แดงทั้งเมือง! เทวัญ นำ 3 ผู้สมัคร สส. อ้อนขอคะแนนชาวโคราช

แดงทั้งเมือง! เทวัญ นำ 3 ผู้สมัคร สส. อ้อนขอคะแนนชาวโคราช

แดงทั้งเมือง! เทวัญ นำ 3 ผู้สมัคร สส. อ้อนขอคะแนนชาวโคราช

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.52 น.

โคราช!แดงทั้งเมือง พท.“เทวัญ” ทำได้ นำ 3 ผู้สมัคร “ประเสริฐ-วัชรพล-สมบัติ”นั่ง 3 ล้อ อ้อนขอคะแนนชาวโคราช 

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) เขตเทศบาลนครนครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ หมายเลข 9 พรรคเพื่อไทย นำคณะผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ทั้ง 3 เขต ประกอบด้วย นายประเสริฐ บุญชัยสุข เขต 1 หมายเลข 11 นายวัชรพล โตมรศักดิ์ เขต 2 หมายเลข 8 และนายสมบัติ กาญจนวัฒนา เขต 3 หมายเลข 3 พร้อมผู้สนับสนุน ร่วมสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง และเพื่อความเป็นสิริมงคล

จากนั้น คณะผู้สมัครได้นั่งสามล้อถีบแห่ขบวนไปตามถนนสายต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เพื่อพบปะและขอคะแนนเสียงจากประชาชน โดยมีชาวโคราชออกมาต้อนรับอย่างอบอุ่น มอบดอกไม้และคล้องพวงมาลัยที่ทำจากของฝากขึ้นชื่อของจังหวัด อาทิ กุนเชียง หมูหยอง หมูแผ่น และข้าวตัง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า ตลอดการหาเสียง พรรคเพื่อไทยได้นำเสนอนโยบายที่มุ่งแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน ประกอบกับกระแสของพรรคหลังการปราศรัยใหญ่ เมื่อคืนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แกนนำพรรคสามารถชี้แจงนโยบายและสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ผลงานที่ผ่านมา ทั้งของตนเองและผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 3 เขต เป็นที่ประจักษ์ต่อชาวโคราชแล้ว จึงขอฝากให้ประชาชนพิจารณาเลือกผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เพื่อเป็นตัวแทนในการผลักดันงบประมาณมาพัฒนาจังหวัดนครราชสีมาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

‘พีระพันธุ์’ ขึ้นรถแห่ทั่วกรุง! ขอคนไทยเลือกตามหัวใจ

'พีระพันธุ์' ขึ้นรถแห่ทั่วกรุง! ขอคนไทยเลือกตามหัวใจ

‘พีระพันธุ์’ ขึ้นรถแห่ทั่วกรุง! ขอคนไทยเลือกตามหัวใจ

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.38 น.

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง! “พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-นราพัฒน์” นำทัพ รทสช. ขึ้นรถแห่ทั่วกรุง! ขอคนไทยเลือกตามหัวใจ ชูพรรค “ฐานที่มั่นสู้ทุนพลังงาน”

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค ร่วมขึ้นรถแห่ณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนวันเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

นายพีระพันธุ์ กล่าวย้ำถึงจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้มีตัวเลือกเพียงแค่ “สีส้ม” หรือ “สีน้ำเงิน” ตามกระแสการชี้นำในสังคม แต่ยังมีพรรครวมไทยสร้างชาติซึ่งเป็นทางเลือกหลักที่พร้อมทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมขอให้ประชาชนตัดสินใจเลือกตั้งตามความต้องการของหัวใจ ไม่เลือกพรรคที่ไม่ได้รักเพียงเพื่อเอาชนะพรรคที่เกลียด หรือเลือกแบบยุทธศาสตร์ เพราะแนวทางดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อประเทศในระยะยาว

นายพีระพันธุ์ ยังระบุอีกว่า พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเข้าไปทำหน้าที่ โดยเฉพาะการรื้อโครงสร้างพลังงานซึ่งเป็นนโยบายหลักที่พรรคขับเคลื่อนมาโดยตลอด พร้อมย้ำว่าพรรคเปรียบเสมือน “ฐานที่มั่นสุดท้าย” ที่จะยืนหยัดต่อสู้กับกลุ่มนายทุนที่ผูกขาดและแสวงหาผลประโยชน์จากประเทศ หากประชาชนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านปากท้องและราคาพลังงานที่เป็นธรรม ขอให้ไว้วางใจและเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ

ด้าน ดร.อรรถวิชช์ กล่าวถึงประเด็นการทำประชามติซึ่งจะจัดขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้ง โดยระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติมีจุดยืนชัดเจนคือ “ไม่เห็นชอบ” กับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อหมวดพระมหากษัตริย์และพระราชอำนาจในรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีความสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ นอกจากนี้ ยังฝากเตือนไปยังประชาชนที่จะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ให้เผื่อเวลาในการเดินทางและการลงคะแนน เนื่องจากคาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีผู้ที่ตกหล่นจากการเลือกตั้งล่วงหน้ามาใช้สิทธิในวันจริง และยังมีขั้นตอนการลงมติประชามติเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้การดำเนินการในหน่วยเลือกตั้งใช้เวลามากกว่าปกติ

ขณะที่ นายนราพัฒน์ กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพว่า หัวใจสำคัญคือการปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เป็นธรรม เนื่องจากค่าพลังงานที่สูงเป็นต้นทุนหลักซึ่งกระทบประชาชนทุกระดับ การลดราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า และแก๊สหุงต้ม จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายโดยตรง และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้กลับมาฟื้นตัวอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกันนี้ ขอเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อร่วมกันผลักดันนโยบายที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ  

สำหรับบรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก โดยขบวนรถแห่หาเสียงจะเคลื่อนผ่านพื้นที่สำคัญทั่วกรุงเทพฯ ทั้งโซนเหนือ กลาง ตะวันออก และเขตชั้นใน เริ่มต้นจาก ย่านอารีย์ มุ่งหน้าสู่ ถนนพหลโยธิน-ถนนวิภาวดีรังสิต ผ่านพื้นที่ประชานิเวศน์ วัดเสมียนนารี และเลียบคลองประปา ก่อนเข้าสู่โซนฝั่งเหนือของกรุงเทพฯ จากนั้นขบวนจะเคลื่อนผ่านตลาดบางซ่อน ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี แยกเตาปูน แยกบางโพ แยกเกียกกาย แยกศรีย่าน และตลาดราชวัตร ก่อนเข้าสู่พื้นที่เขตชั้นใน ผ่านแยกยมราช เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตพระนคร ใกล้สนามหลวงและย่านนางเลิ้ง ต่อเนื่องไปยังถนนพิษณุโลก ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต และถนนศรีอยุธยา ผ่านแยกพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนเพชรบุรี ถนนราชปรารภ ถนนพระราม 4 ถนนสาทรเหนือ-สาทรใต้ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ และถนนพระราม 3 ก่อนเข้าสู่พื้นที่เขตคลองเตย ผ่าน ท่าเรือคลองเตย ตลาดคลองเตย และกล้วยน้ำไท และมุ่งหน้าสู่โซนตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพฯ ผ่านพระโขนง บางนา ถนนสุขุมวิท ถนนอ่อนนุช เขตสวนหลวง ประเวศ ถนนศรีนครินทร์ ถนนพัฒนาการ ถนนรามคำแหง เขตบางกะปิ ลาดพร้าว วังทองหลาง ถนนรัชดาภิเษก พระราม 9 ดินแดง และห้วยขวาง 

ทั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติยืนยันว่าการจัดขบวนรถแห่เป็นไปอย่างเรียบร้อย ภายใต้กฎหมายและกติกาการหาเสียง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยขบวนจะสิ้นสุดภารกิจในเวลา 16.30 น.

อนุทิน เมิน เต้น แซะทฤษฎีสมคบคิด ยันทำตามระบอบประชาธิปไตย

อนุทิน เมิน เต้น แซะทฤษฎีสมคบคิด ยันทำตามระบอบประชาธิปไตย

อนุทิน เมิน เต้น แซะทฤษฎีสมคบคิด ยันทำตามระบอบประชาธิปไตย

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.29 น.

“อนุทิน” เมิน “เต้น” แซะทฤษฎีสมคบคิด ยันเป็น”นายกฯ”ทำตามครรลองระบอบประชาธิปไตย เสียงหนุนในสภามากสุด

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.50 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยบนเวทีว่ามีทฤษฎีสมคบคิดให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงจากตำแหน่ง แล้วให้นายอนุทินขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนว่า เราอย่าไปให้ความสนใจความคิดของแต่ละคนคงไม่ไหว ขอยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยดำเนินการทางการเมืองทุกอย่างตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าตนจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือเสียงข้างมาก

ตนก็ได้รับการขานชื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยคะแนนที่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ ยังไงก็ตามก็ต้องขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจที่เสนอชื่อ และขานชื่อให้ตนมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

อ.ธนพร ท้า พรรคส้ม ประกาศชัดไม่จับมือ เพื่อไทย

อ.ธนพร ท้า พรรคส้ม ประกาศชัดไม่จับมือ เพื่อไทย

อ.ธนพร ท้า พรรคส้ม ประกาศชัดไม่จับมือ เพื่อไทย

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.13 น.

หรือจะ 2 มาตรฐานกับอาเจ็ก? ท้า “พรรคประชาชน” ประกาศชัดไม่จับมือ “เพื่อไทย” ย้ำแคมเปญ มีเรา ไม่มีเทา หลังปม “สุริยะ” ซื้อเครื่องบินต่อจาก “เบน สมิธ”

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง แสดงความเห็นต่อสถานการณ์การเมือง มองข้ามช็อตหลังการเลือกตั้งว่า 

เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ก็ต้องเดินหน้าเจรจาจัดตั้งรัฐบาล โดยหากพรรคภูมิใจไทยได้อันดับ 1 โอกาสจัดตั้งรัฐบาลจะเปิดกว้าง เนื่องจากไม่มีเงื่อนไขซับซ้อนในการร่วมรัฐบาล แต่หากได้อันดับ 2 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ได้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ประกาศจุดยืนชัดเจนแล้วว่า จะให้พรรคอันดับ 1 เป็นผู้พยายามจัดตั้งรัฐบาลก่อน หากไม่สำเร็จจึงเป็นลำดับถัดไป

รศ.ธนพร ระบุว่า หากพรรคประชาชนได้อันดับ 1 ควรเจรจากับพรรคภูมิใจไทยก่อน พรรคประชาชนควรประกาศตั้งแต่ตอนนี้ว่าจะไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคประชาชนเคยชูแคมเปญ มีเรา ไม่มีเทา มาโดยตลอด และก่อนหน้านี้ก็ประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมแล้ว

ที่ผ่านมาประเด็นที่ถูกตั้งคำถามกับพรรคเพื่อไทยมีหลายเรื่อง ตั้งแต่ข้อครหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายทุนสีเทา ไปจนถึงกรณีของอดีตรัฐมนตรีดิจิทัลฯ ที่เกี่ยวพันคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ รวมถึงกรณีผู้สมัคร ส.ส. ในบพื้นที่กาฬสินธุ์ที่ถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงเครือข่ายพนันออนไลน์

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดในขณะนี้ คือกรณีที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ซื้อเครื่องบินต่อจากนายเบน สมิธ ซึ่งถูกระบุว่าเกี่ยวพันเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชา โดยมีข้อสงสัยว่าอาจเชื่อมโยงเส้นทางการเงินกับกลุ่มทุนสีเทาของนายยิม เลียก อีก

รศ.ธนพร กล่าวว่า หากพรรคประชาชนต้องการยืนยันเรื่อง มีเรา ไม่มีเทา จริง พรรคเพื่อไทยควรเป็นหนึ่งในพรรคแรก ๆ ที่ต้องถูกตัดออกจากสมการจัดตั้งรัฐบาล มิฉะนั้นอาจถูกตั้งคำถามว่าเป็นเพียงกลยุทธ์หาเสียง

“ถ้ายังยืนยันคำว่า มีเรา ไม่มีเทา ก็ต้องแสดงจุดยืนให้ชัด หรือจะตีมึน เพราะนายสุริยะ เป็นอาเจ็กของนายธนาธร ก็สุดแล้วแต่ และหากสุดท้ายยังร่วมกันตั้งรัฐบาล ประชาชนก็ย่อมตั้งคำถามได้ว่า คำขวัญดังกล่าวเป็นเพียงวาทกรรมเพื่อคะแนนเสียงเท่านั้น” รศ.ธนพร กล่าว

อนุทิน เคลียร์ชัด เป็นภาพเอไอลวงโลก หลังเพจดังแฉ นั่งกินข้าวคู่ เบน สมิธ

อนุทิน เคลียร์ชัด เป็นภาพเอไอลวงโลก หลังเพจดังแฉ นั่งกินข้าวคู่ เบน สมิธ

อนุทิน เคลียร์ชัด เป็นภาพเอไอลวงโลก หลังเพจดังแฉ นั่งกินข้าวคู่ เบน สมิธ

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.56 น.

“อนุทิน” โต้ “ภาพเอไอ” หลังเพจดังแฉ นั่งกินข้าวคู่“เบน สมิธ”ชี้ ถ่ายภาพ กับคนเป็นหมื่น แนะ ให้ดูที่เจตนา

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.55 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงกรณีที่มีการปล่อยภาพนายอนุทิน นั่งรับประทานอาหาร คู่กับ เบน สมิธ ในวันสุดท้ายของการหาเสียง ว่า พูดได้เลยว่าเป็นภาพ AI จะเห็นว่าใต้ภาพเขียนปี 2005 หรือปี 2548 ตอนเป็นรมช.พาณิชย์ ได้รู้จักนายเบน พบและเห็นเป็นครั้งแรกตามรูปที่เห็นครั้งแรกที่มีบุคคลยืนเรียงกัน แต่ภาพล่าสุดที่ออกมาไม่ทราบว่ามีเจตนารมย์อะไร และผู้หญิง คนที่นั่งข้างก็ไม่รู้จัก ตอนแรกคิดว่าเป็นเพื่อนหรือคนที่รู้จัก แต่เมื่อซูมดูแล้วพบว่าสุภาพสตรีที่นั่งอยู่ไม่คุ้นหน้า แม้แต่คนเดียว และหากเป็นปี 2005 จริง ตนน่าจะดูหนุ่มกว่านี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าเป็นภาพ AI จริงจะฟ้องร้องหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี เอาที่สบายใจ ไม่มีปัญหาเพราะเราทราบอยู่แล้วว่าต่อให้เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อ 20 หรือ 30 ปีก่อน ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีการผิดพลาดหรือผิดกฎหมายตรงไหน เพราะในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ในการลงพื้นที่ก็น่าจะถ่ายภาพกับประชาชนนับพันนับหมื่นรูป จะไปบอกว่าหน้าตาไม่ไว้วางใจแล้วไม่ให้ถ่ายคงไม่ได้ เพราะเราเป็นบุคคลสาธารณะ ต้องดูเจตนาสำคัญที่สุด การหาเสียงและเทคโนโลยีในปัจจุบัน จะถูกถ่ายรูปและขอถ่ายรูปเมื่อไหร่ก็ได้ แต่อย่าไปทำธุรกรรมอะไรกับคนเหล่านี้ อย่าไปข้องแวะกับคนเหล่านี้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำการที่อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ 

พิเชษฐ ชี้เลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย วิชชั่นใหม่ พร้อมร่วมทุกพรรคแก้หนี้ประชาชน

พิเชษฐ ชี้เลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย วิชชั่นใหม่ พร้อมร่วมทุกพรรคแก้หนี้ประชาชน

พิเชษฐ ชี้เลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย วิชชั่นใหม่ พร้อมร่วมทุกพรรคแก้หนี้ประชาชน

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.53 น.

“พิเชษฐ” ชี้เลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย “วิชชั่นใหม่”พร้อมร่วมทุกพรรคแก้หนี้ประชาชน

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรควิชชั่นใหม่ หมายเลข 24 กล่าวถึงการเดินสายปราศรัยขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนที่ผ่านมาตลอดว่า พรรคได้ลงพื้นที่พบประชาชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง และได้รับการตอบรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้พรรคมีความมั่นใจว่าจะสามารถมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าสู่สภาได้ตามเป้าหมาย และพร้อมมีบทบาทร่วมจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง เพื่อผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่มุ่งลดภาระประชาชน โดยเฉพาะนโยบาย “การเงินไร้ดอกเบี้ย” ที่ออกแบบมาเพื่อลดภาระหนี้ครัวเรือน เพิ่มโอกาสให้ประชาชนรายได้น้อย ผู้ประกอบการรายเล็ก และกลุ่มอาชีพที่มีภาระหนี้สูงสามารถเข้าถึงแหล่งทุนที่เป็นธรรม

นายพิเชษฐ กล่าวว่าการดำเนินนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมของพรรควิชั่นใหม่ โดยเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรมสวิสโฮเทล กรุงเทพฯ ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสันนิบาตสหกรณ์และเครือข่ายสหกรณ์ สมาคมที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกสหกรณ์ครู และ กองทุน SADA Holding Asia ซึ่งตนทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา โดยกองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนลงทุนต่างประเทศในเครือบริษัทลงทุนจากตะวันออกกลางที่ดำเนินแนวทาง Interest-Free Finance (การเงินไร้ดอกเบี้ย) ใช้รูปแบบกองทุนเข้าซื้อพอร์ตหนี้จากเจ้าหนี้เดิม แล้วปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ในเงื่อนไขที่ช่วยลดภาระลูกหนี้ ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายดำเนินโครงการ ปรับโครงสร้างหนี้ครูในระบบสหกรณ์จำนวนหลายแสนราย โดยกองทุนจะเข้าซื้อหนี้จากสถาบันเจ้าหนี้เดิมและจัดทำสัญญาใหม่ภายในระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ การลดภาระหนี้คงเหลือเฉลี่ยประมาณ 50% และปรับเป็นสัญญา ผ่อนชำระแบบไม่มีดอกเบี้ยจนหมดหนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สามารถกลับเข้าสู่ระบบเครดิตทางการเงินได้เร็วขึ้น

“ปัญหาหนี้ครูถือเป็นหนึ่งในปัญหาโครงสร้างหนี้ครัวเรือนสำคัญของประเทศ ปัจจุบันมีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นหนี้มากกว่า 900,000 ราย คิดเป็นประมาณ 80% ของครูทั้งประเทศ และมีมูลค่าหนี้รวมราว 1.4 ล้านล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 1.5–3 ล้านบาทต่อคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้ในระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูและสถาบันการเงินของรัฐ หากผมมีโอกาสเข้าไปทำหน้าที่ในสภา จะผลักดันนโยบายนี้เพื่อให้ครูซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายแรกของนโยบายสามารถปลดภาระหนี้สินได้ในที่สุด” นายพิเชษฐกล่าว

หัวหน้าพรรควิชชั่นใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางความร่วมมือกับกองทุนการเงินไร้ดอกเบี้ยดังกล่าวสะท้อนนโยบายเศรษฐกิจของพรรคที่ต้องการแก้ปัญหาหนี้สินเชิงโครงสร้างด้วยกลไกการเงินรูปแบบใหม่ ไม่ใช่เพียงมาตรการพักหนี้ระยะสั้น โดยใช้ความร่วมมือระหว่างกองทุนต่างประเทศ ภาคสหกรณ์ และองค์กรทางการเงินทางเลือก เพื่อสร้างโมเดลแก้ปัญหาหนี้ที่สามารถขยายผลสู่กลุ่มอาชีพอื่นในอนาคต

นายพิเชษฐ ย้ำว่าพรรควิชชั่นใหม่พร้อมทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมืองที่มีเป้าหมายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและหนี้สินของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางนโยบายเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ขณะที่ประชาชนทั่วประเทศกำลังจับตาผลการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะมีผลต่อสมดุลการเมืองและทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดต่อไปอย่างใกล้ชิด

จับตาเส้นทางเงิน ธปท แจ้ง กกต พบพิรุธเบิกเงินสดเพิ่ม 11 ราย

จับตาเส้นทางเงิน ธปท แจ้ง กกต พบพิรุธเบิกเงินสดเพิ่ม 11 ราย

จับตาเส้นทางเงิน ธปท แจ้ง กกต พบพิรุธเบิกเงินสดเพิ่ม 11 ราย

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.28 น.

วันนี้(7ก.พ.69) มีรายงานว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ได้มีการส่งข้อมูลการเบิกเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติและอาจนำไปกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เพิ่มเติมอีก 11 บัญชี จากที่ก่อนหน้านี้มีการส่งมาแล้ว 6 บัญชี  โดยทางสำนักงานฯได้แจ้งข้อมูลที่ได้รับไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่ทาง ธปท.แจ้งว่าพบความปกติของการเบิกเงิน โดยสั่งการให้มีการเฝ้าระวังติดตามการกระจายของเงินที่อาจจะใช้ไปในการซื้อเสียงเลือกตั้ง  รวมถึงป้องปรามไม่ให้มีการจ่ายซื้อเสียงได้

ขณะเดียวกันสำนักงานฯได้รับรายงานว่าในหลายพื้นที่ของภาคใต้และภาคอีสานพบความเคลื่อนไหวว่ามีการเตรียมการซื้อเสียง ซึ่งทางกกต.จังหวัดได้เพิ่มมาตรการในการติดตาม และป้องปรามมากขึ้น

ธปท

ขบวนหาเสียงพิธา ผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย แซว อยู่ภูมิใจไทย ก็เลือกประชาชนได้

ขบวนหาเสียงพิธา ผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย แซว อยู่ภูมิใจไทย ก็เลือกประชาชนได้

ขบวนหาเสียงพิธา ผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย แซว อยู่ภูมิใจไทย ก็เลือกประชาชนได้

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.34 น.

“ขบวนหาเสียงพิธา” ผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย แซว “อยู่ภูมิใจไทย ก็เลือกประชาชนได้”ขอเลือกส้มให้ถล่มทลาย สานฝันอันดับ 1 ตั้งรัฐบาล

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เตรียมแถลงข่าวขอบคุณประชาชนและเชิญชวนให้ไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง เป็นช่วงเวลาที่ขบวนรถหาเสียงของพรรคประชาชน นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ที่ปราศรัยเชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 

เมื่อขับผ่าน ด้านหน้าพรรคภูมิใจไทย ถนนพหลโยธิน นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้กล่าวแซวขึ้นว่าสวัสดีพรรคภูมิใจไทย อยู่ภูมิใจไทยก็เลือกประชาชนได้ 

ด้านนายพิธา หันมากล่าว ขอบคุณสื่อมวลชนที่เป็นประภาคารให้กับสังคม โดยผู้สื่อข่าว ถามว่าจะฝากอะไรถึงพรรคภูมิใจไทย หรือไม่ นายพิธา ได้ชี้ไปที่ป้ายหาเสียงของพรรคประชาชน ที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้าพรรคภูมิใจไทย และกล่าวว่า ให้ดูป้ายของพรรคประชาชนที่ติดอยู่ข้างพรรคภูมิใจไทย มีข้อความว่า “มีส้มไม่มีเทา มีเราไม่มีสแกมเมอร์“  
และขอให้แข่งขันกันให้เต็มที่ ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ และให้พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล พร้อมชวนประชาชนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งและให้พรรคอันดับหนึ่งได้จัดตั้งรัฐบาล 

ผู้สื่อข่าว ถามว่าจะฝากอะไรถึงนายอนุทิน หรือไม่ นายพิธากล่าวอย่าง อารมณ์ดีว่า ไม่ฝากแต่ขอฝากถึงประชาชน ขอให้เลือกพรรคประชาชนอย่างถล่มทลาย 

เลือกจากหัวใจ! ทยา วิเคราะห์ 3 ข้อเลือกนายกฯ พร้อมเฉลยเทใจให้ใครทั้ง 2 ใบ?

เลือกจากหัวใจ! ทยา วิเคราะห์ 3 ข้อเลือกนายกฯ พร้อมเฉลยเทใจให้ใครทั้ง 2 ใบ?

เลือกจากหัวใจ! ทยา วิเคราะห์ 3 ข้อเลือกนายกฯ พร้อมเฉลยเทใจให้ใครทั้ง 2 ใบ?

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.17 น.

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นางทยา ทีปสุวรรณ นักการเมืองหญิงคนดัง โพสต์ข้อความระบุว่า  ขอสรุปโค้งสุดท้าย จากการวิเคราะห์ที่ตกผลึกแล้ว คือ 

1. อย่าเลือก เพราะ ” ความกลัว“ ด้วยวลี “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” แต่จงเลือก ด้วยความ “ศรัทธา” กับพรรคที่คุณคิดว่า “มีอุดมการณ์ดีที่สุด”

2. เลือก หัวหน้าพรรค ที่ คุณถามตัวเอง แล้วตอบได้ว่า เค้า เป็น “คนดีและซื่อสัตย์”

3. เลือก หัวหน้าพรรค ที่คิดว่า เค้าจะเป็น จะเป็น “นายก” ที่มีคุณภาพทั้งในระดับประเทศและไม่อายใครในเวทีต่างประเทศ    

จากการวิเคราะห์ทั้ง 3 ข้อ ถ้าเรามีสิทธิ์เลือกตั้ง เราจะ กา “สีฟ้า” ทั้ง 2 ใบ ถึงแม้ ในความเป็นจริง โอกาส อภิสิทธิ์ เป็น นายก แทบจะไม่มี แต่เราอยากให้คุณเลือก เพราะเหตุผลดังนี้

1. ต้องการให้ สีฟ้า ชนะ สีเทา (ทุกคนรู้ดีว่าพรรคอะไร!) แบบทิ้งห่าง เพื่อพรรคใดที่มาเป็นรัฐบาล จะเลือก ประชาธิปปัตย์ ไปร่วมรัฐบาล นั่นแหละ คือ “ทางเลือกที่ปลอดภัย”

2. เรายังยืนยัน ชื่นชอบและศรัทธาในตัว รัฐมนตรีคนนอก ทั้ง 3 คน คือ ศุภจี, เอกนิติและ สีหศักดิ์ และยังอยากให้ “น้ำเงินรวมกับ ฟ้า ไม่มีเทา ไม่มีแดง“ ส่วนตัวเชื่อว่า พรรคภูมิใจไทย น่าจะมาเป็นอันดับ 1 หรือ ไม่ก้อ 2 โอกาส น้ำเงิน จะเป็น รัฐบาล มีสูงที่สุด ยังไงเราก้อน่าจะได้ 3 ท่านนี้ กลับมานั่ง 3 กระทรวงอีกครั้ง

3. เมื่อวาน ไปฟัง 3 แคนดิเดต นายกปราศรัย รวมถึงได้พูดคุยกับผู้สมัครสส เขตในกทม.หลายคน มั่นใจว่า ”พรรค เลือกคน คนเลือกพรรค“ ทุกคนมีอุดมการณ์เดียวกัน คือ ต้องการทำการเมืองสุจริต และเป็นส่วนผสมนักการเมือง ”น้ำดี“ ทั้งรุ่นใหม่ร่วมกับรุ่นกลาง ได้อย่างลงตัว 

จากเหตุผลทั้งหมด สรุปได้ว่า 
หากคุณ…“ไม่ต้องการพรรคเทา” เข้ามาบริหารประเทศ
หากคุณ…ต้องการ “คนดี มีหลักการ ทำ
งานเป็น” ไปบริหารประเทศ
หากคุณ…ต้องการ พรรคที่มีความเป็น ”สถาบัน ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ไม่ต้องฟังคำสั่งใคร“ ไปบริหารประเทศ
พรุ่งนี้ เข้าคูหา ”กาสีฟ้า ทั้งพรรค ทั้งเขต“ โดยเฉพาะ กรุงเทพ ขอ 10 เสียงขึ้นไป ประเทศไทย เปลี่ยนแน่ แต่จะ ”เปลี่ยนแบบมีหลักการและยั่งยืน” ????

ยุติหาเสียงแล้ว อนุทิน นำทีมแถลง ภูมิใจไทย ขอบคุนทุกคะแนนเสียง

ยุติหาเสียงแล้ว อนุทิน นำทีมแถลง ภูมิใจไทย ขอบคุนทุกคะแนนเสียง

ยุติหาเสียงแล้ว อนุทิน นำทีมแถลง ภูมิใจไทย ขอบคุนทุกคะแนนเสียง

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.16 น.

จากนั้นเวลา 15.00 น. วันที่ 7 ก.พ.ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน  ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง  ร่วมกันแถลงข่าวเรื่องการยุติการหาเสียงเลือกตั้งในวันเดียวกันนี้เวลา 18.00 น. ว่า พรรคภูมิใจไทยของยุติการหาเสียงการเลือกตั้ง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ต้องขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ได้ให้การต้อนรับและตอบรับและมีปฏิสัมพันธ์ด้วยความเป็นกันเอง ด้วยความอบอุ่นในช่วง 5 สัปดาห์ สมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกคน ผู้สมัคร ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองผู้ช่วยหาเสียงได้ร่วมกันลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอครั้งนี้เราได้ไปนำเสนอนโยบายของพรรคภูมิใจไทยให้พี่น้องประชาชนรับทราบอย่างใกล้ชิดและการที่เราได้ลงพื้นที่ด้วยตัวเองแบบออร์แกนิค ทำให้เราสามารถรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆจากพี่น้องประชาชนตลอดจนความต้องการและปัญหาของพี่น้องประชาชนต้องการให้พรรคภูมิใจไทยได้เข้ามาแก้ไข หากเราได้รับเลือกให้ได้กลับเป็นรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ขอเรียนให้ทราบว่าพวกเราทุกคนมีความเห็นตรงกันว่าพี่น้องประชาชนมีความเห็นตรงกันว่าผลงานของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยมีความพึงพอใจกับนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอ เช่นนโยบายคนละครึ่งพลัส ซึ่งทุกคนเรียกร้องให้มีการเร่งนำโครงการคนละครึ่งเฟส 2  มาให้กับพี่น้องประชาชนอีกครั้ง วันนี้ถือโอกาสมาแถลงยุติการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันนี้เป็นต้นไป 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า พวกเราทุกคนลงพื้นที่จนถึงวินาทีสุดท้ายและคิดว่าวันที่ 8 ก.พ.นีอคงจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนตามที่เราได้นำเสนอ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกทุกท่านได้ไปใช้สิทธิ์ของท่านอย่างเต็มที่ในวันที่ 8 ก.พ.ตั้งแต่เวลา08.00-17.00 น.หวังว่าจะได้รับผลลัพธ์ที่ดี และคิดว่าไม่ว่าผลการนับคะแนนจะออกมาเป็นอย่างไรก็คงน่าจะพอเห็นแนวทางในเวลา 20.00-21.00น. จะเห็นทิศทางผลลัพธ์ของผลการเลือกตั้งแล้ว ซึ่งแต่ละคนก็จะมาอยู่ร่วมกันที่พรรคภูมิใจไทย คอยติดตามและให้กำลังใจผู้สมัครสส.ทุกคน และพวกเราอยู่ที่นี่เพื่อตอบคำถามกับผู้สื่อข่าว

อนุทิน

“สุดท้ายนี้ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ให้โอกาสพรรคภูมิใจไทยนำเสนอนโยบาย ให้โอกาสพรรคภูมิใจไทยได้ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนและขอโอกาสรับใช้พี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน ผู้ช่วยหาเสียง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ได้ทุ่มเทเสียสละทำงานเคียงข้างกัน ตลอดจนสื่อมวลชน ผู้สื่อข่าวที่ช่วยกันกระจายข่าวดำเนินกิจกรรมการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยมาตลอดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่งในการกระจายข่าวของสื่อมวลชน” นายอนุทิน กล่าว.

อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน