพันธุ์ กรรมการ

6. นายทรงยศินทร์ ชนปทาธิป กรรมการ

7. รองศาสตราจารย์ศศิวิมล  มีอำพล  กรรมการ

8. นางแพตริเซีย มงคลวนิช (ผู้แทนกระทรวงการคลัง)  กรรมการ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอแต่งตั้ง นายวัชรากร เลิศด้วยลาภ เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

หนุนปลูกพืชเศรษฐกิจใหม่ สมศักดิ์ สานต่อศก.ฐานราก ชูโฉนด ส.ป.ก. – ดันปลูกโกโก้

หนุนปลูกพืชเศรษฐกิจใหม่ สมศักดิ์ สานต่อศก.ฐานราก ชูโฉนด ส.ป.ก. - ดันปลูกโกโก้

หนุนปลูกพืชเศรษฐกิจใหม่ สมศักดิ์ สานต่อศก.ฐานราก ชูโฉนด ส.ป.ก. – ดันปลูกโกโก้

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.51 น.

“สมศักดิ์“ นั่งหัวโต๊ะ ประชุมขับเคลื่อนนโยบายเกษตร ยกระดับ พื้น สปก. เพื่อการเกษตร หนุนปลูกพืชเศรษฐกิจใหม่ “โกโก้” แก้ปัญหาราคาปศุสัตว์ครบวงจร”

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พร้อมคณะผู้บริหาร เพื่อยกระดับกลไกการบริหารงานเพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม ณ ห้องประชุมไชยยงค์ ชูชาติ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ

สมศักดิ์ เทพสุทิน

 โดยนายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นการสานต่อความสำเร็จจากการประชุมครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์(นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) ได้เน้นย้ำให้ ส.ป.ก. เร่งรัดการดำเนินงานและโครงการสำคัญในภาพรวม โดยเฉพาะมาตรการยกระดับสิทธิในที่ดินทำกินของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งมีการรายงานข้อมูลรายจังหวัดที่เป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับการเปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นที่จะพลิกฟื้นสินทรัพย์และสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกร 

“รมว.กษ. มุ่งหวังให้เกษตรกรสามารถนำโฉนดเพื่อการเกษตรไปใช้ประโยชน์ในการสร้างมูลค่าและเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างแท้จริง ซึ่ง ส.ป.ก. ได้รายงานความก้าวหน้าแบบรายจังหวัด เพื่อให้เห็นจุดที่สำเร็จและจุดที่ต้องเร่งขับเคลื่อนเพิ่มเติม ทางด้านการพัฒนาปศุสัตว์ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญฯ กำลังเร่งพิจารณากำหนดราคากลางโคเนื้อ แพะ แกะ และศึกษาติดตามด้านการผลิตพืช ประมง ปศุสัตว์ การตลาด และการนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตร เพื่อสร้างกลไกตลาดที่สะท้อนต้นทุนจริง ป้องกันการกดราคา และช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์มีรายได้ที่มั่นคงและเป็นธรรม” นายสมศักดิ์  กล่าว 

สมศักดิ์ เทพสุทิน

ทั้งนี้ในส่วนของเศรษฐกิจฐานรากด้านการประมง กรมประมงได้นำเสนอความก้าวหน้าการส่งเสริมการผลิต “ลูกปูไข่” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการโมเดลสำคัญที่ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลและสร้างอาชีพเสริมที่มั่นคงให้แก่ชุมชนประมงชายฝั่ง  ขณะที่ด้านกรมส่งเสริมการเกษตรได้เสนอแผนงาน “การส่งเสริมการปลูกโกโก้เป็นพืชเศรษฐกิจที่ควรส่งเสริม” เพื่อผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ที่มีอนาคตไกล เนื่องจากความต้องการของตลาดโลกยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามทางกระทรวงฯ จะเข้ามาช่วยสนับสนุนทั้งในด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยีการผลิต และการเชื่อมโยงตลาด เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่ยั่งยืน รวมถึงเรื่องความปลอดภัยและความมั่นคงของเกษตรกร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้เสนอรายงานข้อมูลภัยพิบัติด้านการเกษตรล่าสุดต่อที่ประชุม เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยง ตลอดจนร่วมกันศึกษาการลดค่าใช้จ่ายในการป้องกันน้ำท่วมจากมวลน้ำภาคเหนือ และความเป็นไปได้ในโครงการประกันภัยพืชผลการเกษตร โดยวางมาตรการเชิงรุกในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และเตรียมแผนเยียวยาช่วยเหลือจากสถานการณ์

สมศักดิ์ เทพสุทิน
สมศักดิ์ เทพสุทิน

เผ่าภูมิ ยินดี คลัง สานต่อ หวยเกษียณ ยุคเพื่อไทย ถึงเวลาซื้อหวย เงินไม่หาย

เผ่าภูมิ ยินดี คลัง สานต่อ หวยเกษียณ ยุคเพื่อไทย ถึงเวลาซื้อหวย เงินไม่หาย

เผ่าภูมิ ยินดี คลัง สานต่อ หวยเกษียณ ยุคเพื่อไทย ถึงเวลาซื้อหวย เงินไม่หาย

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.44 น.

“เผ่าภูมิ” ยินดีคลังสานต่อ “หวยเกษียณ” ยุคเพื่อไทย ถึงเวลาซื้อหวย เงินไม่หาย กลายเป็นเงินออม

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวแสดงความยินดีหลังมีรายงานข่าวว่ากระทรวงการคลังเดินหน้าสานต่อโครงการ “หวยเกษียณ” (สลาก กอช.) ซึ่งเป็นนวัตกรรมเชิงนโยบายชิ้นสำคัญที่เริ่มต้นและสำเร็จในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย และขอชื่นชมกระทรวงการคลังที่นำนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และได้รับการยอมรับจากองค์กรระดับนานาชาติว่าเป็นนวัตกรรมที่น่าทึ่ง จนเตรียมนำโมเดลหวยเกษียณของไทยไปศึกษาเชิงลึก โดยรัฐบาลเพื่อไทยในขณะนั้นได้คิดค้นนโยบายนี้และผลักดันจน พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เพื่อรองรับหวยเกษียณ ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา โดยเป็นกฎหมายเป็นที่เรียบร้อย และระบบหลังบ้านของ กอช.ก็พร้อมสำหรับหวยเกษียณ 

