พิพัฒน์ เผยรอ 200 คนไทยในอิหร่าน ตัดสินใจเดินทาง เน้นต้องปลอดภัย

พิพัฒน์ เผยรอ 200 คนไทยในอิหร่าน ตัดสินใจเดินทาง เน้นต้องปลอดภัย

พิพัฒน์ เผยรอ 200 คนไทยในอิหร่าน ตัดสินใจเดินทาง เน้นต้องปลอดภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.16 น.

วันนอร์ เผยหลังคุยนายกฯ เห็นด้วยการวางตัวไทยเหมาะสม ด้าน พิพัฒน์ เผยรอ 200 คนไทยในอิหร่าน ตัดสินใจเดินทาง เน้นต้องปลอดภัย

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 5 มี.ค.2569 นายวันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับนายกฯ ว่า ในการพูดคุย ได้หารือกันถึงท่าทีของประเทศไทย ที่ทำอยู่ในขณะนี้ ซึ่งตนและนายกรัฐมนตรี ต่างมีความเห็นตรงกัน ว่าการวางตัวเป็นกลาง การเร่งดูแลคนไทย ที่อยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง และการอำนวยความสะดวก ให้ คนไทยได้กลับมาประเทศไทย เป็นสิ่งที่เหมาะสม 

จากนั้นเวลา 10.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์​ รัช​กิจ​ประการ​ ​รองนายกฯและรมว.คมนาคม​ ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีที่นายกฯได้ขอคำแนะนำจากนายวัน​มูหะมัดนอร์​  ว่าขณะที่มีเหตุการรุนแรงในตะวันออกกลางเราควรวางตัวอย่างไร โดยนายวันมูหะมัดนอร์ ได้บอกว่าการวางตัวของนายกฯของประเทศไทยเหมาะสมที่สุดซึ่งเราต้องวางตัวเป็นกลาง 

เมื่อถามว่านายวันมูหะมัดนอร์ แนะนำให้ทำอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยัง ตอนนี้ทุกอย่างต้องดูสถานการณ์ที่จะก้าวต่อไปไม่ว่าจะเดินไปในทางที่ดีขึ้นหรือถอยหลังกลับมาในสถานการณ์ที่ไม่ดี ถ้าเหตุการณ์รุนแรงมากขึ้นนายกฯ อาจต้องเชิญนายวันมูหะมัดนอร์มาปรึกษาอีกครั้ง โดยขณะนี้นายวันมูหะมัดนอร์ ได้แนะนำให้เราทำตัวนิ่งๆ เพื่อดูแนวโน้มเหตุการณ์จะไปทิศทางใด 

ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนในการรับคนไทย 200 คน จากอิหร่านไปยังที่ตุรกี เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย ว่าขณะนี้เป็นช่วงการตัดสินใจของผู้ที่จะเดินทางว่าพร้อมหรือไม่ เพราะระยะทางไกล 1,000 กิโลเมตรไม่ได้ง่าย อาจมีด่าน รวมถึงผู้ที่ประสงค์ดีและประสงค์ไม่ดี ซึ่งไม่สามารถไปคาดการณ์ได้ จึงต้องประเมินสถานการณ์ให้ดูแล้วปลอดภัยที่สุดถึงจะเคลื่อนย้าย 

ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องเครื่องบินที่นำคนไทยกลับ มีความพร้อมใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากที่นายกฯ พูด จะใช้เครื่องบินพาณิชย์เหมาลำ ที่บินผ่านน่านฟ้าตุรกี เข้ามาที่ไทยซึ่งค่าใช้จ่ายจะถูกกว่านำเครื่องของทหารอากาศไปรับ จะมีเรื่องของการขออนุญาตและเรื่องความมั่นคง การประกันภัยที่จะยุ่งยากมากกว่า 

เมื่อถามย้ำว่า คนที่จะตัดสินใจจะเป็นประชาชนหรือรัฐบาล นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การประเมินของสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำอิหร่าน ที่จะให้ข้อมูลผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อรายงานนายกฯ อีกครั้ง 

ชัยชนะ นำทีม สส.ใต้ รายงานตัวสภาฯ ยันปชป.มีเอกภาพ 100% ปัดแอบดีลร่วมรบ. ยังไร้เทียบเชิญ

ชัยชนะ นำทีม สส.ใต้ รายงานตัวสภาฯ ยันปชป.มีเอกภาพ 100% ปัดแอบดีลร่วมรบ. ยังไร้เทียบเชิญ

ชัยชนะ นำทีม สส.ใต้ รายงานตัวสภาฯ ยันปชป.มีเอกภาพ 100% ปัดแอบดีลร่วมรบ. ยังไร้เทียบเชิญ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.09 น.

ชัยชนะ นำทีม สส.ใต้ รายงานตัวสภาฯ ยัน ประชาธิปัตย์ มีเอกภาพ 100% ปัดแอบดีลร่วมรัฐบาล ทุกอย่างต้องเป็นมติพรรค เผยยังไม่มีเทียบเชิญ  ลั่นพร้อมทำทุกหน้าที่ทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 5 มี.ค. ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นำ4 สส.นครศรีธรรมราช และ 1 สส. สุราษฎร์ธานี รายงานตัวกับสำนักงานเลขาสภาผู้แทนราษฎร 1.นายจอมไกร สวัสดิวงศ์ นครศรีธรรมราชสส.เขต 6 ,2.นายทรงศักดิ์ มุกสิกร นครศรีธรรมราช เขต1, 3.นางกนกพร เดชเดโช นครศรีธรรมราชเขต 4, 4.นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราชเขต 3 และนายสมชาติ ประดิษฐพร สส. สุราษฎร์ธานี เขต 4 

