รายงานตัว สส. 2 วัน 93 คน ยศชนันนำทัพ พท. ขณะที่ ภท.-กธ.ทยอยมาต่อเนื่อง

รายงานตัว สส. 2 วัน 93 คน ยศชนันนำทัพ พท. ขณะที่ ภท.-กธ.ทยอยมาต่อเนื่อง

รายงานตัว สส. 2 วัน 93 คน ยศชนันนำทัพ พท. ขณะที่ ภท.-กธ.ทยอยมาต่อเนื่อง

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.03 น.

สรุปยอดรายงานตัว สส.ต่อสภาฯ รวม 2 วัน 93 คน “ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ”นำทีม”เพื่อไทย”มาเองชุดใหญ่ ขณะที่”ภท.-กล้าธรรม”ทยอยมาต่อเนื่อง

27 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 08.30 น.ที่รัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร เปิดรับรายงานตัว สส.แบบแบ่งเขต หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง 396 คน ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยช่วงเวลา 10.00 น.พรรคเพื่อไทย (พท.) นำทัพมาโดย 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ , นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ นำทีม สส.แบบแบ่งเขต อาทิ น.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด นายพัฒนา สัพโส สส.สกลนคร นั่งรถ EV จากพรรคเพื่อไทยมายังรัฐสภา เข้าสักการะศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์หน้าอาคารรัฐสภา ฝั่งสภาผู้แทนราษฏร ก่อนจะเดินทางเข้าไปรายงานตัว ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนที่มารอติดตามทำข่าว

นอกจากนี้ ยังมี สส.จากพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี นายกิตติ กิตติธรกุล สส.กระบี่ เป็นต้น พรรคประชาชาติ นำโดย นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา เลขาธิการพรรคประชาชาติ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม เป็นต้น ที่เดินทางมารายงานตัว สส.

อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งวัน สส.ทยอยมารายงานตัวอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเวลา 16.30 น.หลังปิดรับรายงานตัววันที่ 2 (27 ก.พ.) มียอด สส.มารายงานตัวทั้งหมด 46 คน ประกอบด้วย 1.พรรคภูมิใจไทย 11 คน 2.พรรคเพื่อไทย 27 คน 3.พรรคกล้าธรรม 2 คน 4.พรรคประชาชาติ 4 คน และ 5.พรรคโอกาสใหม่ 1 คน รวม 2 วัน (26 – 27 ก.พ.) มี สส.แบบเขตมารายงานตัวแล้วทั้งสิ้น 93 คน

– 006

เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อใหม่ 6 หน่วย คลาดเคลื่อนแค่ 1-2 คะแนน

เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อใหม่ 6 หน่วย คลาดเคลื่อนแค่ 1-2 คะแนน

เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อใหม่ 6 หน่วย คลาดเคลื่อนแค่ 1-2 คะแนน

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.04 น.

เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อใหม่ 6 หน่วย พบคลาดเคลื่อน 1-2 คะแนนไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงผลเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการนับคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อใหม่ปี 2569 เขตเลือกตั้ง ตามมติของ กกต. พบว่าส่วนใหญ่คะแนนเท่าเดิม โดยมีบางหน่วยที่มีคะแนนเปลี่ยนแปลง 1 คะแนน ดังนี้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยที่ 2  ตำบลไร่ใหม่ อำเภอสามร้อยยอด พบว่า จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 570 คน ในการนับครั้งแรก นับใหม่ก็ยังมี 570 คน โดยผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 438 คน นับทั้ง 2 ครั้งยังคงเท่ากัน ส่วนบัตรในการนับใหม่เพิ่ม 1 คะแนนจากนับครั้งแรก 398 ส่วนนับครั้งที่สอง 399 พบว่าเป็นการขีดคะแนนที่ขาดไป  และในเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 8 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบความเปลี่ยนแปลงเฉพาะบัตรเสีย เพิ่มขึ้น1 คะแนนจากการนับครั้งแรกเนื่องจากขีดขาด 

ส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์มีการนับคลาดเคลื่อนในส่วนของบัตรดี 1-2 คะแนน โดยผลการนับคะแนนในเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยที่1 ตำบลนายม อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 724 คน ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 404 คน จำนวนเท่าเดิม แต่บัตรดี นับครั้งแรก 372 นับใหม่ครั้งที่สอง 370 แตกต่างจากครั้งแรกสองคะแนน ขณะที่บัตรเสียแตกต่างจากนับครั้งแรก 1 คะแนน โดยนับครั้งแรก 26 นับใหม่ 27 คะแนน

และที่เขตเลือกตั้ง 4 หน่วยเลือกตั้งที่2 ตำบลหนองไผ่ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ พบข้อมูลเปลี่ยนแปลงในบัตรดีเพียง 1 คะแนน จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 498 คน มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 312 คน เนื่องจากนับครั้งแรกและครั้งที่สองจำนวนเท่ากัน โดยบัตรดีรับครั้งแรก 279 นับครั้งที่สอง 278 ลดลดลง 1 คะแนน ส่วนบัตรเสียนับครั้งแรกและครั้งที่สองจำนวนเท่าเดิมคือ 29 คะแนน

ขณะที่การนับคะแนนใหม่ ในจังหวัดกำแพงเพชรเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 8 การนับคะแนนใหม่พบว่ามีคลาดเคลื่อน1 คะแนนจากบัตรดี เดิมนับครั้งแรกนับได้ 413 นับคะแนนใหม่ 412 ส่วนหน่วยที่14 พบว่ามีความคลาดเคลื่อนจากบัตรดีเดิมนับได้ 360 นับคะแนนใหม่ นับได้ 358 คลาดเคลื่อนจากเดิม 2 คะแนน 

ทั้งนี้ จังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 32 ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จะมีการนับคะแนนกันใหม่ในวันนี้ (27 ก.พ.)

นอกจากนี้ จะมีการนับคะแนนใหม่ เขตดินแดง  เขต 6 หน่วย 74  ในวันอาทิตย์ที่  1  มี.ค.นี้ ที่สำนักงานเขตดินแดง กทม.
 

เสรีพิศุทธ์ยื่นผู้ตรวจฯ ส่งศาลรธน.ฟันจริยธรรมอนุทิน ปมตั้งธรรมนัส

เสรีพิศุทธ์ยื่นผู้ตรวจฯ ส่งศาลรธน.ฟันจริยธรรมอนุทิน ปมตั้งธรรมนัส

เสรีพิศุทธ์ยื่นผู้ตรวจฯ ส่งศาลรธน.ฟันจริยธรรมอนุทิน ปมตั้งธรรมนัส

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.59 น.

27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี กรณีแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลที่ผ่านมา โดยขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายขาดความซื่อสัตย์สุจริต และมีพฤติกรรมผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และ (5) ซึ่งอาจทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170 (4) แม้รัฐบาลจะยุบสภาแล้วแต่ยังคงอยู่ในสถานะรักษาการ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวถึงเหตุผลที่เพิ่งมายื่นร้องเรียนในช่วงจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ว่า ที่ผ่านมาตนรู้จักกับนายอนุทินเป็นการส่วนตัว ตั้งแต่สมัยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยกัน จึงไม่ได้ดำเนินการร้องเรียน แต่ภายหลังเห็นสถานการณ์ทางการเมืองมีแนวโน้มขยายอำนาจมากขึ้น และมองว่า นายอนุทินจะกินรวบหรือคุมทั้งประเทศ จึงตัดสินใจยื่นเรื่องตรวจสอบ พร้อมยกตัวอย่างพฤติกรรมการเมืองในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการซื้อเสียงในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เมื่อกว่า 30 ปีก่อน ซึ่งมีการดำเนินคดีหัวคะแนนในขณะนั้น

นอกจากนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการเลือกตั้งที่ผ่านมา ว่า มีการซื้อสิทธิขายเสียงในหลายพรรคการเมืองใหญ่ รวมถึงการใช้อำนาจรักษาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด และนายอำเภอ ซึ่งอาจมีผลต่อการควบคุมกระบวนการเลือกตั้ง พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ามีความเป็นอิสระเพียงใด

เมื่อถูกถามว่า การร้องเรียนครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อ ร.อ.ธรรมนัส หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ หากมีผลกระทบก็ต้องยอมรับ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยสนับสนุน ร.อ.ธรรมนัส เพียงแต่เคยกล่าวว่าเป็นบุคคลที่ทำงานร่วมกันได้ง่ายกว่าเท่านั้น

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการรับรองแล้ว รวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่จำเป็นต้องยึดหลักว่าพรรคที่ได้เสียงมากที่สุดต้องเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล พร้อมเสนอแนวคิดให้พรรคการเมืองที่ไม่เห็นด้วยกับการทุจริตรวมตัวกัน และมองว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แม้ตนเองจะมีเสียงสนับสนุนเพียงเล็กน้อย

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยยังนำพรรคตนไปรวม ไม่ได้บอกกล่าวตน ทั้งที่ตนไม่ได้ยินดีด้วย แต่ที่เอาไปก็เป็นเพราะแผนจะไม่เอา ร.อ.ธรรมนัส เพื่อรวมให้ได้ 300 เสียง “แล้วจะเอาผมไปได้ยังไง ผมจะปราบโกง ผมรู้ว่าคุณโกง ผมจะไปอยู่ร่วมได้ยังไง ผมไม่เหมือนรังษี พรรครังษีจะปราบโกง จะออกกฏหมายแก้โกงประหารชีวิต ยังไม่ทันไรเลย ไปมอบตัวกับเขาแล้ว”

ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่า ร.อ.ธรรมนัส สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ได้ชี้ว่า ร.อ.ธรรมนัส ไม่มีความผิด เพียงแต่คดีเกิดขึ้นในต่างประเทศ โดยเป็นคำพิพากษาของศาลออสเตรเลีย ไม่ใช่ศาลไทย จึงเห็นว่ายังเป็นประเด็นด้านคุณธรรมและจริยธรรมที่นายอนุทินต้องรับผิดชอบต่อการแต่งตั้งดังกล่าว

ส่วนมองว่าเป็นการฟ้องแก้เกี้ยวหรือไม่เพราะมาร้องล่าช้า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ร้องเมื่อไรก็ได้ ตอนนี้ยังรักษาการอยู่ ผู้รักษาการมีอำนาจหน้าที่ ตนเองเคยเป็นราชการตนเองรู้ดี และนายอนุทิน ก็ยังอยู่ในตำแหน่ง ไปเจรจากับต่างประเทศก็ไปในฐานะนายก

เมื่อถามว่า ที่มาร้องช่วงที่มีการตั้งรัฐบาลเพราไม่อยากเห็น ทั้งสองคนอยู่ในรัฐบาลใช่หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า “ไม่ได้ไม่อยากเห็นแต่ ไม่อยากให้คนชั่วมาปกครอง” และส่วนตัวอยากเห็นรัฐบาลเหมือนที่ในหลวง ร.9 ตรัสไว้ “อยากได้คนดีมาปกครอง”

นอกจากนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณี กกต.แจ้งความประชาชนและสื่อมวลชน ว่า กกต.ใช้ไม่ได้ อยู่ดีๆ 17 วัน รีบประกาศทำไม เขาให้เวลาตั้ง 60 วัน ควรจัดการให้ชัดๆ ให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม ดังนั้น ตนเองก็มีสิทธิคิดว่าการกระทำของ กกต.เอื้อนายอนุทินให้จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ดังนั้น การเลือกตั้งก็ควรจะสุจริตและเที่ยงธรรม แต่นี่การเลือกตั้งกลิ่นคาวฉาวโฉ่ทุกบัตร ซึ่งการที่ประชาชนบอกให้นับใหม่มันผิดตรงไหนเพื่อให้มันชัวร์ สื่อมวลชนก็ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ตัวเองแต่ทำเพื่อพี่น้องประชาชน ดังนั้น การไปฟ้องแบบนี้กระทำไปเพื่ออะไร

ทั้งนี้ หากมีการรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ มาเมื่อไรแล้วยังไม่เคลียร์ ตนเองก็จะดำเนินคดีกับ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ส่วนเขต 33 บางกอกน้อย ที่พรรคประชาชนเปลี่ยนตัวส่งนายเท่าพิภพ ลงชิงแทนผู้สมัครเดิมที่ถูกตำรวจจับนั้น ตนเองขอตั้งคำถามว่าเปลี่ยนได้หรือไม่ หรือพรรคประชาชน ฮั้วกับ กกต.หรือไม่ จ่ายเงินใต้โต๊ะให้ กตต.หรือไม่ เพราะตนเองดูแล้วยังไงก็เปลี่ยนตัวไม่ได้ และตอนนี้มีการรับรอง สส.กทม.เขต 33 มาแล้ว ตนเองก็จะเตรียมยื่นฟ้องต่อ กกต.เรื่องนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ย้ำด้วยว่า กกต.ชุดนี้ไม่มีอนาคต ยังไงก็ต้องจำคุกแน่

นายกฯ ควงภริยา เยือนเมืองแพร่ เปิดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ-ห่มผ้าพระธาตุ

นายกฯ ควงภริยา เยือนเมืองแพร่ เปิดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ-ห่มผ้าพระธาตุ

นายกฯ ควงภริยา เยือนเมืองแพร่ เปิดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ-ห่มผ้าพระธาตุ

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.55 น.

นายกฯ ควง ภริยา เยือนเมืองแพร่ เปิดงาน “ประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2569“ ห่มผ้าพระธาตุเสริมสิริมงคล -ชมวัฒนธรรมท้องถิ่น 

27 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 14.35 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยา ออกเดินทางจากบน.6 ไปจังหวัดแพร่ เปิดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2569 ที่วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ว่าที่สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล ร่วมคณะ

โดยนายกรัฐมนตรี จะร่วมชมขบวนแห่เครื่องสักการะจาก 8 อำเภอ บริเวณหน้าสวนรุกขชาติช่อแฮ จากนั้นจะอัญเชิญผ้าห่มพระธาตุ เดินขึ้นบันไดเสือ ประกอบพิธีห่มผ้าพระธาตุช่อแฮ่ โดยมีนายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมพิธี 

เมื่อจบพิธีห่มผ้าพระธาตุฯ นายกรัฐมนตรี เดินเยี่ยมชมกิจกรรมในข่วงเมืองแป้ บริเวณลานวัดฯ พร้อมพบปะประชาชน และติดตามการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และมอบรางวัลการประกวดขบวนแห่เครื่องสักการะ 8 อำเภอ รางวัลหุ่นฟางสัตว์ในตำนานเมืองแพร่ พร้อมชมการแสดงโขน รามเกียรติ์ ตอน ยกรบ ก่อนเดินทางกลับ 

สำหรับงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2569 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนสืบสานประเพณีทางศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวจ.แพร่ แสดงออกถึงความเคารพศรัทธาต่อองค์พระธาตุฯ ปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่ ภายในงานมีกิจกรรมขอพรหลวงพ่อทันใจ อายุ 100 ปี พิธีอาราธนาพระมหาอุปคุต การประกวดตุงมงคล และชมขบวนแห่เครื่องสักการะ เป็นต้น

อนุทิน สั่งดูแลพลทหารเหยื่อกับระเบิดเต็มที่

อนุทิน สั่งดูแลพลทหารเหยื่อกับระเบิดเต็มที่

อนุทิน สั่งดูแลพลทหารเหยื่อกับระเบิดเต็มที่

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.54 น.

อนุทิน สั่งดูแลพลทหารเหยื่อกับระเบิดเต็มที่ 

เมื่อเวลา 14.25 น. วันที่ 27 ก.พ.2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพลทหารสังกัดหน่วย ร้อย.ร.233 (ร.23 พัน.3) ประสบเหตุเหยียบกับระเบิดสังหารบุคคล ภายในฐานปฏิบัติการเอราวัณ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ส่งผลให้ขาขวาขาด และแขนซ้ายกับขาซ้ายได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด อาการสาหัส ว่า ตนได้รับรายงานเมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ก.พ. และแจ้งทางกองทัพว่าต้องดูแลเขาอย่างเต็มที่ ซึ่งกองทัพก็ยืนยันว่าจะต้องดูแลเพราะเป็นการปฏิบัติการที่อยู่หน้าแนว ส่วนตัวรู้สึกเสียใจและอยากให้ระมัดระวังอย่างเต็มที่ รายละเอียดตอนนี้ทราบเพียงว่าช่วงนี้ฝนตกหนักจึงมีการชะล้างหน้าดิน แสดงว่าพื้นที่ที่เรายึดคืนมาได้ยังมีทุ่นระเบิดวางไว้อยู่ต้องเร่งเก็บกู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ของเราด้วย

เมื่อถามว่าจะปรับวิธีเก็บกู้ทุ่นระเบิดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องเช่นนี้ต้องถามกองทัพ ตนให้การสนับสนุนเต็มที่ในการสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงรวมไปถึงประสิทธิภาพการทำงานของทหาร 

เมื่อถามอีกว่าเบื่องต้นเป็นทุ่นระเบิดเก่าที่ฝั่งอยู่ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องสอบถามกองทัพดูตนได้รับรายงานและกำชับเรื่องการดูแลลูกน้องและสวัสดิภาพของเขาหลังเกิดเหตุที่เราไม่ต้องการให้เกิด

เสรีพิศุทธ์ โอเคทักษิณ พักโทษ พ.ค.นี้ บอกชดใช้กรรมแล้ว แนะที่จริงกลับมาไม่ควรซ่า ชี้นำดั่งนายกฯ

เสรีพิศุทธ์ โอเคทักษิณ พักโทษ พ.ค.นี้ บอกชดใช้กรรมแล้ว แนะที่จริงกลับมาไม่ควรซ่า ชี้นำดั่งนายกฯ

เสรีพิศุทธ์ โอเคทักษิณ พักโทษ พ.ค.นี้ บอกชดใช้กรรมแล้ว แนะที่จริงกลับมาไม่ควรซ่า ชี้นำดั่งนายกฯ

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.42 น.

เสรีพิศุทธ์ โอเคทักษิณ พักโทษออกจากเรือนจำ พ.ค.นี้ บอกชดใช้กรรมแล้ว ที่จริงหลังกลับจากต่างประเทศไม่ควรซ่า ชี้นำเสมือนเป็นนายกฯ คงไม่โดน พร้อมเผยตามเรื่องป.ป.ช. ปมชินวัตร ร่วมกันถวายฏีกาเท็จ

เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ได้รับการพักโทษออกจากเรือนจำในเดือนพ.ค.2569 ว่า “นายทักษิณ จะพ้นโทษเดือนพฤษภาคมก็โอเค เพราะเขาได้ชดใช้กรรมที่ทำไว้แล้ว ถึงแม้ไม่เต็มก็ไม่เป็นไร เพราะการพักโทษก็เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนออกมาแล้วจะเหมือนเดิมหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของนายทักษิณ  จริงๆ ตั้งแต่ตอนที่กลับมาจากต่างประเทศนั้น เขาก็ไม่ควรทำซ่า แต่ควรเก็บตัว แต่มาดูแลพรรค ทำอะไรต่างๆ โอ้โห.. ชี้นำไปหมดเหมือนตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี จะแบ่งทรัพยากรทางทะเลกับกัมพูชา” 

ทั้งนี้ ตนกับนายทักษิณก็ถือเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน โดยตนเป็นรุ่นพี่ เคยปกครองนายทักษิณตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน ก็ไม่มีอะไรเหมือนกัน แต่ตอนนี้เขามีเป็นแสนๆ ล้านบาท แต่น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ เปิดเผยทรัพย์สิน 1.4 หมื่นล้านบาทแล้ว พวกเราชาตินี้ยังไม่มีเลย แล้วลูกๆ รวมถึงคุณหญิงอ้อมีเท่าไหร่ ซึ่งต้องถามว่าพวกนี้มาได้อย่างไร แต่จริงๆ คือเขาก็รับโทษไปหมดแล้ว 

อย่างไรก็ตาม คุณร่วมกันถวายฎีกาด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งตนเพิ่งไปตามเรื่องนี้ที่สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หลังยื่นเรื่องนี้ไป 3 เดือนแล้ว แต่ยังไม่ทำ

อนุทิน ไม่ตอบไทม์ไลน์เปิดสภาฯ บอกบอลยังไม่อยู่กับรบ. ปัดตอบปมเอาไงกับกล้าธรรม

อนุทิน ไม่ตอบไทม์ไลน์เปิดสภาฯ บอกบอลยังไม่อยู่กับรบ. ปัดตอบปมเอาไงกับกล้าธรรม

อนุทิน ไม่ตอบไทม์ไลน์เปิดสภาฯ บอกบอลยังไม่อยู่กับรบ. ปัดตอบปมเอาไงกับกล้าธรรม

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.32 น.

อนุทิน บอกบอลยังไม่อยู่กับรบ. หลังโดนสื่อถามซ้ำ ไทม์ไลน์เปิดสภาโหวตนายกฯ ขอรอเลขาฯสภาแจ้งมา ปัดตอบ ปมเอาไงกับกล้าธรรม 

เมื่อเวลา 14.25 น. วันที่ 27 ก.พ.2569 ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 (บน.6 ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงไทม์ไลน์การวางขั้นตอนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในสภา ว่า ตอนนี้ยังมีหลายปัจจัย ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลรักษาการ เช่น เรื่องการประกาศรับรอง รายชื่อสส. ถึงแม้จะมีการรับรองแล้ว แต่เป็นการรับรองสส.เขต 396 เขต ส่วนสส.บัญชีรายชื่อ ยังไม่ทราบว่าจะรับรองเมื่อไหร่ รวมถึงเรื่องการร้องเรียนต่าง ๆ ฉะนั้นเราต้องรอให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง จนเรามั่นใจว่าสามารถดําเนินการตามขั้นตอนที่มันควรจะเป็นได้ แต่การดําเนินการทั้งหมดไม่ว่าจะนัดประชุมสภา เปิดประชุมสภาหรือเลือกประธานสภา มันยังไม่ใช่บอลยังไม่อยู่ที่รัฐบาลรักษาการ ตนได้พบกับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสองวันก่อน ก็ถามท่าน ซึ่งท่านก็บอกว่าเดี๋ยวจะแจ้งตนมา เมื่อการรับรองสส. ครบถ้วนแล้ว จะต้องมีการทำเรื่องกราบบังคมทูลฯเชิญเสด็จพระราชดําเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภา ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่อยู่เหนือทุกสิ่ง ก็ต้องรอ แต่ตนได้แจ้งให้เลขาธิการสภาฯ ทราบว่าพร้อมที่จะรับการประสาน เพราะยังมีบางเรื่องที่ตนจะต้องลงนาม ซึ่งตอนนี้ก็รอการแจ้งมา 

เมื่อถามว่า หลายคนอยากจะได้คําตอบ เรื่องพรรคกล้าธรรม นายอนุทิน ฟังคำถามก่อนชี้ไปที่นาฬิกา พร้อมกล่าวว่า “ประกาศครั้งสุดท้าย” (เครื่องบินจะขึ้นแล้ว) ก่อน เดินไปเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที 

ไอติม โผล่กองปราบ! ลงบันทึกประจำวันสู้คดี กกต. ยันสังเกตการณ์เลือกตั้งตามสิทธิ์

ไอติม โผล่กองปราบ! ลงบันทึกประจำวันสู้คดี กกต. ยันสังเกตการณ์เลือกตั้งตามสิทธิ์

ไอติม โผล่กองปราบ! ลงบันทึกประจำวันสู้คดี กกต. ยันสังเกตการณ์เลือกตั้งตามสิทธิ์

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.26 น.

“ไอติม”บุกกองปราบ ขอลงบันทึกประจำวัน หลังถูก กกต.แจ้งความ ยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือ ยันทำหน้าที่ในฐานะประชาชนเพื่อความโปร่งใสของการเลือกตั้ง

26 กุมภาพันธ์ 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมทนายความ เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม หลังตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฟ้องดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาตรา 209 มาตรา 322 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14

นายพริษฐ์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางมาหลังจากที่ เห็นกระแสข่าวเมื่อวานนี้ว่า กกต.มีการแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชน รวมตนเองเป็นทั้งหมด 6 คน ที่ไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งใหม่ที่เขตคันนายาว วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา รวมถึงวันนี้มาลงบันทึกประจำวันเพื่อมายืนยันความบริสุทธิ์ใจของตนเองกับเจ้าหน้าที่ หลังจากได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า กกต.ได้เข้าแจ้งความ แต่ในส่วนของรายชื่อคนที่ถูกกล่าวหาขั้นตอนนี้เจ้านั้นจะไม่สามารถเผยแพร่ได้ในเวลานี้ ซึ่งคนที่จะรู้ดีที่สุดว่าแจ้งข้อหาอะไร หรือแจ้งความใคร คือผู้ที่กล่าวหา กกต. ส่วนรายงานข่าวที่ออกมาเมื่อวาน คาดว่าคงเป็นไปตามที่มีรายงาน และเพื่อให้สิ้นข้อสงสัยอยากจะเรียกร้องให้ กกต.พูดออกมาอย่างช้าๆ และชัดๆ ว่าแจ้งความใครบ้าง และข้อเท็จจริงที่ใช้แจ้งความมีอะไรบ้าง แทนที่จะใช้วิธีการปล่อยข่าวแบบนี้ก็พูดออกมาให้ชัดๆ

ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่าหนึ่งในข้อหาที่ถูกแจ้งคืออั้งยี่ซ่องโจรนั้น นายพริษฐ์ ระบุว่า วันนี้มาลงบันทึกประจำวัน หลังเห็นว่ามีรายงานข่าว วันนี้มายืนยันความบริสุทธิ์ใจ และมั่นใจว่าในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่มีการเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่เขตคันนายาว ตนเดินทางไปถึงหน่วยเลือกตั้งดังกล่าวหลังจากที่มีการปิดหีบ เวลา 17.00 น.ซึ่งอยู่ในช่วงของการสังเกตการณ์การนับคะแนน เป็นขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว ซึ่งการนับคะแนน กกต.จะต้องทำในพื้นที่ที่โปร่งใสต่อหน้าพี่น้องประชาชน ซึ่ง กกต.มีการสื่อสารเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนไปร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนน และการที่ตัวเองไปร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนใหม่ไม่มีอะไรที่ผิดกฎหมาย ยังไม่นับว่าในวันนั้นมีเจ้าหน้าที่ กกต.อยู่หลายคน รวมถึงรองเลขา กกต.ก็ไม่เห็นว่าจะมีท่าทีอะไร และเจ้าหน้าที่คนใดถือให้เห็นหรือพยายามจะตักเตือนชี้แนะสิ่งที่ทำอยู่ว่าเป็นการขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ และขอยืนยันว่า ไม่มีอะไรที่ขัดต่อข้อกฎหมายความจริงเป็นความจริง และเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล ตนขอยืนยันความจริงแบบนี้ และพร้อมเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการ

เมื่อถามว่า จะมีการแจ้งความกลับหรือไม่ นายพริษฐ์ ในหลักการการแจ้งความกลับด้วยข้อมูลที่ตนรู้ว่าเป็นเท็จเป็นการสร้างความเสียหายให้กับประชาชน เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว ต้องรอดูว่า กกต.แจ้งความด้วยข้อเท็จจริง และขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่จะปรากฏหรือไม่ หากพบว่าเป็นการแจ้งความข้อมูลอันเป็นเท็จ ทาง นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมที่จะดำเนินการกับทันที

เมื่อถามว่า ข้อกล่าวหาอั้งยี่ซ่องโจรเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงเกินไปหรือไม่ นายพริษฐ์ ยืนยัน จะกล่าวหาแรงหรือเบาแค่ไหน ตนก็ขอยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง เห็นว่ามีหลายข้อกล่าวหายืนยันว่าผมไม่ได้ทำความผิดทั้งนั้นถ้ามีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงก็กล่าวหามาเลยแล้วออกมาพูดต่อศาลธารณด้วยว่ากล่าวหาว่าอะไรพร้อมเข้าสู่กระบวนการ

“ขอพูดนอกเหนือในฐานะประชาชนคนนึง แต่พูดในฐานะคนที่มาอาสาทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎรมันเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผมในการตรวจสอบว่าหน่วยงานรัฐต่างๆ ว่ามีการดำเนินการอย่างไร รวมไปถึงการเลือกตั้งว่าโปร่งใส่หรือไม่ ผมพร้อมเดินหน้าในการตรวจสอบข้อพิรุธข้อสงสัย และการดำเนินการของ กกต. สุดท้ายถ้าผมไม่ทำตรงนั้น ผมควรเป็นฝ่ายถูกถามว่าเข้ามาทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรทำไม”

เมื่อถามว่า เป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่ นายพริษฐ์ ระบุว่า ตนไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงแทนบุคคลอื่นได้ ซึ่งในวันนั้นไม่เห็นบางคนใน 6 รายชื่ออยู่ในเหตุการณ์ แต่กลับถูกแจ้งความ จึงอยากให้เจ้าตัวมายืนยันข้อเท็จจริง น่าจะแม่นยำกว่า ส่วนจะเป็นการปิดปากหรือไม่ ขอตอบคำถามนี้ใน 2 สถานะ ในฐานะที่ทำงานการเมืองไม่ว่าเจตนาในการฟ้องตนเองคืออะไร ตนพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง ย้ำถ้าตนอาสามาเป็นสภาผู้แทนราษฎรแล้ว คือการเป็นตัวแทนประชาชนในการตรวจสอบหน้าที่ของ กกต. ไม่มีเหตุผลใดที่จะยุติการเดินหน้า

สิ่งหนึ่งที่เราต้องตระหนักในสังคมไทย เรื่องการฟ้องปิดปากหากมีการฟ้องปิดปากจริง จากหน่วยงานรัฐที่มีการฟ้องประชาชนโดย และคาดการณ์แล้วว่าไม่สามารถนำไปสู่การพิสูจน์ความจริงได้ และสังคมควรจะตระหนักร่วมกันว่า แม้ว่าผู้ที่ถูกกล่าวหา จะพิสูจน์ว่าบริสุทธิ์ แต่ความเสียหายมันได้เกิดขึ้นแล้ว ภาระที่ใช้ในการชี้แจง รวมถึงภาระรายจ่าย การแจ้งความก็สร้างภาระให้กับประชาชนได้เหมือนกัน และเป็นการส่งผลลบต่อเสรีภาพ การแสดงออกซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ที่จะแสดงออกทางประชาธิปไตยได้

“หน่วยงานรัฐเวลาเจอพี่น้องประชาชน ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการทำหน้าที่ และถ้าเป็นการตั้งคำถามที่ไม่ได้ผิดกฎหมาย อย่างดารสังเกตการณ์การนับคะแนน สิ่งที่หน่วยงานรัฐพึงกระทำ คือการชี้แจงให้ประชาชนซิ่งข้อสงสัยไม่ใช่การดำเนินคดีกับประชาชน”

– 006

บุญยิ่ง ดอดรายงานตัวสส.ที่สภาฯ ยังไม่รู้กล้าธรรม เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ อ้างคุยธรรมนัส แค่เรื่องงาน

บุญยิ่ง ดอดรายงานตัวสส.ที่สภาฯ ยังไม่รู้กล้าธรรม เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ อ้างคุยธรรมนัส แค่เรื่องงาน

บุญยิ่ง ดอดรายงานตัวสส.ที่สภาฯ ยังไม่รู้กล้าธรรม เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ อ้างคุยธรรมนัส แค่เรื่องงาน

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.52 น.

บุญยิ่ง ดอดรายงานตัวสส.ที่สภาฯ ยังไม่รู้กล้าธรรม เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ อ้างคุยธรรมนัส แค่เรื่องงาน 

เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2569 ที่รัฐสภา นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม เดินทางมารายงานตัวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนจะต้องเดินทางไปต่างประเทศจึงมารายงานตัวก่อน

เมื่อถามว่าได้เจอ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมหรือไม่ นางบุญยิ่ง นิ่งไปสักพักก่อนจะกล่าวว่า นี่ราชบุรีไม่ใช่พะเยา 

เมื่อถามว่ายังได้เป็นรัฐบาลอยู่หรือไม่ นางบุญยิ่ง กล่าวว่า ไม่ทราบ และยังไม่ได้คุยกับร.อ.ธรรมนัสเรื่องนี้ คุยแต่เรื่องงาน

ธรรมนัส ลั่น พร้อมเป็นฝ่ายค้านหากถูกลอยแพ ย้ำจุดยืน ไม่วิ่งเข้าหาแบบไร้ศักดิ์ศรี เชื่อลูกพรรคเลือดผู้กอง 100%

ธรรมนัส ลั่น พร้อมเป็นฝ่ายค้านหากถูกลอยแพ ย้ำจุดยืน ไม่วิ่งเข้าหาแบบไร้ศักดิ์ศรี เชื่อลูกพรรคเลือดผู้กอง 100%

ธรรมนัส ลั่น พร้อมเป็นฝ่ายค้านหากถูกลอยแพ ย้ำจุดยืน ไม่วิ่งเข้าหาแบบไร้ศักดิ์ศรี เชื่อลูกพรรคเลือดผู้กอง 100%

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.50 น.

“ธรรมนัส” โผล่ครั้งแรกหลังดูแสงเหนือ บอกยังไม่คุยภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล ชี้เป็นสิทธิ์พรรคแกนนำจะเลือกหรือไม่ ลั่น กล้าธรรมจะไม่วิ่งเข้าหาแบบไร้ศักดิ์ศรี การเมืองไม่มีเมื่อวาน  พร้อมเป็นฝ่ายค้านหากถูกลอยแพ รับมีลูกพรรคมาฟ้องถูกซื้อตัวงูเขียว เชื่อลูกพรรคเลือดผู้กอง 100% โหวตไม่แตกแถว  บอกจับมือ “เฉลิมชัย” ร่วมหัวจมท้าย โนคอมเม้นต์ เพื่อไทยคุมกระทรวงเกษตร

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.28 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้เดินทางเข้ากระทรวงเกษตรฯ เป็นครั้งแรก ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  หลังจากเดินทางกลับจากการพักผ่อน ที่ประเทศฟินแลนด์ โดยสื่อมวลชนได้ทักทายว่า “มารอทุกวันเลย” และขอเชลฟี่ถ่ายรูปด้วย 

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัสได้ให้สัมภาษณ์ ถึงความชัดเจนในการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยว่า ยังไม่มี ยังไม่ได้คุยกับใคร ไม่มีใครติดต่อมา 

เมื่อถามว่าจนถึงวินาทีนี้ รู้หรือยังว่าพรรคกล้าธรรม จะเข้าร่วมเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ยังไม่ทราบ รอให้รายงานตัว สส.เรียบร้อย ก่อน และยังไม่ทราบว่าการประกาศรับรองผล สส.แบบบัญชีรายชื่อจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ได้ให้สมาชิกรอไปรายงานตัวพร้อมกัน 

และเมื่อถามถึงกระแสข่าวการดีล 9 สส.งูเขียวเพื่อให้โหวตสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตอนที่ตนอยู่ฟินแลนด์ก็มีว่าที่ สส.พรรคกล้าธรรมติดต่อโทรมารายงานว่า มีการติดต่อมาจริง ทุกคนรายงานตนหมด ส่วนใหญ่ก็เป็นไปตามบางบุคคลที่เป็นข่าว 

เมื่อถามว่าได้สัญญาอะไรไว้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า ไม่เคยสัญญาอะไรกับใคร 

เมื่อถามย้ำว่าก่อนหน้านี้ที่ร้อยเอกธรรมนัสเคยระบุว่า นายอนุทินเคยพูดว่าถ้าไม่มีใครจับกับพรรคกล้าธรรม ก็มาจับมือกัน 2 พรรคนั้น ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า การเมืองไม่มีสัญญาอะไร มีแต่วันพรุ่งนี้ไม่มีเมื่อวาน 

เมื่อถามว่า ณ วันนี้จุดยืนของร้อยเอ็กธรรมนัสจะทำอย่างไรต่อ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า การเป็นนักการเมืองต้องมีศักดิ์ศรี ต้องให้ความสนใจกับงานและหน้าที่ของตัวเอง เป็นสส.ก็ต้องสนใจพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม คนอย่างธรรมนัส ก็ช่วยประชาชน 

ส่วนจะบอกได้เมื่อไหร่ว่าพรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นมารยาททางการเมืองเราต้องให้พรรคอันดับ 1 ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลซึ่งเขาจะเลือกใคร หรือไม่เลือกใครร่วมรัฐบาลก็เป็นสิทธิ์ของเขา 

ดังนั้นเมื่อหัวหน้าพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เขาให้เขาแล้วว่ายังดีลไม่จบ ก็ต้องให้เกียรติเขาก่อนไม่ควรไปออกตัว ไม่ควรจะออกตัวว่าจะไปซ้ายหรือขวา สิ่งสำคัญคือต้องมีศักดิ์ศรี ถ้าไม่มีก็อย่ามาเป็นนักการเมือง 

เมื่อถามย้ำว่าส่วนตัวจะไม่ตัดสินใจเอง และจะรอสัญญาณ การร่วมเป็นรัฐบาลใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่ได้ตัดสินใจเอง เพราะต้องรอการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด ว่าท้ายสุดจุดยืนของเราจะอยู่ตรงไหน และอยู่ที่พรรคแกนนำว่าเขาจะว่าอย่างไร หากวันหนึ่งได้รับคำตอบชัดเจนว่าเขาพร้อมแล้วโดยที่ไม่มีพรรคกล้าธรรม เราก็พร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านคอยตรวจสอบ  

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ได้ร่วมหัวจมท้ายกับพรรคภูมิใจไทยมา แต่วันนี้ไม่มีความชัดเจนในการร่วมรัฐบาล เหตุใดถึงต้องรอให้พรรคภูมิใจไทยเป็นคนตัดสินใจ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า ตนมีจุดยืนของตน และพรรคกล้าธรรมก็มีจุดยืน เราจะไม่วิ่งเข้าไปหาโดยไม่มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่สไตล์ตน 

ส่วนจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม เมื่อใด ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า รอให้มีการรับรอง สส.ทั้งหมดก่อนและเมื่อทุกคนไปรายงานตัวแล้ว ก็จะนัดประชุม

เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ในฐานะครูใหญ่พรรคภูมิใจไทยแล้วหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ทำไมต้องคุยกับนายเนวิน อย่าดึงท่านมาเกี่ยว อย่างการดีลจัดตั้งรัฐบาลครั้งที่แล้วตนก็พูดคุยเพียงกับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คือนายอนุทิน เพราะฉะนั้นอย่าดึงบุคคลภายนอกมาเกี่ยวข้อง เดี๋ยวจะผิดกฎหมาย ส่วนนายอนุทิน มีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ เป็นเรื่องของเขา 

เมื่อถามว่าก่อนการเลือกตั้งและภายหลังการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนไปหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ การเมืองก็เป็นแบบนี้

เมื่อถามว่า หากเป็นฝ่ายค้านจะมีวิธีอย่างไรทำให้ลูกพรรคไม่โหวตแตกแถว หรือเป็นงูเห่า ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ส.ส. ของพรรคกล้าธรรม ถ้าเป็นสส. เก่า เป็นเลือดตน 100% เราผ่านอะไรกันมาเยอะ ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เราก็อยู่ด้วยกันมาตลอด โดยมีทั้งหมด 18 คน ที่อยู่ตั้งแต่พรรคพลังประชารัฐเดิม จนไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทยด้วยกัน และกลับมาอยู่พรรคพลังประชารัฐก็กลับมาอยู่ด้วยกัน ส่วนสส.กลุ่มเพื่อนต่อ (นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน) นั้น เราคุยกันทุกวัน ซึ่งนายเฉลิมชัยก็ตอบสื่อมวลชนไปแล้วว่า ชัดเจน ไปไหนไปกัน

เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจในเสียงของพรรคกล้าธรรมทั้งหมด หรือเพียง 18 เสียงที่อยู่กันมา ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า สส.หน้าใหม่ทั้งหมด คือลูกน้องตนเอง 

เมื่อถามว่า เรื่องงูเห่าสีเขียวได้มีการพูดคุยกันแล้วใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า นายเฉลิมชัย ยืนยันว่าจะอยู่ร่วมหัวจมท้ายด้วยกัน 

และเมื่อถามย้ำว่าได้คุยโทรศัพท์ส่วนตัวกับนายเฉลิมชัยหรือไม่  หลังจากมีข่าว 9 งูเขียว ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตนให้เกียรติที่จะไม่ถามเรื่องนี้ แต่ท่านบอกกับตนว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เราร่วมหัวจมท้ายกัน ซึ่งตนได้พูดคุยหลังจากที่กลับถึงประเทศไทยแล้ว

เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับนายอนุทินหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้คุย ทั้งก่อนและหลังที่จะเดินทางไปประเทศฟินแลนด์ ตั้งแต่ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 รวมถึงไม่มีสัญญาณใดๆ ทั้งนี้ต้องเรียนว่าสาเหตุที่ไม่ได้พูดคุยกัน เพราะตนไม่ได้โทรศัพท์ไปหาใคร รวมถึงคนในพรรคภูมิใจไทยคนอื่นๆก็ไม่ได้โทรมา

เมื่อถามว่า ข้อเสนอที่ให้โหวตนายกรัฐมนตรีก่อน แล้วค่อยมาเกลี่ยกระทรวงกันทีหลัง มีความคิดเห็นอย่างไรนั้น ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่ตัดสินใจตอนนี้ ต้องขอคุยกับพี่น้องของตนก่อน

ส่วน รู้สึกอย่างไรเมื่อโผ ครม. ล่าสุด ไม่มีชื่อของพรรคกล้าธรรม ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตนก็เพิ่งทราบจากพี่น้องสื่อมวลชน

เมื่อถามว่าจะยกมือโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ต้องรอถามคณะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม ซึ่งตนเองตัดสินใจแทนไม่ได้ 

และเมื่อถามต่อว่า มองอย่างไรหากพรรคเพื่อไทยมาบริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า No Comment อย่างไรก็ตาม ตนเองยังห่วงงานในกระทรวงเกษตรฯ ตั้งแต่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ก็มีหลายเรื่องที่ตนอยากจะทำ แต่ปรากฎว่ารัฐบาลนายกรัฐมนตรีบ่อย ทำให้นโยบายของรัฐบาลไม่ต่อเนื่อง จนมาถึงรัฐบาลนายอนุทินก็สั้นเกินไป ทำให้ไม่สามารถทำอะไรที่เป็นรูปธรรมได้ ได้แต่วางโครงสร้าง ตนก็เป็นห่วงอนาคตของเกษตรกร เพราะสมมุติว่าหากคนที่ไม่เข้าใจภาคการเกษตรจริงๆแล้วมานั่งตรงนี้ ก็จะเหนื่อย

เมื่อถามว่าเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลคืออะไร ร้อยเอกธรรมนัส หัวเราะในลำคอ ก่อนจะเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไม่ตอบคำถามดังกล่าว 

เมื่อถามอีกว่า ถ้ามีข้อเสนอว่าพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล แต่ร้อยเอกธรรมนัสไม่รับตำแหน่ง สูตรนี้เป็นไปได้หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว และเดินขึ้นห้องทำงานทันที