ศึกศิษย์เก่า ITV ตวงพร ถล่ม มัลลิกา จี้ ชัชชาติ ประกาศตัวลงซ้ำ

ศึกศิษย์เก่า ITV ตวงพร ถล่ม มัลลิกา จี้ ชัชชาติ ประกาศตัวลงซ้ำ

ศึกศิษย์เก่า ITV ตวงพร ถล่ม มัลลิกา จี้ ชัชชาติ ประกาศตัวลงซ้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.27 น.

26 กุมภาพันธ์ 2569 ตวงพร อัศววิไล อดีตผู้ประกาศข่าวไอทีวี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า #จับตาศึกเลือกตั้งผู้ว่ากทม.2569

การเลือกตั้ง“ผู้ว่า กทม.ในครั้งที่ 12 ได้รับความสนใจขึ้นมา
ทันทีเมื่อ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ประกาศตัวลงชิงตำแหน่ง”ผู้ว่า กทม.” ที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ี่ 5 กรกฎาคม
2569 หลังจากที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะครบวาระการดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569

ในฐานะคนกรุงเทพ และเคยทำงานสื่อสารมวลชนกับคุณมัลลิกา ช่วงที่อยู่“ไอทีวี”ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับการตัดสินใจลงสู่“สนามการเมือง”อีกครั้งของเธอ เพราะคุณมัลลิกาเคยเป็น“อดีตเลขานุการรัฐมนตรี“ของพรรคประชาธิปัตย์หลายคน
และเป็นอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ในยุคของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์

หลังลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2566 คุณมัลลิกา
เบนเข็มเข้าสู่วงการ Influencer จัด “มัลลิกา วาไรตี้ ทอล์คโชว์”
ทางช่อง TikToK ด้วย“สไตล์การพูด”ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น
ถึงลูกถึงคน ฟาดมาฟาดกลับ ทั้งภาษาตั้งแต่สมัยพ่อขุน
ภาษาปกติ รวมไป ถึงภาษาท้องถิ่น พร้อมกับขายเครื่องสำอางแบรนด์ Dr.Mallika โดยใช้สโลแกนว่า“เป็นแม่ค้าออนไลน์ที่มี
คำวามรู้ทางการเมืองนิดหน่อย

ดร.มัลลิกา ประกาศตัวลงสมัคร ”ผู้ว่า กทม.“ในนามอิสระ โดย
ระบุว่าเตรียมตัวมาประมาณ 8 เดือนแล้ว และอยู่ระหว่าง
การจัดตั้ง ”กลุ่มเพื่อนมัลลิกา“เบื้องต้นชูการแก้ปัญหา
ฝุ่นPM2.5และการแก้ปัญหาระบบการก่อสร้างในเขตกรุงเทพฯ

การทำการเมืองในลักษณะ“กลุ่มเพื่อน”จะมีลักษณะการอิงกับ
ระบบพวกพ้อง กลุ่มที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด ทำให้เกิด
เครือข่ายการบริหารจัดการงานการเมือง ดังนั้นจึงไม่แปลกใจ
ที่มีข่าวว่าหากคุณมัลลิกาลงสมัคร”ผู้ว่า กทม.“จะมีหนึ่งใน
ผู้ดำเนินรายการช่อง“แนวหน้าออนไลน์“เป็น”รองผู้ว่า กทม.“ด้วย

หากย้อนไปในอดีต “ผู้ว่า กทม.ที่ลงสมัครในนาม”กลุ่ม เช่น
พลตรีจำลอง ศรีเมือง ในนามกลุ่มรวมพลัง ในปี 2528 และปี
2533 , นายพิจิตต รัตตกุล ในนาม“กลุ่มมดงาน”ในปี 2539
นอกจากนั้นเป็นการสมัครในนามพรรคการเมือง เช่น
พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังธรรม พรรคประชากรไทย
และการลงสมัครในนาม“อิสระ”

การมี“ผู้เสนอตัว”เป็น“ผู้สมัครลงชิงชัยในตำแหน่ง“ผู้ว่า กทม.”
หลายคนเป็นเรื่องที่ดี เพราะคนกรุงเทพฯจะได้มี”ตัวเลือก“
มีข่าวว่า“พี่เต้ ไดโนเสาร์“มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ก็สนใจ
จะลงสนาม“ผู้ว่า กทม.”ด้วย

แต่การประกาศตัวลงสมัครไม่ว่าตำแหน่งใดๆก็ไม่ควร“ด้อยค่า”หรือ วิจารณ์“คู่แข่ง”ว่า“ไม่มีผลงาน”หากไม่มีข้อมูลเชิง
ประจักษ์มารองรับ เพราะการเป็น“ผู้ว่า กทม”ไม่สามารถ
ทำงานแบบ One (Wo)Man Show เนื่องจากปัญหาของ กทม.
มีความซับซ้อน เพราะเป็น “เมืองหลวง” เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเมืองและการคมนาคมของประเทศ

ผู้ว่าฯกทม. ต้องกำหนดนโนบายที่ชัดเจน เช่น การบริหารเมือง
โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค สิ่งแวดล้อม
การจัดระเบียบเมืองและความปลอดภัย การศึกษาและสาธารณสุข

กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่รับผิดชอบ 50 เขต กว่า 1,568 ตาราง
กิโลเมตร มีประชากรตามทะเบียนราษฎร์ประมาณ 5.7 ล้านคน
และยังมี“ประชากรแฝง”อีก 10-12 ล้านคน นี่คืองานที่มี Scale
ใหญ่มาก การจัดทีมบริหาร เช่น ทีมรองผู้ว่า กทม.“จึงเป็น
ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาควบคู่กับ ”ตัวผู้สมัครผู้ว่า กทม.“

อีกประมาณ 3 เดือน ก็จะถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง“ผู้ว่า กทม.”
ในวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569

ขณะนี้คุณชัชชาติ สิทธิพันธ์ ยังไม่ประกาศตัวอย่างเป็นทางการ
ว่าจะลงสมัคร ผู้ว่าฯกทม.เป็นสมัยที่ 2 แต่มีแนวโน้มว่าหากลง
สมัคร จะลงสมัครในนาม“อิสระ”เช่นเดิม

โดยส่วนตัวในฐานะ“คนกรุงเทพฯ”เคยใช้บริการร้องเรียนผ่าน
Traffy Fondue ปรากฎว่า ปัญหาได้รับการแก้ไขในเบื้องต้น
แต่ติดปัญหาขั้นตอนทางราชการ เช่น การบังคับใช้กฎหมาย

ส่วนตัวจึงค่อนข้างพึงพอใจการทำงานในวาระแรกของคุณชัชชาติ ช่วงปี 2565-2569 โดยเฉพาะทีมรองผู้ว่ากทม.ทั้ง 4 คน ที่มีบทบาทโดดเด่นมากคือ ผ.ศ.ทวิดา กมลเวช รับผิดชอบงาน
ด้านภัยพิบัติ และสาธารณสุข ในช่วงแผ่นดินไหวใหญ่และ
ตึกสตง.ถล่ม เป็นครั้งหนึ่งที่แสดงถึงศักยภาพที่โดดเด่นของ
“ผู้ว่า กทม.และทีมบริหาร”

อีกเพียง 3 เดือน ผู้ว่าฯชัชชาติก็จะหมดวาระการทำงาน 4 ปี
อยากให้“คุณชัชชาติ”ประกาศตัวให้ชัดเจนว่าจะลงสมัครเป็น
สมัยที่ 2 หรือไม่ เพื่อที่คนกรุงเทพจะได้มี”ทางเลือก“ที่มากขึ้น
ทั้ง”ผู้ที่สานงานต่อ เปลี่ยนคำสัญญาให้เป็นผลงาน“”ผู้ที่จะพลิก
โฉมการทำงาน“หรือ“หรือผู้จะริเริ่มนโยบายใหม่“

สนาม กทม.เดือด! มัลลิกา เช็ก 2 พรรคใหญ่ พบ ปชป.เตรียมส่ง กรณ์ สู้ศึก

สนาม กทม.เดือด! มัลลิกา เช็ก 2 พรรคใหญ่ พบ ปชป.เตรียมส่ง กรณ์ สู้ศึก

สนาม กทม.เดือด! มัลลิกา เช็ก 2 พรรคใหญ่ พบ ปชป.เตรียมส่ง กรณ์ สู้ศึก

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.15 น.

26 กุมภาพันธ์ 2569 ความเคลื่อนไหวการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เริ่มทวีความเข้มข้น ภายหลัง ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข เปิดตัวลงสมัครรับเลือกตั้งในนาม “อิสระ” พร้อมประกาศจัดตั้ง “กลุ่มเพื่อนมัลลิกา” เพื่อขับเคลื่อนนโยบายแก้ปัญหาคนเมือง โดย ดร.มัลลิกา เปิดเผยกับ “แนวหน้าออนไลน์” ว่า ตนเองได้ซุ่มเตรียมความพร้อมเพื่อศึกนี้มานานกว่า 8 เดือน ตามที่เสนอช่าวไปแล้วนั้น (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว’ ดร.มัลลิกา เปิดใจที่แรก ประกาศลงสมัครผู้ว่ากทม.)

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ดร.มัลลิกา ได้โทรศัพท์สายตรงถึงแกนนำ 2 พรรคการเมืองใหญ่ เพื่อสอบถามถึงทิศทางการส่งผู้สมัคร เพื่อประเมินสถานการณ์ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ โดยได้รับคำตอบที่น่าสนใจ คือ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยืนยันชัดเจนว่า “ไม่ส่งคนลงสมัคร” ในนามพรรคครั้งนี้ ส่วน พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ส่งสัญญาณรุกหนัก โดยมีรายงานว่าจะส่ง นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคและมือเศรษฐกิจคนสำคัญ ลงชิงชัยเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.เพื่อหวังทวงคืนฐานเสียงสำคัญในเมืองหลวง

เปิดเบื้องลึกอนุทิน ตีกลับ 3 รายชื่อรมต.โควตาเพื่อไทย หลังเลขาฯครม.อธิบายคุณสมบัติ

เปิดเบื้องลึกอนุทิน ตีกลับ 3 รายชื่อรมต.โควตาเพื่อไทย หลังเลขาฯครม.อธิบายคุณสมบัติ

เปิดเบื้องลึกอนุทิน ตีกลับ 3 รายชื่อรมต.โควตาเพื่อไทย หลังเลขาฯครม.อธิบายคุณสมบัติ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.46 น.

26 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากที่มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทย (พท.) ส่งรายชื่อบุคคลที่เสนอให้เป็นรัฐมนตรี ให้กับแกนนำพรรคภูมิใจไทย และถูกตีกลับ 3 รายชื่อ ล่าสุด “แนวหน้าออนไลน์” ได้รับการยืนยันว่าข่าวนี้เป็นความจริง โดยแหล่งข่าวระบุว่า ในวันนี้เลขาธิการ ครม.ได้อธิบายข้อกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ รับทราบ โดยเฉพาะประเด็น “มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” ตามมาตรา 160(4) ซึ่งหลังจากรับฟัง นายอนุทินได้ตัดสินใจตีกลับรายชื่อที่เสนอมาจากพรรคเพื่อไทย 3 คน คือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ , นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ทันที (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตีกลับ 3 ชื่อ รมต.เพื่อไทย ภูมิใจไทยจี้ส่งคนรุ่นใหม่เสียบแทน)

กกต.ระบุกระบวนการสาธิตการเลือกตั้งจำลองวันที่ 4 มี.ค.นี้ เสี่ยงเข้าข่ายผิดกม.หลายมาตรา

กกต.ระบุกระบวนการสาธิตการเลือกตั้งจำลองวันที่ 4 มี.ค.นี้ เสี่ยงเข้าข่ายผิดกม.หลายมาตรา

กกต.ระบุกระบวนการสาธิตการเลือกตั้งจำลองวันที่ 4 มี.ค.นี้ เสี่ยงเข้าข่ายผิดกม.หลายมาตรา

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.29 น.

กกต.ระบุกระบวนการสาธิตการเลือกตั้งจำลองวันที่ 4 มี.ค.นี้ เสี่ยงเข้าข่ายผิดกฎหมายหลายมาตรา ยันมั่นใจรับรองผลใน 17 วัน ไม่กระทบจับโกง 

เมื่อวันที่ 26ก.พ.2569  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้เวลาเพียง 17 วันนับจากวันเลือกตั้งจนถึงประกาศรับรองผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 25 ก.พ.โดยเป็นการรับรองผลทั้งที่ยังคงมีเรื่องที่สังคมตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนวนบัตรเลือกตั้งกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ไม่ตรงกัน หรือบัตรเขย่ง การจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีBar code และ QR code ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยตรงและลับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญและอาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ รวมทั้งตามกฎหมายกกต.มีเวลาในการพิจารณาเรื่องร้องทุจริตถึง 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง แต่ก็กลับรีบประกาศรับรองผลนั้น

แหล่งข่าวจาก กกต.ระบุว่า ในส่วนการตรวจสอบเรื่องร้องทุจริตนั้น สอบถามสำนักงานฯเร่งดำเนินการอยู่ โดยอยู่ในขั้นตอนของการให้จังหวัดดำเนินการสืบสวนสอบสวน ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ แม้จะมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้ว แต่หากเขตเลือกตั้งใดมีการทุจริตประชาชน หรือผู้สมัครก็สามารถยื่นร้องคัดค้านได้ภายใน 30 วันนับแต่ประกาศรับรองผล

“เป็นที่น่าสังเกตว่าหลังวันเลือกตั้ง คือ วันที่ 9 ก.พ.จนถึงวันที่25กพ.ในพื้นที่เหล่านี้ไม่มีการร้องเรียนเเจ้งเหตุทุจริตมาที่สำนักงานกกต.เเม้เเต่เขตที่พรรคประชาชนเเพ้การเลือกตั้งก็ตาม ทางสำนักงานฯจึงเสนอให้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งในเขตเหล่านี้ ซึ่งกฎหมายก็ยังให้อำนาจ
กกต. ในการตรวจสอบการทุจริตในเวลา
1 ปี”

นอกจากนี้ แหล่งข่าวจาก กกต.ยังระบุด้วยว่าแม้ภาคประชาสังคม นักวิชาการ นักการเมืองบางพรรค อดีต กกต.จะออกมาโจมตีกกต.ในเรื่องของการทำบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง และมีการยื่นฟ้อง กกต.ต่อหลายหน่วยงาน รวมถึงศาลยุติ ธรรมนั้นเห็นว่ากฎหมายเปิดช่องให้ผู้มีส่วนได้เสียหากพบสิ่งผิดปกติสามารถยื่นร้องต่อกกต.ได้ ผู้สมัครรับเลือกตั้งก็สามารถร้องคัดค้านการประกาศผลการเลือกตั้ง หรือร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้อยู่แล้วแต่กลับพบว่า ภาคส่วนต่างๆใช้วิธีไปร้องเรียนหรือยื่นฟ้องดำเนินคดีกับสำนัก งาน กกต.ในกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ สำนักงานฯจะเน้นการชี้แจงข้อกล่าวหาในกระบวนการยุติธรรมและชี้แจงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก

ทั้งนี้ แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่ากรณีที่เมื่อวานนี้(25 ก.พ.69)คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.)เเละคณะ จัดประชุมเพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง 2569 มีการเสวนาและจัดกิจกรรมตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งของ กกต. โดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า ในวันที่ 4 มี.ค.69 เวลา 13.30 น.จะสาธิตการเลือกตั้งจำลอง โดยจะใช้บัตรเลือกตั้งจำลอง ซึ่งจะมีรูปร่างคล้ายบัตรเลือกตั้งของ กกต. และจะตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงตัวแทนนักเรียน นักศึกษา เพื่อถอดรหัสว่าบัตรเลือกตั้งแต่ละใบเป็นของใครนั้น น่าพิจารณาว่า บัตรเลือกตั้งจำลองที่ว่านั้นจะมีรูปแบบและคุณลักษณะเช่นเดียวกับบัตรเลือกตั้งของกกต.หรือไม่ โดยเห็นว่าบัตรเลือกตั้ง คือ ทรัพย์เเละเป็นเอกสารทางราชการที่เป็นความลับ หากมีการจำลองขึ้นมาโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจผิดกฎ หมาย เรื่องการปลอมแปลงปลอม หรือใช้เอกสารทางราชการปลอมหรือไม่ เเละขั้นตอนการสืบค้นที่จะจำลองนั้นจะตรงกับหลักเกณฑ์ที่ กกต.วางไว้หรือไม่ หากพิสูจน์ได้ว่าการจำลองดังกล่าวไม่มีข้อมูล หลักฐาน เเละกล่าวอ้างลอยๆโดยตั้งสมมติฐานขึ้นเอง ตรงนี้อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหลายมาตรา

ปัดตีตก สุริยะ-สมศักดิ์ อนุทินย้ำยังไม่ดีลพรรคไหน ลั่นรอบนี้เช็กคุณสมบัติ รมต.เข้ม

ปัดตีตก สุริยะ-สมศักดิ์ อนุทินย้ำยังไม่ดีลพรรคไหน ลั่นรอบนี้เช็กคุณสมบัติ รมต.เข้ม

ปัดตีตก สุริยะ-สมศักดิ์ อนุทินย้ำยังไม่ดีลพรรคไหน ลั่นรอบนี้เช็กคุณสมบัติ รมต.เข้ม

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.34 น.

“อนุทิน”ปัดตีตกชื่อ”สุริยะ-สมศักดิ์”นั่งรมต. บอกยังไม่ได้คุย ย้ำคุณสมบัติรัฐมนตรียึดบรรทัดฐานศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยผ่านคดี”ภูมิธรรม-ทวี” ลั่นต้องเข้มข้นขึ้นเยอะ

26 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกระแสข่าวปัดตกรายชื่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) จากโควตารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เพราะต้องการให้คนรุ่นใหม่มาร่วมเป็นรัฐมนตรี ว่า “ไม่มีเลย” เมื่อถามว่า ส่วน 2 บุคคลที่มีรายชื่อจะมีปัญหาหรือไม่ หากมาร่วมรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า “ยังไม่ได้คุยกับพรรคไหนเลย ไม่ว่าจะเรื่องของกระทรวง หรือเรื่องอะไรก็ตาม”

เมื่อถามว่า การเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจะต้องคำนึงถึงเรื่องคุณสมบัติ หลังศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยในคดีของ นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กรณีแทรกแซงการเลือกตั้ง สว.ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แม้ทั้งสองคนจะไม่มีความผิด โดยจะต้องยึดแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญวางหลักด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “แน่นอน” เมื่อถามย้ำว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวทำให้การตรวจสอบคุณสมบัติต้องเข้มข้นกว่าเดิมใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “เข้มข้นกว่าเดิมเยอะเลย”

โฆษก ภท.โต้กระแสข่าว ปิดดีลตั้งรัฐบาล-ตีกลับ รมต.พท.-วางตัว ครม.

โฆษก ภท.โต้กระแสข่าว ปิดดีลตั้งรัฐบาล-ตีกลับ รมต.พท.-วางตัว ครม.

โฆษก ภท.โต้กระแสข่าว ปิดดีลตั้งรัฐบาล-ตีกลับ รมต.พท.-วางตัว ครม.

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.14 น.

ยังไม่เป็นความจริง! “โฆษกภูมิใจไทย”ออกโรงโต้กระแสข่าว “ปิดดีลตั้งรัฐบาล-ตีกลับ รมต.ค่ายเพื่อไทยเปิดทางรุ่นใหม่-วางตัว ครม.” ย้ำ”อนุทิน”เคยแจ้งรอ กกต.รับรอง สส.ทั้งหมด-ให้การเมืองนิ่งก่อน ถึงจะดำเนินการขั้นต่อไป

26 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวชี้แจงกรณีกระแสข่าวจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ ในส่วนของโควตารัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ถูกตีกลับชื่อรัฐมนตรี ขอเป็นคนรุ่นใหม่ รวมถึงมีการวางตำแหน่งรัฐมนตรีแล้วว่าอยู่กระทรวงนั้นกระทรวงนี้ ว่า ขอยืนยันว่า ยังไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ย้ำจุดยืนว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นได้จริง ต่อเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผล สส.อย่างเป็นทางการทั้งหมด และสถานการณ์การเมืองนิ่งเสียก่อน ยังไม่มีปิดดีลล่วงหน้า ยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน และกลไกตามกฎหมาย

อามินทร์ เผยไลน์คุยให้กำลังใจธรรมนัส ย้ำสส.กล้าธรรม อยู่ไหนก็ได้พร้อมทำงาน ลั่นไม่มีงูเขียว

อามินทร์ เผยไลน์คุยให้กำลังใจธรรมนัส ย้ำสส.กล้าธรรม อยู่ไหนก็ได้พร้อมทำงาน ลั่นไม่มีงูเขียว

อามินทร์ เผยไลน์คุยให้กำลังใจธรรมนัส ย้ำสส.กล้าธรรม อยู่ไหนก็ได้พร้อมทำงาน ลั่นไม่มีงูเขียว

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.01 น.

อามินทร์ เผยไลน์คุยธรรมนัส ให้กำลังใจกัน ย้ำสส.กล้าธรรม อยู่ตรงไหนก็ได้พร้อมทำงาน ลั่นไม่มีงูเขียว มีแต่งูบอล (งูหลามบอล)

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2569 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม เดินทางเข้ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์ โดยระบุว่า ตนไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมหลังจากที่ให้ข่าวไปก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับการร่วมรัฐบาลนายอนุทิน 2  และขณะนี้ไม่ได้รับรายงานว่า ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม จะเดินทางเข้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือไม่

เมื่อถามว่า ตั้งแต่ที่ ร้อยเอกธรรมนัส เดินทางกลับมาจากประเทศฟินแลนด์ ได้พูดคุยกันบ้างหรือไม่ นายอามินทร์ กล่าวว่า ได้คุยผ่านไลน์ ต่างคนก็ต่างให้กำลังใจ แต่ยังไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม  และวันนี้ ร้อยเอกธรรมนัส ก็มอบหมายให้ตนมาทำงานตามปกติ และตนได้บอกกับ ร้อยเอกธรรมนัสไป ว่า ตนและเพื่อน สส.อยู่ตรงไหน ก็ได้พร้อมทำงานไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล 

เมื่อถามว่าขณะนี้ชัดเจนแล้วว่า พรรคกล้าธรรม จะเป็นพรรคฝ่ายค้านแล้วใช่หรือไม่ นายอามินทร์ กล่าวว่า ตนยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนปล่อยให้ผู้ใหญ่คุยดีกว่า ส่วนกระแสข่าวซื้อตัวงูเขียว นายอามินทร์ ยืนยันว่า ไม่มีงูเขียว มีแต่งูบอล (งูหลามบอล)  และมั่นใจว่า  สส. ทั้ง 58 เสียง ของพรรคกล้าธรรม จะไปด้วยกัน เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ ก็เหนื่อยกันมาพอสมควร และ เชื่อว่าร้อยเอกธรรมนัส ดูแล สส.ดี แต่ยอมรับว่าในขณะนี้ ยังไม่ได้พูดคุยซาวด์เสียงกัน 

อย่างไรก็ตาม จนขณะนี้ ในเวลา 14:30 น ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จากร้อยเอกธรรมนัส

ตีกลับ 3 ชื่อ รมต.เพื่อไทย ภูมิใจไทยจี้ส่งคนรุ่นใหม่เสียบแทน

ตีกลับ 3 ชื่อ รมต.เพื่อไทย ภูมิใจไทยจี้ส่งคนรุ่นใหม่เสียบแทน

ตีกลับ 3 ชื่อ รมต.เพื่อไทย ภูมิใจไทยจี้ส่งคนรุ่นใหม่เสียบแทน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.30 น.

26 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคภูมิใจ​ไทย​ (ภท.) ถึงการแต่งตั้งรัฐมนตรี​ “อนุทิน 2/1” โดยสัดส่วนโควตาของพรรคภูมิใจ​ไทย​ นอกจากกลุ่มดรีมทีมเศรษฐกิจ และกลุ่มบ้านใหญ่แล้ว พบว่า พรรคจะจัดสรรให้กับกลุ่มเลือดแท้ ที่ทำงานให้กับพรรคภูมิใจ​ไทย มาโดยตลอด เข้าไปสอดแทรกใน 19 ที่นั่ง ในสัดส่วนภูมิใจไทย (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ภูมิใจไทย เปิดตัว โอกาสใหม่-พปชร. ทำเสียงทะลุ 292 จับตาดีล งูเขียว ไหลหนุนอนุทิน)

ขณะที่มีรายงานข่าวว่า หลังพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดชื่อรัฐมนตรี ซึ่งประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ , นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ , นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ , นายสมศักดิ์ เทพสุทิน , นายประเสริฐ จันทรรวงทอง แต่ปรากฏ​ว่า พรรคภูมิใจไทย ขอตีกลับ เนื่องจากติด 3 ชื่อหลัง และอยากให้พรรคเพื่อไทย ส่งคนรุ่นใหม่มาร่วมเป็นรัฐมนตรี

อรรถกร เผยคุยธรรมนัสหลังกลับจากดูแสงเหนือแล้ว ยันจุดยืนยังไม่เป็นฝ่ายค้าน

อรรถกร เผยคุยธรรมนัสหลังกลับจากดูแสงเหนือแล้ว ยันจุดยืนยังไม่เป็นฝ่ายค้าน

อรรถกร เผยคุยธรรมนัสหลังกลับจากดูแสงเหนือแล้ว ยันจุดยืนยังไม่เป็นฝ่ายค้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.16 น.

อรรถกร โยนปธ.ที่ปรึกษาฯ และหัวหน้าพรรค ตอบเรื่องร่วมรัฐบาล เผยคุยธรรมนัส หลังกลับดูแสงเหนือฟินแลนด์แล้ว แต่คุยเรื่องงานกล้าธรรม มีจุดยืนตอนนี้เรายังไม่ได้เป็นฝ่ายค้าน

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 พรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังมารับหนังสือรับรองจาก กกต. ส่วนการไปรายงานตัวที่รัฐสภาวันไหน พรรคกล้าธรรมนัด สส.ไปพร้อมกัน 57 คน  เราในฐานะ สส. ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนก็มีความพร้อมที่จะทำงานในระดับพื้นที่และระดับประเทศได้

ส่วนความชัดเจนของพรรคกล้าธรรมจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ตนยืนยันมาตลอดว่าตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งว่าเรามีความเชื่อมั่นว่าเรามีศักยภาพ เรามีบุคลากรที่มีความพร้อม และพร้อมทำทุกหน้าที่ที่สามารถขับเคลื่อนให้ไปข้างหน้าไปข้างหน้าได้

เมื่อถามว่า ร้อยเอก ธรรมนัส  พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้บอกอะไรกับลูกพรรคเกี่ยวกับดีลร่วมรัฐบาล นายอรรถกร กล่าวว่า ทุกคนก็ให้กำลังใจ และบอกว่าเราอยู่ในครอบครัวเดียวกัน   แม้ว่าจะมีหลายพรรคการเมืองรุมโจมตีเราก่อนเลือกตั้ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง แต่เราก็ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ที่เป็นเขตเลือกตั้งก็ 56 เขต ถือว่าเป็นก้าวที่มีความสำคัญ และยืนยันถึงความพร้อมของพรรคที่จะเดินต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง 

ส่วนที่ล่าสุดมีโผ ครม. ออกมา ไม่มีรายชื่อของพรรคกล้าธรรม นายอรรถกร กล่าวว่า ตนไม่รู้ เพราะทำหน้าที่สมาชิกพรรค และส่วนตัวก็ยังทำหน้าที่รัฐมนตรี และการไปแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ส่วนเรื่องการเจรจาเป็นเรื่องของผู้ใหญ่คือประธานที่ปรึกษาพรรค และหัวหน้าพรรค ซึ่ง สส. ในพรรคก็รู้ดีอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า ถ้าพรรคกล้าธรรมต้องเป็นฝ่ายค้าน สามารถทำงานร่วมกับพรรคประชาชนได้หรือไม่  นายอรรถกร กล่าวว่าเราก็มีคาแรกเตอร์และจุดยืนของเราพอสมควร แต่อย่าเพิ่งคิดเลย เพราะเรายังไม่ได้เป็นฝ่ายค้าน แต่เรามีจุดยืนของเราอยู่แล้ว อะไรที่คิดว่าเกิดประโยชน์ต่อประเทศเราก็ทำ เราไม่จำเป็นต้องตามใคร

เมื่อถามถึงกระแสข่าวงูเห่าจากพรรคกล้าธรรมที่อาจจะถูกซื้อตัวจากพรรคอื่น นายอรรถกร กล่าวว่า เรายังคงให้กำลังใจกันอยู่ และสมาชิกยังมีการพูดคุยกันระหว่างและหลังการเลือกตั้ง ทุกคนยืนยันว่าจะเดินไปด้วยกัน    หากมีงูเห่า ก็เกิดจากกระแสข่าวจากสื่อมวลชน ถ้ามีเบาะแสก็ฝากแจ้งมาด้วย 

ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยคัดค้านผลการเลือกตั้งที่ฉะเชิงเทรา  นายอรรถกร กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของพรรคเขา แต่วันนี้พรรคก็ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนชาวฉะเชิงเทรา 3 เขตด้วยกัน ซึ่งคะแนนก็ทิ้งห่าง เราพูดคุยกันตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้วเราจะลงสนามด้วยความพร้อมไม่ว่าจะด้วยผลงานต่างๆที่เราทำงานมา และการแก้ปัญหาให้กับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา  เราก็เชื่อว่าเรามีคาแรกเตอร์พอสมควร   ที่เหลือผู้สมัครก็ต้องใช้ความสามารถของตัวเองในการโน้มน้าวให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเราสามารถเข้ามาทำงานได้

ส่วนกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมจะหักดิบถ้าเป็นฝ่ายค้าน โดยจะไปเสนอพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลแข่ง นายอรรถกร กล่าวว่า ยังไม่เคยได้ยินข่าวนี้ และไม่เคยมีการพูดคุยในพรรค ข่าวลือก็มาก ข่าวจริงก็มี ถึงเวลาให้กาลเวลาพิสูจน์ว่าเราจะทำอย่างไรดีกว่า แต่วันนี้การพูดคุยในพรรคยังไม่มี ทั้งนี้ทิศทางการเมืองของพรรคยากทุกครั้ง แต่เชื่อว่าเราเป็นพรรคที่มีศักยภาพ ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนเราก็ทำงานได้ ด้วยคาแรกเตอร์ที่ทำงานถึงลูกถึงคนมาโดยตลอด

เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจแค่ไหนว่าจะไม่มีงูเห่าในพรรค นายอรรถกร ย้ำว่า ไม่มีอรรถกร และเชื่อว่า สส. อีก 57 คน ก็มีแนวคิดเหมือนอรรถกร เพราะลงเรือลำเดียวกันแล้ว

ส่วนถ้าเจองูเห่าจะมีปฏิบัติการตีงูเห่าให้เข้าร่องเข้ารอยหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า อย่าพึ่งไปพูด แต่ถ้ามีจริงๆ ก็เชื่อว่าหนึ่งในเหตุผลที่ประชาชนเลือกมา ก็คือเชื่อมั่นในการทำงาน ส่วนอนาคตถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นประชาชนก็อาจจะชั่งใจว่าเลือกมาแล้วไม่ได้ตามที่ต้องการหรือไม่

นายอรรถกร ยังบอกด้วยว่า หลังจาก ร.อ.ธรรมนัสเดินทางกลับจากดูแสงเหนือได้มีการพูดคุยกัน โดยเป็นการขอคำปรึกษาเรื่องงานในฐานะรองนายกฯ ที่กำกับดูแลกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่มีข่าวพรรคเพื่อไทย จะได้โควตารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ นายอรรถกร บอกว่า ตนไม่มอง เพราะตั้งแต่สมัย ร.อ.ธรรมนัส นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จนมาถึงตน งานของกระทรวงเกษตรฯก็มีความต่อเนื่อง เชื่อว่าคนที่จะมานั่งไม่ง่าย แต่ถ้าสานต่องานเดิม ก็จะเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรแน่นอน

ส่วนถ้าเป็นชื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จะง่ายหรือยาก นายอรรถกร กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าใครจะมานั่ง แต่ก็มีโอกาสทั้งหมด ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจว่าใครเหมาะสม พร้อมย้ำว่าตนไม่ได้อยู่ในกระบวนการดีลร่วมรัฐบาลมาตั้งแต่ต้น แต่ก็พร้อมไปกับประธานที่ปรึกษาพรรค

อนุทิน เมินตอบดึง ‘กล้าธรรม’ ร่วมรัฐบาลหรือไม่ ปัดปิดดีลหลังสะพัดจบที่ 292 เสียง

อนุทิน เมินตอบดึง ‘กล้าธรรม’ ร่วมรัฐบาลหรือไม่ ปัดปิดดีลหลังสะพัดจบที่ 292 เสียง

อนุทิน เมินตอบดึง ‘กล้าธรรม’ ร่วมรัฐบาลหรือไม่ ปัดปิดดีลหลังสะพัดจบที่ 292 เสียง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.12 น.

‘อนุทิน’ไม่ตอบ ดึง ‘กล้าธรรม’ร่วมรัฐบาลหรือไม่ ปัดปิดดีล หลังสะพัดจบที่ 292 เสียง บอกยังไม่ได้เปิดอะไรเลย

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)รับรองผลแล้ว ขั้นตอนของรัฐบาลต้องดำเนินการอย่างไร ว่า รัฐบาลไม่เกี่ยว ในส่วนของพรรคการเมืองก็ขอให้สส. ไปรับเอกสาร จากนั้นไปรายงานตัวที่สภาผู้แทนราษฎรตามเวลาที่กำหนด

เมื่อถามถึงขั้นตอนการเปิดสภาผู้แทนราษฎร นายกฯกล่าวว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องของขั้นตอนของสภาฯที่เขาจะมีการทำเรื่องกราบบังคมทูลฯเสด็จพระราชดําเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภาด้วย ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่การดำเนินการของรัฐบาล ในเรื่องสภาฯ รัฐบาลไม่เกี่ยว

เมื่อถามว่าถ้านั่งเก้าอี้รมว.กลาโหมเองชอบหรือไม่ นายกไม่ตอบคำถามดังกล่าว แต่หยิบขนมครกขึ้นมากินและบอกว่า”หวานน้อย“

เมื่อถามย้ำว่าสรุปแล้วพรรคกล้าธรรม(กธ.)มาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกฯไม่ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนลุกขึ้นและเดินออกจากวงสัมภาษณ์สื่อมวลชนทันที

เมื่อถามอีกว่าดีลรัฐบาลจะปิดที่ 292 เสียงใช่หรือไม่  นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่เปิดอะไรเลยจะปิดอะไรล่ะ

เมื่อถามต่อว่า การเปิดสภาตามขั้นตอนเราต้องแจ้งไปทางสภาด้วยหรือไม่ว่าเรามีความพร้อม นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เกี่ยวอยู่ที่ว่าสส.ไปรายงานตัว ถ้าครบ 95 เปอร์เซ็นต์ ถึงจะเปิดได้ ก็เป็นหน้าที่ของเลขาฯสภา ตนไม่ทราบว่าใครต้องทำเรื่องเรียกประชุม แต่ก่อนหน้านี้ประชุมอะไรก็แล้วแต่ ต้องมีพระราชพิธีเปิดรัฐสภา ตรงนั้นก็มีขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ยิ่งรัฐบาลรักษาการยิ่งไม่เกี่ยวใหญ่เลย

เมื่อถามว่าในฐานะที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต้องดำเนินการรวดเร็วเลยหรือไม่เพราะกกต.รับรองผลแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างมีขั้นตอน พอรับรองสส.แล้ว จะมีพระราชพิธีเปิดประชุมรัฐสภา จากนั้นเป็นขั้นเลือกประธาน และเลือกนายกฯ ก่อนจะมาเรื่องจัดตั้งครม. มันมีหลายออปชั่น

เมื่อถามอีกว่านายกฯเคยบอกว่าหลังกกต.รับรองการจัดตั้งรัฐบาลจะทำอย่างรวดเร็ว นายกฯ กล่าวว่า มันก็มีความพร้อมอยู่ 

เมื่อถามย้ำว่าพร้อมระดับไหนแล้วตอนนี้ นายกฯไม่ตอบคำถาม ก่อนหันมายกแขนเบ่งกล้ามโชว์สื่อมวลชน และเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า