จากนั้นนายชัยชนะให้สัมภาษณ์ภายหลังรายงานตัว ว่า วันนี้มีกำหนดการรายงานตัวของสส.แบบแบ่งเขตอยู่แล้ว ส่วนสส.แบบบัญชีรายชื่อ จะมารายงานตัวในวันที่ 6 มีนาคม และแม้ว่าจะแยกมารายงานตัวแต่ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์มีเอกภาพ วันนี้เรามี 21 เสียงมติพรรคและหัวหน้าจะตัดสินใจอย่างไร เราก็พร้อมทำตามอยู่แล้ว อย่ามองทุกประเด็นให้เป็นประเด็นการเมืองว่าเหตุใดจึงมาไม่พร้อมกัน เราทำงานเป็นทีมและมีความเป็นเอกภาพ เป็นพรรคประชาธิปัตย์ 

เมื่อถามว่า การที่เดินทางมารายงานตัวก่อนในวันนี้ มีการแอบดีลอะไรก่อนหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีการแอบดีล ทุกอย่างคุยกันแบบเปิดเผย ทุกอย่างตัดสินใจด้วยมติพรรค ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็เคยบอกว่าคะแนนของพรรค 60% ก็อยู่ที่ภาคใต้ 2 ล้านกว่าคะแนน ซึ่งสส.ทุกคนมาจากการเลือกของประชาชน ต้องกลับไปถามโหวตเตอร์ในพื้นที่ว่าคิดเห็นอย่างไร ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่นครศรีธรรมราชที่มาคอมเมนต์ในเฟซบุ๊กของตนส่วนใหญ่ก็ให้ร่วมรัฐบาล แต่ส่วนตัวของตนขึ้นอยู่กับมติพรรคว่าจะคิดเห็นอย่างไร โดยต้องมาจากสส.ร่วมกับกรรมการบริหาร ซึ่งการจะร่วมรัฐบาลต้องได้รับการเทียบเชิญจากพรรคแกนนำรัฐบาลก่อน แต่วันนี้ยังไม่มีอะไร 

เมื่อถามว่า มีประชาชนสนับสนุนให้ร่วมรัฐบาล แต่มติพรรคอีกอย่าง จะถือว่าเป็นการสวนมติพรรคหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า เรื่องนี้แหกมติพรรคไม่ได้อยู่แล้ว มติพรรคเป็นอย่างไรต้องเป็นเช่นนั้น การร่วมรัฐบาลต้องได้รับการเทียบเชิญจากแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล อยู่ดีๆ เราจะไปร่วมเลยไม่ได้ ซึ่งหัวหน้าพรรคได้มีการพูดถึงเงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ 3 ข้อ หากยืนยันตามเงื่อนไขนั้น ก็มาพิจารณาว่าจะร่วมหรือไม่ร่วม

เมื่อถามว่า การโหวตของพรรคประชาธิปัตย์ 21 ส่วนจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันใช่หรือไม่ไม่ว่าจะเป็นการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและนายกรัฐมนตรี นายชัยชนะ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีเหตุผลที่จะไปทิศทางอื่น เราต้องไปในทิศทางเดียวและ 21 เสียงของพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องเข้าไปขับเคลื่อนนโยบายในสภาฯ ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยคนพิการ ค่าซ่อมแซมบ้านคนพิการ เรียนฟรี และอื่นๆ ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นเอกภาพ 100% 

เมื่อถามว่า หากพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านก็พร้อมที่จะเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ใช่หรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า เราเคยเป็นมาแล้ว ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ก็พร้อมทำงานทั้งสองฝั่งอยู่แล้ว และจะทำให้เต็มที่ 100% ฉะนั้น ไม่ต้องกังวล วันที่ 6 มีนาคมหัวหน้าก็จะนำทีมสส.บัญชีรายชื่อมารายงานตัว ส่วนสส.เขตก็จะกลับไปลงพื้นที่ หากตนไม่ติดภารกิจก็ต้องมากับหัวหน้าอยู่แล้ว

โยนถามนายกฯคนเดียว พิพัฒน์ปัดตอบความชัดเจนจับขั้วรัฐบาล

โยนถามนายกฯคนเดียว พิพัฒน์ปัดตอบความชัดเจนจับขั้วรัฐบาล

โยนถามนายกฯคนเดียว พิพัฒน์ปัดตอบความชัดเจนจับขั้วรัฐบาล

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.07 น.

5 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงการสัมมนาพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ จ.บุรีรัมย์ จะมีความชัดเจนเรื่องการจับขั้วรัฐบาล เลยหรือไม่ ว่า อันนี้ต้องถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะที่เป็นหนึ่งในแกนนำสามารถพูดได้หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่หรอกครับ ตนไม่สามารถตอบได้ ต้องถามนายกฯ คนเดียว

สภาฯพร้อมเปิดประชุม! เลขาฯเผยไม่ต้องรอรายงานตัวถึง 95% แค่ได้จำนวนที่เหมาะสม

สภาฯพร้อมเปิดประชุม! เลขาฯเผยไม่ต้องรอรายงานตัวถึง 95% แค่ได้จำนวนที่เหมาะสม

สภาฯพร้อมเปิดประชุม! เลขาฯเผยไม่ต้องรอรายงานตัวถึง 95% แค่ได้จำนวนที่เหมาะสม

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.03 น.

“เลขาสภาฯ”เผยพร้อมเปิดประชุมสภา หลัง กกต.รับรอง สส.แล้ว แจงไม่ต้องรายงานตัวถึง 95% แค่ได้จำนวนที่เหมาะสม ระบุภาพรวมการรายงานตัวเรียบร้อยดี

5 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนหลังการประกาศรับรอง สส.ไปแล้ว 499 คน ว่า สภาฯ เตรียมการรองรับให้สมาชิกมารายงานตัว ซึ่งการรายงานตัวของสมาชิก ก็ไม่ต้องมีจำนวนถึง 95% หรือ 499 คน แต่เอาเฉพาะได้สมาชิกจำนวนหนึ่งที่มากเพียงพอที่จะถวายประกอบการทูลเกล้าฯ ของนายกรัฐมนตรี ส่วนรัฐบาล ยังไม่ได้ประสานมาโดยตรง แต่อาจจะประสานกับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ โดยหลังจากนี้ หากมีการรายงานตัวของสมาชิกพอสมควร เราก็ทำหนังสือไปถึงสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ทราบว่า ขณะนี้สภาได้รับรายงานตัวสมาชิกเท่าไหร่

เมื่อถามว่า พรรคประชาชน (ปชน.) จะมารายงานตัวปิดท้ายวันที่ 9 มี.ค.นั้น จะสามารถทำได้โดยไม่ต้องรอหรือไม่ นายศิโรจน์ กล่าวว่า พรรคจะมาวันไหน เราไม่ได้ขัดข้อง แต่แค่ขอจำนวนสมาชิกที่มารายงานตัวในขณะนี้ อาจจะเป็นวันที่ 5 – 6 มี.ค.69 มากพอสมควรที่จะมีการเปิดพิธีให้มีความเหมาะสม

เมื่อถามถึงไทม์ไลน์หลังจากนี้ นายศิโรจน์ กล่าวว่า วันแรกจะมีพิธีเปิดประชุมรัฐสภา มีรัฐพิธี จากนั้น มีการประสานงานกับพรรคการเมือง ที่รวบรวมสมาชิกได้มากที่สุด ก็มีการประสานงานมาว่าจะมีความพร้อมที่จะเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ในวันไหน และช่วงเวลาอะไร และเราจะทำหนังสือนัดประชุม เพื่อปฏิญาณตน โดยประธานสภาฯ ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ ลงมาก่อน และหลังจากนั้น จะใช้ดุลย์พินิจในการนัดวันประชุมสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป

นายศิโรจน์ กล่าวว่า สำหรับภาพรวมการรายงานตัวในช่วงที่ผ่านมาก็เรียบร้อยดีสมาชิกก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่จำนวนอาจจะน้อยไปหน่อย แต่วันนี้คาดว่าจะมาเกิน 300 คน โดยที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มาวันนี้ เราก็มีความพร้อม ได้ประสานกับทางพรรค ให้สมาชิกกรอกผ่านฟอร์ม ทำให้เมื่อถึงแล้ว แค่ตรวจข้อมูล เซ็นชื่อ และมอบบัตรสมาชิกไป

ส่วนการโหวตเลือกประธานสภาฯ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดขึ้นภายในเดือนนี้มีนาคมนี้ นายศิโรจน์ ระบุว่า เป็นไปได้หมด ทุกสมัยที่ผ่านมา เมื่อมีการเปิดพิธีประชุมเมื่อไหร่ ในวันต่อไป ก็มีการเรียกประชุมสภาฯ ก็แล้วแต่ความพร้อมของแต่ละพรรคในการรวมเสียงข้างมาก

เอกนิติ เผยนำผู้แทน IMF เข้าพบนายกฯ เตรียมพร้อมจัดประชุมธนาคารโลกที่ไทย ต.ค.นี้

เอกนิติ เผยนำผู้แทน IMF เข้าพบนายกฯ เตรียมพร้อมจัดประชุมธนาคารโลกที่ไทย ต.ค.นี้

เอกนิติ เผยนำผู้แทน IMF เข้าพบนายกฯ เตรียมพร้อมจัดประชุมธนาคารโลกที่ไทย ต.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.47 น.

เอกนิติ เผยนำผู้แทน IMF เข้าพบนายกฯ เตรียมพร้อมจัดประชุมธนาคารโลกที่ไทย ต.ค.นี้ 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 มี.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในเวลา 10.45 น. วันเดียวกันนี้ ตนจะนำกรรมการผู้จัดการ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เพื่อหารือกรณีที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมธนาคารโลก และ IMF ของทั้งโลกในช่วงเดือนตุลาคม วันนี้เขาจะเข้ามาตรวจความพร้อมของสถานที่ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

วันนอร์ ขึ้นตึกไทยฯ คุย​ นายกฯ​ สถานการณ์ตะวันออกกลาง​ มองรัฐบาลวางตัวเหมาะสม​-เป็นกลาง

วันนอร์ ขึ้นตึกไทยฯ คุย​ นายกฯ​ สถานการณ์ตะวันออกกลาง​ มองรัฐบาลวางตัวเหมาะสม​-เป็นกลาง

วันนอร์ ขึ้นตึกไทยฯ คุย​ นายกฯ​ สถานการณ์ตะวันออกกลาง​ มองรัฐบาลวางตัวเหมาะสม​-เป็นกลาง

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.36 น.

พิพัฒน์ พา​ วันนอร์ ขึ้นตึกไทยฯ คุย​ นายกฯ​ สถานการณ์ตะวันออกกลาง​ มองรัฐบาลวางตัวเหมาะสม​-เป็นกลาง​ หนุนตั้งรัฐบาล​โดยเร็ว ชี้ต้องเร่งสร้างความน่าเชื่อถือ​ เดินหน้าแก้เศรษฐกิจ​ 

เมื่อเวลา 08.47 น​. วันที่ 5 มี.ค.2569 นายอนุทิน  ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย​เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล​ โดยทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง ได้เข้าสักการะองค์นรสิงห์จำลอง​ ซึ่งปฏิบัติเป็นปกติทุกวันก่อนปฏิบัติหน้าที่

จากนั้นเมื่อเวลา 08.50 น.นายพิพัฒน์​ รัช​กิจ​ประการ​ ​รองนายก​ รมว.คมนาคม​ นำนายวัน​มูหะมัดนอร์​  มะ​ทา​ อดีตประธานรัฐสภา​ เข้าพบนายกรัฐมนตรี​บนตึกไทยคู่ฟ้า​ โดยนายวันนอร์​ เปิดเผยว่า​ นายกรัฐมนตรีเชิญตนมาหารือถึงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม แต่อาจจะมีผลกระทบ ในฐานะที่ตนพอจะรู้เรื่อง ประเทศมุสลิม นายกฯ จึงเชิญมาหารือ ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ชาวมุสลิมในประเทศไทยไม่ต้องกังวลอะไร​ เนื่องจากประเทศเรามีกำหนดท่าทีที่เป็นกลาง และเราพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงของสหประชาชาติ และอาเซียน​ เราไม่มีปัญหา เพราะสนับสนุนการการเจรจา เพื่อให้เกิดสันติภาพ

เมื่อถามว่า ประเมินสถานการณ์การสู้รบจะยืดเยื้อหรือไม่นายวันมูหะมัดนอร์  กล่าวว่า​ ไม่มีใครทราบได้ เพราะเป็นเรื่องของ 2-3 ประเทศ ที่เกี่ยวข้อง แต่การกำหนดท่าทีของรัฐบาลในการดูแลประชาชนในประเทศเหล่านั้นให้มีความปลอดภัย หรือประชาชนมีความประสงค์จะเดินทางกลับไทย ก็ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องรีบดูแล​ และมองว่าขณะนี้ทางอาเซียนมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศแล้ว​ และมีการวางท่าทีและบทบาทที่เหมาะสม​ รวมไปถึงเป็นประโยชน์​ต่ออาเซียน​ 

นายวันมูหะมัดนอร์​ กล่าวด้วยว่า​ เชื่อว่าหลายประเทศพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับประเทศไทยในการให้ความช่วยเหลือคนไทย เพราะทุกครั้งที่เกิดปัญหาทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่สันติสุขสันติภาพ และเราไม่มีปัญหากับประเทศใด เขาก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

“คนไทยส่วนใหญ่ที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง 80% เป็นนิกาย​สุหนี่​ แต่อิหร่านเป็นนิกายชีอะห์ กว่า 90%  ว่าความเห็นในด้านศาสนาจะแตกต่างแต่ความเป็นอยู่ก็ใกล้เคียง ไม่ได้มีความขัดแย้งในทางนิกาย ที่จะนำไปสู่ความไม่สงบสุขได้ อยู่ด้วยกันได้ไม่มีปัญหา ซึ่งในประเทศไทยเองนิกายชีอะห์มีอยู่ประมาณ 10 %”

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการหารือเรื่องงานสภากับนายกฯด้วยหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้กกต.รับรอง สส.ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อครบแล้ว  นายวันมูหะมัดนอร์  กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี แต่คิดว่างานสภาไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะขณะนี้ กกต.รับรอง สส. ครบถ้วน และพร้อมที่จะเปิดสภาแล้ว ซึ่งตามขั้นตอนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะทำหนังสือถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อกราบบังคมทูลฯ เปิดสมัยประชุม โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนจะต้องปฏิญาณตนก่อนปฎิบัติหน้าที่

เมื่อถามว่าพรรคประชาชาติ เข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ด้วย จะมีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งอย่างไรหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เราฟังเสียงประชาชน และเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่ประชาชนเลือกมากที่สุด มาเป็นอันดับหนึ่ง จึงเป็นหน้าที่พรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล และมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ และเมื่อภาวะสงครามตะวันออกกลางยิ่งต้องจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จโดยเร็ว เพราะการเจรจาในช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการอาจจะลดความเชื่อถือลง

เมื่อถามว่าไทม์ไลน์การเปิดประชุมสภานั้น นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่าเป็นเรื่องของสภากับรัฐบาลเนื่องจากต้องมีการกราบบังคมทูลฯ ไม่สามารถกำหนดเองได้

ทั้งนี้ภายหลังการหารือ โดยเมื่อเวลา 9.50 น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและมว.มหาดไทย รวมถึงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกและรมว.คมนาคมได้เดินลงมาส่งนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ขึ้นรถก่อนเดินทางกลับ

สมชัย ซัด กกต. บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง 69 คือรหัสมรณะ

สมชัย ซัด กกต. บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง 69 คือรหัสมรณะ

สมชัย ซัด กกต. บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง 69 คือรหัสมรณะ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.44 น.

5 มีนาคม 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความระบุว่า บาร์โค้ด คือ รหัสมรณะ

การตัดสินใจให้มีบาร์โค้ดในส่วนล่างของบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในการเลือกตั้ง ปี 2569 ที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยการทดลองแล้วว่า สามารถเชื่อมโยงกลับไปสืบหาตัวผู้ลงคะแนนได้จริง

ขณะนี้ ข้อสรุปที่มองกลับไปยัง กกต. จึงเหลือเพียง 2 ทาง

1. จัดการเลือกตั้งแบบประมาทเลินล่ออย่างร้ายแรง โดยขาดการไตร่ตรอง ขาดการกลั่นกรองจากทั้งสำนักงานและตัวคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า การมีบาร์โคดจะนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะและคดีต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย

2. การมีบาร์โค้ดดังกล่าว อาจไม่ใช่การประมาทเลินเล่อ แต่ อาจกระทำโดยเจตนา ของบุคคล กลุ่มบุคคล ขบวนการ ที่ต้องการใช้บาร์โค้ด เป็นเครื่องมือในการควบคุมการลงคะแนนเสียงที่สามารถตรวจสอบได้ หรือเพื่อใช้วางแผนการเลือกตั้งในอนาคต หากเป็นบุคคลเดียวก็เป็นความผิดเฉพาะตัว หากเป็น 2-4 คน กม. อาญาเรียก อั้งยี่ แต่หาก 5 คนขึ้นไป เรียกซ่องโจร

3. การพิสูจน์ว่า การมีบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง เป็นการประมาทเลินล่อ หรือ เป็นเจตนากระทำความผิด จะเป็นขบวนการอั้งยี่หรือซ่องโจรหรือไม่ ต้องพิสูจน์ในศาล โดยต้องมีผู้ฟ้อง กกต. ในคดีอาญา มาตรา 209 ซึ่งศาลจะสามารถเรียกเอกสาร เช่น สัญญาจัดซื้อจัดจ้าง รายงานการประชุมทุกระดับ รายงานการตรวจรับ บันทึกการให้ความเห็นของผู้เกี่ยวข้องทุกระดับมาประกอบคำวินิจฉัย

4. อั้งยี่มา ก็อั้งยี่กลับ ฟ้องประชาชนได้ ประชาชนก็ฟ้องกลับได้

ปชน.ประกาศเดินหน้าต่อ โชว์ 120 สส.พรรค ลั่นเราพร้อมเริ่มบทใหม่ของการเปลี่ยนแปลง

ปชน.ประกาศเดินหน้าต่อ โชว์ 120 สส.พรรค ลั่นเราพร้อมเริ่มบทใหม่ของการเปลี่ยนแปลง

ปชน.ประกาศเดินหน้าต่อ โชว์ 120 สส.พรรค ลั่นเราพร้อมเริ่มบทใหม่ของการเปลี่ยนแปลง

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.03 น.

ปชน.ประกาศเดินหน้าต่อ โชว์ 120 สส.พรรค ลั่นเราพร้อมเริ่มบทใหม่ของการเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2569 เพจเฟซบุ๊ก “พรรคประชาชน – People’s Party” ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า “พรรคประชาชนพร้อมเดินหน้าต่อ เราพร้อมเริ่มบทใหม่ของการเปลี่ยนแปลง แนะนำ 120 สส. ผู้แทนประชาชนทั่วประเทศ

ในการเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชนได้ประกาศภารกิจตั้งรัฐบาลประชาชน โดยมีเป้าหมายในการสร้างประเทศไทยที่ไม่เทา ประเทศไทยที่เท่ากัน และประเทศไทยที่ทันโลก ถึงแม้ผลการเลือกตั้งจะทำให้เราไปไม่ถึงฝั่งฝัน แต่ก็ทำให้รู้ว่าเราได้รับความไว้วางใจจากประชาชนทั่วประเทศมากกว่า 10.97 ล้านเสียงจาก 398 เขตที่ กกต. ให้การรับรองอย่างเป็นทางการ และได้ สส.เขตมากถึง 88 คน จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ด้วยวิธีการทำงานการเมืองแบบพรรคประชาชนที่ไม่ใช้เงินซื้อเสียง นั่นแสดงว่าทุกหยาดเหงื่อแรงงานที่เราได้ทำงานเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงไม่สูญเปล่า

การทำงาน สส. แบบพรรคประชาชน ไม่มีเงินทองของแจก แต่จะแลกด้วยการทำงาน นำปัญหาที่อยู่ตรงหน้าของประชาชนประสานผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้รีบเข้าไปแก้ไข ปัญหาอะไรที่เป็นเรื่องใหญ่ก็พร้อมที่จะไปแก้ให้ถึงระดับโครงสร้าง และในระดับประเทศก็พร้อมจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทยของเราดีขึ้น นี่คือ สส. ของประชาชน

ในสมัยประชุมสภาที่ผ่านมา เพียงแค่ 2 ปี 6 เดือนของอดีตพรรคก้าวไกล-พรรคประชาชน พวกเราเสนอร่างกฎหมายที่ก้าวหน้าไปกว่า 100 ฉบับ และหลายฉบับนำไปสู่การผลักดันประเด็นที่ก้าวหน้าในสังคม ไม่ว่าจะเป็น สมรสเท่าเทียม สุราก้าวหน้า คุ้มครองแรงงาน ฯลฯ

ในสภาชุดที่ 27 ที่กำลังจะมาถึง พรรคประชาชนขอสัญญาว่าผู้แทนราษฎรของเราจะเดินหน้าใช้กลไกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นสถาบันทางการเมืองระดับประเทศเพียงแห่งเดียวที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ในการเสนอร่างกฎหมายที่ก้าวหน้า สะท้อนปัญหาในพื้นที่ ทำงานเชิงรุกในกลไกกรรมาธิการ เพื่อผลักดันความเปลี่ยนแปลงและแก้ไขปัญหาของประชาชน

ขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ยังไว้วางใจและเดินทางร่วมไปกับเรา

สู้ต่อไปด้วยกัน

ทำความรู้จักผู้แทนราษฎรของท่านได้ที่ https://peoplesparty.or.th/person/parliament/

เทพไท อัดยับ กกต. รับรอง สส.ปล่อยผียกเข่ง ไม่กล้าสอยคนโกง?

เทพไท อัดยับ กกต. รับรอง สส.ปล่อยผียกเข่ง ไม่กล้าสอยคนโกง?

เทพไท อัดยับ กกต. รับรอง สส.ปล่อยผียกเข่ง ไม่กล้าสอยคนโกง?

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.20 น.

