เสรีพิศุทธ์ โอเคทักษิณ พักโทษ พ.ค.นี้ บอกชดใช้กรรมแล้ว แนะที่จริงกลับมาไม่ควรซ่า ชี้นำดั่งนายกฯ

เสรีพิศุทธ์ โอเคทักษิณ พักโทษ พ.ค.นี้ บอกชดใช้กรรมแล้ว แนะที่จริงกลับมาไม่ควรซ่า ชี้นำดั่งนายกฯ

เสรีพิศุทธ์ โอเคทักษิณ พักโทษ พ.ค.นี้ บอกชดใช้กรรมแล้ว แนะที่จริงกลับมาไม่ควรซ่า ชี้นำดั่งนายกฯ

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.42 น.

เสรีพิศุทธ์ โอเคทักษิณ พักโทษออกจากเรือนจำ พ.ค.นี้ บอกชดใช้กรรมแล้ว ที่จริงหลังกลับจากต่างประเทศไม่ควรซ่า ชี้นำเสมือนเป็นนายกฯ คงไม่โดน พร้อมเผยตามเรื่องป.ป.ช. ปมชินวัตร ร่วมกันถวายฏีกาเท็จ

เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ได้รับการพักโทษออกจากเรือนจำในเดือนพ.ค.2569 ว่า “นายทักษิณ จะพ้นโทษเดือนพฤษภาคมก็โอเค เพราะเขาได้ชดใช้กรรมที่ทำไว้แล้ว ถึงแม้ไม่เต็มก็ไม่เป็นไร เพราะการพักโทษก็เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนออกมาแล้วจะเหมือนเดิมหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของนายทักษิณ  จริงๆ ตั้งแต่ตอนที่กลับมาจากต่างประเทศนั้น เขาก็ไม่ควรทำซ่า แต่ควรเก็บตัว แต่มาดูแลพรรค ทำอะไรต่างๆ โอ้โห.. ชี้นำไปหมดเหมือนตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี จะแบ่งทรัพยากรทางทะเลกับกัมพูชา” 

ทั้งนี้ ตนกับนายทักษิณก็ถือเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน โดยตนเป็นรุ่นพี่ เคยปกครองนายทักษิณตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน ก็ไม่มีอะไรเหมือนกัน แต่ตอนนี้เขามีเป็นแสนๆ ล้านบาท แต่น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ เปิดเผยทรัพย์สิน 1.4 หมื่นล้านบาทแล้ว พวกเราชาตินี้ยังไม่มีเลย แล้วลูกๆ รวมถึงคุณหญิงอ้อมีเท่าไหร่ ซึ่งต้องถามว่าพวกนี้มาได้อย่างไร แต่จริงๆ คือเขาก็รับโทษไปหมดแล้ว 

อย่างไรก็ตาม คุณร่วมกันถวายฎีกาด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งตนเพิ่งไปตามเรื่องนี้ที่สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หลังยื่นเรื่องนี้ไป 3 เดือนแล้ว แต่ยังไม่ทำ

อนุทิน ไม่ตอบไทม์ไลน์เปิดสภาฯ บอกบอลยังไม่อยู่กับรบ. ปัดตอบปมเอาไงกับกล้าธรรม

อนุทิน ไม่ตอบไทม์ไลน์เปิดสภาฯ บอกบอลยังไม่อยู่กับรบ. ปัดตอบปมเอาไงกับกล้าธรรม

อนุทิน ไม่ตอบไทม์ไลน์เปิดสภาฯ บอกบอลยังไม่อยู่กับรบ. ปัดตอบปมเอาไงกับกล้าธรรม

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.32 น.

อนุทิน บอกบอลยังไม่อยู่กับรบ. หลังโดนสื่อถามซ้ำ ไทม์ไลน์เปิดสภาโหวตนายกฯ ขอรอเลขาฯสภาแจ้งมา ปัดตอบ ปมเอาไงกับกล้าธรรม 

เมื่อเวลา 14.25 น. วันที่ 27 ก.พ.2569 ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 (บน.6 ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงไทม์ไลน์การวางขั้นตอนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในสภา ว่า ตอนนี้ยังมีหลายปัจจัย ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลรักษาการ เช่น เรื่องการประกาศรับรอง รายชื่อสส. ถึงแม้จะมีการรับรองแล้ว แต่เป็นการรับรองสส.เขต 396 เขต ส่วนสส.บัญชีรายชื่อ ยังไม่ทราบว่าจะรับรองเมื่อไหร่ รวมถึงเรื่องการร้องเรียนต่าง ๆ ฉะนั้นเราต้องรอให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง จนเรามั่นใจว่าสามารถดําเนินการตามขั้นตอนที่มันควรจะเป็นได้ แต่การดําเนินการทั้งหมดไม่ว่าจะนัดประชุมสภา เปิดประชุมสภาหรือเลือกประธานสภา มันยังไม่ใช่บอลยังไม่อยู่ที่รัฐบาลรักษาการ ตนได้พบกับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสองวันก่อน ก็ถามท่าน ซึ่งท่านก็บอกว่าเดี๋ยวจะแจ้งตนมา เมื่อการรับรองสส. ครบถ้วนแล้ว จะต้องมีการทำเรื่องกราบบังคมทูลฯเชิญเสด็จพระราชดําเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภา ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่อยู่เหนือทุกสิ่ง ก็ต้องรอ แต่ตนได้แจ้งให้เลขาธิการสภาฯ ทราบว่าพร้อมที่จะรับการประสาน เพราะยังมีบางเรื่องที่ตนจะต้องลงนาม ซึ่งตอนนี้ก็รอการแจ้งมา 

เมื่อถามว่า หลายคนอยากจะได้คําตอบ เรื่องพรรคกล้าธรรม นายอนุทิน ฟังคำถามก่อนชี้ไปที่นาฬิกา พร้อมกล่าวว่า “ประกาศครั้งสุดท้าย” (เครื่องบินจะขึ้นแล้ว) ก่อน เดินไปเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที 

ไอติม โผล่กองปราบ! ลงบันทึกประจำวันสู้คดี กกต. ยันสังเกตการณ์เลือกตั้งตามสิทธิ์

ไอติม โผล่กองปราบ! ลงบันทึกประจำวันสู้คดี กกต. ยันสังเกตการณ์เลือกตั้งตามสิทธิ์

ไอติม โผล่กองปราบ! ลงบันทึกประจำวันสู้คดี กกต. ยันสังเกตการณ์เลือกตั้งตามสิทธิ์

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.26 น.

“ไอติม”บุกกองปราบ ขอลงบันทึกประจำวัน หลังถูก กกต.แจ้งความ ยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือ ยันทำหน้าที่ในฐานะประชาชนเพื่อความโปร่งใสของการเลือกตั้ง

26 กุมภาพันธ์ 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมทนายความ เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม หลังตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฟ้องดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาตรา 209 มาตรา 322 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14

นายพริษฐ์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางมาหลังจากที่ เห็นกระแสข่าวเมื่อวานนี้ว่า กกต.มีการแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชน รวมตนเองเป็นทั้งหมด 6 คน ที่ไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งใหม่ที่เขตคันนายาว วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา รวมถึงวันนี้มาลงบันทึกประจำวันเพื่อมายืนยันความบริสุทธิ์ใจของตนเองกับเจ้าหน้าที่ หลังจากได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า กกต.ได้เข้าแจ้งความ แต่ในส่วนของรายชื่อคนที่ถูกกล่าวหาขั้นตอนนี้เจ้านั้นจะไม่สามารถเผยแพร่ได้ในเวลานี้ ซึ่งคนที่จะรู้ดีที่สุดว่าแจ้งข้อหาอะไร หรือแจ้งความใคร คือผู้ที่กล่าวหา กกต. ส่วนรายงานข่าวที่ออกมาเมื่อวาน คาดว่าคงเป็นไปตามที่มีรายงาน และเพื่อให้สิ้นข้อสงสัยอยากจะเรียกร้องให้ กกต.พูดออกมาอย่างช้าๆ และชัดๆ ว่าแจ้งความใครบ้าง และข้อเท็จจริงที่ใช้แจ้งความมีอะไรบ้าง แทนที่จะใช้วิธีการปล่อยข่าวแบบนี้ก็พูดออกมาให้ชัดๆ

ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่าหนึ่งในข้อหาที่ถูกแจ้งคืออั้งยี่ซ่องโจรนั้น นายพริษฐ์ ระบุว่า วันนี้มาลงบันทึกประจำวัน หลังเห็นว่ามีรายงานข่าว วันนี้มายืนยันความบริสุทธิ์ใจ และมั่นใจว่าในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่มีการเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่เขตคันนายาว ตนเดินทางไปถึงหน่วยเลือกตั้งดังกล่าวหลังจากที่มีการปิดหีบ เวลา 17.00 น.ซึ่งอยู่ในช่วงของการสังเกตการณ์การนับคะแนน เป็นขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว ซึ่งการนับคะแนน กกต.จะต้องทำในพื้นที่ที่โปร่งใสต่อหน้าพี่น้องประชาชน ซึ่ง กกต.มีการสื่อสารเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนไปร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนน และการที่ตัวเองไปร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนใหม่ไม่มีอะไรที่ผิดกฎหมาย ยังไม่นับว่าในวันนั้นมีเจ้าหน้าที่ กกต.อยู่หลายคน รวมถึงรองเลขา กกต.ก็ไม่เห็นว่าจะมีท่าทีอะไร และเจ้าหน้าที่คนใดถือให้เห็นหรือพยายามจะตักเตือนชี้แนะสิ่งที่ทำอยู่ว่าเป็นการขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ และขอยืนยันว่า ไม่มีอะไรที่ขัดต่อข้อกฎหมายความจริงเป็นความจริง และเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล ตนขอยืนยันความจริงแบบนี้ และพร้อมเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการ

เมื่อถามว่า จะมีการแจ้งความกลับหรือไม่ นายพริษฐ์ ในหลักการการแจ้งความกลับด้วยข้อมูลที่ตนรู้ว่าเป็นเท็จเป็นการสร้างความเสียหายให้กับประชาชน เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว ต้องรอดูว่า กกต.แจ้งความด้วยข้อเท็จจริง และขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่จะปรากฏหรือไม่ หากพบว่าเป็นการแจ้งความข้อมูลอันเป็นเท็จ ทาง นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมที่จะดำเนินการกับทันที

เมื่อถามว่า ข้อกล่าวหาอั้งยี่ซ่องโจรเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงเกินไปหรือไม่ นายพริษฐ์ ยืนยัน จะกล่าวหาแรงหรือเบาแค่ไหน ตนก็ขอยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง เห็นว่ามีหลายข้อกล่าวหายืนยันว่าผมไม่ได้ทำความผิดทั้งนั้นถ้ามีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงก็กล่าวหามาเลยแล้วออกมาพูดต่อศาลธารณด้วยว่ากล่าวหาว่าอะไรพร้อมเข้าสู่กระบวนการ

“ขอพูดนอกเหนือในฐานะประชาชนคนนึง แต่พูดในฐานะคนที่มาอาสาทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎรมันเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผมในการตรวจสอบว่าหน่วยงานรัฐต่างๆ ว่ามีการดำเนินการอย่างไร รวมไปถึงการเลือกตั้งว่าโปร่งใส่หรือไม่ ผมพร้อมเดินหน้าในการตรวจสอบข้อพิรุธข้อสงสัย และการดำเนินการของ กกต. สุดท้ายถ้าผมไม่ทำตรงนั้น ผมควรเป็นฝ่ายถูกถามว่าเข้ามาทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรทำไม”

