วันนี้ สส.รายงานตัวสภา 14 คน พรรคส้ม โผล่แล้ว 1 ภท.-พท. ตบเท้ามาต่อเนื่องรวม 13 คน

วันนี้ สส.รายงานตัวสภา 14 คน พรรคส้ม โผล่แล้ว 1 ภท.-พท. ตบเท้ามาต่อเนื่องรวม 13 คน

วันนี้ สส.รายงานตัวสภา 14 คน พรรคส้ม โผล่แล้ว 1 ภท.-พท. ตบเท้ามาต่อเนื่องรวม 13 คน

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.23 น.

ยอดผู้แทนฯรายงานตัวต่อสภาฯวันนี้ 14คน ’พรรคส้ม‘ โผล่แล้ว1คน ขณะที่ ’ภท.-พท‘ ตบเท้ามาต่อเนื่องรวม 13 คน สรุปรวม5วันมีผู้แทนฯมารายงานตัวทั้งสิ้น115คน จาก ‘8พรรคการเมือง’ คงเหลือ281คน

2มี.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการเปิดรับรายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) แบบแบ่งเขต ชุดที่ 27 ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้(2มี.ค.) ซึ่งเปิดให้รายงานตัวต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ตั้งแต่ช่วงเช้าเวลา08.30น. จนถึงเวลาปิดรับรายงานตัว 16.30น. มี สส.จากพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน เดินทางมารายงานตัวทั้งสิ้น 14 คน ดังนี้ 1.นายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์  สส.อุดรธานี พรรคภูมิใจไทย 2.น.ส.นันทวัน วิเชียร สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย 3.นายสุพล จุลใส  สส.ชุมพร พรรคภูมิใจไทย 4.น.ส.ตวงทิพย์ จินตะเวช  สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย 5.นายชยุต ภุมมะกาญจนะ  สส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย 6.น.ส.พรพิมล ธรรมสาร สส.ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย
 
7.นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ สส.เชียงราย พรรคภูมิใจไทย 8.น.ส.กานสินี โอภาสรังสรรค์ สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย 9.นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย 10.นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ สส.กำแพงเพชร พรรคเพื่อไทย 11.น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย 12.นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี พรรคประชาชน 13.นายพิชญุตม์ พอจิต สส.อุตรดิตถ์ พรรคภูมิใจไทย และ14.นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร พรรคภูมิใจไทย

ทั้งนี้ ตลอด 5 วัน มี สส.มารายงานตัวแล้วทั้งสิ้น 115 คน จาก 8 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชาติ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคโอกาสใหม่ ยังเหลืออีก 281 คน ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ประกาศรับรองสส.แบบแบ่งเขต 396 คน 

ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยังคงเปิดรับรายงานตัว สส. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 16.30 น. ที่บริเวณห้องโถงชั้น B1 อาคารรัฐสภา

ศุภจี ชู 6 หมัดเด็ด! รับมือศึกตะวันออกกลาง สกัดฉวยโอกาสขึ้นราคา-หาแหล่งวัตถุดิบสำรอง

ศุภจี ชู 6 หมัดเด็ด! รับมือศึกตะวันออกกลาง สกัดฉวยโอกาสขึ้นราคา-หาแหล่งวัตถุดิบสำรอง

ศุภจี ชู 6 หมัดเด็ด! รับมือศึกตะวันออกกลาง สกัดฉวยโอกาสขึ้นราคา-หาแหล่งวัตถุดิบสำรอง

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.13 น.

“ศุภจี” งัด 6 มาตรการ รับมือผลกระทบสู้รบตะวันออกกลาง ดูแลการค้า-ส่งออก-ปัจจัยผลิตสำรอง ป้องฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ด้าน “ตรีนุช” เผย แรงงานไทยในอิราเอล-อิหร่าน ขอกลับน้อย ย้ำ ทูตแรงงาน ประสานดูแลความปลอดภัย 

เมื่อเวลา 15.40 น.วันที่ 2 มี.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ แถลงผลประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า กลุ่มประเทศขัดแย้งโดยตรงทั้งอิสราเอลและอิหร่าน ยังมีผลกระทบอยู่ในระดับที่จำกัดเพราะสัดส่วนรายได้ที่เกิดจากการค้าขายทั้งนำเข้าและส่งออก ยังมีปริมาณไม่มากโดยอิสราเอล อยู่ที่ร้อยละ 0.2 ของจำนวนการส่งออก ขณะที่อิหร่าน อยู่ที่ร้อยละ 0.02 จึงไม่ได้กระทบโดยตรงกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

นางศุภจี กล่าวว่า สิ่งที่เราต้องพึงระวังและมีมาตรการในการเฝ้าระวังเรื่องนี้ คือ ภูมิภาคโดยรวมของตะวันออกกลาง ที่มีตลาดการค้าร่วมกัน ประมาณ4-5 %แม้จะไม่มากแต่ต้องระวังผลกระทบทางอ้อม คือ ภูมิภาคอื่นที่อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับการขนส่ง โดยเฉพาะยุโรป ที่อาจจะมีค่าระวางเรือเพิ่มเติมมากขึ้น รวมถึงระยะทางที่ต้องอ้อมจุดที่มีการปิด 

รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า  กระทรวงพาณิชย์ จะมีประมาณ 6 มาตรการใหญ่ ในการดูแลและติดตามสถานการณ์ในช่วงเวลานี้ คือ

1.การบริหารจัดการราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคในประเทศ ไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยไม่ถูกต้องและไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง

2.ต้องจัดหาแหล่งวัตถุดิบและปัจจัยผลิตสำรอง โดยเฉพาะเรื่องพลังงานที่มาจากตะวันออกกลาง โดยต้องทำงานร่วมกับเอกชนในการหาแหล่งวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตสำรอง

3.ตั้งศูนย์เฉพาะกิจ รับข้อชี้แนะและให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการที่ต้องการทำการค้าและการส่งออก โดยสามารถติดต่อได้ที่ 1169 ตลอดเวลา

4.บริหารจัดการ การขนส่ง การประสานกับผู้ให้บริการขนส่งทางเรือ

5.การทำงานเชิงรุกกับทูตพาณิชย์ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่มีผลกระทบโดยตรงให้ติดตามอย่างใกล้ชิด และรายงานสถานการณ์การค้าเพื่อให้จัดการได้ทันท่วงที

6.ให้ช่วยกันวิเคราะห์ผลกระทบอัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพ ร่วมกันกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 

เอกนิติ กางแผนรับมือ ผลกระทบสู้รบตะวันออกกลาง ยํ้าน้ำมันสำรองพอ 60 วัน

เอกนิติ กางแผนรับมือ ผลกระทบสู้รบตะวันออกกลาง ยํ้าน้ำมันสำรองพอ 60 วัน

เอกนิติ กางแผนรับมือ ผลกระทบสู้รบตะวันออกกลาง ยํ้าน้ำมันสำรองพอ 60 วัน

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.04 น.

เอกนิติเผย นายกฯ สั่งหากลยุทธ์ -แสวงหาโอกาส- ตั้งรับวิกฤตเศรษฐกิจ สงครามตะวันออกกลาง มีพลังงานสำรอง 60 วัน สกัดผลกระทบประชาชน 

วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 15.30 น. ที่ ตึกภักดีบดินทร์ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทันธ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ได้แถลงรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการรองรับผลกระทบ รวมถึงแนวทางการปรับตัวต่อความเสี่ยงและความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว จากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง แบ่งออกเป็นมาตรการ 5 ด้าน ดังนี้ 

ด้านพลังงาน ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือด้านพลังงาน เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของปริมาณน้ำมันโลก ส่งผลให้ราคาพลังงานมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยหากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น 5–10% จากระดับเดิม รัฐบาลได้เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยไว้แล้ว

ประเทศไทยมีกลไกสำคัญในการดูแลผลกระทบระยะสั้น โดยเฉพาะกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการใช้งานประมาณ 60 วัน มาตรการระยะสั้นจะมุ่งดูแลไม่ให้ผลกระทบส่งต่อถึงประชาชนโดยตรง และมีเวลาเพียงพอในการบริหารจัดการสถานการณ์ด้านพลังงาน

ด้านการค้า ผลกระทบทางตรงด้านการค้ามีไม่มาก โดยไทยส่งออกไปยังตะวันออกกลางไม่ถึง 4% และนำเข้าประมาณ 8% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ผลกระทบทางอ้อมอาจเกิดจากค่าระวางเรือและค่าพรีเมียมประกันภัยที่สูงขึ้นในช่วงสถานการณ์สงคราม ทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น โดยรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์หารือร่วมกับภาคเอกชนเพื่อเตรียมมาตรการรองรับ

ด้านการท่องเที่ยว ผลกระทบทางตรงด้านการท่องเที่ยวมีไม่มากเช่นกัน นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมีสัดส่วนเพียงประมาณ 4% ขณะเดียวกัน อาจเป็นโอกาสในด้านการบิน โดยผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและกระทรวงคมนาคมมีความเห็นสอดคล้องกันว่าสามารถใช้สถานการณ์นี้เป็นโอกาสในการขยายตลาดได้

ด้านตลาดเงินและตลาดทุน โดยทั่วไป เมื่อเกิดสงคราม นักลงทุนมักเคลื่อนย้ายเงินไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ไทยยังปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 17% ลดลง ประมาณ 2% ซึ่งสะท้อนถึงเสถียรภาพที่ยังอยู่ในระดับดี นอกจากนี้ ไทยยังมีทุนสำรองระหว่างประเทศเกือบ 300,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในตลาดทุนระยะหนึ่ง

ด้านแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญกับการดูแลคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยจะเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานและดูแลความปลอดภัยของแรงงานไทย

นอกจากนี้ ภาคเอกชนได้หารือร่วมกับภาครัฐ โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้จัดทำกลยุทธ์รับมือสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก และแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ โดยเฉพาะในมิติด้านการลงทุน

นายกฯ ชี้ ยังรับมือได้ ผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง มั่นใจความมั่นคงพลังงานคุมได้

นายกฯ ชี้ ยังรับมือได้ ผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง มั่นใจความมั่นคงพลังงานคุมได้

นายกฯ ชี้ ยังรับมือได้ ผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง มั่นใจความมั่นคงพลังงานคุมได้

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.43 น.

นายกฯยอมรับไทยได้รับผลกระทบ สงครามตะวันออกกลางขอใช้วิกฤติเป็นโอกาส เผยราคาน้ำมันสูงแต่ไม่มากนัก ชี้สถานการณ์ยังไม่มีอะไรแน่นอน ยังรับมือได้  ยันความมั่นคงทางพลังงานควบคุมได้-สำรองน้ำมัน-พลังเชื้อเพลิงไว้แล้ว

วันที่ 2 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 15.40 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย แถลงผลการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า  ตนได้มอบหมายให้รมว.คลังเชิญประชุมในส่วนกระทรวงและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจ เพื่อจะให้ทุกฝ่ายได้รับทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รับทราบถึงแนวทางปัญหาในการรับมือ ซึ่งวันนี้เราได้ใช้เวลาประชุมกันพอสมควรและรับทราบมาว่าและขณะนี้ผลกระทบต่างๆที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางนั้นประเทศไทยของเรามีผลกระทบอยู่บ้าง แต่ยังอยู่ในระดับที่เราจะเร่งทำการรับมือและแก้ไขไม่ให้เกิดผลกระทบที่มีความรุนแรง ก็จะพยายามใช้ทุกวิถีทางในการสร้างโอกาส สำหรับประเทศไทยในทุกวิกฤตมันมีโอกาส เราพยายามจะสร้างโอกาสเหล่านั้นให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยให้มากที่สุด

ซึ่งตนได้แจ้งให้ตัวแทนภาคเอกชนประกอบด้วย ประธานสภาอุตสาหกรรม ประธานสภาหอการค้าไทย ประธานสมาคมธนาคารไทยรับทราบถึงสถานการณ์และได้รับฟังความคิดเห็นข้อชี้แนะและแนวทางที่ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลไทยได้ดำเนินการสนับสนุน เพราะฉะนั้นในภาพรวมตนได้หารือกับทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)และกระทรวงการคลังก่อนที่จะประชุมว่า เราได้มีการประเมินว่าสถานการณ์ในปัจจุบันต้องถือว่ายังมีความไม่แน่นอน และถ้ามันเป็นเช่นนี้ มันก็จะมีผลกระทบต่อต้นทุนต่างๆรวมถึงต้นทุนการขนส่งสินค้าและในเรื่องของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ต้องปรับตัวสูงขึ้นในระยะหนึ่งแน่นอน แต่การผลิตน้ำมันส่วนเกินในตลาดโลกมันมีอยู่สูง ฉะนั้นในเรื่องราคาน่าจะมีผลกระทบ แต่ไม่มากนักและเราก็ได้รับทราบมาว่ากลุ่มผลิตน้ำมันองค์กรร่วมประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก(โอเปก)ได้ปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน

นายกฯ กล่าวต่อว่า ในส่วนของไทยในเรื่องของความมั่นคงทางด้านพลังงาน ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมสถานการณ์ได้มีการสำรองพลังงาน สำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และสำรองในเรื่องของพลังงานต่างๆไว้ในระดับที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชนและไม่ให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไม่มาก ในเรื่องของการให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและแรงงานไทยทางกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานมอบหมายให้สถานทูตฯในแต่ละประเทศได้อำนวยความสะดวก เพื่อช่วยเหลือประชาชนคนไทยที่อาศัยอยู่ให้มีความปลอดภัยให้สามารถดำรงชีวิตต่อได้ ถ้าเขาไม่มีความประสงค์ที่จะเดินทางกลับประเทศไทย แต่ถ้าเขามีความประสงค์เราก็จะดำเนินการให้การช่วยเหลือในทุกวิถีทาง ซึ่งทางรัฐบาลเองได้ประสานกับกระทรวงคมนาคมและฝ่ายกองทัพว่าถ้ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องจัดอากาศยานไปรับตัวพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอีหร่านกลับมาสู่ประเทศไทยเราได้เตรียมการไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

อดีตบิ๊ก ศรภ.วิเคราะห์ 6 เหตุผล ทำไมสหรัฐฯเสียเปรียบ หากอิหร่านดึงเกมรบยืดเยื้อ

อดีตบิ๊ก ศรภ.วิเคราะห์ 6 เหตุผล ทำไมสหรัฐฯเสียเปรียบ หากอิหร่านดึงเกมรบยืดเยื้อ

อดีตบิ๊ก ศรภ.วิเคราะห์ 6 เหตุผล ทำไมสหรัฐฯเสียเปรียบ หากอิหร่านดึงเกมรบยืดเยื้อ

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.11 น.

วันที่ 2 มีนาคม 2569 พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า  ในระยะยาว อิหร่าน “  ทน ” ได้ดีกว่าครับ 

▪️ การตัดสินใจโจมตีอิหร่านของ สหรัฐฯ และ อิสราเอล ตลอดห้วงเวลา 3 วันที่ผ่านมานั้น แม้จะเห็นได้ชัดเจนว่า สหรัฐฯ เป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่ถ้าอิหร่านดึงเกมส์การต่อสู้ให้ทอดยาวออกไปอีก ความกดดันจะกลับมาอยู่ที่สหรัฐฯเอง เพราะ 

1.การคงทหารและเรือบรรทุกเครื่องบินไว้หลายลำ ขนาดนี้ มันมีค่าใช้จ่ายมหาศาลเลยทีเดียว จะทนอยู่ได้สักกี่เดือนกัน นอกจากนั้น กองเรือ อันใหญ่โตนี้ ยังเป็นเป้าหมายในการโจมตีของอิหร่านอย่างดี  เอาแค่เรือลำใดลำหนึ่งเกิดโดน อาวุธ/ขีปนาวุธ แบบไหนก็ได้ เข้าไปสักลำ หน้าตาของทรัมป์ก็จะลดลงไปเหลือ 2 นิ้วแน่ๆ

2.ความชอบธรรม และ เหตุผล ที่สหรัฐฯเข้าไปโจมตีอิหร่านจะลดน้อยลงไปเรื่อยๆตามเวลาที่ยืดยาวออกไป รวมไปถึงความศรัทธาของประชาชนสหรัฐฯเองด้วย 

3. ประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง ที่ยอมให้ สหรัฐไปตั้งฐานทัพไว้ถึง 8 ประเทศนั้น  ล้วนแต่เป็นประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวด้วย เมื่อถูกอิหร่านโจมตี ก็จะได้รับผลกระทบทันที  ซึ่งปัจจุบันก็ต้องปิดน่านฟ้ากันหมดแล้ว บินขึ้นไม่ได้ บินลงไม่ได้ บินผ่านยังไม่ได้เลย

4. การก่อการร้ายต่อเป้าหมายสหรัฐฯ อิสราเอล หรืออังกฤษ ซึ่งหายไปนานกว่า 10 ปีแล้ว  อาจจะกลับมาอีกครั้งค่อนข้างแน่นอน  เพราะมันเป็นวิธีการตอบโต้ที่สหรัฐฯ หรือประเทศเป้าหมาย ยากที่จะป้องกัน แก้ไข ซึ่งจะส่งผลกระทบ ถึงระดับพลเรือนในประเทศนั้นๆ    และก็เป็นเรื่องที่อิหร่านถนัดที่สุดด้วย 

5. ในตะวันออกกลางเอง อิหร่านและเครือข่าย เช่น กลุ่มอิสบอลล่าห์ กลุ่ม ฮูติ ฯลฯ ก็จะเข็มแข็งขึ้นมาเรื่อยๆ เพราะประเทศพันธมิตรของอิหร่าน น่าจะส่ง “ของ” มาช่วยเหลือมากขึ้นอย่างแน่นอน 

6. ทรัมป์เองก็คงไม่มีเวลาไปสนุกที่ไหนอีกแล้ว ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง 

ไหนจะปัญหาอิหร่าน ที่จะทยอยเข้ามาให้แก้ไขปัญหาอยู่ตลอดเวลา ไหนจะการเมืองภายในที่มีคนทั้งในสภาและนอกสภาไม่เห็นด้วยกับปฏิบัติการครั้งนี้มากมาย  ..เหนื่อยแน่ครับ

▪️ดังนั้น “ การปลุกม็อบ ที่ CIA และ MOSSAD เลี้ยงไว้ในอิหร่าน เพื่อล้มระบอบการปกครองของอิหร่านแบบในปัจจุบันให้สำเร็จ ให้ได้ภายในเวลาที่เร็วมากๆ จึงเป็นทางลงทีดีที่สุดของทรัมป์ ในตอนนี้ แต่มีทางที่ดีกว่านี้ คือ ทั้งสหรัฐฯ และ อิหร่าน หันพูดคุยกันเสีย ก็จะได้ทางลงทั้งคู่ครับ (ทรั้มป์อ้างว่า ผู้นำคนใหม่ของอิหร่านติดต่อมาขอคุย แต่ทางอิหร่านประกาศชัดเจนว่า ไม่คุย แก้แค้นอย่างเดียว)

ถ้าทำไม่สำเร็จ ทรัมป์ อาจจะต้องเสียหน้า และ เสียสถานภาพของการเป็นประธานาธิบดีที่รักสันติภาพ ไปพร้อมๆกัน  เรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆครับ 

ดร.กอบศักดิ์ ชี้ น้ำมันโลกส่อวิกฤต! หลังอิหร่านประกาศห้ามผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ

ดร.กอบศักดิ์ ชี้ น้ำมันโลกส่อวิกฤต! หลังอิหร่านประกาศห้ามผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ

ดร.กอบศักดิ์ ชี้ น้ำมันโลกส่อวิกฤต! หลังอิหร่านประกาศห้ามผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.35 น.

วันที่ 2 มีนาคม 2569 ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า สิ่งที่น่ากังวลใจสุด … ช่องแคบ Hormuz และราคาน้ำมัน !!!
เมื่อเช้า การปรับตัวของสินทรัพย์ต่างๆ  เป็นไปอย่างไม่ตกใจ ไม่ panic หุ้น ตกตอนเปิดตลาด แล้วยืนได้ ลดลงประมาณ -2% ในตลาดต่างๆ ทอง ขึ้นมาอยู่ที่ใกล้ๆ 5,400 จะมีก็เพียง ราคาน้ำมันโลก ที่น่ากังวล

เพราะเมื่อเช้า ขึ้นไปที่ 75 ดอลล่าร์ต่อบาเรล +10% ก่อนที่จะย่อมา ล่าสุดค่อยๆ ไต่ระดับไปที่ 72 ดอลล่าร์ต่อบาเรล +7.5% ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะช่องแคบ Hormuz มีความสำคัญมาก ทุกวันมีน้ำมันออกมาจากจุดนี้ 20 ล้านบาเรล หรือ 20% ของตลาดโลก

ล่าสุด อิหร่าน ประกาศว่า “ห้ามผ่าน” และเมื่อมีเรือไม่เชื่อฟัง จึงได้ยิงเรือดังกล่าว ทำให้ล่าสุด เรือต่างๆ จึงหยุดการผ่านช่องแคบดังกล่าว ถ้าจุดนี้ ไม่ได้รับการคลี่คลาย  ถูกสกัดจากอิหร่าน ตลาดน้ำมันโลก จะได้รับผลกระทบ ราคาน้ำมันโลกจะพุ่งสูงขึ้น สร้างเงินเฟ้อ กระเทือนไปยังทุกประเทศ เหมือนช่วงสงครามรัสเซีย ยูเครน มาตามกันครับ ว่าจะเกิดอะไรต่อไป เพราะช่องแคบ Hormuz ไม่กว้างมาก 50 กิโลเมตร มีทางเดินเรือเข้ากว้าง 3 กิโลเมตร ทางเรือออกกว้าง 3 กิโลเมตร Buffer Zone อีก 3 กิโลเมตร

จากมุมอิหร่านที่มีภูเขาใกล้ๆ สามารถโจมตีได้ทุกลำที่ผ่าน ถ้ายังโดนโจมตี ต่อไปบริษัทประกันขึ้นค่าประกันภัย เรือก็ยากที่จะดำเนินการต่อได้ ก็จะกระเทือนถึงทุกคนทันที นับเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจสุด ในช่วงนี้ !!!

#Iran #War #OilPrices 

ขอขอบคุณภาพจาก NYT ให้เห็นว่า จำนวนเรือที่แล่นผ่านช่องแคบได้ลดลงมากมาก !!!

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ปิดช่องแคบฮอร์มุซ อิหร่านยกระดับสงคราม ขู่ถล่มฐานทัพสหรัฐฯ

กมธ.พัฒนาการเมือง สว. ผนึก สมชัย นัด 4 มี.ค.จัดจำลองเลือกตั้งท้าพิสูจน์บัตรบาร์โค้ดไม่ลับ

กมธ.พัฒนาการเมือง สว. ผนึก สมชัย นัด 4 มี.ค.จัดจำลองเลือกตั้งท้าพิสูจน์บัตรบาร์โค้ดไม่ลับ

กมธ.พัฒนาการเมือง สว. ผนึก สมชัย นัด 4 มี.ค.จัดจำลองเลือกตั้งท้าพิสูจน์บัตรบาร์โค้ดไม่ลับ

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.26 น.

กมธ.พัฒนาการเมือง สว. เดินเกมผนึก สมชัย นัด 4 มี.ค. จัดจำลองเลือกตั้ง ท้าพิสูจน์ บัตรบาร์โค้ด ไม่เป็นความลับ ดึงทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ยันไร้ธงการเมือง แค่จับตาโปร่งใสหรือไม่

เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา พร้อมด้วยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และทีมงาน ได้สำรวจพื้นที่การจัดการเลือกตั้งจำลองเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด รวมถึงมีการติดตั้งคูหาไว้ภายในห้องรับรองสมาชิกบริเวณชั้น2 อาคารรัฐสภา จากนั้นได้มาแถลงข่าวร่วมกัน

โดยนายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ทางกรรมาธิการฯ จะเริ่มประชุมในเวลา 13.00 น. จากนั้นในเวลา 13.30 น. จะได้มีการสาธิตการเลือกตั้งจำลองดังกล่าวเพื่อพิสูจน์ว่าบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดสื่อถึงผู้ลงคะแนนได้จริงหรือไม่ และเมื่อ ผลการเลือกตั้งไม่เป็นความลับจะต้องทำอย่างไรต่อไป อย่างไรก็ตาม ทางกรรมาธิการได้เชิญผู้สังเกตการณ์มาอย่างหลากหลายทั้งทูตจาก 7 ประเทศ นักกฎหมายระดับประเทศ อาทิ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี และ กกต. รวมถึงช่างภาพของสื่อออนไลน์(Spacebar) ซึ่งเป็นผู้ที่ กกต. ดำเนินคดีมาร่วมพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้วย ยืนยันว่าการพิสูจน์ครั้งนี้ไม่ได้มีประเด็นทางการเมือง ในเชิงวิทยาแต่เป็นการพิสูจน์ในเชิงวิชาการและหลักวิทยาศาสตร์ ว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเป็นความลับหรือไม่

ด้านนายสมชัย กล่าวว่า ขอบคุณวุฒิสภาที่เปิดโอกาสให้ใช้พื้นที่สภาเป็นเครื่องมือในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในกระบวนการเลือกตั้ง ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าใครผิดหรือใครถูก ไม่ใช่ว่าการเลือกตั้งมีปัญหาอย่างไร แต่ทำให้เห็นว่าการออกแบบบัตรเลือกตั้งที่ใส่บาร์โค้ด และสามารถสแกนตรวจสอบย้อนไปถึงต้นขั้วได้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เรียงกันเป็นซีเรียลนัมเบอร์ มองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่อันตราย ส่วนขั้นตอนการนับคะแนนจะมีทีมวิเคราะห์ ที่มาจากประชาชน แต่ตนไม่ทราบว่าจะมาครบหรือไม่ เพราะมีความเกรงกลัวกับการจัดสถานการณ์การเลือกตั้ง 

นายสมชัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ทีมวิเคราะห์จะต้องถอดรหัสเอง โดยดูจากการนับคะแนน ถ่ายรูปบัตรเลือกตั้ง แต่ไม่ได้บอกว่าให้ถอดรหัสอย่างไร เพื่อดูว่าแต่ละทีมถอดรหัสได้ถูกต้องหรือไม่ว่าตัวแทนที่เข้าไปใช้สิทธิ์เลือกอะไร และสุดท้ายจะมีการเฉลยว่ากระบวนการถอดรหัสทำอย่างไร โดยเราตั้งเป้าหมายว่าจะถูกต้อง 100% ดังนั้น นี่คือจุดอ่อนที่โอกาสข้างหน้ากกต. ต้องไม่ทำแบบนี้แล้ว ไม่ควรต้องมีบาร์โค้ดที่ออกแบบเป็นตัวเลข สืบหาต้นตอได้ 

ขณะที่นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม 1 ในบุคคลที่ถูก กกต.ฟ้องดำเนินคดี กล่าวว่า จากความตั้งใจในการตรวจสอบกระบวนการ เมื่อเห็นว่ามีความเสี่ยงที่ทำให้การลงคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นความลับที่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครกาอะไร ซึ่งหากการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา มีคนทราบก่อนและนำไปทุจริตก็เป็นความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น โดยเน้นย้ำว่าการตรวจสอบพยายามให้เห็นถึงความเสี่ยงการทุจริตเลือกตั้ง 

“ยืนยันว่าการดำเนินการตรวจสอบไม่ได้ตั้งธงว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างไร เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ขอให้ทุกคนเปิดใจตรวจสอบและร่วมพิจารณาว่าจะพัฒนาสิ่งเหล่านี้ทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม สุจริตเที่ยงธรรม และช่วยรักษาเสียงของประชาชนด้วยความปลอดภัยของประชาชนทุกคน” นายธรรม์ธีร์ กล่าว

องอาจ ถามโพลสำรวจปชช.ตรงส่วนไหน ที่บอกไม่อยากให้ กล้าธรรม ร่วมรบ. ย้ำไม่มีงูเขียว

องอาจ ถามโพลสำรวจปชช.ตรงส่วนไหน ที่บอกไม่อยากให้ กล้าธรรม ร่วมรบ. ย้ำไม่มีงูเขียว

องอาจ ถามโพลสำรวจปชช.ตรงส่วนไหน ที่บอกไม่อยากให้ กล้าธรรม ร่วมรบ. ย้ำไม่มีงูเขียว

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.02 น.

องอาจ เมินโพล ถามสำรวจปชช.ตรงส่วนไหน ที่บอกไม่อยากให้ กล้าธรรม ร่วมรัฐบาล มั่นใจพรรคกล้าธรรมรักกัน อบอุ่น ไม่มีงูเขียว 

จากกรณีผลสำรวจของนิด้าโพล สำรวจความคิดเห็นของประชาชน ว่า หาก 4 พรรค ได้แก่ เพื่อไทย, ประชาชน, พรรคประชาธิปัตย์ และกล้าธรรม ร่วมรัฐบาลกับ พรรคภูมิใจไทย  ซึ่งผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในส่วนของพรรคกล้าธรรม 64.35% เห็นว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย  34.05% ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย  และ 1.60 % ไม่ตอบ/ไม่สนใจ นั้น 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มี.ค.2569 นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า โพลก็คือโพล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในส่วนของพรรคกล้าธรรม โดยส่วนตัวตนอยู่พรรคกล้าธรรม เราก็อยู่ด้วยกันและพูดคุยกันตลอด แต่ประเด็นหลักสำคัญก็เป็นเรื่องของผู้ใหญ่และกรรมการบริหารพรรค แต่ในเรื่องของการทำงาน ตนในฐานะผู้แทนราษฎรอะไรดีที่สุดต่อพี่น้องประชาชนก็ได้หมด ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็ไม่มีปัญหาก็ทำงานได้อย่างดี  ถ้าเป็นฝ่ายค้านก็ต้องเข้มแข็ง เป็นฝ่ายรัฐบาลก็ต้องเข้มแข็งประเทศไทยก็ไปได้ ถ้าฝ่ายค้านอ่อนแอก็ไม่โอเค หรือถ้ารัฐบาลอ่อนแอประเทศก็ไม่โอเค ถ้าสองระบบนี้เข้มแข็งจึงจะดีที่สุด  แต่โดยส่วนตัวตนอยู่ตรงไหนก็ได้ 

“ส่วนที่ประชาชนเชียร์ให้พรรคกล้าธรรมไม่เข้าร่วมรัฐบาลนั้น ผมก็ไม่เข้าใจว่าโพลล์ไปสอบถามประชาชนตรงส่วนไหน  เพราะบางพื้นที่ก็บอกว่าอยากให้พรรคกล้าธรรมเป็นรัฐบาล เพราะทำดีทำได้ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี  บางพื้นที่หรือจากที่ผมฟังสื่อกระแส ก็บอกว่าอยากให้พรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้านจะได้ตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างเข้มแข็ง ดังนั้น จึงมีความเห็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งก็อยากให้พรรคมาเป็นรัฐบาล อีกฝ่ายหนึ่งที่อยากให้พรรคเป็นฝ่ายค้านจะทำงานได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะท่านธรรมนัสที่ดูแลกระทรวงเกษตรฯ  จะเห็นได้ว่าท่านทำงานถึงลูกถึงคน จึงอยากให้มาลุยงานด้านการเกษตร ซึ่งก็เป็นที่คาดหวังของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ แต่เขาก็มั่นใจอีกว่าถ้าเป็นฝ่ายค้านความถึงลูกของคนตรงนี้จะสามารถตรวจสอบได้อย่างดี ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม ของประเทศชาติ จึงอยากให้พรรคกล้าธรรมยืนได้ทั้งสองฝั่ง ส่วนจะอยู่ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่และกรรมการบริหารพรรคจะตัดสินใจ ส่วนเรื่องงูเขียวในพรรคกล้าธรรมก็ไม่มี เป็นเรื่องคุยกันเล่นสนุกมากกว่า เรามาด้วยกัน รักกัน อบอุ่น ขณะนี้ก็รอให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)รับรองเสร็จแล้ว พวกเราก็พร้อมที่จะตามไปกับผู้บริหารพรรค คาดว่าในวันที่ 5 มี.ค. นี้ ทางพรรคกล้าธรรมอาจจะไปรายงานตัวพร้อมกันที่รัฐสภาฯ“

พูดแล้วกลับคำไม่ได้ ชัชชาติ รอตัดสินใจวันสุดท้าย ลงผู้ว่าฯ กทม.อีกหรือไม่?

พูดแล้วกลับคำไม่ได้ ชัชชาติ รอตัดสินใจวันสุดท้าย ลงผู้ว่าฯ กทม.อีกหรือไม่?

พูดแล้วกลับคำไม่ได้ ชัชชาติ รอตัดสินใจวันสุดท้าย ลงผู้ว่าฯ กทม.อีกหรือไม่?

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.59 น.

“ชัชชาติ”เผยยังไม่รีบ “พูดแล้วกลับคำไม่ได้” รอตัดสินใจวันสุดท้ายลง”ผู้ว่าฯ กทม.”อีกสมัย ขอไม่ชี้แจงปมวิจารณ์งานผู้ว่าฯ 4 ปี เคารพทุกเสียงมีทั้งคนชอบไม่ชอบ ปชช.ตัดสินใจเอง

2 มีนาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในครั้งต่อไป ว่า จริงๆ ยังไม่รีบตัดสินใจ แต่ก็ได้มีการคิดว่าถ้าจะลงต่อจะมีนโยบายอะไรบ้าง ที่เป็นเรื่องสำคัญ ให้มีความชัดเจน ซึ่งถ้าตกผลึกแล้วก็จะมีคำตอบให้กับประชาชน รวมถึงได้มีการพูดคุยกับคณะทำงานไว้บ้างว่า การจะเป็นผู้ว่าฯ กทม.สมัยหน้า มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ที่จะต้องคิดพัฒนานโยบาย ซึ่งตอนนี้ขอทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุดก่อน ยังไม่ถึงเวลาที่จะบอกว่าลง หรือไม่ลง เพราะอาจจะทำให้เกิดความไขว้เขว ว่างานที่ทำเพื่อหาเสียงหรือเปล่า ดังนั้น จึงขอโฟกัสงานที่ทำในปัจจุบันก่อน

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ยังไม่ต้องรีบ เพราะถ้าพูดไปแล้วก็จะกลับคำไม่ได้ เพราะคำพูดคือนายเรา ถ้ามีข้อไม่จำเป็นอะไรก็ไม่ต้องพูด เราอยากให้มีความแน่ใจในสิ่งที่พูดออกไปร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญจะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ติดตัวเราด้วย เพราะถ้าบอกไม่ลงแล้วมาลงก็เหมือนกลับไปกลับมา วันนี้ก็ได้คิดนโยบายแล้วคุยกับทีมงานไว้แล้ว ว่าใครมีอะไรที่อยากจะทำต่อหรือไม่ มีใครบ้างที่จะร่วมงานกับเรา พวกเขาอยากจะเห็นอะไรในอนาคต และถ้าเราจะลง ก็ต้องเตรียมตัว เพราะเป็นงานใหญ่ จะมีทั้งสานต่อนโยบายเดิมและเพิ่มนโยบายใหม่ ในอีก 4 ปีข้างหน้ามีความสำคัญมาก เพราะโลกเปลี่ยนแปลงเยอะ ถ้าเราไม่ทันโลก กรุงเทพฯ ก็จะเสียโอกาส จึงต้องมั่นใจว่าเราจะเสนอสิ่งที่ดีให้กับคนกรุงเทพฯ

“ผมคิดว่าวันที่หมดวาระวันสุดท้ายจะเป็นวันที่ตัดสินใจ เพราะถ้าพูดไปก่อนก็ไม่ได้ทำให้ประชาชนตัดสินใจได้ทันที และประชาชนก็ต้องดูข้อมูลจากผู้สมัครทุกคน และต้องรอดูนโยบายไปถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ถ้าลงสมัครก็ไม่ลงในนามพรรคการเมืองอยู่แล้ว จะลงแบบผู้สมัครอิสระ” นายชัชชาติ กล่าว

สำหรับกรณีที่ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.วิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานในระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.น้้น นายชัชชาติ กล่าวว่า สำหรับตนแล้วเคารพทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ในระบอบประชาธิปไตย มีทั้งคนที่ทั้งชอบและไม่ชอบ ตนเชื่อว่าไม่สามารถไปเปลี่ยนใจใครได้ ก็คงไม่ชี้แจงอะไร เพราะคิดว่าประชาชนตัดสินใจได้

เมื่อถามว่า การเมืองใหญ่มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจลงสมัคร ผู้ว่าฯ กทม.ต่ออีกหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า การเมืองใหญ่ไม่มีส่วนที่ทำให้ตนต้องตัดสินใจเลย เพราะเราทำงานกับทุกคนได้ อยู่ตรงนี้ ก็ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว เพราะเป็นเพียงหน่วยงานท้องถิ่นหน่วยงานหนึ่ง เราไม่สามารถไปเลือกคนที่มากำกับดูแลเราได้ เราต้องทำงานกับทุกคนถ้าเกิดเรามี นโยบายที่ดีพอเชื่อว่าทุกคนก็พร้อมจะร่วมมือกับเรา ขณะที่โจทย์ที่จะต้องนำมาคิดอีกเรื่องคือ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ว่าอนาคตจะมีการสนับสนุนใครหรือไม่ ที่ผ่านมามีคนที่ทำงานด้วยแล้วความสบายใจหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องนำมาตัดสินใจ

พิพัฒน์ เผยสายการบินดูแลนักท่องเที่ยวตกค้างในประเทศ ชี้การบินไทยกระทบน้อย

พิพัฒน์ เผยสายการบินดูแลนักท่องเที่ยวตกค้างในประเทศ ชี้การบินไทยกระทบน้อย

พิพัฒน์ เผยสายการบินดูแลนักท่องเที่ยวตกค้างในประเทศ ชี้การบินไทยกระทบน้อย

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.13 น.

พิพัฒน์ เผยสายการบินดูแลนักท่องเที่ยวตกค้างในประเทศ ขณะที่ เอโอที คอยอำนวยความสะดวก เชื่อการบินไทยไม่ได้รับผลกระทบ เหตุมีเที่ยวบินไปตะวันออกกลางน้อย

เมื่อเวลา 13.25 น. วันที่ 2 มี.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลผู้โดยสารที่ตกค้างอยู่ในประเทศไทย ที่ไม่สามารถเดินทางไปยังประเทศตะวันออกกลางได้ว่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่ตกค้างทางสายการบินมีการดูแลอยู่ และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอโอที ได้คอยอำนวยความสะดวกให้ ดังนั้นในส่วนนี้เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับผู้โดยสารที่ตกค้าง

เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้สายการบินทุกสายเป็นผู้ดูแลอยู่ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สายการบินทุกสายที่ผู้โดยสารซื้อตั๋วไว้ได้มีการดูแลอยู่ แต่ส่วนใหญ่ขณะนี้เลือกที่จะเดินทางกลับเข้ามาในเมือง เชื่อว่าคงไม่มีอะไร แต่หากมีขอให้รอนายกรัฐมนตรีแถลงจะดีกว่า   

เมื่อถามถึงการปิดน่านฟ้าพื้นที่ตะวันออกกลาง มีการติดตามสถานการณ์เรื่องนี้อย่างไร และจะต้องมีการบินอ้อมหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องบินอ้อมขึ้น ส่วนประเทศที่ปิดน่านฟ้าซึ่งเราไม่สามารถเดินทางผ่านไปได้ แต่สำหรับสายการบินโดยเฉพาะการบินไทย เราไม่ได้ติดขัดในส่วนนี้ เพราะเที่ยวบินของการบินไทยที่บินไปตะวันออกกลางมีน้อยอยู่แล้ว    

เมื่อถามถึงการเดินเรือสินค้า หากต้องเดินทางอ้อมจะต้องมีต้นทุนเพิ่มมากขึ้น จะมีการประสานเพื่อดูแลเรื่องนี้อย่างไร นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องของเรือสินค้าต้องรออีกหน่อย แต่ถ้าเป็นเรื่องของพลังงานที่เรือจะต้องเดินผ่านช่องแคบฮอร์มุซก็มีปัญหาบ้าง ขึ้นอยู่กับสงครามจะยืดเยื้อหรือไม่ ดังนั้นขอให้รอนายกรัฐมนตรีแถลงทีเดียว