อย่าเพิ่งแชร์ ข่าวต่อใบอนุญาตแรงงานกัมพูชา 2 แสนคน ยันยังไม่มีมติ เป็นเพียงข้อเสนอ

อย่าเพิ่งแชร์ ข่าวต่อใบอนุญาตแรงงานกัมพูชา 2 แสนคน ยันยังไม่มีมติ เป็นเพียงข้อเสนอ

อย่าเพิ่งแชร์ ข่าวต่อใบอนุญาตแรงงานกัมพูชา 2 แสนคน ยันยังไม่มีมติ เป็นเพียงข้อเสนอ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.23 น.

14 พฤษภาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าตามที่มีการแชร์ข้อมูลทางออนไลน์เกี่ยวกับการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานกัมพูชากว่า 200,000 คนที่ยังอยู่นอกระบบนั้น เป็นเพียงข้อเสนอของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่สะท้อนความต้องการแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการจริงของภาคการผลิต ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงแรงงานนำไปพิจารณาอย่างรอบด้านและรอบคอบ ขอย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีการอนุญาตหรือมีมติใดๆในเรื่องดังกล่าว ตามที่มีการเผยแพร่ไป.

พบปลาหมอคางดำพัทยาแค่ชั่วคราว วัชระพล มั่นใจไม่กระทบนิเวศทางทะเล

พบปลาหมอคางดำพัทยาแค่ชั่วคราว วัชระพล มั่นใจไม่กระทบนิเวศทางทะเล

พบปลาหมอคางดำพัทยาแค่ชั่วคราว วัชระพล มั่นใจไม่กระทบนิเวศทางทะเล

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.50 น.

“วัชระพล ”ยอมรับกรมประมงรายงานพบปลาหมอคางดำบริเวณชายหาดพัทยาจริง บอกเป็นการกระจายตัวชั่วคราวตามกระแสน้ำจืดในช่วงฤดูฝน มั่นใจไม่กระทบระบบนิเวศทางทะเลและวิถีชีวิตชาวประมงชายฝั่ง

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังสั่งการให้กรมประมงเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่มีประชาชนรายงานว่าพบปลาหมอคางดำบริเวณชายหาดพัทยา จังหวัดชลบุรีนั้น ว่ากรมประมงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และพบว่าพบปลาหมอคางดำจริงในบริเวณดังกล่าว แต่ในส่วนที่สังคมมีความกังวลว่าการพบปลาหมอคางดำในพื้นที่ดังกล่าวจะทำให้ ระบบนิเวศทางทะเล และวิถีชีวิตชาวประมงชายฝั่งจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงหรือไม่นั้น ได้รับการยืนยันจากกรมประมงแล้วว่า สถานการณ์ยังสามารถควบคุมได้ 

วัชระพล

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างน้ำกร่อยกับน้ำเค็มซึ่งมีการพบปลาชนิดดังกล่าวในพื้นที่นั้นอยู่แล้ว แต่เนื่องด้วยในช่วงนี้มีฝนตกทำให้น้ำจืดไหลลงสู่ทะเล ที่อาจเป็นปัจจัยเอื้อต่อการกระจายตัวของปลา ประกอบกับโดยธรรมชาติของปลาหมอคางดำไม่สามารถดำรงชีวิตหรือแพร่พันธุ์ในน้ำเค็มจัดได้ ซึ่งจะเป็นการจำกัดบริเวณให้อยู่เพียงแหล่งน้ำเดิมหรือต้องกลับไปที่น้ำกร่อย จึงเชื่อว่าจะไม่มีการแพร่กระจายลงสู่ทะเลน้ำลึกตามที่สังคมมีความกังวล พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่พบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำเพิ่มเติมในพื้นที่อื่น โดยพบเพียงใน 17 จังหวัดตามที่กรมประมงเคยได้รายงานไปแล้วเท่านั้น