เมื่อถามว่า เป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่ นายพริษฐ์ ระบุว่า ตนไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงแทนบุคคลอื่นได้ ซึ่งในวันนั้นไม่เห็นบางคนใน 6 รายชื่ออยู่ในเหตุการณ์ แต่กลับถูกแจ้งความ จึงอยากให้เจ้าตัวมายืนยันข้อเท็จจริง น่าจะแม่นยำกว่า ส่วนจะเป็นการปิดปากหรือไม่ ขอตอบคำถามนี้ใน 2 สถานะ ในฐานะที่ทำงานการเมืองไม่ว่าเจตนาในการฟ้องตนเองคืออะไร ตนพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง ย้ำถ้าตนอาสามาเป็นสภาผู้แทนราษฎรแล้ว คือการเป็นตัวแทนประชาชนในการตรวจสอบหน้าที่ของ กกต. ไม่มีเหตุผลใดที่จะยุติการเดินหน้า

สิ่งหนึ่งที่เราต้องตระหนักในสังคมไทย เรื่องการฟ้องปิดปากหากมีการฟ้องปิดปากจริง จากหน่วยงานรัฐที่มีการฟ้องประชาชนโดย และคาดการณ์แล้วว่าไม่สามารถนำไปสู่การพิสูจน์ความจริงได้ และสังคมควรจะตระหนักร่วมกันว่า แม้ว่าผู้ที่ถูกกล่าวหา จะพิสูจน์ว่าบริสุทธิ์ แต่ความเสียหายมันได้เกิดขึ้นแล้ว ภาระที่ใช้ในการชี้แจง รวมถึงภาระรายจ่าย การแจ้งความก็สร้างภาระให้กับประชาชนได้เหมือนกัน และเป็นการส่งผลลบต่อเสรีภาพ การแสดงออกซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ที่จะแสดงออกทางประชาธิปไตยได้

“หน่วยงานรัฐเวลาเจอพี่น้องประชาชน ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการทำหน้าที่ และถ้าเป็นการตั้งคำถามที่ไม่ได้ผิดกฎหมาย อย่างดารสังเกตการณ์การนับคะแนน สิ่งที่หน่วยงานรัฐพึงกระทำ คือการชี้แจงให้ประชาชนซิ่งข้อสงสัยไม่ใช่การดำเนินคดีกับประชาชน”

– 006

บุญยิ่ง ดอดรายงานตัวสส.ที่สภาฯ ยังไม่รู้กล้าธรรม เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ อ้างคุยธรรมนัส แค่เรื่องงาน

บุญยิ่ง ดอดรายงานตัวสส.ที่สภาฯ ยังไม่รู้กล้าธรรม เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ อ้างคุยธรรมนัส แค่เรื่องงาน

บุญยิ่ง ดอดรายงานตัวสส.ที่สภาฯ ยังไม่รู้กล้าธรรม เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ อ้างคุยธรรมนัส แค่เรื่องงาน

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.52 น.

บุญยิ่ง ดอดรายงานตัวสส.ที่สภาฯ ยังไม่รู้กล้าธรรม เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ อ้างคุยธรรมนัส แค่เรื่องงาน 

เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2569 ที่รัฐสภา นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม เดินทางมารายงานตัวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนจะต้องเดินทางไปต่างประเทศจึงมารายงานตัวก่อน

เมื่อถามว่าได้เจอ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมหรือไม่ นางบุญยิ่ง นิ่งไปสักพักก่อนจะกล่าวว่า นี่ราชบุรีไม่ใช่พะเยา 

เมื่อถามว่ายังได้เป็นรัฐบาลอยู่หรือไม่ นางบุญยิ่ง กล่าวว่า ไม่ทราบ และยังไม่ได้คุยกับร.อ.ธรรมนัสเรื่องนี้ คุยแต่เรื่องงาน

ธรรมนัส ลั่น พร้อมเป็นฝ่ายค้านหากถูกลอยแพ ย้ำจุดยืน ไม่วิ่งเข้าหาแบบไร้ศักดิ์ศรี เชื่อลูกพรรคเลือดผู้กอง 100%

ธรรมนัส ลั่น พร้อมเป็นฝ่ายค้านหากถูกลอยแพ ย้ำจุดยืน ไม่วิ่งเข้าหาแบบไร้ศักดิ์ศรี เชื่อลูกพรรคเลือดผู้กอง 100%

ธรรมนัส ลั่น พร้อมเป็นฝ่ายค้านหากถูกลอยแพ ย้ำจุดยืน ไม่วิ่งเข้าหาแบบไร้ศักดิ์ศรี เชื่อลูกพรรคเลือดผู้กอง 100%

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.50 น.

“ธรรมนัส” โผล่ครั้งแรกหลังดูแสงเหนือ บอกยังไม่คุยภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล ชี้เป็นสิทธิ์พรรคแกนนำจะเลือกหรือไม่ ลั่น กล้าธรรมจะไม่วิ่งเข้าหาแบบไร้ศักดิ์ศรี การเมืองไม่มีเมื่อวาน  พร้อมเป็นฝ่ายค้านหากถูกลอยแพ รับมีลูกพรรคมาฟ้องถูกซื้อตัวงูเขียว เชื่อลูกพรรคเลือดผู้กอง 100% โหวตไม่แตกแถว  บอกจับมือ “เฉลิมชัย” ร่วมหัวจมท้าย โนคอมเม้นต์ เพื่อไทยคุมกระทรวงเกษตร

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.28 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้เดินทางเข้ากระทรวงเกษตรฯ เป็นครั้งแรก ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  หลังจากเดินทางกลับจากการพักผ่อน ที่ประเทศฟินแลนด์ โดยสื่อมวลชนได้ทักทายว่า “มารอทุกวันเลย” และขอเชลฟี่ถ่ายรูปด้วย 

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัสได้ให้สัมภาษณ์ ถึงความชัดเจนในการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยว่า ยังไม่มี ยังไม่ได้คุยกับใคร ไม่มีใครติดต่อมา 

เมื่อถามว่าจนถึงวินาทีนี้ รู้หรือยังว่าพรรคกล้าธรรม จะเข้าร่วมเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ยังไม่ทราบ รอให้รายงานตัว สส.เรียบร้อย ก่อน และยังไม่ทราบว่าการประกาศรับรองผล สส.แบบบัญชีรายชื่อจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ได้ให้สมาชิกรอไปรายงานตัวพร้อมกัน 

และเมื่อถามถึงกระแสข่าวการดีล 9 สส.งูเขียวเพื่อให้โหวตสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตอนที่ตนอยู่ฟินแลนด์ก็มีว่าที่ สส.พรรคกล้าธรรมติดต่อโทรมารายงานว่า มีการติดต่อมาจริง ทุกคนรายงานตนหมด ส่วนใหญ่ก็เป็นไปตามบางบุคคลที่เป็นข่าว 

เมื่อถามว่าได้สัญญาอะไรไว้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า ไม่เคยสัญญาอะไรกับใคร 

เมื่อถามย้ำว่าก่อนหน้านี้ที่ร้อยเอกธรรมนัสเคยระบุว่า นายอนุทินเคยพูดว่าถ้าไม่มีใครจับกับพรรคกล้าธรรม ก็มาจับมือกัน 2 พรรคนั้น ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า การเมืองไม่มีสัญญาอะไร มีแต่วันพรุ่งนี้ไม่มีเมื่อวาน 

เมื่อถามว่า ณ วันนี้จุดยืนของร้อยเอ็กธรรมนัสจะทำอย่างไรต่อ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า การเป็นนักการเมืองต้องมีศักดิ์ศรี ต้องให้ความสนใจกับงานและหน้าที่ของตัวเอง เป็นสส.ก็ต้องสนใจพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม คนอย่างธรรมนัส ก็ช่วยประชาชน 

ส่วนจะบอกได้เมื่อไหร่ว่าพรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นมารยาททางการเมืองเราต้องให้พรรคอันดับ 1 ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลซึ่งเขาจะเลือกใคร หรือไม่เลือกใครร่วมรัฐบาลก็เป็นสิทธิ์ของเขา 

ดังนั้นเมื่อหัวหน้าพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เขาให้เขาแล้วว่ายังดีลไม่จบ ก็ต้องให้เกียรติเขาก่อนไม่ควรไปออกตัว ไม่ควรจะออกตัวว่าจะไปซ้ายหรือขวา สิ่งสำคัญคือต้องมีศักดิ์ศรี ถ้าไม่มีก็อย่ามาเป็นนักการเมือง 

เมื่อถามย้ำว่าส่วนตัวจะไม่ตัดสินใจเอง และจะรอสัญญาณ การร่วมเป็นรัฐบาลใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่ได้ตัดสินใจเอง เพราะต้องรอการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด ว่าท้ายสุดจุดยืนของเราจะอยู่ตรงไหน และอยู่ที่พรรคแกนนำว่าเขาจะว่าอย่างไร หากวันหนึ่งได้รับคำตอบชัดเจนว่าเขาพร้อมแล้วโดยที่ไม่มีพรรคกล้าธรรม เราก็พร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านคอยตรวจสอบ  

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ได้ร่วมหัวจมท้ายกับพรรคภูมิใจไทยมา แต่วันนี้ไม่มีความชัดเจนในการร่วมรัฐบาล เหตุใดถึงต้องรอให้พรรคภูมิใจไทยเป็นคนตัดสินใจ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า ตนมีจุดยืนของตน และพรรคกล้าธรรมก็มีจุดยืน เราจะไม่วิ่งเข้าไปหาโดยไม่มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่สไตล์ตน 

ส่วนจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม เมื่อใด ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า รอให้มีการรับรอง สส.ทั้งหมดก่อนและเมื่อทุกคนไปรายงานตัวแล้ว ก็จะนัดประชุม

เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ในฐานะครูใหญ่พรรคภูมิใจไทยแล้วหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ทำไมต้องคุยกับนายเนวิน อย่าดึงท่านมาเกี่ยว อย่างการดีลจัดตั้งรัฐบาลครั้งที่แล้วตนก็พูดคุยเพียงกับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คือนายอนุทิน เพราะฉะนั้นอย่าดึงบุคคลภายนอกมาเกี่ยวข้อง เดี๋ยวจะผิดกฎหมาย ส่วนนายอนุทิน มีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ เป็นเรื่องของเขา 

เมื่อถามว่าก่อนการเลือกตั้งและภายหลังการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนไปหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ การเมืองก็เป็นแบบนี้

เมื่อถามว่า หากเป็นฝ่ายค้านจะมีวิธีอย่างไรทำให้ลูกพรรคไม่โหวตแตกแถว หรือเป็นงูเห่า ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ส.ส. ของพรรคกล้าธรรม ถ้าเป็นสส. เก่า เป็นเลือดตน 100% เราผ่านอะไรกันมาเยอะ ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เราก็อยู่ด้วยกันมาตลอด โดยมีทั้งหมด 18 คน ที่อยู่ตั้งแต่พรรคพลังประชารัฐเดิม จนไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทยด้วยกัน และกลับมาอยู่พรรคพลังประชารัฐก็กลับมาอยู่ด้วยกัน ส่วนสส.กลุ่มเพื่อนต่อ (นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน) นั้น เราคุยกันทุกวัน ซึ่งนายเฉลิมชัยก็ตอบสื่อมวลชนไปแล้วว่า ชัดเจน ไปไหนไปกัน

เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจในเสียงของพรรคกล้าธรรมทั้งหมด หรือเพียง 18 เสียงที่อยู่กันมา ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า สส.หน้าใหม่ทั้งหมด คือลูกน้องตนเอง 

เมื่อถามว่า เรื่องงูเห่าสีเขียวได้มีการพูดคุยกันแล้วใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า นายเฉลิมชัย ยืนยันว่าจะอยู่ร่วมหัวจมท้ายด้วยกัน 

และเมื่อถามย้ำว่าได้คุยโทรศัพท์ส่วนตัวกับนายเฉลิมชัยหรือไม่  หลังจากมีข่าว 9 งูเขียว ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตนให้เกียรติที่จะไม่ถามเรื่องนี้ แต่ท่านบอกกับตนว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เราร่วมหัวจมท้ายกัน ซึ่งตนได้พูดคุยหลังจากที่กลับถึงประเทศไทยแล้ว

เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับนายอนุทินหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้คุย ทั้งก่อนและหลังที่จะเดินทางไปประเทศฟินแลนด์ ตั้งแต่ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 รวมถึงไม่มีสัญญาณใดๆ ทั้งนี้ต้องเรียนว่าสาเหตุที่ไม่ได้พูดคุยกัน เพราะตนไม่ได้โทรศัพท์ไปหาใคร รวมถึงคนในพรรคภูมิใจไทยคนอื่นๆก็ไม่ได้โทรมา

เมื่อถามว่า ข้อเสนอที่ให้โหวตนายกรัฐมนตรีก่อน แล้วค่อยมาเกลี่ยกระทรวงกันทีหลัง มีความคิดเห็นอย่างไรนั้น ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่ตัดสินใจตอนนี้ ต้องขอคุยกับพี่น้องของตนก่อน

ส่วน รู้สึกอย่างไรเมื่อโผ ครม. ล่าสุด ไม่มีชื่อของพรรคกล้าธรรม ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตนก็เพิ่งทราบจากพี่น้องสื่อมวลชน

เมื่อถามว่าจะยกมือโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ต้องรอถามคณะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม ซึ่งตนเองตัดสินใจแทนไม่ได้ 

และเมื่อถามต่อว่า มองอย่างไรหากพรรคเพื่อไทยมาบริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า No Comment อย่างไรก็ตาม ตนเองยังห่วงงานในกระทรวงเกษตรฯ ตั้งแต่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ก็มีหลายเรื่องที่ตนอยากจะทำ แต่ปรากฎว่ารัฐบาลนายกรัฐมนตรีบ่อย ทำให้นโยบายของรัฐบาลไม่ต่อเนื่อง จนมาถึงรัฐบาลนายอนุทินก็สั้นเกินไป ทำให้ไม่สามารถทำอะไรที่เป็นรูปธรรมได้ ได้แต่วางโครงสร้าง ตนก็เป็นห่วงอนาคตของเกษตรกร เพราะสมมุติว่าหากคนที่ไม่เข้าใจภาคการเกษตรจริงๆแล้วมานั่งตรงนี้ ก็จะเหนื่อย

เมื่อถามว่าเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลคืออะไร ร้อยเอกธรรมนัส หัวเราะในลำคอ ก่อนจะเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไม่ตอบคำถามดังกล่าว 

เมื่อถามอีกว่า ถ้ามีข้อเสนอว่าพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล แต่ร้อยเอกธรรมนัสไม่รับตำแหน่ง สูตรนี้เป็นไปได้หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว และเดินขึ้นห้องทำงานทันที 

อนุทิน​ ยังไม่ได้คุย ธรรมนัส ปัดสัมมนา สส.ใหม่​ ไม่เกี่ยวตั้งรัฐบาล​-​แบ่งเก้าอี้รมต.​

อนุทิน​ ยังไม่ได้คุย ธรรมนัส ปัดสัมมนา สส.ใหม่​ ไม่เกี่ยวตั้งรัฐบาล​-​แบ่งเก้าอี้รมต.​

อนุทิน​ ยังไม่ได้คุย ธรรมนัส ปัดสัมมนา สส.ใหม่​ ไม่เกี่ยวตั้งรัฐบาล​-​แบ่งเก้าอี้รมต.​

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.40 น.

“อนุทิน​”ยังไม่ได้คุย”ธรรมนัส​” หลังโผล่ให้สัมภาษ​ณ์สื่อครั้งแรก​ ปัดสัมมนา สส.ใหม่​ ไม่เกี่ยวตั้งรัฐบาล​-​แบ่งเก้าอี้รมต.​ ชี้พักโทษ”ทักษิณ​”เป็นไปตามกระบวนการ​ ไม่ตอบ​ ทำสร้างแรงกระเพื่อมการเมืองหรือไม่

27 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา​ 13.50 น.​ที่ทำเนียบ​รัฐบาล​ นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายก​รัฐมนตรี​ และ​รมว.มหาดไทย​ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนขึ้นรถเพื่อจะเดินทางไป จ.แพร่​ โดยได้สั่งให้ขบวนหยุดรถเพื่อแวะทักทายนักศึกษาฝึกงาน​ ที่มาถ่ายรูปบริเวณตึกไทยคู่ฟ้า​ และได้ลงมาทักทายพร้อมถ่ายรูปร่วมกับนักศึกษา​ โดยได้ถ่ายรูปโพลารอยด์และขอภาพเป็นที่ระลึกด้วย ทั้งนี้ ได้สอบถามนักศึกษาด้วยว่าฝึกงานที่หน่วยงานใด​ และอวยพรขอให้โชคดี

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่นายกรัฐมนตรี​จะขึ้นรถ​ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ได้คุยกับ ร.อ.ธรร​มนัส​ พรหม​เผ่า​ ประธาน​ที่ปรึกษา​พรรค​กล้าธรรม (กธ.) แล้วหรือยัง เพราะ ร.อ.ธรรมนัส ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเป็นเป็นครั้งแรก​หลังจากเดินทางกลับจากการดูแสงเหนือที่ประเทศฟินแลนด์ ว่า​ ขอให้รอคณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง​ หรือ​ ก​กต.​ก่อน ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศรับรอง สส.ทั้งหมดเลย

เมื่อถามว่า การประชุมสัมมนา สส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ จ.บุรีรัมย์​ จะมีความชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลเลยหรือไม่​ นายอนุทิน กล่าวว่า​ ที่เขานัด​เนื่องจากหาก กกต.รับรอง สส.ทั้งระบบเขตและบัญชี ก็จะเป็นการปฐมนิเทศ​เลย เมื่อถามย้ำว่า ในการสัมมนาครั้งนี้ จะมีการแบ่งโควตารัฐมนตรี​ รวมถึงตำแหน่งต่างๆ จะชัดเจนเลยหรือไม่​ นายอนุทิน​ ปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยว​ คนละเรื่องกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า จำนวน สส.​ 292 เสียง จะมีมาเพิ่มเติมอีกหรือไม่​ นายอนุทิน​ ไม่ตอบ​ โดยเลี่ยงว่า​ have a good weekend สบายๆ​

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายทักษิณ​ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะได้รับการพักโทษในช่วงเดือน พ.ค.นี้ คิดว่าจะสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า​ ทุกอย่าง​เป็นไปตามกฎหมาย ก่อนจะเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไป

ณัฐชาติ ประกาศชัด! ธรรมนัส ไปไหน ผมไปด้วย ลั่นอยู่ฝ่ายไหนก็ทำเต็มที่

ณัฐชาติ ประกาศชัด! ธรรมนัส ไปไหน ผมไปด้วย ลั่นอยู่ฝ่ายไหนก็ทำเต็มที่

ณัฐชาติ ประกาศชัด! ธรรมนัส ไปไหน ผมไปด้วย ลั่นอยู่ฝ่ายไหนก็ทำเต็มที่

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.58 น.

“ณัฐชาติ”ประกาศชัด“ไม่ว่า ร.อ.ธรรมนัส ไปที่ไหน ผมไปด้วย”ลั่น อยู่ฝ่ายไหนก็จะทำเต็มที่เพื่อชาวสุพรรณบุรี พร้อมขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้

วันที่  27 กุมภาพันธ์ 2569 นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ สส.เขต 3 สุพรรณบุรี พรรคกล้าธรรม เข้ารับหนังสือรับรองสส.จากกกต.พร้อมให้สัมภาษณ์กรณีมีชื่อเป็น1 ใน 9 สส.งูเห่าจากพรรคกล้าธรรม ว่า ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน ตื่นเช้ามาก็ตกใจ และมีพี่น้องประชาชนส่งข้อความมาหาถามว่าเกิดเรื่องนี้ได้อย่างไร ซึ่งตนก็ได้บอกว่าไม่รู้เรื่อง อาจจะเป็นเรื่องของกระแสวิพากษ์ของคนที่สนใจการเมือง และเป็นสิทธิของบุคคลที่จะคิดได้ แต่ไม่มีมูลความจริงภายในพรรค ซึ่งตนก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม แต่ก็ได้คุยกับกลุ่มภายในพรรคว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริง และก็ได้มีการพูดคุยในกลุ่มสส.ทั้ง 9 คนที่ถูกระบุว่าเป็นงูเห่า ซึ่งเป็นลักษณะของการคุยแซวกันว่ามาได้อย่างไร ไม่มีการถกเถียงจริงจัง ยืนยันว่าไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหนเราพร้อมที่จะทำงานให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ และยืนยันว่าไม่มีพรรคไหนมาทาบทาม 

“ยอมรับว่าตกใจมากเมื่อเห็นข่าว เพราะเราเพิ่งมาเป็นสส.สมัยแรก และเป็นจังหวัดสุพรรณบุรีด้วยถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตเลยที่มีข่าวบนหน้าสื่อว่ามีชื่อเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันในเรื่องความคิดของตัวเอง”

นายณัฐชาติ กล่าวต่อว่า กระแสข่าวที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นการพูดคุยในวงของสังคมมากกว่า ซึ่งพรรคเราค่อนข้างชัดเจน ในเรื่องที่จะทำงานให้กับพี่น้องประชาชน แต่ด้วยความที่อาจจะมีการหยิบยกประเด็นอะไรหลายๆอย่างขึ้นมา อาจจะทำให้เกิดความไขว้เขวบ้างซึ่งเป็นเรื่องปกติของการเมือง และตนก็ไม่ได้มองว่าเรื่องนี้เป็นการกลั่นแกล้ง

“ผมขอยืนยันว่า ไม่ว่า ร.อ.ธรรมนัส จะไปที่ไหนก็จะไปด้วย”

นายณัฐชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนดีใจมาก และกราบขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ ซึ่งจะน้อมรับทุกคะแนนด้วยจิตใจอันมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสุพรรณบุรีให้ดียิ่งขึ้น ยอมรับว่าดีใจที่สุดในชีวิต และยืนยันว่าตนไม่ได้มีปัญหากับบ้านใหญ่ในสุพรรณบุรี เป็นพี่น้องกันดี ด้วยความที่ตนทำงานการเมืองท้องถิ่นเป็นสจ. มาก็รู้จักมักคุ้นกับสส.สุพรรณบุรี เป็นอย่างดีและให้ความเคารพรักกับท่านเป็นอย่างดี เป็นพี่เป็นน้องกันพร้อมที่จะทำงานร่วมกัน

ส้มขนาดนี้ลาออกไปเป็นหัวหน้าเลย ดร.นิว แซะ ปริญญา FC โผล่คอมเมนต์เพียบ

ส้มขนาดนี้ลาออกไปเป็นหัวหน้าเลย ดร.นิว แซะ ปริญญา  FC โผล่คอมเมนต์เพียบ

ส้มขนาดนี้ลาออกไปเป็นหัวหน้าเลย ดร.นิว แซะ ปริญญา FC โผล่คอมเมนต์เพียบ

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.44 น.

วันนี้ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงนาย ปริญญา เทวานฤมิตรกุล โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “ถ้านายปริญญา เทวานฤมิตรกุล จะส้มขนาดนี้ ลาออกจากอาจารย์ มธ. ไปเป็นหัวหน้าพรรคส้มคนใหม่ดีกว่าครับ เหมาะมาก”

ดร.นิว

หลังจากที่โพสต์ของ ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำให้ชาวเน็ตหลายคนต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย เช่น

“เขาไม่เชิญ พอๆกับจานเจด”

“มันไม่ใช่อาจารย์ แต่มันเป็นอาจมครับ”

“ต่อไปมีแต่อาจารย์ส้ม หลานๆอนาคตคงมีแนวคิดแบบนี้แน่นอนน่าเป็นห่วง”

“ท่านเอียงมานานแล้วครับ55555555”

“ไปบวชแทนหลวงป้าแถวเสาชิงช้า แล้วให้หลวงป้าออกมาเป็นอาจารย์แทนครับ”

“ใช่ค่ะแอบๆมันเหนื่อยน๊าาา “

“ลองออกมานำเด็กบ้างต่ะอย่าอยู่ใต้กระโปรงเด็ก เก่งจริงก็กล้าๆๆนะ”

“เห็นด้วย ไปเป็นต่อจากไอ้เท่ง เลย 555”

ดร.นิว
ดร.นิว

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Suphanat Aphinyan

ทนายนกเขา ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบ กกต. จัดเลือกตั้งขัด รัฐธรรมนูญ

ทนายนกเขา ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบ กกต. จัดเลือกตั้งขัด รัฐธรรมนูญ

ทนายนกเขา ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบ กกต. จัดเลือกตั้งขัด รัฐธรรมนูญ

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.41 น.

‘ทนายนกเขา’ร้อง”ผู้ตรวจการแผ่นดิน” สอบ’กกต.’จัดเลือกตั้งไม่ลับ ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม ขัดรธน. ระบุฟ้องประชาชนข้อหาอั้งยี่รุนแรง ชี้บางพรรคการเมืองเข้าข่ายมากว่า

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ “ทนายนกเขา” นำทีมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) ยื่นหนังสือให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต.ที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญในกรณีการจัดเลือกตั้ง ไม่ลับ ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม 

นายนิติธร กล่าวว่า ตนเองยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้พิจารณาพฤติการณ์การกระทำของ กกต.และกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมดส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยมองว่ากระบวนการเลือกตั้งทั้งหมดขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยสิ่งที่ขัดกับรัฐธรรมนูญขณะนี้มีประเด็นที่พอจะสรุปได้ คือ คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด ซึ่ง กกต.เคยแถลงข่าวว่าเชื่อมโยงข้อมูลได้ ซึ่งหากเชื่อมโยงข้อมูลได้ การเลือกตั้งจะลับหรือไม่ โดยในมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ว่า “โดยตรงและลับเท่านั้น” ไม่ได้มีการอธิบายเพิ่มว่ามอบให้ใครเป็นผู้รักษาความลับ ฉะนั้นต้องลับด้วยกระบวนการ เมื่อใช้เทคโนโลยีเข้ามาก็มีปัญหาตามมาว่า ใครเป็นเจ้าของระบบและใครเข้าถึงระบบ

ส่วนกรณีบัตรเขย่งยังไม่มีคำตอบ  ข้อเท็จจริงปรากฏว่าความสัมพันธ์ของบัตรบัญชีรายชื่อและสส.แบ่งเขต แตกต่างกันในระดับที่สูงมาก ซึ่งยังไม่มีคำตอบ ประเด็นสำคัญเรื่องสุจริตและเที่ยงธรรม หากจำได้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา การนับคะแนนจบ 100% แล้ว แต่ประกาศแค่ 95% ตามกฎหมายไม่อนุญาต การประกาศ 95% จะต้องมีเหตุสำคัญฉุกเฉินอย่างยิ่ง 

นอกจากนี้ เรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด มีข้อบ่งชี้ว่าการกระทำมีข้อสงสัย ในการออกระเบียบอาจมีการอ้างว่าการเลือกตั้งก่อนหน้านั้นก็มี แต่จะเห็นว่ากระบวนการเน้นไปในเรื่องของความปลอดภัยแต่ครั้งนี้ต่างออกไป เชื่อว่าหาก กกต.ตอบประชาชนว่ามีแบบนี้ การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.69 อาจจะไม่เกิดขึ้นประชาชนจำนวนมากก็จะไม่ออกไปใช้สิทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้ หาก กกต.อยากพิสูจน์ ขอให้เอาบัตรเลือกตั้งต้นขั้วที่ยังไม่มีการลงคะแนนมาเชื่อมระบบ

ส่วนที่ กกต.ตีความว่าสิ่งที่ทำอยู่สุจริตและโปร่งใส ฟังขึ้นหรือไม่  นายนิติธร กล่าวว่า ข้อเท็จจริงเรื่องสุจริตและบัตรเขย่งถามว่าสุจริตหรือไม่ อย่างไรก็ได้แล้วค่อยว่ากัน มาให้ถ้อยคำต่อผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลรัฐธรรมนูญ

ขณะที่ตอนนี้ประชาชนมีความสงสัย แต่ กกต.กลับเซ็นประกาศรับรอง สส. นายนิติธร มองว่า ขณะนี้ยังไม่มีองค์กรใดชี้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ลับ สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ กระบวนการเลือกตั้งก็ไปต่อได้ กระบวนการเลือกตั้งยังไม่จบ การรับรองก็รับรองไปก่อน คิดได้ว่ามีเรื่องทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ กกต.บอกว่ายังหาความผิดปกติไม่เจอ ถ้าถามถึงความชอบธรรมก็เป็นเรื่องที่น่าคิด

