อ.อัจฉราวดี เตือนสติคนรักชาติ ใช้ความจริง สยบวาทกรรม อย่าหลงกล IO-บอต จนขาดวุฒิภาวะ

อ.อัจฉราวดี เตือนสติคนรักชาติ ใช้ความจริง สยบวาทกรรม อย่าหลงกล IO-บอต จนขาดวุฒิภาวะ

อ.อัจฉราวดี เตือนสติคนรักชาติ ใช้ความจริง สยบวาทกรรม อย่าหลงกล IO-บอต จนขาดวุฒิภาวะ

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.16 น.

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 อาจารย์อ้อย อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ต้องยกให้เป็น อินฟลูเอนเซอร์ ที่ออกมาแสดงจุดยืนแถวหน้าในฝ่ายของผู้รักชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า 

คนในชาติกำลังตื่น แสวงหาข้อเท็จจริง  หากเรามีความจริงมุมไหนมานำเสนอ ที่จะทำให้ชาติและประชาชนปลอดภัยอย่างยั่งยืน  ก็ทำเถอะ ขึ้นชื่อว่าการขับเคี่ยวกันมันย่อมมีอารมณ์  อยากยั่วยุกันเป็นธรรมดา  แต่ทำแล้วต้องจบ

หากการแสดงความเห็นของสื่อเกิดจากอคติ คนดูก็เห็นเองว่าใครเชื่อถือได้หรือไม่ได้ แต่การตอบโต้ด้วยอารมณ์มากเกินไป   ก็ทำให้ความเชื่อถือของผู้นำเสนอข้อเท็จจริง  ลดลงเช่นกัน มีแต่จะทำให้รอยร้าวในสังคมไทยแตกออกไปมากขึ้น คนรักชาติถูกขย้ำด้วย IO และบอตก็จริง แต่อย่าให้เราถูกมองว่า ปากจัดเลยค่ะ ไม่ต้องถึงกับต้องประดิษฐ์วาทกรรม ขอแค่พูดความจริงอย่างหนักแน่นก็พอ

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล

ผลคะแนนเลือกตั้ง 69 อย่างเป็นทางการ กกต รวม 400 เขต แล้วทั่วประเทศ

ผลคะแนนเลือกตั้ง 69 อย่างเป็นทางการ กกต รวม 400 เขต แล้วทั่วประเทศ

ผลคะแนนเลือกตั้ง 69 อย่างเป็นทางการ กกต รวม 400 เขต แล้วทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.44 น.

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ผลการนับคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ (อย่างเป็นทางการ) ครบ 400 เขต โดยขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ผู้สมัคร และพรรคการเมือง ตรวจสอบรายงานผลการนับคะแนน (อย่างเป็นทางการ) ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (www.ect.go.th) หรือเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร ครบจำนวน 400 เขต โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. รายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ส.ส. 5/16)

2. รายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ (ส.ส. 5/16 (บช))

3. รายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ส.ส. 5/17)

4. รายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักรแบบบัญชีรายชื่อ (ส.ส. 5/17 (บช))

5. รายงานผลการนับคะแนน สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ส.ส. 5/18) (รายหน่วย)

6. รายงานผลการนับคะแนน สส. แบบบัญชีรายชื่อ (ส.ส. 5/18 บช) (รายหน่วย)

ทางการแล้วผลเลือกตั้ง 69

สำหรับผลการนับคะแนนบางเขตเลือกตั้ง จะยังไม่ครบทุกหน่วยเนื่องจากมีการนับคะแนนใหม่ / ออกเสียงลงคะแนนใหม่ในบางหน่วยเลือกตั้ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนี้

1. กรณีการนับคะแนน ณ ที่เลือกตั้งใดไม่สามารถกระทำได้หรือไม่สามารถนับคะแนนได้จนเสร็จสิ้น อันเนื่องจากเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเป็นอย่างอื่น ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งประกาศงดการนับคะแนนสำหรับหน่วยเลือกตั้งนั้น (มาตรา 121)

2. กรณีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนน ซึ่งคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องแล้วปรากฎว่า ข้อมูลยังไม่ตรงกันอีก (มาตรา 122)

3. กรณีคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง รายงานผลการนับคะแนนการเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อแล้วปรากฏว่า การนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง (มาตรา 124)

4. เมื่อดำเนินการนับคะแนนใหม่/ออกเสียงลงคะแนนใหม่ เรียบร้อยแล้วจะนำผลคะแนนดังกล่าวลงในเว็บไซต์ต่อไป

5. สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการนับคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ ได้ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัดและกรุงเทพมหา นคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง http://www.ert go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444

ทางการแล้วผลเลือกตั้ง 69
ทางการแล้วผลเลือกตั้ง 69

>>> เช็กผลคะแนน คลิกเลย <<<

ดร.สุวินัย วิเคราะห์หมากพรรคน้ำเงิน เท พรรคเขียว ลงฝ่ายค้าน เพื่อเสถียรภาพระยะยาว

ดร.สุวินัย วิเคราะห์หมากพรรคน้ำเงิน เท พรรคเขียว ลงฝ่ายค้าน เพื่อเสถียรภาพระยะยาว

ดร.สุวินัย วิเคราะห์หมากพรรคน้ำเงิน เท พรรคเขียว ลงฝ่ายค้าน เพื่อเสถียรภาพระยะยาว

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.32 น.

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.สุวินัย ภรณวลัย นักเขียนและอดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ถ้าพรรคเขียวจำใจไปเป็นฝ่ายค้าน นี่คือสัญญาณของการ “จัดวาง” ในช่วงเปลี่ยนผ่าน

● ถ้าพรรคเขียวไปอยู่ฝ่ายค้าน
ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่น่าจับตายิ่ง 
เพราะนี่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่อยู่ในสูตรการเมืองแบบเดิม 
ที่ดึงพรรคเขียวเข้าสมการรัฐบาล
เพื่อสร้างเสถียรภาพเชิงตัวเลข
และแบ่งสรรอำนาจตามโควต้า ส.ส.
แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
ดูเหมือนว่าจะไม่เดินตามสูตรนั้น
ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง
ผมคงต้องมองว่า
นี่คือการ “จัดวาง” กระดานใหม่ 
ซึ่งสะท้อน “ภาวะผู้นำในช่วงเปลี่ยนผ่าน” ของหัวหน้าพรรคน้ำเงิน
และการเปลี่ยนกระดานของผู้มากบารมีแห่งบุรีรัมย์

● การเมืองแบบประคอง กับ การเมืองแบบจัดวาง
การเมืองแบบประคอง
คือการรักษาสมดุลระยะสั้น
แบ่งกระทรวงให้ทุกฝ่ายพอใจ
ลดแรงเสียดทานเฉพาะหน้า
การเมืองแบบจัดวาง
คือการกำหนดตำแหน่งของทุกฝ่ายใหม่
แม้จะสร้างแรงเสียดทานในช่วงต้น
ฝ่ายค้านยังคงมีอยู่
พันธมิตรเดิมไม่ได้ถูกทำลาย
แต่ไม่ได้ถูกนำมาเป็นศูนย์กลางของสมการ

● การตัดสูตรโควต้า
การแบ่งกระทรวงตามจำนวน ส.ส.
เป็นธรรมเนียมการเมืองที่ยาวนาน
แต่ธรรมเนียมนี้มักนำไปสู่
รัฐบาลแบบหลายศูนย์อำนาจ
นโยบายที่ขาดความสอดคล้อง
และการประคองกันไปวันต่อวัน
หากรัฐบาลพรรคน้ำเงินเลือกจัดทีมโดยเน้นความสอดคล้องของนโยบาย
โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ
มากกว่าการรักษาพันธมิตรตามสูตรเดิม
นั่นย่อม สะท้อน “ความตั้งใจจริงที่จะกำหนดทิศทาง”
ไม่ใช่เพียงรักษาสมดุลระยะสั้น

● บทบาทของเทคโนแครตในกระทรวงยุทธศาสตร์
การดึงบุคคลภายนอกพรรค
เข้ามาคุมกระทรวงสำคัญ
ไม่ใช่สัญญาณของการลดบทบาทนักการเมือง
แต่คือการยกระดับ “ความสามารถเชิงระบบ”
เพราะช่วงเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย
ต้องการความชัดเจนของทิศทาง
และความเชื่อมโยงของนโยบายในภาพรวม
มากกว่าการกระจายอำนาจตามสูตรทางการเมืองแบบเดิม

● ภาวะผู้นำในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ผู้นำในช่วงปกติ
ทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพ
ผู้นำในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ทำหน้าที่ “กำหนดโครงสร้างใหม่”
ความแตกต่างอยู่ที่
การยอมรับแรงเสียดทานระยะสั้น (จากพรรคเขียวที่ถูกเทให้ไปเป็นฝ่ายค้าน)
เพื่อสร้างเสถียรภาพระยะยาว
การไม่จับมือกับพรรคเขียว
จึงไม่ใช่การตัดพันธมิตร
แต่เป็นการกำหนดกระดานใหม่ทั้งหมด

● คำถามที่สำคัญกว่าใครได้กระทรวง
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ใครได้ตำแหน่งใด
แต่คือ
ประเทศกำลังถูกจัดวางไปในทิศทางใด?
ถ้าการจัดวางครั้งนี้
นำไปสู่ความสอดคล้องเชิงนโยบาย
และเสถียรภาพเชิงโครงสร้าง
มันอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “ยุคใหม่ทางการเมือง” ที่ผสานบทบาทของนักการเมืองกับเทคโนแครตผู้มากความสามารถ เพื่อผลักดันนโยบายที่กำหนดโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ได้จริง

สิ่งที่ชัดเจนอย่างหนึ่งคือ
การเมืองไทยต่อจากนี้คงไม่ได้เดินตามสูตรเดิมอีกต่อไป
กระดานถูกจัดใหม่แล้ว
และภาวะผู้นำในช่วงเปลี่ยนผ่าน
จะถูกวัดจากความสามารถของหัวหน้าพรรคน้ำเงินในการทำให้กระดานใหม่นั้นนิ่งได้หรือไม่
ในตอนนี้ ผมแทบแลเห็น เงาของพรรค LDP ของญี่ปุ่น ในพรรคน้ำเงินด้วยซ้ำ (โปรดอ่าน ภาคผนวก ประกอบ)
~ สุวินัย ภรณวลัย 
มหาวิทยาลัยไร้รอย

อนุทิน​ ทำท่าไอ เจ็บคอ​ งดสัม​ภาษณ์สื่อ หลังผู้นำกัมพูชาเคลื่อนไหว กลางกรุงวอชิงตัน

อนุทิน​ ทำท่าไอ เจ็บคอ​ งดสัม​ภาษณ์สื่อ หลังผู้นำกัมพูชาเคลื่อนไหว กลางกรุงวอชิงตัน

อนุทิน​ ทำท่าไอ เจ็บคอ​ งดสัม​ภาษณ์สื่อ หลังผู้นำกัมพูชาเคลื่อนไหว กลางกรุงวอชิงตัน

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.09 น.

“อนุทิน”​ ทำท่าไอ -​ เจ็บคอ​ ไม่ให้สัม​ภาษณ์สื่อฯ​ ปมชายแดนไทย​ – กัมพูชา​ ก่อนเดินทางออกจากทำเนียบฯ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 16.09 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางออกจากทำเนียบฯ โดยนายกฯ มีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม และชี้มายังผู้สื่อข่าวที่รอบริเวณด้านข้างตึกไทยคู่ฟ้า

ผู้สื่อข่าวจึงพยายามตะโกนขอสัมภาษณ์นายกฯ ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาหลังจากที่​ผู้นำกัมพูชาให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ระหว่างการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อร่วมประชุม “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace) ของทรัมป์ โดยนายกฯ ได้ยกมือขึ้นมาป้องหู เพื่อฟังว่าผู้สื่อข่าวถามว่าอะไร ก่อนจะทำท่าโบกมือปฏิเสธ และนำมือมาจับที่คอ เพื่อสื่อว่าเจ็บคอ ไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้ และนำมือขึ้นมาปิดปากทำท่าไอ​ ก่อนเดินทางออกจากทำเนียบฯ 

เรืองไกร โบกมือลา พปชร แจ้ง บิ๊กป้อม ขอคืนสถานะ นักร้องอิสระ เต็มตัว

เรืองไกร โบกมือลา พปชร แจ้ง บิ๊กป้อม ขอคืนสถานะ นักร้องอิสระ เต็มตัว

เรืองไกร โบกมือลา พปชร แจ้ง บิ๊กป้อม ขอคืนสถานะ นักร้องอิสระ เต็มตัว

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.53 น.

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ได้เดินทางไปยื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้แจ้งให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ปรึกษาพรรค พปชร. รับทราบในระหว่างรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันว่าจะขอลาออก โดยพล.อ.ประวิตร ได้ถามเหตุผลว่าทำไม จึงตอบไปไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่เห็นว่าขนาดของพรรคเล็กลงจากเดิมโดยการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคได้สส.5 คน และไม่ทราบความชัดเจนถึงการบริหารงานในอนาคต ซึ่งพล.อ.ประวิตร รับทราบและไม่ได้ทักท้วงอะไร

ส่วนบทบาทของตนจากนี้ จะกลับไปทำหน้าที่นักร้องอิสระ ที่ทำเป็นงานอดิเรก หากพบประเด็นที่น่าสงสัย ส่วนจะไปเล่นการเมืองหรือสังกัดพรรคการเมืองใดนั้น เป็นเรื่องอนาคต

เรืองไกร
เรืองไกร

สีหศักดิ์ เตรียมบินร่วมประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ที่เจนีวา

สีหศักดิ์ เตรียมบินร่วมประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ที่เจนีวา

สีหศักดิ์ เตรียมบินร่วมประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ที่เจนีวา

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.33 น.

“สีหศักดิ์” เตรียมเยือนนครเจนีวา ร่วมประชุม HRC สมัยที่ 61

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.กต. มีกำหนดจะเดินทางเยือนนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council: HRC) สมัยที่ 61 ระหว่างวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2569  ในช่วงการประชุมระดับสูง (high-level segment) ที่นครเจนีวา  รมว.กต. จะเป็นผู้แทนไทยกล่าวถ้อยแถลงในการประชุม HRC โดยจะย้ำผลกระทบของขบวนการ ออนไลน์สแกม จากมุมมองสิทธิมนุษยชนด้วย ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการตกเป็นเหยื่อ การหลอกลวงทางการเงิน การบังคับใช้แรงงาน การลิดรอนเสรีภาพ ความรุนแรงทางจิตใจ และการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมต่อประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้     

นอกจากนี้ จะได้แสดงวิสัยทัศน์จากบทบาทที่ไทยจัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เมื่อเดือนธันวาคม 2568 และในมิติการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ซึ่งไทยมีความคืบหน้าในหลายด้าน ในโอกาสที่ไทยเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ วาระปี ค.ศ. 2025 – 2027 ด้วย

โดย รมว.กต.จะใช้โอกาสการเดินทางเยือนนครเจนีวาครั้งนี้ พบหารือผู้บริหารระดับสูงขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งรวมถึงข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อหารือถึงแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยกับสหประชาชาติในมิติต่าง ๆ และแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่สำคัญ ๆ ในภูมิภาค โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการต่าง ๆ ของไทยบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ หลักสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรม และสอดคล้องกับถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ทั้งสองฝ่ายลงนามเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568           

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการฯ มีกำหนดเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองที่จัดโดยแซมเบีย ในฐานะประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) ครั้งที่ 23 ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีในการกระชับความสัมพันธ์กับท่านประธานฯ และย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวา และขอให้มีการดำเนินการต่อรัฐภาคีที่ละเมิดอนุสัญญาดังกล่าวด้วย

และก่อนหน้าที่จะไปเจนีวา รัฐมนตรีว่าการฯ จะไปเยือนกรุงปารีส เพื่อพบกับผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO ด้วย

เรืองไกร ชี้ ปมบาร์โค้ดอย่าคิดมาก จี้ สอบ พรรคประชาชน ปม Spectre C

เรืองไกร ชี้ ปมบาร์โค้ดอย่าคิดมาก จี้ สอบ พรรคประชาชน ปม Spectre C

เรืองไกร ชี้ ปมบาร์โค้ดอย่าคิดมาก จี้ สอบ พรรคประชาชน ปม Spectre C

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.34 น.

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรม การการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคการเมืองเก็บข้อมูลเลเซอร์ไอดีจากผู้ที่เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรค อาจส่งผลทำให้ข้อมูลของประชาชนรั่วไหลหรือไม่ ว่า ถ้าเราไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค แล้วถ้าพรรคการเมืองขอเก็บเลเซอร์ไอดี แล้วเราให้ ก็จะเป็นความยินยอมทั้ง 2 ฝ่าย คนไม่รู้ก็จะไปบอกว่าเรื่องนี้ไปยินยอมกันได้หรือไม่ ต้องดูว่ากฎหมายครอบคลุมถึงเรื่องนี้หรือเปล่า อย่างถ้าไปที่ธนาคารเขาจะต้องนำบัตรประชาชนของเราไปเสียบเพื่อยืนยันตัวตนการที่บุคคลที่ 3 บอกว่าเขาจะไปทำอย่างนั้นอย่างนี้เราพิสูจน์ได้หรือไม่ เวลาขึ้นศาลในหลาย ๆ คดี ศาลอาจจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นการคาดเดาหรือคาดการณ์

เมื่อถามว่ามีคนไปเชื่อมโยงกับกรณีบาร์โค้ดที่อยู่บนบัตรเลือกตั้งว่าอาจจะทำให้ความลับรั่วไหลหรือไม่ นายเรืองไกร กล่าวว่า “Think to much” คิดมากไป ส่วนมุมมองกรณีบริษัท สเปคเตอร์ซี ของพรรคประชาชน นายเรืองไกร กล่าวว่า เรื่องนี้มีมุมที่น่าสนใจ ซึ่งน.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ให้ข้อมูลเยอะไปหน่อยอาจจะมีผลย้อนเข้าตัวได้ ซึ่งตนกำลังเก็บรายละเอียดอยู่ ซึ่งตนยังไม่เห็นข้อเท็จจริงว่าพรรคการเมืองไปถือหุ้นบริษัท สเปคเตอร์ซี หรือไม่ ซึ่งถ้าพรรคประชาชนไปถือหุ้นบริษัทดังกล่าว ก็จะเข้าข่ายยุบพรรค ซึ่งจะเป็นข้อห้ามให้พรรคการเมืองประกอบธุรกิจ

เรืองไกร

“การพยายามแก้ต่าง การไปคลุมผ้า พานักข่าวไปดูพิธีล้างองล้างแอร์ ผมว่าไม่ใช่ ตกใจเร็วไปหน่อย เหมือนพยายามทำให้เรื่องที่ไม่ถูกให้มันถูก ส่วนที่อ้างว่าเอาพนักงานบัญชี พนักงานกฎหมาย หรือฝ่ายคอมพิวเตอร์ ไปฝากอีกบริษัทหนึ่ง ผมถามคำเดียวว่าพรรคได้ประโยชน์จากบริษัทนี้หรือไม่ หรือพรรคนำเงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองไปจ่ายเป็นค่าจ้างหรือไม่ ถ้าผมเข้าไปตรวจยุ่งเลยนะ” นายเรืองไกร กล่าว

เรืองไกร
เรืองไกร
เรืองไกร

ปูดกปน.พะเยา เขต1 ส่อรับเงิน กาเเต้มให้ปชน.-บางพรรค

ปูดกปน.พะเยา เขต1 ส่อรับเงิน กาเเต้มให้ปชน.-บางพรรค

ปูดกปน.พะเยา เขต1 ส่อรับเงิน กาเเต้มให้ปชน.-บางพรรค

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.30 น.

ปูดกปน.พะเยา เขต1 ส่อรับเงิน กาเเต้มให้ปชน.-บางพรรค

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงนี้สังคมกดดันการทำหน้าที่ของสำนักงานกกต.ว่ารายงานผลการเลือกตั้งสส./การทำประชามติ วันที่8กพ.ล่าช้าเเละมีสิ่งผิดปกติหลายวาระ เช่น การนับคะเเนนของหน่วยเลือกตั้งที่ไม่ตรง/การรายงานผลการเลือกตั้งที่ยุติไว้ที่ร้อยละ94 /บัตรเลือกตั้งสส.ที่มีบาร์โค้ดเเละคิวอาร์ โค้ดที่บางฝ่ายระบุว่าสามารถสืบค้นได้ว่าประชาชนคนใดลงคะเเนนให้พรรคใดเเละการลงคะเเนนจะไม่เป็นความลับ/การขอนับคะเเนนใหม่ทั่วประเทศ/การฟ้องร้องสามศาลให้ดำเนินคดีกับสำนักงานกกต.

เเหล่งข่าวจากสำนักงานกกต.กล่าวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มติที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งมีนโยบายว่าต้องโปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้เเละกฎหมายให้อำนาจกกต.รับรองผลการเลือกตั้งภายใน60วัน อย่าลืมว่าหน่วยเลือกตั้งสส.77จังหวัด 400เขตนั้นมี99487หน่วย ดังนั้นทุกอย่างต้องโปร่งใสเเละใช้เวลาตรวจสอบเพื่อความรอบเเละโปร่งใสเพราะกกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดกฎหมายเคร่งครัดเเละสั่งให้ตรวจสอบทุกคำร้องเรียน/การจับกุมการทุจริต  โดยกกต.เเละตำรวจว่า  ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดเเละนำคนผิดมาลงโทษให้ได้

เเหล่งข่าวจากสำนักงานกกต.เเจ้งว่ากรณีการทุจริตเลือกต้้งสส.วันที่8กพ.นั้นมีการร้องเรียนการทุจริตเเละกกต.ตรวจพบรวมเเล้วในตอนนี้113เรื่องนั้น รวมทั้งยังขยายผลสอบสวนการทุจริตเลือกตั้งเพิ่มเติมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ว่าร่วมทุจริตหรือไม่

เเหล่งข่าวจากสำนักงานกกต.ระบุว่ากปน.รายหนึ่ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 4 ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา  ไปแสดงตนแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและฉีกบัตรเลือกตั้งจำนวน 7 ใบ ก่อนเข้าไปภายในคูหาเพื่อทำเครื่องหมายลงคะแนนขณะกำลังจะหย่อนบัตรเลือกตั้งลงในหีบบัตร เเต่ประธานกปน.สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงทักท้วงและเข้าระงับเหตุไว้ได้ ส่งผลให้บัตรเลือกตั้งดังกล่าว ยังไม่ได้ถูกหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแต่อย่างใด  จนทำให้กกต.ต้องสั่งให้มีการลงคะเเนนใหม่ในหน่วยนี้

เเหล่งข่าวจากสำนักงานกกต.เเจ้งว่า  จากรายงานของสำนักงานกกต.จังหวัดพะเยาเเจ้งว่า กปน.รายนี้มีท่าทีพิรุธในช่วงที่กปน.คนอื่นๆไปรับประทานอาหารกลางวัน  เเละประชาชนมาใข้สิทธิบางตา   โดยกปน.คนนี้กาบัตรลงคะเเนนให้พรรคประชาชน (สส.บัญชีรายชื่อ) 5ใบ เเละพรรคอื่นๆ พรรคละ1ใบ  รวมเจ็ดใบ  โดยในช่วงที่จับกุมได้นั้น  สอบสวนเบื้องต้นทราบว่ากปน.รายนี้เป็นชาวบ้านที่เข้ามาอบรมเป็นกปน. เเละกปน.รายนี้ยอมรับในเบื้องต้นว่าได้รับค่าจ้างลงคะเเนนใบละ400บาท  เเม้ตอนหลังกปน.รายนี้จะกลับคำให้การเเละขอให้การในชั้นศาลก็ตาม 

“ตรงนี้น่าพิจารณาว่า ใครในพรรคประชาชนเเละอีกสองพรรคจ้างกปน.รายนี้ทุจริตเเละกกต.กำลังสอบสวนขยายผล   หากพบว่าเเกนนำพรรค/ผู้บริหารพรรคใดว่าจ้างกปน.รายนี้กระทำการทุจริตก็อาจโดนยุบพรรคได้  เพราะสอดรับการเคลื่อนไหวของบางพรรคที่ไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้เเละเรียกร้องให้นับคะเเนนใหม่/เลือกตั้งใหม่นั้น ตรงนี้น่าพิจารณา”เเหล่งข่าวระบุ

เช็กเลย! กกต.แจ้งพิกัดเลือกตั้ง-ประชามติ-นับคะแนนใหม่ พื้นที่ กทม.-น่าน-อุดรธานี 22 ก.พ.นี้

เช็กเลย! กกต.แจ้งพิกัดเลือกตั้ง-ประชามติ-นับคะแนนใหม่ พื้นที่ กทม.-น่าน-อุดรธานี 22 ก.พ.นี้

เช็กเลย! กกต.แจ้งพิกัดเลือกตั้ง-ประชามติ-นับคะแนนใหม่ พื้นที่ กทม.-น่าน-อุดรธานี 22 ก.พ.นี้

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.57 น.

กกต.แจ้งพิกัดลงคะแนนเลือกตั้ง-ประชามติ-นับคะแนนใหม่ พื้นที่ กทม. คันนายาว หน่วย 9,10 รวมถึง ‘น่าน-อุดรธานี’ วันที่22 ก.พ.นี้ ย้ำเวลาต่างกัน ตรวจสอบก่อนใช้สิทธิ  

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเอกสารแจ้งสถานที่สำหรับการนับคะแนนใหม่ และออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสส.ใหม่ ในวันที่ 22 ก.พ.2569 ดังนี้ 1. การนับคะแนนบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ และนับคะแนนการออกเสียงประชามติ ใหม่ ของหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติที่ 10 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว เขตเลือกตั้งที่ 15 กรุงเทพมหา นคร ณ บริเวณอาคารอมรพันธ์แซทเทอ ไลท์คอนโดทาวน์ (R4) แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพ มหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 10.00 น.

2. การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ และการออกเสียงประชามติ ใหม่ ของหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชา มติที่ 9 เขตเลือกตั้งและเขตออกเสียงประชามติที่ 15 กรุงเทพมหานคร ณ บริเวณอาคารอมรพันธ์แซทเทอไลท์คอนโดทาวน์ (R4) แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น.

3. การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ ของเขตเลือกตั้งที่ 6 อำเภอไชยวาน หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ตำบลโพนสูง จังหวัดอุดรธานี ใหม่ ณ ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 4 ตำบลโพนสูง อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น.

4. การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ของเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองน่าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ตำบลไชยสถาน จังหวัดน่าน ใหม่ ณ หอประชุมบ้านศรีเกิด ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น.

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้ง ตามข้อ 2, 3 และ 4 ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงลงคะแนนในวันดังกล่าว  และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานกกต. http://www.ect.go.th หรือสำนักงานกกต.ประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444

เปิดใจ ผอ.กกต.กำแพงเพชร หลังโพสต์ท้าลาออก ลั่นไม่ได้สร้างกระแส แค่อยากให้ปชช.เชื่อมั่น

เปิดใจ ผอ.กกต.กำแพงเพชร หลังโพสต์ท้าลาออก ลั่นไม่ได้สร้างกระแส แค่อยากให้ปชช.เชื่อมั่น

เปิดใจ ผอ.กกต.กำแพงเพชร หลังโพสต์ท้าลาออก ลั่นไม่ได้สร้างกระแส แค่อยากให้ปชช.เชื่อมั่น

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.41 น.

ระอุ ผอ.กกต.กำแพงเพชร ท้าลาออก ปมความลับบัตรเลือกตั้ง 69 เย้ย กูรู…ชี้ กปน. ลงคะแนนแทนผู้พิการยังไงก็เป็น “ความลับ”

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีประเด็นดราม่าเดือดบนโลกออนไลน์ เมื่อ นายคงยศ บุญรักษ์ ผอ.กกต.จังหวัดกำแพงเพชร ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ท้าทายกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการรักษาความลับในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดกำแพงเพชร ที่พึ่งผ่านพ้นไปนี้

นายคงยศ บุญรักษ์ ผอ.กกต.จังหวัดกำแพงเพชร ได้โพสต์ข้อความระบุชัดเจนว่า “ผมขอท้า ใครเจาะระบบความลับบัตรเลือกตั้งกำแพงเพชรได้ว่า บัตรเป็นของใคร เลือกใคร ผมยอมลาออก” เพื่อยืนยันว่าระบบการจัดการบัตรเลือกตั้งนั้นรัดกุมจนไม่มีใครสามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้

นอกจากนี้ ยังมีการโพสต์ถึง เหล่า “กูรู” ที่ตั้งคำถามถึงความโปร่งใส โดยเฉพาะกรณีที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ต้องอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการหรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถทำเครื่องหมายเองได้ โดยนายคงยศ ระบุว่า เมื่อกฎหมายบอกว่า กปน. ลงคะแนนแทนผู้มีสิทธิได้ และถือเป็นการลงคะแนนโดย ตรง และ ลับ 

ขณะนี้ชาวเน็ตและผู้ติดตามสถานการณ์การเมืองต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ทั้งที่เห็นด้วยกับความมั่นใจในระบบ และกลุ่มที่ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย 

ทั้งนี้ การเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฏรจึงหวัดกำแพงเพชร ที่พึ่งผ่านพ้นไปโดยมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 1,175 หน่วย ผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด 569,706 คน โดยมีประกาศให้จังหวัดกำแพงเพชร มีการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองกำแพงเพชร หน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบนนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล หน่วยเลือกตั้งที่ 14 ตำบลเทพนคร ขณะนี้ทางคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดกำแพงเพชร มีความพร้อมที่จะนับคะแนนใหม่ คาดว่าจะภายในสัปดาห์หน้า ที่สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดกำแพงเพชร แต่เพื่อความชัดเจนต้องรอคณะกรรมการเลือกตั้งกลางแจ้งถึงความชัดเจนอีกครั้ง

 ด้าน นายคงยศ บุญรักษ์ ผอ.กกต.จังหวัดกำแพงเพชร ได้ให้สัมภาษณ์ถึงทั้งเรื่องทั้งสองประเด็นว่า มีสองมุมมองในสังคม ทั้งมุมมองว่าบัตรจะเข้าไปถึงตัวบุคล รับรู้ข้อมูลส่วนตัว ผลของการที่เขากากบาท โดยแทร็กจากตัวบาร์โค้ด จากที่ตนโพสต์ดังกล่าวจนเป็นกรกะแสไม่ได้ต้องการที่จะสร้างกระแส เป็นเพียงสร้างความเชื้อมั่นให้กับประชาชน ว่าทุกอย่างเป็นความลับไม่มีทางที่ข้อมูลจะรั่วไหลอย่างแน่นอน และเป็นความลับทางกฎหมายโดยที่มีข้อกฎหมายลองรับว่าปิดผนึกด้วยวิธีการต่างๆ 

 จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่นี้ มาจากภาษีของประชาชน ซึ่งเอาตำแหน่ง ผอ.กกต.กำแพงเพชร เป็นประกัน หากมีข้อมูลรั่วไหลออกไปก็ไม่สมควรที่จะอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไป

ส่วนเรื่องการนับคะแนนใหม่ ทางคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดกำแพงเพชร มีความพร้อมทั้งคนและสถานที่ โดยความชัดเจนต้องรอคณะกรรมการเลือกตั้งกลางถึงความชัดแจนอีกครั้ง ซึ่งของจังหวัดกำแพงเพชรคาดว่า จะให้สถานที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดกำแพงเพชร เป็นสถานที่นับคะแนนใหม่ ทั้ง 2 หน่วย คือ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองกำแพงเพชร หน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบนนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล หน่วยเลือกตั้งที่ 14 ตำบลเทพนคร
 
ขณะที่ สาเหตุที่ต้องนับคะแนนใหม่ เนื่องจากจำนวนบัตรกับผู้มาใช้สิทธิ์ตรงกัน แต่พอมานับคะแนนจำนวนบัตรแบบบัญชีรายชื่อขาดไป 2 ใบ เพื่อความโปร่งใส่ 2 คะแนนก็มีค่าเพราะคือคะแนนเสียงของประชาชน จึงได้มีการนับคะแนนใหม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ผอ.กกต.กำแพงเพชร ท้าใครเจาะระบบความลับบัตรเลือกตั้ง69 ได้ ยอมลาออก