ศุภชัย สวน ษัษฐรัมย์ ​อย่าปลุกม็อบ! ยันภูมิใจไทยพร้อมหนุนผู้ประกันตน

ศุภชัย สวน ษัษฐรัมย์ ​อย่าปลุกม็อบ! ยันภูมิใจไทยพร้อมหนุนผู้ประกันตน

ศุภชัย สวน ษัษฐรัมย์ ​อย่าปลุกม็อบ! ยันภูมิใจไทยพร้อมหนุนผู้ประกันตน

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.22 น.

“ศุภชัย”สวน”ษัษฐรัมย์”​อย่าปลุกม็อบ! ยัน”ภูมิใจไทย”พร้อมหนุนผู้ประกันตน แต่ต้องปกป้องพรรคจากข้อกล่าวหาเป็นต้นตอ”ทุจริต” ยินดีรับฟังหากไร้เจตนาทำลายชื่อเสียง

2 กุมภาพันธ์ 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณี นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะกรรมการประกันสังคม ในสัดส่วนผู้ประกันตน ออกมายอมรับกลัวพรรคภูมิใจไทยฟ้องกลับ ว่า อย่าปลุกม็อบ! พรรคภูมิใจไทย ไม่มีปัญหากับผู้ประกันตน และเห็นด้วยที่จะต้องมีการปรับปรุงการทำงานของกองทุนประกันสังคมให้ผู้ประกันตนได้ประโยชน์สูงสุด โดยในช่วง 2 ปีที่ท่านอยู่ในบอร์ดประกันสังคม มีโอกาสที่จะทำให้ดีขึ้นได้ ถ้าทำอย่างเต็มที่  พรรคภูมิใจไทย พร้อมร่วมสู้เพื่อผู้ประกันตนกับท่านแน่นอน

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ประเด็นที่จะจะดำเนินคดีกับท่านคือ การที่ท่านกล่าวหาว่า “คนในพรรคภูมิใจไทย” เป็นต้นตอการทุจริตของกองทุนประกันสังคม พรรคภูมิใจไทยต้องปกป้องตนเองจากการถูกกล่าวหาโดยไม่มีพยานหลักฐานมาแสดง ถ้ามีหลักฐาน พรรคภูมิใจไทย พร้อมจะตรวจสอบ และจะร่วมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดด้วย

“ขอยืนยันว่า ท่านไม่ต้องกลัว ถ้าเรื่องที่พูดเป็นเรื่องจริง เว้นแต่ เป็นเรื่องไม่จริง ผมพร้อมรับฟัง ถ้าไม่เจตนาจะทำให้พรรคภูมิใจไทยเสียหาย ก็มาทำความเข้าใจกัน พรรคภูมิใจไทยจะไม่ดำเนินคดี” นายศุภชัย กล่าว

วัส ติงสมิตร ไขข้อข้องใจ ทำไมเลือกตั้งล่วงหน้าได้ แต่ลงประชามติล่วงหน้าไม่ได้?

วัส ติงสมิตร ไขข้อข้องใจ ทำไมเลือกตั้งล่วงหน้าได้ แต่ลงประชามติล่วงหน้าไม่ได้?

วัส ติงสมิตร ไขข้อข้องใจ ทำไมเลือกตั้งล่วงหน้าได้ แต่ลงประชามติล่วงหน้าไม่ได้?

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.10 น.

2 กุมภาพันธ์ 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ทำไมเลือกตั้งล่วงหน้าได้… แต่ “ลงประชามติล่วงหน้า” ไม่ได้?

หลายคนสงสัย! เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา หลายคนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า แต่กลับไม่มีบัตรลงประชามติให้กา ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญระดับชาติเหมือนกัน!

วันนี้เรามาถอดรหัสกันว่า “ติดขัดที่ตรงไหน” และ “จะแก้ยังไง” ให้การเมืองไทยก้าวหน้ากว่าเดิม

*ข้อขัดข้อง: ทำไมถึงทำไม่ได้ในตอนนี้?

(1)กฎหมายตัวแม่ไม่ได้เขียนไว้: พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 ไม่ได้ระบุเรื่อง “การลงคะแนนล่วงหน้า” ไว้ชัดเจนเหมือนกฎหมายเลือกตั้ง สส. ทำให้ กกต. ไม่สามารถจัดวันลงคะแนนล่วงหน้า 1 สัปดาห์ได้

(2) ระบบการจัดการที่ต่างกัน: การลงประชามติเน้นการลงคะแนนในวันเดียวทั่วประเทศ เพื่อป้องกันความสับสนและลดภาระในการเก็บรักษาหีบบัตรนานหลายวัน

(3) งบประมาณและการรักษาความปลอดภัย: การเพิ่มวันลงคะแนนล่วงหน้าหมายถึงค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และความกังวลเรื่องความโปร่งใสในการเก็บรักษาบัตรก่อนจะถึงวันนับคะแนนจริง

*แนวทางแก้ไข: ทำอย่างไรให้ประชาชนสะดวกขึ้น?

เพื่อให้การลงประชามติสะท้อนเสียงประชาชนได้จริง เราอาจต้องมองไปที่การแก้ไขกฎหมายและระบบ ดังนี้:

1. แก้ไขกฎหมายประชามติให้ “ล่วงหน้า” ได้: บรรจุข้อกำหนดเรื่องการลงคะแนนล่วงหน้าให้สอดคล้องกับการเลือกตั้ง สส. เพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกัน และลดความสับสนของประชาชน

2. นำเทคโนโลยีมาใช้: การเปิดให้ลงคะแนนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านแอปพลิเคชันที่ระบุตัวตนได้ชัดเจน จะช่วยลดข้อจำกัดเรื่องสถานที่และเวลา

*เพื่อนๆ คิดเห็นยังไงกันบ้าง?

คุณคิดว่า “การลงคะแนนล่วงหน้า” จำเป็นแค่ไหนสำหรับการลงประชามติในยุคปัจจุบัน? หรือถึงเวลาที่จะออกสียงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้? (ปัจจุบันกฎหมายเปิดช่องให้ทำได้อยู่แล้ว) หรือควรคงไว้แบบเดิมเพื่อความประหยัดและโปร่งใส? .
คอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันได้ด้านล่างนี้เลยครับ!

วัส ติงสมิตร
นักวิชาการอิสระ
2/2/69
#เลือกตั้งล่วงหน้า #ลงประชามติล่วงหน้า #ประชาธิปไตย #การเมืองไทย69 #สิทธิประชาชน

กทม. เผยยอดใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าคึกคัก นอกเขต 87.60% ในเขต 96.47%

กทม. เผยยอดใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าคึกคัก นอกเขต 87.60% ในเขต 96.47%

กทม. เผยยอดใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าคึกคัก นอกเขต 87.60% ในเขต 96.47%

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.05 น.

กทม. เผยผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าคึกคัก นอกเขต 87.60% ในเขต 96.47% ชื่นชมพลังการมีส่วนร่วม พร้อมน้อมรับข้อเสนอแนะพัฒนาการจัดการเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2569 นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า ณ สถานที่เลือกตั้งกลางของกรุงเทพมหานคร จำนวน 50 จุด โดยภาพรวมการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่สามารถบริหารจัดการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้อย่างเหมาะสม

สำหรับภาพรวมผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง จำนวน 845,853 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 740,966 คน คิดเป็นร้อยละ 87.60 ขณะที่ผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง จำนวน 2,747 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 2,650 คน คิดเป็นร้อยละ 96.47 สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและการมีส่วนร่วมทางประชาธิปไตยของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ สถานที่เลือกตั้งกลางที่มีร้อยละของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่

1. สำนักงานเขตหนองแขม มีผู้มาใช้สิทธิ 10,953 คน จากผู้ลงทะเบียน 11,893 คน คิดเป็นร้อยละ 92.10

2. สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ มีผู้มาใช้สิทธิ 2,106 คน จากผู้ลงทะเบียน 2,305 คน คิดเป็นร้อยละ 91.37

3. ลานจอดรถสำนักงานเขตพระนคร มีผู้มาใช้สิทธิ 5,188 คน จากผู้ลงทะเบียน 5,717 คน คิดเป็นร้อยละ 90.75

4. วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เขตบางกอกใหญ่ มีผู้มาใช้สิทธิ 8,017 คน จากผู้ลงทะเบียน 8,835 คน คิดเป็นร้อยละ 90.74

5. สำนักงานเขตราชเทวี มีผู้มาใช้สิทธิ 20,268 คน จากผู้ลงทะเบียน 22,403 คน คิดเป็นร้อยละ 90.47

ขณะเดียวกัน หากพิจารณาจากจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งที่มากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่

1. โครงการตะวันนาบางกะปิ (ตะวันนา 2) เขตบางกะปิ มีผู้มาใช้สิทธิ 50,184 คน จากผู้ลงทะเบียน 58,665 คน คิดเป็นร้อยละ 85.54

2. มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เขตจตุจักร มีผู้มาใช้สิทธิ 45,619 คน จากผู้ลงทะเบียน 51,826 คน คิดเป็นร้อยละ 88.02

3. ลานจอดรถสำนักงานเขตลาดกระบัง (ชั่วคราว) มีผู้มาใช้สิทธิ 32,798 คน จากผู้ลงทะเบียน 38,548 คน คิดเป็นร้อยละ 85.08

4. บริเวณสำนักงานเขตห้วยขวาง มีผู้มาใช้สิทธิ 28,525 คน จากผู้ลงทะเบียน 32,462 คน คิดเป็นร้อยละ 87.87

5. อาคารกีฬาเวสน์ 1 และอาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย–ญี่ปุ่น) เขตดินแดง มีผู้มาใช้สิทธิ 25,753 คน จากผู้ลงทะเบียน 29,090 คน คิดเป็นร้อยละ 88.53

ทั้งนี้ ซองบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งจากทุกหน่วย ของ กทม. ได้ถูกส่งมอบให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว โดยไปรษณีย์ไทยฯ จะดำเนินการจัดส่งไปยังเขตเลือกตั้งตามภูมิลำเนาของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการนับคะแนนในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หน่วยนับคะแนนกลางที่ภูมิลำเนาของผู้มีสิทธิ พร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไปต่อไป

กทม. ขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่สละเวลาออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า รวมถึงเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ส่งผลให้การดำเนินงานโดยภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

พร้อมกันนี้ กทม. ได้ติดตามความคิดเห็นของประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างใกล้ชิด พบว่าส่วนใหญ่เป็นเสียงสะท้อนเชิงบวก โดยเฉพาะด้านการอำนวยความสะดวก ความเป็นระเบียบ และความใส่ใจของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเดินทางและสภาพการจราจรในบางพื้นที่ ซึ่ง กทม. ขอน้อมรับทุกความคิดเห็น เพื่อนำไปปรับปรุงให้การเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก และครอบคลุมยิ่งขึ้น

โอกาสนี้ ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ระหว่างเวลา 08.00–17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีรายชื่อ เพื่อร่วมใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตย และร่วมกำหนดอนาคตของประเทศไปพร้อมกัน

อดีตบิ๊ก ศรภ. สับพรรคส้ม แค่ยืนเคารพเพลงชาติยังทำไม่ได้ จะมาบริหารประเทศ

อดีตบิ๊ก ศรภ. สับพรรคส้ม แค่ยืนเคารพเพลงชาติยังทำไม่ได้ จะมาบริหารประเทศ

อดีตบิ๊ก ศรภ. สับพรรคส้ม แค่ยืนเคารพเพลงชาติยังทำไม่ได้ จะมาบริหารประเทศ

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.25 น.

อดีตบิ๊ก ศรภ. สับพรรคส้มเละ ซัดแค่ยืนเคารพเพลงชาติยังทำให้เหมาะสมไม่ได้ จะอาสามาบริหารประเทศไทย ลั่นสงสารคนไทยบ้างเถอะ

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “สงสารพวกกู..คนไทยบ้างเถอะ!

ธงชาติไทยนั้นมีความหมายมากมาย ลึกซึ้งถึงเลือดเนื้อ จิตวิญญาณ และการเสียสละของบรรพชนชาวไทย การยืนเคารพเพลงชาตินั้น จึงส่อความหมายมากกว่าการยืนตรงธรรมดา มันเป็นการแสดงความเคารพต่อมาตุภูมิ ถิ่นกำเนิดที่ให้โอกาสเราเติบโตจนมายืนอยู่ตรงจุดนี้ (ไม่ต้องมาอ้างว่าไม่อยากเกิดสักหน่อย เพราะทางการแพทย์พิสูจน์ชัดแล้วว่า ตัวอะไรที่มันกระสันวิ่งเข้ามาชิงกันเกิด โดยไม่มีใครบังคับเลย)

นอกจากนี้ การยืนเคารพธงชาติ ยังเป็นทั้งมารยาทสากลที่พึ่งกระทำกับเพลงชาติของทุกประเทศ และยังเป็นการให้เกียรติตัวเองอีกด้วย ว่าตนเป็นชาวอารยะ มีถิ่นฐาน มีเชื้อชาติ มีสัญชาติที่ชัดเจน ไม่ใช่คนเร่ร่อน ไร้สัญชาติ นอกจากนั้น ถ้าเป็นบุคคลที่เสนอตัวขึ้นมา ขอเป็นตัวแทนของประชาชนคนไทยด้วย ย่อมจะต้องตระหนักดีว่า “กูอยากจะไปเป็นตัวแทนของคนชาติไหน “

แต่แค่การยืนเคารพเพลงชาติตัวเอง ยังไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไรถึงจะเหมาะ จะควร คงไม่รู้กระมังว่า การยืนเคารพเพลงชาติไทย ร่วมกับคนไทยทุกคนนั้น เท่ากับเป็นการแสดงออกถึงความเคารพประชาชนที่ยืนร้องเพลงชาติกันทุกๆคนในที่นั้นด้วย หรือเห็นประชาชนเหล่านั้น เป็นแค่บันไดปีนขึ้นสู่อำนาจทางการเมืองเท่านั้น จะพูดอย่างไร จะปั่นเรื่องราวหลอกมันอย่างไรก็ได้ ถ้าเกิดพูดพลาด เดี๋ยวก็ตะแบงรอดไปได้ เหมือนที่ทำอยู่ทุกวันนี้

เช่น เพิ่งมารู้ว่าทหารมีไว้ทำไม ก็บอก พูดมาตั้งหลายปีแล้ว ตัดงบประมาณทหารเอามาพูดหาเสียงแบบโก้ๆเลย สารพัด แม้ก็อุตส่าห์ด่าเขามาเกือบ 5 ปีแแล้ว ถ้าไม่มีเลือกตั้งก็ไม่ออกมาแก้ตัวเป็นพัลวันแบบนี้หรอก แล้วที่ยุให้เด็กไปติดคุกแต่ลูกๆกูต้องได้ดี หรือ “มีเทาไม่มีเรา” เพราะคัดกรองอย่างดี ตอนนี้พูดอึกอักเพราะมันมีเทาเต็มไปหมด เรื่องปากท้องก็อีก จะมาแก้เศรษฐกิจอะไรได้ แค่“ขายข้าว”ตามปกติยังไม่รู้วิธีขายเลย นี่ไม่ต้องพูดถึงคำว่า“บริหารจัดการข้าว” ซึ่งต้องมีกลยุทธสูงกว่านั้นมาก

น้ำท่วมหาดใหญ่ ตอนประชาชนเดือดร้อนหายหัวกันไปหมด พอน้ำลดออกมาถ่ายภาพ ด่ารัฐบาลว่าไม่ช่วยอย่างนั้นอย่างนี้ รู้ดีไปหมด ที่ ภูเก็ต สมุทรปราการ กรุงเทพฯ มี ส.ส.เต็มจังหวัด ทุกแห่งไม่เคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยนอกจากเล่นแบบทางลัด เช่น ไปโหนเขา หรือไปแอบอ้างผลงานคนอื่นโดยเฉพาะการไปยืนถ่ายรูปกับป้ายโครงการต่าง ซึ่งเป็นงานที่ถนัดมาก กับแรงงานเขมร /พม่า ก็เหมือนกัน ไม่รู้เป็นอะไรหนักหนา จะต้องการยกชั้นให้มีสิทธิเท่ากับเทียมกับคนไทยให้ได้ ฯลฯ

สิ่งสำคัญก็คือพรรคการเมืองที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยแบบนี้จะเข้ามาบริหารประเทศไทยในภาวะวิกฤติเหมือนในปัจจุบันนี้ได้อย่างไร เมื่อไรจะเริ่มรู้จัก เคารพให้เกียรติคนอื่นบ้าง หันมามองตัวเองว่า ยังเป็นปกติชนทั่วๆไปในสังคมไทยหรือเปล่า หรือทรนงตนว่าสูงส่งจนเท้าไม่ติดดิน จนดูแคลนคนทั่วหล้าว่าล้าสมัยบ้างหละ ตกยุคบ้างหละ ถ้าอยากให้ประชาชนเค้าชื่นชม ก็ต้องหัดหันมามองตัวเองบ้างนะครับ เพราะพ่อแม่ก็ไม่กล้าสอนพวกคุณอยู่แล้ว หลังจากเรียนรู้ด้วยจิตใจที่มีจริยะแล้ว ค่อยมาอาสาขอโอกาสบริหารประเทศนะครับ… สงสารพวกกู..คนไทยบ้าง เถอะ”

เถกิง ลั่นผิดหวังกับ บรรยง พงษ์พานิช หลังเชื่อเมียเลือกกาส้ม 2 ใบ

เถกิง ลั่นผิดหวังกับ บรรยง พงษ์พานิช หลังเชื่อเมียเลือกกาส้ม 2 ใบ

เถกิง ลั่นผิดหวังกับ บรรยง พงษ์พานิช หลังเชื่อเมียเลือกกาส้ม 2 ใบ

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.08 น.

‘เถกิง’ลั่นผิดหวังกับ’บรรยง พงษ์พานิช’ หลังเชื่อเมียเลือกกาส้ม 2 ใบ

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 นายเถกิง สมทรัพย์ สื่อมวลชนอาวุโสของไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ผมนี่ผิดหวังคุณบรรยง พงษ์พานิช หลายเรื่องจริงๆ

1 คุณบรรยง ไปบรรยายให้กับชาวประชาธิปัตย์ฟัง น่าสนใจมาก

2 คุณบรรยง บอกว่า แกเคยเป็นแฟนประชาธิปัตย์มาตลอด แต่คราวก่อนไปเป็นด้อมส้ม

3 มาคราวนี้ ตัดสินใจเป็นด้อมส้มอีก กาให้ 2 ใบเลย

4 เหตุที่กาให้ 2 ใบ เพราะคนที่บ้านตัดสินใจให้

5 แม้จะถาม Ai ไปเยอะแยะ แต่คนที่ตัดสินใจ คือ คนที่บ้าน

6 แต่นั่นเป็นเรื่องของมนุษย์ที่ Ai ไม่สามารถควบคุมได้

7 ต่อให้ Ai เก่งแค่ไหน คงเปลี่ยน ผบ ที่บ้านได้ยาก

8 แต่ที่ผมผิดหวังจริงๆคือ ผมนั่งฟังคุณบรรยง บรรยายที่พรรคประชาธิปัตย์หลายรอบมาก

9 เก็บความไปเล่าในระหว่างเดินทางท่องเที่ยวให้ชาวทัวร์ฟังหลายทริป คือ ชอบมากจนต้องเก็บไปเล่า แนะนำให้ใครต่อใครฟัง

10 คุณบรรยง บรรยายว่าการเมืองต้องนิ่งไม่รุนแรงไม่สร้างปัญหา บ้านเมืองมันถึงจะพัฒนา

11 แล้วคุณบรรยง ไปเชื่อเมีย กา 2 ใบ ให้ส้ม แต่กลับบอกว่ารัฐบาลฟ้ากับส้มคือรัฐบาลในฝัน

12 คุณบรรยง มองไม่ออกเหรอว่า วิธีการหาเสียงหรือแนวคิด ของส้ม มันสร้างศัตรูมากมาย สร้างความแตกแยกเยอะแยะ

13 มันไม่เกิดสังคมสงบ หรือการเมืองสันติแน่นอน ถ้าส้มได้เป็นรัฐบาล

14 นั่นหมายความว่า ประเทศจะไม่เดินหน้า ต่อให้ส้มชนะเกินครึ่ง เพราะไอ้ความรุนแรงในการหาเสียงหรือที่ตั้งใจจะทำถ้ามีอำนาจมาก มันล้วนแต่จะสร้างความแตกแยกทะเลาะกันอีก

15 ทำไมคุณบรรยง มองไม่ออก.> ความแตกแยกทางการเมือง มันไม่ใช่แค่เรื่องรัฐประหาร มันเกิดจากพรรคการเมืองที่เห็นๆนี่ก็ได้

16 เฮ้อ。เสียเวลาเปิดฟังบรรยายซะหลายรอบ

17 คุณบรรยง คงจำเรื่องที่ตัวเองบรรยายเอาไว้ได้แน่นอน

18 แต่โหวตส้ม 2 ใบ มันสวนทางกับสิ่งที่อยากเห็นไหมล่ะแม้จะมีหลายเรื่องเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่น่าสนใจ

19 แล้วยังบอกว่า อยากเห็นรัฐบาลส้มผสมฟ้า แต่ลงให้ส้มทุกใบ..<

20 อ่านจากบนลงล่างอีกที…

21 ….และนี่คือสิ่งที่คุณบรรยง เขียนในเพจตัวเอง

ผมจะเลือกพรรคประชาชน ทั้ง 2 ใบ…

หลังจากที่ติดตามดูและฟังนโยบายของพรรคต่างๆ รวมทั้งวิเคราะห์ถึงโอกาสในทางปฏิบัติและความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดสถานการณ์เลวร้ายต่างๆตามมา ผมตัดสินใจกาให้พรรคส้มทั้ง 2 ใบ หลังจากที่ลังเลอยู่นาน ระหว่างสีส้มกับสีฟ้า

ขอบอกเลยว่า รัฐบาลผสมส้มฟ้า คือความฝันของผม

สำหรับเหตุผล 3 ข้อของผม มีดังนี้ครับ

1.ผมเชื่อและพูดตลอดมา ทุกครั้งที่มีโอกาสว่า ปัญหาที่เป็นตัวถ่วงประเทศมานาน คือ ปัญหาเชิงสถาบัน 5 ด้าน คือ ประชาธิปไตยไม่จริง(Democracy) ชิงกันโกง(Corruption) ทางโล่งทุนใหญ่(Economic freedom) ไม่ใฝ่การเรียน(Education) เซียนคุมศาล(Rule of Law) …ซึ่งถ้าดูดัชนีเปรียบเทียบ(Indexes) จะเห็นว่าประเทศเราเสื่อมถอยลงเรื่อยๆทั้ง 5ด้าน นั่นคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เราไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจ และสังคมได้

หลังจากที่ได้พิจารณานโยบายของพรรคใหญ่ที่ประกาศออกมา ผมพบว่า มีแค่นโยบายของสองพรรค ที่มุ่งเน้นปรับปัจจัยทางสถาบันเหล่านี้อย่างครบด้านที่สุด คือพรรคฟ้าและพรรคส้ม พรรคแดงยังมุ่งเน้นประชานิยมระยะสั้น ส่วนพรรคน้ำเงิน ผมเห็นว่ามุ่งขายแต่ว่าจะทำให้ดีขึ้นในบริบทเดิมๆ ไม่เน้นแตะโครงสร้างเชิงสถาบันเหล่านี้

2.ปัจจัยที่สองที่ผมใช้ประกอบการตัดสินใจ คือโอกาสที่จะเปลี่ยนนโยบายให้เป็นผลในทางปฏิบัติ ซึ่งในความเห็นของผม รัฐบาลที่จะทำได้ จะต้องมีจำนวนสส.มากเพียงพอ และจะต้องสามารถลดอุปสรรคโดยเฉพาะ จากองค์กรอิสสระ และสว. ซึ่งจะมาได้ก็ต่อเมื่อมีการยกร่าง รธน.ใหม่เท่านั้น ซึ่งถึงแม้พรรคส้มจะมีประสบการณ์น้อยในการบริหารรัฐบาล แต่การที่มีการระดมมืออาชีพที่มีประสบการณ์ด้านต่างๆจะช่วยลดปัญหาได้ ส่วนพรรคฟ้า ถึงแม้จะมีประสบการณ์สูงแต่โอกาสที่จะได้เสียงมากขึ้นมาถึงร้อยคนแทบไม่มี (ผมก็ยังหวังว่าจะได้ร่วมมือกันทำงาน)

3.ปัจจัยด้านความเสี่ยงที่จะเกิดความวุ่นวายรุนแรงในสังคมจากผลการเลือกตั้ง ถึงแม้ถ้าพิจารณาแล้ว การที่พรรคส้มขึ้นมา อาจเสี่ยงที่ฝ่ายอนุรักษ์อาจจะต่อต้านจนสร้างความวุ่นวายขึ้นมาได้ แต่ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ถึงแม้อาจจะลดโอกาสวุ่นวายรุนแรงในระยะสั้น แต่ผมเชื่อว่าถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ก็จะเท่ากับสร้างแรงกดดันสะสม ซึ่งในที่สุด จะเกิดความรุนแรงวุ่นวายหนักยิ่งกว่าในระยะยาวได้ ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เกิดหายนะยิ่งใหญ่กว่า ทำให้อนาคตชาติสูญหายไปเป็นชั่วอายุคนได้

นั่นคือเหตุผลที่ผมใช้ในการพิจารณาตัดสินใจครับ

อย่างไรก็ดี ผมได้ปรึกษาปัญญาประดิษฐ์(Chat GPT) ถึงการวิเคราะห์ทั้ง 3 ปัจจัย ซึ่งขอให้AIให้ความเห็นทั้ง 3 ปัจจัย โดยในคำถามแรก ผมใช้ prompt ดังนี้ครับ

Prompt ที่ผมใช้ครับ:

1. For this upcoming Thai election, I want you to help evaluate which party’s policies help most with our structural, institutional problems. I will tell you the problems, then you can go research policies of parties.

2. Only 3 parties are likely important enough (the top 3). You can also include smaller ones (1-2 others) if they have effective policies worthy of inclusion. Here’s the 5 problems: Democracy, Corruption, Economic-Freedom, Education, Rule of Law. ปัญหาโครงสร้าง/สถาบัน พวกนี้คือตัวถ่วงของประเทศ.​ นโยบายพรรคไหน มุ่งแก้ปัญหาเหล่านี้มากที่สุด

3. To help you research better. I’ll turn on Agent Mode. Now please do it again to get more complete information. ลองอีกที.

4. แปลไทยด้วย

5. แปลตัวรายงานด้วย ใส่ในคำตอบตรงนี้เลย ไม่ต้อง click ไปอ่าน

6. สรุปสั้นๆ เทียบ 3 พรรคให้ดูง่ายๆ พรรคไหนตอบโจทย์ ขอคะแนนถ่วงน้ำหนัก

ซึ่ง Chat GPT ก็ได้ตอบโดยให้คะแนนดังนี้ ประชาชน 92 เพื่อไทย 72 ปชป.66 ภูมิใจไทย (58

ส่วนด้านปัจจัยที่สอง โอกาสทำได้จริงในภาคปฏิบัติ เขาตอบมาแบบนี้ครับ 1. ภูมิใจไทย 2.เพื่อไทย 3. ประชาชน 4.ปชป.

และในคำถามสุดท้ายเกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะเกิดวุ่นวาย เขาตอบมาว่า ประชาชนเสี่ยงสุด รองลงมาก็เพื่อไทย

จะเห็นได้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุด แต่ก็จะเป็นการเลือกตั้งที่มีโอกาสเปลี่ยนประเทศมาก ทั้งในแง่เปลี่ยนให้ดีขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย

สุดท้าย ผมถามผู้บัญชาการสูงสุดที่บ้าน เธอตอบสั้นๆว่า “ส้มสองใบ กาเห็นชอบ” “

ไอซ์ รักชนก โวยเลือกตั้งล่วงหน้าพิรุธบาน เหน็บกกต.อย่าลืมลงชื่อเป็นผู้ช่วยหาเสียง

ไอซ์ รักชนก โวยเลือกตั้งล่วงหน้าพิรุธบาน เหน็บกกต.อย่าลืมลงชื่อเป็นผู้ช่วยหาเสียง

ไอซ์ รักชนก โวยเลือกตั้งล่วงหน้าพิรุธบาน เหน็บกกต.อย่าลืมลงชื่อเป็นผู้ช่วยหาเสียง

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.45 น.

‘ไอซ์ รักชนก’โวยเลือกตั้งล่วงหน้าพิรุธบาน แซะเหมือนกกต.กำลังเตะตัดขาบางพรรค-ทำไม่รู้ไม่เห็นซื้อเสียง เหน็บอย่าลืมใส่ชื่อในบัญชีผู้ช่วยหาเสียง

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 และลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตและนอกเขตเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ.2569 เวลา 08.00-17.00 น. โดยมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า แบ่งเป็นผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแบบในเขต 8,610 คน นอกเขตเลือกตั้ง 2,261,384 คน ผู้พิการทุพพลภาพและผู้สูงอายุ 1,666 คน ซึ่งพบความผิดพลาดในหลายจุด อาทิ คิวอาร์โค้ดผิดพลาด บางจังหวัดไม่มีเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครของบางพรรคการเมือง รวมถึงเอกสารแนะนำตัวของผู้สมัครไปโผล่อยู่เขตอื่น เป็นต้น

ล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า “เหลี่ยมทุกดอกแล้วบอกโปร่งใส

1) ไม่ติดชื่อผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ที่บอร์ดดูรายชื่อ ลำปาง ชลบุรี เชียงราย นครปฐม อยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี กทม อันนี้แค่เฉพาะที่ได้รับการร้องเรียนอันที่ยังไม่รายงานไม่รู้อีกไม่รู้เท่าไหร่

2) หลายเขตติดป้ายชื่อ ไม่ว่า ผิดพลาดกันได้เป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อประชาชนถามว่า สส. พรรคประชาชนเบอร์อะไร บัตรหายไปไหน เจ้าหน้าที่ กกต. กลับให้ข้อมูลว่า ‘ถูกตัดสิทธิ์ไปแล้ว‘ !!

3) ในกรุงเทพมหานคร สแกนป้ายแจ้งรายชื่อผู้สมัคร พบว่าปรากฏเป็นรายชื่อของการเลือกตั้งปี 66

4) หลังจากที่ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว กกต.จะต้องใส่รหัสเขตเพื่อส่งไปนับที่เขตนั้นๆ หลายเขตกรอกผิด ประชาชนทักท้วงแล้วแต่ไม่เป็นผล หลายเขตไม่ได้กรอกรหัส เป็นความจงใจทำให้ คะแนนไปผิดที่หรือไม่

5) มีเจ้าหน้าที่ กกต. บอกให้เขียนชื่อตัวเองบนบัตร! ซึ่งนั่นจะทำให้กลายเป็นบัตรเสียทันที!!

6) ค่ายทหารหลายค่าย ให้เลือกตั้งล่วงหน้า มีการเรียกเข้าห้องประชุม พูดปลุกใจ พูดว่าไม่ให้เลือกพรรคที่ด้อยค่าทหาร พรรคที่รักชาติ บิดเบือนข้อมูลว่าประชาชนจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อยกเลิก 112 ซึ่งไม่เป็นความจริง

7) ในค่ายทหารมีแค่เจ้าหน้าที่ กกต. ทหารชั้นผู้ใหญ่และทหารชั้นผู้น้อย ไม่มีบุคคลที่สามสามารถเข้าไปสังเกตการณ์ได้ บางค่ายมีการเดินเข้าไปมองในคูหาเลือกตั้ง

8 )เลือกตั้งนอกราชการอาณาจักร ก็ปัญหาอีกร้อยแปดพันประการ หลายคนกังวลว่าคะแนนจะมาไม่ถึง เหมือนปีที่ผ่านๆมา

ทุกคนเจออะไร ตั้งกล้องถ่ายคลิปไว้ให้หมด เจ้าหน้าที่คนไหนทำอะไรถ่ายให้เห็นหน้าเห็นการกระทำชัดๆ ทุกคะแนนมีความหมาย กว่าเราจะหามาได้แสนยากลำบาก แต่เสียไปง่ายๆด้วยความสะเพร่าของเจ้าหน้าที่ กกต.
จำได้ไหม กทม. เขต 33 แพ้แค่ 4คะแนน ลองคิดดูว่าถ้าประชาชนเขากาให้เราแล้ว แต่ความผิดพลาดมันเกิดจาก กกต. ทำให้คะแนนมันหายไป ใครจะรับผิดชอบ?

บางอย่างเข้าใจได้ว่ามันเกิดจากความผิดพลาด แต่บางอย่างเข้าใจไม่ได้จริงๆ กกต. มีไว้ทำไม? กกต. ย่อมาจากอะไร?

อย่าท้าทายกับความโกรธแค้นของประชาชนมากนัก ที่ผ่านมาอย่าคิดว่าผ่านมาแล้วก็ผ่านไปอย่าคิดว่าคนเค้าจำไม่ได้ เค้าทบต้นทบดอกในใจ วันไหนที่ความโกรธปะทุขึ้นมาแล้วควบคุมไม่ได้ คนมีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังก็ระวังจะไม่มีเงาหัว

ค. = คร้าบบบบบบบบ”

จากนั้นได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า “ดูเหมือน กกต. พยายามจะเตะตัดขาบางพรรคและปิดหูปิดตามองไม่เห็นการซื้อเสียงของบางพรรค เอางี้ถ้าเก็บทรงไม่อยู่จริงๆ อยากเป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรคไหน อย่าลืมใส่ชื่อ ในบัญชีผู้ช่วยหาเสียงให้เรียบร้อย ทำให้มันถูกต้อง ให้มันชัดเจนไปเลย ประชาชนเค้าจะได้รู้ๆ “

สมชัย ตำหนิแรง กกต. Human error ปมจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต

สมชัย ตำหนิแรง กกต. Human error ปมจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต

สมชัย ตำหนิแรง กกต. Human error ปมจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.09 น.

2 กุมภาพันธ์ 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า Human error กับการจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต

การออกแบบการจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ที่ให้เจ้าหน้าที่เขียนจ่าหน้าซองและยกภาระให้ประชาชนต้องตรวจสอบว่าส่งกลับถูกเขตหรือไม่ สะท้อนถึงการไร้ความคิดของ กกต. ที่สมควรได้รับการตำหนิ

เป็นการออกแบบงานที่เปิดช่องให้กับ “ความผิดพลาดของมนุษย์” (Human error) มากมาย

– จนท. จำรหัสผิด

– จนท. เขียนเลขไม่ชัดเจน

– ประชาชนไม่รู้รหัส ไม่สามารถตรวจสอบ

– จนท. ตรวจสอบและคัดแยกผิด ฯลฯ

ลด Human error ได้โดยเอา Machine มาแทนที่ เช่น ไม่ต้องให้คนเขียนจ่าหน้า แต่ ใช้ลอกสติ้กเกอร์ ที่ใส่ ชื่อจังหวัด เลขเขต รหัสเขต หรือแม้กระทั่ง bar code ที่พิมพ์ไว้เรียบร้อย เพียงตรวจบัตรประชาชนว่า เขาใช้สิทธิของเขตใด ก็ลอกมาปะหน้าซอง แล้วให้ประชาชนตรวจและเซ็นชื่อกำกับ

จะไม่มีปัญหาจำผิด ไม่รู้ เขียนไม่ชัด การแยกซองก็ใช้เครื่องคัดแยก อ่าน bar code ส่งกลับเขตได้แม่นยำ ครบ 100%

เรื่องนี้ กกต.หากทำไม่เป็น จ้าง shoppee , lazada มาทำก็ได้ เขาส่งของข้ามประเทศยังไม่มีผิดพลาด คนในโลกเขาทำเป็นหมดแล้ว ยกเว้น กกต. ไทย

เรื่องนี้เป็นความผิดพลาดของมนุษย์ (Human error) จริงครับ มนุษย์ที่ชื่อ กกต.

อภิสิทธิ์ ลั่นปชป. สมบัติพ่อเฒ่า ปลุกคนคอนไล่คนโกง 90 วันเดินหน้าปราบทุนเทา

อภิสิทธิ์ ลั่นปชป. สมบัติพ่อเฒ่า ปลุกคนคอนไล่คนโกง 90 วันเดินหน้าปราบทุนเทา

อภิสิทธิ์ ลั่นปชป. สมบัติพ่อเฒ่า ปลุกคนคอนไล่คนโกง 90 วันเดินหน้าปราบทุนเทา

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.09 น.

‘อภิสิทธิ์’ลั่นปชป.’สมบัติพ่อเฒ่า’ ปลุกคนคอนไล่คนโกง 90 วันเดินหน้าปราบทุนเทา ใครขวางเตรียมถูกย้าย ผุดนโยบายหวยจังหวัด 1 ล้าน

เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2569 ที่ลานจอดรถหน้าห้างโรบินสันโอเชี่ยน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยใหญ่ ท่ามกลางประชาชนที่รอฟังการปราศรัยล้นพื้นที่หน้าลานจอดรถ

โดยนายอภิสิทธิ์ ปราศรัยว่า พี่น้องชาวนครศรีธรรมราชที่เคารพทุกท่าน เข้าสู่อาทิตย์สุดท้ายแล้ว ก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง ขอบคุณพี่น้องจริง ๆ มากันล้นหลาม และตลอดทั้งวัน ตนลงเครื่องมา ไปทุ่งสง ทุ่งใหญ่ ชะอวด บางขัน หัวไทร ปากพนัง ทุกที่ต้อนรับตนและคณะของพรรคฯ ดีเยี่ยม อบอุ่น วันนี้พี่น้องที่นี่เป็นสักขีพยานเป็นหลักฐานที่ดีที่สุด ว่าใครที่บอกว่าอนาคตของประชาธิปัตย์ไม่ดีแล้ว ระวังเถอะ คนเหล่านั้นต่างหาก จะไม่มีอนาคต เพราะประชาธิปัตย์กลับมาแล้ว

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ถามว่า “พี่น้องนครศรีธรรมราชกลับมาแล้วใช่ไหม นครศรี สีอะไร” ประชาชนที่นั่งฟังบอกว่า “สีฟ้า”

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ขนาดกลางคืนตนมองขึ้นไปยังเป็นสีฟ้า ตนกลับมาทำคนเดียวไม่ได้ ต้องพยายามรวบรวมสรรพกำลังของพรรค ที่เคยเป็นที่หวังที่พึ่งของพี่น้องประชาชนมาตลอดระยะเวลายาวนานเกือบจะ 80 ปี วันนี้ยืนยันเรามีคนทุกรุ่นทุกกลุ่ม ที่เข้ามาเป็นกำลังสำคัญของเรา คนที่เป็นจิตวิญญาณหลัก ผู้อาวุโสอยู่กับเราแน่นอน คือ นายชวน หลีกภัย ยังคงสมัครบัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคฯ แม้ไม่ได้ลงสมัคร แต่ก็ยังยืนยันว่า เป็นประชาธิปัตย์เต็มร้อย รวมถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในนครศรีธรรมราช ที่ยังยืนหยัดทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับพรรคฯ รวมถึงแกนนำสำคัญในภาคใต้ก็กลับมาพรรคประชาธิปัตย์แล้ว นอกจากนี้ยังมีคนรุ่นใหม่ ที่ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคฯ เดินหน้าทำงานต่ออย่างยาว ๆ แม้จะถูกปรามาสจะสูญพันธุ์ แต่ก็ยังมีคนรุ่นใหม่มาร่วมงาน เพราะพรรคประชาธิปัตย์ คือ สมบัติของพ่อเฒ่า

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ กับชาวนครศรีธรรมราช และคนใต้ คือตัวแทนของการสร้างการเมืองสุจริต เพราะประเทศถูกโกงกินด้วยทุจริตคอร์รัปชัน หากปล่อยให้เป็นไปเช่นนี้ เศรษฐกิจก็จะแย่ ดังนั้น ที่ตนกลับมาครั้งนี้ ก็ต้องการไล่คนโกง คนซื้อเสียงออกจากภาคใต้ เพราะถ้ามีการทุจริตในประเทศ ก็ไม่มีนักลงทุนกล้าเข้ามาลงทุน แม้ประเทศจะมีกฎหมายป้องกันของเถื่อน หรือของทุ่มตลาด เพราะไม่มีใครทำ เหมือนปัญหาทุนเทา ดังนั้น 90 วัน พรรคประชาธิปัตย์ เดินหน้าปราบทุนเทาแน่นอน ใครขัดขวางเตรียมถูกย้ายออกจากตำแหน่งแน่นอน

“ย้ำนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนแก่ พร้อมดูแลความเป็นธรรม และสวัสดิการให้กับผู้มีอาชีพอิสระ เช่น เรียนฟรีที่ต้องฟรีจริง ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง, เบี้ยสูงอายุ 1,000 บาทถ้วนหน้า และเบี้ยผู้พิการที่เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว หวยจังหวัด จังหวัดละ 100,000 ฉบับต่องวด ราคา 50 บาท/ใบ หากประชาชนถูกรางวัล ก็จะได้รับ 1,000,000 บาท ประชาชนที่ไม่ถูกรางวัล เงินที่จ่ายไป ก็จะกลายเป็นเงินออม งวดละ 40 บาท รวมถึงเงินช่วยคุณแม่ดูแลบุตร ที่คลอดปุ๊บ รับทันที 5,000 บาท และหลังจากนั้น ก็จะได้ 5,000 บาทอีก 1 ปีรวม 65,000 บาท ไว้ดูแลบุตร เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีลูกแก้ปัญหาการเกิดน้อย รวมถึงการทำฟันผู้สูงอายุไม่ต้องรอคิว เป็นต้น ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนที่มีประชาชนเรียกร้องเบี้ยคนโสดนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังทำให้ไม่ได้ ตนก็เริ่มใจอ่อน แต่ก็กลัวการซุกซ่อนสามี ดังนั้น จึงย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ดูแลตั้งแต่เกิด และสนับสนุนให้ประชาชนมีการออม ไม่เหมือนพรรคการเมืองอื่น ที่ชอบสนับสนุนให้คนเป็นหนี้

“นครศรีธรรมราช นครศรีฟ้า อย่าแบ่งคะแนนให้ใคร ต้องเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งพรรค ด้วยบัตรสีเขียว และสีชมพู เพื่อมาร่วมกันต่อสู้การทุจริต ที่คนใต้ต่อต้านเรื่องนี้ และสู้ร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้กำลังมีความร้ายแรง ทุนเทากำลังเปลี่ยนเป็นแบงก์เทา ดังนั้นถ้าจะเอาต้องอย่าเลือก กินเหยื่อแต่ไม่กินเบ็ด สั่งสอนคนซื้อเสียงและไล่ออกจากภาคใต้” นายอภิสิทธิ์กล่าว

‘ไอซ์’จบไม่สวย ‘ชูวิทย์’เตือนแรงสู่‘ดาวคุก’ ยกตัวอย่างชะตากรรม3นิ้ว

‘ไอซ์’จบไม่สวย  ‘ชูวิทย์’เตือนแรงสู่‘ดาวคุก’  ยกตัวอย่างชะตากรรม3นิ้ว

‘ไอซ์’จบไม่สวย ‘ชูวิทย์’เตือนแรงสู่‘ดาวคุก’ ยกตัวอย่างชะตากรรม3นิ้ว

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ชูวิทย์” ออกโรงโต้ข้อกล่าวหาโจมตีพรรคส้มเพื่อเอื้อสีน้ำเงิน ยันโดนฟ้อง 7 คดี ยกฟ้องหมดโดยไม่มีบุญคุณต้องชดใช้ พร้อมเตือนแรงฝากถึง “ไอซ์-รักชนก ปมคดี ม.112 ระวังเส้นทางชีวิตจะเปลี่ยนจากดาวสภากลายดาวคุก ยกชะตากรรม3 นิ้วอย่าง”เพนกวิน-รุ้ง”ให้ดูเป็นตัวอย่าง

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นายชูวิทย์กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นตอบโต้น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนที่กล่าวหาตนว่าโจมตีพรรคส้ม เพื่อทำให้พรรคน้ำเงินได้ประโยชน์ หรือเพื่อต่อรองคดีที่ถูกพรรคน้ำเงินฟ้อง

โดย นายชูวิทย์ กล่าวว่า หากน.ส.รักชนก มัวแต่ยุ่งเรื่องหาเสียง แล้วไม่ได้ดูที่ตนแถลงพูดถึงเรื่องนี้ก็จะบอกให้ทุกคดีที่พรรคน้ำเงินฟ้องตนเมื่อครั้งรณรงค์ต่อต้านกัญชาเสรีศาลมีคำพิพากษายกฟ้องจบมาก่อนแล้ว ทุกคดีพรรคภูมิใจไทยฟ้องผมทั้งหมด 7 คดี ยกฟ้องยันคดีสุดท้ายจบไปเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2568 ที่ศาลอาญา รัชดา โดยทุกคดีพรรคน้ำเงินไม่มีการยอมความใดๆ ไม่มีการประนีประนอม ไม่มีบุญคุณต้องชดใช้ ต่างคนต่างต่อสู้ในศาลจนสุดทาง ศาลตัดสินยกคำร้องบ้าง ยกฟ้องบ้าง ด้วยเหตุผลว่าเป็นการวิจารณ์นโยบายของพรรคการเมือง เป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถกระทำได้ตามรัฐธรรมนูญ

“ดังนั้นการวิพากษ์วิจารณ์พรรคส้มจึงไม่ได้เป็นการช่วยให้พรรคน้ำเงินได้ประโยชน์เพื่อแลกเปลี่ยนแต่อย่างใด กลับกัน พรรคส้มต่างหากที่เป็นคนเอาคะแนน 14 ล้านเสียงที่ประชาชนมอบให้ไปยกให้พรรคน้ำเงินจนเติบใหญ่มาแข่งกับพรรคส้มอย่างทุกวันนี้”นายชูวิทย์ ระบุ

อย่างไรก็ตามตนเป็นคนที่ผ่านอะไรมามาก ไม่ใช่แค่อายุมากเท่านั้น ตนจึงไม่เคยนำเอาเรื่องบ้านเมืองมาปะปนกับเรื่องส่วนตัว ตนรู้จักคุณอนุทิน แม้ต่างอุดมการณ์กัน เห็นไม่ตรงกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าความแค้นจะฝังใจ เพราะเป็นเรื่องการเมือง เมื่อเจอกันยังทักทายได้ กอดได้ ให้กำลังใจกันด้วยความเป็นผู้ใหญ่ ที่เด็กเพิ่งมีแสงอย่างไอซ์ยากจะเข้าใจ

นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า เช่นเดียวกับไอซ์ที่ตนเคยให้กำลังใจเสมอ และไม่เคยว่าร้าย ทั้งๆ ที่ตนกำลังสั่งสอนพรรคส้มอยู่ การที่ไอซ์คิดว่าตนโจมตีพรรคส้มเพื่อแลกกับการถอนฟ้องคดี เพราะหากศาลลงโทษผมจะรอลงอาญาไม่ได้ ขอบอกให้ทราบว่า คนที่เคยติดคุกติดตะรางมา 3 รอบอย่างตน ยอมรับชะตาชีวิตและรับมือได้

“แต่ไอซ์ต่างหากที่ในระหว่างหาเสียงอยู่ตอนนี้ ยังต้องต่อสู้กับคดี ม.112 ที่ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกแล้ว 6 ปี อีกไม่นานจะไปถึงศาลฎีกา และจากสิ่งที่ไอซ์โพสต์ย่อมทำให้ศาลมองเจตนาเป็นอื่นไม่ได้บางทีวันหนึ่งไอซ์อาจต้องก้าวเท้าเข้าทัณฑสถานหญิงกลางทำให้ไอซ์เริ่มรู้จัก ชนชั้นในคุก ไม่ต้องนับถือเป็นรุ่นพี่ รุ่นพ่อ ม.ธรรมศาสตร์ แต่เป็นรุ่นพี่ในคุกแน่นอน”นายชูวิทย์ กล่าวย้ำ

นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ยังระบุด้วยว่า สำหรับคุกหญิงแน่นกว่าคุกชายมากนัก และคนปากแจ๋วในคุกมียิ่งกว่าไอซ์เยอะ จึงฝากสุภาษิตคุกไว้ให้ระลึกอยู่ให้เป็น (ในคุกหากอยู่ไม่เป็นปากจะมีสีได้) เย็นให้พอ (ถึงใจร้อนก็ออกจากคุกไม่ได้) รอให้ได้(รอวันที่ออกมาแต่แสงดับไปแล้ว)

“บทสรุปของไอซ์มีเส้นทางเดียวกันกับเยาวชน 3 นิ้ว อย่างเพนกวิน หรือรุ้ง ที่ต้องหนี หรือหมดสิ้นอิสรภาพซึ่งจะเป็นสิ่งเดียวที่ไอซ์โหยหาเช่นเดียวกับนักโทษทุกคนและเริ่มได้คุยกับตัวเองว่า ผลผลิตของ ม.112 มันคุ้มค่าหรือไม่ สังคมไทยยังเดินหน้าต่อไป ทุกคนยังไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัวและไม่กี่วันฟันเฟืองเล็กๆ อย่างไอซ์ก็จะถูกลืมในที่สุดแสงของ สส. จากดาวสภาจะกลายเป็นอดีต ถูกทดแทนกลายเป็นดาวคุก”นายชูวิทย์ กล่าวย้ำ

เลือกตั้งล่วงหน้ากระหึ่มทั่วปท. แห่ใช้สิทธิ์คึกคัก! ประชาชนรอเข้าคูหาแต่เช้า

เลือกตั้งล่วงหน้ากระหึ่มทั่วปท.  แห่ใช้สิทธิ์คึกคัก!  ประชาชนรอเข้าคูหาแต่เช้า

เลือกตั้งล่วงหน้ากระหึ่มทั่วปท. แห่ใช้สิทธิ์คึกคัก! ประชาชนรอเข้าคูหาแต่เช้า

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เลือกตั้งล่วงหน้ากระหึ่มทั่วปท. แห่ใช้สิทธิ์คึกคัก! ประชาชนรอเข้าคูหาแต่เช้า กกต.สอบโพสต์ซื้อเสียง7พัน ปชน.โวยลั่นไม่ติดชื่อผู้สมัคร เปิด8ข้อพิรุธอ้างไม่โปร่งใส

กกต.จัดเลือกตั้งสส.ล่วงหน้าทั่วประเทศคึกคัก บางหน่วยชาวบ้านมารอตั้งแต่เช้า เตือนซื้อสิทธิ์ ขายเสียงมีโทษหนัก ทั้งจำทั้งปรับ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ด้าน “อภิสิทธิ์” นำทัพ หาเสียงนครศรีฯ ย้ำคนใต้ใจเดียวรักประชาธิปัตย์

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) โดยมีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าทั่วประเทศรวมกว่า 2.4 ล้านคน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักทั่วประเทศ

เมื่อเวลา 07.00น. ที่โครงการตะวันนา 2 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ บรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกเขตเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก ก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้งจริงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครพบว่า เขตบางกะปิมียอดผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกเขตสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 จำนวนทั้งสิ้น 58,683คน จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในช่วงเช้าก่อนเวลาเปิดหีบ 08.00 น. พบว่าเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งได้เข้าเตรียมอุปกรณ์ประจำคูหา พร้อมซักซ้อมขั้นตอนการดูแลประชาชนที่จะเดินทางมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่มีประชาชนที่ลงทะเบียนไว้เริ่มทยอยเดินทางมาถึงสถานที่เลือกตั้งเพื่อตรวจสอบลำดับที่และชุดเลือกตั้งของตนเองล่วงหน้า สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่ โครงการตะวันนา 2 ได้มีการแบ่งหน่วยเลือกตั้งออกเป็น 85 ชุด ครอบคลุมพื้นที่ 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยใช้สีประจำภาคในการจำแนกเพื่อความชัดเจน ดังนี้ ภาคใต้ จำนวน 34 ชุด ใช้สีม่วง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 23 ชุด ใช้สีน้ำตาล, กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก จำนวน 20 ชุด ใช้สีชมพู และภาคเหนือ จำนวน 12 ชุด ใช้สีเขียว เพื่อให้ผู้ใช้สิทธิสามารถจำแนกชุดตามจังหวัดที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านได้ง่ายขึ้น

อำนวยความสะดวกประชาชน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดตั้งกองอำนวยการเพื่อบริการประชาชนในการตรวจสอบลำดับที่ผ่านระบบคอมพิวเตอร์และคิวอาร์โค้ด จำนวน 3 จุดรอบบริเวณ เมื่อทราบลำดับชุดและลำดับที่แล้ว เจ้าหน้าที่จะมอบกระดาษจดข้อมูลเพื่อให้ผู้ใช้สิทธิเดินไปยังคูหาที่ระบุไว้ ซึ่งแต่ละจุดจะมีการปักป้ายและธงราวแสดงหมายเลขชุดอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ กทม. นักศึกษาวิชาทหาร (รด.) จิตอาสา และอาสาสมัคร คอยประชาสัมพันธ์และอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งจัดหน่วยรถพยาบาลเคลื่อนที่และเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัย รวมถึงรถขยายสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตเพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนจำนวนมาก

เปิดหย่อนบัตร8.00น.

เวลา 08.00น.เจ้าหน้าที่ได้เปิดเพลงชาติเพื่อเป็นสัญญาณเริ่มการเปิดหีบลงคะแนนอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีประชาชนเข้าแถวรอใช้สิทธิอย่างหนาแน่นตั้งแต่นาทีแรก โดยนางสิริกาญจน์ สุยวณิชย์ ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ ระบุว่าเขตบางกะปิมีผู้ลงทะเบียนสูงสุดใน กทม. และจากการสถิติพบว่าภาคใต้เป็นภูมิภาคที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด เนื่องจากพื้นที่เขตบางกะปิเป็นที่ตั้งของสถานศึกษาสำคัญอย่างมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งมีนักศึกษาจากต่างจังหวัดพำนักอยู่เป็นจำนวนมาก โดยยอดในปีนี้สูงกว่าปี 2566 ถึง 6,000 คน

ด้านมาตรการอำนวยความสะดวกและการจราจร ผู้อำนวยการเขตแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบลำดับที่ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” มาล่วงหน้าเพื่อความรวดเร็ว พร้อมย้ำเตือนข้อกฎหมายว่า ห้ามฉีกบัตรเลือกตั้ง และห้ามถ่ายภาพหรือเซลฟี่ภายในคูหาโดยเด็ดขาด สำหรับปากกานั้นทางหน่วยได้จัดเตรียมไว้ให้ครบถ้วนแล้ว ในส่วนการจราจร สน.ลาดพร้าว และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ได้จัดเตรียมพื้นที่จอดรถไว้กว่า 1,000 คัน แต่ขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีบางกะปิ) หรือเรือโดยสารคลองแสนแสบ และควรเผื่อเวลาเดินทางเนื่องจากปริมาณรถในพื้นที่จะหนาแน่นตลอดทั้งวัน

กำลังพลแห่ใช้สิทธิ์

ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่ลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ล่วงหน้า มีประชาชนจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งข้าราชการ พนักงานเอกชนและเจ้าหน้าที่ทหาร เดินทางมารอใช้สิทธิกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเปิดหีบ

สำหรับการจัดสถานที่ในครั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แบ่งพื้นที่ 8 หน่วยเลือกตั้ง ประกอบไปด้วย เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต จำนวน 3,333คน เลือกตั้งล่วงหน้าในเขต จำนวน 65 คน

ไฮไลต์สำคัญคือ กลุ่มทหารนาวิกโยธินและกำลังพลในสังกัดกองทัพเรือ ที่เดินทางมาปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดนในพื้นที่จังหวัดตราด ในยุทธการตราดปราบปรปักษ์ เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2568 ได้รวมกลุ่มกันเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตกันจำนวนมาก เนื่องจากติดภารกิจสำคัญไม่สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้

ตัวแทนนายทหารรายหนึ่ง (ไม่เปิดตัวตน) เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ตามแนวชายแดนในขณะนี้จะยังคงเป็นปกติ แต่ด้วยภารกิจการเฝ้าระวังพื้นที่ที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทำให้กำลังพลต้องสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาลงคะแนนตลอดทั้งวันในวันนี้ ส่วนทหารที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดตราดอยู่แล้ว จะมีการแบ่งกำลังอีกส่วนหนึ่งเพื่อไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้งจริงต่อไป

นอกจากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยแล้ว ยังมีกลุ่ม ลูกเสือ กกต. และ นักศึกษาวิชาทหาร (รด. จิตอาสา กกต.) คอยทำหน้าที่อำนวยความสะดวก ตรวจสอบรายชื่อ และให้คำแนะนำแก่ผู้มาใช้สิทธิ ทำให้ขั้นตอนการลงคะแนนเป็นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นระเบียบเรียบร้อย

หาหน่วยเลือกตั้งไม่เจอ

ที่ใต้ถุนหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม

พบปัญหาผู้มาใช้สิทธิ์ หาคูหาเลือกตั้งไม่เจอ เจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้มาตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งตามแผนผังที่ติดประกาศไว้ บางส่วนมาผิดอาคาร เนื่องจากสถานที่ไม่เพียงพอ ทำให้หลายหน่วยเลือกตั้ง ต้องขยับไปใช้สนามกีฬาด้านข้างอาคารหอประชุมซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆกัน

เรือเอกไตรสรณ์ ผาสุก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ภาพรวมในการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันนี้ได้มีการเตรียมบุคลากรและสถานที่ รวมถึงการส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่พบปัญหาและอุปสรรคใดๆ ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้งสำหรับเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งหมด 43 หน่วยเลือกตั้ง มีผู้ทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งหมด 20,956 คน แบ่งเป็นลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขต 111 คน และลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตจำนวน 20,845คน ทั้งนี้จังหวัดมหาสารคาม มีประชากร 924,124คน มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 774,511คน

โคราชแห่ลงทะเบียนแน่น

ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นสถานที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้าของ เขต8 พบว่า มีประชาชนที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้า เดินทางมาตรวจสอบสิทธิ์กันตั้งแต่เช้า เพื่อรอใช้สิทธิ์ลงคะแนน

ในเวลา 08.00น.โดยเขตเลือกตั้งที่ 8 นี้ ได้แก่ พื้นที่อำเภอพิมาย (ยกเว้นตำบลสัมฤทธิ์ ตำบลชีวาน ตำบลกระเบื้องใหญ่ และตำบลท่าหลวง) กับอำเภอชุมพวง (ยกเว้นตำบลโนนตูม และตำบลตลาดไทร) ซึ่งมีผู้แจ้งใช้สิทธิฯ นอกเขต จำนวน 752 คน และในเขต จำนวน 2คน ทั้งนี้ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้มาตรวจสอบหีบบัตรและอุปกรณ์ต่างๆ ให้มีความเรียบร้อยตั้งแต่ก่อน 08.00 น. และมีการให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการใช้สิทธิ รวมถึง การตรวจสอบรายชื่อ ก่อนจะเปิดให้ ประชาชนได้ใช้สิทธิกันอย่างโปร่งใส โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยสอดส่องดูแลอำนวยความปลอดภัย เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งหน้าเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย

‘อยุธยา-ภูเก็ต-ขอนแก่น’คึกคัก

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นไปอย่างคึกคักและเรียบร้อย โดยประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิตั้งแต่ช่วงเช้า

ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้าที่หอประชุมพระพิรุณโปรดเกล้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (หันตรา) มีประชาชนมารอใช้สิทธิจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นพนักงานโรงงาน พนักงานบริษัท และข้าราชการที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด

นางพุทธิพร พลอยผักแว่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย น.ส.ณัฏฐ์อริญ แก้วญาณะสิทธิ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดฯ ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย โดยระบุว่าการจัดสถานที่มีความเหมาะสม กว้างขวาง เป็นห้องปรับอากาศ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้เป็นอย่างดี

ขณะที่จังหวัดภูเก็ต บรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นไปด้วยความคึกคักตั้งแต่เวลา 07.30 น. โดยมีประชาชนทั้งในพื้นที่และผู้มีภูมิลำเนาต่างจังหวัดทยอยมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิอย่างมีคุณภาพ โดยย้ำให้พิจารณาผลประโยชน์ของจังหวัดและประเทศเป็นหลัก

ด้านจังหวัดขอนแก่น บรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น หรือไคซ์ เป็นไปอย่างคึกคักเช่นกัน โดยผู้มาใช้สิทธิส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษา ซึ่งเป็นนิวโหวตเตอร์ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งแรก นายวัชระ สีสาร ผู้อำนวยการ กกต.จังหวัดขอนแก่น ระบุว่า ภาพรวมการเลือกตั้งล่วงหน้าในพื้นที่ยังไม่พบปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการเลือกตั้ง และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

‘ระยอง’เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สำหรับบรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้าใน จ.ระยอง เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า โดยประชาชนจำนวนหนึ่งมารอใช้สิทธิก่อนเปิดหีบบัตรเลือกตั้งในเวลา 08.00 น. พร้อมเข้ารับการตรวจสอบรายชื่อและต่อแถวตามลำดับอย่างเป็นระเบียบ ภายใต้การอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และออกจากบ้านตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งในการเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งที่ผ่านมา เคยเกิดปัญหาการจราจรแออัดในบางช่วงเวลา อาจส่งผลกระทบต่อการใช้สิทธิและภารกิจส่วนตัวของประชาชน ทั้งนี้ หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าที่โรงเรียนมัธยมตากสินระยอง มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจำนวน 13,999 คน โดยจังหวัดระยองมีการจัดตั้งหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ รวม 28 หน่วยเลือกตั้ง ขณะที่ภาพรวมการลงคะแนนตั้งแต่เปิดหีบเป็นต้นมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่พบรายงานปัญหาหรืออุปสรรคในการจัดการเลือกตั้งแต่อย่างใด

แค่เตรียมเงินซื้อเสียงก็ผิด!

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ไปกันใหญ่ ขออภัยมา ณ ที่นี้ วันนี้ได้ให้สัมภาษณ์สื่อเรื่องการป้องกันการซื้อเสียง อาจจะพูดสั้นไปหรือพูดเร็วไป หรือพูดไม่ได้ศัพท์ ทำให้มีคนเข้าใจบริบทที่พูดจากสิ่งที่ต้องการสื่อคลาดเคลื่อนจากสิ่งที่จะสื่อออกไป โดยได้พูดก่อนหน้ามาว่า สำนักงานฯ มีมาตราการอย่างไรในการซื้อเสียง คือต้องซื้อไม่ได้และได้สั่งการไปแล้ว แม้จะเตรียมการการซื้อเสียงได้ แต่อย่าแจก จริงๆ เป็นการพูดถึงพฤติการณ์คนที่จะทำการซื้อเสียง ไม่ได้อธิบายกฎหมาย กฎหมายได้กำหนดว่าแค่จัดเตรียมการซื้อเสียงก็เป็นความผิดแล้ว พฤติการณ์ผู้จะทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเรื่องการซื้อเสียง พฤติการณ์ก่อนซื้อคือการจัดเตรียมแจกเงิน แต่การจัดเตรียมมันจับได้อยาก นั้นหมายความว่า เขามีโอกาสเลี่ยงกฎหมายได้ง่าย ถ้าหลักฐานไม่ชัดเจน จึงพูดกับสื่อว่าแม้จะจัดเตรียมการซื้อเสียงได้ แต่ถ้าแจกคือแจกไม่ได้ เพราะเรามีมาตราการรองรับแบบเข้มข้น หรือถ้าแจกจับได้แน่ ต้องขออภัยที่ทำให้สังคมเข้าใจผิด ที่สื่อสารไม่ดีเอง”

‘สมชัย’สังเกตการณ์เลือกตั้ง

นายสมชัย ศรีสุทธยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ขี่จักรยานไปสังเกตการณ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ที่ เขตราชเทวี เวลา 8.30น.บรรยากาศทั่วไป : คนทยอยมาใช้สิทธิ ต่างคนต่างมา เป็นธรรมชาติ ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดน่าจะเป็นคนต่างจังหวัดที่มาทำงาน กทม. ยังไม่ถึงหนาแน่น

สิ่งที่ทำได้ดี : ป้ายต่าง ๆ เพื่อชี้แจงการใช้สิทธิ ทำได้ชัดเจน มีแบ่งพื้นที่ใช้สิทธิของผู้ที่มาจากจังหวัดต่าง ๆ มี QR code ให้ Scan เพื่อตรวจสอบสิทธิ แต่ยังมีขนาดเล็ก น้อยจุด มีโต๊ะพร้อม จนท. และโน้ตบุ๊ค อำนวยความสะดวกสำหรับคนที่ไม่ต้องการตรวจด้วยตัวเอง มี จนท. ถือโทรโข่งประชาสัมพันธ์ เป็นจุด ๆสิ่งที่ต้องแก้ไข : ในบริเวณใกล้ที่เลือกตั้งยังเห็นป้ายของพรรคการเมือง และผู้สมัคร ที่ติดไว้ก่อนหน้า ซึ่งเขตควรเอาออกในช่วงการลงคะแนน โดยรวมให้ 9 เต็ม10

เตือนซื้อสิทธิ์ขายเสียงโทษหนัก

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เตือนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมือง งดเว้นการกระทำเข้าข่ายการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งและมีโทษทางอาญาอย่างร้ายแรง

กรณีผู้ซื้อสิทธิพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73 บัญญัติ ว่า ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้กระทำความผิด ให้ศาลสั่งจ่ายเงินสินบนนำจับไม่เกินกึ่งหนึ่งจากจำนวนเงินค่าปรับแก่ผู้แจ้งความนำจับ

เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง

ส่วนกรณีผู้ขายเสียง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 101 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน ผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 -5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี และในกรณีที่ผู้ฝ่าฝืนเป็นผู้รับหรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ถ้าได้แจ้งถึงการกระทำดังกล่าวต่อ กกต.หรือผู้ซึ่ง กกต.มอบหมายก่อนถูกจับกุม ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษและไม่ต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ตามมาตรา 164

สำนักงาน กกต.ขอความร่วมมือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมือง ไม่ซื้อสิทธิ ไม่ขายเสียง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย

‘จุรินทร์’หาเสียงลาดพร้าว-บึงกุ่ม

เวลา 08.00น.วันที่ 1ก.พ.2569 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีราย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฏ์ ผู้สมัคร สส. เขตที่ 13 แขวงลาดพร้าว -บึงกุ่ม หมายเลข8 โดย นายจุรินทร์ และนายภาณุพงศ์ ได้เดินพบปะประชาชนที่ ตลาดอมรพันธุ์ 9 และ ตลาดรวมโชค มีประชาชนมาจับจ่ายใช้สอยจำนวนมาก ได้รับการต้อนรับอย่างคึกคัก

นายจุรินทร์ กล่าวปราศรัยบนรถขยายเสียงกับประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยและมายืนฟังว่า นายภาณุพงศ์ มีความพร้อมที่จะทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรของชาวกทม. เขต 13 เพราะมีความรู้ พื้นฐานจบปริญญาตรี 2 ใบ ทั้งด้านนวัตกรรม อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กับด้านกฎหมาย และจบปริญญาโททางด้าน รัฐศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกทั้งยังเป็นคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์มาหลายปี รวมทั้งเคยเป็นคณะทำงานของตน เมื่อครั้งเป็น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งเป็นผู้ช่วย สส.ของ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี จึงเชื่อว่า นายภาณุพงศ์ มีความรู้และประสบการณ์พอที่จะทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร เพื่อร่วมทำการเมืองสุจริตกับพี่น้องแขวงลาดพร้าว บึงกุ่ม ได้เป็นอย่างดี

ขอถือโอกาสนี้ ขอโอกาสให้กับ นายภาณุพงศ์ ซึ่งเป็นลูกน้องสาวของผม โดยขอ “ฝากหลานก๊อด เบอร์ 8 ไว้รับใช้พี่น้องชาวลาดพร้าว-บึงกุ่ม สักคน จากนั้นได้ขึ้นรถแห่ไปรอบเขตลาดพร้าวบึงกุ่มจุดสิ้นสุดที่ปั๊มปตท ถนนเกษตรนวมินทร์

‘อภิสิทธิ์’ทำทัพลุยเมืองคอน

เวลา 09.30 น. ที่ตลาดทุ่งสง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคฯดูแลพื้นที่ภาคใต้ นายอิสรา สุนทรวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคฯ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคฯ ลงพื้นที่ตลาดทุ่งสง เพื่อ ช่วยนายธนภัทร รัตนพันธ์ ผู้สมัครส.ส. เขต5 ทุ่งสง-นาบอน-(ยกเว้น ต.ทุ่งสง)

โดยทันทีที่นายอภิสิทธิ์และคณะมาถึง ได้มีประชาชนที่คอยต้อนรับเข้าไปกอด และขอถ่ายรูป โดยมีเด็กมาขอเซลฟี่ ขอลายเซ็น ลายเซ็นบนหมวกและเสื้อ นอกจากนั้นยังมีประชาชนร้องเพลงปักษ์ใต้บ้านเรา ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

ก่อนที่นายอภิสิทธิ์ จะขึ้นบนรถแห่และกล่าวปราศรัยย่อย ทักทายประชาชน เป็นภาษาใต้ว่า “ว่าพรือ” พร้อมขอบคุณที่มาให้กำลังใจพรรคประชาธิปัตย์ ตนมาวันนี้เพื่อมาย้ำเตือน ทราบดีว่าพี่น้องกับเราผูกพันกันมาเป็นเวลานาน ในทุ่งสงนี้ก็มีอดีตสส.คือนายประกอบ รัตนพันธ์ ทำงานกับตนมาหลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะเรื่องของการศึกษา แต่เที่ยวนี้ไม่ได้ลงสมัครในเขตเลือกตั้ง เลยต้องเอาคนอายุใกล้ๆกันมาลง ใกล้กับตนเมื่อ 30 ปีที่แล้ว คือนายธนภัทร ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ พร้อมแล้วที่จะมาช่วยตนและพรรคฯ เพราะเที่ยวนี้เราบอกได้ว่าจะมาทำให้ไทยหายจน

นายอภิสิทธิ์ ได้ถามชาวบ้านว่า จำได้หรือไม่ว่าตอนที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเราดูแลเอาใจใส่พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ และภาคใต้และอื่นๆเราดูแลได้เป็นอย่างดี ตอต้นเป็นนายกฯ ยางราคา 100 กว่าบาท แต่ตอนนี้ 50 กว่าบาท ก็ไม่เป็นไรเที่ยวนี้เรามีประกันภัยได้อย่างน้อยได้ 60 บาท แต่เราทำระบบเศรษฐกิจที่จะมีการเอานักลงทุน มาซื้อยางเพื่อผลิตสินค้าราคาแพง ซึ่งทำให้ตนมั่นใจว่าราคายางต้องเกิน 80 บาทแน่นอน

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงนโยบาย “หวยจังหวัด” ซื้อสลาก 50 บาท ให้ซื้อได้แค่ 100,000 คน โดยในนี้ที่ซื้อ 50 บาท จะมีคนนครศรีธรรมราช ได้รางวัล 1 ล้านบาท ทุกเดือน ส่วนที่เหลือ ก็จะถูกนำเงิน 40 บาทไปใส่ในบัญชีเงินออมให้ทุกคน ยืนยันว่านโยบายใหม่ๆของพรรคฯจะทยอยออกมา รวมถึงการดูแลผู้สูงอายุ ถ้วนหน้า 1,000 บาท การทำฟันใหักับผู้สูงอายุ แม้จะเป็นนโยบายเดิม แต่จะเป็นการต่อเติมให้

สนับสนุนคนไทยมีบุตร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีนโยบายใหม่ เช่น สนับสนุนให้คนไทย มีบุตรเพราะสถานการณ์การเกิดในประเทศไทยน้อยมาก ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจ ดังนั้นพรรคฯ ต้องทำให้เด็กเกิดมามีคุณภาพ โดยจะมีเงินช่วยคุณแม่ดูแลเด็ก คุณแม่คลอดลูกจะได้รับเงินทันที 5,000 บาท หลังจากนั้นปีแรกให้เดือนละ 5,000 บาท ทั้งปีคุณแม่จะได้เงิน 65,000 บาทไว้คอยดูแลลูกน้อย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า เขาพูดกันว่าคนใต้รักพรรคประชาธิปัตย์ พรรคอื่นที่มาหาเสียงก็จะมาขอแบ่ง แต่คนใต้ใจเดียว ให้เลือกประชาธิปัตย์ 2 ใบ เพราะอาทิตย์หน้าทุนเทาจะแปลงร่างเป็นแบงค์เทา และเริ่มมีการจดชื่อแล้ว พร้อมถามชาวบ้าน เอาไหมเอา ซึ่งชาวบ้านตะโกนว่าเอา นายอภิสิทธิ์ จึงกล่าวกับชาวบ้านว่าเอาได้แต่ไม่เลือก แน่ใจหรือไม่ ถ้าไม่เลือกตนจะได้กลับมาเยี่ยมเยียน ผู้แทนฯกลับมาดูแลพี่น้อง ทำให้บ้านเมืองสุจริต เศรษฐกิจดีขึ้น และไทยหายจน