ท้ายที่สุดของคดีนี้ตนเองคาดเดาไม่ได้ จึงมายื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเพื่อที่จะได้ชี้ว่าไปอย่างไร  จะนำไปสู่กระบวนการต่อไปของ กกต.ว่าบัตรเลือกตั้งแบบนี้ทำได้หรือไม่  และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกติกา หากย้อนกลับไปดูการเลือกตั้งก่อนหน้านี้ เทคโนโลยีน้อยกว่านี้เยอะ เหตุใดสังคมจึงรู้สึกว่ามันลับ  เลือกตั้งกันแบบธรรมดา เราก็มีสภาวะที่คนรู้ว่ามีการซื้อเสียง มีการย้ายบุคลากรเข้าไปรองรับการเลือกตั้ง แต่คนรู้สึกว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยลับกว่า 

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากฝืนความรู้สึกของประชาชนมากๆ ทางกลุ่มมีแนวคิดถึงขั้นจะลงถนนหรือไม่ นายนิติธร กล่าวว่ายังไม่มีประเด็นเพียงพอที่จะลงถนน  ขณะนี้สังคมต้องคิดเรื่องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มาตรฐานทางจริยธรรม ไม่ประพฤติผิดมาตรฐาน จริยธรรมอย่างร้ายแรง เราให้กระบวนการตรวจสอบทำหน้าที่ไป แต่คนจะมาทำหน้าที่คณะรัฐมนตรี หากเป็นบุคคลที่มีประวัติกระดำกระด่าง ถึงแม้จะไม่มีคดีและข้อบ่งชี้ถึงความซื่อสัตย์สุจริต ตนเองถึงจะเคลื่อนไหว

ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าการเลือกตั้งมิชอบด้วยกฎหมาย จะต้องมีคนรับผิดชอบ เราจะมีการยื่นดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ กกต.ต่อไป ส่วนการแจ้งความประชาชนและสื่อมวลชน ตนเองมองไม่เห็นความผิด บ้านเรากฎหมายเป็นระบบกล่าวหา ส่วนตัวไม่เห็นว่าจะเข้าข้อกฎหมายอย่างไร กกต.มีมุมมองอย่างไรตนเองไม่ทราบ ตนเองไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่สิ่งที่ได้รับรู้จากสื่อมวลชน เห็นว่าไม่เพียงพอที่จะไปตั้งข้อกล่าวหาร้องทุกข์ ไม่รู้เจตนา กกต. แต่ส่วนตัวมองว่าไม่เหมาะสมไม่ควร

นายนิติธร ยังกล่าวถึงข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรว่ารุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่ว่า หน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานพรรคการเมืองบางพรรคก็ใกล้เคียงกับอั้งยี้ซ่องโจร  ขอให้ไปเทียบดูแล้วกันสำหรับการมายื่นร้องผู้ตรวจการแผ่นดินในวันนี้ หวังให้ผู้ตรวจการแผ่นดินทำตามหน้าที่ ไม่จำเป็นต้องรอ กกต.เข้ามาชี้แจงก็สามารถสรุปสำนวนได้ หากต้องการพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตนเองจะหาให้ทุกประเด็น แต่สำคัญคือผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

นักวิชาการ ยกนิ้วบทบาท สีหศักดิ์ ในเวทียูเอ็น เดินกลยุทธ์การทูตมีประสิทธิภาพ

นักวิชาการ ยกนิ้วบทบาท สีหศักดิ์ ในเวทียูเอ็น เดินกลยุทธ์การทูตมีประสิทธิภาพ

นักวิชาการ ยกนิ้วบทบาท สีหศักดิ์ ในเวทียูเอ็น เดินกลยุทธ์การทูตมีประสิทธิภาพ

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.38 น.

กระชากหน้ากาก ’เขมร‘ จากเล่นบท ’เหยื่อ‘ สู่ผู้ไม่เคารพกติกา! ’นักวิชาการ‘ ยกนิ้วบทบาท ’สีหศักดิ์‘ ในเวที UNHRC เดินกลยุทธ์การทูตมีประสิทธิภาพ

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ประจำสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นต่อบทบาทของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ระหว่างเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า การดำเนินบทบาททางการทูตของฝ่ายไทยถือว่าทำได้อย่างมีประสิทธิภาพกลยุทธ์ทางการทูตที่ไทยใช้ในครั้งนี้ เป็นการฉายภาพให้ประชาคมโลกเห็นว่า การที่กัมพูชาเดินสายกล่าวหาไทยในเวทีระหว่างประเทศว่าเป็นผู้รุกราน กลับทำให้กัมพูชาถูกมองว่าไม่เคารพกระบวนการสันติภาพ และมีแนวโน้มสร้างความขัดแย้งในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากกว่า

“การนำเสนอของฝ่ายไทยทำให้เกิดคำถามในเวทีโลกว่ากัมพูชาจะเลือกเส้นทางสันติภาพ หรือจะเดินหน้าความขัดแย้งผ่านการฟ้องร้องและการกล่าวหา โดยที่ยังไม่ให้ความร่วมมือกับไทยอย่างจริงจัง อีกทั้งยังมีพฤติกรรมยั่วยุอยู่เป็นระยะ ส่งผลให้การทูตเชิงรุกของกัมพูชามีข้อจำกัดมากขึ้น” รศ.ดร.ดุลยภาคกล่าว

นักวิชาการม.ธรรมศาสตร์ ยังเปรียบเทียบบทบาทของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว กับ นายปรัก สุคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา โดยเห็นว่า ฝ่ายไทยมีความคล่องแคล่วทั้งด้านทักษะการทูตและการนำเสนอประเด็นต่อประชาคมโลกมากกว่า ทั้งนี้ ในการประชุมเกี่ยวกับอนุสัญญาออตตาวาว่าด้วยทุ่นระเบิดที่ผ่านมา ฝ่ายไทยเคยแสดงจุดยืนบนเวทีระหว่างประเทศอย่างชัดเจน จนทำให้ฝ่ายกัมพูชาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากมาแล้ว

รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าวด้วยว่า ในช่วงที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ ไทยมีแนวโน้มดำเนินการทูตเชิงรุกมากขึ้น และสามารถตอบโต้ข้อกล่าวหาของกัมพูชาได้อย่างคล่องตัวบนเวทีนานาชาติ