บิ๊กป้อม บุกร้านลูกโต้งชลวัว น็อต วรฤทธิ์ ร่วมต้อนรับ-ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

บิ๊กป้อม บุกร้านลูกโต้งชลวัว น็อต วรฤทธิ์ ร่วมต้อนรับ-ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

บิ๊กป้อม บุกร้านลูกโต้งชลวัว น็อต วรฤทธิ์ ร่วมต้อนรับ-ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.57 น.

“บิ๊กป้อม”บุกร้านลูกโต้งชลวัว กินก๋วยเตี๋ยวร้าน”น็อต วรฤทธิ์” ไร้ดราม่าการเมือง ด้าน”วัฒนา”ผู้สมัคร สส.พปชร.ชู”บางนา-พระโขนง”ยกเป็นเขตปกครองพิเศษ ย้ำพรรคต้นตำรับ”คนละครึ่ง” ยันไม่แก้ รธน.

เมื่อเวลา 11.45 น.วันที่ 26 มกราคม 2569 นายวัฒนา เซ่งไพเราะ ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 23 บางนา-พระโขนง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ร่วมรับประทานก๋วยเตี๋ยวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว “ลูกโต้งชลวัว” บางนา-ตราด ซอย 23 ของ น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ดาราพิธีกรชื่อดัง ซึ่งมีพี่น้องประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ไม่มีการพูดคุยหรือสอบถามถึงเรื่องดราม่าทางการเมืองของ น็อต วรฤทธิ์ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าแต่อย่างไร มีเพียง น็อต วรฤทธิ์ ออกมาต้อนรับและบริการคณะ พล.อ.ประวิตร ด้วยความเป็นกันเอง รวมทั้ง น็อต วรฤทธิ์ ยังขอร่วมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วย

นายวัฒนา กล่าวภายหลังร่วมรับประทานก๋วยเตี่ยวกับ พล.อ.ประวิตร ว่า ท่าน พล.อ.ประวิตร ให้กำลังใจในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งนี้ นายวัฒนา เน้นว่า ตนเป็นคนในพื้นที่นี้มาตั้งแต่เกิด แม่เป็นคนบางนา พ่อเป็นคนพระโขนง เราอยู่ที่นี่มา 3 ชั่วอายุคนแล้ว คราวนี้กลับมาเพื่อต้องการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืน เนื่องจากพื้นที่บางนา – พระโขนง เป็นที่เดียวที่มีรถไฟฟ้า 2 สาย ขนานกันอยู่แล้ว ระยะทาง 3 กิโลเมตร ซึ่งอยากให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่เดิมได้ร่วมกันพัฒนายกระดับเป็นลักษณะ “เขตปกครองพิเศษ” ที่เกิดขึ้นตามแนวรถไฟฟ้า ซึ่งผู้อยู่อาศัยเป็นกลุ่มมีกำลังซื้อสูงเพื่อทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

นายวัฒนา กล่าวต่อว่า พรรคพลังประชารัฐยังเน้นเรื่องความมั่นคงและการปกป้องสถาบันหลักชาติ และเป็นพรรคการเมืองที่ไม่มีผลประโยชน์ของนายทุนพรรค ขณะเดียวกันเป็นพรรคที่ริเริ่มโครงการคนละครึ่ง ที่เป็นนโยบายที่ดีแน่นอน เพราะแม้แต่ นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็ยังนำไช้

อย่างไรก็ตาม เรื่องรัฐธรรมนูญ นายวัฒนา ย้ำจุดยืนพรรคพลังประชารัฐ ไม่แก้รัฐธรรมนูญ ยอมรับรัฐธรรมนูญสามารถแก้ได้แต่ไม่ใช่แก้ทั้งฉบับ

“มีนักการเมืองบอกว่ารัฐธรรมนูญแก้ยาก ก็แน่นอนรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายใช้ปกครองประเทศก็ต้องแก้ยากเป็นธรรมดา แต่การระบุว่า จะทั้งฉบับโดยไม่รู้จะแก้ตรงไหนบ้าง มันก็ช่วยไม่ได้ที่ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดระแวง” นายวัฒนา กล่าว

– 006

เกม พงศ์พล ผู้สมัคร สส.ปชป.ลุยหาเสียงเขต7 กทม. ชูแนวคิดของคนรุ่นใหม่

เกม พงศ์พล ผู้สมัคร สส.ปชป.ลุยหาเสียงเขต7 กทม. ชูแนวคิดของคนรุ่นใหม่

เกม พงศ์พล ผู้สมัคร สส.ปชป.ลุยหาเสียงเขต7 กทม. ชูแนวคิดของคนรุ่นใหม่

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.45 น.

เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา  บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง 2569 ในช่วงโค้งสุดท้ายเป็นไปอย่างคึกคัก  โดยนายพงศ์พล เตมีย์  หรือ เกม ผู้สมัคร สส.หมายเลข 1 เขต 7 กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ลงพื้นที่หาเสียงตลอดทั้งวัน  โดยพบปะประชาชนตามชุมชน บ้านเรือน พร้อมขึ้นรถแห่ไปตามจุดต่างๆภายในถึงหมู่บ้าน    และตลาดเตาปูน ปรากฏว่าได้รับการต้อนรับจากประชาชนอย่างอบอุ่น เนื่องจากที่เป็นพื้นที่ที่คุ้นเคย โดยมีกาย น้องชาย ร่วมลงพื้นที่ด้วย

นายพงศ์พล กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี เพราะตนและน้องชายคุ้นเคย และผูกพันมาตั้งแต่เด็กๆ เนื่องจากคุณพ่อเป็นที่รู้จักของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จากการทำงานช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างชุมชนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วัยเด็กยันหนุ่ม

“มีพี่น้องทุกวัยจำนวนมากให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นหลายคนเข้ามาทักทาย พูดคุย และให้กำลังใจทำเอาผมรู้สึกปลื้มใจ สะท้อนความรู้สึกว่าเด็กตัวเล็กในชุมชนวันนั้น วันนี้เติบโตกลับมาเดินอยู่ท่ามกลางผู้คน เพื่อตั้งใจจะช่วยเหลือและต้องการจะขอพัฒนาถิ่นเก่าตนเอง ภาพดังกล่าวสร้างรอยยิ้ม ความภาคภูมิใจ และความรู้สึกผูกพันให้กับคนในพื้นที่ตลอดการลงพื้นที่”นายพงศ์พล กล่าว

ทั้งนี้ การลงพื้นทุกครั้งได้สะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างครอบครัวกับชุมชน และตอกย้ำแนวคิดว่าการเมืองที่ดี ต้องเริ่มจากความเข้าใจพื้นที่ การรับฟังปัญหาจากชีวิตจริงจากประชาชนทุกระดับเฉพาะที่ยังขาดโอกาส ถ้าประชาธิปัตย์ได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ตนขอขันอาสานำความทันสมัยจากความคิดคนรุ่นใหม่ๆที่พรรคให้โอกาสคนรุ่นใหม่เข้ามาสัมผัสการเมือง

นายกฯ สั่งเฝ้าระวังสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เข้มคัดกรองผู้โดยสารสนามบิน

นายกฯ สั่งเฝ้าระวังสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เข้มคัดกรองผู้โดยสารสนามบิน

นายกฯ สั่งเฝ้าระวังสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เข้มคัดกรองผู้โดยสารสนามบิน

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.44 น.

‘นายกฯ’สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) พร้อมกำชับมาตรการคัดกรองผู้โดยสารที่สนามบินอย่างเข้มงวด

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) อย่างใกล้ชิด ภายหลังมีรายงานพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 5 ราย และผู้สัมผัสใกล้ชิดกว่า 180 คน ในรัฐเบงกอลตะวันตก สาธารณรัฐอินเดีย เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า ปัจจุบันสถานการณ์ในประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการเฝ้าระวังและการคัดกรองผู้เดินทาง ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในสนามบินนานาชาติ 3 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานดอนเมือง สุวรรณภูมิ และภูเก็ต เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศ

โฆษกฯ ยังเน้นย้ำว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังโรคและการประเมินความเสี่ยงเชิงรุก โดยสั่งการให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและท่าอากาศยาน ดำเนินมาตรการตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศอินเดีย ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมด้านระบบสาธารณสุขของประเทศไทย ทั้งด้านบุคลากร เวชภัณฑ์ และแนวทางการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งประสานติดตามข้อมูลสถานการณ์อย่างใกล้ชิดกับองค์การอนามัยโลก (WHO) และหน่วยงานระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการประเมินความเสี่ยงและยกระดับมาตรการเฝ้าระวังอย่างเหมาะสม

“ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ และยังไม่มีรายงานผู้ป่วยในประเทศ อย่างไรก็ดี รัฐบาลได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังผู้เดินทางอย่างต่อเนื่อง หากพบผู้ที่มีอาการเข้าได้กับโรค จะมีการคัดกรองเพิ่มเติม ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ และดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดทันที ทั้งนี้ โรคดังกล่าวยังไม่มียารักษาและวัคซีนป้องกัน รัฐบาลจึงขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์พาหะหรือการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด” นายสิริพงศ์กล่าว 

อนึ่ง โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เป็นหนึ่งในโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดให้ต้องรายงานทันทีเมื่อพบผู้ป่วยต้องสงสัย เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีพาหะสำคัญคือค้างคาว และสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เช่น เลือดและน้ำลาย ผู้ป่วยมักมีอาการไข้สูง ปอดอักเสบ สมองอักเสบ ชัก และพบอัตราการเสียชีวิตสูงร้อยละ 40–75 ซึ่งถือว่าสูงกว่าโรคโควิด-19 หลายเท่า

ชูความสำเร็จทีมไทยแลนด์ เอกนิติ-ศุภจี เตรียมแถลงผลประชุม WEF 2026

ชูความสำเร็จทีมไทยแลนด์ เอกนิติ-ศุภจี เตรียมแถลงผลประชุม WEF 2026

ชูความสำเร็จทีมไทยแลนด์ เอกนิติ-ศุภจี เตรียมแถลงผลประชุม WEF 2026

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.37 น.

“โฆษกรัฐบาล”เผย”เอกนิติ-ศุภจี”เตรียมแถลงผลประชุม WEF 2026 ชูความสำเร็จทีมไทยแลนด์ ยกระดับบทบาทไทยบนเวทีเศรษฐกิจโลก เสริมความเชื่อมั่นนักลงทุนนานาชาติ

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (27 ม.ค.69) ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีการแถลงข่าวสรุปผลการเข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาเศรษฐกิจโลก World Economic Forum Annual Meeting 2026 (WEF 2026) ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 23 ม.ค.69 โดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะร่วมแถลงด้วยตนเอง เพื่อรายงานผลการดำเนินภารกิจและความสำเร็จจากการเข้าร่วมประชุมดังกล่าว

โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความเชื่อมั่นของประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจโลก โดยได้มอบหมายให้ทีมไทยแลนด์ นำโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง , นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ , นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เข้าร่วมการประชุม WEF 2026 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งในการยกระดับความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ขยายเครือข่ายความร่วมมือกับผู้นำองค์กรระหว่างประเทศ และสะท้อนบทบาทของไทยในเวทีผู้นำโลก รวมถึงการหารือกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำระดับโลก เพื่อต่อยอดสู่การลงทุนและโครงการความร่วมมือที่จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

นอกจากนี้ ทีมไทยแลนด์ยังบรรลุเป้าหมายสำคัญจากการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ โดยนายเอกนิติ ระบุถึงผลลัพธ์ 3 ประการ ได้แก่ (1) การตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาผู้นำโลกว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพ มีทิศทางนโยบายชัดเจน มีความเป็นกลางท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ และพร้อมเป็นฐานความร่วมมือด้านเศรษฐกิจยุคใหม่ของภูมิภาค (2) การเจรจากับผู้บริหารบริษัทชั้นนำระดับโลก เพื่อผลักดันการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม New S-Curve การสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทย และการพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของโลกในอนาคต และ (3) การสร้างความร่วมมือเพื่อปูทางสู่การเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF – World Bank Annual Meetings 2026* ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการจัดงานระดับโลกและบทบาทการเป็นผู้นำของอาเซียน

สำหรับบทบาทของกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจีฯ ได้เข้าร่วมการประชุมและกิจกรรมสำคัญอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเข้าร่วมเป็นผู้อภิปรายในหัวข้อ “Recoding Trade” เพื่อนำเสนอบทบาทของอาเซียนภายใต้กรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement: DEFA) ซึ่งประเทศไทยเป็นประธานการเจรจา โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการค้าและการลงทุนดิจิทัล การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ และการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนการพบปะหารือกับรัฐมนตรีการค้าจากประเทศต่างๆ อาทิ แคนาดา สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

“การแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ จะเป็นการนำเสนอภาพรวมผลสำเร็จและทิศทางการขับเคลื่อนในอนาคตของประเทศไทย ทั้งในมิติการดึงดูดการลงทุน การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและความร่วมมือของภูมิภาค อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การเติบโตอย่างยั่งยืน และประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อประชาชนในระยะยาว” นายสิริพงศ์ กล่าว

ผบ.สูงสุด เผย เตีย บัญ ส่งสัญญาณสงบศึก ชี้ต้องดูพฤติกรรม ยังไม่ไว้ใจ

ผบ.สูงสุด เผย เตีย บัญ ส่งสัญญาณสงบศึก ชี้ต้องดูพฤติกรรม ยังไม่ไว้ใจ

ผบ.สูงสุด เผย เตีย บัญ ส่งสัญญาณสงบศึก ชี้ต้องดูพฤติกรรม ยังไม่ไว้ใจ

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.34 น.

ผบ.ทสส. แจง เตีย บัญ ส่งสัญญาณสงบศึก ขอดูพฤกรรม ยังไม่ไว้ใจ เตือนส่งทหารกัมพูชาส่องหน้าแนวทหารไทย อย่าทำ ให้โมโห-ตกใจ 

วันที่ 26 มกราคม 2569 ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึง การฝึกคอบร้าโกลด์ปีนี้ ไม่มีประเทศกัมพูชาเข้าร่วมว่า เป็นจังหวะพอดี เนื่องจากครบรอบไปแล้ว และเราก็ต้องเปลี่ยนให้ประเทศอื่นเข้ามา

เมื่อถามว่าตามหลักการหลังสู้รบ เราต้องระงับความสัมพันธ์ด้านการทหารกับกัมพูชาใช่หรือไม่ พลเอก อุกฤษฎ์  กล่าวว่า เวลายังไม่เหมาะสม หากถึงเวลาเหมาะสมแล้วค่อยว่ากันใหม่ ก็เข้าใจได้ ในห้วงนี้ก็ต้องเป็นเช่นนี้ มีหยุดพักกันได้ แต่ไม่ใช่ว่าพักแล้ว จะพักยาว ขึ้นอยู่ กับท่าทีและพฤติกรรม หากมีเจตนา จริงจัง มีความร่วมมือและแก้ไขปัญหา ต้องตบมือกันทั้งสองฝ่าย

เมื่อถามว่าพฤติกรรมของฝ่ายกัมพูชา ในปัจจุบันโอเคแล้วหรือไม่ พลเอก อุกฤษฎ์  กล่าวว่า ก็ดีขึ้น แต่ต้องดูให้ละเอียด อย่าเพิ่งไว้ใจอะไรเลย 

ส่วนกรณี ที่มีคลิปเผยแพร่ทหารกัมพูชาเข้ามายั่วยุ หน้าแนวทหารของฝ่ายไทย จนถูกมองว่าเป็นสัญญาณรอบที่สาม พลเอก อุกฤษฎ์ กล่าวว่า อย่าไปมองอย่างนั้น ต้องเข้าใจว่าสถานการณ์หลังจากหยุดยิงก็มีการวางกำลัง และวางระบบเครื่องกีดขวาง ต่างฝ่ายต่างดำเนินการ เมื่อเริ่มนิ่งฝ่ายกัมพูชาก็จะเข้ามาดู ศึกษาตรวจสอบ ถือเป็นพฤติกรรมปกติ พัฒนาการ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นของทหารหน้าแนว เพียงแต่ว่าในขณะที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ไม่มีไปทําพฤติกรรมใดๆ ยั่วยุ ซึ่งมี2กรณีคืออย่าให้โมโหและอย่าให้ตกใจ 

” ซึ่งต้องดูท่าที ถ้ามาไม่ดีทหารไทยตกใจง่าย ถ้าท่าทีดีก็ตกใจยาก ไม่ต้องกลัวการตกใจต้องมองหลายอย่าง”

เมื่อถามว่า การปล่อยเฟคนิวส์และบิดเบือนข้อมูลบางครั้งลามปาม ในส่วนของ ผบ.เหล่าทัพ ได้มีการพูดคุยและกําชับทหารหน้าแนวอย่างไรบ้าง พลเอก อุกฤษฎ์  กล่าวว่า เรามีการพูดคุยกันทุกส่วน แต่ไม่ขอลงรายละเอียดซึ่งมิติด้านความสัมพันธ์ด้านการทูต ข่าวสาร การทหารและเศรษฐกิจ เราเดินไปทุกเรื่องพร้อมกัน หลังจากนี้เราเตรียมการไว้แล้ว เรื่องการพูดคุยหารือในระดับกองทัพไทย รวมถึงเหล่าทัพ ว่าจะทําข้อเสนออย่างไรต่อไปในอนาคต ช่วงนี้ควบคุมสถานการณ์รักษาระดับ บนพื้นฐานเราพร้อมทุกกรณี จะไปซ้ายหรือขวา ดําเนินการได้หมด 

เมื่อถามถึงกรณี พลเอก เตีย บัญ ได้ประสานมายังฝั่งไทย ยุติสงบศึก พลเอก อุกฤษฎ์  กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียดให้ดี เพราะนอกจากการส่งสัญญาณ การพูดคุยเจรจาเป็นข้อความมาแล้ว ที่สำคัญก็คือพฤติกรรม พฤติการณ์ ทุกอย่างต้องประเมินในองค์รวม เราควรจะเชื่ออย่างไร เพราะทุกอย่างเป็นสมมติฐาน เราไม่สามารถเข้าไปดูได้ว่าแท้จริงแล้ว เป็นอย่างไร เราต้องพิจารณาจากทุกสิ่งทุกอย่าง และตั้งสมมติฐานของเรา หากตั้งสมมุติฐานถูกก็เตรียมการถูก หากตั้งสมมติฐานผิดก็ต้องแก้ไข ดังนั้นจึงต้องเตรียมไว้ทุกกรณี ซึ่งไม่แน่นอนเราอาจจะตั้งสมมติฐานคลาดเคลื่อนไปก็ได้ แต่ก็ต้องเตรียมแผนรองรับ อย่าไปบอกว่าต้องเป็นอย่างนี้หรือเป็นอย่างนั้น มันเป็นไปได้หมด

เมื่อถามถึงกรณีทหารกัมพูชาเข้ามาประชิดชายแดน พลเอก อุกฤษฎ์  กล่าวว่า ตนไม่ได้มองว่าเป็นการปรับกําลัง เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมหลังจากที่เขาเห็นสภาพการวางกําลังของฝ่ายไทย ก็จะเริ่มพัฒนาการปฏิบัติในระดับหน้าแนว เป็นการปรับสภาพการวางกําลังให้สอดรับกับการวางกําลังของทหารไทย 

ยศชนัน บุกถิ่นบุรีรัมย์ ลั่นไม่มีใครเป็นเจ้าของพื้นที่ เพราะแผ่นดินนี้เป็นของคนไทยทุกคน

ยศชนัน บุกถิ่นบุรีรัมย์ ลั่นไม่มีใครเป็นเจ้าของพื้นที่ เพราะแผ่นดินนี้เป็นของคนไทยทุกคน

ยศชนัน บุกถิ่นบุรีรัมย์ ลั่นไม่มีใครเป็นเจ้าของพื้นที่ เพราะแผ่นดินนี้เป็นของคนไทยทุกคน

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.27 น.

‘ยศชนัน’บุกถิ่นบุรีรัมย์ควง’ใหม่ ไอน้ำ’หาเสียง ลั่น’ไม่มีใครเป็นเจ้าของพื้นที่ เพราะแผ่นดินนี้เป็นของคนไทยทุกคน’ มั่นใจนโยบายแก้หนี้-เกษตร โดนใจชาวบ้าน มองคนร้อง’เศรษฐีเงินล้าน’เป็นสิทธิ์ทำได้ แต่ต้องดูทุกพรรค

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2569 เวลา 12.40 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ เพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียง เริ่มจากเดินทางไปสักการะ “พระเจ้าใหญ่” ณ วัดหงษ์ เพื่อเป็นสิริมงคล คนบุรีรัมย์ให้กำลังใจและขอเซลฟี่เป็นพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 5 ของ นายใหม่ สุขเดชะ (ใหม่ ไอน้ำ) ผู้สมัคร สส. บุรีรัมย์ เขต 5 เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย

นานยศชนัน พร้อมนายใหม่ ได้ขึ้นรถแห่เดินทางไปยังตลาดพุทไธสง เพื่อพบปะประชาชน ตลอดเส้นทางได้ผลัดกันปราศรัยเสนอนโยบายสำคัญของพรรคเพื่อไทย และทักทายชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง มีประชาชนออกมาโบกมือทักทาย ให้กำลังใจ บางส่วนได้เดินตามขบวนรถแห่มาจนถึงตลาด และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนนำพวงมาลัยมามอบให้ แม่ค้าขายผลไม้มอบ “ส้มจิ๊ด” ให้นายยศชนันด้วย

นายยศชนัน ให้สัมภาษณ์ถึงความกังวลในการลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคภูมิใจไทย (ค่ายสีน้ำเงิน) และโอกาสในการปักธง สส. ว่า ตนคิดว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของถิ่น นี่คือแผ่นดินไทย ในการเลือกตั้งทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ตนตั้งใจมาสื่อสารนโยบายกับพี่น้องประชาชน และเชื่อว่าคนไทยให้โอกาสกันเสมอ ไม่มองว่าใครเป็นคนของใคร แต่จะตัดสินกันที่นโยบาย

“ประชาชนกำลังรอนโยบายอยู่ ทั้งเรื่องการแก้หนี้นอกระบบ การประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% รวมถึงเรื่อง 30 บาท AI และการพัฒนาระบบการรักษาพยาบาลให้ครอบคลุมทุกที่” นายยศชนันกล่าว

เมื่อถามประเด็นนโยบายเศรษฐีเงินล้าน เริ่มมีนักร้อง ไปยื่นร้องเรื่องนี้แล้ว นายยศชนันกล่าวว่า ควรเป็นสิทธิ์ของทุกท่านอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้หากมีการยื่นร้องก็ต้องดูของทุกพรรค ขอเน้นย้ำว่า เรามีแนวทางของเราชัดเจน และอยากจะขอความเป็นธรรม หากเรื่องนี้เราคิดมาอย่างรอบคอบ ก็ขอให้มองว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่เราพยายามผลักดันทั้งระบบ พยายามผลักดันเรื่องของรัฐบาลดิจิทัลให้สำเร็จ และนี่คือหนึ่งในกลไกที่เราพยายามจะให้ทุกคนเข้าสู่ระบบอย่างเต็มใจ

จากนั้น นายยศชนัน และคณะ เดินทางต่อไปยัง อ.ประทาย จ.นครราชสีมา เพื่อขึ้นเวทีปราศรัย และมีกำหนดการลงพื้นที่ภาคใต้ในช่วงกลางสัปดาห์นี้

สำหรับผู้สมัคร สส. บุรีรัมย์ พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย เขต 1 นายพีรภัทร ทองธีรสกุล เบอร์ 2, เขต2 นายปรัญชญา ตรีกาญจนา เบอร์ 3, เขต 3 นายทรงพล ทะรารัมย์ เบอร์ 5, เขต 4 นายพรรษศรณ์ สาครเสถียร เบอร์ 5, เขต 5 นายใหม่ สุขะเดชะ เบอร์ 1, เขต 6 นายประยูร เพ็งจันทร์ เบอร์ 1 , เขต 7 นายพรรณธนู วรรณกางซ้าย เบอร์ 3, เขต 8 นายวินัย จี เบอร์ 7, เขต 9 นายต่อพงษ์ จีนใจน้ำ เบอร์ 6, และ เขต 10 นายจำรัส เวียงสงค์ เบอร์ 1 

นายกฯ ลงพื้นที่สระแก้ว ตรวจเยี่ยมชายแดน ให้กำลังใจ ชรบ.

นายกฯ ลงพื้นที่สระแก้ว ตรวจเยี่ยมชายแดน ให้กำลังใจ ชรบ.

นายกฯ ลงพื้นที่สระแก้ว ตรวจเยี่ยมชายแดน ให้กำลังใจ ชรบ.

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.24 น.

นายกฯลงพื้นที่สระแก้ว ตรวจเยี่ยมชายแดน-ให้กำลังใจชรบ.ปฏิบีติหน้าที่

วันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 12.16 น. ที่กองพลทหารม้าทที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจที่จ.สระแก้ว โดยนายกฯจะพบปะและให้กำลังใจแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา  จากนั้นในช่วงบ่ายรับฟังรายงานสรุปผลการดำเนินการในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ก่อนลงพื้นที่ตรวจพื้นที่ปฏิบัติการทางทหาร และเยี่ยมให้กำลังใจแก่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ก่อนเดินทางกลับ กทม.

ศุภชัยฮึ่มเตือนณัฐวุฒิ อย่าโยงคดีฮั้ว สว.-เขากระโดง ลามใส่ร้ายภูมิใจไทย

ศุภชัยฮึ่มเตือนณัฐวุฒิ อย่าโยงคดีฮั้ว สว.-เขากระโดง ลามใส่ร้ายภูมิใจไทย

ศุภชัยฮึ่มเตือนณัฐวุฒิ อย่าโยงคดีฮั้ว สว.-เขากระโดง ลามใส่ร้ายภูมิใจไทย

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.23 น.

“ศุภชัย”ฮึ่มเตือน”ณัฐวุฒิ” อย่าโยงคดี”ฮั้ว สว.-เขากระโดง” ลามใส่ร้าย”ภูมิใจไทย” ระวังอาจกระทบอำนาจศาล ชี้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ไร้แทรกแซง

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย (พท.) ปราศรัยที่ จ.ชัยภูมิ พาดพิงพรรคภูมิใจไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เกี่ยวกับคดีทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ฮั้ว สว.) และคดีที่ดินเขากระโดง ว่า ทุกกระบวนการเป็นไปตามกฎหมาย และไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า คดีฮั้ว สว.เป็นการสอบสวนร่วมกันระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กับสำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งการที่พนักงานสอบสวนสั่งฟ้องผู้ต้องหาเพียง 8 ราย จากทั้งหมดกว่า 1,200 รายนั้น เป็นการพิจารณาตามพยานหลักฐานที่มีพฤติการณ์ชัดแจ้ง เป็นการใช้ดุลยพินิจโดยชอบด้วยกฎหมาย

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ไม่มีใครสามารถแทรกแซงหรือสั่งการได้ ทั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะนายกรัฐมนตรี หรือ รมว.ยุติธรรม ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวในการทำหน้าที่ของดีเอสไอ ส่วนที่สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด มีความเห็นให้สอบสวนเพิ่มเติมในกลุ่มคนอีกกว่า 1,200 คน หรือความผิดมูลฐานเรื่องการฟอกเงิน ถือเป็นขั้นตอนปกติของการทำสำนวนคดี จึงขอชี้แจงเพื่อให้ทุกคนได้ทราบในเรื่องนี้

นายศุภชัย ยังกล่าวชี้แจงถึงกรณีถูกพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทยในคดีที่ดินเขากระโดง ว่า ขณะนี้เป็นข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างกรมที่ดิน การรถไฟแห่งประเทศไทย และประชาชนผู้ถือครองโฉนด ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ทั้งในคดีปกครองและคดีแพ่ง โดยมีการฟ้องขับไล่จำนวน 34 ราย และอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบแนวเขตที่ดินตามกระบวนการทางแพ่ง

“เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่มีการเข้าไปเกี่ยวข้องจากบุคคลใดหรือจากพรรคภูมิใจไทย อย่าได้พยายามนำประเด็นหรือเรื่องคดีต่างๆ เหล่านั้นมาโยงใส่ร้าย หรือกล่าวหาพรรคภูมิใจไทย ซึ่งวันนี้กระบวนการอยู่ในศาล ขออย่ามาวิพากษ์วิจารณ์อาจจะกระทบต่อการละเมิดอำนาจศาลและกระทบต่อพรรคภูมิใจไทย” นายศุภชัย กล่าว

นายกฯ ยืนยัน มติ อ.ก.พ.สธ. ปลด หมอสุภัทร ไม่มีกลั่นแกล้ง โยนเป็นเรื่องภายในกระทรวง

นายกฯ ยืนยัน มติ อ.ก.พ.สธ. ปลด หมอสุภัทร ไม่มีกลั่นแกล้ง โยนเป็นเรื่องภายในกระทรวง

นายกฯ ยืนยัน มติ อ.ก.พ.สธ. ปลด หมอสุภัทร ไม่มีกลั่นแกล้ง โยนเป็นเรื่องภายในกระทรวง

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.15 น.

”นายกฯ“ ยืนยัน มติ อ.ก.พ.สธ. ปลด “หมอสุภัทร” ไม่มีกลั่นแกล้ง โยนเป็นเรื่องภายในกระทรวง บอกตอนนี้อยู่ทำเนียบแล้ว แจงเงินชดเชยน้ำท่วมหาดใหญ่ จ่ายตามจริง ขึ้นอยู่กับความเสียหาย หลังหน่วยงานประเมิน  ยันรัฐบาลดำเนินการเรียบร้อย ชี้ กลุ่มตกหล่น เป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน

วันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 10.45 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล  นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี ที่ที่ประชุมคณะกรรมการ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข
มีมติปลดนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อยจังหวัดสงขลา ที่ปัจจุบันได้ลาออกจากราชการ มาลงสมัครสส.เขต 2 หาดใหญ่ พรรคประชาชน ว่า อันนั้นมันเรื่องภายในกระทรวง ตนไม่ได้รู้ทุกเรื่องหรอก อยู่ทำเนียบแล้วไม่ได้อยู่กระทรวงสาธารณสุข

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าการปลดหมอสุภัทร เนื่องจากประกาศทวงเงินน้ำท่วมหาดใหญ่ ร่วมกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องซ่อมบ้าน ผ่านมติคณะรัฐมนตรีที่เรียบร้อยแล้ว ทางกรมโยธาธิการและผังเมือจะต้องไปสำรวจความเสียหาย เราจ่ายไม่เกิน 49,000 บาทต่อหลัง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้หลังละ 49,000 บาท เราสำรวจความเสียหายตามจริง บางหลังอาจจะได้เป็นหลักพัน บางหลังอาจจะได้เป็นหลักหมื่น หรือแม้กระทั่งหลักร้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเสียหาย ที่ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ร่วมสำรวจกับพื้นที่ ซึ่งงบประมาณรัฐบาลได้ทำการส่งไปแล้ว และได้ชี้แจงกับคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. แล้ว ที่บอกว่า ทำก่อนยุบสภาได้ มันทำไม่ได้หรอก พูดกันไปเรื่อย เหตุการณ์น้ำท่วมเกิดก่อนยุบสภาไม่กี่วัน ในส่วนของการดูแลพี่น้องประชาชนรายครัวเรือน 9,000 บาท ตามระเบียบการเยียวยา รัฐบาลได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือตกค้างอยู่คือ คนที่ไม่ได้มาลงทะเบียน แต่ส่วนใหญ่ได้รับการเยียวยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่แค่จังหวัดสงขลา หรืออำเภอหาดใหญ่ แต่หมายถึงทั่วประเทศ ทั้งจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ไล่ลงมา จนถึงภาคใต้ทุกจังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 

เมื่อถามว่าจะสามารถยืนยันได้หรือไม่ ว่าการปลดหมอสุภัทรไม่ใช่การกลั่นแกล้ง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าต้องไปถามกระทรวงสาธารณสุข ตนยืนยันอะไรไม่ได้เพราะไม่มีข้อมูล แต่หากจะถามว่าเป็นการกลั่นแกล้ง ยืนยันว่าไม่มีหรอก มีแต่ตนที่โดนกลั่นแกล้ง ตนไม่เคยกลั่นแกล้งใคร 

‘จุลพันธ์’ เมิน ‘พิธา’ หาเสียง ชี้ทุกพรรคพบประชาชนดีหมด 

‘จุลพันธ์’ เมิน ‘พิธา’ หาเสียง ชี้ทุกพรรคพบประชาชนดีหมด 

‘จุลพันธ์’ เมิน ‘พิธา’ หาเสียง ชี้ทุกพรรคพบประชาชนดีหมด 

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.12 น.

“จุลพันธ์” ไม่กังวลกระแส “พิธา” บอกดีที่ทุกพรรคลงพบประชาชน “เพื่อไทย” เน้นนโยบาย / เห็นด้วยบอร์ดประกันสังคมควรเลือกได้ 7 คน ไม่ควรถูกจำกัด

วันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย  นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กลับมาช่วยพรรคประชาชนหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ว่า เป็นเรื่องปกติ ทุกพรรคการเมืองช่วงนี้ก็ลงไปพบปะพี่น้องประชาชน ตนรู้สึกว่าดี อยากให้ทุกพรรคลงไปพบประชาชนให้มากขึ้น พรรคเพื่อไทยเอง เราเน้นในเรื่องนี้มาโดยตลอด ผู้สมัครของเราเดินพบพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ไปทุกหมู่บ้าน ไปทุกจุด และ การปราศรัยเราจะเน้นเรื่องของการปราศรัย เพื่อที่จะได้พบพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด วันนี้หลายพรรคการเมืองก็เริ่มจัดปราศรัย เริ่มลงไปพบประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีครับ การนำเสนอแนวคิด อุดมการณ์ และที่สำคัญคือการนำนโยบายไปสู่ประชาชน

”พรรคเพื่อไทยเรายืนยันตั้งแต่ต้นของการเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งเป็นเรื่องของประชาชน เราจะต้องบอกให้ชัดเจนว่านโยบายของแต่ละพรรคคืออะไร และเราจะนำพาประเทศไปทางไหน ช่วงนี้ก็เริ่มกลับมาดำเนินไปเหมือนกับที่เราเคยพูดไว้ ผมมองว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพของระบอบประชาธิปไตย ทำให้ประชาชนมีโอกาสได้คิด และได้พิจารณาจากนโยบายต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าใครจะกลับมา หรือใครจะลงไปพบปะพี่น้องประชาชน เรามองว่าเป็นสิ่งที่ดีทั้งหมด“ นายจุลพันธ์กล่าว

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช แกนนำพรรค กล่าวเสริมว่า หัวหน้าพรรคเราพูดเสมอว่า ทุกครั้งของการเลือกตั้งคือการแข่งขันเชิงนโยบาย เราให้ความสนใจในเรื่องการสร้างสรรค์นโยบาย และมีการแข่งขันกันอย่างสร้างสรรค์ ยิ่งเป็นแบบนี้ยิ่งดี ต่างคนต่างเสนอขึ้นมา แล้วให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่า ของใครดีกว่า นี่คือโอกาสสำคัญของประชาชนในการเลือกอนาคตของประเทศ เราเชื่อมั่นในแนวทางนี้มาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาถึงพรรคเพื่อไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเด็นประกันสังคม หลายพรรคเริ่มพูดถึง พรรคเพื่อไทยมีนโยบายอะไรเกี่ยวกับส่วนนี้ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยึดมั่นหัวใจคือประชาชนทุกคน เราดูแลทั้งหมด และยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยและสิทธิต่าง ๆ ซึ่งเราจำเป็นต้องดูแลอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้น ในกระบวนการต่าง ๆ ที่ไม่ชอบมาพากล หรือคนทำให้ระบบมันผิดเพี้ยนไป เหมือนกับกฎกติกาหลายเรื่องที่ไม่ถูกต้อง พรรคเพื่อไทยยืนยันในทุกเรื่อง โดยเฉพาะกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับหลักประชาธิปไตย

หากผู้มีสิทธิ์ ผู้ประกันตน มีสิทธิ์เลือกตัวแทนของตัวเอง ก็ควรเปิดกว้าง ไม่ควรถูกจำกัดเพียง 1 คน แต่ควรสามารถเลือกได้ตามสิทธิ์ของผู้ประกันตนเอง คือ 1 คนควรเลือกได้ 7 คน ตัวอย่างตนเป็นแพทย์และเป็นสมาชิกแพทยสภา สมาชิก 1 คน มีสิทธิ์เลือกได้กว่า 33 ท่าน ครบทั้งคณะ ไม่ได้ถูกจำกัดว่า 1 สิทธิ์ 1 เสียง เหมือนกับความพยายามที่จะบิดเบือนเรื่องเหล่านี้ ซึ่งเราไม่สามารถยอมรับได้ และเรื่องสทธิประโยชน์ ระหว่างที่เราเป็นรัฐบาล ในฐานะอดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้พยายามผลักดันให้นำ สปสช. มาผนวกกับกองทุนประกันสังคมในเรื่องการดูแลสุขภาพ แต่บังเอิญอยู่ในช่วงรอยต่อที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง 

ประการที่สาม เราเน้นหนักในเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน ตอนที่มีการตรวจสอบกรณีตึก Sky Nine เลขาธิการคณะกรรมการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนถึงสองชุด และสุดท้ายรายงานก็ชัดเจนว่ามีความไม่ชอบมาพากลปรากฏ ผู้ที่ตัดสินใจในเรื่องนี้คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายพงศ์กวิน รุ่จึงงเรืองกิจได้นำเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี และมีมติให้โอนย้ายปลัด ซึ่งเป็นอดีตเลขาธิการกองทุนประกันสังคมที่เกี่ยวข้องกับกรณี Sky Nine ออกมาก่อน เพื่อให้การตรวจสอบสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างโปร่งใส บังเอิญว่าเรื่องนี้ไม่ได้เดินหน้าต่อ หากไม่เช่นนั้น วันนี้ข้อเท็จจริงคงชัดเจนไปแล้ว