จับตา นายกฯ ถก สมช. รับมือผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลาง

จับตา นายกฯ ถก สมช. รับมือผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลาง

จับตา นายกฯ ถก สมช. รับมือผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลาง

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.56 น.

2 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 10.15 น.ที่ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น 3 สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อหารือถึงการรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม , นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมวคลัง , นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ , พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม , พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) , พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) , พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) , พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) , นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายกฯอนุทิน เยี่ยมให้กำลังใจพลทหารเดชศักดิ์ เหยียบทุ่นบอมบ์ ย้ำไม่ทอดทิ้ง

นายกฯอนุทิน เยี่ยมให้กำลังใจพลทหารเดชศักดิ์ เหยียบทุ่นบอมบ์ ย้ำไม่ทอดทิ้ง

นายกฯอนุทิน เยี่ยมให้กำลังใจพลทหารเดชศักดิ์ เหยียบทุ่นบอมบ์ ย้ำไม่ทอดทิ้ง

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.40 น.

นายกฯอนุทิน ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจพลทหารเดชศักดิ์ ที่เหยียบทุ่นระเบิดขาขาด และให้กำลังใจครอบครัวผู้บาดเจ็บ ย้ำจะไม่ถูกทอดทิ้ง พร้อมดูแลอย่างเต็มที่ ในขณะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายกฯเผยยังมีการเตรียมความพร้อมอยู่แล้วตลอดเวลา อย่างไรก็ตามเราต้องเร่งเก็บกู้ เก็บกวาดทุ่นระเบิดให้หมดไป

1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงพยาบบาลศูนย์สุรินทร์ นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าเยี่ยมพลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดที่ฐานปฏิบิตการเอราวัณ ช่องระยี อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พร้อมให้กำลังใจนางอำคา ตรีคำ แม่ของพลทหารเดชศักดิ์ และญาติๆที่มาคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง

นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้พลทหารดังกล่าวปลอดภัยดี พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ว่าก็สูญเสียขาข้างขวา เราก็ต้องมาให้กําลังใจ แล้วก็ให้ความมั่นใจว่าเขาไม่ถูกทอดทิ้งแน่นอนจะต้องมีงาน มีอัตราอะไรต่างๆเมื่อเขาหาย กรณีอย่างนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานให้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย แล้วก็เรื่องของอวัยวะเทียม อย่างกรณีขาเทียมก็จะได้รับพระราชทานไปด้วย ซึ่งเป็นจะเป็นของที่มีคุณภาพมาตรฐานสูง แล้วก็ไม่มีอะไรที่จะน่าห่วง เรื่องของการเลื่อนขั้น โชคไม่ดีของเขานะ เรื่องของการเลื่อนขั้นตรงนั้นมีมีมีขั้นตอนอยู่แล้ว สิ่งที่เราดีใจที่สุดก็คือเขาไม่เสียชีวิต แล้วก็พ้นขีดอันตรายแล้ว ก็สามารถที่จะกลับมารับใช้ชาติได้ในรูปแบบต่างๆรูปแบบอื่น เห็นว่าเขาตั้งใจสมัครเป็นทหารด้วยและ ยังเรียนหนังสืออยู่เลย เราก็พยายามที่จะให้สิทธิทุกอย่าง ครอบครัวก็มีอาชีพ มีรายได้มีอะไรที่ดูแล้ว เราก็ดูแลเขาอย่างเต็มที่เปรียบเสมือนว่าอยู่ในบาดเจ็บจากการสู้รบ เพราะว่ายังอยู่ในพื้นที่ที่ที่เรายังมีการเฝ้าระวัง

ในขณะที่สถานการณ์ชายแดนในขณะนี้นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเรายังมีการเตรียมความพร้อมอยู่แล้วตลอดเวลา ภายใต้ข้อตกลงก็คือใครอยู่จุดไหนก็อยู่จุดนั้น ก็อาจมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เพราะว่าเราไปครอบครองที่ที่เราถูกรุกรานเข้ามา เราก็กลับเข้าไปครอบครองสถาปนาความมั่นคง เขาก็อาจจะมีการวางทุ่นระเบิดนี้ไว้ ซี่งตนได้รับรายงานจากแม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้ระดมการเก็บกู้ให้มากที่สุด

ต่อกรณีกองทัพ อาจมีการเข้าไปเคลียร์พื้นที่อีกรอบหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีบอกว่า ทางกองทัพมีการไปเก็บกู้เลียร์พื้นที่อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่าเขาวางไว้เยอะมาก จากกรณีในวันนี้เขาบอกว่าทุ่นระเบิดอยู่ลึกมาก พอมีฝนตกลงมาทำให้หน้าดินเปิด ซึ่งก่อนหน้านี้มี 2-3 คน เดินผ่านไปก็ไม่เป็นไร แต่พอถึงพลทหารเป๊ก ซึ่งตัวหนักมาก ก็อาจจะทำให้แรงกดไปโดนจึงทำให้เกิดระเบิดขึ้น อย่างไรก็ตามเราต้องเร่งเก็บกู้ เก็บกวาดทุ่นระเบิดให้หมด

ปชน.ออกแถลงการณ์เหตุสู้รบในตะวันออกกลาง จี้รบ.เดินหน้า 3 เรื่อง ป้องประโยชน์ประเทศ

ปชน.ออกแถลงการณ์เหตุสู้รบในตะวันออกกลาง  จี้รบ.เดินหน้า 3 เรื่อง ป้องประโยชน์ประเทศ

ปชน.ออกแถลงการณ์เหตุสู้รบในตะวันออกกลาง จี้รบ.เดินหน้า 3 เรื่อง ป้องประโยชน์ประเทศ

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.40 น.

พรรคประชาชน ออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง จี้รบ.เดินหน้า 3 เรื่อง ป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศ

เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2569 พรรคประชาชน ออกแถลงการณ์ผ่านเฟชบุ๊ก พรรคประชาชน – People’s Party” ระบุว่า แถลงการณ์พรรคประชาชนต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง : รัฐบาลต้องเดินหน้า 3 ภารกิจเพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและประชาชน 

ตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางด้วยความกังวลอย่างยิ่ง สถานการณ์ดังกล่าวมิได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อคู่ขัดแย้งเท่านั้น หากยังส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชนในหลายประเทศรวมถึงพี่น้องคนไทย ต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโลก และต่อสันติภาพระยะยาวของประชาคมโลกโดยรวม

พรรคประชาชนเห็นว่าหลักการพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในประชาคมโลกคือ การเคารพกฎกติกาสากล โดยเราหวังว่าทุกฝ่ายจะยุติการกระทำที่นำไปสู่การยกระดับความรุนแรง คำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือนเป็นสำคัญ และสนับสนุนการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธีบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ

เพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและคนไทย ทั้งในสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต พรรคประชาชนขอสนับสนุนรัฐบาลไทยให้ดำเนินการใน 3 เรื่องสำคัญ

1. คุ้มครองชีวิตและสวัสดิภาพของคนไทยเป็นลำดับแรก

ในสถานการณ์วิกฤต ภารกิจเร่งด่วนที่สุดคือการปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนไทย

พรรคประชาชนสนับสนุนให้รัฐบาล:

– ใช้ทุกกลไกทางการทูตในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดูแล ให้ความคุ้มครอง และเตรียมแผนอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นระบบ

– ประสานความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาและสายการบินพาณิชย์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านเส้นทางเดินทางฉุกเฉิน รวมถึงเตรียมการจัดเที่ยวบินเหมาลำจากสายการบินในประเทศและกองทัพ เพื่อเตรียมความพร้อมในภาวะวิกฤตฉุกเฉิน

– สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นปัจจุบัน เกี่ยวกับสถานะเส้นทางการบิน การเดินเรือ และพื้นที่เสี่ยง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่มีแผนเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าวให้พิจารณาชะลอการเดินทางจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

2. เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทย

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางย่อมกระทบต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงาน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศไทย จากค่าครองชีพ ต้นทุนขนส่ง และต้นทุนการผลิตในประเทศ ที่สูงขึ้น

พรรคประชาชนสนับสนุนให้รัฐบาลเตรียมแผนรองรับอย่างรอบด้านโดยการ:
– เตรียมมาตรการรับมือความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางล่วงหน้า
– บริหารจัดการสำรองพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ และสื่อสารเชิงรุกเพื่อลดความตื่นตระหนกในตลาด
– ติดตามผลกระทบต่อการส่งออก–นำเข้า และห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง
– จัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจและประชาชน ในการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า และในการเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อปัจจัยภายนอกในระยะยาว

3. ร่วมฟื้นฟูระเบียบโลกเพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงให้ประเทศไทยและความปลอดภัยของคนไทยในอนาคต

ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดและไม่แน่นอนสูง การตั้งมั่นในระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกาสากลตามกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) รวมถึงเคารพในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกรัฐอย่างเสมอภาค จะยิ่งเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญในการปกป้องความมั่นคงของประเทศไทยและความปลอดภัยของคนไทยในอนาคต

พรรคประชาชนเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องแสดงบทบาทเชิงรุกในเวทีภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยการประสานความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศมหาอำนาจระดับกลางอื่น ๆ เพื่อ:
– ร่วมเรียกร้องการลดระดับความรุนแรงและผลักดันให้เกิดการหยุดยิง รวมถึงร่วมสนับสนุนกลไกการเจรจาทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ
– ร่วมฟื้นฟูระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกา (rules-based international order) เพื่อเป็นเกราะป้องกันความไม่แน่นอนและความรุนแรงที่เสี่ยงจะย้อนกลับมาส่งผลกระทบต่อประชาชนคนไทยในภายภาคหน้า

พรรคประชาชนหวังว่ารัฐบาลจะใช้ทั้งมาตรการภายในและระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือคนไทยและบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า รวมถึงเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาคเอกชนในระยะยาว ท่ามกลางสภาวะความผันผวนและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
 

สมชัย ฟาดแรง! กกต.ทำลายตัวเอง ชี้เลือกตั้ง 69 ไร้มืออาชีพ-ขาดความโปร่งใส

สมชัย ฟาดแรง! กกต.ทำลายตัวเอง ชี้เลือกตั้ง 69 ไร้มืออาชีพ-ขาดความโปร่งใส

สมชัย ฟาดแรง! กกต.ทำลายตัวเอง ชี้เลือกตั้ง 69 ไร้มืออาชีพ-ขาดความโปร่งใส

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.33 น.

2 มีนาคม 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ใครเซาะกร่อนบ่อนทำลาย กกต.

การจัดการเลือกตั้งของ กกต. ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่มีใครเซาะกร่อนบ่อนทำลาย กกต. นอกจากพฤติกรรมของ กกต. เอง

1. จัดการเลือกตั้งแบบไม่มีประสิทธิภาพ อ่อนหัด ไม่เป็นมืออาชีพ ทั้ง ๆ ที่มีประสบการณ์จัดการเลือกตั้งมาเกือบ 30 ปี นับแต่ความวุ่นวายในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต การจ่าหน้าซองและรหัสเขตเลือกตั้งที่สับสน ทำให้ประชาชนไม่มั่นใจว่า บัตรจะถูกกลับถูกเขตหรือไม่ การเลือกตั้งวันจริง มีการทำหน้าที่แบบไม่น่าเชื่อว่าผ่านการอบรมมาจริง เช่น การแจกจ่ายบัตรโดยฉีกกลางบัตร การนับคะแนนแบบถูก ๆ ผิด ๆ ขาดความโปร่งใส การรายงานผลที่ล่าช้าและมีตัวเลขผิดพลาดมากมาย ไปจนถึง การไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่น เชื่อถือจากประชาชนต่อการทำงานโดยรวม

2. พฤติกรรมการวางอำนาจ ไม่ยอมรับความผิดพลาดบกพร่องของตนเอง มีข้อแก้ตัวและผ่อนปรนกับการทำผิดของตน แต่เอาจริงเอาจังในการจัดการกับประชาชนที่เห็นต่าง ตัวอย่างเช่น เมื่อ กกต. เขต ทำผิดระเบียบในการยุบรวมหีบโดยไม่มีการปิดผนึกหีบ ไม่มีการรัดสาย cable tie ก็แก้ตัวว่า ขนส่งระยะสั้น แค่ 500 เมตร โดยรีบเร่ง เมื่อพิมพ์บัตรเลือกใหม่ที่ผิดระเบียบ ไม่มีหมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว ก็อ้างแบบไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า มีการพิมพ์จริง

3. ความไม่นิ่ง ความไม่น่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ให้ประชาชน วันหนึ่งอย่างหนึ่ง อีกวันอย่างหนึ่ง อาจเป็นเพราะขาดความรู้ หรือเจตนาโกหกประชาชนแต่ถูกจับได้ เช่น การชี้แจงเรื่องบาร์โค้ด วันแรก รองเลขาธิการ ชี้แจงอย่างแข็งขันน่าเชื่อถือว่า เป็นการตรวจสอบย้อนกลับไปยังล็อตการผลิต การจัดส่ง และหน่วยเลือกตั้ง วันถัดมาก็ถูกผู้สื่อข่าวซักจนจนมุม ยอมรับว่าบาร์โค้ดท้ายบัตร มีเลขตรงกับเลขในต้นขั้วบัตรที่สืบย้อนไปยังผู้เลือกได้ เป็นต้น

4. พฤติกรรมไม่กล้าสบหน้าประชาชน มีปัญหาไม่กล้าออกมาชี้แจงกับสื่อ ใช้วิธีแจกข่าว เป็นการสื่อสารทางเดียวเพราะเกรงว่า จะถูกสื่อซักแล้วตอบไม่ได้ ส่งกี่คนกี่คนออกมาชี้แจงก็ตกม้าตาย เลยงดการตั้งโต๊ะแถลงข่าวแจกเป็นเอกสาร ส่วนเรื่องไหนอยากโต้ ก็ใช้วิธีปล่อยข่าวว่าแหล่งข่าวใน กกต. บอกมา ทำให้ประชาชนรู้สึกว่า เป็นองค์กรที่ขาดความโปร่งใส ไม่น่าไว้วางใจ ขาดความน่าเชื่อถือ

5. พฤติกรรมเซาะกร่อนบ่อนทำลายจึงเกิดจากเนื้อในของ กกต.เอง ที่ทำให้ กกต.ในปัจจุบันไปองค์กรอิสระที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์สูงสุด และหากยังดื้อดึงมีพฤติกรรมแบบนี้ต่อไป เป็นที่น่าห่วงว่า เมื่อมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาจมีคำถามว่า เรายังต้องมี กกต. อีกหรือไม่ หรือจะให้หน่วยราชการ เช่น มหาดไทย เป็นคนจัด ที่เขายังมีหิริโอตัปปะ ความละอายและเกรงกลัวต่อการกระทำผิดเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง โดยมีองค์กรภาคประชาชนที่มีอำนาจในการตรวจสอบคู่ขนาน แบบองค์กรกลางในอดีตจะดีกว่าหรือไม่

2สส.ปักษ์ใต้โต้เสียงแข็ง ลั่น‘ไม่ใช่งูเขียว’ การันตีไม่เททิ้ง ‘ธรรมนัส’

2สส.ปักษ์ใต้โต้เสียงแข็ง  ลั่น‘ไม่ใช่งูเขียว’  การันตีไม่เททิ้ง 'ธรรมนัส'

2สส.ปักษ์ใต้โต้เสียงแข็ง ลั่น‘ไม่ใช่งูเขียว’ การันตีไม่เททิ้ง ‘ธรรมนัส’

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘2สส.’ปักษ์ใต้โต้เสียงแข็ง ลั่น‘ไม่ใช่งูเขียว’ การันตีไม่เททิ้ง ‘ธรรมนัส’ พท.ฟุ้งมองการณ์ไกลร่วมรบ. เล่นได้หมดไม่ว่าบทบาทไหน ‘นิด้าโพล’ค้าน4พรรคจูบปาก

นิด้าโพล เผยประชาชนไม่เห็นด้วย 4 พรรคดัง เพื่อไทย ประชาธิปัตย์  กล้าธรรม ประชาชน เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับภูมิใจไทย ขณะที่ 2 สส.งูเขียวสายใต้ยันไม่ทิ้งธรรมนัส ระบุไปไหนไปด้วยกัน ฝ่ายเพื่อไทย มองการไกล พร้อมเลือกตั้งใหม่

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสความเห็นทั้งสนับสนุน หรือคัดค้านกรณีพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล ว่า พรรคเพื่อไทยฟังทุกเสียงทั้งจากบุคลากรทางการเมืองในพรรคหรือสมาชิกพรรค ซึ่งต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองเดียวที่มีนโยบายในการเลือกตั้งครั้งนี้มากที่สุด รวมถึงเป็นพรรคการเมืองที่มีเวทีปราศรัยมากที่สุด ดังนั้น จึงมีหลายคนรอนโยบายจากพรรคเพื่อไทย แต่เมื่อไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องคิดต่อว่าหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะสามารถขับเคลื่อนงานได้ส่วนหนึ่ง จึงคิดว่าเป็นประโยชน์

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเสียงที่บอกว่ายังไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยเข้าไปร่วมรัฐบาล และเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทยในการทำหน้าที่บทบาทฝ่ายค้านนั้น เรื่องนี้เราก็ยินดีรับฟัง เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นมาหมดแล้วทั้งฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ซึ่งทั้งสองบทบาทต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยสามารถทำได้ดีด้วยกันทั้งคู่ อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนทั้งที่เลือกหรือไม่ได้เลือกพรรคเพื่อไทย เชื่อมั่นว่าไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะอยู่ในบทบาทใด เราจะปฎิบัติหน้าที่ในทุกบทบาทให้ดีที่สุด และการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเพื่อไทยต้องมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมากกว่านี้ ดังนั้น แต่ละคนและทุกตำแหน่งต้องทำงานอย่างเต็มที่

2สส.ใต้ไม่ทิ้งธรรมนัส

นายยูนัยดี วาบา สส.ปัตตานี เขต 4 พรรคกล้าธรรม(กธ.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ตนและนายลุตฟี หะยีอีแต สส.นราธิวาส เขต 1 พรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็น สส.ในกลุ่มของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ขอยืนยันว่า เราสองคนไม่ใช่ งูเห่าหรืองูเขียว และยืนยันว่าไม่ได้มีการย้ายขั้วทางการเมืองตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด และยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์และแนวทางของพรรคกล้าธรรมอย่างมั่นคง ไม่ว่า พรรคกล้าธรรม จะมีมติร่วมรัฐบาลหรือทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เราทั้งสองคนพร้อมเดินหน้าเคียงข้างกับพรรค และปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรอย่างเต็มความสามารถ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

พะเยาเขต1ลงคะแนนใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการออกเสียงลงคะแนน สส.ใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าวังทองอำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา พบว่ามีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง หลังกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ในเวลา 8.00 น.

นางปนัดดา จันทร์โชติญาณ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพะเยา ให้สัมภาษณ์ถึงการออกเสียงลงคะแนน สส.ใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ว่าสำนักงาน กกต.และกกต.พะเยา ได้เตรียมความพร้อมในการลงคะแนนออกเสียงใหม่ในวันนี้ โดยมีการประชุมซักซ้อม เจ้าหน้าที่และมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นไปตามมติ กกต.ที่อยากได้กรรมการที่จะมาทำหน้าที่ซึ่งมีประสบการณ์

นางปนัดดา กล่าวย้ำว่า มีความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมาลงคะแนนในวันนี้ ซึ่งมีผู้มีสิทธิ์จำนวน 439 คน คาดว่าจะมาใช้สิทธิ์ประมาณร้อยละ 50 พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ในทุกช่องทาง ส่วนการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่นำบัตรเลือกตั้งไปใส่ในหีบบัตรเลือกตั้งนั้น

นางปนัดดา กล่าวว่า ก็ได้มีการดำเนินการแล้ว 2 ส่วน โดยทางอาญาได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และสำนักงาน กกต. ได้มอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนดำเนินการตามระเบียบ กกต.

ผู้สื่ข่าวรายงานว่า สำหรับการลงคะแนนใหม่ครั้งนี้ เนื่องจากตามคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หลังพบว่ามี กปน. รายหนึ่งฉีกบัตรเลือกตั้ง ออกจากต้นขั้ว 14 ใบ แบ่งเป็นแบบแบ่งเขต 7 ใบและบัญชีรายชื่อ 7 ใบ ลงคะแนนแล้วแอบนำไปหย่อนในหีบบัตรเลือกตั้ง แต่ถูกจับได้

โทษหนักถ่ายบัตรเลือกตั้ง

สำนักงาน กกต.ได้ย้ำกับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งถึงข้อห้ามและบทลงโทษในการออกเสียงลงคะแนน สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อใหม่ ในหน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 4 ณ โรงอาหารโรงเรียนบ้านศาลา ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 ที่จะมีขึ้น ในวันนี้ระหว่างเวลา 08.00 – 17.00น.ว่า เพื่อให้การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ดังนี้ 1.ผู้ใดต่อสู้ ขัดขวาง หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และปฏิบัติหน้าที ตามกฎหมาย อาจมีความผิดตามมาตรา 138 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากการกระทำดังกล่าวเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญ ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2. ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนได้ลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว และห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น เพื่อให้ผู้อื่นทราบว่าตนได้ลงคะแนนอย่างไร ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3. ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้บัตรอื่นที่มิใช่บัตรเลือกตั้งที่ได้รับจากเจ้าพนักงาน ผู้ดำเนินการเลือกตั้งซึ่งมีอำนาจเพื่อออกเสียงลงคะแนน ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง ห้ามมิให้ผู้ใดจงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุก 1-5ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี 4. ผู้ใดจงใจกระทำด้วยประการใดๆ ให้บัตรเลือกตั้งชำรุด หรือเสียหาย หรือให้เป็นบัตรเสีย หรือกระทำด้วยประการใด ๆ แก่บัตรเสียเพื่อให้เป็นบัตรที่ใช้ได้ ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

ไม่เห็นด้วย4พรรคอุ้ม”หนู”

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “สี่พรรค ร่วมรัฐบาล?”เมื่อเร็วๆ นี้

จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคกล้าธรรมในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยพบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 64.35 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย รองลงมา ร้อยละ 34.05 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 1.60 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคประชาธิปัตย์ในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 58.24 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย รองลงมา ร้อยละ 40.84 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 0.92 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคประชาชนในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยพบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 71.14 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย รองลงมา ร้อยละ 28.55 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ไม่เห็นด้วยพท.ร่วมรัฐบาล

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคเพื่อไทยในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยพบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 54.73 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย รองลงมา ร้อยละ 44.81 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

หวั่นนักการเมืองหน้าเดิม

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,277 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 24-27 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนกุมภาพันธ์ เฉลี่ย 4.30 คะแนนเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2569 ที่ได้ 3.91 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ การมีส่วนร่วมของประชาชนได้คะแนนเฉลี่ย 4.95 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล ได้คะแนนเฉลี่ย 3.66คะแนน ทั้งนี้ความเห็นต่อการเมืองไทย ณ วันนี้ คือ หวังว่ารัฐบาลใหม่จะบริหารประเทศได้ดี ช่วยให้คนไทยรวยขึ้น ร้อยละ 24.06 รองลงมาคือ มองว่าการเมืองไทยยังคงเหมือนเดิม ได้นักการเมืองหน้าเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ร้อยละ 23.65 การเมืองไทยวุ่นวาย พรรคการเมืองแบ่งขั้วแบ่งฝ่าย ร้อยละ 20.21

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ภาพรวมคะแนนดัชนีการเมืองไทยปรับเพิ่มขึ้นสะท้อนว่าประชาชนเริ่มมองเห็นทิศทางการเมืองหลังการเลือกตั้งแต่การที่มิติพื้นฐานอย่างการมีส่วนร่วมและสิทธิเสรีภาพลดลงเล็กน้อย สะท้อนความรู้สึกของสังคมไทยว่า “มีความหวังแต่ยังไม่วางใจ” เนื่องจากตั้งความหวังสูงต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจซึ่งยังเป็นโจทย์หลักที่รัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

ต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ

รองศาสตราจารย์ ดร.เขมภัทท์ เย็นเปี่ยม อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิตโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่าหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมาสะท้อนความรู้สึกของประชาชนที่มีความเชื่อมั่น ต่อการเมืองไทยมากขึ้นโดยฝ่ายรัฐบาลแม้ว่าจะเป็นรัฐบาลรักษาการ แต่จากผลงานของการดำเนินนโยบายก่อนหน้านี้ที่ โดดเด่น ได้แก่ การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการคนละครึ่งพลัส การแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่สามารถปลุกกระแสชาตินิยมขึ้นมาได้ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นรัฐบาลได้คะแนนนิยมจนได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลทำให้ประชาชนคาดหวังกับการสานต่อนโนบายผ่านการบริหารโดยมืออาชีพและส่งผลให้คะแนนดัชนีการเมืองของฝ่ายรัฐบาลเพิ่มขึ้น

ขณะที่ฝ่ายค้านมีผลงานการตรวจสอบที่โดดเด่นจากพรรคประชาชนและการกลับมาของพรรคประชาธิปัตย์ที่คาดว่าจะเป็นฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นร่วมกับพรรคประชาชนจึงส่งผลให้คะแนนดัชนีการเมืองของฝ่ายค้านเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม การจัดการเลือกตั้งโดย กกต.ที่มีปัญหาในหลายพื้นที่ที่ประชาชนเห็นว่าไม่มีความโปร่งใสและไม่เป็นธรรมรวมทั้งความกังวลใจของประชาชนที่มีต่อการจัดการเลือกตั้งที่อาจไม่เป็นความลับและอาจนำไปสู่โมฆะได้นั้นส่งผลให้คะแนนดัชนีการเมืองด้านการมีส่วนร่วมและสิทธิเสรีภาพของประชาชนลดลงอย่างเห็นได้ชัด

นายกฯสั่งทอ.เตรียมเครื่องบิน อพยพคนไทย อยู่ในพื้นที่เสี่ยง7หมื่นคน

นายกฯสั่งทอ.เตรียมเครื่องบิน  อพยพคนไทย  อยู่ในพื้นที่เสี่ยง7หมื่นคน

นายกฯสั่งทอ.เตรียมเครื่องบิน อพยพคนไทย อยู่ในพื้นที่เสี่ยง7หมื่นคน

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายกฯสั่งทอ.เตรียมเครื่องบิน อพยพคนไทย อยู่ในพื้นที่เสี่ยง7หมื่นคน เรียกสมช.ประชุมรับมือด่วน

นายกฯเร่งทำทุกวิถีทาง ช่วยคนไทยในอิหร่าน-อิสราเอล กลับมาตุภูมิโดยเร็วที่สุด สั่งกระทรวงการต่างประเทศ ตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ด้านกรมการกงสุล เตือนคนไทยในตะวันออกกลาง ติดตามข่าวสารใกล้ชิด ย้ำดูแลคนไทยเต็มที่ ส่วน ‘สุวรรณภูมิ’ วุ่น ยกเลิกเที่ยวบินอื้อ

เมื่อวันที่ 1มีนาคมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการดูแลคนไทยในตะวันออกกลาง จากสถานการณ์สู้รบระหว่างอิสราเอล และสหรัฐอเมริกา กับอิหร่าน ว่านับตั้งแต่คืนที่ผ่านมา เมื่อได้รับรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ จึงสั่งการให้เตรียมการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งมีการสู้รบในช่วงนี้ ขณะเดียวกันได้ประสานกับกองทัพอากาศและหารือกับผู้บัญชาการทหารอากาศ เพื่อเตรียมพร้อมอากาศยานที่จะใช้รองรับพี่น้องคนไทย โดยเฉพาะที่ประเทศอิหร่าน เพื่อหาช่องทางนำประชาชนเดินทางกลับมาได้อย่างไร

นายกฯเล็งใช้เครื่องบินเหมาลำ

นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับตัวอากาศยานไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่การใช้อากาศยานของกองทัพอากาศ อาจจะต้องแวะเติมน้ำมันหลายที่ จึงให้พิจารณาช่องทางอื่น เช่น การเช่าเหมาลำ เพื่อให้สามารถนำประชาชนกลับมาได้เร็วที่สุด ตอนนี้จะต้องไปเช็กน่านฟ้า เนื่องจากมีการปิดน่านฟ้าในบางพื้นที่ทำให้ต้องมีการอพยพคนไทยไปยังประเทศที่สาม และหาวิธีการรับตัวกลับมา ส่วนตัวเลขคนไทยที่ได้ในตะวันออกกลางนั้น มีทั้งในส่วนของอิหร่านและดูไบ รวมกว่า 70,000 คน ในส่วนของคนไทยในอิหร่านมีประมาณ 7,700 คน ขอให้คนไทย ติดตามรายละเอียดจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

สั่ง‘เอกนิติ’รับมือผลกระทบ

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง เตรียมรับสถานการณ์ในทุกรูปแบบ เพราะอย่างไรก็ได้รับผลกระทบในด้านค่าครองชีพ ค่าน้ำมัน รวมถึงต้นทุนพลังงานต่างๆ ฉะนั้นต้องหาวิธีให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุดโดยตนจะเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่ง (สมช.) ในวันที่ 2 มีนาคมนี้ เวลา 10.00 น.จากนั้นจะประชุมทุกภาคส่วน รวมถึงภาคเอกชน ธนาคาร หอการค้า ต้องดูแลในเรื่องการค้า การส่งออกและนำเข้า รวมถึงมาตรการตรึงราคา เพื่อไม่เกิดผลกระทบรุนแรงต่อผู้บริโภคในประเทศไทย

ยันทอ.พร้อมรับคนไทยกลับ

ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดการณ์ว่าเครื่องบินที่จะไปรับคนไทยจะสามารถเดินทางได้เมื่อใด นายกฯ กล่าวว่า ส่วนสำคัญคือประเทศปลายทาง เนื่องจากเรามีความพร้อมตลอดเวลา ยิ่งใช้เครื่องบินจากกองทัพอากาศไปรับก็ยิ่งมีความพร้อม เพราะได้เตรียมไว้หลายลำ ซึ่งเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้หารือกับผู้บัญชาการทหารอากาศ อยากให้เกิดความสะดวกให้เร็วที่สุด จึงหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม อาจจะใช้โค้ดการบินของรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ต้องเติมน้ำมันและให้บินตรงว่าสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ ยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะดำเนินการในทุกวิถีทาง เพื่อให้พี่น้องคนไทยเหล่านั้นอยู่ในความปลอดภัยสูงสุด หากประสงค์จะกลับมาเมืองไทยก็เตรียมพร้อมที่จะไปรับ

ชี้ต้องให้รับผลกระทบน้อยที่สุด

เมื่อถามถึงการประเมินสถานการณ์ว่าจะบานปลายหรือไม่ เพราะมีประเทศมหาอำนาจหนุนหลังอยู่ทั้ง 2 ฝ่าย นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่เราต้องเตรียมตัว อย่าให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบที่รุนแรง และหากจะมีผลกระทบขอให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด เราต้องเตรียมความพร้อมทุกภาคส่วน

นายกฯโพสต์เฟซบุ๊กห่วงใย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายกฯ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความห่วงใยถึงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพ สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางมีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ประเทศไทยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งครั้งนี้ แต่เราก็มีพี่น้องประชาชนของเราหลายหมื่นคนที่ไปใช้ชีวิตและประกอบอาชีพอยู่ในประเทศต่างๆในแถบนี้

รัฐบาลไทยถือว่าความปลอดภัยพี่น้องประชาชนชาวไทยที่อยู่ในประเทศกลุ่มเสี่ยงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่กำลังพำนักอยู่ในประเทศอิหร่านและอิสราเอล รัฐบาลจะเร่งดำเนินการทุกวิถีทางที่จะทำให้พวกเขาปลอดภัยและได้เดินทางกลับสู่มาตุภูมิโดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้ผมได้ประสานงานและหารืออย่างใกล้ชิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและผู้บัญชาการทหารอากาศเพื่อเตรียมอากาศยานของเราไปรับพี่น้องชาวไทยที่ติดอยู่ในประเทศอิหร่านให้ออกมาก่อนเป็นลำดับแรก

สั่งก.ต่างประเทศตั้งวอร์รูม

กระทรวงต่างประเทศ โดยท่านรัฐมนตรีสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ และจัดเตรียมมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องชาวไทยอย่างเต็มที่ และตัวผมเองก็ได้รับทราบรายงานและติดตามความเป็นไปของสถานการณ์จากหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วย พร้อมทั้งได้สั่งการให้กระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องเช่น สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทย ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจนี้ตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมพลิกวิกฤตเป็นโอกาส

สถานการณ์เช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างแน่นอน แต่รัฐบาลจะเตรียมการทุกวิถีทางที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังอยู่ในสภาวะฟื้นตัวเช่นนี้ ผมและทีมงานจะติดตามสถานการณ์และเร่งดำเนินการทุกอย่างที่จะพลิกวิกฤติการณ์ในตะวันออกกลางมาเป็นโอกาสแก่ประเทศไทยให้มากที่สุด

ให้คำมั่นรบ.พร้อมช่วยคนไทย

ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยทุกท่าน ร่วมกันกราบอาราธนาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพบูชาของพวกเรา ตลอดจนพระสยามเทวาธิราชและพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จงดลบันดาลประทานพรและปกป้องคุ้มครองให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการสู้รบอยู่ในขณะนี้ ให้มีความปลอดภัย แคล้วคลาดจากภยันตรายทุกสิ่ง ไม่ให้พวกเขาได้รับผลกระทบใดๆจากสถานการณ์ที่กำลังอุบัติขึ้นในขณะนี้ ผมขอให้คำมั่นว่า รัฐบาลจะดำเนินการอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ภารกิจในการให้ความช่วยเหลือดูแลพี่น้องชาวไทยที่อยู่ในพื้นที่สู้รบในตะวันออกกลางในขณะนี้ได้สำเร็จลุล่วงและสัมฤทธิ์ผลด้วยเวลาที่รวดเร็วที่สุดครับ

กรมการกงสุลประกาศฉบับ3

ด้านกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ออกประกาศเตือนคนไทยในตะวันออกกลางฉบับที่ 3 หลังจากเกิดความวุ่นวายในภูมิภาคจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล ความว่าประกาศฉบับ 3 แนะคนไทยในตะวันออกกลาง ไม่ตื่นตระหนก หลบอยู่ในที่พักหรือที่หลบภัย ติดตามข่าวสารประกาศแจ้งเตือนของทางการอย่างใกล้ชิด

ประกาศคำแนะนำสำหรับคนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 3) ตามที่มีสถานการณ์ความตึงเครียดจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธในตะวันออกกลาง ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินในวงกว้าง โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล และพื้นที่เสี่ยงนั้นกระทรวงการต่างประเทศขอแนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะที่อิหร่านและพื้นที่เสี่ยงที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐ ไม่ตื่นตระหนก หลบอยู่ในที่พักหรือที่หลบภัย ติดตามข่าวสาร ประกาศแจ้งเตือนของทางการท้องถิ่นและสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามมาตรการของทางการท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด

ให้หลีกเลี่ยงเดินทางพื้นที่เสี่ยง

ขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ในกรณีต้องการขอรับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ หรือสอบถามสายด่วน Call Center กรมการกงสุล ที่หมายเลข 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง และ Hotline กองคุ้มครองฯ กรมการกงสุล สายด่วนกองคุ้มครอง 096-216-1837, 096-183-6736 และ 064-564-7573

‘สีหศักดิ์’ประสานทูตทั้งภูมิภาค

ขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการต่างๆ ดังนี้ ได้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยทุกแห่งในภูมิภาค อย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ และแจ้งพัฒนาการแก่คนไทยในพื้นที่เสมอมา โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ออกประกาศเตือนและให้คำแนะนำคนไทยตั้งแต่ช่วงต้นของสถานการณ์ และได้มี hotline ของสถานเอกอัครราชทูตฯ สำหรับคนไทยด้วยแล้ว

ประเมินสถานการณ์ใกล้ชิด

ในวันเดียวกันนี้ ภายหลังเกิดเหตุการณ์ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกประกาศแจ้งเตือนคนไทยในพื้นที่ แนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าว โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอลเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ รวมถึงขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นพิจารณาทบทวนการเดินทางไปยังพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบ กระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตฯ ในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด

แจ้งติดต่อสายด่วนได้24ชม.

สถานเอกอัครราชทูตของไทยในภูมิภาคทุกแห่ง ได้เตรียมการช่วยเหลือที่จำเป็นแก่คนไทยในพื้นที่ รวมถึงเตรียมแผนอพยพในกรณีจำเป็นไว้แล้วด้วย และได้จัดตั้งศูนย์ 24 ชั่วโมงของกรมการกงสุลเพื่อรับความช่วยเหลือเร่งด่วน (Call Center กรมการกงสุลหมายเลข 0-2572-8442) กระทรวงจะประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เพื่อให้ความคุ้มครองคนไทยในพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงประสานกับสมาคมคนไทยในประเทศต่างๆ เพื่อรับทราบสถานการณ์แต่ละแห่ง และให้การช่วยเหลือที่จำเป็นอย่างใกล้ชิดต่อไป

ผดส.สนามบินสุวรรณภูมิวุ่น!

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ว่าได้เกิดความวุ่นวายขึ้นหลังจากสายการบินพาณิชย์หลายแห่งประกาศยกเลิกเที่ยวบิน และหลีกเลี่ยงเส้นทางบินผ่านน่านฟ้าหลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง จากการที่อิสราเอล และสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน และเกิดการตอบโต้ด้วยขีปนาวุธไปยังหลายพื้นที่ในหลายประเทศของภูมิภาคดังกล่าว

ทั้งนี้ สำหรับสายการบินEmirates ออกแถลงการณ์ผ่านแพลตฟอร์ม X แจ้งระงับเที่ยวบินไป–กลับนครดูไบเป็นการชั่วคราว ภายหลังหลายประเทศประกาศปิดน่านฟ้า จากสถานการณ์ความไม่สงบที่ทวีความรุนแรง พร้อมขอให้ผู้โดยสารตรวจสอบสถานะเที่ยวบินผ่านเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทางไปสนามบิน ยืนยันการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อเพื่อเปลี่ยนเที่ยวบิน ขอคืนเงิน หรือจัดการเดินทางทางเลือกได้ ทั้งนี้ ทางสายการบินฯ ย้ำว่าความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด

สายการบินแห่ยกเลิกเที่ยวบิน

ด้านสายการบินLufthansa ประกาศระงับเที่ยวบินไป–กลับนครเทลอาวีฟของอิสราเอล กรุงเบรุต ประเทศเลบานอน และประเทศโอมาน จนถึงวันที่ 7 มีนาคมนี้ รวมถึงระงับเที่ยวบินไป–กลับนครดูไบ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์–1 มีนาคมที่ผ่านมา

ขณะที่สายการบินQatar Airways ระงับเที่ยวบินชั่วคราวเนื่องจากการปิดน่านฟ้า ส่วนสายการบินNorwegian Air Shuttle ประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดไป–กลับนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เช่นเดียวกับสายการบินTurkish Airlines ที่ประกาศยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางไปประเทศกาตาร์ คูเวต บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโอมาน

การท่าฯเร่งอำนวยความสะดวก

นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สั่งระดมเจ้าหน้าที่ตั้งจุดให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบิน จัดเตรียมน้ำดื่มและพื้นที่พักคอยชั่วคราว พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลและดูแลสภาพจิตใจเพื่อลดความตึงเครียด

มีรายงานว่า เที่ยวบินถูกยกเลิกแล้ว 19 เที่ยวบิน ซึ่งผู้โดยสารส่วนใหญ่ทยอยเดินทางกลับที่พัก และสายการบินได้จัดหาที่พักสำรองให้ ทั้งนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานสายการบินรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือผู้ที่จะเดินทางไปตะวันออกกลาง ตรวจสอบข้อมูลกับสายการบินโดยตรงก่อนเดินทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการตกค้างที่สนามบิน

‘กรวีร์’ ชูหัวใจหลักของ ‘ผู้แทนฯ’ ต้องไม่ทิ้งพื้นที่ หนุนคนรุ่นใหม่เข้าการเมือง

‘กรวีร์’ ชูหัวใจหลักของ ‘ผู้แทนฯ’ ต้องไม่ทิ้งพื้นที่ หนุนคนรุ่นใหม่เข้าการเมือง

‘กรวีร์’ ชูหัวใจหลักของ ‘ผู้แทนฯ’ ต้องไม่ทิ้งพื้นที่ หนุนคนรุ่นใหม่เข้าการเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.46 น.

‘กรวีร์’ ชูหัวใจหลักของ ‘ผู้แทนฯ’ ต้องไม่ทิ้งพื้นที่ หนุนคนรุ่นใหม่เข้าการเมือง ผนึกช่วยสานพลังขับเคลื่อนประเทศ ยันพร้อมเป็น ‘ตัวเชื่อม’ ชาวบ้าน-ระบบรัฐ เน้นโปร่งใส สื่อสารง่าย ลดขัดแย้งในสังคม เชื่อ ‘คนละครึ่งพลัส’ ฟื้นเศรษฐกิจรากหญ้า ประชาชนได้ประโยชน์จริง

เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ สส. และมุมมองการเป็นนักการเมืองในยุคปัจจุบันว่า การเป็น สส. วันนี้ ไม่ใช่แค่การยกมือ หรือการประชุมในสภาฯ แต่คือการเป็นตัวเชื่อมระหว่างประชาชนกับระบบรัฐ ถ้าผู้แทนของประชาชนใกล้ชิดเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ จะสามารถนำปัญหาของประชาชนที่สะท้อนผ่าน สส.ไปสู่การแก้ ไขปัญหา ถือเป็นการใช้กลไกรัฐได้อย่างตรงจุด ตรงความต้องการของประชาชนได้มากขึ้น ขณะเดียวกันยุคนี้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลรวดเร็ว ตรวจสอบได้ทันที นักการเมืองจึงต้องโปร่งใส ทำงานจริง และสื่อสารให้เข้าใจง่าย 

“สำหรับผม ความมุ่งมั่นไม่ใช่คำพูด แต่คือการลงพื้นที่สม่ำเสมอ รับฟังปัญหา และลงมือทำให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้” นายกรวีร์ กล่าว

เมื่อถามว่า ช่วงการลงพื้นที่หาเสียง สิ่งที่ประชาชนสะท้อน อยากให้สส.ช่วยเหลือ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องอะไร นายกรวีร์ กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนสะท้อนมากที่สุดส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องปากท้องซึ่งหลายคนอยากเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างโครงการ คนละครึ่ง หรือรูปแบบ “คนละครึ่งพลัส” กลับมา เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในระดับฐานราก เงินหมุนในชุมชน ร้านค้าเล็ก ๆ ได้ประโยชน์ อีกเรื่องสำคัญคือปัญหาราคาข้าว เกษตรกรต้องการเห็นการแก้ไขที่ชัดเจนและยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแค่แก้เฉพาะหน้า ที่สำคัญสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นอันดับต้น ๆ คือรัฐบาลสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้เขาได้จริง เพราะเมื่อปากท้องดี ปัญหาสังคมอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนี้สิน ความเครียด หรือความขัดแย้งในครอบครัว ก็จะลดลงและแก้ไขได้ง่ายขึ้น

เมื่อถามว่านายสมศักดิ์ ปริศนานันทสกุล บิดา ในฐานะที่เป็นนักการเมืองมาหลายสมัย ให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาอย่างไรบนเส้นทางการเมือง นายกรวีร์ กล่าวว่า “บทเรียนจากคุณพ่อ ไม่ได้สอนผมด้วยคำพูดมากนัก แต่สอนด้วยการกระทำผมเห็นท่านลงพื้นที่สม่ำเสมอ เห็นความใกล้ชิดกับประชาชน และท่านย้ำเสมอว่า ในชีวิตผู้แทน ไม่มีอะไรทดแทนการลงพื้นที่ได้ ความสม่ำเสมอโดยเสมอต้น เสมอปลาย คือหัวใจสำคัญอย่าคิดว่าเราเป็นนักการเมือง แต่ให้คิดว่าประชาชนคือคนในบ้านเดียวกับเรา เขามีสุข เราก็ร่วมสุข เขามีทุกข์ เราต้องไม่ทิ้ง”

นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า สำหรับเป้าหมายสูงสุดของการเป็นนักการเมืองนั้น สำหรับตนไม่ใช่ตำแหน่งที่ใหญ่โต แต่คือการเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง และทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นได้จริง เราต้องแก้ปัญหาให้เขาได้ สร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นได้ และทำให้ปากท้องของพวกเขาดีขึ้นได้

“การเมืองที่ดีคือการเมืองที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากผู้แทนของเขา ไม่ใช่การเมืองที่มีไว้เพื่ออำนาจของใครคนใดคนหนึ่ง”
นายกรวีร์ กล่าว 

เมื่อถามว่า มองการเมือง ในปัจจุบัน เป็นอย่างไร นายกรวีร์ กล่าวว่า การเมืองปัจจุบันมีความเข้มข้นมากขึ้น มีการแบ่งสีชัดเจน แต่ละพรรคมีแนวทางที่ชัดขึ้น แข่งขันด้วยนโยบายมากขึ้น ซึ่งมองว่าการเมืองคือการผลักดันนโยบายว่าสิ่งที่พูดไว้สามารถทำได้จริงมากน้อยแค่ไหน ขณะเดียวกัน การตรวจสอบก็เข้มข้นขึ้น ทั้งจากฝ่ายการเมืองและภาคประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีในระบอบประชาธิปไตย ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ แต่เราต้องไม่ปล่อยให้ความแตกต่างทางความคิด กลายเป็นความแตกแยกของสังคม

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่คนรุ่นใหม่ กระโดดเข้าสู่เส้นทางการเมือง กันเยอะมากขึ้น นายกรวีร์ กล่าวว่า การที่คนรุ่นใหม่เข้าสู่การเมืองมากขึ้น เป็นเรื่องที่ดีมาก ขอย้ำว่า ดีมากๆ เขามีพลัง มีแนวคิดใหม่ และกล้าทำในสิ่งที่คนรุ่นเก่าอาจไม่กล้าทำแต่เราก็ต้องยอมรับว่า ประสบการณ์ของคนรุ่นเก่าก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะการเมืองไม่ใช่แค่การนำเสนอไอเดียที่ฟังดูน่าตื่นเต้น หรืออุดมการณ์ที่สวยงาม แต่คือการเข้าใจระบบ และรู้วิธีผลักดันให้เกิดผลจริง ถ้าคนรุ่นใหม่ใช้พลังและแนวคิดใหม่ ประสานกับประสบการณ์ของรุ่นเก่าได้ ประเทศจะพัฒนาเร็วขึ้น

เมื่อถามว่า ฝันอยากเห็นการเมือง ในอนาคต ควรไปในทิศทางใด เพื่อที่จะทำให้ประเทศก้าวไปสู่จุด ที่การเมืองไม่น่าเบื่อ สำหรับสังคมไทย
นายกรวีร์ กล่าวว่า อยากเห็นการเมืองที่ประชาชนรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของอำนาจ และมีความหวังกับการเมืองได้จริง
อยากเห็นการแข่งขันกันด้วยนโยบาย ไม่ใช่แค่การสร้างวาทกรรม ที่หวือหวาแต่ไม่สร้างคุณค่า 

“สิ่งสำคัญ อยากเห็นการเมืองที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และแก้ปัญหาปากท้องของชาวบ้านได้จริง ทำการเมืองให้ไม่น่าเบื่อ ทำการเมืองให้เป็นความหวังและทำการเมืองให้เป็นโอกาสของประเทศได้จริง” นายกรวีร์ กล่าว

นายกฯ เผยอาการพลทหารเดชศักดิ์ ปลอดภัยดี แจงเลื่อนยศมีขั้นตอนอยู่แล้ว

นายกฯ เผยอาการพลทหารเดชศักดิ์ ปลอดภัยดี แจงเลื่อนยศมีขั้นตอนอยู่แล้ว

นายกฯ เผยอาการพลทหารเดชศักดิ์ ปลอดภัยดี แจงเลื่อนยศมีขั้นตอนอยู่แล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.44 น.

นายกฯ เผยอาการพลทหารเดชศักดิ์ ปลอดภัยดี แจงเลื่อนยศมีขั้นตอนอยู่แล้ว รัฐบาลเร่งผลักดันสวัสดิการช่วยเหลือสูงสุด ลั่นไทยมีความพร้อมแนวชายแดนตลอดเวลา 

เมื่อเวลา 17.20 น.วันที่ 1 มี.ค.2569 ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมและอุบัติเหตุ โรงพยาบาลสุรินทร์ อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าเยี่ยมพลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ ผู้บาดเจ็บจากเหตุเหยียบกับระเบิด ว่า จากการฟังรายงานทีมแพทย์โรงพยาบาลสุรินทร์ ทราบว่าอาการปลอดภัยดี พ้นขีดอันตราย แต่ว่าสูญเสียขาข้างขวาไป เราจึงต้องเดินทางมาให้กำลังใจ และสร้างความมั่นใจ ให้กับเขา ว่าหลังจากนี้ เขาถูกทอดทิ้งแน่นอน ต้องมีงานและมีมาตรการช่วยเหลือรองรับ หลังจากที่พลทหารหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว ซึ่งในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม รับพลทหาร เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ รวมถึงได้รับพระราชทานขาเทียมด้วย ซึ่งจะเป็นขาเทียมที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูง ไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะถือเป็นโชคไม่ดีของพลทหาร 

เมื่อถามถึงกรณีการช่วยเหลือในการเลื่อนยศ ของพลทหารเดชศักดิ์  นายกฯกล่าวว่า ในส่วนนี้มีขั้นตอนอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งที่เราดีใจมากที่สุด ก็คือการที่เขาไม่เสียชีวิต ตนคิดว่าเขาเองคงสามารถกลับมารับใช้ชาติได้ ในรูปแบบอื่นๆ เพราะอย่าลืมว่าพลทหารเดชศักด์ เป็นผู้สมัครใจ ในการสมัครเป็นทหารรับใช้ชาติ ซึ่งยังอยู่ในช่วงวัยของการเรียนหนังสืออยู่เลย ส่วนสวัสดิการครอบครัวของพลทหาร รัฐบาลพยายามผลักดันให้ได้รับการช่วยเหลือสูงสุด เพราะถือว่าเกิดอุบัติเหตุในขณะที่ยังปฏิบัติภารกิจรับใช้ชาติ และอยู่ในพื้นที่การเฝ้าระวัง

เมื่อถามต่อถึง ความกังวลใจในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ว่ามีเรื่องอะไรต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษในขณะนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรามีความพร้อมตลอดเวลา ภายใต้ข้อตกลง ฝ่ายไหนอยู่ตรงไหนให้หยุดตรงนั้น จุดไหนที่ประเทศไทยถูกยึด และเราสามารถครอบครองกลับมาได้ ก็มีการสถาปนาฐานที่มั่น ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะมีการวางทุ่นระเบิด ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 2 ได้มีการสั่งการให้มีการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งก็ทราบว่าเจ้าหน้าที่เขาก็มีการเคลียร์พื้นที่อยู่แล้ว พอมีปริมาณฝนตกลงมาในพื้นที่ หน้าดินก็เปิด ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลก็ทราบว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุ ก็มีพลทหารคนอื่น 2-3 คน เดินไปบริเวณจุดนี้ก็ไม่มีใครเป็นอะไร แต่คาดว่าพลทหารฯ มีรูปร่างค่อนข้างตัวใหญ่ ซึ่งอาจทำให้เพิ่มแรงกดทับระเบิด อย่างไรก็ตามก็ต้องมีการเร่งดำเนินการเก็บกู้และเก็บกวาดทุ่นระเบิดให้หมดจากพื้นที่.

อนุทิน ไปต่อ! ดูจุดเพลิงไหม้ ตชด.21 ตรวจซากคลังสรรพาวุธ ย้ำจนท.เคลียร์พื้นที่ปลอดภัย

อนุทิน ไปต่อ! ดูจุดเพลิงไหม้ ตชด.21 ตรวจซากคลังสรรพาวุธ ย้ำจนท.เคลียร์พื้นที่ปลอดภัย

อนุทิน ไปต่อ! ดูจุดเพลิงไหม้ ตชด.21 ตรวจซากคลังสรรพาวุธ ย้ำจนท.เคลียร์พื้นที่ปลอดภัย

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.55 น.

อนุทิน ไปต่อ! ดูจุดเพลิงไหม้ ตชด.21 ตรวจซากคลังสรรพาวุธหลังเหตุไฟไหม้ปะทุ ย้ำเจ้าหน้าที่เคลียร์พื้นที่ระเบิดตกค้างปลอดภัย พร้อมสั่งรายงานความเสียหายละเอียด 

เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 1 มี.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ไปยังคลังสรรพาวุธ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 เพื่อตรวจสอบร่องรอยความเสียหายหลังเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ภายในคลังสรรพาวุธ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

โดยทันทีที่มาถึง นายอนุทิน พร้อมคณะ ได้เข้าไปบริเวณพื้นที่ชั้นใน ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ มีเจ้าหน้าที่ ตชด.21 พร้อม ชุดปฏิบัติการเก็บกู้ และทำลายวัตถุระเบิด ตชด.21 พาเข้าพื้นที่ พร้อมกับให้ข้อมูลถึงความคืบหน้า ซึ่งจุดที่เข้าไปนั้น เป็นจุดที่ทางเจ้าหน้าที่ได้เคลียร์พื้นที่ และเคลียร์วัตถุระเบิดตกค้างเรียบร้อยแล้ว แต่ในวันนี้ยังคงเหลือร่องรอยของการเผาไหม้ และเศษชิ้นส่วนวัสดุต่างๆ หลงเหลืออยู่ในพื้นที่

นายกฯ เยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากเหยียบกับระเบิด ยันรัฐบาล-กองทัพดูแลเต็มที่

นายกฯ เยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากเหยียบกับระเบิด ยันรัฐบาล-กองทัพดูแลเต็มที่

นายกฯ เยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากเหยียบกับระเบิด ยันรัฐบาล-กองทัพดูแลเต็มที่

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.36 น.

นายกฯ นำคณะเดินทางเข้าเยี่ยมกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากกรณีเหยียบกับระเบิด ยืนยันรัฐบาลและกองทัพดูแลกำลังพลอย่างเต็มที่ พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามอาการผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด และให้การดูแลช่วยเหลือตามสิทธิและสวัสดิการอย่างครบถ้วน

เมื่อเวลา 16.55 น. วันที่ 1 มี.ค.2569 ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมและอุบัติเหตุ โรงพยาบาลสุรินทร์ อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และคณะ เข้าเยี่ยมอาการพร้อมมอบกระเช้าบำรุงขวัญและพูดคุยให้กำลังใจ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ กำลังพลสังกัดค่ายวีรวัฒน์โยธิน ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ทำให้ขาขวาขาดจากแรงระเบิด ขาซ้ายมีแผลเปิดขนาดใหญ่และมีกระดูกขาซ้ายแตกหักบางส่วน ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณภายในเขตควบคุมของหน่วยฐานปฏิบัติการเอราวัณ ช่องระยี พื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา โดยได้ทำการส่งตัวกำลังพลจากโรงพยาบาลกาบเชิงเข้ารักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ซึ่งคณะแพทย์ได้ทำการรักษาและดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะนี้อาการโดยรวมดีขึ้นตามลำดับ โดยบรรยากาศในขณะเข้าเยี่ยมอาการ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ และครอบครัว ต่างดีใจ ตื้นตันและมีรอยยิ้มจากการได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นกันเองและใกล้ชิด

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานแจกันดอกไม้และกระเช้าสิ่งของพระราชทานแก่ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ และภายหลังจากคณะแพทย์ได้มีความเห็นว่าร่างกายมีความสมบูรณ์พร้อม จะได้ส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพฯ เพื่อรับพระราชทานขาเทียมต่อไป ทั้งนี้ ทรงรับกำลังพลที่รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ยังความซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพลและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้

“ตอนนี้ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ อาการพ้นขีดอันตรายและปลอดภัยแล้ว แต่โชคร้ายต้องสูญเสียขาข้างขวา เราก็ต้องมาให้กำลังใจเขา ให้ความมั่นใจว่าเขาไม่ถูกทอดทิ้งแน่นอน มีงาน มีอัตราอะไรต่าง ๆ ก็ให้บรรจุเขาเมื่อเขาหายแล้ว โดยในกรณีนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ในเรื่องของอวัยวะเทียมขาเทียมที่ได้รับพระราชทานเป็นขาเทียมที่มีคุณภาพสูง ในด้านการช่วยเหลือเยียวยาอื่น ๆ ก็เป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบกฎหมาย ทั้งนี้ เราดีใจ คือ เขาไม่เสียชีวิต และตอนนี้เขาพ้นขีดอันตราย และสามารถที่จะกลับมารับใช้ชาติในรูปแบบอื่น ๆ ต่อไป และต้องขอชื่นชมน้องที่เขาตั้งใจสมัครเป็นทหาร ในขณะที่ยังเรียนหนังสืออยู่ โดยเราพยายามให้สิทธิทุกอย่าง ดูแลเขาอย่างเต็มที่ กรณีนี้เปรียบเสมือนว่าบาดเจ็บจากการสู้รบ เพราะว่าเกิดในพื้นที่ที่ยังอยู่ในการเฝ้าระวัง และสำหรับในด้านการตรึงกำลังตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในขณะนี้เรายังมีการเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา ภายใต้ข้อตกลง ก็คือ ฝ่ายไหนอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น ดังนั้น ก็อาจจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เพราะเราไปครอบครองพื้นที่ที่เราเคยถูกรุกรานเข้ามา และเราก็เข้าไปกระชับพื้นที่ เข้าไปสถาปนาความมั่นคง ซึ่งอาจทำให้ต้องประสบกับระเบิดที่ถูกฝังไว้ ซึ่งตนได้รับรายงานจากแม่ทัพภาคที่ 2 ว่าได้สั่งการให้ระดมการเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้มากที่สุด โดยใช้อุปกรณ์ ใช้เครื่องมือในการหา ซึ่งตอนนี้กองทัพเคลียร์พื้นที่อยู่ตลอดเวลา เราต้องเร่งเก็บกู้เก็บกวาดให้หมด” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายอนุทิน ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามอาการของผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด และให้การดูแลช่วยเหลือตามสิทธิและสวัสดิการอย่างครบถ้วน พร้อมทั้งดำเนินเรื่องการปูนบำเหน็จตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง และเน้นย้ำถึงการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลให้เพิ่มความระมัดระวังในการเก็บกู้วัตถุระเบิดที่อาจหลงเหลืออยู่ให้มากที่สุดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเอง ทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบพื้นที่รับผิดชอบอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง