อภิสิทธิ์ นำทัพ ปชป บุกพัทลุง ประกาศก้องขอโอกาสเป็นรัฐบาล สร้างการเมืองสีขาว

อภิสิทธิ์ นำทัพ ปชป บุกพัทลุง ประกาศก้องขอโอกาสเป็นรัฐบาล สร้างการเมืองสีขาว

อภิสิทธิ์ นำทัพ ปชป บุกพัทลุง ประกาศก้องขอโอกาสเป็นรัฐบาล สร้างการเมืองสีขาว

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.07 น.

เมื่อวันที่  3 ก.พ. เวลา 17.00 น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยที่ สวนสาธารณะเทศบาลเมือง พัทลุง ท่ามกลางประชาชนที่มารอ ให้กำลังใจและฟังการปราศรัยหลายพันคน ว่าการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ เน้นดึงศักยภาพทางวัฒนธรรมและธรรมชาติสร้างรายได้ยั่งยืน พร้อมประกาศขอโอกาสนำพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเพื่อสร้างการเมืองที่โปร่งใส เพราะพัทลุงมีต้นทุนทางสังคมและธรรมชาติที่ล้ำค่า ไม่ใช่ภาพจำแบบเดิมๆ แต่คือเมืองที่มีมรดกโลกและเศรษฐกิจที่ทันสมัย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเทรนด์โลกในปัจจุบัน

“พัทลุงมีพื้นที่ลุ่มน้ำและธรรมชาติที่งดงาม หน้าที่ของเราคือการรักษาและนำมาสร้างรายได้โดยไม่ทำลายให้เสื่อมโทรมเหมือนแหล่งท่องเที่ยวอื่น ประชาธิปัตย์จะเปลี่ยนศักยภาพเหล่านี้ให้เป็นความมั่งคั่งที่ยั่งยืนของพี่น้องชาวพัทลุง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

อภิสิทธิ์

นายอภิสิทธิ์ ยังได้วิจารณ์การทำงานด้านท่องเที่ยวในอดีตว่า ทำได้เพียงการจัดกิจกรรมชั่วคราว จึงขอเสนอแนวทางใหม่โดยการ “คืนอำนาจให้ท้องถิ่น” เพื่อให้คนในพื้นที่ที่มีความเข้าใจจุดเด่นและจุดอ่อนของตนเองมากที่สุด เป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวแทนการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง นอกจากนี้ ยังเตรียมนำเทคโนโลยีมาช่วยในการสื่อสาร เพื่อผลักดันให้จังหวัดรองอย่างพัทลุง กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกเคียงคู่กับเชียงใหม่ หรือภูเก็ต

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า นโยบายทั้งหมดจะสำเร็จได้ต้องเริ่มจากการมี การเมืองที่สุจริต เพราะหากนักการเมืองมุ่งแต่ผลประโยชน์จากงบประมาณ โครงการต่างๆ ก็จะไม่ถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง จึงขอโอกาสให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเป็นรัฐบาล เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่เติบโต ควบคู่ไปกับความมั่นคงของชีวิตประชาชนและการเมืองที่ใสสะอาด

อภิสิทธิ์
อภิสิทธิ์
อภิสิทธิ์
อภิสิทธิ์
อภิสิทธิ์
อภิสิทธิ์
อภิสิทธิ์

กกต. มีมติส่ง ศาลฎีกา สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส. 28 คน เล็งเอาผิดอาญาทั้ง ผู้สมัคร-หัวหน้าพรรค

กกต. มีมติส่ง ศาลฎีกา สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส. 28 คน เล็งเอาผิดอาญาทั้ง ผู้สมัคร-หัวหน้าพรรค

กกต. มีมติส่ง ศาลฎีกา สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส. 28 คน เล็งเอาผิดอาญาทั้ง ผู้สมัคร-หัวหน้าพรรค

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.02 น.

มติกกต.ส่งศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัครสส. อีก28 ราย เหตุอยู่ระหว่างถูกจำกัดสิทธิ์เนื่องจากไม่ไปเลือกตั้ง เล็งเอาผิดอาญาทั้งผู้สมัคร-หัวหน้าพรรค

วันที่ 3 มกราคม 2569 มีรายงานว่าในการประชุม กกต.สัปดาห์นี้ได้มีมติตามที่สำนักงาน กกต.เสนอให้ส่งศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัครสส.จะพรรคการเมืองต่างๆอีก28ราย เนื่องจากตรวจสอบพบว่าเป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิ์ เนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเราไม่ได้แจ้งเหตุแห่งการไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ตามมาตรา 35 (2)พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. 2561 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างสำนักงานฯเร่งยกร่างคำวินิจฉัยก่อนที่จะให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา

ทั้งนี้ ตามกฎหมายหากยื่นต่อศาลฎีกาล้ว ศาลฯมีคำสั่งถอนชื่อไม่ทันวันเลือกตั้ง ก็จะยังคงถือว่าทั้ง28คนเป็นผู้สมัคร ซึ่งถ้าได้รับเลือกตั้งมาเข้ากกต.ก็จะไม่ประกาศรับรองผล และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวกกต.เตรียมพิจารณาเอาผิดผู้สมัคร ฐานรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิ์สมัครแต่ยังลงสมัครตามมาตรา 151ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปีปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาทและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 20 ปี ขณะที่หัวหน้าพรรคก็ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้ที่เซ็นรับรองการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งตามมาตรา 56 ของพ.ร.ปว่าด้วยพรรคการเมือง2560 มีโทษตามมาตรา 120 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี

ปวงชนไทย ขนทัพบุกอีสานเหนือ ชู นโยบายบัตรทองน้องหมา แมว แบ่งเบาค่าครองชีพ

ปวงชนไทย ขนทัพบุกอีสานเหนือ ชู นโยบายบัตรทองน้องหมา แมว แบ่งเบาค่าครองชีพ

ปวงชนไทย ขนทัพบุกอีสานเหนือ ชู นโยบายบัตรทองน้องหมา แมว แบ่งเบาค่าครองชีพ

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.55 น.