เผ่าภูมิ โรจนสกุล

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า นี่คือการดึงเอาพฤติกรรมความชอบเสี่ยงโชคของคนไทย มาเปลี่ยนเป็นตาข่ายความปลอดภัยทางการเงินให้กับประชาชน โดยมีแนวคิด “ซื้อหวย เงินไม่หาย กลายเป็นเงินออม” ซึ่งจะพลิกโฉมการออมเงินของคนไทย ปัจจุบันโครงการนี้มีความพร้อมอย่างเต็มที่ ทั้งในแง่ของข้อกฎหมายที่ผ่านกระบวนการมาอย่างสมบูรณ์ และระบบเทคโนโลยีหลังบ้านของ กอช. ที่ถูกพัฒนาเตรียมการรองรับหวยเกษียณ กระทรวงการคลังจึงสามารถเดินหน้าโครงการได้ทันที ทั้งนี้ ประชาชนสามารถซื้อหวยเกษียณได้ใบละ 50 บาท เพื่อลุ้น 1 ล้านบาท จำนวน 5 รางวัล รวมถึงรางวัลเลขหน้าและเลขท้าย โดยจะมีการออกรางวัลทุกวันศุกร์ ถ้าถูกรางวัลรับเงินล้านทันที โดยหัวใจสำคัญคือแนวคิด “ซื้อหวย เงินไม่หาย กลายเป็นเงินออม” เพราะเงินต้นทุกบาทที่ซื้อหวยเกษียณ จะถูกออมเข้าบัญชี กอช. ของผู้ซื้อเอง และคืนเงินทุกบาทที่ซื้อหวยเมื่ออายุครบ 60 ปี ถ้าอายุเกิน 60 ปี ก็ซื้อได้เช่นกัน โดยมีระยะเวลาเก็บออม 5 ปี หลังจากนั้นก็ได้รับเงินคืนทุกบาทเช่นกัน ถ้าเสียชีวิตก่อน ทุกบาทโอนสู่ทายาทตามกฎหมาย

“การที่กระทรวงการคลังเดินหน้าหวยเกษียณ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยสร้างความมั่นคงในวัยเกษียณให้กับคนไทย ขอเป็นกำลังใจให้ผลักดันโครงการนี้ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด ศุกร์ได้ลุ้น สุขได้ออมไปด้วยกันครับ” นายเผ่าภูมิ กล่าว
 

พบพิรุธไฟล์รั่ว ‘โรม’ รับยื่นสอบทุจริตสอบท้องถิ่น 67-69 จี้ ปปง. อายัดทรัพย์

พบพิรุธไฟล์รั่ว 'โรม' รับยื่นสอบทุจริตสอบท้องถิ่น 67-69 จี้ ปปง. อายัดทรัพย์

พบพิรุธไฟล์รั่ว ‘โรม’ รับยื่นสอบทุจริตสอบท้องถิ่น 67-69 จี้ ปปง. อายัดทรัพย์

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.39 น.

“โรม” รับยื่นสอบทุจริตสอบท้องถิ่น 67-69 พบพิรุธไฟล์รั่ว จี้ ปปง. อายัดทรัพย์

 30 มิ.ย.69 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน รับยื่นหนังสือจากสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน (ส.ต.ป. ) กรณีปัญหาการทุจริตในการสรรหาบุคคลเพื่อเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567 ถึง 2569 ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและพบร่องรอยการทุจริตมาอย่างต่อเนื่อง

รังสิมันต์ โรม

โดย นายพิชัย พิทักษ์ เลขาธิการ ส.ต.ป. ได้ให้ข้อมูลว่ามูลเหตุเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งมีการยื่นคัดค้านต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ชะลอโครงการเนื่องจากพบการเรียกรับเงิน ต่อมาในปี 2568 เกิดปัญหาความไม่โปร่งใสในการกำหนด TOR จนมีการคัดค้านจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ซึ่งเป็นผู้ร่วมประมูล จนกระทั่งมีการเปลี่ยนรัฐบาลและผู้มีอำนาจกำกับดูแลจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการในช่วงหนึ่ง กลับมาสู่การดูแลของพรรคภูมิใจไทย และมีการประกาศผลให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ซึ่งทางสมาคมฯ ตั้งข้อสังเกตว่าการกำหนด TOR มีช่องโหว่ที่เอื้อต่อการทุจริต เนื่องจากคณะกรรมการกำหนด TOR มีความสอดคล้องกับคณะกรรมการออกข้อสอบของ มศว และข้อเท็จจริงปรากฏภายหลังเมื่อตำรวจ CIB เข้าจับกุมที่อำเภอบางบัวทอง พบกระดาษคำตอบกว่า 3,000 แผ่น ซึ่งเป็นข้อมูลที่หลุดออกมาจากไฟล์ในแฟลชไดรฟ์

นายพิชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบข้อพิรุธสำคัญเรื่องการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ โดยพบความผิดพลาดที่สร้างความเสียหายต่อรัฐ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในฐานะผู้ลงนามในสัญญาจ้างและประกาศผู้ชนะเป็นผู้กำกับดูแล โดยมีข้อสังเกตเรื่องการขยายเวลาแก้ไขโปรแกรมจาก 48 ชั่วโมง เป็น 15 วัน ซึ่งอาจเป็นช่องว่างในการแก้ไขข้อมูล

รังสิมันต์ โรม

นายพิชัย กล่าวด้วยว่า อีกทั้ง TOR กำหนดให้จัดเก็บไฟล์ในรูปแบบ JPG และ PDF ลงในแฟลชไดรฟ์โดยไม่มีการเข้ารหัสหรือล็อกรหัสไฟล์ จนไฟล์ไปปรากฏที่บริษัทในอำเภอบางบัวทองและถูกสั่งพิมพ์ออกมา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าไฟล์ดังกล่าวมีนามสกุล LTSC ซึ่งเป็นไฟล์ที่ใช้ในองค์กรภาครัฐอย่าง สถ. หรือ มศว. เท่านั้น ไม่ใช่ไฟล์ .XLS ที่ใช้ทั่วไป ทางสมาคมฯ จึงขอให้กรรมาธิการตรวจสอบเส้นทางเงินของผู้กระทำผิด รวมถึงเจ้าของบริษัทในอำเภอบางบัวทอง ซึ่งเป็นผู้อำนวยการอยู่ที่อำเภอวิเชียรบุรี และประสาน ปปง. เพื่ออายัดทรัพย์สินก่อนที่จะมีการฟอกเงินจนไม่สามารถเรียกคืนได้

ด้าน นายรังสิมันต์ โรม กล่าว ถ้าเป็นอย่างที่ผู้ร้องว่าในเรื่องของการไม่เข้ารหัสในแฟลชไดรฟ์หรือแม้กระทั่งไฟล์ ผมว่าพี่น้องสื่อมวลชนขอสเตตเมนต์จากธนาคารยังมีการเข้ารหัสอยู่บ้างเลย ดังนั้นการจัดสอบที่สำคัญและเกี่ยวพันกับระบบราชการ ตกลงแล้วมาตรฐานมันอยู่ตรงไหน และต้องมีใครรับผิดชอบไหม ซึ่งจะรวมไปถึงผู้บริหารระดับสูงที่มีอำนาจในการกำกับดูแลด้วยหรือไม่ โดยหนึ่งในมาตรการที่เราจะทำคือการใช้มาตรการด้านการฟอกเงิน เพราะคดีทุจริตเป็นคดีมูลฐานอยู่แล้ว การตามยึดอายัดทรัพย์สินจะเป็นการทำลายแรงจูงใจในระยะยาว และต้องตั้งคำถามดังๆ ว่าความผิดนี้จะอยู่แค่เฉพาะฝ่ายประจำจริงหรือ หรือมีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

รังสิมันต์ โรม

นายรังสิมันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางกรรมาธิการจะรับเรื่องนี้ไปพิจารณาบรรจุระเบียบวาระและแจ้งความคืบหน้าให้ผู้ร้องทราบต่อไป โดยตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาทุจริตสอบในอดีตมักจบลงด้วยการย้ายข้าราชการและให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ใหม่โดยไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน ครั้งนี้จึงต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อทำลายวงจรทุจริต ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องข้อความ “ช่วยน้ำเงินด้วย” นั้น แม้ตนจะไม่ได้เป็นคนรับเรื่องโดยตรง แต่เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อกระบวนการยุติธรรมและความโปร่งใสทางการเมือง

เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงที่ผู้ส่งข้อความมีตำแหน่งและอิทธิพลต่อการเลือกตั้ง จึงจำเป็นต้องให้ ปปง. เข้ามาตรวจสอบเส้นทางเงินของทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพราะผู้ที่กระทำความผิดมักหวังผลในเรื่องเงินเป็นหลัก และหวังว่าข้อความดังกล่าวจะไม่ได้มาจากนายกรัฐมนตรีหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้งนี้กรรมาธิการมีแผนที่จะเชิญผู้เกี่ยวข้องรวมถึงฝ่ายการเมืองที่มีอำนาจกำกับดูแลมาให้ข้อมูล เพื่อขยายผลไปให้ถึงตัวการใหญ่หรือ Mastermind ผู้อยู่เบื้องหลังห่วงโซ่การทุจริตและยึดทรัพย์สินมาเป็นของแผ่นดินเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

รังสิมันต์ โรม

สภาพัฒน์ รับการจัดทำงบประมาณปี 70 เจอข้อจำกัดหนัก เหตุงบประจำ-ชำระหนี้พุ่งสูง

สภาพัฒน์ รับการจัดทำงบประมาณปี 70 เจอข้อจำกัดหนัก เหตุงบประจำ-ชำระหนี้พุ่งสูง

สภาพัฒน์ รับการจัดทำงบประมาณปี 70 เจอข้อจำกัดหนัก เหตุงบประจำ-ชำระหนี้พุ่งสูง

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.38 น.

สภาพัฒน์ รับการจัดทำงบประมาณปี 70 เจอข้อจำกัดหนัก เหตุงบประจำ- ชำระหนี้พุ่งสูง เบียดพื้นที่งบลงทุน ทำภาพรวมงบลงทุนลดลงจากปีก่อน 7% แต่ย้ำยังเกาะกรอบกฎหมายไม่ต่ำกว่า 20% ชูเม็ดเงินรัฐวิสาหกิจ 2 แสนล้าน และงบกลางฉุกเฉินรับมือภัยแล้ง-น้ำท่วม-วิกฤตตะวันออกกลาง เป็นแรงหนุนสำคัญดันเศรษฐกิจโตตามเป้า

30 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 12.30 น. ที่รัฐสภา นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการงบประมาณและแผนการเงินภาครัฐในปี 2570 ว่าการจัดทำงบประมาณในปี 2570 มีข้อจำกัดเนื่องจากงบประมาณส่วนใหญ่ถูกจัดสรรไปใช้ในงบประมาณประจำ และมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อชดเชยเงินคงคลัง และชำระหนี้คงค้าง แต่อย่างไรก็ตาม การจัดสรรงบลงทุนยังคงเป็นไปตามเกณฑ์กฎหมายที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 20% ของงบประมาณรายจ่าย แม้ภาพรวมงบลงทุนในตัวงบประมาณจะลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 7% แต่ยังมีเม็ดเงินลงทุนจากรัฐวิสาหกิจอีกกว่า 2 แสนล้านบาท เข้ามาช่วยสนับสนุน 

นายดนุชา กล่าวว่า นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้จัดสรรงบกลางไว้รองรับกรณีฉุกเฉินและจำเป็น เช่น การบริหารจัดการภัยแล้งและน้ำท่วม รวมถึงการเตรียมงบประมาณราว 1 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งหากมีการนำงบส่วนนี้ไปใช้ในโครงการที่เข้าลักษณะการลงทุน ก็จะช่วยเพิ่มสัดส่วนงบลงทุนให้สูงขึ้นได้ในภายหลังได้เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีการให้ความสำคัญกับงบประมาณบูรณาการเพื่อการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งในปีนี้มีการจัดสรรงบประมาณสูงถึง 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนต่อไป 

“การจัดทำงบประมาณในปีนี้แม้ว่าการจัดสรรงบลงทุนในสัดส่วนของงบประมาณจะลดลง แต่ยังอยู่ในกรอบตามกฎหมายงบประมาณที่กำหนดไว้ไม่ให้ต่ำกว่า 20% ของสัดส่วนงบประมาณรวม ทั้งนี้การลงทุนโดยรวมรัฐบาลสามารถเร่งรัดการลงทุนโดยเร่งให้รัฐวิสาหกิจที่มีโครงการลงทุนเดินหน้าโครงการลงทุนต่างๆตามแผนที่มีเม็ดเงินกว่า 2 แสนล้านบาท รวมทั้งงบกลางฯที่มีการตั้งไว้รองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินและจำเป็น สามารถทำโครงการในลักษณะการสนับสนุนการลงทุนได้ ซึ่งมั่นใจว่ารัฐบาลยังมีเม็ดเงินที่จะลงสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อทำให้เศรษฐกิจขยายตัวตามแผนที่วางไว้” นายดนุชา กล่าว 

เมื่อถามว่าการที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้แถลงว่าจะลดการขาดดุลงบประมาณให้เหลือ 3% ต่อจีดีพี ภายในปี 2572 รัฐบาลต้องเดินหน้าเรื่องนี้อย่างไรเพื่อให้ได้ตามเป้าหมาย นายดนุชา กล่าวว่าเป้าหมายดังกล่าวอยู่ในแผนการคลังระยะปานกลางของประเทศ ซึ่งมีความจำเป็นต้องเดินหน้าตามแผนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน โดยความเป็นไปได้ของเป้าหมายดังกล่าวขึ้นอยู่กับการเติบโตของเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจสามารถขยายตัวได้ดีจากการลงทุนของภาคเอกชนและอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทย ก็จะช่วยให้การบริหารจัดการทางการเงินและการลดการขาดดุลทำได้ง่ายขึ้นเนื่องจากจีดีพีขยายตัวมากขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องใช้การลงทุนของภาคเอกชนเป็นตัวนำ

เลขาธิการสภาพัฒน์ ยังได้กล่าวถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของงบประมาณรายจ่ายประจำปีโดยรวมว่า ปัจจุบันงบประมาณรายจ่ายประจำ โดยเฉพาะสวัสดิการและค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรมีสัดส่วนที่สูงมากและขยายตัวต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบและไปเบียดบังพื้นที่ของงบลงทุน ดังนั้นในระยะต่อไปจึงจำเป็นต้องมีการพิจารณาปรับปรุงระบบสวัสดิการ เช่น ระบบประกันสุขภาพ เพื่อลดภาระงบประมาณส่วนนี้ลง เพื่อเปิดพื้นที่ให้มีงบประมาณสำหรับการลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศมากขึ้น

เมื่อถามว่าในการจัดสรรงบประมาณให้กับจังหวัดและกลุ่มจังหวัดในระดับพื้นที่ที่ในปีงบประมาณนี้ลดลงเหลือประมาณ 4.2 พันล้านบาท จากเดิมประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท นายดนุชา กล่าวว่ารัฐบาลมีนโยบายปรับเปลี่ยนการใช้งบประมาณจังหวัด โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างอาชีพและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นหลัก เพื่อลดความซ้ำซ้อนกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานของหน่วยงานส่วนกลาง (Function) โดยมีการกำหนดกรอบวงเงินงบจังหวัดไว้ไม่เกิน 20% ของกรอบเดิม เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณมีความคล่องตัวและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้กรอบงบประมาณที่มีจำกัด

สภาสูง เดือด! เถียงวุ่นก่อนถก ร่างกม.นิรโทษฯ ล้างผิดการเมือง เปรมศักดิ์ จี้ถอนร่างฯ หลังพบผิดปกติ

สภาสูง เดือด! เถียงวุ่นก่อนถก ร่างกม.นิรโทษฯ ล้างผิดการเมือง เปรมศักดิ์ จี้ถอนร่างฯ หลังพบผิดปกติ

สภาสูง เดือด! เถียงวุ่นก่อนถก ร่างกม.นิรโทษฯ ล้างผิดการเมือง เปรมศักดิ์ จี้ถอนร่างฯ หลังพบผิดปกติ

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.35 น.

ฟาก สภาสูง ก็มีเดือด! เถียงวุ่นก่อนถก ร่างกม.นิรโทษฯ ล้างผิดการเมือง เปรมศักดิ์ จี้ถอนร่างฯออกไป หลังพบผิดปกติ-ไม่หลอมรวมคำแปรญัตติในร่าง กม. เปิดพิรุธทำหนังสือส่งที่บ้านขอนแก่นทั้งที่อยู่สภาฯ สุดท้ายขอไม่ร่วมสังฆกรรม ด้าน ฉัตรวรรษ โต้ทันควันให้ จนท.ส่งจม.ถึงมือ แต่ไม่เซ็นรับ ชี้คำแปรญัตติหลอมรวมไม่ได้ เหตุขัดแย้งกัน 

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ…  ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มีพล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา(สว.) เป็นประธานกมธ.  ทั้งนี้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวสว.ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่ที่รัฐสภามีมติเห็นชอบ ซึ่งจะสิ้นสุดในนวันที่ 2 ก.ค. 

โดยก่อนเข้าสู่วาระพิจารณาเนื้อหา นพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ สว. ทักท้วงต่อที่ประชุมเพื่อขอให้ กมธ.ถอนร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข พ.ศ.. ออกจากวาระเพื่อปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามขั้นตอน หลังจากกระบวนการพิจารณาเสนอคำแปรญัตติส่วนของตนในชั้นพิจารณาของกมธ. นั้นมีความผิดปกติ โดยในวันที่ 15 มิ.ย.ตนเข้าไปแปรญัตติต่อกมธ. ได้แจ้งว่าไม่ติดใจจะสงวนแต่ขอให้หลอมรวมเจตนาที่ต้องการให้นิรโทษกรรมทุกกลุ่มทุกสีให้มากที่สุดใส่ไว้ในรายงานของกมธ. แต่ต่อมาเมื่อ 18 มิ.ย. ได้รับหนังสือแจ้งว่า กมธ.ไม่เห็นด้วยและขอให้ตนสงวนคำแปรญัตติ ซึ่งคล้อยหลังจากที่ตนชี้แจง 3 วันซึ่งถือว่าไม่ชอบด้วยข้อบังคับ อย่างไรก็ดี เมื่อ  23 มิ.ย. ตนไดไ้หารือกับ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ เพื่อแจ้งประเด็นและขอให้หลอมรวมความเห็นตนไว้ในรายงานของกมธ.  แต่หลังจากนั้นตนไม่ได้รับการประสานงานใดๆ กลับ จนพบว่าตนได้รับหนังสือด่วนลงวันที่ 23 มิ.ย. ที่ส่งไปถึงที่บ้านพักตนที่อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ให้ไปเข้าประชุมกมธ.ในวันที่ 24 มิ.ย.  เวลา 08.30 น.  ทั้งนี้ตนได้รับหนังสือด่วนดังกล่าวเมื่อ 25 มิ.ย. จึงสงสัยในกระบวนการทั้งที่สามารถประสานตนได้โดยตรงผ่านโทรศัพท์ได้เพราะวันที่ 24 มิ.ย. นั้นตนอยู่ที่สภา

“เป็นการกระทำที่ชอบกล และทำให้ผมเสียหาย รวมถึงผู้จะได้รับนิรโทษกรรมตามคำแปรญัตติของผมด้วย  แต่กลับไม่เอาคำแปรญัตติของผมไปพิจารณาและขอให้สงวนเพื่อนำไปพูดในที่ประชุม  และผมได้ทำหนังสือถึงประธานวุฒิสภาให้ตั้งกรรมการตรจสอบ และดำเนินการทางวินัยกับเลขานุการกมธ.ด้วย ทั้งนี้ผมขอให้ถอนเรื่องและนำกลับเข้ามาใหม่ หากไม่มีข้อยุติโดยดี อาจเกิดปัญหามากกว่านี้ เพราะเรื่องดังกล่าวอาจขัดกับจริยธรรม” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ชี้แจงว่า การทำหน้าที่ของกมธ. เป็นไปโดยชอบข้อบังคับ  ตามมติ และรัฐธรรมนูญ รวมถึงธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติ ทั้งนี้ในช่วงแรกที่ไม่ได้แย้งคำแปรญัตติของนพ.เปรมศักดิ์ตอนแรกเพราะการพิจารณาของ กมธ. ยังไม่แล้วเสร็จและไม่มีข้อยุติ แต่ภายหลังที่ได้พิจารณารายละเอียดรายมาตราจึงได้ใช้การลงมติของกมธ. ซึ่งเสียงเอกฉันท์ 13 เสียง ไม่เห็นด้วยกับคำแปรญัตติของนพ.เปรมศักดิ์

“ตอนที่ผมมาเป็นประธานกมธ. ได้สอบถามถึงการพิจารณาและทราบว่ายังพิจารณาไม่เหมด ทำให้กมธ.ขอรับฟังคำแปรญัตติของ สว. ไว้ก่อน เพื่อประกอบการพิจารณารายมาตราเท่านั้น และหลังการพิจารณารายมาตราแล้ว เมื่อผลเป็นอย่างไรจึงแจ้งให้ทราบ แต่นพ.เปรมศักดิ์ บอกขอให้มาหลอมรวมทั้งที่เจ้าหน้าที่กฤษฎีกาตีความไปแล้วว่าไม่สอดคล้องกัน หากรับพิจารณาจะเท่ากับเป็นการแก้ร่างพ.ร.บ.ทำให้เสียเวลา แต่เมื่อมาบอกให้นำไปพิจารณา ผมจึงให้ฝ่ายเลขา ไปประสานให้มาพูดคุย แต่ไม่ใช่ว่ารับเพื่อนำไปบัญญัติในกฎหมาย ทั้งนี้ผมได้ทำหนังสือให้มาร่วมประชุม 24 มิ.ย. ซึ่งให้ฝ่ายเลขาถือหนังสือไปให้ แต่ท่านไม่เซ็นต์รับ จึงจำเป็นต้องส่งหนังสือไปที่อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งถือเป็นบาปเป็นกรรมที่ตกกับฝ่ายเลขา ทั้งนี้ยืนยันว่ากมธ.ให้สิทธิเต็มที่แม้ว่า นพ.เปรมศักดิ์จะบอกว่าไม่ติดใจจะสงวน ดังนั้นยืนยันกมธ.ได้ทำถูกต้องตามระเบียบ”พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ชี้แจง

ขณะที่นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะเลขานุการกมธ. ชี้แจงว่า คำแปรญัตติของ นพ.เปรมศักดิ์ ที่เสนอมาคือ มาตรา 6 วรรคสาม แต่ที่พูดกับกมธ.คือ มาตรา7 วรรคสอง อีกทั้งได้พูดในที่ประชุมแจ้งว่าไม่สงวนและไม่ติดใจ นอกจากนั้นขอให้ถอนคำพูดที่เจ้าหน้าที่เลขาธิการสภาปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามขั้นตอนทุกประการ นอกจากนั้นที่บอกว่ากมธ.ทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย เสนอให้ไปร้องต่อศาล และขอบอกกับประชาชน ว่านพ.เปรมศักดิ์ทำให้ร่างพ.ร.บ.ล่าช้า 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นดังกล่าวใช้เวลาโต้แย้งกันนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ จะยืนยันไม่ถอนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวออกจากวาระ ทำให้นพ.เปรมศักดิ์ ลุกขึ้นว่าตนไม่ขอร่วมสังฆกรรรม และฝากเตือน สว. ด้วยว่าหากเดินหน้าไปเจอลวดหนาม อย่ามาบอกว่าตนไม่เตือน

ป.ป.ช. ลุยตั้งสอบ นาย พ. ร่ำรวยผิดปกติ ประสาน ปปง. เช็กเส้นทางเงิน

ป.ป.ช. ลุยตั้งสอบ นาย พ. ร่ำรวยผิดปกติ ประสาน ปปง. เช็กเส้นทางเงิน

ป.ป.ช. ลุยตั้งสอบ นาย พ. ร่ำรวยผิดปกติ ประสาน ปปง. เช็กเส้นทางเงิน

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.31 น.

ป.ป.ช. เผยตั้งสอบร่ำรวยผิดปกติ ” นาย พ.” อยู่ระหว่างสอบเส้นทางการเงิน เบื้องต้น TOR จ้างสอบยังไม่ยุติล็อคสเปค เร่งสอบบุคคลที่เกี่ยวข้อง หลักฐานโยงถึงใครดำเนินการตามกฎหมายไม่ละเว้น ขอประชาชนมั่นใจ

วันที่ 30 มิถุนายน 2569 นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิคณะกรรมการการป.ป.ช.ขั้นตอนการตรวจสอบการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งสำนัก งานจะเสนอให้ที่ประชุมป.ป.ช.พิจารณาตั้งคณะกรรมการไต่สวนว่า หลังได้มีการเรียกประชุมฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปฏิบัติการ และสำนักไต่สวนเจ้าของสำนวน ก็จะมีการพิจารณาในส่วนของรายละเอียดคดี พิจารณาเนื้อหา และกำหนดแนวทางในการทำงาน  ยืนยันว่าเรื่องนี้ ป.ป.ช.ได้มีการดำเนินการได้เร็วพอสมควร โดยจะต้องไต่สวนและสืบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงก่อนที่จะมีการแจ้งข้อความหา ซึ่งวิธีการไต่สวนจะแตกต่างจากการทำงานของพนักงานสืบสวน  แต่ระยะเวลา 120 วันเช่นกัน  ขณะนี้ได้ดำเนินการเกี่ยวกับรายละเอียดการเปรียบเทียบบัญชี ได้ดำเนินการไปเกือบครึ่งแล้ว และได้ดำเนินการไต่สวนพยานบุคคล โดยเมื่อวานที่ผ่านมาได้มีการประสานขอข้อมูลจากกรมปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงสอบปากคำพยานประกอบเกือบหมดแล้ว ยืนยันว่าในส่วนของพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ป.ป.ช. ได้สอบปากคำไว้หมดแล้วขออย่ากังวล 

พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล
 
ส่วนรายละเอียดการสอบสวนโดยเฉพาะ TOR ที่มีการระบุในการจัดจ้างส่สนการจัดสอบราชการท้องถิ่นซึ่งเกี่ยวข้องกับอธิบดีหลายราย จะต้องเรียกมาสอบทั้งหมดหรือไม่  นายพัฒนพงศ์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของระบบหรือระเบียบราชการการ  เมื่อเป็นคำสั่ง การลงนามในเอกสารมีใครเป็นผู้เกี่ยวข้องบ้าง โดยรายละเอียดตรงนี้ ก็จะเป็นในส่วนของหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้อง  และหลังจากนี้พนักงานไต่สวนก็จะมีการนำเสนอต่อ ป.ป.ช.ให้พิจารณาตั้งคณะกรรมการไต่สวนต่อไป ส่วนจะไต่สวนใครบ้างก็ขึ้นอยู่กับรายละเอียดในเนื้อหา
 
ซึ่งรายละเอียดใน  TOR จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่ได้ข้อยุติว่าเป็นการล็อคสเปคหรือไม่ แต่จะต้องสอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องพยาน ผู้เชี่ยวชาญ  ซึ่งมีหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญมาช่วย ป.ป.ช.  โดยเลขาธิการป.ป.ช.ได้มอบหมายให้มีการไปสรุปสำนวนอย่างเร็วภายใน 1 สัปดาห์อย่างช้าภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช. ซึ่งขั้นตอนจากนี้ก็เป็นขั้นตอนของการไต่สวน สามารถเชิญผู้ถูกกล่าวหามาแจ้งข้อกล่าวหา และรับฟังการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา   

ขณะที่สำนวนทั้งในส่วนของการแก้ไขกระดาษคำตอบและการเขียน TOR ส่อไปในทางล็อกสเปคเป็นเรื่องเดียวกันแต่อาจจะมีหลายประเด็น ขณะนี้อยู่ระหว่างการแต่งตั้งทีมไต่สวนซึ่งจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมป.ป.ช.ให้พิจารณาในคราวเดียวกัน  แต่งานด้านสืบสวนโดย เลขา ป.ป.ช.ได้มอบหมายให้ดูแลงานด้านอิเล็กทรอนิกส์และประสานงานกับ ปปง.มาร่วมพิจารณา หากถึงขั้นแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนแสดงให้เห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอรวมถึงพยานวัตถุและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง ส่วนจะไปถึงใครบ้างก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน
 
สำหรับระยะเวลาในการไต่สวนนั้นได้มีการกำหนดไว้เบื้องต้นใช้เวลา 3-6 เดือน ซึ่งส่วนตัวมองว่าเร็ว  โดยขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหาใช้เวลาประมาณ 1 เดือนและในกรณีเช่นนี้เมื่อมีการไต่สวนและเชิญมาแจ้งข้อกล่าวหาก็จะเข้าสู่กระบวนการปกติของป.ป.ช. ซึ่งจากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวน การพิจารณาว่าจะชี้มูลหรือไม่ 

พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล
 
ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลใจว่าคดีนี้จะเจอตอหรือไม่นั้น นายพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ป.ป.ช. ทำคดีการเมืองมาโดยตลอด ส่วนพยานหลักฐานไปจุดไหน  ก็ต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ขณะนี้ ป.ป.ช.ต้องระมัด ระวังข้อมูลเนื่องจากประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาเปิดดูข่าวสารได้ ขอให้เกิดความมั่นใจว่าป.ป.ช.ทำงานเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนอย่างแน่นอน หากคนใดจะชี้ช่องหรือให้ข้อมูล ก็สามารถติดต่อเข้ามาได้เพราะป.ป.ช.จัดเก็บเป็นความลับ  และเมื่อเจอพยานหลักฐานก็จะมีการแถลงข่าวให้ทราบเป็นระยะๆ 
 
ขณะที่การตรวจสอบเส้นเงินบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นก็สามารถดำเนินการควบคู่กันไปได้ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการก็ได้ทยอยพิจารณารายละเอียดแล้ว และในส่วนของนาย พ. ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรีนั้น ขณะนี้ป.ป.ช.ได้ตั้งสำนวนในเรื่องของการร่ำรวยผิดปกติแล้ว และจะตรวจสอบเส้นทางการเงิน
 
ในส่วนของปลัดจังหวัดภูเก็ตนั้น ที่มีส่วนในเรื่องของการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นนั้น ป.ป.ช.ยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ โดย บก.ปปป. แจ้งรายละเอียดเบื้องต้นมาว่ามีการจับกุมตัวและก็จะมีการแถลงรายละเอียดในวันนี้ อย่างไรก็ตามในวันนี้ ป.ป.ช.ไม่ได้ร่วมไปปฏิบัติการด้วย จึงต้องไปขอทราบรายละเอียดจาก บก.ปปป. และขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาของทางเลขาป.ป.ช. ว่าจะส่งสำนักงานเข้าร่วมพิจารณาด้วยหรือไม่

ป.ป.ส. ขยายผลแอร์สาว พบรับงานผ่านกลุ่มรับหิ้ว ค่าจ้าง 8,800 บาท เร่งล่า โรส เจ้าของบัญชีอวตาร

ป.ป.ส. ขยายผลแอร์สาว พบรับงานผ่านกลุ่มรับหิ้ว ค่าจ้าง 8,800 บาท เร่งล่า โรส เจ้าของบัญชีอวตาร

ป.ป.ส. ขยายผลแอร์สาว พบรับงานผ่านกลุ่มรับหิ้ว ค่าจ้าง 8,800 บาท เร่งล่า โรส เจ้าของบัญชีอวตาร

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.22 น.

ป.ป.ส. ขยายผลแอร์สาวถูกจับขนเฮโรอีนที่ออสเตรเลีย พบรับงานผ่านกลุ่มรับหิ้ว ค่าจ้าง 8,800 บาท เร่งล่า โรส เจ้าของบัญชีอวตาร

จากกรณีการบินไทยออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิง ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมที่สนามบินเมลเบิร์น หลังถูกกล่าวหาว่าลักลอบขนเฮโรอีนเข้าประเทศ โดยยืนยันว่าเป็นการกระทำส่วนบุคคล พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ และหากผลสอบพบว่ากระทำผิดจริง จะดำเนินการทางวินัยขั้นเด็ดขาดถึงขั้นให้ออกจากการเป็นพนักงาน ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังตำรวจออสเตรเลียจับกุมหญิงสัญชาติไทย อายุ 26 ปี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นลูกเรือในเที่ยวบินระหว่างประเทศ โดยตรวจพบเฮโรอีนมากกว่า 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในซับในกระเป๋าผ้า 12 ใบ ที่สนามบินเมลเบิร์น มูลค่าในตลาดมืดประมาณ 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาจเป็นขบวนการลักลอบขนยาเสพติดที่ใช้ลูกเรือเป็นผู้ลำเลียง

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยความคืบหน้าว่า หลังได้รับการประสานจากตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) ว่ามีการจับกุมลูกเรือสายการบิน ไทยที่เมืองเมลเบิร์น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้เร่งแลกเปลี่ยนข้อมูลและเข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมที่พักของผู้ต้องหาในประเทศไทย ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบภาพไรเดอร์นำกล่องพัสดุมาส่งที่คอนโด ในวันที่ 22 มิถุนายน 69 โดยในขณะนั้นแอร์สาวยังไม่กลับถึงที่พัก จึงฝากพัสดุไว้ที่ล็อบบี้ ก่อนที่ผู้ต้องหาจะกลับมารับกล่องและนำขึ้นห้องพักด้วยตนเอง 

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจค้นห้องพักไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายอื่นเพิ่มเติม หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เชิญแฟนหนุ่มของผู้ต้องหามาให้ข้อมูล เพื่อขยายผลหาเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแฟนหนุ่มให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ข้อมูลที่ให้ยังไม่สามารถระบุตัวผู้ส่งพัสดุได้ ขณะเดียวกัน ภาพจากกล้องวงจรปิดก็สอด คล้องกับข้อมูลการสืบสวนทั้งหมด

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ยังทราบด้วยว่า หลังแอร์สาวเดินทางถึงออสเตรเลียและถูกจับกุม แฟนหนุ่มไม่สามารถติดต่อได้ จึงโทรศัพท์สอบถามเพื่อนของผู้ต้องหา จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรื่องราวถูกเปิดเผย 

ทั้งนี้ ผลการสืบสวนร่วมกับตำรวจ AFP พบว่า ผู้ต้องหาได้รับการติดต่อผ่านกลุ่มรับหิ้วสินค้าในสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีบัญชีอวตารชื่อ “โรส” โพสต์หาผู้ที่เดินทางไปประเทศออสเตรเลีย พร้อมระบุว่าต้องการพื้นที่ว่างประมาณ 20 กิโลกรัม เพื่อฝากขนส่งสินค้าโอทอปและสินค้าไทย

จากข้อมูลการสนทนาที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ แอร์สาวและแฟนหนุ่มได้เข้าไปพูดคุยกับผู้โพสต์ พร้อมสอบถามถึงความน่าเชื่อถือ เนื่องจากอีกฝ่ายใช้บัญชีอวตาร โดยผู้ต้องหาย้ำว่าไม่รับงานจากผู้ใช้บัญชีปลอม แต่คู่สนทนายืนยันว่าเป็นบัญชีที่ใช้งานเป็นประจำ ทำให้ทั้งสองฝ่ายตกลงรับงานในค่าจ้าง 8,800 บาท ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าอัตราค่าจ้างดังกล่าวสอดคล้องกับการรับหิ้วสินค้าทั่วไปหรือไม่ ซึ่งภายหลังจากที่ตกลงรับงาน ผู้ส่งได้นำพัสดุมาส่งที่คอนโด ก่อนที่แอร์สาวจะนำติดตัวเดินทางไปยังประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันบัญชีอวตารชื่อ “โรส” ได้ปิดการใช้งานไปแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ใช้บัญชีดังกล่าว เพื่อขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ

โดยในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ยังเข้าตรวจสอบบ้านพักของผู้ต้องหาที่จังหวัดพะเยา และสอบปากคำมารดา เบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหากลับบ้านครั้งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และส่งเงินให้ครอบครัวเดือนละ 10,000 บาท เพื่อนำไปผ่อนรถยนต์ที่ใช้ชื่อมารดาเป็นเจ้าของ โดยมีค่างวดประมาณ 8,000 บาทต่อเดือน ซึ่งทางมารดายังให้ข้อมูลว่า ลูกสาวยังมีภาระต้องชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) รายได้ไม่ได้สูงมาก และครอบครัวมีฐานะทั่วไป ประกอบอาชีพทำไร่ทำนา ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย

เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ ประเทศออสเตรเลีย ได้ให้การดูแลผู้ต้องหาตามสิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะคนไทย ขณะที่คดีอยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรมของออสเตรเลีย โดยผู้ต้องหายังไม่ได้รับการประกันตัว และคาดว่าภายใน 4 สัปดาห์ จะมีความชัดเจนเกี่ยวกับขั้นตอนทางคดีเพิ่มเติม สำหรับการสืบสวนของไทย ยังคงเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับตำรวจออสเตรเลีย เพื่อขยายผลไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังการลักลอบขนยาเสพติดในคดีนี้ต่อไป

‘สุชาติ’ เคลียร์ 2 ปมร้อนป่าทับลาน ลั่นฟันกลุ่มทุนฮุบพื้นที่ โต้ข่าวบิดเบือนเซ็นยกที่สร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด

'สุชาติ' เคลียร์ 2 ปมร้อนป่าทับลาน ลั่นฟันกลุ่มทุนฮุบพื้นที่ โต้ข่าวบิดเบือนเซ็นยกที่สร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด

‘สุชาติ’ เคลียร์ 2 ปมร้อนป่าทับลาน ลั่นฟันกลุ่มทุนฮุบพื้นที่ โต้ข่าวบิดเบือนเซ็นยกที่สร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.19 น.

เมื่อเวลา 10.05 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่อาคารรัฐสภา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงถึงประเด็นร้อนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 2 แห่ง ได้แก่ การแก้ปัญหาข้อพิพาทที่ดินอุทยานแห่งชาติทับลาน และกระแสข่าวการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นเพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ลุยแก้ปัญหา “ทับลาน” ย้ำต้องแยกชาวบ้านตัวจริงออกจากกลุ่มทุน

นายสุชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าหลังลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนจากชาวบ้านในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานว่า ชาวบ้านที่มาต้อนรับต่างดีใจจนน้ำตาไหล ซึ่งเป้าหมายหลักของการดำเนินการคือ การแยกพื้นที่ของชาวบ้านและพื้นที่ของกลุ่มทุนออกจากกันให้ชัดเจน โดยต้องทำควบคู่กันไป

พร้อมกันนี้ ได้ขอความเห็นใจจากกลุ่มนักอนุรักษ์ให้มองตามความเป็นจริงว่า พื้นที่ที่เป็นประเด็นข้อพิพาทในปัจจุบันกลายเป็นชุมชน มีถนนคอนกรีต วัด และโรงเรียนหมดแล้ว ซึ่งจากการขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจ 2 วันติดก็พบว่าเป็นบ้านเรือนทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าพื้นที่ป่าทับลานที่สมบูรณ์กว่า 1.4 ล้านไร่ จะไม่มีการแตะต้องหรือยกให้ใครอย่างแน่นอน

สั่งรื้อรีสอร์ตบุกรุกใน 15 วัน ซัดกลุ่มทุนฉวยโอกาสเอาเปรียบสังคม

เพื่อเป็นการพิสูจน์ความจริงใจต่อนักอนุรักษ์ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ว่ารัฐบาลไม่ได้ปกป้องกลุ่มทุน นายสุชาติระบุว่า ได้สั่งการให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลานนำป้ายไปติดประกาศในพื้นที่ที่มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำ ให้ดำเนินการรื้อถอนภายใน 15 วัน

ส่วนกรณีที่มีผู้ท้วงติงเรื่องการใช้เส้นสำรวจปี 2543 นั้น นายสุชาติชี้แจงว่า กลุ่มที่มีปัญหาและมีคดีความมากที่สุดคือ “กลุ่มที่ 4” (กลุ่มรีสอร์ตและบ้านพักตากอากาศ) ซึ่งทางกระทรวงฯ ได้ชะลอการพิจารณาไว้ก่อนเพื่อรอการพิสูจน์สิทธิ์ เนื่องจากต้องการเร่งให้สิทธิ์กับชาวบ้านในพื้นที่จริงๆ ก่อน พร้อมตำหนิกลุ่มทุนว่า มีเงินทุนเป็นร้อยล้าน ทำไมไม่ไปซื้อที่ดินที่ถูกต้อง จะมาเอาพื้นที่ป่าอุทยานฯ มาทำรีสอร์ตเพื่อเอาของฟรีของถูกทำไม การลงทุนแบบนี้คือการเอาเปรียบสังคม”

 โต้ข่าวบิดเบือน ยันไม่ได้เซ็นยกพื้นที่ป่าสร้างอ่างเก็บน้ำ “วังโตนด”

สำหรับประเด็นที่สอง นายสุชาติได้ชี้แจงถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าตนได้อนุมัติให้เพิกถอนพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น จ.จันทบุรี เพื่อดำเนินโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด โดยยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวเป็นการบิดเบือนและตนไม่มีอำนาจในการเซ็นอนุมัติ

จากการตรวจสอบกับเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พบว่า โครงการนี้มีการเก็บข้อมูลทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) มาตั้งแต่ปี 2558-2559 และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติไปตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่ง สิ่งที่ตนดำเนินการเป็นเพียงการ “ให้ความเห็น” ตามมติของบอร์ด สผ. ในปี 2564 เท่านั้น

ชี้ขั้นตอนยังอีกยาวไกล อำนาจชี้ขาดอยู่ที่ “กรมอุทยานฯ”

นายสุชาติ กล่าวย้ำเพื่อลดความตื่นตระหนกของสังคมว่า โครงการนี้มีกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเจ้าภาพหลัก หากจะดำเนินการสร้างอ่างเก็บน้ำได้ กรมชลประทานจะต้องไปหารือและขอใช้พื้นที่จาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งปัจจุบันอธิบดีกรมอุทยานฯ ยังไม่ได้มีการอนุมัติให้ใช้พื้นที่แต่อย่างใด กระบวนการทั้งหมดนี้ยังต้องใช้เวลาพิจารณาตามขั้นตอนอีกหลายปี ไม่ใช่การตัดเนื้อที่ป่าไปสร้างอ่างเก็บน้ำในทันทีตามที่มีการนำเสนอข่าว