5 มีนาคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เหตุ กกต.รับรอง ส.ส.แบบปล่อยผี

นับว่าเป็นไปตามกระแสข่าว ที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่า คณะกรรมการเลือกตั้ง หรือกกต.จะประกาศรับรองส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน และรับรองส.ส.เขตที่เหลืออยู่อีก4เขต ในที่สุดคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือกกต. ประกาศรับรองส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ครบ 100 คนจริง ส่วนส.ส.ในระบบเขต รับรองเพียง3คนหรือ3เขต อีก1เขตคือเขต2 สุพรรณบุรี ยังไม่ประกาศรับรอง จึงทำให้มีส.ส.ที่ผ่านการรับรองแล้ว ทั้ง2ระบบจำนวน 499 คน เกิน 95% ซึ่งรัฐสภาสามารถเปิดการประชุมได้ภายในเวลา 15 วัน เพื่อประกอบรัฐพิธี และเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรกับรองประธานสภาผู้แทนราษฎรอีก2ท่าน

นับว่าเป็นการประกาศรับรองส.ส.ได้อย่างรวดเร็ว ของคณะกรรมการเลือกตั้งหรือกกต. ชุดนี้ ทั้งที่กฎหมายให้ระยะเวลา2เดือน ยังเหลือเวลาอีก1เดือน ที่คณะกรรมการเลือกตั้ง สามารถจะพิจารณาดำเนินการรับรองส.ส.ภายในกรอบของกฎหมายได้ แต่คณะกรรมการเลือกตั้ง เลือกจะใช้วิธีการรับรองทั้งหมดหรือที่เรียกกันว่า ปล่อยผีหรือรับรองยกเข่ง ถ้าหากเขตเลือกตั้งที่2 จังหวัดสุพรรณบุรี ไม่มีปัญหาเรื่องการนับคะแนนก็เชื่อว่า คณะกรรมการเลือกตั้งหรือกกต. คงจะประกาศรับรองครบ 500 คนไปแล้ว

สิ่งที่อยากจะตั้งข้อสังเกต ก็คือการทำหน้าที่ของคณะกรรมการเลือกตั้งหรือกกต. เปรียบเสมือนแค่ผู้จัดการเลือกตั้ง ไม่สามารถทำหน้าที่กลั่นกรอง ตรวจสอบวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ แม้ว่าก่อนการเลือกตั้งจะมีปรากฏการณ์ให้เห็นเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง หรือการกระทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง เช่น การซื้อเสียง มีกระแสข่าวพูดถึงการซื้อเสียงกันอย่างกว้างขวาง และพูดได้ว่า มีการซื้อเสียงทุกเขตเลือกตั้งด้วยซ้ำไป

แต่กกต.ไม่ได้ใช้กลไกทางกฎหมายจัดการบุคคล หรือผู้สมัครที่ซื้อเสียงได้เลย และไม่สามารถพิจารณาในรายละเอียดของผู้สมัคร หรือผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งว่า บุคคลใดเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฏหมายเลือกตั้งบ้างหรือไม่ ทั้งที่กฎหมายได้เปิดช่องให้พิจารณาโดยใช้หลักว่า “มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า” ผู้ใดกระทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง ก็สามารถให้ใบเหลือง ใบส้ม หรือใบแดงได้ แต่กกต.ก็ไม่เลือกที่จะทำเช่นนั้น กลับเลือกวิธีการ รับรองเหมารวมหรือเหมาเข่ง เพื่อไปพิจารณาความผิด หรือที่เรียกกันว่าสอยภายหลัง ในระยะระยะเวลา1ปี

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้กกต.ไม่กล้าจะให้ใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ก่อนการรับรองได้ ก็น่าจะมาจากเหตุการณ์เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 ที่กกต.เคยให้ใบส้มผู้สมัครส.ส.รายหนึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่ และในที่สุดผู้สมัครส.ส.รายนั้น ยื่นฟ้องศาล จนศาลมีคำตัดสินว่า ไม่เป็นความผิดและให้กกต.ชดใช้ค่าเสียหาย เป็นเงินจำนวน 70 ล้านบาท จึงทำให้กกต.ชุดหลัง เกิดอาการเกรงกลัว หรือหวาดผวา หรือแหยงขยาด ไม่กล้าให้ใบเหลือง ใบส้ม ใบแดงกับผู้สมัครส.ส. หรือผู้ได้รับการเลือกตั้งคนใด เพราะเกรงว่าจะเกิดความผิด และจะต้องชดใช้ภายหลัง จึงใช้วิธีการรับรองไปก่อนแล้วค่อยสอยภายหลัง ค่อยรวบรวมพยานหลักฐาน เสนอยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง พิจารณาให้ใบเหลือง ใบส้ม หรือใบแดง เพราะถ้าหากเป็นคำตัดสินของศาล ผู้เสียหายก็ไม่สามารถฟ้องร้องเอาผิดกับกกต.ได้

จึงเป็นทางออกของกกต. ที่เลือกเอาวิธีเซฟตัวเอง หรือเอาตัวรอดไว้ก่อน จึงเป็นที่มาของการทำงานของกกต.เหมือนกับฝ่ายธุรการ ไม่กล้าวินิจฉัย ไม่กล้าตัดสินใจ และไม่กล้าจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเลย จึงทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยที่สังคมสิ้นหวัง และไม่ได้ทำหน้าที่องค์กรอิสระอย่างแท้จริง และไม่สามารถอำนวยการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมได้ นับว่าผิดเจตนารมณ์ของการมีกกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระในการจัดการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ

‘หมอเกศ’จบเห่หลุดสว. ศาลเพิกถอนสิทธิ์10ปี ปมใช้วุฒิฯเก๊ลงสมัคร

‘หมอเกศ’จบเห่หลุดสว. ศาลเพิกถอนสิทธิ์10ปี ปมใช้วุฒิฯเก๊ลงสมัคร

‘หมอเกศ’จบเห่หลุดสว. ศาลเพิกถอนสิทธิ์10ปี ปมใช้วุฒิฯเก๊ลงสมัคร

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘หมอเกศ’จบเห่หลุดสว. ศาลเพิกถอนสิทธิ์10ปี ปมใช้วุฒิฯเก๊ลงสมัคร

กกต.ประกาศรับรองสส.บัญชีรายชื่อครบ 100 คน ปชน.อันดับ 1 ได้ 32 คน อันดับ 2 “ภูมิใจไทย” 19 คน เพื่อไทย อันดับ 3 ได้ 16 คน ด้าน “ปชป.” ได้มา 11 คนขณะที่ 13 พรรคเล็กได้พรรคละ 1 คน ศาลฎีกาฯเพิกถอนสิทธิ “หมอเกศ” 10 ปี ปมทุจริตใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ ไม่ผ่านการรับรองสมัครสว.ชักจูงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดชิงสว.ปี’67

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ปฏิเสธกระแสตอบถึงข่าวการวางตัว “บิ๊กแดง” พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบกเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพียงแต่ยิ้มเท่านั้น เมื่อถามว่า ชื่อ “ด”ใช่ “บิ๊กโด่ง” พลเอกอุดมเดช สีตบุตร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมหรือไม่ แต่นายกฯ ก็ไม่ได้ตอบคำถามเช่นเดียวกัน
‘โสภณ’ลั่นเปิดสภาฯตั้ง‘รบ.’ได้เลย

ด้าน นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรีและสส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวมีชื่อนั่งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ตนไม่รู้แต่ตอนนี้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีการรับรอง สส.แล้ว ซึ่งเป็นขั้นตอนของ สส.บัญชีรายชื่อที่จะไปรายงานตัวและขั้นตอนต่อไปเป็นเรื่องของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่จะทำให้หนังสือถึงรัฐบาล เพื่อนำความกราบบังคมทูลพระบรมราชโองการเรียกประชุมสภาฯ จากนั้นจะมีการเลือกประธานสภาฯ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากมีข่าว กกต.จะประกาศรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ การจัดตั้งรัฐบาลน่าจะดำเนินการได้เร็วแล้วใช่หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า สภาฯ เปิดก็ตั้งได้เลย แต่เราก็ต้องดูกระแสโลกด้วย เมื่อกระแสโลกเป็นอย่างนี้ เราก็ต้องมีรัฐบาลโดยเร็วไม่ใช่หรือ เมื่อถามถึงเสียงพรรคร่วมรัฐบาล ตัวเลข 293 ที่นั่งเพียงพอตั้งรัฐบาลแล้วใช่หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า เรื่องเสียงตนไม่รู้ เมื่อถามย้ำว่าตกลงจำเป็นต้องเอาพรรคกล้าธรรม (กธ.)ร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่าตนไม่รู้ๆ เมื่อถามว่า ขณะนี้มีข่าวว่าพรรคเพื่อไทย (พท.)จะเสนอชื่อ นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรคฯเป็นรองประธานสภาฯ ในโควตาพรรคเพื่อไทย นายโสภณ กล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคเขา เราไม่รู้ เมื่อถามย้ำว่า แต่ทำงานร่วมกันได้ใช่หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ทำงานร่วมกับทุกคนได้ ถ้าตนได้เป็นนะๆ ต้องดูด้วยว่าได้เป็นหรือไม่

‘หมอเกศ’ตัดสิทธิ10ปี-ใช้วุฒิศึกษาปลอม

ศาลฎีกาแผนคดีเลือกตั้ง นัดฟังคำพิพากษา กรณี นางสาวเกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ “หมอเกศ” สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ถูก กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยตรวจสอบคุณสมบัติ เนื่องจากข้อร้องเรียนเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาที่อาจเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ เพื่อจูงใจให้มีการเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 77 (4) โดย กกต.ยื่นคำร้องวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ นางสาวเกศกมล ซึ่งศาลฎีการับคำร้องไว้และพิจารณาไต่สวนพยานหลักฐานจากทั้งฝ่ายผู้ร้องและผู้คัดค้าน โดยศาลพิพากษาว่า การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการทุจริตในการเลือกสว.อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริต หรือเที่ยงธรรมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 226 และตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนางสาวเกศกมล ผู้คัดค้านเป็นเวลา 10 ปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษา
กมธ.จำลองกาบัตรแบบมีบาร์โค้ด

เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา มีการจำลองการเลือกตั้งโดยภาคประชาชนร่วมกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มี นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการฯ ร่วมกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อศึกษาว่า การมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งจะสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้ลงคะแนนได้หรือไม่ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมอาทิ ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ผอ.ดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ, นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น


แค่ศึกษาไว้ใช้ประโยชน์ในอนาคต

นายเจษฎ์ กล่าวว่า ใครบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้โมฆะหรือไม่โมฆะแสดงว่ามีธง ซึ่งตนไม่เคยพูดว่าโมฆะหรือไม่โมฆะ แต่พูดอยู่เสมอว่า ระดับความลับของการเลือกตั้งมีอยู่ 3 ระดับ 1.เดินผ่านด้านหลังคูหาแล้วมีโอกาสเห็น 2.ระดับเจ้าหน้าที่
ที่ถูกตั้งคำถามว่าหัวกับหางมาเจอกันหรือไม่และ 3.ความลับในระบบที่มีถึง 3 ชั้น ที่เป็นข้อถกเถียงกันว่า สแกนบาร์โค้ดแล้วไปเจอหัวในระบบได้อย่างไร
ขณะที่ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า เจตนารมณ์ครั้งนี้ของ กมธ.เพื่อศึกษาเชิงวิชาการ เพราะขณะนี้ กมธ. ทำรายงานการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม คือการศึกษาการเลือกตั้ง ทั้งก่อนและหลังเลือกตั้งและขอให้การพิสูจน์ในวันนี้จะนำไปศึกษาและเป็นข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะทำอย่างไรในอนาคต
 

กกต.มีมติรับรองสส.บัญชีรายชื่อ100คน

มีรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในช่วงเช้าที่ผ่านมามีมติรับรอง สส. บัญชีรายชื่อ หรือ ปาร์ตี้ลิสต์ ครบ 100 คน หลังสำนักงานฯเสนอข้อมูลให้ที่ประชุมพิจารณา หลังมีการ ลงคะแนนและนับคะแนนใหม่ในบางเขต ที่ผ่านมา โดยใน 100 คน เป็นสส.พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทยพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเศรษฐกิจ พรรคกล้าธรรม พรรคเพื่อชาติไทย และ พรรครวมไทยสร้างชาติ นอกจากนั้น อีก 13 พรรค เป็นพรรคขนาดเล็ก มี สส.บัญชีรายชื่อพรรคละ 1 คน ที่ประชุมยังพิจารณารับรองสส.เขต เพิ่มอีก 3 เขต คือ พะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 นายอัครา พรหมเผ่าพรรคกล้าธรรม, จันทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 พล.ต.ท.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ พรรคภูมิใจไทย และเขตเลือกตั้งที่ 2 นายคัมภีร์ ชื่นบาน พรรคภูมิใจไทย 
ส่วน จ.สุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณพรรคภูมิใจไทย กกต.ยังไม่ประกาศรับรอง

ปชน.32คน-ภท.19คน-พท.16คน

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต.ในฐานะโฆษกสำนักงาน กกต.แถลงว่า กกต.รับรองผลการเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ 100 ราย ดังนี้ พรรคประชาชน 32 คน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ / น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล / นายวีระยุทธ กาญจน์ชูวัตร / นายเซีย จำปาทอง / นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ / นางสาวณัฐยา บุญภักดี / นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ / นางรังสิมันต์ โรม / นายพริษฐ์ วัชรสินธุ / นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ / นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล / นายธีระ สุธีวรางกูร / นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล / นายณัฐวุฒิ บัวประทุม / นายกิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ /นายวาโย อัศวรุ่งเรือง / นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ / นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร / นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี / นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ / นายศุภโชติ ไชยสัจ / นายประมวล สุธีจารุวัฒน / นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล / นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ / นางสาวภคมน หนุนอนันต์ / นายสรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ / นายปิยรัฐ จงเทพ / นางสาวรัชนก ศรีนอก / นายรอมฎอน ปันจอ / นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ / นายธีรศักดิ์ จิระตราชู / นางสาวธนพร วิจันทร์

พรรคภูมิใจไทย 19 คน นายอนุทิน ชาญวีรกูล / นายไชยชนก ชิดชอบ /นายวราวุธ ศิลปอาชา / นายสันติ พร้อมพัฒน์ /นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ / นายชลัฐ รัชกิจประการ / นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ /นางสาวศุภมาส อิศรภักดี / นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ / นางสาวไตรศุลี ไตรสนณกุล / นางนันทนา สงฆ์ประชา /นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ / นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ / นางสาวศศิธร กิตติธรกุล / นายศุภชัย ใจสมุทร / นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ / นายเกรียงยศ สุดลาภา / นายธนกร วังบุญคงชนะ / นางสาวรินทร์ลิตา อดิษะ

พรรคเพื่อไทย 16 คน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ / นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ / นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ / นายไพโรจน์ โล่สุนทร / นายประเสริฐ จันทรรวงทอง / นายจาตุรนต์ ฉายแสง / นายชูศักดิ์ ศิรินิล / นายสุทิน คลังแสง / นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ /นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช / นายสุชาติ ตันเจริญ / นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล /นายธงธรรม เวชยชัย / นางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน / นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ / นายอดิศร เพียงเกษ
 

ปชป.11คน-เศรษฐกิจ3-พรรคเล็ก13คน

พรรคประชาธิปัตย์ 11 คนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ / นายชวน หลีกภัย /นายกรณ์ จาติกวณิช / นางการดี เลียวไพโรจน์ / นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ / นายอัมพร พินะสา / นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย /นายชขัยชนะ เดชเดโช / นายสกลธี ภัททิยกุล / นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี / นายอิสรา สุนทรวัฒน์ / พรรคเศรษฐกิจ 3 คน นายคริส โปตระนันทน์ / นายพีรพล กนกวลัย / นางสาวอังสณา นิยมวณิชกุล พรรคเพื่อชาติไทย 2 คน นายพงษ์ฐวัฒน์ เตชะเดชเรืองกุล / นายอชินาธิรัตน์ ฉัตรทวีวรชัย พรรคกล้าธรรม 2 คน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า / นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 คน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค / นายชัชวาลล์ คงอุดม 

ส่วน 13 พรรคการเมือง พรรคละ 1 คน ประกอบด้วย พรรคใหม่ นางสาว ณวินดา สวัสดิ์เดชดี พรรคไทยทรัพย์ทวี นายทวีทรัพย์ ตัดสมัย พรรคประชาธิปไตยใหม่ นายสุรทิน พิจารณ์ พรรคมิติใหม่ นายปรีชา ไข่แก้ว พรรคไทยภักดี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคไทยสร้างไทย นายอุดมเดช รัตนเสถียร พรรครวมพลังประชาชน นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ พรรคเสรีรวมไทย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคทางเลือกใหม่ นายราเชน ตระกูลเวียง พรรคไทรวมพลัง นายวศวรรธน์ พวงพรศรี พรรค
พลังประชารัฐ นายภัครธรณ์ เทียนไชย พรรครวมใจไทย นายบุญรวี ยมจินดา พรรคประชาชาติ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง