เพื่อไทยเดือด! จี้ กกต. รับผิดชอบรายชื่อล่องหน ปลุกโหวตเห็นชอบ รื้อรัฐธรรมนูญ

เพื่อไทยเดือด! จี้ กกต. รับผิดชอบรายชื่อล่องหน ปลุกโหวตเห็นชอบ รื้อรัฐธรรมนูญ

เพื่อไทยเดือด! จี้ กกต. รับผิดชอบรายชื่อล่องหน ปลุกโหวตเห็นชอบ รื้อรัฐธรรมนูญ

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.24 น.

“เพื่อไทย” เตรียมยื่นร้องเรียน จี้ กกต. รับผิดชอบเลือกตั้งล่วงหน้าวุ่น “ชื่อผู้สมัครหาย”  เตือนจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระ ชวนโหวต “เห็นชอบ” แก้รัฐธรรมนูญ

1 ก.พ.69 นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝากไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ขอให้จัดการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใส ยุติธรรม และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทุกเสียงของประชาชนได้รับการสะท้อนผ่านการเลือกตั้งอย่างแท้จริงและมีความหมาย และท่านต้องแสดงความรับผิดชอบกับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น

ที่ผ่านมาเราได้ยินข่าวเรื่องการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นกลางของเจ้าหน้าที่รัฐ เรื่องการเบิกเงินจำนวนผิดปรกติ ก็หวังว่าจะเห็นความชัดเจนจากทาง กกต.

แต่วันนี้การเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีพี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิกันเป็นจำนวนมาก พรรคเพื่อไทยและอีกหลายๆ พรรคกลับได้รับการร้องเรียนถึงการบริหารจัดการเลือกตั้งที่ผิดพลาด 

สำหรับพรรคเพื่อไทย เราได้รับแจ้งจากนายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 2 ว่าในการลงคะแนน ณ ที่เลือกตั้งกลาง จังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 5 ที่ปะรำด้านข้างหอประชุมนครชัยศรี วันนี้ ผู้มาใช้สิทธิลงคะแนน ได้ตรวจสอบพบว่า ป้ายที่ปิดประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เฉพาะจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 2 ไม่มีประกาศรายชื่อผู้สมัคร (สส.4/14) ของนายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ติดอยู่ จึงได้ไปทักท้วงต่อกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลาง และต่อมา กรรมการประจำที่เลือกตั้งกลาง จึงได้นำประกาศรายชื่อผู้สมัคร (สส.4/14) ของนายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ มาติดเพิ่มเติมภายหลัง

ต่อกรณีดังกล่าว พรรคเพื่อไทย จึงขอเรียกร้องให้ กกต. ได้ตรวจสอบว่า การที่กรรมการประจำที่เลือกตั้งกลาง ไม่นำประกาศรายชื่อผู้สมัครไปปิดประกาศหน้าที่เลือกตั้งกลางให้ครบถ้วนเป็นความผิดพลาดของผู้ใดหรือเป็นเจตนาที่จะมิให้มีการลงคะแนนให้กับผู้สมัครของพรรคหรือไม่ และ กกต. จะแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้อย่างไร ที่คะแนนอาจหายไป จากการที่ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่พบรายชื่อและหมายเลขของผู้สมัครที่เขาต้องการเลือก เพื่อให้ทุกสิทธิทุกเสียงของประชาชนมีความหมาย ให้การเลือกตั้งนี้ไม่มีข้อครหา 

เรากำลังรวบรวมข้อมูลจากทั่วประเทศ และจะทำการยื่นเอกสารร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อไป

ถ้าเราทุกคนคิดว่าองค์กรอิสระควรมีความยึดโยงกับประชาชนมากกว่านี้การมีรัฐธรรมนูญใหม่จึงมีความจำเป็น นอกจากจะเลือก “คน” และ “พรรค” ที่ใช่แล้ว ขอให้โหวต “เห็นชอบ” ในการออกเสียงประชามติคราวนี้

อนุทินฟังคลิปเสียงคล้ายศักดิ์ดาแล้ว ลั่นให้เจ้าตัวตอบเอง ไม่หวั่นโค้งสุดท้าย 7 วัน

อนุทินฟังคลิปเสียงคล้ายศักดิ์ดาแล้ว ลั่นให้เจ้าตัวตอบเอง ไม่หวั่นโค้งสุดท้าย 7 วัน

อนุทินฟังคลิปเสียงคล้ายศักดิ์ดาแล้ว ลั่นให้เจ้าตัวตอบเอง ไม่หวั่นโค้งสุดท้าย 7 วัน

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.12 น.

“อนุทิน” บอกคลิปเสียงคล้าย”ศักดิ์ดา” ปมน้ำเงินตั้งรัฐบาล ได้ยินแล้ว แต่ให้ เจ้าตัวตอบตัวเอง ไม่รู้ของจริงหรือปลอม ไม่หวั่นโค้งสุดท้าย 7 วัน กระแสพุ่งโจมตี ภท.ลั่น เชื่อใน ปชช.ขอเปรียบเป็นภูเขาทอง “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้”

1 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ตลาดสามโคก จังหวัดปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจ ในการเลือกตั้งสส.พรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่จ.ปทุมธานี หลังมีหลายพรรคแข่งขันกันอย่างดุเดือด ว่า แข่งขันดุเดือดกันทุกพื้นที่ ยังไม่เห็นพื้นที่ไหนแข่งขันไม่ดุเดือด ตั้งแต่ตนไปมาในทุกจังหวัด ซึ่งพรรคภูมิใจไทยคาดหวังพื้นที่นี้และทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เราส่งผู้สมัครที่มีการใกล้ชิดประชาชนและเข้าใจพื้นที่ในทุกเขต 

เมื่อถามว่า ได้ติดตามกรณีคลิปเสียงคล้ายนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย สนทนาอยู่กับผู้ที่คาดว่าเป็นนักการเมืองท้องถิ่นจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งมีโอกาสที่พรรคสีน้ำเงินจะได้จัดตั้งรัฐบาลและไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้น แต่ถ้าเป็นสีส้มตั้งรัฐบาลจะเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร ขณะที่พรรคสีแดง มีโอกาสไม่ได้ตั้งรัฐบาลเพราะนายใหญ่ยังถูกคุมขังในเรือนจำ หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า มีคนส่งมาให้ฟังแล้ว มันก็ย้อนแย้งในตัวของมันเอง ตนว่ารอให้เจ้าของคลิปชี้แจงเอง เพราะตนฟังดูก็ไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม เพราะมีการระบุว่าตนนั้นใจดํา ซึ่งตนก็ยังงงอยู่เลย เอาไว้ตนเจอนายศักดิ์ดาก็จะถาม แต่ตอนนี้เขายังอยู่ในระหว่างการหาเสียง ซึ่งช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการหาเสียงก็เป็นแบบนี้ พรรคภูมิใจไทยต้องอยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้ เหมือนเดิมตามสไตล์พรรคภูมิใจไทย 

เมื่อถามว่าช่วง  7 วันสุดท้าย จะมีอะไรเข้ามาโจมตีพรรคภูมิใจไทยอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ในช่วงสัปดาห์ปล่อยของ แต่ไม่ต้องห่วงพรรคภูมิใจไทยไม่มีเรื่องพวกนี้ เรายืนหยัดพูดแต่เรื่องนโยบายของพรรค พูดแต่เรื่องที่เราจะทําให้พี่น้องประชาชน ไม่พาดพิง ไม่ด้อยค่า ทําไมวิพากษ์วิจารณ์พรรคอื่น 

” เราไม่กังวลเพราะภูมิต้านทานของเราคือพี่น้องประชาชน มั่นใจในประชาชน ส่วนคะแนนเสียงจะลดลงหรือไม่ ผมไม่กังวล เพราะเชื่อว่าประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างเต็มที่ และสามารถแยกแยะความจริง ความเท็จ ความถูก ความผิดได้ พรรคภูมิใจไทยก็ผ่านสถานการณ์เช่นนี้มาโดยตลอด ส่วนใหญ่เราก็จะโดน โดน โดน แต่สุดท้ายก็จะมีข้อพิสูจน์ออกมาว่าไม่ใช่เรื่องจริง” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่า มีการตั้งทีมตรวจสอบเพื่อดําเนินคดีทางกฎหมายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า หากเป็นเรื่องเอาความเท็จมาพูด มาใส่ร้ายป้ายสี ก็ว่าเป็นเรื่อง ๆ ไป แต่ตนไม่ได้ซีเรียส เพราะบางทีที่เราฟ้องดําเนินคดีไปก็เพื่อให้หลาบจํา เพื่อไม่ไปทําอีก  แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยจํากันเท่าไหร่ ยกฟ้อง หรือถอนฟ้องไป ไปเดี๋ยวก็มาอีก และเราต้องทําตัวเป็นภูเขาทอง 

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งล่วงหน้าวันนี้ค่อนข้างที่จะมีปัญหา กังวลว่าจะกระทบฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และไม่กังวลว่าเสียงจะตกหล่น เพราะประชาชน เข้าถึงและเข้าใจว่าจะเลือกตั้งอย่างไร พรรคภูมิใจไทย จับได้เบอร์ 37 และไม่เคยมีใครเข้ามาถามว่าคุณเบอร์อะไร ทุกคนที่เข้ามาหาก็บอกว่าเบอร์ 37 ทันที ก่อนหน้านี้ตนเคยกังวลเรื่องนี้ แต่เจอปรากฏการณ์แบบนี้ก็ไม่กังวลแล้ว 

เมื่อถามว่า กังวลเรื่องการซื้อเสียงหรือไม่ เนื่องจากตอนนี้มีเรื่องนี้ผุดขึ้นมา นายอนุทิน ตอบว่า ไม่กังวล ทุกคนก็พยายามพูดสาดโคลนและป้ายสี เป็นเรื่องธรรมดาของสัปดาห์สุดท้าย เรื่องของผู้ที่คิดว่าตัวเองไม่สามารถเอาชนะได้ 

เมื่อถามว่า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยโจมตีนายอนุทินว่า วิ่งราวชาติ ไปรักอยู่พรรคเดียว นายอนุทิน ตอบว่า เมื่อวานตนให้สัมภาษณ์ไปแล้ว เรื่องนี้ตนชี้แจงไปแล้ว แต่ถ้าจะให้อธิบาย แต่ละพรรคก็มีวัฒนธรรม มีแนวทางไม่เหมือนกัน ของเขาก็มีวัฒนธรรมแบบนั้น 

ศุภชัย จ่อฟ้อง ษัษฐรัมย์ ใส่ร้ายโยงคนภูมิใจไทย ต้นตอทุจริตประกันสังคม

ศุภชัย จ่อฟ้อง ษัษฐรัมย์ ใส่ร้ายโยงคนภูมิใจไทย ต้นตอทุจริตประกันสังคม

ศุภชัย จ่อฟ้อง ษัษฐรัมย์ ใส่ร้ายโยงคนภูมิใจไทย ต้นตอทุจริตประกันสังคม

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.51 น.

‘ศุภชัย’ จ่อดำเนินคดี ‘ษัษฐรัมย์’ ใส่ร้ายเท็จอ้างลามโยง ‘คนภูมิใจไทย’ ต้นตอปัญหา ‘ทุจริตประกันสังคม’

1 กุมภาพันธ์ 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร ผูัสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีมีข่าวที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ โดย นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ที่เป็นกรรมการประกันสังคมในสัดส่วนของผู้ประกันตน และเคยเป็นผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ออกมาระบุ ถ้าอยากหาแสง หาความนิยมทางการเมืองสัปดาห์สุดท้ายนี้ สู้ไปจัดการปัญหาทุจริตภายในประกันสังคมที่มีคนในพรรคภูมิใจไทยต้นตอ หรือไม่ก็ใช้อำนาจของตัวเองในฐานะรัฐบาลจัดการศูนย์เลือกตั้งว่า การที่กล่าวอ้างว่าปัญหาทุจริตภายในประกันสังคมที่มีคนภายในพรรคภูมิใจไทยเป็นต้นตอ ถือเป็นการใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จต่อพรรคภูมิใจไทย ซึ่งฝ่ายกฎหมายของพรรค จะพิจารณาดำเนินคดีกับนายษัษฐรัมย์ ในเรื่องนี้ต่อไป

ศุภชัย ยัน ภูมิใจไทย ปลูกสร้างค่านิยมรักชาติ ไม่ใช่แค่วาทกรรมช่วงหาเสียง

ศุภชัย ยัน ภูมิใจไทย ปลูกสร้างค่านิยมรักชาติ ไม่ใช่แค่วาทกรรมช่วงหาเสียง

ศุภชัย ยัน ภูมิใจไทย ปลูกสร้างค่านิยมรักชาติ ไม่ใช่แค่วาทกรรมช่วงหาเสียง

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.41 น.

‘ศุภชัย’ ยัน ‘ภูมิใจไทย’ ปลูกสร้างค่านิยมรักชาติ ไม่ใช่แค่ ‘วาทกรรม’ ช่วง ‘หาเสียงเลือกตั้ง’

1 กุมภาพันธ์ 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร ผูัสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ช่วงนี้มีวาทกรรมเรื่องความรักชาติ กลายเป็นประเด็นช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยไม่เคยกล่าวหาพรรคใดเลย ว่าไม่รักชาติ พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ปลุกกระแสรักชาติแต่ส่งเสริม ปลุกจิตสำนึกความรักชาติให้กับคนไทย มีเพียง 2 พรรคการเมืองเท่านั้นที่รู้สึกเดือดร้อน ทั้งที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่เคยเอ่ยชื่อพรรคการเมืองใดเลย 

“ในโลกที่มีการแข่งขันและการข้ามผ่านของวัฒนธรรมหลายเชื้อชาติ ความรักชาติ และ ชาตินิยม เป็นค่านิยมและคุณธรรมที่คนไทยพึงมี และรักษารากเหง้าของคนไทยสืบทอดไปยังรุ่นต่อไป พรรคภูมิใจไทยรณรงค์ปลูกฝังสร้างค่านิยม รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์มาโดยตลอด ไม่ใช่พึ่งมาทำในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง และยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยเราจะทำต่อไป เราจะไม่ตอบโต้ใคร แต่จะย้ำจุดยืนของพรรคให้ประชาชน ได้พิจารณาประกอบการตัดสินใจ ยืนยันว่าสิ่งที่เราได้แสดงออกความรักชาติตามแบบวิถีทางของภูมิใจไทยที่ทำมาอาจจะมีความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น ที่มีวิธีการแสดงออกเรื่องความรักชาติที่อย่างไรประชาชนก็ต้องเห็น” นายศุภชัย กล่าว

เซอร์ไพรส์กลางเมืองคอน อ.เจษฎ์ ทักทาย พิธา โชว์มิตรภาพต่างพรรค ชี้ทุกฝ่ายควรมองบวก

เซอร์ไพรส์กลางเมืองคอน อ.เจษฎ์ ทักทาย พิธา โชว์มิตรภาพต่างพรรค ชี้ทุกฝ่ายควรมองบวก

เซอร์ไพรส์กลางเมืองคอน อ.เจษฎ์ ทักทาย พิธา โชว์มิตรภาพต่างพรรค ชี้ทุกฝ่ายควรมองบวก

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.05 น.

เซอร์ไพรส์กลางเมืองคอน “อ.เจษฎ์” ทักทาย “พิธา” กลางวงล้อมแฟนคลับ โชว์มิตรภาพต่างพรรค  ชี้ ทุกฝ่ายควรมองบวก รักชาติร่วมกัน-อย่าทำบ้านเมืองแตกแยก พร้อมชม FC ส้มน่ารัก เชื่อ ทุกคนรักชาติ 

1 ก.พ.69 เวลา 16.00 น. บรรยากาศการหาเสียงที่จังหวัดนครศรีธรรมราชกลับมาคึกคักและเป็นที่จับตามองอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุการณ์สุดเซอร์ไพรส์ ที่บริเวณร้านกาแฟชื่อดัง ‘โกปี๊ คิวคูตอน’ เมื่อ นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรครักชาติ ได้พบกับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน โดยบังเอิญ ในขณะที่นายพิธา กำลังอยู่ระหว่างภารกิจลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวใต้ ทันทีที่ นายเจษฎ์ เห็นนายพิธา ท่ามกลางวงล้อมของแฟนคลับจำนวนมากที่มารอให้กำลังใจ นายเจษฎ์ ก็ได้แสดงสปิริตทางการเมืองเข้าไปทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สร้างความตื่นเต้นและเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนคลับพรรคประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก 

บรรยากาศเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง นายเจษฏ์ ก็ทักทาย และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกัน โดยมีเหล่าแฟนคลับต่างพากันเข้ามาขอถ่ายภาพกับทั้งสองนักการเมืองด้วยความประทับใจ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเห็นถึงสปิริตของนักการเมือง โดยมีแฟนคลับของพรรคประชาชน เข้ามาขอถ่ายรูป กับนายเจษฎ์ กันอย่างคึกคัก ซึ่งหลายคนก็ไม่คิดว่าจะเจอนายเจษฎ์ที่นี่ ซึ่งอาจารย์และทีมพรรครักชาติ ได้แวะมาทาน กาแฟและชาที่ร้านโกปี๊ คิวคูตอน

ทั้งนี้ นายจษฎ์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางมาพบปะพี่น้องประชาชนที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยได้ไป วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อกราบสักการะพระบรมธาตุ ก่อนเดินทางผ่านร้านกาแฟชื่อดังในพื้นที่และได้พบกับบรรยากาศของผู้สนับสนุน พรรคประชาชน ที่มารวมตัวกันจำนวนมาก ผู้สนับสนุนพรรคประชาชนน่ารักมาก มีท่าทีเป็นมิตรและบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก จึงได้เข้าไปสังเกตการณ์และพบว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน กำลังพูดคุย และถ่ายภาพร่วมกับประชาชนกันอยู่

นายเจษฎ์ กล่าวว่า นี่คือบรรยากาศของการที่พี่น้องประชาชนจะไปช่วยกันบริหารราชการแผ่นดิน ช่วยกันปกครองบ้านเมือง เราต้องคิดในทางดี คิดในทางบวกร่วมกัน เราต้องรักชาติและร่วมกันพัฒนาชาติ ตั้งมั่นในสถาบันหลักของบ้านเมือง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ส่งเสริมความรักชาติ ทุก ๆ คนรักชาติเหมือนกัน เราเห็นบรรดาคนที่เป็นแฟนคลับของพรรคประชาชนโอภาปราศรัย อยากช่วยกันพัฒนาบ้านเมือง นี่คือบรรยากาศที่อยากเห็น อย่าไปแยกว่านี่คือพวกรักชาติ นี่คือพวกไม่รักชาติ แล้วก็มองกันในทางบวก สิ่งที่รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของบ้านเมืองมาจนถึงทุกวันนี้ ก็คือความรักชาติ รักในสิ่งที่บรรพชนเราหวงแหนมาจนถึงวันนี้ เราเห็นต่างกันได้ครับ 

“เราคิดไม่เหมือนกันได้ครับ แต่อย่าพากันทำบ้านเมืองแตกแยก อย่าใช้สถานการณ์ทำให้ทุกฝักทุกฝ่ายกลายเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน วันนี้ไม่รบกันเองครับ” นายเจษฎ์ กล่าว

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติยังกล่าวอีกด้วยว่าเราต้องต่อสู้กับกัมพูชา เราต้องต่อสู้กับบรรดาประเทศที่รายล้อมเรา และคิดไม่ดีต่อเรา เราต้องต่อสู้กับประเทศที่อยู่ไกล และกำลังคิดไม่ซื่อ สงครามในวันข้างหน้าไม่ใช่สงครามรบกันเอง เป็นสงครามระดับภูมิภาค สงครามระดับโลกที่เราต้องสามัคคีกัน ไม่ว่าจะสีอะไรต้องจับมือร่วมกัน เราก็เป็นไทยด้วยกัน รักชาติเหมือนกัน ช่วยกันพัฒนาบ้านเมือง

ใครให้เงินอย่าไปเลือก สุรเดชปลุกกระแสคนไทยต้านซื้อเสียง ท้า กกต. โชว์ผลงานจับคนผิด

ใครให้เงินอย่าไปเลือก สุรเดชปลุกกระแสคนไทยต้านซื้อเสียง ท้า กกต. โชว์ผลงานจับคนผิด

ใครให้เงินอย่าไปเลือก สุรเดชปลุกกระแสคนไทยต้านซื้อเสียง ท้า กกต. โชว์ผลงานจับคนผิด

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.46 น.

‘สุรเดช’ ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เผยประชาชนออกมาใช้สิทธิคึกคัก ชี้เป็นสัญญานดีที่อยากเห็นรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศแบบยาวๆ มีเสถียรภาพ ให้เศรษฐกิจดีต่อเนื่อง แนะกกต.คุมซื้อสิทธิขายเสียงเข้มข้น หวั่น’สแกมเมอร์’  แทรกซึมเป็นนายทุนพรรคการเมืองแจกเงินชาวบ้าน แล้วถอนทุนคืน แซะ ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’สักครั้ง หลังสะพัดมีการถอนเงินสดจากธนาคารนับร้อยล้าน เบรคประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนกไม่มีการเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้จากปัญหาไทย-เขมร ขอเตรียมพร้อมใช้สิทธิตัวเองก่อน แต่หากเกิดอุบัติเหตุจริง ก็ถือว่า ‘สุดวิสัย’ คาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้  รอกกต. พิจารณา เลือกตั้งได้หรือไม่ 

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและ อดีตสว.และสส.จากการเลือกตั้ง เปิดเผยภายหลังออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันนี้(1 ก.พ.)ว่า วันนี้ ตนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแถวถนนสุขุมวิท ซึ่งบรรยากาศดูแล้วคึกคักมาก มีประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประชาชนคนไทยตื่นตัวมากขึ้น ในการที่จะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่มีประชาชนออกไปใช้สิทธิจำนวนมาก น่าจะสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของประชาชนที่อยากจะเห็นรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศหรือไม่ นายสุรเดช กล่าวว่า ตนคิดว่าขณะนี้ประชาชนอยากเห็นรัฐบาลใหม่ที่สามารถเข้ามาทำงานแบบยาวนานหน่อย เพราะที่ผ่านมารัฐบาลทำงานในระยะเวลาที่สั้นมาก ซึ่งการเมืองจะมีผลต่อชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกสาขาอาชีพไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจหรือคนทำงานทั่วไป ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนอยากได้จากพรรคการเมืองก็คือนโยบายที่ยั่งยืน จับต้องได้ และยาวนานหน่อย ไม่ใช่เปลี่ยนไป เปลี่ยนมา พอเปลี่ยนขั้ว ก็เปลี่ยนนโยบาย ตนจึงคิดว่าประชาชนคาดหวังอยากให้รัฐบาลที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ได้อยู่ยาวและมีเสถียรภาพ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเลือกพรรคไหน แต่ส่วนตัวคิดว่าพรรคใหญ่อาจจะได้เปรียบพรรคเล็ก แต่ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละพรรคด้วยว่าเป็นนโยบายที่จับต้องได้หรือไม่ และเป็นนโยบายที่จะเป็นรูปธรรมได้จริงหรือไม่ ดังนั้นใครที่มาเป็นรัฐบาลก็จะต้องทำให้ได้ เพราะถ้าทำไม่ได้ก็ถือว่าเป็นการผิดสัญญากับประชาชน

นายสุรเดช กล่าวว่าขณะนี้สิ่งที่ตนเป็นห่วงมากก็คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ซึ่งถือเป็นองค์กรที่สำคัญมากในระบอบประชาธิปไตย ที่จะต้องตรวจสอบการทุจริตซื้อสิทธิ ขายเสียง ดังนั้นการทำงานจะต้องเข้มข้น และต้องจับคนทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมาลงโทษให้ได้ โดยเฉพาะพวกที่ซื้อสิทธิขายเสียงทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนซื้อหรือคนขาย ต้องลงโทษทั้งคู่ซึ่งมีกฎหมายอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมา รู้สึกว่ากกต.ไม่สามารถจับคนซื้อสิทธิ ขายเสียงได้เลย ทำให้เสียงบประมาณแผ่นดินโดยเปล่าประโยชน์  ผู้สื่อข่าวถามว่าดังนั้นครั้งนี้จึงน่าจะเป็นความท้าทายการทำหน้าที่ของกกต.ในการที่จะจับคนที่ซื้อสิทธิ ขายเสียงให้ได้ หรือต้องเชือดไก่ให้ลิงดูสักครั้งหนึ่งหรือไม่ นายสุรเดช กล่าวว่า ตนเองก็คาดหวังเช่นนั้นเหมือนกัน เพราะตั้งแต่ที่ตนเป็นสว.และสส.อยู่ในสภามา 10 กว่าปี ตอนเป็นสว. ก็แต่งตั้งองค์กรอิสระหลายองค์กร และเราก็ตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระด้วยความเข้มข้น เพราะเราต้องการเห็นประเทศชาติได้รับการพัฒนาแบบก้าวกระโดด ถ้าเราได้คนที่เก่ง ที่ดี มีอุดมการณ์เข้ามาในสภาเยอะๆ ประเทศชาติก็จะเจริญรุ่งเรือง ผู้แทนของประชาชนก็จะเป็นผู้แทนที่แท้จริงที่จะสามารถเข้ามาแก้ปัญหาปากท้อง ช่วยเหลือประชาชนได้ เพราะคนเหล่านี้จะต้องเสียสละตัวเองพอสมควร และต้องมีองค์ความรู้ มีประสบการณ์และทุ่มเทให้กับประชาชน แต่ถ้าเราได้คนที่ทุจริตคอรัปชั่น ซื้อเสียงเข้ามา ก็จะเข้ามาถอนทุนคืน ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรชาติบ้านเมืองและประชาชนเลย แถมยังผลาญงบประมาณแผ่นดินอย่างไม่สิ้นสุด ดังนั้นจึงอยากสื่อไปถึงประชาชนทุกคนว่า ‘ขอเถอะ อย่าไปรับเงินคนเหล่านี้เลย ถ้ารับก็อย่าไปลงคะแนนให้เขา ซึ่งไม่ผิดอะไร เพราะถือว่าเขาให้ด้วยความเสน่หา แต่ถ้ารับเงินเขาแล้วไปลงคะแนนให้เขา แล้วถูกจับได้ ตรงนี้จะมีความผิดแน่นอน ดังนั้นจึงอยากบอกประชาชนว่าขอให้ตื่นตัว และทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ดี ใครให้เงินอย่าไปเลือก ขอให้เลือกคนที่ไม่ให้เงิน  เลือกคนที่มาหาเสียงด้วยความสุจริตและด้วยความตั้งใจจริง ตนอยากให้สนับสนุนคนเหล่านั้น

‘ส่วนตัวคิดว่า กกต.เป็นกลไกที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง หรือรุ่งริ่ง ตอนนี้สิ่งที่น่าห่วงที่สุดก็คือเรื่องของ สแกมเมอร์ ซึ่งการซื้อสิทธิ ขายเสียง อาจมีสแกมเมอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยอาจเข้ามาเป็นนายทุนให้กับพรรคการเมือง  มาอัดฉีดเงินอย่างเต็มที่ ทำให้เงินสะพัดลงไปในพื้นที่ต่างๆ ส่วนประชาชนที่ไม่รู้ ไปรับเงินเขา แล้วตัดสินใจเลือกพรรคเหล่านั้น ซึ่งถ้าคิดอย่างนี้บ้านเมืองจบเห่แน่นอน เพราะพวกสแกมเมอร์เหล่านี้ถูกรัฐบาลที่ผ่านมากดดันอย่างหนัก และต้องตอบโต้เราแน่นอน ด้วยการเข้ามาแทรกแซงการเมืองไทย’

นายสุรเดช กล่าวว่าในส่วนของ กกต. ก็คงจะต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่โดยเฉพาะล่าสุดที่มีข่าวว่ามีการไปเบิกเงินสดจากธนาคารนับ 100 ล้านบาท ดังนั้นในช่วงนี้กกต.ยิ่งต้องเคลื่อนไหวเพราะไม่เช่นนั้น กกต.อาจจะโดนข้อหา ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 เพราะประชาชนสามารถเข้าชื่อร้องเรียนได้ อย่าคิดว่าเป็นองค์กรอิสระแล้วจะทำอะไรตามอิสระของตัวเองได้  จะคิดอย่างนั้นไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีความกังวลว่าอาจจะไม่มีการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. จากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นายสุรเดช กล่าวว่า ส่วนตัวอยากแนะนำประชาชนให้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และให้เต็มที่ ยังไม่ต้องไปคำนึงถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แม้แต่กกต.เองก็ต้องทำตามหน้าที่ของตัวเองตามกฎหมายในฐานะเป็นผู้ดูแลการเลือกตั้งให้ดีที่สุด แต่หากมันจะมีอุบัติเหตุที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ขึ้นจริงๆ ก็เป็นเรื่องที่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ที่เกินความคาดหมาย ก็ต้องถือว่าทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือกกต.แต่ตอนนี้อย่าพึ่งไปตื่นตระหนกหรือไปทึกทักว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถไปคาดการณ์ได้หรือคาดเดาได้ว่าจะเกิดหรือไม่เกิด แม้ว่าเราไม่อยากให้เกิดก็ตาม แต่ส่วนตัวคิดว่ามาถึงขนาดนี้แนวโน้มไม่น่าที่จะมีปัญหาอะไร น่าจะสามารถเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ได้ อย่างไรก็ตามตอนนี้ กกต. ควรให้ความสำคัญกับ 7 จังหวัดในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา มากเป็นพิเศษ โดยกกต.กลางจะต้องสั่งการหรือกำชับกกต.จังหวัดเหล่านั้นให้เข้มงวดในพื้นที่ โดยไปทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจก่อน  และถ้าจะเกิดเหตุการณ์สู้รบขึ้นจริง ก็ค่อยมาพิจารณากันอีกที

‘ยศชนัน’ อ้อนคนแปดริ้วเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด ชูเพิ่มมูลค่ามะพร้าว-ผลไม้

‘ยศชนัน’ อ้อนคนแปดริ้วเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด ชูเพิ่มมูลค่ามะพร้าว-ผลไม้

‘ยศชนัน’ อ้อนคนแปดริ้วเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด ชูเพิ่มมูลค่ามะพร้าว-ผลไม้

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.25 น.

‘ยศชนัน’ อ้อนคนแปดริ้วเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด ชูเพิ่มมูลค่ามะพร้าว-ผลไม้ สนับสนุนโฮมสเตย์ยกระดับการท่องเที่ยวเมืองรองเป็นเมืองหลัก พร้อมแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

วันที่ 1 ก.พ.69 เวลา 13.00 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง ที่ตลาดนัดวินเทจ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ช่วยหาเสียงนายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 เบอร์ 3 และนายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 3 เบอร์ 1

รวมถึงคณะพรรคเพื่อไทยที่มาช่วยหาเสียง ประกอบด้วย นางฐิติมา ฉายแสง ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 เบอร์ 2, นายพิทักษ์ จารุสมบัติ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 เบอร์ 1, นายคงกฤช หงษ์วิไล ผู้สมัคร สส.ปราจีนบุรี เขต 3 เบอร์ 1, นายรัฐชานนท์ คาดหมายดี ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 1 เบอร์ 3, นายภีมเดช อมรสุคนธ์ ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 2 เบอร์ 2, นายชัยณรงค์ สันทัสนะโชค ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 3 เบอร์ 1, นายพิเชษฐ์ โพธิสาร ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 4 เบอร์ 3, นายธนชัย วสุอนันต์กุล ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 5 เบอร์ 1, นายสุชาติ ตันเจริญ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย

โดยก่อนการขึ้นเวทีปราศรัย นายยศชนัน ได้พบกับชาวสวนมะพร้าว ที่มาร้องเรียนเรื่องราคามะพร้าวตกต่ำ และกลุ่มอาสาพิทักษ์ช้างป่า ขอให้ช่วยดูเรื่องการดูแลป้องกันช้างป่ารุกพื้นที่การเกษตร เสนอสานต่อการสร้างรั้วกั้นระหว่างป่าและพื้นที่การเกษตร และแหล่งท่องเที่ยวแบบซาฟารี 

นายยศชนัน กล่าวว่า ขอขอบคุณชาวแปดริ้วที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ตนได้รับพวงมาลัยลูกมะพร้าว ซึ่งพี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน จากราคาที่ตกต่ำจากปกติขายลูกละ 10 บาท ตอนนี้เหลือลูกละ 3-4 บาท เพราะราคาไปอ้างอิงกับประเทศจีน รวมถึงมีปัญหาเรื่องชลประทาน และศัตรูพืชที่ระบาดหนัก เราต้องแก้ไขทั้งระบบ โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าให้พ่อแม่พี่น้อง ซึ่งหลายชิ้นส่วนของมะพร้าวสามารถนำไปใช้ทำเป็นยาได้ ช่วยเพิ่มมูลค่าของมะพร้าวได้ 1,000 เท่า โดยจะเสริมให้ฉะเชิงเทราเป็นหมุดหมายเมืองแห่งอุตสาหกรรม และเทคโนโลยี 

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ในพื้นที่เขต 3 มีปัญหาเรื่องช้างป่าบุกรุก ทำลายพืชสวนไร่นา รวมถึงทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิต โดยนายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ได้เข้าไปผลักดันในสภาฯ ได้เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานและศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน ซึ่งได้มีการสร้างรั้วกั้นช้างไปแล้วกว่า 40 กม. พร้อมเยียวยาเกษตรกรที่ถูกรุกที่ชุมชน โดยพรรคเพื่อไทยจะสร้างรั้วต่อให้ครบ รวมถึงเราจะรักษาป่าให้อุดมสมบูรณ์ ช้างจะได้ไม่ออกมารุกพื้นที่เกษตรของชาวบ้าน

นายยศชนัน กล่าวถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัดว่า หลายคนมองว่าฉะเชิงเทราเป็นทางผ่าน เราจะทำให้นักท่องเที่ยวมาอยู่ที่นี่ทั้งอาทิตย์ หากเราเชื่อมโยง สวน หมู่บ้าน ตลาด วัด เข้าด้วยกัน เราสามารถทำเป็นโฮมสเตย์ได้ เพียงปรับปรุงเล็กน้อย โดยเป็นการเพิ่มช่องทางการขายสินค้าการเกษตรในโฮมสเตย์ได้ หรือในสถานที่ท่องเที่ยว เพิ่มมูลค่าสร้างความเจริญ พี่น้องจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นายยศชนัน กล่าวถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จะช่วยยกระดับชีวิตของประชาชน เช่น นโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% คูปองปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์, นโยบายล้างหนี้เพื่อคนไทย, นโยบายยิ่งกว่าพลัส รัฐออก 70% ประชาชนออก 30%, นโยบาย Smart City ด้วย AI For All, นโยบายแก้ปัญหาที่ดินทำกิน

“เราจะเติมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องชาวฉะเชิงเทรา วันที่ 8 กุมภา นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งแล้ว จะเป็นวันที่นำความหวัง ความฝันของพี่น้องประชาชนให้เป็นความจริง“ นายยศชนันกล่าว

ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน  ไม่มาถึงขนาดนี้ได้ เพราะหนู (นายอนุทิน) กินส้ม (พรรคประชาชน) หนูก็เลยเป็นราชสีห์ ส้มตกลงกับหนูว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญใน 4 เดือนแล้วยุบสภา แต่ว่าอยู่ได้เพียง 2 กว่า รัฐธรรมนูญก็ไม่แก้ และยุบสภาหนี เรียกว่าเป็น“ หนูต้มส้ม”

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยช่วงนี้หาเสียงแปลก ว่าพรรคท่านรักชาติ พรรคอื่นไม่รักชาติ ตนบอกว่าท่านนายกฯ ใจเย็นๆ อย่าหาเสียงแบบนี้ ใจคอท่านจะวิ่งราวชาติไปรักคนเดียวหรือไง ตยไม่เชื่อว่าจะมีพรรคใดเกลียดชาติ หรือต้องรักชาติแบบท่าน ที่เอาชาติไปครอบครอง เช่น เป็นเจ้าของเขากระโดง เป็นเจ้าของ สว. 

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทราของเราพูดชัดเจนว่าอยู่พรรคเพื่อไทย ไม่เหมือนกับผู้สมัครอีกพรรคที่ไม่กล้าพูดชื่อพรรคของตัวเอง ฉะนั้นต้องกาให้พรรคเพื่อไทยพรรคเดียวเป็นเหมือนสายน้ำบางปะกง ให้ชนะยกจังหวัดทั้ง 4 เขต

จากนั้น เวลา 15.00 น. นายยศชนันและคณะ เดินทางไปยัง ตลาดโรงสี อ.บางประกง จ.ฉะเชิงเทรา ช่วยผู้สมัครหาเสียง โดยมีประชาชนรอพบปะเป็นจำนวนมาก โดยมีประชาชนได้มอบพวงมาลัยมะม่วง ที่ติดหมายเลข 9 ไว้ด้วย

ทนายไพศาล ร้อง กกต. ชื่อหายจากบอร์ด พบรูปพรรคอื่นปิดทับ ฉะจนท.ให้ข้อมูลเท็จ

ทนายไพศาล ร้อง กกต. ชื่อหายจากบอร์ด พบรูปพรรคอื่นปิดทับ ฉะจนท.ให้ข้อมูลเท็จ

ทนายไพศาล ร้อง กกต. ชื่อหายจากบอร์ด พบรูปพรรคอื่นปิดทับ ฉะจนท.ให้ข้อมูลเท็จ

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.17 น.

เป็นงง!! “ทนายไพศาล” เดือด โพสต์จี้ กกต. หลังชื่อ หายจากบอร์ดรายชื่อผู้สมัคร เขต 1 ระยอง พบใช้แม็กเย็บติดหน้าผู้สมัครพรรคอื่นทับ  ลั่น ไม่เคยถูกตัดสิทธิ์ !  โวย จทน.หน้าหน่วยทำประชาชนสับสน

1 ก.พ.69 เวลา 13.35 น. นายไพศาล  เรืองฤทธิ์  ผู้สมัคร สส.จ.ระยอง เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถามไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หลังมีผู้ใช้สิทธิ์ เลือกตั้งล่วงหน้า ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 52 บริเวณบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ศูนย์โทรคมนาคม นนทบุรี แจ้งพบปัญหา ว่ามีการนำภาพผู้สมัครจากพรรคอื่นปิดทับหน้าของตนเอง และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งให้คำตอบว่า นายไพศาล ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้งไปแล้ว 

โดย นายไพศาล ได้โพสต์ภาพหลักฐาน พร้อมระบุข้อความ ว่า “กกต.ว่ายังไง ชี้แจงด้วยครับ มีภาพผู้สมัครพรรคอื่นปิดทับหน้าผม คล้ายตั้งใจให้ประชาชนสับสน ผู้ใช้สิทธิ์ถามทางหน่วยเลือกตั้งได้คำตอบว่า ทนายไพศาลถูกตัดสิทธิ์ ทั้งที่ผมไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์” 

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บัญชีรายชื่อผู้สมัคร ที่ติดบริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้ง ดังกล่าว มีการนำรูปผู้สมัครจากพรรคอื่น เบอร์เดียวกัน แต่เป็นผู้สมัครจากคนละเขต มาแปะทับหน้าของ นายไพศาล โดยใช้แม็กเย็บติด  โดยไม่ปรากฏชื่อของทนายไพศาลบนบอร์ดรายชื่อผู้สมัครแต่อย่างใด 

พิธา บุกหาดใหญ่ ลุยหาเสียงหนุน’หมอสุภัทร’ กาส้ม 2 ใบ

พิธา บุกหาดใหญ่ ลุยหาเสียงหนุน'หมอสุภัทร' กาส้ม 2 ใบ

พิธา บุกหาดใหญ่ ลุยหาเสียงหนุน’หมอสุภัทร’ กาส้ม 2 ใบ

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.21 น.

“พิธา” ขอชาวหาดใหญ่กาส้ม 2 ใบไม่ปันใจ ส่ง “หมอสุภัทร” เบอร์ 5 พร้อมทีมสงขลา 9 คน 9 เขต เข้าไปโหวต “เท้ง ณัฐพงษ์” เป็นนายกฯ ตั้งรัฐบาลประชาชนฟื้นฟูหาดใหญ่พัฒนาสงขลาไปด้วยกัน

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน เดินทางไปที่ จ.สงขลา เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 เบอร์ 5 พรรคประชาชน 

นายพิธา กล่าวว่าซาบซึ้งใจที่พี่น้องมารอต้อนรับ ทั้งที่แจ้งล่วงหน้าแค่วันเดียวว่าจะมาที่นี่ ตนมั่นใจในคุณหมอสุภัทรในฐานะนักบริหารที่คิดเป็นระบบ ทำงานเป็นระบบ เชื่อมั่นว่าเมื่อได้เป็น สส. จะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการซับน้ำตาพี่น้องหาดใหญ่และชาวสงขลาเหมือนที่คุณหมอรักษาคนเจ็บคนไข้มาตลอดกว่า 30 ปี

ผมเห็นใจและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพราะเราเคยผ่านการถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองมาก่อน โดยเฉพาะในช่วงนาทีสำคัญ จากคู่ต่อสู้ทางการเมืองที่ใครๆ ก็รู้ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนชัดเจน ย้อนไปช่วงโควิดเป็นช่วงวิกฤตของประเทศ ต้องมีคนกล้าหาญลุกขึ้นมาช่วยชีวิตผู้คน แม้ต้องเสี่ยงกับระบบราชการที่ไม่เอื้อต่อความเร่งด่วน คุณหมอสุภัทรคือหนึ่งในคนเหล่านั้น

ตนมั่นใจในทีมกฎหมายและทีมบริหารของรัฐบาลประชาชนที่จะเข้ามาเสริมทัพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ขอยืนยันกับพี่น้องชาวสงขลาว่ากาเบอร์ 5 หมอสุภัทร ได้อย่างสบายใจ ให้คุณหมอและผู้สมัคร สส. ของเราทั้ง 9 คน 9 เขตเข้าไปโหวต นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งรัฐบาลประชาชน พวกเราจะเดินหน้าแก้ไขระเบียบราชการ ให้ข้าราชการทำงานได้อย่างสบายใจ เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือการรับใช้ประชาชน 

นายพิธาทิ้งท้ายว่า เหลือเวลาอาทิตย์สุดท้าย ขอให้พรรคประชาชนเป็นคำตอบสุดท้ายของพี่น้องชาวหาดใหญ่ ของชาวสงขลา และของชาวใต้ 8 กุมภาพันธ์ กาส้ม 2 ใบส่งนายกฯ เท้งเข้าทำเนียบรัฐบาล ตั้งรัฐบาลประชาชน

รัชดาจี้เท้ง แจงปมให้แรงงานข้ามชาติเป็นบอร์ดปกส. ลั่นผู้นำตัวจริงต้องชัดเจน

รัชดาจี้เท้ง แจงปมให้แรงงานข้ามชาติเป็นบอร์ดปกส. ลั่นผู้นำตัวจริงต้องชัดเจน

รัชดาจี้เท้ง แจงปมให้แรงงานข้ามชาติเป็นบอร์ดปกส. ลั่นผู้นำตัวจริงต้องชัดเจน

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.15 น.

1 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า 

       บอกหัวหน้าเท้ง พรรคประชาชน ผู้นำตัวจริงต้องชัดเจน ไม่ใช่ปัดให้ไปดูเว็บไซต์ เมื่อหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า

       “เรื่องให้แรงงานข้ามชาติเป็นบอร์ดประกันสังคม ไม่มีในนโยบายพรรค 100% ให้ไปดูในเว็บไซต์พรรคได้”
จะปัดกันง่ายๆ แบบนี้จริงหรือ
ทั้งที่คำถามของสังคมวันนี้ ไม่ได้อยู่แค่ว่า เว็บไซต์พรรคเขียนอะไร แต่อยู่ที่นโยบายของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ซึ่งเปรียบเสมือนฝาแฝดทางการเมืองของพรรคประชาชน และถือกำเนิดจากผู้นำคนเดียวกัน คือ คุณ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งนโยบายของทีมประกันสังคมฯ ในข้อ 14 ระบุชัดถึงการ “ปรับเงื่อนไขให้แรงงานข้ามชาติมีสิทธิเลือกตั้งและสมัครเป็นบอร์ดประกันสังคม” ถูกใช้หาเสียงจริง และชนะการเลือกตั้งจริง

       เมื่อทั้งพรรคและทีมการเมืองถือกำเนิดจากผู้นำและการสนับสนุนชุดเดียวกัน เดินเคียงคู่กันทุกฝีก้าว สังคมย่อมคาดหวังคำอธิบายถึงความเกี่ยวข้องที่ดีกว่านี้ การตอบเพียงว่า

       1) “ไม่ใช่นโยบายพรรค”
จึงยังไม่ใช่คำอธิบายที่เพียงพอ ไม่พอที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจในความคิดของพรรคประชาชนว่าจะเอาอย่างไรแน่ เพราะที่ผ่านมามีอาการ “ไม่อยู่กับร่องกับรอย” เป็นระยะๆ แล้วประชาชนจะเชื่อมั่นได้อย่างไร

       2) การเชิญให้ประชาชนไปดูนโยบายในเว็บไซต์พรรค ไม่สามารถลบล้างสิ่งที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าใช้หาเสียงและอาจส่งผลต่อโครงสร้างประกันสังคมได้

       ดังนั้น หากไม่ได้เป็นเพราะถูกวิจารณ์จึงต้องออกมาปฏเสธ แต่มันไม่เกี่ยวข้องกันจริง พรรคควรตรวจสอบและชี้แจงให้ชัด ว่านโยบายดังกล่าวเป็นจุดยืนของใคร และทางพรรคคิดอย่างไร ที่สำคัญหัวหน้าพรรคประชาชนต้องยอมรับในสิทธิของสังคมต่อการตั้งคำถามและการเรียกร้องความชัดเจน ไม่ใช่ออกมาตอบโต้ข้อสงสัยด้วยการกล่าวหาว่าคนอื่นบิดเบือน เพราะนั่น “ไม่ใช่ท่าทีของผู้นำตัวจริง!”