ยุไอซ์อย่าถอย! เพิ่มสิทธิ์ต่างด้าว นั่งบอร์ดประกันสังคม

ยุไอซ์อย่าถอย! เพิ่มสิทธิ์ต่างด้าว นั่งบอร์ดประกันสังคม

ยุไอซ์อย่าถอย! เพิ่มสิทธิ์ต่างด้าว นั่งบอร์ดประกันสังคม

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.12 น.

สุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรท์วอชประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า 

” ไม่ควรถอย! ปีกแรงงานของ #พรรคส้ม มีนโยบายชัดเจนที่สนับสนุนให้แรงงานข้ามชาติมีสิทธิเลือกตั้ง และสมัครเป็นบอร์ดประกันสังคม (ดูนโยบายข้อ 14 ของ #ประกันสังคมก้าวหน้า https://thestandard.co/14-policies-from-progressive…/ และคำให้สัมภาษณ์ของแกนนำในหลายโอกาส) ซึ่งเป็นเรื่องดีที่จะยกระดับการปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติให้สอดคล้องกับหลักสากล แรงงานข้ามชาติมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และมีสถานะเป็นผู้ประกันตน แต่กลับถูกกีดกันด้อยสิทธิ … ขอแนะนำในฐานะกัลยณมิตรว่า #ไอซ์ และ #พรรคประชาชน @PPLEThai ควรปกป้องยืนยันหลักการสำคัญนี้อย่างหนักแน่น แทนที่จะปฏิเสธ และโบ้ยว่าเป็นเรื่องบิดเบือน ” 

ปชน.บุกน่าน ศิริกัญญา ขอประชาชนกาส้มทั้งสองใบเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง

ปชน.บุกน่าน ศิริกัญญา ขอประชาชนกาส้มทั้งสองใบเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง

ปชน.บุกน่าน ศิริกัญญา ขอประชาชนกาส้มทั้งสองใบเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.08 น.

คาราวานพรรคประชาชนบุกน่าน “ศิริกัญญา” ขอประชาชนกาส้มทั้งสองใบ กาเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง อย่าเชื่อข่าวปลอม และอย่าทนกับการทำงานผิดพลาดซ้ำๆ ของ กตต. ด้าน “ชัยธวัช” ย้ำ ความนิยมที่พรรคได้รับตอนนี้ ไม่ใช่กระแสแต่คือศรัทธาจากประชาชน

1 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน พร้อมนายชัยธวัช ตุลาธน ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน ได้เดินทางมากับคาราวานหาเสียง สายเหนือฝั่งขวา สายกลิ่นกาสะลอง ของพรรคประชาชน โดยได้เดินทางมาช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส.จังหวัดน่าน ของพรรคประชาชน และได้มาปราศรัยที่เวทีปราศรัยใหญ่ในจังหวัดน่าน

โดยระหว่างการปราศรัย น.ส.ศิริกัญญา ได้กล่าวว่า การเลือกตั้งรอบนี้ต้องการทุกคะแนนเสียง ไม่มีปันใจให้พรรคอื่น เพราะพรรคประชาชนต้องการคะแนนเสียงให้มากที่สุด จากการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ในจังหวัดน่านหลายเขตนั้นถือว่าคะแนนสูสีมาก รอบนี้มาหาเสียงก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนในพื้นที่ว่าอยากได้รัฐบาลประชาชน

ในการเลือกตั้งรอบนี้ไม่มี สว. ที่ไหนจะมาเลือกนายกรัฐมนตรีอีกแล้ว แต่ก็มีบางกลุ่มที่คอยขัดขวาง มารุมกินโต๊ะพรรคประชาชน จึงต้องขอแรงชาวน่านและประชาชนทั่วประเทศช่วยส่งพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลพรรคเดียว นอกจากลงคะแนนเสียงให้พรรคประชาชนทั้ง 2 ใบแล้ว ก็ขอให้ช่วยหาเสียงให้กับพรรคประชาชนด้วย

ตนเชื่อว่าหากประชาชนไปช่วยหาเสียง ก็จะโดนตั้งคำถามหลายอย่างที่มาจากข่าวปลอม ซึ่งมีมาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 และ 2566 จนถึงการเลือกตั้งปัจจุบัน อย่างเรื่องการตัดบำนาญข้าราชการ ซึ่งไม่เคยเป็นนโยบายของพรรคประชาชนเลย และตนเองเป็นคนคอยทวงเบี้ยบำเหน็จบำนาญให้ทุกคนทุกปี และในช่วงหลังนี้ก็ยังมีกระแสโหนชาตินิยม อย่างเรื่องประกันสังคม ที่เราพยายามปกป้องเงินทุกบาททุกสตางค์ของทุกคน เพื่อให้สวัสดิการยังอยู่ถึงลูกถึงหลานของทุกคน แต่ก็ยังมีการกล่าวหาว่าพรรคประชาชนจะออกนโยบายให้แรงงานข้ามชาติมาเป็นบอร์ดประกันสังคม ซึ่งพรรคประชาชนก็ไม่เคยมีนโยบายดังกล่าว สามารถตรวจสอบในเว็บไซต์ได้ แม้แต่เรื่องท่ายืนเคารพธงชาติของหัวหน้าพรรค ก็โดนเอามาโจมตี ตนเชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจว่าการรักชาติไม่ได้อยู่ที่การยืนตรง แต่อยู่ที่การทำเพื่อประชาชนหรือไม่ เพราะว่าชาติคือประชาชน

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อไปว่า การที่ถูกรุมกินโต๊ะอย่างนี้ เพราะพรรคประชาชนถูกคาดการณ์ว่าจะคว้าชัยชนะจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่ชนะแค่ที่จังหวัดน่านเท่านั้น แต่จะชนะทั่วประเทศ นอกจากข่าวปลอมที่มีอยู่เต็มไปหมด หากมีคนพูดถากถางน้ำใจว่าเลือกแล้วไม่เห็นจะได้เป็นรัฐบาลเลย ก็ให้ประกาศได้เลยว่าถ้าชนะครั้งนี้ก็จะได้เป็นรัฐบาลเลย เพราะไม่มี สว. มาร่วมโหวตนายกฯ แล้ว หากไม่มี สว. ในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2566 วันนี้นายกฯ ก็ชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แล้ว และวันนี้ถ้าชนะการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยก็จะชื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บางคนก็พูดว่าชนะเลือกตั้งไปแล้วเขาจะยอมให้เป็นรัฐบาลหรือไม่ เราก็ต้องถามกลับว่า แล้วเราจะยอมให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่เคารพเสียงของประชาชนหรือไม่

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวปิดท้ายว่า ขอให้ประชาชนกาส้มทั้งสองใบ และกาเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ไขกติกาที่ไม่เป็นธรรม อย่างการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันนี้ ตนเชื่อว่าประชาชนคงได้เห็นการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ผิดพลาด โดยเฉพาะที่มีผลเสียหายกับพรรคประชาชนและผู้สมัคร หากประชาชนเห็นเช่นนี้แล้วไม่พอใจ ก็ขอให้กาเห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพื่อให้สามารถถอดถอนองค์กรอิสระได้

8 กุมภาพันธ์นี้ ประชาชนจะเป็นคนที่ขีดเขียนอนาคตด้วยอำนาจของตัวเองว่าอยากให้อนาคตเป็นแบบไหน ระหว่างรัฐบาลสีน้ำเงินที่อยู่แบบเดิม หรือรัฐบาลสีส้มเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมไปด้วยกัน

ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ได้กล่าวปราศรัยว่า ตนยืนยันว่าการที่ พรรคประชาชนมาเป็นอันดับหนึ่งไม่ใช่เพราะกระแส แต่เพราะได้พิสูจน์ตัวเองมาตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล จนมาเป็นพรรคประชาชน ว่าสามารถยกระดับคุณภาพการทำงานการเมืองให้กับประเทศ และเป็นพรรคการเมืองที่ซื่อตรงกับประชาชนไม่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่กระแสแต่แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยสามารถเปลี่ยนแปลงได้จนพี่น้องประชาชนยอมรับและเป็นส่วนหนึ่งกับพรรคประชาชนมากขึ้น 

ทั้งนี้นายชัยธวัช ขอให้ประชาชนมั่นใจในผู้สมัครของจังหวัดน่านทั้งสามเขตว่าจะสามารถเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ในจังหวัดน่านได้อย่างแน่นอน และตนเชื่อว่าน่านจะเป็นส่วนหนึ่งของพลังสีส้มที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง ให้เกิดขึ้นกับสังคมไทยได้ ขอสัปดาห์สุดท้ายประชาชนช่วยกันเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่พวกเขาปฏิเสธไม่ได้ และชวนสร้างชาติที่คือประชาชนไปด้วยกัน ด้วยการเลือกพรรคประชาชนเพื่อให้ไปรัฐบาลสีส้ม เพราะหากไม่เลือกจะได้รัฐบาลสีน้ำเงินแน่นอน

แห่ฟังล้นเวที! จูรี​ ปราศรัยใหญ่​ เมืองคอน​ ขอโทษประชาชนแทนปชป.ในอดีต

แห่ฟังล้นเวที! จูรี​ ปราศรัยใหญ่​ เมืองคอน​ ขอโทษประชาชนแทนปชป.ในอดีต

แห่ฟังล้นเวที! จูรี​ ปราศรัยใหญ่​ เมืองคอน​ ขอโทษประชาชนแทนปชป.ในอดีต

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.57 น.

แห่ฟังปชป.ล้นเวที! “จูรี​” ปราศรัยใหญ่​ เมืองคอน​ ขอโทษประชาชนแทนปชป.ในอดีต​ ขอเริ่มกันใหม่​ เรามาดีกันนะ เปรียบเลือกตั้งให้เหมือนเล่นไพ่​ ลุ้น​ 2 กับ​ 7 ได้ป็อก​ 9 กินเจ้า​ ถ้าออก​ 3 กับ ​7 หรือ ​4 กับ​ 6 ก็บอด​  ขอปชช.​ ร่วมกัน​ “ปฏิบัติการฟ้าคืนใต้” ขณะที่ “สาทิตย์​” ขอให้กอบกู้ศักดิ์​ศรีคนใต้​ จับมือให้แน่น​จัดตั้งรัฐบาล

1 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 19.40 น. ประชาธิปัตย์ เปิด เวทีปราศรัยใหญ่ ณ ลานจอดรถหน้าห้างโรบินสันโอเชี่ยน อำเภอเมือง จ.นครศรีธรรมราช นำโดยนาย​อภิสิทธิ์​ เวชชาชีวะ​ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคน​ดิ​เดต​นายก​รัฐมนตรี​ นายชัยชนะ​ เดชเดโช​ รองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลพื้นที่ ภาคใต้ นายสาทิตย์​ วงศ์​หนอง​เตย​  รองหัวหน้าพรรคฯ นายจูรี​ นุ่นแก้ว​ รองหัวหน้าพรรคฯ และผู้สมัครสส.เขต2 สงขลา โดยเปิดเวทีด้วยการเริ่มปราศรัยจากผู้สมัครทั้ง​ 9  เขต​ ท่ามกลางประชาชนมารอรับฟังการปราศรัยแน่นพื้นที่​ และล้นกว่าที่จัดเตรียมไว้​ 

โดยนายจูรี กล่าวปราศรัยโดยเริ่มเปิดเวทีด้วยการแซวบรรดาแฟนคลับ ว่า​ อะไรหรอ​ เก็บดอกไม้ไว้ให้นายอภิสิทธิ์บ้าง​ ฉันพอแล้ว ดอกกุหลาบให้เอาหนามออกบ้างบาดมือหมดแล้ว​ กว่าจะได้รับดอกไม้เสร็จ นายอภิสิทธิ์ขึ้นตี 3​ แน่

นายจูรี​ กล่าวว่า​ ภาพเหล่านี้ไม่ได้เห็นมานานมากแล้ว แสดงว่าเป็นสัญญาณที่จะบอกว่า อาจจะรับเงินเทามากาสีฟ้าก็เป็นได้​ ไม่ว่าชื่อจะอยู่ที่ไหน แต่ให้จำไว้ว่ามืออยู่ที่เรา ขอพูดกันให้เข้าใจก่อนว่าวันที่ 8 ก.พ.นี้ ขอให้มั่นคงเด็ดเดี่ยว อย่าไขว้เขว ไม่ว่าจะถูกใบอะไรก็ตามแต่ 

นายจูรี​ กล่าวว่า​ รู้หรือไม่เรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์เราไม่ได้สู้กับอะไรทั้งสิ้น แต่เราสู้กับสีเทาอย่างเดียว เพราะฉะนั้นสำคัญ คือความมุ่งมั่นของจิตใจประชาชน​ ไม่ใช่ไปถึงบ้านแบงค์เทาไปเหน็บไว้แล้วเงียบ​ วันนี้เป็นปฏิบัติการฟ้าคืนใต้​ เงินที่มาให้เป็นเงินที่โกงคนไทยไปทั้งนั้น​ เงินที่มาจากการที่ประชาชนเป็นสแกมเมอร์ ก็ถูกเอามาแตกเป็นใบละ 500 บาท​ แจกกลับคืนมา​ ถ้าเกิดว่ายังเลือกแสดงว่าร่วมกันคดโกง แต่ถ้าเป็นการปราบสแกมเมอร์ให้หยิบ 500 บาท แล้วหนีไปเลย​ ครั้งนี้สีฟ้าจะต้องล้มสีเทาให้ได้

“เมื่อก่อนนครศรีธรรมราชฟ้าทั้งฝืน​ แต่ 6 ปีที่ผ่านมา ตีกันบ้าง​ โกรธกันมั่ง​ ไม่สบายใจกันบ้าง​ ตามประสาผัวเมีย​ที่รักกันมานาน แล้วก็ปันใจไปสีอื่น แต่ก่อนเรารักกันมา 80 ปี เรารักกันบ้าง​ ด่ากันบ้าง​ งอนกันบ้าง​ ก็ไม่เป็นไร แต่ 6 ปีลองอยู่กับผัวอื่น ทั้งตบ​ ทั้งต่อย ทั้งโกง​ ทั้งขโมยเงินในกระเป๋า​ สุดท้ายวันนี้กลับมาง้อ​ ในอดีตที่ผ่านมาอาจจะทำให้ไม่สบายใจบ้าง กระทบกระทั่งกันบ้าง ให้อภัยกันได้หรือไม่ ถ้ารู้สึกว่าไม่สบายใจ ผมในนามของคนรุ่นใหม่ในนามประชาธิปัตย์ การกระทำในอดีต ขอกราบขอโทษพี่น้องตรงนี้​ ขอให้เข้าใจความตั้งใจดีของพวกเรา​” ก่อนนายจูรีชูนิ้วก้อย​ไปยังด้านหน้ากองเขียร์  พร้อมกล่าวว่า​”เขามาง้อตัวเองแล้วนะ”นายจูรี กล่าว

นายจูรี กล่าวต่อว่า ยุทธการกินเจ้ามือที่เปรียบเหมือนการเล่นไพ่ป๊อก9 ​ ค่อยๆลุ่น​ ออก​ 2 มาแล้วตาม​ด้วย​ 7 เป็นป๊อก​ 9 แต่ถ้าหยิบมาเป็น​ 3 กับ​ 7 และ​ 4 กับ​ 6  แปลว่าบอด  เจ้าก็เจ๊ง​ ดังนั้นพวกเราต้องสั่งสอนให้เจ้าเจ๊ง

ด้านนายสาทิตย์​ กล่าวว่า วันนี้ตนใส่เสื้อมาที่สกรีนด้านหลัง​ “ไม่เท่ แหลงไรแล้ว” ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ตนจะมาชวนคนภาคใต้ตั้งรัฐบาล การเมืองภาคใต้เหมือนถูกเฉือน​ ถูกดึง​พรรคการเมืองอื่นเข้ามาแทรกแซง​ เคยมีบางพรรคการเมืองพยายามเข้ามาต่อสู้แย่งชิงในพื้นที่ภาคใต้ในเวลานั้นคือพรรคไทยรักไทย แต่ด้วยความที่ติดตามการเมืองอย่างใกล้ชิดก็รู้ผู้นำของพรรค มีการทุจริตเชิงนโยบาย จึงมีการลุกขึ้นต่อสู้ในสภ 

”ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องเป็นการกู้ศักดิ์ศรีคนใต้​ ที่เป็นการเมืองอุดมการณ์​ ไม่เอาทุนเทา​ หากจับมือกันชัดเจนอย่างนี้​ คนภาคใต้จะต้องได้ตั้งรัฐบาล​ และจากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนล่าสุด ผลสำรวจ พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาเป็นลำดับที่ 3 แล้ว​ ดังนั้นขอฝากประชาธิปัตย์ทั้ง 2 ใบ คนใต้ต้องได้ตั้งรัฐบาล“นายสาทิตย์ กล่าว

ธนาธรเดือด! ซัด กกต.ทำงานพลาด กระทบพรรคประชาชน ลั่นงานนี้ต้องมีคนติดคุก

ธนาธรเดือด! ซัด กกต.ทำงานพลาด กระทบพรรคประชาชน ลั่นงานนี้ต้องมีคนติดคุก

ธนาธรเดือด! ซัด กกต.ทำงานพลาด กระทบพรรคประชาชน ลั่นงานนี้ต้องมีคนติดคุก

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.55 น.

‘ธนาธร’ สุดเซ็ง! กกต.ทำงานพลาดกระทบแต่กับพรรคประชาชน – ลั่นงานนี้ต้องมีคนติดคุก – กระตุ้นพี่น้องไปลงคะแนนให้พรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ ใครมองมาจากดาวอังคารก็รู้ว่าชนะขาด กลโกงทำอะไรไม่ได้

1 ก.พ.69 คาราวานรถแห่หาเสียงพรรคประชาชนสายตะวันออก “ลูกน้ำเค็ม” เปิดปราศรัยที่หน้าตลาดสดศูนย์การค้า เทศบาลเมืองตราด อ.เมือง จ.ตราด เพื่อช่วยหาเสียงให้พรรณเศรษฐ์ นุ่มหนู หมายเลข 7 ในนามพรรคประชาชน

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน กล่าวปราศรัยถึงกรณีปัญหาการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้า-นอกเขต ที่ กกต. จัดขึ้นทั่วประเทศในวันนี้นั้น ตนรู้สึกอารมณ์เสียเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพบข่าวการทำงานผิดพลาดของ กกต. ในหลายกรณี ทั้งการไม่แปะเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร พอประชาชนท้วง กลับบอกว่าผู้สมัครคนนั้นถูกตัดสิทธิ์ไปแล้ว ซึ่งไม่เป็นความจริง

ทั้งการแปะคิวอาร์โค้ดรายละเอียดผู้สมัครผิดจากปี 2569 ไปเป็นข้อมูลของการเลือกตั้งปี 2566 รวมทั้งการกรอกเลขรหัสเขตผิด เปรียบเสมือนการใส่จดหมายผิดซอง อาจทำให้คะแนนเสียงที่พี่น้องประชาชนลงไป ไปอยู่ในเขตอื่นก็เป็นได้

นายธนาธร กล่าวต่ออีกว่า “ทำไมเกิดแต่กับพรรคประชาชน งานนี้ต้องมีคนติดคุก” โดยได้รับเสียงปรบมือตอบรับจากประชาชนที่มาฟังปราศรัยอย่างล้นหลาม

สุดท้าย นายธนาธร กล่าวปิดท้ายว่า  ระหว่างนี้ ททางแก้เดียวของพวกเราก็คือการออกไปเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 กาให้พรรคประชาชนทั้งสองใบ ให้มากที่สุด เอาให้ชนะขาด ใครก็ตามที่มองมาจากดาวอังคารก็รู้ว่าชนะขาด เอาให้ชนะจนกลโกงของพวกเขาจะไม่สามารถทำอะไรเราได้

ชื่นชอบ หลั่งน้ำตา ลั่นยอมชนปลวกพลังงานคืนเงินแสนล้านให้ประชาชน

ชื่นชอบ หลั่งน้ำตา ลั่นยอมชนปลวกพลังงานคืนเงินแสนล้านให้ประชาชน

ชื่นชอบ หลั่งน้ำตา ลั่นยอมชนปลวกพลังงานคืนเงินแสนล้านให้ประชาชน

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.43 น.

“ชื่นชอบ” หลั่งน้ำตากลางเวที! ลั่นยอมชน “ปลวกพลังงาน” คืนเงินแสนล้านให้ประชาชน ประกาศเด็ดขาดป้อง รธน. หมวด 1-2

เมื่อวันที่ 1 ก.พ.69 ที่ตลาดคงอุดม เขตบางซื่อ นายชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และผู้สมัคร สส. เขตบางซื่อ-ดุสิต หมายเลข 4 เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ภายใต้แนวคิด “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” โดยนายชื่นชอบระบุว่า ตนเป็นคนที่เกิดและเติบโตในพื้นที่บางซื่อ จึงมีความผูกพันกับประชาชนเหมือนคนในครอบครัว เส้นทางการเมืองของตนเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2550 แม้จะมีช่วงที่พ่ายแพ้แต่ไม่เคยหยุดสู้ จนได้รับความไว้วางใจให้เป็น สส. ในปี 2554 ซึ่งมีผลงานประจักษ์ชัดในการบริหารจัดการน้ำไม่ให้ท่วมเขตบางซื่อ รวมถึงในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่พยายามจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในที่ดินส่วนตัวเพื่อช่วยชาวบ้านแม้จะถูกคัดค้านจากหน่วยงานรัฐ และแม้ในการเลือกตั้งปี 2566 จะไม่ได้ตำแหน่ง สส. แต่ยังคงทำงานในพื้นที่มาโดยตลอดเพราะถือว่าบางซื่อ-ดุสิตคือ “บ้าน”

นายชื่นชอบเน้นย้ำว่า หน้าที่ของ สส. ต้องอยู่กับประชาชนและพัฒนาพื้นที่ควบคู่ไปกับงานนิติบัญญัติ โดยพรรครวมไทยสร้างชาติมีนโยบายที่ทำได้จริง โดยเฉพาะการลดค่าไฟฟ้าที่ทำได้แล้วถึง 270,000 ล้านบาท ผ่านการต่อสู้กับทุนพลังงานที่เอาเปรียบประชาชน ซึ่งตนเห็นความมุ่งมั่นของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ที่ทำงานหนักเพื่อแก้ปัญหาจนส่งผลต่อสุขภาพ นอกจากนี้พรรคยังเป็นต้นคิดโครงการ “คนละครึ่ง” มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้ปัจจุบันพรรคจะเหลือ สส. ที่ร่วมสู้เพียงไม่กี่คน แต่ยังคงยืนหยัดสู้กับทุนเทาและทุนพลังงานที่พยายามขัดขวางไม่ให้พรรคเข้าไปบริหารกระทรวงพลังงาน

ในช่วงหนึ่งนายชื่นชอบกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและหลั่งน้ำตาว่า “ผมขอยืนยันว่าท่านหัวหน้าพีระพันธุ์เป็นคนเดียวที่กล้าชนกับทุนพลังงาน อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กนะครับ ทุนเหล่านี้เหมือนปลวกที่แอบกินเงินเราอยู่ในมุมมืด รู้ไหมครับว่าที่ลดค่าไฟมาได้ 76 สตางค์ รวม 2 ปี เป็นเงินถึง 270,000 ล้านบาทที่คืนกลับเข้ากระเป๋าพวกเรา พรรครวมไทยสร้างชาติคือพรรคที่ทำจริง คิดทุกเรื่องที่ทำได้และไม่เป็นภาระภาษีของประชาชน เราสู้กับสารพัดทุน ถ้าพี่น้องชาวบางซื่อ-ดุสิตไม่ช่วยเราสู้ เราจะเป็นทาสเขาแน่ๆ ผมไม่ได้อยากดราม่า แต่ผมเป็นห่วงประเทศนี้จริงๆ กลัวคนไทยไม่รู้ว่าพวกเราทำงานหนักขนาดไหนเพราะเราสร้างภาพไม่เก่งเท่าคนอื่น”

สำหรับประเด็นทางการเมือง นายชื่นชอบแสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการฉีกรัฐธรรมนูญ และต้องคงหมวด 1 และหมวด 2 เกี่ยวกับสถาบันหลักของชาติไว้ พร้อมโต้แย้งพรรคการเมืองที่มุ่งเน้นแต่การแก้รัฐธรรมนูญโดยไม่สนใจแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนก่อน พร้อมกันนี้ยังชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้มีอิทธิพลหรือนักเลง โดยยืนยันว่าตระกูลคงอุดมไม่ใช่คนเช่นนั้น แต่กลับถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองมาตลอด เช่น การถูกร้องเรียนเรื่องสติกเกอร์หาเสียง หรือกรณีหัวหน้าพรรคถูกร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการชี้มูลความผิด นายชื่นชอบจึงขอโอกาสให้ประชาชนเลือก สส. ที่ทำงานจริงและรักสถาบัน เพื่อเข้าไปเลือกนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ดีมาบริหารประเทศต่อไป

ธรรมนัส นำทัพกล้าธรรมเปิดศึกโค้งสุดท้าย ประกาศพลิกปทุมธานีสู่ยุคใหม่

ธรรมนัส นำทัพกล้าธรรมเปิดศึกโค้งสุดท้าย ประกาศพลิกปทุมธานีสู่ยุคใหม่

ธรรมนัส นำทัพกล้าธรรมเปิดศึกโค้งสุดท้าย ประกาศพลิกปทุมธานีสู่ยุคใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.35 น.

“ธรรมนัส–นฤมล” จับมือ “บิ๊กแจ๊ส” นำทัพกล้าธรรมเปิดศึกโค้งสุดท้าย ประกาศ พลิกปทุมธานีสู่ยุคใหม่ แก้น้ำท่วม–รถติด–หนี้ครูเกษตรกร ดัน 5 ผู้สมัครปักธงเขียวทั้งจังหวัด

1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.30 น. ที่ลานตลาดกินซ่า ตรงข้ามห้างสรรพสินค้า ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จ.ปทุมธานี พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ปทุมธานี ของพรรคกล้าธรรมทั้ง 5 คน ได้แก่ เขต 1 นายนพพร ขาวขำ เบอร์ 2 ,เขต 2 นายชัยอนันต์ สิริเบญสานนท์ เบอร์ 9,เขต 4 นายชยุต สินพูนภักดิ์ เบอร์ 7, เขต 5 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ เบอร์ 8 และเขต 6 นางสาวพัชร์ชิสา พชิระธารีรัตน์ เบอร์ 4 

ศ.ดร.นฤมล กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของประเทศ โดยพรรคยืนยันแนวทางการเมืองสุจริต ไม่สร้างความขัดแย้ง ไม่โจมตีใส่ร้ายฝ่ายใด แต่มุ่งเสนอทางออกที่เป็นรูปธรรมให้ประชาชน พร้อมขอโอกาสเข้าไปทำงานเพื่อแก้ปัญหาปากท้องอย่างจริงจัง

หัวหน้าพรรค ระบุว่า กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษายังเผชิญภาระหนี้จำนวนมาก พรรคมีแนวทางช่วยปรับโครงสร้างหนี้และเพิ่มสวัสดิการให้เหมาะสม ขณะเดียวกันเกษตรกรก็ต้องได้รับการดูแลเรื่องต้นทุนการผลิตและการเข้าถึงตลาดอย่างเป็นระบบ ไม่ปล่อยให้รับความเสี่ยงเพียงลำพัง นอกจากนี้ยังผลักดันการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชนในปทุมธานีให้เติบโต ควบคู่กับการพัฒนาเมือง

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ปัญหาหลักของปทุมธานีไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นปัญหาโครงสร้างสะสม ทั้งน้ำท่วมซ้ำซาก น้ำแล้งในบางช่วง การจราจรติดขัด และการทำงานที่ไม่เชื่อมกันระหว่างหน่วยงานรัฐกับท้องถิ่น ซึ่งพรรคมองว่าต้องแก้แบบบูรณาการ จุดแข็งของพรรคคือการทำงานร่วมกับท้องถิ่นได้จริง หากได้ผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่ จะสามารถประสานงบประมาณและนโยบายลงพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น เพื่อแก้ปัญหาระบบระบายน้ำ ทางน้ำ และโครงข่ายถนนที่เชื่อมโยงชุมชนกับเมืองหลัก

ในด้านเศรษฐกิจ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ปทุมธานีเป็นพื้นที่ใกล้ตลาดใหญ่ มีศักยภาพด้านเกษตรและการค้าพืชผล แต่เกษตรกรยังแบกรับต้นทุนสูง พรรคจึงเสนอแนวทางปฏิรูปภาคการเกษตร ทั้งการลดต้นทุนปัจจัยการผลิต การสนับสนุนช่องทางตลาด และการช่วยเหลือจากภาครัฐแบบตรงจุด เพื่อให้รายได้สุทธิเพิ่มขึ้นจริง

“เป้าหมายของพรรคกล้าธรรมไม่ใช่เพียงชนะการเลือกตั้ง แต่ต้องยกระดับคุณภาพชีวิตคนทั้งจังหวัดในระยะยาว ให้ปทุมธานีเป็นเมืองที่มีทั้งเศรษฐกิจเข้มแข็ง โครงสร้างพื้นฐานพร้อม และการบริหารจัดการที่ตอบโจทย์ประชาชน”

ภายหลังเสร็จสิ้นเวทีปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยย้ำความมั่นใจว่าพรรคสามารถปักธงในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ได้แน่นอน และจะเข้ามาร่วมกันทำงานกับพี่ชายที่แสนดีอย่าง บิ๊กแจ๊ส ซึ่งปทุมธานีมีโจทย์ใหญ่ด้านการบริหารจัดการน้ำ ทั้งปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและช่วงน้ำแล้ง รวมถึงโครงข่ายคูคลองและทางระบายน้ำที่ต้องวางแผนร่วมกันระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น พร้อมชี้ว่าหากการประสานงานมีเอกภาพ ปัญหาจะคลี่คลายได้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

ในด้านการจราจร เขามองว่าปทุมธานีเป็นพื้นที่รอยต่อเมืองหลวง มีประชากรแฝงจำนวนมาก การขยายตัวของชุมชนรวดเร็ว แต่โครงสร้างถนนและระบบรองรับยังไม่ทัน จึงต้องผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานควบคู่การจัดระเบียบผังเมือง

ส่วนภาคเกษตร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ปทุมธานียังเป็นแหล่งผลิตพืชผลสำคัญใกล้ตลาดใหญ่ แต่เกษตรกรแบกรับต้นทุนสูง พรรคมีแนวทางลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนปัจจัยการผลิต และเพิ่มช่องทางตลาด เพื่อให้รายได้สุทธิเพิ่มขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ยอดขายเพิ่มแต่กำไรไม่เหลือ

“จุดแข็งของพรรคกล้าธรรม คือการทำงานเชื่อมระหว่างระดับชาติและท้องถิ่น หากได้ผู้แทนในพื้นที่ จะช่วยผลักดันงบประมาณและนโยบายลงสู่จังหวัดได้รวดเร็วขึ้น พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสกำหนดทิศทางพัฒนาปทุมธานีในระยะยาว”

เมื่อถามถึงบรรยากาศการแข่งขันช่วงโค้งสุดท้ายมีวาทกรรมรักชาติเกิดขึ้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คนไทยทุกคนรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยกเว้นพวกคนที่คิดร้ายกับแผ่นดินเท่านั้น

ภูมิใจไทยลุยลาดพร้าว เร่งโกยคะแนนโค้งสุดท้าย

ภูมิใจไทยลุยลาดพร้าว เร่งโกยคะแนนโค้งสุดท้าย

ภูมิใจไทยลุยลาดพร้าว เร่งโกยคะแนนโค้งสุดท้าย

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.26 น.

‘ภูมิใจไทย’ ลุยหาเสียงลาดพร้าวเร่งทำคะแนนใกล้โค้งท้ายเลือกตั้ง69! ‘ศุภจี’ วีดีโอคอลยันเน้นดูแลเศรษฐกิจ-ปากท้อง-ความเป็นอยู่ทุกช่วงวัย ด้าน ‘เอกนัฏ’ การันตีกา ‘ภท.’ พูดแล้วทำ ไม่เอาอนาคตประเทศมาเสี่ยง ลั่นไม่มีปั่นกระแสชาตินิยม แต่ความมั่นคงชาติ-อธิปไตยเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ไทยเดินหน้าต่อไปได้

1ก.พ.2569 เมื่อเวลา18.00น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ แม่ทัพหาเสียงพื้นที่กทม. พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงช่วย นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัครสส. กทม.เขตห้วยขวาง-วังทองหลาง พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 4 ที่ลาดพร้าว 64 ซึ่งนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ได้มีการวีดิโอคอลมายังเวทีปราศรัย ซึ่งมีประชาชนมาฟังการปราศรัยอย่างเนืองแน่นกว่า 1,000 คน

โดยนางศุภจี กล่าวว่า เลือกตั้งครั้งนี้เราจำเป็นต้องมีสส. ที่จะมาทำงานร่วมกัน หากเราได้เป็นรัฐบาลก็ขอโอกาสให้นายประเดิมชัยมาช่วยเป็นตัวแทนของประชาชน ซึ่งมีสิ่งที่สะท้อนมาและตรงกับนโยบายของพรรคคือ การเอาพื้นที่ที่เป็นอาคารของภาครัฐที่ไม่ได้ใช้งาน เช่น อาคารเดิมของคุรุสภา เอามาปรับปรุงเป็นสถานที่ดูแลผู้สูงวัย โดยให้เอกชนมาช่วยบริหารให้ นอกจากนี้ ยังมีโครงการคนละครึ่งพลัส ถ้าอยากได้ก็ต้องช่วยเลือกเราเข้าไปกัน รวมทั้งนโยบายลดค่าไฟ และสิ่งสำคัญก็คือพยาบาลชุมชน ที่เราจะทำเป็นพยาบาลอาสาช่วยดูแลคนในชุมชน นอกจากนี้ ในพื้นที่ก็ยังมีวัยทำงาน วัยรุ่น ก็จะมีนโยบายที่จะเข้าไปส่งเสริมทักษะให้คนในชุมชนว่าอยากเรียนรู้เรื่องอะไร เพื่อสร้างงาน สร้างโอกาส 

“นโยบายของพรรคภูมิใจไทยเน้นในเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ เน้นในเรื่องความเป็นอยู่ของคนทุกช่วงวัย และคนในชุมชนด้วย ดังนั้น ขอฝากตัวแทนของเราเพื่อจะเป็นสส. เราจะได้รับรู้ความต้องการของคนในพื้นที่ เพื่อจะเอามาทำเป็นนโยบาย ทำสิ่งดีๆ ส่งกลับคืนให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป” นางศุภจี กล่าว

ด้านนายเอกนัฏ ปราศรัยว่า นายประเดิมชัยทำงานมาตลอด ลงพื้นที่ช่วงโควิดก็ช่วยเหลือคนในพื้นที่ไม่เคยทิ้ง มีปัญหาก็สู้ให้ และยังรู้ปัญหาทุกเรื่องดี เราต้องมี 3 ดรีมทีมที่จะมาทำงานให้รัฐบาล และต้องมีคนแบบนายประเดิมชัยมาทำงานเชื่อมต่อกัน 

“ที่ผมมาพรรคภูมิใจไทยก็เหมือนกับหลายคนที่ครั้งนี้อยากจะเลือกพรรคภูมิใจไทย เพราะพรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำตั้งแต่มาเป็นรัฐบาล 3 เดือนพิสูจน์ให้เห็นว่าทำเพื่อบ้านเมือง หลายพรรคพูดเก่งพูดดี แต่พอถึงเวลา ทำได้อย่างที่พูดหรือไม่ พอทำจริงก็ทำอีกแบบหนึ่ง” นายเอกนัฏ กล่าว

นายเอกนัฏ กล่าวว่า มีการมาบอกว่าเราปั่นกระแสชาตินิยมเรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา แต่เราไม่ได้มาปั่นกระแสชาตินิยม แม้คนในกรุงเทพเราก็ยังเป็นห่วงลูกหลานของเราทหารชายแดน และคนที่อยู่จังหวัดชายแดน แต่ถ้าเราไม่สามารถปกป้องอธิปไตยของไทยได้ ประเทศไม่มีความมั่นคง แล้วเศรษฐกิจจะโตได้หรือไม่ ดังนั้น เรื่องความมั่นคงจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ นอกจากนี้ ตัวเลขจีดีพีที่คาดการณ์ว่าโต 0% กว่าพอรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ใช้ดรีมทีมอย่างนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี และยังมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกฯพรรคภูมิใจไทย มาทำโครงการคนละครึ่งพลัสที่ดันเศรษฐกิจโตขึ้นมาได้ จีดีพีโต 1% กว่า 

“เลือกพรรคภูมิใจไทยได้บุคคลเหล่านี้ที่มีฝีมือมาทำงานแน่นอน อย่าเอาประเทศมาเสี่ยงในอนาคตที่ไม่รู้จะได้นโยบายของรัฐบาลแบบไหน  ถ้าไม่อยากเสี่ยงก็ต้องเลือกคนที่ทำงานเห็นผลงานมาแล้ว รอบนี้ขอเสียงเทใจให้พรรคภูมิใจไทยไม่แบ่งให้ใคร ซึ่งอีกไม่กี่ก้าวเราจะเข้าเส้นชัยแล้ว ขอให้เลือกเบอร์ 4 นายประเดิมชัย และเลือกเบอร์ 37 ให้พรรคภูมิใจไทย” นายเอกนัฏ กล่าว

พีระพันธุ์ ลุยสมุทรสาคร! ฟังเสียงชาวมหาชัย ทวงคืนถนนพระราม 2

พีระพันธุ์ ลุยสมุทรสาคร! ฟังเสียงชาวมหาชัย ทวงคืนถนนพระราม 2

พีระพันธุ์ ลุยสมุทรสาคร! ฟังเสียงชาวมหาชัย ทวงคืนถนนพระราม 2

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.09 น.

“พีระพันธุ์” ลุยสมุทรสาคร! ฟังเสียงชาวมหาชัย ทวงคืนถนนพระราม 2 ย้ำ! รทสช. พร้อมรื้อโครงสร้างพลังงาน-คุมเข้มแรงงานต่างด้าว แก้ปัญหาค่าครองชีพ

วันที่ 1 ก.พ.69 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย พันเอกเฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่บริเวณตลาดสดมหาชัย และตลาดริมคลองพ่อพันท้ายนรสิงห์ เพื่อช่วยนายโกศล ตาลทอง ผู้สมัคร สส. สมุทรสาคร เขต 1 เบอร์ 8 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยต่างให้การต้อนรับและให้กำลังใจอย่างอบอุ่น โดยกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าได้สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาบริเวณถนนพระราม 2 ซึ่งมีการก่อสร้างล่าช้าไม่แล้วเสร็จ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและเกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย จึงอยากให้นายพีระพันธุ์ช่วยผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้ายังกล่าวถึงการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในจังหวัดสมุทรสาคร โดยมองว่ากำลังแย่งอาชีพคนในพื้นที่ ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ยืนยันว่า หากได้มีโอกาสเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชน จะดำเนินการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างเด็ดขาดแน่นอน

นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวถึงปัญหาค่าครองชีพ และราคาน้ำมัน โดยระบุว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบกับคนจำนวนมาก และยืนยันว่าพร้อมแก้ไขอย่างจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมาเคยผลักดันกฎหมายบางฉบับจนใกล้เสร็จสิ้นแล้ว แต่ต้องหยุดชะงักเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่ได้กล่าวให้กำลังใจนายพีระพันธุ์ โดยระบุว่านโยบายและการดำเนินงานด้านพลังงานของพรรคมาถูกทิศทางแล้ว เนื่องจากการแก้ปัญหาเศรษฐกิจควรเริ่มจากการลดต้นทุนพลังงาน เข้าใจว่าการเดินหน้าแก้โครงสร้างพลังงานทำให้ต้องเผชิญแรงต้านจากกลุ่มทุนและผู้มีผลประโยชน์ แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงให้กำลังใจ พร้อมฝากความหวังให้ นายพีระพันธุ์ และพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้จัดตั้งรัฐบาล เพื่อผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์กับคนไทยทุกคน

อนุทิน ปราศรัยสามโคก อ้อนขอกลับเป็นนายกฯ โว 4 เดือนยังดีขนาดนี้ 4 ปีจะดีขนาดไหน

อนุทิน ปราศรัยสามโคก อ้อนขอกลับเป็นนายกฯ โว 4 เดือนยังดีขนาดนี้ 4 ปีจะดีขนาดไหน

อนุทิน ปราศรัยสามโคก อ้อนขอกลับเป็นนายกฯ โว 4 เดือนยังดีขนาดนี้ 4 ปีจะดีขนาดไหน

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.58 น.

“อนุทิน” ปราศรัยใหญ่สามโคก ขอโอกาสชาวปทุมธานีเลือกภูมิใจไทย อ้อนขอกลับมาเป็นนายกฯ หลังผ่านทดลองงาน 4 เดือน บอก ช่วยต่อสัญญาให้หน่อย โว 4 เดือนดีขนาดนี้ 4 ปีจะดีขนาดไหน ลั่นถ้าทำงานครบ 12 เดือน ดัชนีไม่ดีขึ้นไม่ต้องไล่เดี๋ยวออกเอง แขวะคนเอามือไขว้หลังไม่เคารพเพลงชาติ ไม่ให้เกียรติบรรพบุรุษ ย้ำไม่เปิดด่าน ลั่นภูมิใจไทยมีแต่คนเขี้ยวแต่ไม่เอี้ย ยกเหตุสต๊อกข้าว เย้ยคู่แข่ง นี่แหละความแตกต่างของ “กึ๋น”

1 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ลานอเนกประสงค์ตลาดนัดสามโคก จ.ปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ,นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส. ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย ทั้ง 8 เขต หาเสียง ประกอบด้วย นายสุรศักดิ์ สุรทัตโชค ผู้สมัคร สส.เขต 1 ,นางสาวชิดชนก พวงเพ็ชร์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 ,นายคุณานนท์ ชูประเสริฐ ผู้สมัคร สส.เขต 3 ,นายจำลอง เงินยวง ผู้สมัคร สส.เขต 4 ,นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ผู้สมัคร สส.เขต 5 , นายวรากร เครือทองศรี ผู้สมัคร สส.เขต 6 ,นายพิษณุ พลธี ผูัสมัคร สส.เขต 7 และนางสาวพรพิมล ธรรมสาร ผู้สมัคร สส.เขต 8 

โดย นายอนุทิน กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ต้องขออภัยที่เสียงอาจไม่ใสเหมือนปกติ เพราะเป็นฤดูกาลที่ต้องไปพบปะปราศรัยกับประชาชนทั่วประเทศ วันนี้ตนเป็นคนขอนายชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี มาพบกับพ่อแม่พี่น้องชาวปทุมธานี สถานที่แห่งนี้ตนเคยมาเมื่อการเลือกตั้งปี 2562 วันนี้ขอมาอีกครั้งด้วยความมั่นใจ ว่าพ่อแม่พี่น้องชาวปทุมธานีจะให้โอกาสพรรคภูมิใจไทย เข้าไปทำงานรับใช้ทุกท่าน ซึ่งจะดีกว่านี้ถ้าทุกคนให้พรรคภูมิใจไทยกลับเข้ามาทำงาน ให้ตนเข้าเป็นนายกรัฐมนตรี ไปเป็นรัฐบาลให้กับทุกคน ตอนนี้ขอติดไว้ก่อนแล้วอีกสองสัปดาห์จะกลับมาขอบคุณ พ่อค้าแม่ค้าจะได้ติดป้ายคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ไม่ต้องเอาออก ซึ่งโครงการนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดรายจ่าย เกิดการหมุนเวียนของเงิน และสร้างการจับจ่ายใช้สอยกันทั่วประเทศ นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยนำมาเสนอให้กับประชาชนทั่วประเทศ ให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อที่จะเติบโตไปด้วยกัน

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เมื่อสักครู่พวกเราร้องเพลงชาติไทยไปด้วยกัน รู้สึกหรือไม่ว่าช่วงนี้เพลงชาติไทยเพราะกว่าปกติที่พวกเราเคยได้ยินมา ฟังแล้วรู้สึกรักชาติปลาบปลื้มใช่หรือไม่ มีใครเอามือไขว้หลังแล้วยืนเฉยๆหรือไม่ ตนแอบดูอยู่ปรากฏว่าพี่น้องชาวปทุมธานี ยืนตรงไม่มีคนเอามือไขว้หลังเลยสักคน เพลงชาติไทยคนไทยร้องเพราะที่สุด คนไทยฟังแล้วเพราะที่สุด เพราะเป็นเพลงชาติของเรา เราต้องเคารพต้องให้เกียรติทุกครั้งที่เคารพธงชาติ เราจึงต้องลุกขึ้นยืน เป็นการเคารพบรรพบุรุษ ศาสนา และสถาบันสูงสุด รวมถึงเคารพผู้ที่ปกป้องแผ่นดินไทยที่ทำให้เราอยู่สุขสบายทุกวันนี้ นี่คือความหมายของการเคารพธงชาติ จะไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าเรามองว่าเป็นการเคารพผ้าหนึ่งผืน แต่ถ้าผืนนั้นมีสีแดงขาวน้ำเงิน บ่งบอกว่านี่คือประเทศไทยที่กว่าจะมาถึงวันนี้ บรรพบุรุษได้ปกป้องบ้านเมืองสละชีวิต และจิตวิญญาณ ดังนั้น วันนี้การที่เราฟังเพลงชาติได้ไพเราะ เพราะเราถูกรังแกถูกคุกคามแผ่นดิน เราจึงหวงแหนแผ่นดิน เราไม่เคยวุ่นวายกับแผ่นดินอื่น แต่ถ้าใครเข้ามาวุ่นวายกับแผ่นดินของเรา ก็มีความจำเป็นต้องปกป้องต่อสู้ไม่ให้มีใครมารุกรานนี่คือคนไทย

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา พบกับสถานการณ์นี้พอดี ตนได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยจะเข้ามาเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแล้วบอกว่าอยู่เพียง 4 เดือน แต่เมื่อประเทศชาติมีภัยถูกคุกคามถูกล่วงล้ำอธิปไตยเมื่อไหร่ ตนที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลได้ทำอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องบ้านเมืองของเราให้มีความปลอดภัยจากการถูกคุกคามของคนต่างชาติ

ดังนั้น ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าเรามีความปลอดภัย จะไม่มีใครเข้ามาคุกคามรังแกล่วงล้ำอธิปไตยได้  ประชาชนทุกคนสามารถที่จะวางแผนทำทุกสิ่งทุกอย่างตามที่ตั้งใจไว้ รับรองว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน ด่านชายแดนพวกเราจะไม่มีวันเปิด แต่จะปิดมันอยู่แบบนี้ เพราะปิดแล้วเกิดประโยชน์กับประเทศไทยมากมาย ช่องทางที่ปิดไม่มียาเสพติดไม่มีข้าวเถื่อน ไม่มีมันสำปะหลังเถื่อน ไม่มีแรงงานเถื่อนลักลอบเข้ามา

”ถือเป็นฉันทานุมัติเรื่องเปิดด่าน ถ้าภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล ไม่มี ไม่ต้องโทรศัพท์พูดคุยกันทั้งสิ้น ประชาชนสั่งแล้ว นายกฯ หัวหน้ารัฐบาลที่มาจากพรรคภูมิใจไทย ถ้าประชาชนต้องการให้กลับเข้าไปอีก ไม่มีเปิดด่าน” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ปทุมธานีเป็นจังหวัดสำคัญ ความเจริญคล้ายกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของปริมณฑล วันนี้เราต้องช่วยกันผลักดันให้จังหวัดปทุมธานีมีความเจริญก้าวหน้าในทุกด้านให้มากกว่าเดิม ลดความแออัดในกรุงเทพฯ ด้วยการกระจายความเจริญให้มากกว่านี้ ซึ่งตนมีความใกล้ชิดติดตามการเจริญเติบโตของจังหวัดปทุมธานีมาโดยตลอด ตนสนิทกับนายกฯชาญ เป็นสิบๆปี ตั้งแต่ตนยังไม่ได้เข้าการเมืองมากขนาดนี้ และรู้จักอีกหลายคน ทั้งพลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ก็เป็นเพื่อนตน ตนไม่มีปัญหากับใครในจังหวัดปทุมธานี และเชื่อว่าสามารถที่จะเชื่อมพลังสามัคคีให้เกิดขึ้นในจังหวัดปทุมธานีได้ เพื่อที่จะได้พัฒนาปทุมธานีไปด้วยกัน

นายอยุทิน กล่าวว่า เที่ยวนี้ขอให้พรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานอย่างเต็มที่ดูสักครั้ง เข้ามา 4 เดือนก็ทำคนละครึ่งเรียบร้อย ตอนเดินหาเสียงก็ไม่เดินแห่ ใครถือป้ายก็ขอให้เก็บ ตนขอเดินไม่เกิน 3-4 คน ไม่ต้องตามให้ก็เกะกะ ตนถึงบอกว่าขบวนพวกนี้ไม่จำเป็น เพราะตนไม่กลัวหรอกว่าใครจะจับไปเรียกค่าไถ่ไม่คุ้ม เพราะกินจุ กินทุกวัน เจอเฟซบุ๊กก็จะเห็นหมด แต่สิ่งที่ตนได้จากการเดินตลาด เดินตามถนน เดินตามแหล่งชุมชน คือข้อมูล เรื่องคนละครึ่งที่ทุกคนขอเฟส 2 โดยที่ประชาชนไม่ขอมากกว่านี้ เพราะไม่อยากรบกวนบ้านเมือง ไม่อยากรบกวนวินัยการคลังของประเทศ บอกว่าให้พวกเราแค่นี้พอแล้ว ตนบอกว่าเอาเงินหมื่นมาแจกเอาไหม ชาวบ้านบอกไม่เอาวุ่นวาย พอได้มาเจ้าหนี้มายืนรอเอาคืนหมด ยังไม่ทันได้ใช้แม้แต่บาทเดียว ตนจึงหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ว่าต้องจัดการปรับโครงสร้างหนี้ให้ประชาชน ให้ทุกคนไม่มีหนี้นอกระบบ ถ้าจ่ายร้อยละสองต่อวันได้ ขอร้อยละสองต่อเดือน เพราะธนาคารก็ได้ด้วยเช่นกัน

นายอนุทิน กล่าวว่า คำว่าไทยแลนด์ไม่เคยหลุดจากปาก นายโดนัลด์ เจ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาก่อน แค่ 3-4 เดือน พูดคำว่าไทยแลนด์แล้วหลายครั้ง และพูดว่านายกฯ ไทยเก่ง เราสามารถนำเอาประเทศไทยกลับเข้ามาในจอเรดาร์โลกได้ ขณะเดียวกันประเทศไทยก็ต้องทำตัวให้เขามอง วันนี้โลกตั้งกติกามาใหม่ ห้ามใช้แรงงานเถื่อน ห้ามใช้แรงงานเด็ก ห้ามใช้แรงงานจากการกดขี่ข่มเหง เราไม่ต้องการทำอยู่แล้ว 

นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ใช้นโยบายในการผลักดันให้เกิดสิ่งเหล่านี้ เพื่อจะทำให้คนไทยสามารถส่งสินค้าไปขายต่างประเทศได้ โดยไม่มีการกีดกันทางการค้า    

“พรรคภูมิใจไทยเรามีบุคลากรที่พร้อมแล้ว มีบุคลากรที่เดินทางไปทั่วโลก สมัยก่อนไม่มีใครกล้าไป เพราะไปแล้วไม่รู้ว่าตัวเองมีดีอย่างไร ไม่มั่นใจคุณศุภจีถึงบอกไง จะไปขายข้าวให้เมืองนอก ฉันต้องรู้ว่าฉันมีเข้าสต๊อกอยู่ เพราะถ้าเดินไปปุ๊บเขาบอกจะซื้อเท่านี้ ฉันสต๊อกไว้ 1 ล้านตัน ถ้าเขาซื้อ 7 แสนตัน บอกพรุ่งนี้ส่งเลย เขาก็จะซื้อเรา ในขณะที่บางพรรคบอกไม่จำเป็นต้องสต๊อก เสียของ ไปขายก่อน รับออเดอร์มาแล้วค่อยมาผลิต เวียดนามแย่งเราไปหมดแล้ว ขายไม่ทันเขา นี่ไงครับ ความแตกต่างของคำว่าประสบการณ์ ความแตกต่างของคำว่ากึ๋น ความแตกต่างของคำว่าเขี้ยว คำว่าเขี้ยว ไม่ใช่เอี้ยนะ  พรรคภูมิใจไทยมีคนเหล่านี้อยู่เต็มพรรค 4 เดือนยังทำได้ขนาดนี้ แล้ว 4 ปีจะขนาดไหน” นายอนุทิน กล่าว   

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนทำงานมีความสุข ที่เห็นประชาชนตอบรับว่าขอบคุณมาก คนละครึ่ง ปิดด่าน เอาดินแดนคืนมา ตรงนี้เอาเงินร้อยล้านมาให้ ยังแลกไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น เงินเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายอะไร ที่เขาบอกว่ามาทำธุรกิจทางการเมือง ไม่ใช่หรอก การยอมรับจากประชาชนสำหรับตน 5 แสนล้าน ไม่มีใครจ่ายตนได้

นายอนุทิน ย้ำว่า ไม่ต้องบอกว่าเมื่อไหร่จะได้คนละครึ่งเฟส 2 เพราะมันจะมาเอง มันจะมาจากหัวใจ จะมาจากความตั้งใจ ไม่ต้องมาบีบบังคับ ถ้ามาออกมาจากหัวใจ ทำแล้วเป็นประโยชน์ให้กับประชาชน ตนทำทุกเรื่อง และหาคนที่ถูกต้องถูกงานมาทำให้ท่าน 

”พูดแล้วมันโมโหเหมือนกัน นึกถึงภาพ เราต้องไป ถูกเขารังแก ไปเป็นน้ำใต้ศอกเขา อยากได้อะไรก็บอก อยากให้อะไรกูยังไม่ให้เลย อยากได้อะไรจะบอกได้อย่างไร มันคนละประเทศกัน มีแต่พี่น้องชาวไทยเท่านั้น อยากได้อะไรบอกมา” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน ตั้งคำถามว่า ครบทดลองงานแล้ว ต่อสัญญาให้หน่อยได้หรือไม่ แล้วถ้า 12 เดือนผ่านไป ทำแล้วดัชนีทุกอย่างตก ไม่มีปัญญาทำให้กับพี่น้องได้ ไม่ต้องไล่ ออกให้เอง ไม่อยู่ให้เปลืองภาษีไม่อยู่ให้เปลืองข้าวสาร

“เดี๋ยวบอกว่าจะกล้าออกหรือ ก็เขาบอกให้ยุบสภา 31 ม.ค. พอพูดกันไม่รู้เรื่อง 8 ธ.ค.ก็ยุบแล้ว ทำมาแล้ว ไม่ได้ยึดติด ถ้าไม่มีประโยชน์ไม่ต้องเก็บเอาไว้ ผมไม่ต้องรอให้ประชาชนประเมิน ผมประเมินตัวเองได้ทุกวัน คนที่ทำงานให้บ้านเมืองมันรู้ มันมีสัญชาตญาณเหมือนกัน ว่าตื่นมาวันนี้กูไม่มีค่าต่อไปให้คนไทย ก็ไม่อยู่ อยู่ไม่ได้” นายอนุทิน กล่าว

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่นายอนุทิน ปราศรัยช่วงนี้ ได้มีประชาชนตะโกนว่า ”อยู่ยาวไป อยู่ยาวไป ปทุมธานีอยากได้ไฟสว่าง“

นายอนุทิน จึงกล่าวว่า อยากได้ไฟสว่างหรือ ขออะไรให้มันยากกว่านี้หน่อยได้หรือไม่ ดูถูกมากเลย นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนะเนี่ย กำกับดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้พ่อแม่พี่น้องมา น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีเงินใช้ด้วย

ในช่วงท้าย นายอนุทิน ได้กล่าวกับชาวปทุมธานีว่า ใจฉันมีแต่เธอมีแต่เธอคนเดียว ส่วนใจเธอมีแต่ฉัน เบอร์ 37 ก่อนจะร่วมถ่ายรูปกับผู้มาฟังปราศรัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการปราศรัย นายอนุทิน นายชาญ พวงเพ็ชร์ และผู้สมัคร สส.ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย ได้เดินตลาดนัดสามโคก ทักทายประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของ และพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของในตลาด โดยมีประชาชนเข้ามาขอเซลฟี่ แม่ค้าบางคนบอกว่า ขนลุกเลยดีใจที่ได้เจอนายกฯตัวจริงเพราะปลื้ม ก่อนที่จะเดินทางกลับ

กกต.ขอโทษประชาชน ปมคิวอาร์โค้ดผิดพลาดยันแก้ไขแล้ว

กกต.ขอโทษประชาชน ปมคิวอาร์โค้ดผิดพลาดยันแก้ไขแล้ว

กกต.ขอโทษประชาชน ปมคิวอาร์โค้ดผิดพลาดยันแก้ไขแล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.31 น.

เลขาฯ กกต.แถลงขอโทษประชาชน เหตุคิวอาร์โค้ดผิดพลาด เป็นข้อมูลเก่า ‘เขตบางบอน’ แก้ไขแล้ว ยันไม่เชื่อมีคนโทรข่มขู่ พร้อมแจงปมรหัสเขตเป็นเลขเฉพาะไปรษณีย์กำหนดใหม่ โว!!ต่อให้ไม่เขียนก็ส่งถูกที่ พร้อมเปิดคัดแยก 3 ก.พ.นี้ ระบุเจ้าหน้าที่ยังปิดล้อมบ้านต้องสงสัยซื้อเสียงที่ จ.สุราษฎร์ฯ มั่นใจหลักฐานครบ รอแค่หมายศาลเข้าค้นทันที  

1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงภาพรวมหลังการเลือกตั้งล่วงหน้า ว่าภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่มีหลายเหตุการณ์ที่อยากชี้แจงให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ ดังนี้ 1. บางหน่วย บางจังหวัดไม่มีเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครของบางพรรคการเมืองที่หน้าหน่วยเลือกตั้ง จากการตรวจสอบแล้วพบว่าทั่วประเทศมี 2 แห่ง คือ ที่จังหวัดชลบุรี และเชียงราย เหตุเกิดจากต้นทาง คือจังหวัดลำปางจัดส่งชุดเอกสารบกพร่อง โดยที่ส่งไปที่ชลบุรี มีหมายเลข 6 ซ้ำกัน ไม่มีหมายเลข 8 ส่วนที่จังหวัดเชียงราย เอกสารแนะนำตัวผู้สมัครหมายเลข 8 ไปอยู่ในเขตอื่น   

2. กรณีปัญหาคิวอาร์โค๊ดข้อมูลผู้สมัครสส. ที่ทางกทม.จัดทำเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลกับผู้มาใช้สิทธิ์ พบว่ามีปัญหาที่เขตบางบอน ซึ่งทำคิวอาร์โค๊ดไปลิ้งค์กับข้อมูลผู้สมัครเมื่อปี 2566 ซึ่งตนต้องขอโทษกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ส่วนที่มีการออกมาระบุว่า มีเจ้าหน้าที่กกต.โทรไปข่มขู่นั้น ตนคิดว่าไม่น่าจะใช่คนของกกต. เพราะเราอบรมมาให้บริการประชาชน และเรื่องนี้เป็นความบกพร่องของทางเราจึงควรขอโทษมากว่า อย่างไรก็ตาม ตนจะตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง 

3. กรณีเจ้าหน้าที่เขียนรหัสเขตเลือกตั้งหน้าซองใส่บัตรผิด ซึ่งขอชี้แจงว่ารหัสเขตเลือกตั้งใน 1 เขต จะมีหลายอำเภอ แต่ละอำเภอจะมีรหัสไปรษณีย์แตกต่างกัน และบางเขตรหัสไปรษณีย์ซ้ำกัน เช่น จ.สมุทรปราการ กับกทม. ดังนั้น ทางไปรษณีย์ ในฐานะผู้นำส่งจึงได้กำหนดรหัสเขตการเลือกตั้งขึ้นมาเป็นการเฉพาะเพื่อให้นำส่งถึงทั้ง 400 เขตอย่างถูกต้อง ซึ่งหลังปิดหีบลงคะแนนวันนี้ ประธานเขตเลือกตั้งแต่ละเขตจะทำการตรวจสอบจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ กับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่อยู่ในหีบก็จะมีการตรวจสอบรหัสไปด้วย ดังนั้น ต่อให้ไม่กรอกรหัสเขตเลือกตั้งก็ยังส่งไปถึง เพราะรูปแบบที่เราออกแบบไว้ทำให้เราสามารถตรวจสอบได้  ทั้งนี้ ในวันที่ 3 ก.พ. เวลา 14.00 น.จะมีการคัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ส่วนบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ซึ่งขณะนี้ทยอยส่งกลับมาถึงเมืองไทยแล้ว แต่ช้าที่สุดคือ 5 ก.พ. ซึ่งจะทำการคัดแยกให้เสร็จภายในวันที่ 6 ก.พ.และจะส่งในวันที่ 6 และ 7 ก.พ.ให้ไปถึงหน่วยเลือกตั้ง เพื่อนำไปนับรวมกันในวันที่ 8 ก.พ. 

4.กรณีประชาชนลืมบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตไว้ในหน่วย ที่จังหวัดนครปฐม ไม่ได้นำใส่ไปในซอง ทางกรรมการประจำหน่วยจึงได้ทำบันทึกเหตุการณ์ประจำวัน และเย็บติดบัตรเลือกตั้งดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน 
5. กรณีกปน. จังหวัดนนทบุรี ฉีกบัตรเลือกตั้ง ติดต้นขั้วให้กับผู้มาใช้สิทธิ์ไปด้วย ซึ่งบัตรดังกล่าวจะส่งไปปลายทางที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี  จึงได้มีการประสานไปยังจังหวัดสุราษฎร์ฯ ว่าก่อนนับให้แยกต้นขั้วออกมาก่อนนำบัตรไปนับเป็นคะแนน 

“ปัญหาความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะไม่ส่งผลกระทบกับการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. เพราะในวันที่ 8 ก.พ.ไม่มีเรื่องการใช้รหัสเขตการเลือกตั้ง หรือคิวอาร์โค๊ดแล้ว รวมถึงเรื่องการสังเกตการณ์ของผู้แทนและประชาชน ในหน่วยเลือกตั้งที่ตั้งอยู่ในเขตทหาร ซึ่งเราจะนำสิ่งที่เกิดขึ้นไปปรับปรุงการทำงานในวันที่ 8 ก.พ.” นายแสวง กล่าว 

นายแสวง กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้ากรณี ผอ.กกต.สุราษฎร์ธานี กับตำรวจเข้าปิดล้อมบ้านหลังหนึ่งที่จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากได้รับข้อมูลจากพลเมืองดีว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นหัวคะแนน ผู้สมัคร สส.พรรคหนึ่งทำการซื้อเสียงโดยมีคลิปวิดีโอเป็นหลักฐาน ซึ่งเราไปขอตรวจค้นบ้านแล้วแต่เจ้าของบ้านไม่อนุญาต เราจึงต้องมีการไปขอหมายศาลเพื่อเข้าตรวจค้นบ้าน ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าวอยู่ ก็ต้องรอว่าศาลจะอนุมัติหมายให้หรือไม่ ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นการจัดเตรียมซื้อเสียงถือว่ามีความผิด  

เมื่อถามว่ามีกรณีซื้อสิทธิ์ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นลักษณะอย่างไรและมีที่อื่นเป็นความผิดแบบนี้อีกหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ที่จ.สุราษฎร์ธานีเราได้ขอดูโทรศัพท์มือถือและมีข้อมูลอยู่แล้ว แต่เราจะยังไม่เปิดเผยจนกว่าจะได้คำสั่งจากศาลก่อน สำหรับเรื่องร้องเรียนต่อกกต.ขณะนี้มีแจ้งเข้ามา 77 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องใส่ร้ายป้ายสี และมี 7 เรื่องที่เป็นการซื้อสิทธิ์ขายเสียง