‘พีระพันธุ์’ดันปรับปรุงกม.ให้ทันสมัยปราบสแกมเมอร์-ทุนเทา ไม่ปิดประตูร่วม’ปชน.- พท.’

'พีระพันธุ์'ดันปรับปรุงกม.ให้ทันสมัยปราบสแกมเมอร์-ทุนเทา ไม่ปิดประตูร่วม'ปชน.- พท.'

‘พีระพันธุ์’ดันปรับปรุงกม.ให้ทันสมัยปราบสแกมเมอร์-ทุนเทา ไม่ปิดประตูร่วม’ปชน.- พท.’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.56 น.

‘พีระพันธุ์’ดันปรับปรุงกม.ให้ทันสมัยปราบสแกมเมอร์-ทุนเทา ไม่ปิดประตูร่วม’ปชน.- พท.’ ถ้าทำชัดเจน 3 ข้อ ‘แก้ปัญหาไทยกัมพูชา-จัดการพวกกังฉินคนชั่ว-ไม่ทำอะไรกระทบสถาบัน’ 

เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2569 ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังแถลงข่าวเปิดจุดเช็คอินพิฆาตคนชั่ว คนโกงแผ่นดิน เราจะประกาศได้ชัดเจนหรือไม่ว่าจะไม่ร่วมกับทุนเทาหรือนักการเมืองที่เป็นสีเทา ว่า มีความชัดเจนอยู่แล้ว ถ้ามีความผิดมีหลักฐานดำเนินคดีเลย ซึ่งถ้าไม่มีการดำเนินคดีเราอยู่ด้วยไม่ได้ เมื่อถามว่าถ้าคนในองค์กรตรวจสอบการทุจริตแต่ทำผิดเอง ควรจะมีกฎหมายเฉพาะมาดำเนินการหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า กฎหมายที่เป็นการจัดตั้งองค์กรอิสระลักษณะนี้กำหนดไว้อยู่แล้วว่าถ้าคนที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่นี้ไปทำความผิดเองจะมีโทษเพิ่มขึ้นสามเท่า แต่ปัญหาวันนี้มันไม่ใช่ว่ามีโทษหรือเปล่า ปัญหาคือเมื่อมีการกระทำความผิดอย่างกรณีของสแกมเมอร์ กระบวนการที่จะเอาผิดหรือการสืบสวนสอบสวนไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเป็นลักษณะพิเศษหรือรวดเร็วแบบไหน ซึ่งสิ่งที่ตนเคยพูดไว้คือมันไม่ควรที่จะปรับปรุงเฉพาะแค่เรื่องของการลงโทษ แต่กระบวนการในการทำงานจะต้องรวดเร็ว มีกรอบในการทำงานชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยไปเรื่อยๆเหมือนที่ผ่านมา 

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า วันนี้เรามีหลายคดีที่เป็นลักษณะพิเศษ แต่กฎหมายที่ใช้วันนี้เขียนมาอย่างน้อยๆเกือบ 100 ปีแล้ว ซึ่งในยุคนั้นเขาไม่ได้คิดว่าจะมีลักษณะพิเศษอะไรแบบนี้ แต่เราไม่เคยมีการปรับปรุงกฎหมายเหล่านี้เลย ดังนั้นเมื่อมีการกระทำความผิดที่หนักขึ้น รุนแรงขึ้น แบบนี้จึงต้องกลับไปสู่การพิจารณาแบบคดีปกติธรรมดา จึงเห็นว่าประเทศไทยต้องแก้ไขสิ่งเหล่านี้เพื่อ เป็นการบังคับให้คนที่กระทำความผิดได้รับโทษรวดเร็วขึ้น กระบวนการที่เข้ามาเกี่ยวข้องต้องปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยกับสถานการณ์ปัจจุบัน และคนที่มีอำนาจหน้าที่หากไปเข้าด้วยช่วยกัน ไม่ว่าจะองค์กรอิสระหรือเจ้าหน้าที่ภาครัฐตำรวจหรืออัยการ จะถือว่าเป็นการกระทำความผิด เป็นความผิดเดียวกันหมด

เมื่อถามว่าจนถึงขณะนี้พรรครวมไทยสร้างชาติมีความชัดเจนหรือไม่ว่าจะไม่จับมือกับพรรคไหน นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ตนพูดมาตลอดว่าการทำงานทางการเมืองของพรรควันนี้เราพร้อมทำงานร่วมกับ 1.พรรคที่มีนโยบายชัดเจนในการจัดการเรื่องปัญหาไทย-กัมพูชา 2.ต้องชัดเจนในเรื่องจัดการพวกกังฉินทั้งหลาย คนชั่วของแผ่นดิน และ3. ต้องไม่มีอะไรที่จะกระทบต่อสถาบันหลักของชาติ ทั้ง 3 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องพิจารณาในการที่จะทำงานร่วมกับใคร แต่เมื่อทำงานไปแล้วมีสถานการณ์อื่นเกิดขึ้นก็ถือเป็นเรื่องอนาคต  การร่วมรัฐบาลเราต้องรู้ว่าแนวทางการทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองไปด้วยกันได้หรือไม่

เมื่อถามว่า จะสามารถจับมือกับพรรคประชาชน(ปชน.) ได้หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ถ้าเขาทำ3 เรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับสถาบันหลักของชาติก็ทำงานด้วยกันได้ ตนทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองเพื่อประชาชนให้เดินไปข้างหน้า ตนไม่มีนโยบายโค่นล้มชาติบ้านเมือง 

เมื่อถามว่ากับพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ก่อนหน้านี้มีกรณีเรื่องคลิปเสียงอังเคิลจะทำงานร่วมกันได้หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า อันนั้นน่าจะเป็นเรื่องเฉพาะตัวของอดีตนายกรัฐมนตรี ตนเชื่อว่าพรรคไม่ได้เกี่ยวข้อง พวกเราแต่ละคนสามารถกระทำความผิดที่เป็นเฉพาะตัว ถ้าทุกอย่างเป็นเรื่องส่วนรวมไปหมดมันไม่มีทางเจริญได้หรอก เพราะทุกพรรคก็มีปัญหาหมด เราไม่สามารถควบคุมคนในพรรคแต่ละคนได้ แต่ถ้าคนไหนทำให้พรรคมีปัญหาหรือเสื่อมเสียเราก็ต้องเอาออกไปเท่านั้นเอง แต่พรรคยังต้องอยู่ต่อไป

‘ยศชนัน’หารือร่วมทีมกทม. ‘ชัชชาติ’ย้ำยินดีต้อนรับทุกพรรค

'ยศชนัน'หารือร่วมทีมกทม. 'ชัชชาติ'ย้ำยินดีต้อนรับทุกพรรค

‘ยศชนัน’หารือร่วมทีมกทม. ‘ชัชชาติ’ย้ำยินดีต้อนรับทุกพรรค

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.47 น.

“ยศชนัน” หารือร่วมรับฟัง “ทีมกทม.” ชูแนวคิด “Empower” เชื่อมต่อรัฐบาลอย่างไร้รอยต่อ – ดันรถไฟฟ้า 20 บาท  – แก้ปัญหายาเสพติด “ชัชชาติ” ย้ำ กทม. ยินดีต้อนรับทุกพรรค

8 มกราคม 2569 ที่ศาลาว่าการกทม. ดินแดง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะทำงาน เดินทางเข้าเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) เพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการเมืองหลวงในมิติต่างๆ โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต้อนรับระบุว่า กรุงเทพมหานครยินดีต้อนรับทุกพรรคการเมืองที่จะมาเยี่ยมเรา ซึ่งพรรคเพื่อไทยติดต่อมาเป็นพรรคแรกว่าจะมาศึกษาระบบการบริหารจัดการของกรุงเทพฯ เรายินดีที่จะแลกเปลี่ยนเพราะพรรคการเมืองคือหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย และไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล เราก็สามารถร่วมกันทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนได้ ผลงานที่เราภูมิใจคือระบบ Traffy Fondue ซึ่งประสบความสำเร็จในการทำให้ประชาชนร่วมแจ้งปัญหาและรับเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเล็กไปจนถึงเรื่องใหญ่ จนปัจจุบันสามารถลัดขั้นตอนให้ข้าราชการหันหลังให้ผู้ว่าฯ แต่หันหน้าเข้าหาประชาชน ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ระบบนี้แก้ปัญหาไปได้กว่า 900,000 เรื่อง จาก 1 ล้านเรื่อง นี่คือ Smart protocol ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ใช้เทคโนโลยีกระจายอำนาจ และมีประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนที่สะดวกทุกที่ อยู่ที่บ้านก็แจ้งได้ เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดข้าราชการและไม่มี Gatekeeper

ภายหลังการรับฟังบรรยายสรุปเรื่องการบริหารจัดการจราจรด้วยระบบ AI, การบริหารจัดการระบบน้ำท่วม และการใช้งานระบบ Traffy Fondue นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้ถ่ายทอดมุมมองเชิงนโยบายโดยเน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญของการพัฒนาเมืองหลวงคือการ “เอ็มพาวเวอร์” (Empower) หรือการเพิ่มขีดความสามารถและอำนาจหน้าที่ให้กับกรุงเทพมหานคร เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะในโครงการที่ กทม. ดำเนินการอยู่แล้วซึ่งพร้อมที่จะเข้ามารับไม้ต่อและขยายผลให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

นายยศชนัน ระบุว่า จากการลงพื้นที่ พบปัญหาเชิงโครงสร้างหลายประการ โดยเฉพาะ “ช่องว่างทางงบประมาณ” และข้อจำกัดด้านอำนาจการตัดสินใจที่ กทม. ไม่สามารถบริหารจัดการได้ด้วยตนเองอย่างเบ็ดเสร็จ ส่งผลให้เมื่อเกิดปัญหา กทม. มักตกเป็นจำเลยหลัก ทั้งที่เป็นข้อจำกัดเชิงระบบ ดังนั้น การสร้างความร่วมมือเชิงรุกกับรัฐบาลกลางจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทลายข้อจำกัดเหล่านี้

ในมิติของปัญหาสังคม นายยศชนัน แสดงความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของน้ำกระท่อมและกัญชาในชุมชน ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงในครอบครัวและการทำร้ายร่างกายบุพการี แนวทางแก้ไขคือต้องนำโมเดล “ศูนย์บำบัดยาเสพติด” จากต่างจังหวัดที่ประสบความสำเร็จมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของคนเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้เสนอแผนผลักดัน “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” ผ่านกลไกการบริหารจัดการรูปแบบใหม่ โดยให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอุดหนุน (Subsidize) เมื่อราคาสมเหตุสมผลจะดึงดูดให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น ช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 และมุ่งสู่เป้าหมายเมือง Net Zero ด้วยการจัดการขยะเทคโนโลยีขั้นสูง

นอกจากนี้ ยังเสนอการท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อระหว่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในลักษณะ Day Trip และการทำ One Stop Service เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยการยกระดับโรงเรียนสังกัด กทม. ผ่านโมเดลกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) และสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับอาชีวะเพื่อ Upskill และ Reskill แรงงาน ให้มีการ Matching งานที่ตรงกับตลาด เพื่อลดความแออัดในกรุงเทพฯ และเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาเมืองในท้ายที่สุด

‘อภิสิทธิ์’สุดปลื้ม! เมืองคอน ปชป.ฟีเวอร์ ย้ำต้องทำงานหนักหวัง สส.เขตเพิ่ม

‘อภิสิทธิ์’สุดปลื้ม! เมืองคอน ปชป.ฟีเวอร์ ย้ำต้องทำงานหนักหวัง สส.เขตเพิ่ม

‘อภิสิทธิ์’สุดปลื้ม! เมืองคอน ปชป.ฟีเวอร์ ย้ำต้องทำงานหนักหวัง สส.เขตเพิ่ม

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.32 น.

“อภิสิทธิ์”สุดปลื้ม! เมืองคอน ปชป.ฟีเวอร์ ย้ำต้องทำงานหนักหวัง สส.เขตเพิ่ม เหตุผลโพลมาแค่ปาร์ตี้ลิสต์ ชี้หากเลือกทั้งภาคใต้ได้ 12 คน ไม่ได้เป็นนายกฯ ได้แค่นั่งกินกาแฟในสภา มั่นใจบัญชีรายชื่อเพิ่มเท่าตัว เผยเตรียมบุกเยาวราชทวงคืนพื้นที่เก่าเย็นนี้

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ที่โรงเรียนวัดใหม่ผดุงเขต จ.นนทบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวานนี้ (7 ม.ค.) จนเป็นกระแสประชาธิปัตย์ฟีเวอร์ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า พี่น้องให้การต้อนรับดี มีความผูกพันกัน หลายคนมาบอกว่าเคยเลือกประชาประชาธิปัตย์ในอดีต แต่ 2 – 3 ครั้งที่ผ่านมาไม่ได้เลือก แต่เที่ยวนี้ตั้งใจจะมาเลือก ซึ่งการที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีถือเป็นกำลังใจ

ส่วนการตั้งเป้าจะได้ สส.ในพื้นที่ภาคใต้เพิ่มหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถือเป็นกำลังใจแต่ต้องทำงานอีกอย่างหนัก เห็นหลายคนที่เป็นนักวิเคราะห์ยังบอกว่า คะแนนจะมา แต่บัญชีรายชื่อ เราก็พยายามที่จะไปบอกกับประชาชนว่า ถ้าการเลือกบัญชีรายชื่อพรรคนี้ เพราะอยากให้ไปเป็นรัฐบาลให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไปเป็นนายกรัฐมนตรี ตัวระบบบัญชีรายชื่อมี สส.น้อยมาก ตนยกตัวอย่างตลอดถ้าคนภาคใต้ทุกคนใช้สิทธิ์เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ประชาธิปัตย์จะมี สส.เพียงแค่ 12 คน

“ที่เชียร์ไปเป็นนายกฯ 12 คนหนะ ไม่ได้เป็นนายกฯ หรอก แค่ได้ไปนั่งกินกาแฟในสภาฯ เท่านั้นเอง ดังนั้น ต้องบอกว่า สส.เขต มีความสำคัญในการชี้ขาดบ้านเมือง ในการตั้งรัฐบาล” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า จากผลโพลในพื้นที่ภาคใต้ ประเมินว่าจะได้ สส.กี่คน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่เราเห็นถ้าเราเชื่อจากผลโพล ก็ตอบได้ว่าเราได้แค่บัญชีรายชื่อ เพราะแต่ละเขตจะมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ก็พยามทำงานกันอย่างละเอียด และมอบหมายให้บุคลากรของพรรคลงไปช่วยสนับสนุนให้ทั่วถึง

เมื่อถามต่อว่า จะทำอย่างไรให้กระแสถึงวันเลือกตั้ง เพราะหลังปีใหม่ กระแสมาทั้ง กทม.และพื้นที่ภาคใต้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อหลังปีใหม่ดีขึ้นแล้ว หลังตรุษจีนก็ต้องดีขึ้นอีก

เมื่อถามว่า เตรียมลงพื้นที่ย่านเยาวราชซึ่งเป็นฐานเสียงเดิม และระยะหลังประชาชนเปลี่ยนใจจะไปดึงคะแนนเสียงกลับมาได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้มีโอกาสไปพบปะประชาชนในพื้นที่เยาวราชมาแล้วหนึ่งครั้ง ซึ่งเที่ยวนี้ในกรุงเทพยังมีลักษณะแบบเดียวกันคือ หลายคนบอกว่า เที่ยวที่แล้วไม่ได้เลือกเที่ยวนี้กลับมาเลือกหรือกลับมามองเราอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเราก็พยามเดินเข้าหาทุกคนแม้กระทั่งคนที่ไม่เคยเลือกเราและคนที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือกตั้งก็พยายามเข้าถึงให้มากที่สุด

เมื่อถามถึงการชูแคมเปญหาเสียงสำหรับพื้นที่ภาคอื่นๆ เช่น ภาคอีสาน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้ส่งกำหนดการปราศรัยเพื่อขออนุญาต กกต.เพื่อที่จะไปให้ครบทุกภาคที่อีสานเป็นที่ จ.อุบลราชธานี แน่นอน ส่วนภาคเหนือในพื้นที่ จ.สุโขทัย ส่วนภาคกลางจะมีทั้งพื้นที่ จ.ระยอง จ.อยุธยา เป็นต้น ส่วนที่ภาคใต้จะมีไปปราศรัยที่ จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช จ.สงขลา โดยในวันอาทิตย์นที่ 11 ม.ค.จะไปที่ จ.ภูเก็ต

เมื่อถามว่า ในพื้นที่ จ.นนทบุรี มีการแข่งขันกันสูง โดยมีบางพรรคประกาศว่าจะเอาให้ครบทั้งจังหวัด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกพรรคก็อยากได้ครบทุกจังหวัดและแข่งขันกันไป ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็เคยมีผู้แทนที่นี่ ที่ผ่านมาก็รับทราบว่ามีการตอบรับดี ผลสำรวจของโพลต่างๆ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ไปได้ แต่ต้องทำงานกันหนัก

เมื่อถามว่า จะได้ สส.เพิ่มขึ้นจากเดิมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้นับเป็นเขตแน่นอน แต่ที่ยืนยันแน่นอนคือบัญชีเพิ่มเป็นเท่าตัวอยู่แล้ว ส่วนพื้นที่ภาคอีสาน จากที่ได้รับฟังเสียงผู้สมัครบอกว่าเป็นไปแนวทางที่ดี แต่ต้องยอมรับว่าเราเริ่มจากฐานที่ต่ำมากดังนั้นก็ต้องทำงานหนัก

ทวงคืน 2 เขตได้แน่! ‘จุลพันธ์’นำทัพเพื่อไทย หาเสียงดอนเมือง-หลักสี่

ทวงคืน 2 เขตได้แน่! 'จุลพันธ์'นำทัพเพื่อไทย หาเสียงดอนเมือง-หลักสี่

ทวงคืน 2 เขตได้แน่! ‘จุลพันธ์’นำทัพเพื่อไทย หาเสียงดอนเมือง-หลักสี่

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.00 น.

เมื่อเวลา 06.30 วันที่ 8 มกราคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และทีมเพื่อไทย ลงพื้นที่เขตดอนเมือง เขตหลักสี่ ช่วยผู้สมัคร สส.กทม. นายภูมิพัฒน์ โหสกุล เขต 10 เบอร์ 5 และ นายสุรชาติ เทียนทอง เขต 8 เบอร์ 5 โดยเริ่มเดินหาเสียงในตลาดวัฒนานันท์ (ฝั่งโขง) ต่อมาเดินริมถนนสรงประภา ดูการก่อสร้างบ้านริมคลองเปรมประชากร และเดินทักทายพี่น้องประชาชนบริเวณสามแยกวัดดอนเมือง ดูสภาพการจราจรที่ติดขัดยามเช้า โดยมีการรับข้อเสนอให้ก่อสร้างทางลอด จากถนนสรงประภาสู่ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อลดการจราจรติดขัด

จากนั้น เวลา 08.30 น. นายจุลพันธ์ พร้อมคณะ เดินเท้าหาเสียงในตลาดท่าทราย เขตหลักสี่ ทักทายพ่อค้าแม่ค้า ร่วมโต๊ะวงน้ำชาพูดคุยปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ และได้ปราศัยแนะนำตัวผู้สมัคร และนโยบายของพรรคกับประชาชน

นายจุลพันธ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่า วันนี้ลงพื้นที่ตลาดวัดดอนเมือง และตลาดเคหะท่าทราย พบพี่น้องประชาชนพร้อมสนับสนุนพรรคเพื่อไทย เรามารับฟังปัญหาต่างๆ มีหลายประเด็นสำคัญ เช่น เรื่องการค้าขายและเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันเรื่องเศรษฐกิจเป็นโจทย์หลัก เรามีนโยบายขับเคลื่อนและช่วยเหลือโดยเฉพาะภาคการค้าขาย และเศรษฐกิจฐานรากให้ดีขึ้น

และวันนี้จะมีการปราศรัยใหญ่ที่ลานคนเมือง ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลใกล้เคียง ไปร่วมรับฟังปราศรัย 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี , นายณัฐวุฒิ สายเกื้อ รวมถึงผู้สมัคร สส.ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งจะมีการเปิดนโยบายสำคัญด้านสวัสดิการที่จะมอบให้กับประชาชนและผู้ยากไร้ เราต้องการช่วยเหลือทุกคนให้สามารถยืนบนลำแข้งของตัวเองได้ มีกำลังเดินหน้าต่อ และสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและสังคมได้

จากการลงพื้นที่วันนี้ได้รับข้อเสนอจากประชาชน เรื่องการพัฒนาชุมชนบริเวณแยกถนนสรงประภา ใกล้วัดดอนเมือง แก้ปัญหาการจราจรติดขัดในถนนสรงประภาที่รถติดมาตั้งแต่เมืองทองธานี จนถึงแยกวัดดอนเมือง ซึ่งหากผลักดันเรื่องทางลอดได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับชุมชนและผู้สัญจรไปมาอย่างมาก โดยหลังการเลือกตั้ง เราจะศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และให้ผู้สมัครเป็นผู้ผลักดันต่อในสภาผู้แทนราษฎร

“ครั้งนี้เรามั่นใจมากกว่า 80 – 90% ว่าเราจะสามารถทวงคืนทั้ง 2 เขตนี้กลับมาได้แน่นอน เพราะเป็นพื้นที่ที่เรามีความเข้มแข็งทั้งตัวบุคคลและนโยบาย ครั้งก่อนอาจเป็นเรื่องของกระแส แต่ดูจากสถานการณ์ปัจจุบัน จะเห็นหลายพรรคเริ่มมีปัญหา การลงพื้นที่เริ่มมีการคัดค้านจากประชาชน ซึ่งจุดนี้เปิดโอกาสให้พรรคเพื่อไทยเข้าไปทำความเข้าใจ นำนโยบายไปสื่อสารกับประชาชน หากเราทำได้สำเร็จ ผมเชื่อว่าเราจะสามารถทวงคืนแชมป์กรุงเทพมหานครกลับมาได้ ไม่ใช่แค่เฉพาะ 2 เขตนี้” นายจุลพันธ์ กล่าว

กรณีมีข่าวผู้ช่วยหาเสียงของพรรคเพื่อไทยไปโจมตีฝ่ายตรงข้าม นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด ช่วงหาเสียงย่อมมีการโต้แย้งกันเป็นเรื่องปกติ แต่จุดยืนของพรรคเพื่อไทยชัดเจน เราเน้นการนำนโยบายไปให้ประชาชน และนำเสนอแนวคิดของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาประเทศ นี่คือหลักการที่เรายึดถือ ในส่วนของผู้ช่วยหาเสียง เราก็มีการสื่อสารและย้ำแนวทางกันอยู่แล้ว

เมื่อถามการดีเบตเมื่อวานที่มีการชวนจัดตั้งรัฐบาล นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา เพราะเวลานี้เป็นเวลาของประชาชนในการตัดสินใจ การตัดสินใจไม่ควรอยู่บนความหวาดกลัวหรือความระแวง แต่ควรอยู่บนพื้นฐานของนโยบาย ตัวบุคคล และความเชื่อมั่นว่าประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้ หลังจากประชาชนตัดสินใจแล้ว ค่อยพูดคุยกันว่าใครมีนโยบายใกล้เคียง ใครมีอุดมการณ์ตรงกัน และสามารถร่วมงานกันได้ เมื่อวานเป็นเพียงการพูดคุยบนเวทีเท่านั้น ไม่ได้มีการชวนหรือการตัดสินใจใดๆ สุดท้ายแล้ว ประชาชนคือผู้ตัดสิน

– 006

ไม่มีอีกแล้วกา’ส้ม’ได้’หนู’ ‘ธนาธร’บุกถิ่น’เนวิน’ ย้ำชัด!กา’ปชน.’ได้’เท้ง’เป็นนายกฯ

ไม่มีอีกแล้วกา'ส้ม'ได้'หนู' 'ธนาธร'บุกถิ่น'เนวิน' ย้ำชัด!กา'ปชน.'ได้'เท้ง'เป็นนายกฯ

ไม่มีอีกแล้วกา’ส้ม’ได้’หนู’ ‘ธนาธร’บุกถิ่น’เนวิน’ ย้ำชัด!กา’ปชน.’ได้’เท้ง’เป็นนายกฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.33 น.

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ที่ตลาดสด เทศบาลเมืองนางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วย นายคำพอง เทพาคำ และ นายทวีศักดิ์ ทักษิณ อดีต สส.พรรคก้าวไกล ได้เดินทางมายัง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายเพชร สุพัตตกุล ผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ เขต 8 พรรคประชาชน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้ามาให้กำลังใจและถ่ายรูปจำนวนมาก

นายธนาธร กล่าวปราศรัยว่า การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว หลายคนเสียใจมาก กาแล้ว พิธา ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคก้าวไกล ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล ทุกคนเสียใจ คิดว่าจะเป็นโอกาสทำให้ประเทศไทยดีขึ้นแท้ๆ แต่ความสำคัญของการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 นี้ จะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 15 ปี ที่เสียงของประชาชนจะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลได้จริงๆ จะขอให้ย้อนไปเมื่อปี 2554 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่เกิดรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งของประชาชนจริงๆ ดังนั้น เลือกตั้งรอบนี้จึงสำคัญมากๆ ว่าเสียงของประชาชนจะนำไปสู่การตั้งรัฐบาลของประชาชน หลายคนถามว่า ธนาธร เข้าใจแล้ว เรื่องไม่มี สว. แต่จะกาพรรคประชาชนก็กลัว เพราะกลัวกาส้มได้หนู กลัวกาส้มแล้วพรรคประชาชนจะไปโหวตให้พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อีก มีคนถาม เคยได้ยิน เลือกพรรคประชาชนแล้วเดี๋ยวจะไปให้พรรคภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลอีก ยืนยัน ไม่มีอีกแล้ว

นายธนาธร กล่าวต่อว่า ฟังกันให้ชัด การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่มีอีกแล้ว ที่พรรคประชาชนจะโหวตคุณอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี อย่าไปเชื่อข่าวลวง อย่าไปเชื่อข้อความเท็จนี้ เขาต้องการทำให้พี่น้องประชาชนสับสน ยืนยันกันอีกครั้ง ไม่จริง ถ้าเลือกพรรคประชาชน จะได้ คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรี อย่างแน่นอน พี่น้องประชาชนจะได้ไม่สับสนกัน

นายธนาธร ยังกล่าวต่ออีกว่า การเลือกตั้งเมื่อปี 2566 เขาบอกว่าพรรคแบบนี้เป็นได้แค่พรรคทางเลือก ไม่สามารถเป็นพรรคใหญ่ได้ เป็นไปไม่ได้ ซึ่งเราก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ร่วมกับพี่น้องประชาชน ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคแบบนี้ ไม่ใช่เป็นพรรคทางเลือก แต่เป็นพรรคทางหลัก เป็นพรรคอันดับหนึ่งของประเทศไทย เป็นไปได้ เลือกตั้งรอบนี้เขาก็บอกเป็นไปไม่ได้หรอกที่ ธนาธร พูด พรรคประชาชนไม่มีทางเป็นรัฐบาลได้ ก็ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชน

จากนั้น นายธนาธร พร้อม นายเพชร สุพัตตกุล ผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ หมายเลข 1 เขตเลือกตั้งที่ 8 พรรคประชาชน ขึ้นรถปราศรัยตามตลาดสดในเขตเทศบาลเมืองนางรอง เพื่อขอคะแนนจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าในตลาดสด อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเขตเลือกตั้งที่ 8 เจ้าของพื้นที่เดิม นายไตรเทพ งามกมล จากพรรคภูมิใจไทย การเลือกตั้งคราวนี้ ทางพรรคประชาชนคาดหวังจะได้ สส.บุรีรัมย์ ในเขตเลือกตั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ได้มี ยายสมจิต แข็งกาน อายุ 84 ปี เดินทางมาให้กำลังใจนายธนาธร ที่เวทีปราศรัยด้วย ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็นในช่วงเช้า พร้อมอวยพร ขอให้พรรคประชาชนสมหวัง ได้ตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งคราวนี้

– 006

โลกมันหมุนเร็ว ช้าไม่ได้! ‘กิ๊ก อนิศ’แนะวิธีหาเงินเข้าประเทศ หมื่นล้านเหรียญง่ายๆ

โลกมันหมุนเร็ว ช้าไม่ได้! 'กิ๊ก อนิศ'แนะวิธีหาเงินเข้าประเทศ หมื่นล้านเหรียญง่ายๆ

โลกมันหมุนเร็ว ช้าไม่ได้! ‘กิ๊ก อนิศ’แนะวิธีหาเงินเข้าประเทศ หมื่นล้านเหรียญง่ายๆ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.56 น.

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 นายอนิศ โอสถานุเคราะห์ ผู้สมัคร สส.กาฬสินธ์ เขต 2 เบอร์ 4 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Anit Osathanugrah ระบุว่า หาเงินเข้าประเทศ หมื่นล้านเหรียญง่ายๆลองดูวิธีนี้

แนวคิดมาจาก เพื่อนเศรษฐี ที่เป็นกองทุนข้ามชาติ เขาบอกว่า ประเทศอื่นไปลงทุน และ อยู่ในประเทศ ง่ายมาก เช่นดูไบ แต่จริงๆเขาชอบประเทศไทย แต่ระบบอะไรยากเหลือเกิน

ช้า และวุ่นวายเหมือนไม่มีวันเสร็จ

ผมก็เออ เรามีสิ่งที่เขาอยากได้แบบ ไม่ต้องลงทุนนี่หว่า

ดูไบ มี golden visa ลงทุนครบ สมมติ 1 ล้านเหรียญ ถ้า เมกา คือ ล้านเหรียญ พร้อมสร้างงาน 10 ตำแหน่งสองปี ได้ใบ พำนักถาวร น่าจะ 5 ปี แต่ดูไบ ง่ายกว่านั้น

เราขึ้นนโยบาย TIR เลย Thailand investor Resident

จริงๆเรามี อีลิทการ์ดอยู่ แต่ไม่ได้สร้างงาน เหมือนเก็บต๋งเฉยๆ ควรทำเหมืือนดูไบ และโปรโมท หนักๆ อนุมัติง่ายๆ 30-60 วันต้องจบ ของดูไบเขาแค่ 2-6 สัปดาห์

แนวคิด

ให้อยู่ทำงาน ไม่ให้สิทธ์เลือกตั้ง ไม่ให้มีตำแหน่งทางการเมือง แต่ให้สิทธ์ลงทุน และพำนักยาวๆได้เลย

กันพวก ฟอกเงินยังไง ดีเทลเยอะ แต่เอาเป็นว่าคิดให้แล้ว ใช้ kyc บวก AML ระดับธนาคาร อาจมีการทำ DD บุคคล

ถ้าตรวจเจอย้อนหลังยึดเงินเลย และ blacklist. ระบบพวกนี้ ลอกดูไบได้ แสกมเมอร์หมดสิทธ์ เพราะตรวจ บช ย้อนหลังผ่านธนาคาร ยาวๆปาย เจอพิรุธ ก็ไม่ให้ผ่านเลย

กระทรวง บวกเอกชน ที่ต้องการพาร์ทเนอร์ต่างชาติ ไป Road show ช่วยกันซะ ตั้งเป้า หมื่นคนทั่วโลก

ได้เงินเข้าประเทศ 350,000 ล้าน แบบไม่ต้องลงทุนอะไรเท่าไหร่เลย

ต่อยอดจาก อีลิท การ์ด ที่เหมือนวีซ่า ท่องเที่ยวไฮโซ มากกว่าและ LTR visa ที่เงื่อนไขซับซ้อนมากไป เอามาผสมกัน ได้เลย

ยิงเป็นแพคเกจ แบบเดียว แบบ เข้าใจง่ายๆ

ที่สำคัญ ต้อง one stop service และเร็ว เข้าใจไหม

โลกมันหมุนเร็ว ช้าไม่ได้

ฝากไว้ให้ Kiss

บาย

อนิศ โอสถานุเคราะห์
ผู้สมัคร กาฬสินธ์ เขต 2 เบอร์ 4 ภูมิใจไทย

แชมป์เก่า’ภูมิใจไทย’เขต4นครพนม โดนกลุ่มผู้ไม่หวังดี โห่ก่อกวนเวทีหาเสียง

แชมป์เก่า'ภูมิใจไทย'เขต4นครพนม โดนกลุ่มผู้ไม่หวังดี โห่ก่อกวนเวทีหาเสียง

แชมป์เก่า’ภูมิใจไทย’เขต4นครพนม โดนกลุ่มผู้ไม่หวังดี โห่ก่อกวนเวทีหาเสียง

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.37 น.

สนามเลือกตั้ง สส.นครพนม เริ่มคึกคักตามระดับ โดยมีพรรคการเมืองส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งรวมทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง จำนวน 12 พรรค แต่ที่ขับเคี่ยวกันจริงๆมีเพียง 2 พรรคใหญ่ คือภูมิใจไทยและเพื่อไทย

8 มกราคม 2569 การเลือกตั้ง สส.นครพนมปี 2566 พรรคภูมิใจไทยแบ่งคนละ 2 เก้าอี้กับพรรคเพื่อไทย คือ เขต 1 นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ (เพื่อไทย) เขต 2 นางมนพร เจริญศรี (เพื่อไทย) เขต 3 นายแพทย์อลงกต มณีกาศ (ภูมิใจไทย) และ เขต 4 นายชูกัน กุลวงษา (ภูมิใจไทย)

ด้านการใช้รถยนต์แห่ป้ายหาเสียง ยังมีเพียงประปราย เพื่อป้องกันการสับสนของประชาชน ที่จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นคือ อบต. ในวันที่ 11 มกราคมนี้ ให้ผ่านพ้นไปก่อน ผู้สมัคร สส.จึงเปิดเวทีย่อยขนาดย่อมหาเสียงไปพลางก่อน

สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 4 ประกอบด้วย อำเภอนาแก อำเภอวังยาง อำเภอปลาปาก และอำเภอเมืองนครพนม (เฉพาะตำบลวังตามัว ตำบลกุรุคุ และตำบลบ้านผึ้ง) เป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างแชมป์เก่านายชูกัน กุลวงษา พรรคภูมิใจไทย กับนายชาญชัย คำจำปา พรรคเพื่อไทย

โดยผลการเลือกตั้ง สส.นครพนมเขต 4 นายชูกัน ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจำนวน 25,253 คะแนน ส่วนนายชาญชัยซึ่งในขณะนั้น ลงสมัครในนามพรรคเสรีรวมไทยได้ไป 20,840 คะแนน แต่ครั้งนี้นายชาญชัยหันมาสวมเสื้อเพื่อไทย โดยมีนางมนพรเป็นแม่ทัพช่วยหาเสียง

สำหรับนายชูกัน กุลวงษา ผู้สมัคร สส.นครพนมเขต 4 เบอร์ 3 พรรคภูมิใจไทย ได้อดีตนักการเมืองคุณภาพอย่าง นายอรรถสิทธิ์ (คันคาย) ทรัพยสิทธิ์ อดีต สส.นครพนมเขต 4 หลายสมัย และดร.สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม ช่วยหาเสียงกับพี่น้องประชาชน

ซึ่งการหาเสียงของทีมนายชูกัน ก็เป็นไปแบบฉบับบ้านๆไม่หวือหวา เพราะนายชูกันเป็นคนพื้นที่ อ.นาแก โดยกำเนิด และเป็นที่รักใคร่ของประชาชน แต่ในช่วง 2-3 วันมานี้ มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้าไปก่อกวนตามเวทีต่างๆ ด้วยการส่งเสียงตะโกนโห่ฮา ทีมงานนายชูกันได้สอบถามชาวบ้าน ก็ไม่ทราบว่าคนกลุ่มนี้มาจากไหน แต่ไม่ใช่คนในพื้นที่แน่นอน ทางทีมงานจึงเตือนกลุ่มบุคคลดังกล่าว งดกระทำการก่อกวน เพราะได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว

‘เจษฎ์’ปล่อยปลาไหล แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร หลังโดน‘เรืองไกร’ร้องสอบปม‘เต้นเกาหลัง’

‘เจษฎ์’ปล่อยปลาไหล แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร หลังโดน‘เรืองไกร’ร้องสอบปม‘เต้นเกาหลัง’

‘เจษฎ์’ปล่อยปลาไหล แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร หลังโดน‘เรืองไกร’ร้องสอบปม‘เต้นเกาหลัง’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.06 น.

“เจษฎ์”ปล่อยปลาไหล แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร หลังโดน”เรืองไกร”ร้อง กกต.สอบปม”เต้นเกาหลัง” ปลื้ม”พระราชาคณะเชียงใหม่”ให้พรชนะศัตรู

เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 8 มกราคม 2569 นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ (รช.) พร้อมด้วย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรค เดินทางไปกราบ พระวิสุทธิวัชราภรณ์ พระราชาคณะชั้นสามัญ , รองเจ้าคณะอำเภอแม่ริม , เจ้าอาวาสวัดลัฏฐิวัน (วัดพระนอนขอนตาล) ที่ อ.แม่ริมจังหวัด จ.เชียงใหม่ ซึ่งวัดดังกล่าวเป็นวัดเก่าแก่ของ จ.เชียงใหม่ มีอายุ 400 ปี โดย พระวิสุทธิวัชราภรณ์ ได้กล่าวให้พร นายเจษฏ์ , นายชัยวุฒิ และคณะ ให้ชนะข้าศึกศัตรู

จากนั้น นายเจษฏ์ ได้ปล่อยปลาไหล จำนวน 8 ตัว พร้อมตั้งจิตอธิฐานแผ่เมตตาให้กับบรรดาเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่คอยจองเวรอยู่ในขณะนี้ โดยกล่าวบทแผ่เมตตาว่า

“สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น 
อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย 
อัพพะยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย 
อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย 
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด
ขอให้กรรมเวร ที่บรรดาปวงลูกทั้งหลาย มีต่อใครก็ตาม จงสิ้นไป ลูกทั้งหลายขออโหสิเวร อโหสิกรรม ให้บรรดาคนทั้งหลายที่จองเวรจองกรรมกับปวงลูกด้วย… สาธุ”

– 006

จุดผิดพลาดร้ายแรง! ‘สมชัย’จี้’กกต.’รีบแจงปม’บัตรออกเสียงประชามติ’

จุดผิดพลาดร้ายแรง! 'สมชัย'จี้'กกต.'รีบแจงปม'บัตรออกเสียงประชามติ'

จุดผิดพลาดร้ายแรง! ‘สมชัย’จี้’กกต.’รีบแจงปม’บัตรออกเสียงประชามติ’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.47 น.

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 นายสมชัย ศรีสุทธยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” ระบุว่า มีรุ่นน้องท่านหนึ่ง ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ ตัวอย่างบัตรออกเสียงประชามติ ในหนังสือ “ข้อมูลเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ” ที่ กกต. จัดพิมพ์แจกจ่ายให้แก่ครัวเรือนต่าง ๆ ทั่วประเทศจำนวน 19 ล้านเล่ม

จุดผิดพลาดร้ายแรง ในหน้าที่ 2 คือข้อความ “ในช่องทำเครื่องหมายเพียงเครื่องหมายเดียว”

ซึ่งข้อความที่ถูกต้องคือ “โปรดทำเครื่องหมายกากบาท X ในช่องทำเครื่องหมายเพียงเครื่องหมายเดียว” ตกไป 1 บรรทัด

ข้อผิดพลาดดังกล่าว อาจเป็นเหตุให้เกิดบัตรเสียเป็นจำนวนมาก หากผู้มีสิทธิออกเสียงเข้าใจว่า ทำเครื่องหมายอะไรก็ได้

กกต. ต้องรีบออกมาแถลงไม่ให้เกิดความสับสน โค้งขอโทษต่อประชาชน และละเอียดรอบคอบต่อเรื่องสำคัญของประเทศให้มากกว่านี้

มืออาชีพครับ ขอเป็นมืออาชีพครับ

– 006

‘อาจารย์อ้อย’เล่าเคส’โรส’อดีตหมิ่นสถาบันฯตัวแม่กลับใจ ปลุกเลือกตั้้ง 8 ก.พ.ทำส้มสูญพันธุ์

'อาจารย์อ้อย'เล่าเคส'โรส'อดีตหมิ่นสถาบันฯตัวแม่กลับใจ ปลุกเลือกตั้้ง 8 ก.พ.ทำส้มสูญพันธุ์

‘อาจารย์อ้อย’เล่าเคส’โรส’อดีตหมิ่นสถาบันฯตัวแม่กลับใจ ปลุกเลือกตั้้ง 8 ก.พ.ทำส้มสูญพันธุ์

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.24 น.

‘อาจารย์อ้อย’เล่าเคส’โรส’อดีตหมิ่นสถาบันฯตัวแม่กลับใจ พร้อมชวนขจัดไทยสามานย์ ผ่านเลือกตั้้ง 8 ก.พ.ให้ส้มสูญพันธุ์

เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2569  อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล หรือ “อาจารย์อ้อย” ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า ซึ่งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ที่ออกมาแสดงจุดยืนแถวหน้าในฝ่ายของผู้รักชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “มาเปิดหน้าชนขจัดไทยสามานย์กันเถอะ เราปล่อยให้ส้มเน่า ทำลายความเป็นมนุษย์ของคนในชาติไปมากมาย ด้วยการปลุกปั่นสร้างวาทกรรมให้เกลียดชังสถาบันกษัตริย์ ชังชาติและไม่มีสำนึกในบุญคุณของผู้ใด นี่หรือวิถีประชาธิปไตยของคนพวกนี้

วันนี้เยาวชนที่ชู 3 นิ้วหลายคนติดคุก ส่วนที่ลี้ภัยไปต่างประเทศได้ ก็เพราะพวกพ่อพญาอินทรีย์รู้ว่ายังพอมีประโยชน์ต่อ เพราะผู้นำชาติอ่อนแอปล่อยให้พวกนี้กัดกินประเทศ ไม่คิดกำจัดอย่างเด็ดขาด จึงเป็นหน้าที่ของประชาชนที่ต้องจัดการกันเองผ่านการลงคะแนนเลือกตั้ง วันนี้พรรคสามานย์ก็ยังลอยหน้าลอยตา สาวกยังเย้ยหยันด่าว่าคนรักชาติว่าเป็นพวกหัวเก่าไม่ยอมเปลี่ยน เราจะไม่มีวันเปลี่ยนจากความเป็นมนุษย์ไปสู่ความเป็นเดรัจฉานที่ไม่มีสำนึกบุญคุณใครเหมือนพวกมัน นี่คือส่วนหนึ่งของคำสารภาพของผู้หญิงที่ชื่อโรส..

“โรสเป็นคนไทยในต่างประเทศคนแรกๆ ที่หลงผิดเลย เป็นผู้หญิงคนแรกที่เปิดหน้าด่าเจ้า อย่าให้เซดเลย สื่อ BBC ของอังกฤษ โชว์คลิปวันที่ทหารไล่ยิงผู้ชุมนุม ตรงราชประสงค์ ประกอบกับช่วงนั้น วิ่งเข้าไปดูแพลตฟอร์มหงอกเจียม ไอ้ชูพงษ์ ไอ้สนามหลวง พวกนี้มันก็พูดเหมือนเป็นนิทาน เราเข้าไปฟังด้วยความที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับราชวงศ์ เราเป็นเด็กรุ่นใหม่…อยู่เมืองนอกนาน ไม่เคยได้เห็นภารกิจที่ราชวงศ์ทำ

-มีช่วงนึงพ่อโรสบอกว่ามึงไปด่าเขา แต่ตอนที่มึงเด็กๆ วันที่น้ำท่วม ในหลวง ร.9 ท่านเสด็จมาสั่งการเองเลย มึงหยุดเหี้xสักที แต่เราหัวร้อน เราไม่รู้จริงๆ

-ช่วงโควิด ล็อกดาวน์.. โรสได้รีเสิร์จการเมืองไทย.. มันทำให้เราตาสว่าง ปัญหาทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวกับราชวงศ์ ไม่ได้เกี่ยวกับเจ้าเลย เขาไม่ได้ลงมาบริหารเรื่องการเมือง เหมือนที่เครือข่ายเสื้อแดง ทักษิณจ่ายเงินจ้างมา เวลาเข้าไปฟัง เหมือนอยู่ในโลกนิทาน มันน่าจะเป็นอย่างนี้ แล้วไปฟังบ่อยๆ ปุ๊บ มันวางแผนกันเป็นขบวนการ ไม่ใช่โรสคนเดียวที่ด่าเจ้า

-อยากบอกทุกคนว่า ถ้าเรามีความคิดที่ดีต่อเจ้า เราจะไม่หวั่นไหว จะบอกน้องๆ หนูๆ ที่ตาสว่าง ต่างชาติมันรอครอบงำประชาชน ผ่านพวกนักการเมืองต่างๆ ที่คนไทยเลือกตั้งเข้าไป ถ้ามันเข้าไปได้ มันสามารถแทรกแซงการปกครองของไทย โดยผ่านรัฐธรรมนูญใหม่ ร่างกฎหมายใหม่

-ฉะนั้นพรรคไหนเคยมีตัว.. ตัวสัxว์นรก เดรัจฉาน ที่เป็นเชื้อมะเร็งอยู่ อย่าได้ไปเลือก พรรคส้ม พรรคแดง พวกมันเปลี่ยนไม่ได้ กษัตริย์ ราชวงศ์สร้างแผ่นดินนี้มารวบรวมมาเป็นร้อยๆ ปี เขาไม่มีทางเอาชาติบ้านเมืองไปขาย คนที่นั่งด่าเจ้า ชีวิตอยู่เมืองนอกบัดซบ ครอบครัวมีปัญหา

…โรสขอโทษและทำตัวใหม่ พยายามเตือนน้องๆ หนูๆ ว่าอย่าหลงผิด อย่าใช้คำพูดทำลายล้างสถาบันให้ดูด้อยค่า ตอนนี้ชีวิตเราสูงขึ้น ดีขึ้นจริงๆ เงินทองเข้ามา ถึงเราอยู่เมืองนอกก็ดูแลประเทศได้…ปีใหม่แล้ว สิ่งที่พระมหากษัตริย์ไทยและกองทัพไทยทำให้ประชาชนแฮปปี้ที่สุด คือเราได้ชัยชนะจากเขมร วันที่เห็นทหารเอาธงชาติขึ้นปราสาท โรสดูแล้วร้องไห้เลย”..

ในฐานะคนไทยขอให้อโหสิกรรมให้หนูนะคะ อาจารย์รู้ว่าเวลาถูกล้างสมองมันทำให้ความเป็นมนุษย์หายไป จนผลักให้ทำชั่วได้แบบไม่ยั้งคิดเหมือนคนถูกมนต์ กฎอันนึงของการหมิ่นปรามาสคือ การทำไปเพราะตกเป็นเหยื่อ หากสำนึกผิดจริงๆ เวลาขอขมากระแสกรรมจะหายไปเยอะมาก เพราะจิตสำนึกกลับคืนมา และยิ่งทำความดีชดเชย วิบากกรรมจะหายไปเกือบหมด แล้วยังมีบุญมาหนุนชีวิตอีกด้วย อยากให้เด็กคนอื่นๆ กลับตัวและมีโอกาสเหมือนหนู

ยังมีคนไทยอีกมากที่ยังหน้ามืดตาบอด สถาบันการศึกษาในไทยก็ปล่อยให้อาจารย์เลวๆ ล้างสมองเด็ก วันนี้อยากเชิญชวนให้ทุกคนเปิดหน้าออกมารักษาชาติ ต้องเลือกตั้งอย่างมีเอกภาพ ให้น้ำเงินทั้งแผ่นดิน เพราะนี่คือสิ่งที่เราทำได้อย่างชอบธรรม

ยามนี้คนไทยไม่ใช่แค่เลือกตั้ง แต่มันคือโอกาสในการรวมพลัง ขจัดเสี้ยนหนามของแผ่นดิน 8 กุมภานี้ ทำส้มสูญพันธุ์