ส่วนแนวทางการจัดการปลาหมอคางดำ รัฐบาลยังคงมุ่งเน้นในการกำจัดควบคู่กับการใช้ประโยชน์โดยมีแนวทางในการส่งเสริมให้มีการนำปลาหมอคางดำมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าและรายได้แก่ประชาชน  และยังคงมีมาตรการทางชีวภาพด้วยการส่งเสริมการเลี้ยงปลากระพงซึ่งเป็นปลานักล่าตามธรรมชาติที่จะช่วยกำจัดปลาหมอคางดำได้ ทั้งนี้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการดำเนินการผลักดันทุกมาตรการให้เกิดความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

กำจัดให้สิ้นซาก! นายกฯ เรียก บิ๊กต่าย-บิ๊กก้อง เข้าทำเนียบฯ จี้เร่งสางปัญหานอมินีสวมสิทธิ์ที่ดิน

กำจัดให้สิ้นซาก! นายกฯ เรียก บิ๊กต่าย-บิ๊กก้อง เข้าทำเนียบฯ จี้เร่งสางปัญหานอมินีสวมสิทธิ์ที่ดิน

กำจัดให้สิ้นซาก! นายกฯ เรียก บิ๊กต่าย-บิ๊กก้อง เข้าทำเนียบฯ จี้เร่งสางปัญหานอมินีสวมสิทธิ์ที่ดิน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.38 น.

นายกฯ เรียก บิ๊กต่าย-บิ๊กก้อง เข้าทำเนียบฯ จี้เร่งสางปัญหานอมินีสวมสิทธิ์ที่ดิน ขยายอิทธิพล กำชับจัดการให้สิ้นซาก

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)  และพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผบ.ตร. เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์

ต่อมาเวลา 13.50 น.พล.ต.ท.จิรภพ เปิดเผยว่า นายกฯ ได้เรียกหน่วยงานมากำชับเรื่องการปราบปรามชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมาย ทั้งหาดฟรีด้อม จ.ภูเก็ต และเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมสั่งการให้จัดการอย่างสิ้นซาก 

“นายกฯ อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กฎหมายในการจัดการและดูแลสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหาดฟรีด้อม และเกาะพะงัน ที่มีนอมินีต่างชาติ ซึ่งการทำงานจะนำโดยพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. รวมถึงทีมงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ช่วยกันปราบปรามอย่างจริงจัง โดยนายกฯ ย้ำว่าจะต้องจัดการให้สิ้นซาก

เมื่อถามว่า ได้มีการหารือถึงมาตรการด้านวีซ่าด้วยหรือไม่ พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า มีบ้าง เพราะถือเป็นนโยบายภาพใหญ่ในการแก้ไขปัญหา ซึ่งขณะนี้นายกรัฐมนตรี กำลังดำเนินการอยู่ โดยในรายละเอียด เป็นเรื่องที่ผบ.ตร.  และรองผบ.ตร. ได้มีการพูดคุยรายละเอียดกันอยู่ตลอด

โรม ขู่เอาผิด ม.157 รมว.ยุติธรรม ปมสางเครือข่ายสแกมเมอร์ ฮุ่ยวัน-ฮุน โต ไร้คืบหน้า

โรม ขู่เอาผิด ม.157 รมว.ยุติธรรม ปมสางเครือข่ายสแกมเมอร์ ฮุ่ยวัน-ฮุน โต ไร้คืบหน้า

โรม ขู่เอาผิด ม.157 รมว.ยุติธรรม ปมสางเครือข่ายสแกมเมอร์ ฮุ่ยวัน-ฮุน โต ไร้คืบหน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.35 น.

‘โรม’ ขู่เอาผิด ‘รมว.ยุติธรรม’ ละเว้นม.157 สางเครือข่าย ’ฮุ่ยวัน-ฮุน โต‘ โยงสแกมเมอร์-ฟอกเงิน ไร้คืบหน้า ด้าน ’รุทธพล‘ รับเจอข้อจำกัดไม่ได้รับร่วมมือจาก ’กัมพูชา‘ เผยเตรียมตั้งคกก.ปราบปรามเรื่องนี้
  
14พ.ค.2569 เมื่อเวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ของนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งถามนายกรัฐมนตรี เรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ และการฟอกเงินของเครือข่ายบริษัทฮุ่ยวัน ซึ่งนายกฯ ได้มอบหมายพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นผู้มาตอบชี้แจง

รังสิมันต์ โรม

โดยนายรังสิมันต์ กล่าวว่า การฟอกเงินของบริษัท ฮุ่ยวัน เชื่อมโยงทุนเทาในกองทุนCAI อยากได้คำตอบความคืบหน้าคดีนายเบน สมิธที่ได้ออกหมายจับแล้ว มีการออกหมายแดงนำไปสืบต่อในอินเตอร์โพลหรือไม่ และจะขยายผลถึงนักการเมืองในประเทศไทยอย่างไร เพราะผ่านไป 9 เดือน ไม่มีความคืบหน้าขยายผลอายัดทรัพย์ การอ้างว่า นายฮุน โต หลานสมเด็จฮุนเซน เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทนี้ ได้ออกหมายจับดำเนินคดีหรือไม่ 

ด้าน รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า การดำเนินคดีเครือข่ายนายเบนสมิธ และฮุ่ยวัน เพย์ มีความเชื่อมโยงนายยิม เลียก เป็นเครือข่ายเดียวกัน การดำเนินคดีบริษัท ฮุ่ยวัน เป็นการดำเนินการของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ปอท.) เบื้องต้นยึดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหา 46 ล้านบาท ได้ส่งฟ้องต่ออัยการแล้ว คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอาญา ข้อจำกัดคดีนี้คือกัมพูชาไม่ร่วมมือส่งข้อมูลผู้ถือหุ้นฮุ่ยวันที่ตั้งอยู่ที่กัมพูชาให้ปอท. จึงติดตามรายละเอียดไม่ได้เท่าที่ควร ส่วนนายฮุน โตที่เป็นผู้ถือหุ้นนั้น หลักฐานที่จะนำมาพูดในสภาฯได้ ต้องมีข้อมูลยืนยันรองรับได้ รัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการปราบปรามเรื่องนี้ จะประสานงานหน่วยงานขอข้อมูลจากสมาชิกต่อไป 

รมว.ยุติธรรม

ทั้งนี้นายรังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เกรงว่า หากรัฐมนตรีทราบว่า นายฮุน โต เป็นผู้ถือหุ้นฮุ่ยวัน  แต่ไม่เอาผิด อาจเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หากรัฐมนตรีรู้แต่ไม่ทำ ก็พร้อมเอาจริงเรื่องนี้แน่นอน

พิสูจน์ดีเอ็นเอ ปลากระป๋องไม่ตรงปก ณัฐชา ส่งแลป สวทช. ข้องใจเป็นปลานิลหรือไม่

พิสูจน์ดีเอ็นเอ ปลากระป๋องไม่ตรงปก ณัฐชา ส่งแลป สวทช. ข้องใจเป็นปลานิลหรือไม่

พิสูจน์ดีเอ็นเอ ปลากระป๋องไม่ตรงปก ณัฐชา ส่งแลป สวทช. ข้องใจเป็นปลานิลหรือไม่

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.23 น.

‘ณัฐชา’ ส่งแลป สวทช. ตรวจปลากระป๋องไม่ตรงปกพิสูจน์ดีเอ็นเอหลังข้องใจเป็นปลานิลหรือไม่

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบปลากระป๋อง ว่า ได้มีการส่งตัวอย่างปลากระป๋อง ที่เก็บมาจากท้องตลาด จำนวน 2 กระป๋อง 2 ยี่ห้อ ส่งไปตรวจทางห้องแลป ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อพิสูจน์สายพันธ์ปลาที่นำมาทำปลากระป๋องว่าเป็นปลานิล หรือปลาชนิดอื่น ซึ่งผลยังไม่ออก จริง ๆ มีการประสานไปยังแลปมหาวิทยาลัยเพื่อส่งตรวจด้วย แต่ได้รับแจ้งว่าไม่สามารถตรวจได้ เนื่องจากปลากระป๋องผ่านการต้มมาแล้ว อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบจากแลป สวทช.ออกมาจะมีการแจ้งให้ทราบอีกครั้ง 

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ก่อนหน้านี้ปรากฏว่ามีปลากระป๋องที่ใช้ใช้ปลาชนิดอื่นมาเป็นวัตถุดิบ แต่เขียนฉลากอาหารว่าผลิตจากปลาซาดีน หรือ หรือปลาแมคเคอเรล ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ถือว่าเข้าข่ายเป็นอาหารปลอม อย่างไรก็ตาม ต่อมามีการนำตัวอย่างไปตรวจสอบ ที่กรมประมง ผลการตรวจสอบรายงานว่าปลาที่นำมาเป็นวัตถุดิบนั้นคือปลานิล แต่ยังมีนักวิชาการบางส่วน รวมถึงนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ยังมีข้อสงสัยว่าเป็นปลานิลจริงหรือไม่ จึงได้เก็บตัวอย่างปลากระป๋อง และส่งตรวจในห้องแลป เป็นการตรวจสอบคู่ขนานอีกทางหนึ่ง.

นายกฯ ตั้ง ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าพูดคุยสันติสุขฯ

นายกฯ ตั้ง ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าพูดคุยสันติสุขฯ

นายกฯ ตั้ง ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าพูดคุยสันติสุขฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.19 น.

นายกฯ ลงนามคำสั่งตั้ง ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าพูดคุยสันติสุขฯ ให้อำนาจคุยผู้เห็นต่าง -ประสานผู้อำนวยความสะดวกต่างประเทศ 

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 148/2569 เรื่อง แต่งตั้งหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยที่รัฐบาลมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้นโยบายการบริหาร และการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2568-2570 โดยมุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมในการเสริมสร้างความมั่นคง ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยืน เพื่อให้การขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปอย่างต่อเนื่องอันเป็นการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดเหตุรุนแรง และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาศัยอำนาจตามมาตรา 11(6)และ (5) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้แต่งตั้งนายฐนัตถ์ สุวรรณานท์ เป็นหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Chief of Peace Dialogue” 

ข้อ 2 ให้หัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดขายแดนภาคใต้ มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

(1) ดำเนินการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้กับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐและผู้ก่อเหตุ
รุนแรงตามนโยบาย แนวทาง หรือมาตรการที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี กำหนด 

(2) ประเมินและวิเคราะห์ท่าทีและทัศนคติของกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐและผู้ก่อเหตุรุนแรงรวมทั้งให้ข้อเสนอแนะต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาตกลงใจเชิงนโยบายต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

(3) ประสานงานกับผู้อำนวยความสะดวกในกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ หรือหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชน หรือบุคคลในต่างประเทศ

(4) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน ตลอดจนที่ปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ
หรือมอบหมายบุคคลได้ตามความเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการแล้วให้รายงานต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีทราบ

(5) รายงานผลการปฏิบัติต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ตามห้วงระยะเวลาที่เหมาะสม

(6) ดำเนินการอื่นตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี มอบหมาย

ข้อ 3 ให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่เลขานุการของหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และประกอบกำลังปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

ทั้งนี้ ให้ส่วนราชการสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวอย่างทันท่วงที่ตามที่ได้รับการร้องขอ เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ อาจร้องขอต่อส่วนราชการเพื่อจัดส่งข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ในสังกัดของส่วนราชการไปช่วยปฏิบัติงานของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้ โดยถือว่าเป็นการปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานตามปกติ แล้วแต่กรณี และจะให้ไปช่วยปฏิบัติงานเต็มเวลา บางเวลา หรือนอกเวลาก็ได้

ทั้งนี้ การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นของหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการแล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ 

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 

นายกฯ เรียก รมต.บรีฟบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่พรุ่งนี้

นายกฯ เรียก รมต.บรีฟบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่พรุ่งนี้

นายกฯ เรียก รมต.บรีฟบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่พรุ่งนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.37 น.

นายกฯ เรียก รมต.บรีฟบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่พรุ่งนี้ 

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 14 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย  ได้เรียกรัฐมนตรีขึ้นหารือบนตึกไทยคู่ฟ้า ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน นายไชยชนก ชิดชอบ  รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายวราวุธ ศิลปอาชา.รมว.อุตสาหกรรม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม และนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขณะที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่ติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ จะวีดีโอคอลเข้ามาร่วมประชุม 

โดยเป็นการประชุมเพื่อบรีฟเตรียมการจัดการหารือระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ในงานเปิดเวทีหารือร่วมระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชน ภายใต้หัวข้อ “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ที่ตึกภักดีบดินทร์ในวันที่ 15 พ.ค.ตั้งแต่เวลา 17.00 -20.30 น.

สภาฯเบรกพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน หลัง 135 สส.เข้าชื่อยื่นตีความ-รอศาล รธน.วินิจฉัยใน 60 วัน

สภาฯเบรกพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน หลัง 135 สส.เข้าชื่อยื่นตีความ-รอศาล รธน.วินิจฉัยใน 60 วัน

สภาฯเบรกพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน หลัง 135 สส.เข้าชื่อยื่นตีความ-รอศาล รธน.วินิจฉัยใน 60 วัน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.28 น.

14 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร แจ้งต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท และได้เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้การอนุมัติ ว่า ก่อนที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมนั้น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้นำ สส.เข้าชื่อจำนวน 135 คน ซึ่งไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวน สส.เพื่อขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ว่าพระราชกำหนดฯ ฉบับนี้ ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรค 1 ดังนั้น จึงต้องรอการบรรจุพระราชกำหนดฯ ฉบับนี้ เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยแล้วเสร็จ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173

ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่อง และให้ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งคำวินิจฉัยนั้นไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราชกำหนดใดไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ให้พระราชกำหนดนั้นไม่มีผลใช้บังคับมาแต่ต้น ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า พระราชกำหนดใดไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หรือ ณ ปัจจุบันคือไม่น้อยกว่า 6 เสียง จากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งหมด 9 เสียง

กรุณพล เทียนสุวรรณ รายงานตัวเป็นสส. หลัง ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ลาออก

กรุณพล เทียนสุวรรณ รายงานตัวเป็นสส. หลัง ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ลาออก

กรุณพล เทียนสุวรรณ รายงานตัวเป็นสส. หลัง ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ลาออก

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.13 น.

กรุณพล เทียนสุวรรณ รายงานตัวเป็นสส. หลัง ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ลาออก

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แทนตำแหน่งที่ว่างตามประกาศสภาผู้แทนราษฎร ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องผลการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ 4 มี.ค.2569 ซึ่งได้ประกาศให้ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคประชาชนลำดับที่ 18 ได้รับเลือกตั้งเป็นสส. นั้น บัดนี้ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสส. ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค. 2569 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงประกาศให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.แทน 

จากนั้นในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้ให้ นายกรุณพล กล่าวปฎิญาณตนในการทำหน้าที่ สส.   

ส่งผลให้ปัจจุบันมี สส.ปฎิบัติหน้าที่ จำนวน 500 คน โดยองค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ 250 คน

รมช.มท.ตอบกระทู้สด โตโต้ ยันคดี หมิง ซัน ไร้ตัดตอน จ่อตั้งเป็น คดีพิเศษ

รมช.มท.ตอบกระทู้สด โตโต้ ยันคดี หมิง ซัน ไร้ตัดตอน จ่อตั้งเป็น คดีพิเศษ

รมช.มท.ตอบกระทู้สด โตโต้ ยันคดี หมิง ซัน ไร้ตัดตอน จ่อตั้งเป็น คดีพิเศษ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.47 น.

รมช.มหาดไทย แจงกระทู้สด เผยพรุ่งนี้ ตร. เตรียมออกหมายจับ จนท.รัฐ เอี่ยว หมิง ซัน ยันรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ถือเป็นเรื่องใหญ่ ไร้ตัดตอน จ่อตั้งเป็น คดีพิเศษ

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผูัแทนราษฎน ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ของนายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งถามกรณีการจับกุมนายหมิง เฉิน ซัน สัญชาติจีน ครอบครองอาวุธสงคราม หลังจากที่ขยายผลการจับกุมจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่ใช่จากการสืบทราบของหน่วยงานความมั่นคง ทั้งนี้รัฐบาลยอมรับหรือไม่ว่าเป็นความล้มเหลวของการข่าวหน่วยงานรัฐ เป็นความล้มเหลวของหน่วยงานความมั่นคง 

ด้านนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงว่า เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น ได้ย้อนรอยผู้ต้องหา ตรวจสอบการเข้า-ออก จำนวน 5-6 ประเทศในหลายทวีป และได้สอบถามว่าเป็นผู้ก่อการร้าย หรือก่อเหตุรุนแรงในประเทศใดหรือไม่ซึ่งไม่พบ ทั้งนี้ในข่าวกรองหากมีบุคคลที่จะเข้ามาก่อการร้าย ต้องมีข้อมูลบ่งชี้ แต่ผู้ต้องหารายดังกล่าวไม่พบ ที่ถามว่าล้มเหลวหรือไม่ ตนไม่ขอใช้คำว่าล้มเหลว แต่อาจมีช่องว่างที่ไม่ได้บูรณาการอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย กำชับให้รูรั่ว รอยต่อระหว่างหน่วยงานเกิดน้อยที่สุด ข้อมูลบ่งชี้ว่าหากต้องการก่อเหตุร้ายแรง เป้าต้องชัดเจนที่มาที่ไป หน่วยงานความมั่นคงได้ค้นข้อมูลทุกอย่างที่จับต้องได้ และคนใกล้ชิด ตรวจร่องรอยทุกอย่าง แต่ไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลถึงจุดอื่น

นายปิยรัฐ ตั้งคำถามด้วยว่า จากเหตุการณ์รุนแรงที่เกิด ทั้งกรณีการยิงอดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา เมื่อต้นปี2568 รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดกับนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ มีคนก่อเหตุเป็นทหารเรือและกรณีของนายหมิง เฉิน ซัน คนที่ก่อเหตุเป็นทหารเรือ ทั้งนี้รัฐบาลจะมีมาตรการขยายผลจัดการกับเจ้าหน้าที่รัฐนำอาวุธ หรือ กระจายอาวุธไปยังพื้นที่ต่างๆ อย่างไร และรัฐบาลมีมาตรการอย่างไรเพื่อสร้างศรัทธา ดูแลความปลอดภัยของประชาชน

นายเจเศรษฐ์ ชี้แจงว่า ตนทราบจาก รมว.ยุติธรรม ว่าจะนำคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เพื่อดึงทุกหน่วยงานมาบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยฝ่ายปกครองได้ตรวจสอบถึงต้นตอ ย้ายทะเบียน วันนี้หน่วยปฏิบัติการอยู่ที่อำเภอ และวันพรุ่งนี้จะออกหมายจับ ตั้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในคดีทุกคน โดยภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ นายกฯ กำชับมา ส่วนจะเหมือนกับ 2 คดีก่อนหน้าหรือไม่ ขอเวลาให้กระบวนการพิจารณา หากเรื่องดังกล่าวมีเบื้องหลัง นอกจากผู้ต้องหารายดังกล่าวต้องเปิดเผยและนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมายให้สิ้นสุด เพราะเป็นเรื่องใหญ่ไม่มีใครตัดตอนได้

“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและกฎหมายที่ยังไม่สิ้นสุด ผมพยายามตอบในชุดข้อมูลที่เข้าถึง ยอมรับว่าประชาชนกังวลว่าจะเกิดขึ้น หากเหตุการณ์นี้จบด้วยรูปแบบอื่น วันนี้ได้ตรวจสอบและทางกระทรวงกลาโหม ย้ำถึงการตรวจสอบอาวุธ เครื่องกระสุน พบว่าไม่ได้หลุดออกไป ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กวาดล้างและทลายเรื่องนอมินี รัฐบาลพร้อมดูแลประชาชนในทุกมิติและทุกเรื่อง” นายเจเศรษฐ์ กล่าว