นครพนม (3 กุมภาพันธ์ 2568) นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย  ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หมายเลข 23 ขนทัพ กรรมการบริหารพรรค ลงพื้นที่อีสานเหนือ ไหว้ขอพรพญาศรีสัตตนาคราช เสริมสิริมงคล พร้อมประกาศสู้ศึกเลือกตั้งเต็มตัว ชูนโยบาย “บัตรทองเพื่อน้องหมา-แมว” และปากท้องพี่น้องประชาชน หวังลดภาระค่าใช้จ่ายพี่น้องประชาชนที่เป็นคนรักสัตว์​ เสริมทัพบุกเขตอีสานเหนือ

ทั้วนี้ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล พร้อมคณะผู้บริหารพรรค อาทิ ดร.จิตรกร  ลากุล (ผู้อำนวยการพรรค), นายสมบูรณ์ บุญยรัตนประภา, นายวิทยา ติรณะประกิจ และนายวรฐ สุนทรนนท์ รองหัวหน้าพรรคได้เดินทางมาพบปะและให้กำลังใจผู้สมัคร สส. ทั้ง 9 เขตเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดนครพนม บึงกาฬ และสกลนคร โดยมีตัวแทนผู้สมัครคนสำคัญให้การต้อนรับ อาทิ จ.นครพนม: นายธงทิพย์ แห่สถิตย์ (เขต 1 เบอร์ 6), นายสมพงษ์ มณีย์รัตน์ (เขต 2) และนายพิทักษ์ สุระพร (เขต 3 เบอร์ 2)

เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล

ส่วนจ.บึงกาฬมี ว่าที่ ร.ต.สุเทพ บุพศิริ (เขต 1 เบอร์ 4) และนายปังทอง สีม่วง (เขต 2 เบอร์ 4) จ.สกลนคร: นายไพบูลย์ สกลนคร (เขต 4) และนางทัศนีย์ สุภาพร (เขต 7) นโยบายไฮไลท์ สวัสดิการเพื่อสัตว์เลี้ยง​ และปากน้องพี่น้องประชาชน

นายเอกสิทธิ์ เผยว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง พรรคปวงชนไทยขอเน้นย้ำนโยบายที่ทำได้จริงและตอบโจทย์วิถีชีวิตใหม่ คือ “นโยบายบัตรทองเพื่อน้องหมา/แมว” เนื่องจากเล็งเห็นว่าปัจจุบันสัตว์เลี้ยงคือสมาชิกในครอบครัว แต่ภาระค่ารักษาพยาบาลสัตว์มีราคาสูง นโยบายนี้จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล

 “เราตั้งใจมอบนโยบายนี้เป็นไฮไลท์สำคัญ เพราะเรื่องปากท้องไม่ได้หมายถึงแค่คน แต่รวมถึงสมาชิกน้อง 4 ขาในบ้านด้วย พรรคปวงชนไทยพร้อมผลักดันให้เกิดสวัสดิการรักษาสัตว์เลี้ยงที่เข้าถึงง่ายและเป็นธรรม” นายเอกสิทธิ์ กล่าว

พรรคปวงชนไทย ได้ลุยเคาะประตูบ้านช่วงโค้งสุดท้าย​ 4 วัน โดยผู้สมัคร สส. ทั้ง 9 เขต ต่างแสดงความมั่นใจและฮึกเหิม​  พร้อมให้คำมั่นว่าจะสู้ศึกครั้งนี้อย่างเต็มที่ โดยจะเน้นกลยุทธ์ “เดินเคาะประตูบ้าน” เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนแบบถึงตัว สื่อสารนโยบายพรรคอย่างใกล้ชิด เพื่อกวาดคะแนนทั้งแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อในการเลือกตั้งครั้งนี้

เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล

งานเข้า! แสวง สั่งเรียกสอบ CK โพสต์อ้างยายรับเงินซื้อเสียงเลือกตั้ง

งานเข้า!  แสวง สั่งเรียกสอบ CK โพสต์อ้างยายรับเงินซื้อเสียงเลือกตั้ง

งานเข้า! แสวง สั่งเรียกสอบ CK โพสต์อ้างยายรับเงินซื้อเสียงเลือกตั้ง

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.49 น.


เลขาธิการ กกต.สั่งเรียกสอบผู้บริหารแพลตฟอร์ม Fastwork ที่โพสต์อ้าง คุณยายรับเงินซื้อเสียงจากพรรคการเมืองหนึ่ง 

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.00น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  มีรายงานว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ได้สั่งการให้ สำนักงาน กกต.เรียกตัว นายซีเค เจิง (CK Cheong)  ผู้บริหาร Fastwork แพลตฟอร์มจัดหาฟรีแลนซ์ออนไลน์ในไทย มาสอบสวนกรณีที่ นายซีเค โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คส่วนตัว เมื่อช่วงค่ำวันที่ 2ก.พ. โดยระบุเป็นข้อความสนทนา ระหว่าง นายซีเค กับคุณยายของเขา  ว่า 

 ผมเพิ่งโทรไปหายาย เมื่อกี้นี้ ถามเขาว่า…

CK: ยาย เลือกตั้งปีนี้จะเลือกใคร

ย้าย: เอ้าลูก! ยายรับเงินเขามาแล้ว 2,000 น่าจะเลือกพรรค xxx นะ

CK:ยายเห็น TV OLED ที่ซีเคเพิ่งซื้อให้ตรงข้างหน้ายายไหมครับ? เดี๋ยวพรุ่งนี้้ซีเคส่งคนมายึดคืนนะครับ…

ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าว ถูกสังคมสื่อออนไลน์แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์กันกว้างขวาง  พร้อมตั้งคำถามและแนะนำให้ทาง นายซีเคพายายไปแจ้งความกับตำรวจ และ กกต. เนื่องจากมีหลักฐานยืนยันครบ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่เวลาต่อมา พบว่านายซีเค ได้ลบโพสต์ดังกล่าวไปเสียแล้ว ชาวเน็ตจึงตั้งข้อสังเกตว่า ซีเคน่าจะแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อโจมตีพรรคการเมืองหนึ่ง

เปิดภาพบรรยากาศงาน ‘เกียรติยศทหารกล้า เชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก’ ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เปิดภาพบรรยากาศงาน 'เกียรติยศทหารกล้า เชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก' ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เปิดภาพบรรยากาศงาน ‘เกียรติยศทหารกล้า เชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก’ ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.31 น.

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรยงาน บรรยากาศการแสดง แสงสีเสียง เกียรติยศทหารกล้า เชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก รวมพลังศิลปินสดุดีวีรบุรุษผู้เสียสละ ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยมรประชาชนทยอยเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ชมสด งานเกียรติยศทหารกล้า เชิดชูเกียรติวันทหารผ่านศึก ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ชมสด งานเกียรติยศทหารกล้า เชิดชูเกียรติวันทหารผ่านศึก ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ชมสด งานเกียรติยศทหารกล้า เชิดชูเกียรติวันทหารผ่านศึก ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.31 น.

ถ่ายทอดสด งาน “เกียรติยศทหารกล้า” ถ่ายทอดการระลึกสดุดีและเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก ผ่านการแสดงแสง สี เสียง ชุดพิเศษ “พลังแห่งผู้กล้า (Lights of Honor)” ผสานบทเพลงแห่งความทรงจำ ดนตรีสด และพลังของศิลปิน ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

#องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก #ทหารผ่านศึก #เชิดชูเกียรติทหารกล้า #วันทหารผ่านศึก #แนวหน้าออนไลน์
 

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FNaewnaOnline%2Fvideos%2F1662448118248986%2F&show_text=false&width=560&t=0

ชัยวุฒิ รำลึกวันทหารผ่านศึก ชวนทุกพรรคปลูกฝังค่านิยมรักชาติ เทิดทูนทหาร

ชัยวุฒิ รำลึกวันทหารผ่านศึก ชวนทุกพรรคปลูกฝังค่านิยมรักชาติ เทิดทูนทหาร

ชัยวุฒิ รำลึกวันทหารผ่านศึก ชวนทุกพรรคปลูกฝังค่านิยมรักชาติ เทิดทูนทหาร

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.23 น.

“ชัยวุฒิ” รำลึกวันทหารผ่านศึก  ชวนทุกพรรคปลูกฝังค่านิยมรักชาติ   เทิดทูนทหาร ย้ำไทยต้องสามัคคีอย่าแตกแยก

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี    พร้อมด้วยนายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก ที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจพรรครักชาติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 นำทีมพรรครักชาติ    ลงพื้นที่ตลาดรุ่งเจริญ เขตยานนาวา กรุงเทพฯ   เพื่อแนะนำตัวและช่วยขอคะแนนเสียงให้กับ นายกิตติพศ ถนอมวรารักษ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 3 เบอร์ 13     ซึ่งได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนในพื้นที่     หลายคนชื่นชมในความตั้งใจและขยันลงพื้นที่ของทีมพรรครักชาติ     บอกว่าเมื่อวานเห็นในข่าวยังอยู่ภาคใต้    เช้าเดินทางกลับ กทม. ก็มาช่วยผู้สมัคร สส.เขต ลงพื้นที่ต่อทันที     พร้อมเป็นกำลังใจให้ทีมพรรครักชาติ และสมาชิกคนรุ่นใหม่ทุกคน อย่าท้อกับเกมการเมือง ขอเพียงตั้งใจทำเต็มที่ สักวันจะประสบความสำเร็จเอง

นายชัยวุฒิ    ให้สัมภาษณ์ เนื่องในโอกาสวันทหารผ่านศึก 3 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า วันทหารผ่านศึก เป็นวันที่คนไทยควรร่วมกันระลึกถึงคุณงามความดี    และเกียรติภูมิของทหารที่เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อรักษาอธิปไตย    ปกป้องผืนแผ่นดินไทย ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนคนไทย ให้ร่วมส่งกำลังใจไปยังทหารผ่านศึก    รวมถึงครอบครัวของผู้เสียสละทุกคนที่ได้เสียสละชีวิตเลือดเนื้อ เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยของเรา

“วันนี้เป็นวันทหารผ่านศึกครับ เป็นวันที่พวกเราคนไทยทุกคนระลึกถึงคุณงามความดี เกียรติภูมิของทหารที่ได้เสียสละชีวิต เลือดเนื้อ เพื่อรักษาอธิปไตยปกป้องผืนแผ่นดินไทยไว้ ก็ขอฝากไปถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนนะครับ ร่วมกันส่งกำลังใจไปถึงทหารผ่านศึก รวมถึงครอบครัวของทุกคนที่ได้เสียสละชีวิต เลือดเนื้อ เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยของเราครับ” นายชัยวุฒิ กล่าว

นายชัยวุฒิ ระบุด้วยว่า ช่วงนี้เป็นช่วงของการเลือกตั้ง จึงอยากฝากไปถึงพรรคการเมืองทุกพรรคให้ช่วยกันสื่อสารทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่     ให้เห็นความสำคัญของทหาร เทิดทูนและระลึกถึงวีรกรรมที่ทหารได้ทำไว้ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทหารปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีที่สุด

 “ช่วงนี้ก็เป็นช่วงเลือกตั้งนะครับ ก็ฝากไปถึงพรรคการเมืองทุกพรรคเลยก็แล้วกันนะครับ ให้ช่วยกันสื่อสาร ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่นะครับ ให้เข้าใจความสำคัญของทหาร ให้เทิดทูน คิดถึงวีรกรรมที่ทหารได้ทำไว้ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทหารนี่แหละครับ ให้เขาได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด” นายชัยวุฒิ กล่าว  

นายชัยวุฒิ ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนว่า ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงและอาจลุกลามเป็นสงครามระดับภูมิภาค    หากประเทศอ่อนแอและเกิดความแตกแยกก็อาจทำให้สถานการณ์บานปลาย โดยมองว่าอาจมีมหาอำนาจพยายามเข้ามาแทรกแซงจนกลายเป็นความขัดแย้งในวงกว้าง จึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกัน ไม่สร้างความแตกแยก และไม่สร้างค่านิยมที่ไม่ดีในสังคมไทย แต่ร่วมกันปลูกฝังค่านิยมรักชาติ รักบ้านเมือง และร่วมปกป้องอธิปไตยของชาติ

“วันนี้ความขัดแย้งชายแดนยังมีอยู่นะครับ อาจจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น และอาจจะลุกลามเป็นสงครามระดับภูมิภาค ถ้าเราอ่อนแอ เราแตกแยกกัน เราไม่เข้มแข็ง สงครามอาจบานปลายนะครับ มีมหาอำนาจพยายามเข้ามาแทรกแซงให้เป็นสงครามในระดับภูมิภาคนี้อีก เราต้องช่วยกัน     อย่าสร้างความแตกแยก อย่าสร้างค่านิยมที่ไม่ดีในสังคมไทยนะครับ ให้ทุกคนช่วยกันรักชาติ รักบ้านเมือง มาช่วยกันปกป้องอธิปไตยของชาติร่วมกันครับ นี่คือหน้าที่ของพรรคการเมืองทุกคนที่ต้องทำด้วยกัน อะไรที่ไม่ดีที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปครับ ไม่ว่ากัน แต่วันนี้เรามาเริ่มกันใหม่ครับ” นายชัยวุฒิ กล่าว

นายชัยวุฒิ ย้ำด้วยว่า การสร้างความเข้าใจและค่านิยมที่ดีเป็นหน้าที่ที่พรรคการเมืองทุกพรรคต้องทำร่วมกัน โดยเรื่องที่ไม่ดีในอดีตให้ถือว่าผ่านไปแล้ว และควรเริ่มต้นกันใหม่ พร้อมขอให้พรรคการเมืองที่สื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้มาก ช่วยกันสร้างค่านิยมที่ถูกต้องให้กับประชาชน

“ในฐานะรุ่นพี่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน พี่โอ๋ ขอฝากไปถึง พิธา น้องทิม ด้วยความห่วงใย สิ่งที่ทิมได้พูดไว้เรื่อง  ทหารมีไว้ทำไมมันฝังอยู่ในใจประชาชน คนเขารับไม่ได้ ถึงแม้พรรคประชาชนหรือทีมงานจะไปช่วยกันแก้ ช่วยกันแถ มันแก้อะไรไม่ได้หรอก วันนี้เป็นวันทหารผ่านศึก ถ้าน้องทิมไปที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปขอขมาดวงวิญญาณของวีรชนทหารหาญที่เสียชีวิตในการปกป้องประเทศชาติ ทุกอย่างจะจบ ประชาชนจะเข้าใจ ที่สำคัญวันนี้เราต้องไม่แตกแยกกันนะ เราต้องสร้างความคิดให้คนไทยรักทหาร รักชาติบ้านเมือง มาช่วยกันปกป้องประเทศชาติ เพราะสงครามมันคืบคลานเข้ามาแล้วนะ เราต้องรักกันสามัคคีกัน ไม่ใช่เวลาที่จะมาสร้างความแตกแยก” นายชัยวุฒิ   กล่าว

นายชัยวุฒิ     ยังกล่าวถึงพรรคประชาชนที่สื่อสารคำว่าชาติคือประชาชน   ว่าฟังแล้วจะไปกันใหญ่    โดยเห็นว่ามีประชาชนไม่เท่ากับมีชาติ    ยกตัวอย่างกลุ่มชาติพันธุ์ หรือชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนไทย เช่น กะเหรี่ยง หรือ ไทใหญ่  ที่เป็นประชาชนเช่นกัน    แต่เขาก็ไม่ได้มีชาติ   ในความหมายของรัฐชาติ     พร้อมอธิบายว่า   ชาติคือผืนแผ่นดิน คืออำนาจอธิปไตยที่มีสถาบันหลักของชาติ มีชาติ มีศาสนา มีพระมหากษัตริย์ มีความมั่นคงเข้มแข็ง อยู่ร่วมกันเป็นปึกแผ่น ไม่ใช่มีแค่ประชาชน หากมีประชาชนแต่ไร้ระบบ แตกแยกกัน ทะเลาะกัน ไม่มีสถาบันหลักของชาติ ไม่มีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวรวมคนไทยไว้ ก็ไม่อาจเรียกว่าเป็นชาติได้

“ชาติไม่ใช่แค่ประชาชน ไปเข้าใจมาให้ถูกด้วย คำนี้เป็นคำที่น่ากลัวมากนะครับ ชาติคือประชาชน… ไม่ใช่ครับ” นายชัยวุฒิ กล่าว  

พิพัฒน์ เมิน ปชป. ทวงคืนเก้าอี้ 14 จว.ใต้ เย้ยนับวัน สส. ยิ่งลดลง

พิพัฒน์ เมิน ปชป. ทวงคืนเก้าอี้ 14 จว.ใต้ เย้ยนับวัน สส. ยิ่งลดลง

พิพัฒน์ เมิน ปชป. ทวงคืนเก้าอี้ 14 จว.ใต้ เย้ยนับวัน สส. ยิ่งลดลง

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.12 น.

‘พิพัฒน์’ ไร้กังวล ‘ปชป.’ ยกวลี ‘สมบัติพ่อเฒ่าฯ’ ทวงคืนเก้าอี้ 14 จังหวัดภาคใต้ ย้อนเกล็ดมีโอกาส 30 ปีทำไม่ได้ ซัดควรให้คนทำได้มาช่วยดู ไม่ใช่มาทวงคืนสมบัติ ตะเพิดย้อนดูตัวเองอดีตเคยเฟื่องฟูส่งเสาไฟฟ้าลงยังชนะ แต่นับวันสส.ยิ่งหด หวัง ชาวสุราษฎร์ให้สส.ยกจังหวัด ย้ำ เป้าเดิมภาคใต้ได้ไม่ต่ำกว่า 31 ที่นั่ง
    
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จ.สุราษฎร์ธานี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำดูแลพื้นที่ภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงภาพรวมช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้ว่า จากการลงพื้นที่ภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยยังตั้งเป้าได้สส.ไม่น้อยกว่า 31 เขต และขอฝากเบอร์ 37 ซึ่งเป็นคะแนนพรรคภูมิใจไทยด้วย ขณะที่ในส่วนของจ.สุราษฎร์ธานี ที่พรรคส่งผู้สมัครครบทั้ง 7 เขต พรรคมีความมั่นใจในตัวผู้สมัครเดิมทั้ง 5 ท่าน โดยจะนำเสนอนโยบายต่างๆที่จะมาพัฒนา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนำบุคลากรที่มาร่วมอุดมการณ์กับพรรคภูมิใจไทยกลับเข้าสภาให้ได้อีกครั้ง ส่วนอีก 2 ท่าน เราได้นักการเมืองรุ่นใหม่มาร่วมงาน ซึ่งหวังว่าจะนำน้องๆทั้ง 2 ท่าน เข้าสู่สภาเพื่อให้ได้ครบทั้งจังหวัด แต่ชาวสุราษฎร์ธานีจะให้สส.แก่พรรคภูมิใจไทยได้กี่คน ก็อยู่ในมือของพี่น้องชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่าวันที่ 8 ก.พ.นี้ จะกาให้ผู้สมัครของพรรคทั้ง 7 เขต และกาเบอร์ 37 พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ 
    
“พี่น้อง 14 จังหวัดภาคใต้ ต้องช่วยกันนำพรรคภูมิใจไทยเข้ามาสภาให้ได้มากที่สุด อดีตสส.ต้องพยายามเอาตัวเองกลับเข้าสภาให้ได้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้คนรุ่นใหม่ที่มาร่วมอุดมการณ์กับภูมิใจไทยได้เข้ามาเสริมศักยภาพในส่วนที่เหลือนี่คือความตั้งใจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย” นายพิพัฒน์ กล่าว
    
เมื่อถามว่า มีความกังวลเรื่องกระแสหรือไม่ เพราะคู่แข่งอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยถึงการช่วยเหลือเยียวยาเหตุน้ำท่วม นายพิพัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นที่มีกระแส แต่คิดว่าการต่อสู้ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ที่อดีตเคยเป็นของพรรคสีฟ้า แต่จากการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ที่ผ่านมา พรรคสีฟ้าได้รับความนิยมลดลงและได้สส.ลดน้อยถอยลงมาตลอด ในอดีต 55 เขตเลือกตั้งในภาคใต้ ท่านได้ถึง 54 เขตเลือกตั้ง แต่วันนี้ทำไมเขาถึงหนีจากพวกท่านไป เรื่องนี้พรรคสีฟ้าต้องกลับไปพิจารณาตัวเองว่าในอดีตส่งเสาไฟฟ้าลงก็ปักธงได้ แต่วันนี้มีความพยายามเสนอตัวแทนของท่านในแต่ละจังหวัด แต่จำนวนสส.ก็ลดลงตลอด
     
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ตนไม่ได้อยากก้าวก่ายในสิ่งต่างๆ แต่อยากให้ท่านกลับไปทบทวนว่าตลอด 30 ปีที่ผ่านมาพวกท่านทำอะไรให้พี่น้องใน 14 จังหวัดภาคใต้บ้าง และเหตุใดความนิยมจึงลดลง ถ้าท่านทำดีมาตลอดคิดว่าคนใต้รักพวกท่านอยู่แล้ว แต่วันนี้ที่คนใต้เริ่มถอยห่างจากพวกท่าน เพราะพวกท่านพูดแล้วไม่เคยทำ ท่านคิดว่าภาคใต้เป็นสมบัติของพ่อเฒ่าแม่เฒ่า หมายความว่าต้องเลือกพวกท่านแน่นอน แต่วันนี้ทุกพรรคการเมืองนำเสนอเรื่องนโยบายเพื่อพิสูจน์กันที่ผลงาน และการกระทำ แต่ในการเลือกตั้ง 2 ครั้งหลังคือปี 2562 พรรคภูมิใจไทยปักธงในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ได้ 8 ที่นั่ง ต่อมาปี 2566 ได้ 12 ที่นั่ง แต่ครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ จากหลายพรรคมาร่วมงานด้วย จึงมั่นใจว่าผลงานที่พรรคภูมิใจไทยทำมาตั้งแต่ปี 2562 และ 2566 พี่น้องใน 14 จังหวัดภาคใต้ รับทราบ และเห็นถึงความจริงใจในนโยบายของพรรคภูมิใจไทย จึงมอบหมายให้ตนเป็นแกนนำในการรณรงค์หาเสียงในครั้งนี้ เพราะสิ่งต่างๆที่ทำ ตนกล้าพูดว่าเราสามารถที่จะทำให้คนใต้ได้เห็นว่าสิ่งที่เราพูดสิ่งที่เราได้ให้นโยบายจะสามารถขับเคลื่อนได้
     
“ผมอยากสะท้อนให้ท่านกลับไปดูหลังบ้านของท่าน ว่าทำไมท่านถึงมีจำนวนสส.ลดน้อยถอยลง วันนี้พวกท่านไม่มีนโยบายแล้วหรือถึงมาทวงสมบัติพ่อเฒ่าแม่เฒ่า ความหมายของวลีสมบัติพ่อเฒ่าแม่เฒ่า คือสมบัติปู่ย่าตายายที่ทิ้งเอาไว้ แต่พวกท่านไม่สามารถรักษาไว้ได้ ในเมื่อรักษาไม่ได้ก็ควรให้พรรคที่มีความตั้งใจมีจิตวิญญาณในการพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอน 14 จังหวัดภาคใต้ ได้เข้ามารับช่วงต่อจากพวกท่าน ไม่ใช่มาทวงคืนว่าให้ดูแลสมบัติพ่อเฒ่าแม่เฒ่า ผมคิดว่าสมบัติเหล่านี้ไม่ใช่สมบัติที่ตายตัว แต่เป็นสมบัติที่มีชีวิตจิตวิญญาณ มีสมอง และความคิด ในเมื่อท่านไม่สามารถรักษาได้ ก็แบ่งปันให้คนอื่นไปช่วยดูแลรักษาแทนพวกท่านดีกว่าหรือไม่ เราไม่ควรปราศรัยบนเวทีแล้วมีการใส่ร้ายป้ายสี เพื่อนำเรตติ้งของตัวเองกลับคืนมา ผมคิดว่าพวกเราควรพิสูจน์กันด้วยผลงานดีกว่า“ นายพิพัฒน์กล่าว
     
นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ยืนยันว่า ตนไม่มีความกังวลที่มีการใช้วลีดังกล่าวในช่วงโค้งสุดท้าย แต่คิดว่าเป็นการตอกย้ำความล้มเหลวของพวกท่านเอง แล้วไม่ต้องไปพูดว่ามีการกระทำสิ่งต่างๆ เพราะท่านทราบดีว่าการเลือกตั้งแต่ละครั้ง การรณรงค์หาเสียงต้องใช้ยุทธวิธีการโน้มน้าวจูงใจมานำเสนอต่อประชาชน ซึ่งเป็นวิถีทางประชาธิปไตยอยู่แล้ว ตนจึงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น แต่ทำไมถึงใช้วลีนี้มาทวงกันช่วงเวลานี้

สแกนเขตร้อน น้ำเงิน-ฟ้า ฝ่าดงส้ม ยึดเก้าอี้ สส.กรุงเทพฯ

สแกนเขตร้อน น้ำเงิน-ฟ้า ฝ่าดงส้ม ยึดเก้าอี้ สส.กรุงเทพฯ

สแกนเขตร้อน น้ำเงิน-ฟ้า ฝ่าดงส้ม ยึดเก้าอี้ สส.กรุงเทพฯ

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.45 น.

เลยโค้งสุดท้ายเข้าทางตรง อีก 1 สัปดาห์ถึงเส้นชัย 8 กุมภาพันธ์ 2569

ที่น่าจับตามากที่สุดคือ สนามกรุงเทพฯ 33 เขต แม้จำนวนไม่ใช่สนามตัดสิน แต่โดยสีสัน การชนะในกรุงเทพฯ ย่อมให้ภาพของพรรคมีความเข้มขลังขึ้นทันที

เลือกตั้งปี 2566 พรรคก้าวไกลกวาดไป 32 เขต เพื่อไทยฝ่ามาได้ 1 เขต คือเขตเลือกตั้งที่ 20 ลาดกระบัง

เลือกตั้ง 2569 กระแสส้มในสนามเมืองกรุงยังแรงระดับหนึ่ง แต่ไม่แรงเท่าปี 2566 หลายพรรคจับจ้องจะปักธงลงในเมืองหลวงให้ได้ โดยเฉพาะประชาธิปัตย์ รวมทั้งภูมิใจไทย ซึ่งไม่มีมี สส.กรุงเทพมาก่อน

แนวหน้าออนไลน์ สัมภาษณ์ ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผอ.นิด้าโพล ช่วงก่อนเข้าโค้งสุดท้าย (สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 30 ม.ค.69) เปรียบมวยระหว่างประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทย พบว่า ภูมิใจไทยเหนือกว่าในเชิงเรตติ้ง มีโอกาสปักธงกรุงเทพฯ ถึง 2 เขต อย่างไรก็ตามการประเมินภายในของประชาธิปัตย์ จับสัญญานจากการสัมภาษณ์ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และการเคลื่อนไหวด้านลึกของ ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค ประชาธิปัตย์เชื่อว่าตัวเองกำลังจี้ติดตามมา มีโอกาสแซงเข้าป้ายคว้าเก้าอี้ สส.กรุงเทพฯ เช่นกัน

แนวหน้าออนไลน์ ขยายผล เจาะลึกพื้นที่ พบว่า ค่ายสีน้ำเงิน ภูมิใจไทย มีโอกาสปักธงได้ถึง 5 พื้นที่ ประกอบด้วย

เขต14 บางกะปิ วังทองหลาง ภูมิใจไทย ส่ง โอ๋ สุดซอย ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ปี2566 ฐิติภัสร์ สวมเสื้อ รทสช. พ่ายกระแสมาเป็นอันดับ 2 คราวนี้พรรคส้มส่งคนใหม่ ก่อเกียรติ ก่อสูงศักดิ์ ส่วนประชาธิปัตย์ ส่ง พิชาญศักดิ์ บุญมาศ คนใหม่เช่นกัน โดยรอบที่แล้วเขตนี้ประชาธิปัตย์ได้มาแค่ 1,812 คะแนน

เปรียบมวยกันแล้ว ฐิติภัสร์ เคยเป็นสส.มา 1 ครั้งในปี 2562 เกาะติดทำงานการเมืองในพื้นที่มาตั้งแต่ช่วยคุณพ่อซึ่งเป็น สก. เป็นที่รู้จักของคนพื้นที่ แม้จะไม่ได้รับเลือกตั้งในปี 2566 แต่ยังเกาะติดพื้นที่ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ทั้งระดับเขตระดับชาติจากการร่วมทีมสุดซอย โดยเฉพาะการนำทีมตรวจสอบบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล ซึ่งเป็น 1 ในบริษัทผู้ผลิตเหล็กเส้นที่ไม่ผ่านมาตรฐาน

เขตนี้ โอ๋ สุดซอย มีโอกาสมากที่สวมเสื้อสีน้ำเงิน ภูมิใจไทย กลับสภาอีกครั้ง

เขต 15 คันนายาว บึงกุ่ม เขตนี้สู้กันสนุก ปชน. ส่งอดีต สส. วิทวัส ติชะวาณิชย์ ลงรักษาพื้นที่ เพื่อไทยส่งพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต สส. 2 สมัย ส่วนภูมิใจไทย ส่งสื่อมวลชนชื่อดัง ถนอม อ่อนเกตุพล ลงชิง ปชป. ส่งคนใหม่ ดาว ฐิตยากร พรโรจนากูร

กระแสในพื้นที่ ปชน.ไม่ได้แรงเหมือนปี 2566 ขณะที่เพื่อไทย แม้พลภูมิ จะเคยชนะมาทั้งในสนาม สก. และสส . แต่ผลเลือกตั้งครั้งที่แล้วก็ชัดว่าพอกระแสแดงถดถอยก็เอาไม่อยู่ ถนอม แม้เป็นคนใหม่แต่ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฐานะสื่อจิตอาสา ประกอบก้บกระแสสีน้ำเงินกำลังมา มีโอกาสสวมเสื้อสีน้ำเงินเข้าสภาเช่นกัน

เขต 16 คลองสามวา เขตนี้ ปี2566 ก้าวไกลล้มยักษ์ จิรายุ ห่วงทรัพย์ จากเพื่อไทย รอบนี้เหมือนนัดแก้มือ ปชน. ส่งสส.เดิม พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ เพื่อไทยส่งจิรายุ ภูมิใจไทยส่ง ทนายบอน ณัฐนันท์ กัลยาศิริ ที่ครั้งที่แล้วสวมเสื่อ รทสช.ลงแข่ง

สำหรับทนายบอน เป็นทายาทของวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต สส.สงขลา หลายสมัยผู้ล่วงลับ “แนวหน้าออนไลน์” จับกระแสในพื้นที่ ทนานบอน กระแสตอบรับจากคนพื้นที่แรงมาก โดยเฉพาะผลงานช่วยเหลือชาวบ้านในช่วงน้ำท่วมใหญ่ และโควิด ถือเป์นขวัญใจชาวบ้านได้ระดับหนึ่งเลยดีเดียว

กระแสส่วนตัวเป็นพื้นฐาน บวกกระแสพรรค แม้จะเจอคู่แข่งระดับอดีต สส.ทั้งคู่ แต่ต้องถือว่ามีลุ้น

เขต 22 สวนหลวง ประเวศ(เฉพาะหนองบอน) เขตนี้ก็เหมือนนัดแก้มือ ปี 2566 ลอรี่ พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ มือใหม่สวมเสื่้อ รทสช. พ่ายกระแสก้าวไกลมาเป็นอันดับ 2 เที่ยวนี้อัปเวล เป็น “ลอรี่ สุดซอย” ตรวจสอบบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล สร้างชื่อรู้จักกันในวงกว้าง มาสวมเสื้อภูมิใจไทย เจอกับ สุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ พรรคส้ม

กระแสนิยมส่วนตัว ผลงาน บวกกระแสพรรค ลอรี่ สุดซอย ลุ้นได้เลย

เขต 33 บางพลัด บางกอกน้อย ปชน.มีปัญหาตั้งแต่เปลี่ยนผู้สมัครจากอดีตสส.เดิม จนมีแรงสะเทือนเบาๆ ในพรรค ต่อมาผู้สมัครโดนจับเพราะไปพัวพันการฟอกเงินจากยาเสพติด จนต้องดัน “เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร”ที่ประกาศวางมือไปแล้ว ข้ามห้วยจากเขต 24 มาลงแทนอุดช่องว่างแบบฉุกละหุก
เขตนี้ เพื่อไทยส่ง สุไพรพล เพ็ญแข คู่ชีวิต จักรภพ เพ็ญแข ประชาธิปัตย์ส่งเจตน์สฤษดิ์ เลิศธนสาร ส่วนภูมิใจไทยส่ง อรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง หรือ อาร์ต ถึงแก่น นักจัดรายการเรตติ้งดีคนหนึ่งลงสมัคร ได้ อดีตสส.เขตนี้ รัชดา ธนาดิเรก ลงช่วยเดินด้วยแบบทุ่มสุดตัว อาร์ต ถึงแก่น มีโอกาสมากที่นำธงภูมิใจไทยมาปักสำเร็จ

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ น่าจับตา 2 เขต ที่มีโอกาสสูง ประกอบด้วย เขต 4 คลองเตย ทวีวัฒนา ปชป. ส่งเอิร์ธ พงศกร ขวัญเมือง ลงสมัคร ชนกับ ภัณฑิล น่วมเจิม สส.เก่าจากพรรคประชาชน ส่วนภูมิใจไทย ส่ง เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์

เลือกตั้ง 2566 ภัณฑิล มาเป็นอันดับ 1 ได้ 33,381 คะแนน พงศกร อันดับ 2 ได้ 14,908 คะแนน เขตรัฐ(รทสช.) อันดับ 3 ได้ 12,992 คะแนน ส่วนภูมิใจไทยครั้งนั้นส่ง กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ได้ 9,643 คะแนน

ครั้งนี้กระแสส้มไม่ได้แรงเท่าเดิม แถม ภัณฑิล ก็ไม่ค่อยมีบทบาทในทางการเมืองโดดเด่น ถ้าฟ้า น้ำเงิน ซึ่งกระแสเริ่มดีขึ้นทั้งคู่ตกลงกันได้ ถึงขั้นล้มส้มได้เลย

เขต 21 ประเวศ สะพานสูง ปี 2566 ดร.กิตพล เชิดชูกิจกุล อดีต สก.เขตประเวศ 4สมัย ตัดสินใจลงสนามใหญ่ โดยให้น้องชายสมัคร สก.แทน ซึ่งก็ชนะอีก สะท้อนความนิยมในพื้นที่สูงมาก แต่พ่ายกระแส ให้กับ ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ จากก้าวไกล

ดร.กิตพล เป็นลูกหม้อปชป. เข้าสู่การเมืองเป็นสมาชิกยุวประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ปี 2529 เที่ยวนี้ลงชนกับ อดีตสส.ณัฐพงศ์ อีกรอบ ในสถานการณ์ที่ส้มกระแสดร็อบลง แถมได้ “ชวน หลีกภัย” ลงมาพบปะดึงคะแนนแฟนเก่าปชป.กลับมาด้วย

กระแสคนพื้นที่เริ่มเทมาทาง ดร.กิตพล เขตนี้ปชป.น่าลุ้นที่สุดถ้าเทียบกับเขตที่เหลือ
 

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

พิพัฒน์ อัดอั้นคนโวยไม่เยียวยาน้ำท่วมใต้ สวน กกต.ไม่อนุมัติ สะท้อนไม่ใช่พวก ภท.

พิพัฒน์ อัดอั้นคนโวยไม่เยียวยาน้ำท่วมใต้ สวน กกต.ไม่อนุมัติ สะท้อนไม่ใช่พวก ภท.

พิพัฒน์ อัดอั้นคนโวยไม่เยียวยาน้ำท่วมใต้ สวน กกต.ไม่อนุมัติ สะท้อนไม่ใช่พวก ภท.

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.09 น.

‘พิพัฒน์’ โอดคนโวยรัฐบาลไม่เยียวยาน้ำท่วมใต้ ถามย้อนผิดที่ใคร ลั่นหาก ‘กกต.’ เป็นคนของสีน้ำเงินจริง ทำไมไม่อนุมัติเงินเยียวยา แอบเหน็บหากเลือกสส.มาแล้วไม่ทำงาน ไม่ขอหน้าด้านแก้ตัวให้เลือกอีกจนกลายเป็น ‘สมบัติพ่อเฒ่าแม่เฒ่า’ 

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำภาคใต้พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายพิชัย ชมภูพล หรือ กำนันชัย ผู้สมัคร สส.สุราษฎร์ธานี เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เดินทางมาพบกับประชาชนในพื้นที่ ที่ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทยเขต 6 ที่แยกควนรา อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อช่วยหาเสียงขอคะแนนให้ผู้สมัคร

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รอบนี้การเลือกตั้งมาไวกว่าเดิม เนื่องจากมีอุบัติเหตุทางการเมือง มีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีจากเรื่องคำพูดเรื่อง “หลานอังเคิล ลุงอยากได้อะไรขอให้บอก” กระทั่งมีการตั้งรัฐบาลใหม่ พรรคประชาชนยกมือสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมืใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี แต่มีข้อตกลงที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งขอย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้บิดพริ้วเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ตนจึงขอให้ช่วยกันเลือกเหมือนเดิมอย่าพึ่งทิ้งกัน ส่วนที่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่านายอนุทิน ยุบสภาหนี แต่ความเป็นจริงคือยุบสภาเพราะเป็นเสียงข้างน้อยอย่างไรก็แพ้การอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่ดี   หากแพ้การอภิปราย ก็ต้องกลับไปเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งเป็นคนที่แพ้การโหวตนายอนุทินก่อนหน้านี้อีกครั้ง ตนจึงถือว่าการยุบสภาเป็นอำนาจนายกรัฐมนตรีที่มอบอำนาจให้ประชาชน ทำตามครรลองของประชาธิปไตย 

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ หากยังไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ที่ได้หาเสียงไว้  ครั้งต่อไปขอให้ประชาชนไม่ต้องเลือก แม้แต่หนึ่งเขต ซึ่งถือเป็นความตั้งใจและกำหนดพิสูจน์ และไม่ต้องสนใจว่าใครจะมีตัวตน ต้องปิดประตูบ้านและไม่หน้าหนาพอที่จะต้องโกหกไปวันวันว่าจะขอโอกาสแก้ตัว

“อะไรก็แล้วแต่ ขอให้โอกาสเพียงครั้งเดียว ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ก็ขอโอกาสอีกสักครั้งหนึ่ง หากขอไปเรื่อย ๆ มันก็กลายเป็นสมบัติพ่อเฒ่าแม่เฒ่า เขาให้ท่านมาตั้ง 20- 30 -40 ปี แต่ก็ไม่ทำ จนถึงเวลานี้พวกท่านถอยลงไปเรื่อยแล้วพวกท่านจะมาทวงคืนทำไม” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงการที่นายอนุทิน มาเป็นนายกรัฐมนตรีว่า สามารถทำงานกับกองทัพและคุยกับผู้นำกองทัพรู้เรื่องว่าแผ่นดินไทยที่ถูกยึดไปเมื่อ 40 ปีที่แล้วถ้าไม่ได้กลับคืนก็ห้ามถอยและห้ามหยุดยิงเด็ดขาด ซึ่งถือเป็นการพิสูจน์ว่าการทำงานเป็นอย่างไร ส่วนที่มีกระแสข่าวบอกว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์จะไม่มีการเลือกตั้ง หมายความว่าเป็นคนที่คอยปั่นป่วนให้ประเทศเพื่อนบ้าน เปิดการประทะรอบใหม่เพื่อไม่ให้เกิดการเลือกตั้งในประเทศไทย 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะที่การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ว่าไม่มีการจ่ายเงินเยียวยานั้น อยากให้กลับไปดูว่าที่ไม่ได้จ่ายเงิน 9,000 บาทคือบุคคลเหล่สนั้นยังนิดปัญหา และส่วนยังไม่ได้รับการซ่อมบ้าน 49,500 บาท  รัฐบาลได้อนุมัติเป็นที่เรียบร้อย และมีการนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีถึงสองครั้ง พร้อมฝากไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่วันนี้มีเพียงเรื่องเดียวที่ไม่อนุมัติงบประมาณ คือการเยียวยาอุทกภัย จึงอยากฝากบุคคลที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่านี่เป็นความผิดของรัฐบาลหรือของ กกต. 

”มีคนบอกว่า กกต. เป็นคนพรรคภูมิใจไทย แต่ทำไมเราเสนอเรื่องเยียวยาน้ำท่วมไป กกต. ถึงไม่อนุมัติให้กับรัฐบาลอนุทิน วันนี้จึงขอฝากพี่น้องว่า เราทำทุกสิ่งทุกอย่างแต่ติดขัดที่ กกต. ไม่อนุมัติ ถ้า กกต. เป็นของพรรคภูมิใจไทยจริงเขาคงอนุมัติไปเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว“ นายพิพัฒน์ กล่าว