สะเทือนสภา! สมชัย จับมือ กมธ.พัฒนาการเมือง สว. จำลองการเลือกตั้ง ถอดรหัส ‘บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด’

สะเทือนสภา! สมชัย จับมือ กมธ.พัฒนาการเมือง สว. จำลองการเลือกตั้ง ถอดรหัส ‘บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด’

สะเทือนสภา! สมชัย จับมือ กมธ.พัฒนาการเมือง สว. จำลองการเลือกตั้ง ถอดรหัส ‘บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด’

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.00 น.

‘อดีตกกต. สมชัย’ ผนึก ‘กมธ. พัฒนาการเมืองฯ สว.’ จัดจำลองการเลือกตั้ง ถอดรหัส ‘บาร์โค้ด – คิวอาร์โค้ด’ พบสืบเช็คย้อนหลังได้ ใครกาเบอร์อะไร ครบทั้ง 10 คน ด้าน ‘นรเศรษฐ์’ ยันเจตนารมย์แค่ศึกษา ไม่เกี่ยวตีความข้อกฎหมาย

4มี.ค.2569 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา มีการจัดจำลองการเลือกตั้งโดยภาคประชาชน ร่วมกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการฯ ร่วมกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อศึกษาว่าการมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง จะสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้ลงคะแนนได้หรือไม่ 

สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม อาทิ นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ผอ.ดีโหวท  มหาวิทยาลัยศรีปทุม และ นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud พร้อมทีมนักสืบที่จะมาร่วมถอดรหัสบัตรเลือกตั้งจำลอง, นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. , น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว., นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว., นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ, นายธนพร ศรียากูล นักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมือง, นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, น.ส.นารากร ติยายน อดีตผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์, นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์

โดยนายเจษฎ์ กล่าวช่วงหนึ่งว่า ใครบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้โมฆะหรือไม่โมฆะแสดงว่ามีธง ซึ่งตนไม่เคยพูดว่าโมฆะหรือไม่โมฆะ แต่พูดอยู่เสมอว่าระดับความลับของการเลือกตั้งมีอยู่ 3 ระดับ 1. เดินผ่านด้านหลังคูหาแล้วมีโอกาสเห็น 2. ระดับเจ้าหน้าที่ ที่ถูกตั้งคำถามว่าหัวกับหางมาเจอกันหรือไม่ และ 3. ความลับในระบบที่มีถึง 3 ชั้น ที่เป็นข้อถกเถียงกันว่าสแกนบาร์โค้ดแล้วไปเจอหัวในระบบไปตามเจอได้หรือไม่ แล้วจะไปตามเจอได้อย่างไร

ขณะที่นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ตนได้ประสานนายสมชัย ในแง่ข้อมูลความเสี่ยงในการมีบาร์โค้ดบำบัดเลือกตั้ง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นข้อกังวลของหลายคนในตอนนี้ และคิดว่าเป็นการดี หากจะทำให้ข้อมูลนี้ความชัดเจน และน่าจะมีพื้นที่ทำการศึกษาในเชิงวิชาการ  โดยกมธ. สามารถเปิดพื้นที่ตรงนี้ได้ และให้เวทีในวันนี้ เป็นการพิสูจน์ความเสี่ยงว่าการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สามารถถูกตรวจสอบกลับไปจนรู้ว่าผู้มาออกเสียง เลือกใครได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม เจตนารมย์ในครั้งนี้ของ กมธ. เพื่อเป็นการศึกษาในเชิงวิชาการ เพราะขณะนี้ กมธ. ทำรายงานการเลือกตั้งที่โปร่งใส และเป็นธรรม คือการศึกษาการเลือกตั้ง ทั้งก่อนเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้ง  และขอให้การพิสูจน์ในวันนี้ ก็จะนำไปศึกษาและเป็นข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต

นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ย้ำว่าข้อสรุปในวันนี้จะไม่ใช่ประเด็น หรือการตีความในเรื่องข้อกฎหมายว่าลับหรือไม่ลับ หรือผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งอาจจะไม่ได้อยู่ในขอบข่ายที่ กมธ. ได้ศึกษาในวันนี้ แต่เราต้องพิสูจน์ความเสี่ยงของการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเท่านั้น

ด้านนายสมชัย ได้กล่าวชี้แจงกติกาว่า ขอตัวแทนประชาชน 10 คน ที่จะแสดงตนเพื่อรับบัตร เข้าไปกาในคูหา และหย่อนบัตร โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 

ทั้งนี้ ในระหว่างที่อาสาสมัครรับบัตรนั้นเกิดไฟดับภายในห้องที่ใช้จำลองสถานการณ์ ทำให้นายสมชัย ถึงกับเอ่ยปากแซวว่า “เป็นการจำลองที่เสมือนจริง”

นายสมชัย กล่าวชี้แจงขั้นตอนต่อไปว่า การเลือกในวันนี้จะเป็นการ ลงคะแนนก๋วยเตี๋ยวที่ชอบแบบบัญชีรายชื่อซึ่งประกอบไปด้วย ก๋วยเตี๋ยวเรือ, ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ, ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ, ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น, ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ และก๋วยเตี๋ยวเป็ด หลังจากลงคะแนนแล้ว ขอให้อาสาสมัครถ่ายบัตรที่ลงคะแนนไว้และเก็บไว้กับตัวเองเป็นความลับ พร้อมย้ำว่า ตามขั้นตอนของ กกต. แล้ว ไม่มีขั้นตอนนี้ เพราะหากใครละเมิด จะถือว่าผิดกฎหมาย โดยหลังจากอาสาสมัครลงคะแนนแล้ว จะมีทีมนักสืบที่จะถอดรหัส ว่าใครเลือกเมนูก๋วยเตี๋ยวแบบไหน 

ทั้งนี้ อาสาสมัครทั้ง 10 คน ได้มีตัวแทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นมี นพ.ทศพร เสรีรักษ์ และรศ.ดร.ธนพร ศรียากูล และยังมีตัวแทนจากสื่อมวลชนด้วย ขณะที่นักสืบ จะมีตัวแทนจากหลากหลายช่วงวัย และหลากหลายอาชีพ จำนวน 5 ทีม

จากนั้น ได้เริ่มนับคะแนน โดยสรุปผลการลงคะแนน พบว่า บัตรดี 7 ใบ บัตรเสีย 2 ใบ และไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 ใบ โดยนายสมชายได้ให้ทีมนักสืบถอดรหัสว่าใครเลือกอะไรภายในเวลา 20 นาที

สำหรับผลการทดลองถอดรหัสกับทีมนักสืบคะแนนปรากฏว่า 
คนแรก ทีมนักสืบจาก 5 ทีมตอบถูก 4 ทีม
คนที่สอง ทีมนักสืบตอบถูกทั้ง 5 ทีม
คนที่สาม ทีมนักสืบตอบถูกทั้ง 5 ทีม
คนที่สี่  ทีมนักสืบตอบถูก 4 ทีม
คนที่ห้า ทีมนักสืบตอบถูก 4 ทีม
คนที่หก ทีมนักสืบตอบถูก 3 ทีม
คนที่เจ็ด ทีมนักสืบตอบถูก  4 ทีม
คนที่แปด ทีมนักสืบตอบถูกทั้ง 5 ทีม
คนที่เก้า ทีมนักสืบตอบถูก  4 ทีม
คนที่สิบ ทีมนักสืบตอบถูกทั้ง 5 ทีม

โดยทีมที่ตอบถูก 10 ข้อ ทั้ง 3 ทีมได้เปิดเผยวิธีการคำนวณ โดยทีมแรก ระบุว่า ใช้วิธีถ่ายภาพและใช้แอปยิงคิวอาร์โค้ด ทั่วไปแต่เจอว่าใช้แอปพลิเคชั่นไลน์ สแกนง่ายกว่าจึงลองใช้สแกนตัวบัตรเต็ม ๆ ซึ่งไวกว่าถ่ายภาพ และตรวจจับได้ไวมาก ขอแค่ตรวจเก็บคิวอาร์โค้ด ให้ครบรู้เลยว่าบัตรเสียและเสียเพราะอะไร และรู้ได้ว่าเป็นของผู้ที่ลงคะแนนลำดับที่เท่าไหร่ และเหตุผลที่ไม่ประสงค์ลงคะแนนเพราะอะไร 

ส่วนอีกทีมหนึ่งใช้วิธีถ่ายภาพนิ่งให้ชัดเจนและนำมาสแกนเอารหัสและนำรหัสนั้นไปเทียบ กับรายชื่อคนลงคะแนน แต่จะมีปัญหาในบางคนที่สแกนไม่ติด

ขณะที่อีกทีมหนึ่ง ใช้วิธีการตีตารางและไล่ว่าใบที่ 1 ขานอะไร และเมื่อสแกนแล้วแต่ละใบรหัสอะไร ทำให้รู้ได้ว่าแต่ละลำดับเลือกอะไร ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกันกับตอนที่ทีมนี้ใช้ติดตามการลงคะแนนเลือกสว. และใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาที ถูกทั้งหมด หากมีการเตรียมการล่วงหน้าก็จะสามารถถอดออกมาได้

โดยนายปริญญา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่พิสูจน์แล้วว่าไม่ต้องรอต้นขั้วไม่ต้องมีรายชื่อของผู้ใช้สิทธิ์ ก็สามารถรู้ได้ และถามว่า กกต. จะมั่นใจได้อย่างไรว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่หน่วยใด หรือเขตใด ที่อาจเป็นหัวคะแนน หรือไม่มีทางรู้ได้ว่าใครเลือกใคร หากประชาชนเลือกมา ก็ต้องมีมีสิทธิ์ที่จะกากบาทในแบบที่กา หรือแม้แต่อยู่ในเขตอิทธิพล หากจะไม่เลือกตั้งใหญ่ ก็ต้องกล้าไม่เลือก ต้องไม่กลัวว่าพรรคที่เลือกไปจะทำให้เดือดร้อนหรือไม่ เป็นหน้าที่ที่ กกต. ต้องคุ้มครองประชาชนที่มาใช้สิทธิ์ ขอเพียงรู้ลำดับ ก็รู้แล้วว่าใครเลือกใคร

ด้านนายสมบัติ กล่าวว่า หากสิ่งนี้มีเจตนาซ่อนอยู่เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก หากยืนยันว่าจะใช้วิธีการนี้ต่อไปโดยบอกว่าเป็นการลับ ต่อให้ไม่มีการถ่ายรูปก็คงจะมีวิธีการอื่น พร้อมยกตัวอย่างวิธีการนับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ที่พบว่าจำนวนบัตรไม่ตรงกันกับการนับครั้งแรก จึงขอเสนอให้กกต. เปิดหีบจำนวนหนึ่ง อาจจะ 100 – 500 หน่วย ทำแบบเป็นทางลับ ไม่สามารถนำกล้องไปถ่ายขณะที่นับได้ แต่เพื่อดูว่าคะแนนที่ต้องการนั้น ตรงกับคะแนนที่รวบรวมไว้ได้หรือไม่ จะเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่ามีความพยายามที่จะยืนยันว่าสิ่งที่ทำงานอยู่นั้นเป็นไปด้วยความโปร่งใสและอาจเกิดความผิดพลาดมาจากคณะกรรมการประจำหน่วย (กปน.) 

ผบ.ทสส. ยันกองทัพสนับสนุน กต.อพยพคนไทย ออกจากพื้นที่ตะวันออกกลาง

ผบ.ทสส. ยันกองทัพสนับสนุน กต.อพยพคนไทย ออกจากพื้นที่ตะวันออกกลาง

ผบ.ทสส. ยันกองทัพสนับสนุน กต.อพยพคนไทย ออกจากพื้นที่ตะวันออกกลาง

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.29 น.

”ผบ.ทสส.“ ยันกองทัพ พร้อมร่วมสนับสนุน กต.อพยพคนไทย ออกจากพื้นที่ตะวันออกกลาง ยอมรับกังวลความปลอดภัยระหว่างเดินทาง เชื่อทั่วโลกกังวลต่อสถานการณ์  มองยากคาดการณ์สถานการณ์ยืดเยื้อหรือไม่ เปรียบเหมือนน้ำขุ่น ต้องรอตกตะกอน ชี้แต่ไม่ประมาทด้านข่าวกรอง เฝ้าระวังการก่อการร้าย 

วันที่ 4 มีนาคม 2569 พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการอพยพคนไทยจากพื้นที่ตะวันออกกลาง ตามที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการนั้น โดยเปิดเผยว่า เราได้มีการเตรียมการไว้ตั้งแต่ก่อนการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. แต่แนวทางในการปฏิบัติ ยังอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ โดยกระทรวงการต่างประเทศ  เพื่อวางแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน 

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยังระบุว่า กรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องบินของกองทัพในการอพยพคนไทยจะมีความยากในคนละมิติกับการใช้เครื่องบินพาณิชย์ ซึ่งการใช้เครื่องบินพาณิชย์จะมีความสะดวก แต่เครื่องบินกองทัพก็จะเหมาะอีกบริบทหนึ่ง จึงจำเป็นต้องมีการประเมินสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ เช่น กรณีประเทศอิสราเอล กับประเทศอิหร่าน ที่แต่ละประเทศจะมีความเฉพาะเจาะจง ในการเลือกแนวทางปฏิบัติ ซึ่งการที่จะเลือกใช้อะไรก็อยู่ที่ความเหมาะสม รวมทั้งยังระบุอีกว่า การประสานงานกับประเทศต้นทางในการอพยพคนไทย จะดำเนินการผ่านช่องทางการทูตเป็นหลัก 

ส่วนการอพยพ จะขึ้นอยู่กับปริมาณคนที่จะอพยพ  และขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของเครื่องบินที่ใช้เป็นหลัก พร้อมยกตัวอย่างว่า ถ้าเลือกที่จะอพยพด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ โดยจ้างจากประเทศต้นทาง ก็อาจจะใช้เพียงลำเดียว หากเป็นเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ ซึ่งจะสะดวกต่อการขออนุญาตในการบินผ่านน่านฟ้าด้วย แต่ถ้าใช้เครื่องบินทหารของกองทัพ ก็จำเป็นจะต้องเพิ่มเที่ยวบิน ซึ่งหากมีการอพยพจำนวน 200 คน ก็มีความจำเป็นจะต้องใช้เที่ยวบิน 3-4 เที่ยวบิน

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยังยอมรับว่า มีความกังวลเรื่องของการเดินทางจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ไปยังชายแดนของประเทศตุรกี ซึ่งมีระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร 

ขณะที่มิติการรักษาความปลอดภัยภายในประเทศไทย ซึ่งมีชาวอิสราเอล และชาวอิหร่านอาศัยอยู่จำนวนมาก จะมีการเฝ้าระวังด้านข่าวกรองเป็นพิเศษหรือไม่อย่างไรนั้น ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ระบุว่า มีการเตรียมด้านการข่าว เพื่อรองรับสถานการณ์ไว้แล้ว ซึ่งไทยมีการเตรียมพร้อม และไม่ประมาทต่อความเป็นไปได้ ที่อาจมีการก่อการร้ายเกิดขึ้น โดยได้กำชับให้ทุกส่วนเตรียมความพร้อม

ส่วนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางขณะนี้ เชื่อว่า ทุกประเทศมีความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นหมุดหมายที่สำคัญของโลก ซึ่งทุกประเทศก็เฝ้าติดตามสถานการณ์ และประเมินว่า อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งในระยะสั้น, กลาง และระยะยาว 

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยังมองว่า สถานการณ์ในขณะนี้เปลี่ยนแปลง สิ่งที่ทุกประเทศเคยเชื่อมั่น ก็เปลี่ยนไปจากเดิมไปสิ้นเชิง ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการประเมินสถานการณ์เพื่อรับมือ 

“น้ำที่มันขุ่น ๆ ตอนนี้ มันก็คงจะตกตะกอน และก็คงมองอะไรได้ชัดเจนมากขึ้น ทุกคนก็กำลังประเมิน และประมวลทั้งนั้น” ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าว 

ส่วนสถานการณ์จะยืดเยื้อยาวนานหรือไม่นั้น ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า กองทัพไทยไม่ใช่ผู้ออกแบบการปฏิบัติการเอง เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถประเมินได้ แต่สิ่งที่คิด และคาดหวังคือ อยากให้สถานการณ์นี้ จบลงโดยเร็ว ผลกระทบที่มีต่อประเทศไทยจะได้น้อย และจะได้ไม่มีเหตุการณ์ที่ลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ พร้อมให้ความเชื่อมั่นว่า ไม่จำเป็นจะต้องกังวลอะไรมาก เนื่องจากสภาพสภาพแวดล้อมของไทย ยังไม่น่าวิตก แต่ย้ำว่า อย่าประมาท

เปิดคำพิพากษา ศาลตัดสิทธิ 10 ปี หมอเกศ ใช้วุฒิการศึกษาปลอม ลงสมัคร สว.

เปิดคำพิพากษา ศาลตัดสิทธิ 10 ปี หมอเกศ ใช้วุฒิการศึกษาปลอม ลงสมัคร สว.

เปิดคำพิพากษา ศาลตัดสิทธิ 10 ปี หมอเกศ ใช้วุฒิการศึกษาปลอม ลงสมัคร สว.

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.16 น.

ด่วน!ศาลฎีกาฯคดีเลือกตั้งสั่ง เพิกถอนสิทธิหมอเกศ รับเลือกตั้ง 10 ปี ปมทุจริตใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ไม่ผ่านการรับรองสมัครสว.ชักจูงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดการคัดเลือกสว.ปี 67

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 4 มีนาคม ที่ห้องพิจารณาคดี5 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีดำ ลต.สว.11 /2568 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ผู้ร้อง ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ “หมอเกศ” สมาชิกวุฒิสภา (สว.)  ผู้คัดค้าน เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ น.ส.เกศกมล เกี่ยวกับการใช้วุฒิการศึกษา ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ ในการสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.)ตามพรป.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 77 (4)

โดยคดีนี้ กกต. ผู้ร้อง ได้มีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ น.ส.เกศกมล พร้อมส่งหนังสือลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ให้ศาลฎีกาฯ ไต่สวนกรณีน.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ใช้คำว่า ‘ศาสตราจารย์’ ทั้งที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ตามกฎหมายของประเทศไทยลงสมัคร สว. ศาลฎีกาพิพากษา

โดยวันนี น.ส.เกศกมล หรือหมอเกศ ไม่ได้เดินทางมาฟังคำสั่งศาล มีเพียงผู้รับมอบอำนาจมาฟังคำสั่งศาลแทน

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิเคราะห์ข้อเท็จของทั้งสองฝ่ายแล้วฟังเป็นที่ยุติเห็นว่า ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2567  ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภากลุ่มที่ 19กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรืออื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน ในแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว. 3) ผู้คัดค้าน ระบุในประวัติการศึกษา ว่า ศาสตราจารย์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และระบุประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัคร ว่า “ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย” สถาบันแคลิฟอร์เนียร์ ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี ตั้งอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เป็นสถาบันที่ให้บริการประเมินและเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาโดยได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย และกระทรวงศึกษาธิการรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา มีภารกิจในการเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาและมอบปริญญาบัตรแก่นักศึกษาชาวต่างชาติ ยังไม่มีบุคคลใดนำคุณวุฒิทางการศึกษาจากแคลิฟอร์เนียร์ ยูนิเวอร์ซิตี้เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation) ไปยื่นเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาต่อสำนักงาน ก.พ. เพื่อเข้ารับราชการ การพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทาง วิชาการ “ศาสตราจารย์” สำหรับกรณีข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา มีขั้นตอนการดำเนินการตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 

สำหรับกรณีคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน มีขั้นตอนการดำเนินการตามพ.ร.บสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 ทั้งนี้การกำหนดคุณสมบัติเกี่ยวกับการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้ง บุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ.2564และระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้อง สำหรับการขอตำแหน่งทางวิชาการของ บุคลากรที่มีสถานภาพเป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษานั้น เป็นอำนาจของสภาสถาบันอุดมศึกษาในการออกข้อบังคับและดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับ ซึ่งเป็นไปตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้คัดค้านไม่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) และคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กำหนด และไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีสถาบันอุดมศึกษาใดเคยขอให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้คัดค้านให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ 

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62 หรือไม่ เห็นว่า ประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานเป็นการระบุถึงงานที่ผู้คัดค้านกำลังทำอยู่หรือเคยทำมาแล้วในอดีต เมื่อผู้คัดค้านระบุว่า “ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิงเกศกมล เปลี่ยนสมัย” ผู้คัดค้านจึงต้องมีประสบการณ์การสอนหนังสือหรือประวัติการทำงาน สอนหนังสือมาก่อน หากผู้คัดค้านไม่เคยทำการสอนหนังสือมาก่อนก็ไม่อาจระบุว่าเป็นศาสตราจารย์ ในเอกสารข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร ประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครได้ ที่ผู้คัดค้านอ้างว่า ผู้ร้องได้มีการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติการเป็นศาสตราจารย์ของผู้คัดค้านแล้วโดยผู้คัดค้านทำหนังสือขอหารือไปยังสำนักงานของผู้ร้อง เรื่องการกรอกเอกสารข้อมูลการแนะนำตัวผู้สมัคร (สว. 3)

ในส่วนข้อที่1 เห็นว่า แม้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 ไม่มีบทบัญญัติห้ามมิให้ผู้สมัครที่ได้รับคุณวุฒิทางการศึกษาหรือได้รับตำแหน่งทางวิชาการจากต่างประเทศระบุในเอกสารแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว. 3 ) แต่ผู้คัดค้านก็ยังคงมีหน้าที่ต้องระบุข้อมูลด้วยความถูกต้องไม่แอบอ้างตนเองว่ามีประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ทำงานในตำแหน่งศาสตราจารย์เพื่อให้ ผู้สมัครอื่นเข้าใจผิดในสาระสำคัญของประวัติการทำงานของผู้คัดค้าน การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการกระทำอันเป็นการทุจริตด้วยการให้ข้อมูลแนะนำตัวในส่วนประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครไม่ตรงต่อความจริง เพื่อให้ผู้สมัครอื่นลงคะแนนให้แก่ตนเอง ทำให้การเลือกที่ต้องเป็นไปตามวิธีการที่กำหนดไว้ในพรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ไม่เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และเสมอภาคกันบนพื้นฐานของการนำเสนอข้อมูลประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานที่ตรงต่อความเป็นจริงของผู้สมัครแต่ละราย ทำให้เจตนารมณ์ของการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่กำหนดให้ผู้สมัครเลือกกันเองภายในกลุ่มและเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นที่อยู่สายเดียวกันของผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามวิธีการที่กำหนดไว้ ซึ่งต้องการบุคคลที่ซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ หรือการทำงานด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายของสังคมเพื่อเข้าไปทำหน้าที่ในวุฒิสภาเสียไป 

การกระทำของผู้คัดค้านจึงเป็นการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และตามพรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มตรา 62 

พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนางสาวเกศกมล เปลี่ยนสมัย ผู้คัดค้านเป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา

อ.ไชยันต์ วิเคราะห์พรรคประชาชน ชี้ปัญหาไม่ซับซ้อน แค่คนคุมทฤษฎี สับสน-ชอบโทษคนอื่น

อ.ไชยันต์ วิเคราะห์พรรคประชาชน ชี้ปัญหาไม่ซับซ้อน แค่คนคุมทฤษฎี สับสน-ชอบโทษคนอื่น

อ.ไชยันต์ วิเคราะห์พรรคประชาชน ชี้ปัญหาไม่ซับซ้อน แค่คนคุมทฤษฎี สับสน-ชอบโทษคนอื่น

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.57 น.

วันที่ 4 มีนาคม 2569 ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyaporn ระบุว่า ปัญหาของพรรคประชาชน ไม่ ได้ซับซ้อนอะไร เกิดขึ้นทั่วไปและทั่วโลก 

ที่พรรคฝ่ายซ้ายพยายามต่อสู้ในวิถีทางรัฐสภา  แทนที่จะปลุกระดมมวลชนให้ลุกฮือ ประท้วง และปฏิวัติยึดอำนาจรัฐ

แนวคิดการต่อสู้ด้วยวิถีทางรัฐสภาของฝ่ายซ้ายเริ่มขึ้นโดย เอดูอาร์ท แบร์นชไตน์ ในปี ค ศ 1902  การตั้งพรรคจึงมีลักษณะของพรรคการเมืองทั่วไปที่เน้นการชนะเลือกตั้ง ไม่ได้เน้นการปฏิวัติล้มล้าง

ส่วนพรรคแนวหน้า หรือ vanguard party ที่มีที่มาจาก เลนิน และเริ่มในปี ค ศ 1902 อันเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับแบร์นชไตน์

พรรคแนวหน้าเกิดขึ้นโดยมีเป้าหมายคือ การปฏิวัติล้มระบบทุนนิยม และสถาปนารัฐสังคมนิยมที่เผด็จอำนาจโดยชนชั้นกรรมาชีพ

ดังนั้น พรรคแนวหน้าจึงจำต้องเป็นองค์กรที่มีการจัดระเบียบวินัยสูงโดยชนชั้นนำ

ชนชั้นนำที่ว่านี้ จะต้องเป็น “นักปฏิวัติมืออาชีพ” ที่มุ่งเน้นการนําชนชั้นแรงงานยึดอํานาจและสร้างสังคมนิยมขึ้น

การดำเนินงานของพรรคจะอยู่บนหลักการการรวมศูนย์ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นสองสิ่งที่ย้อนแย้งกัน แต่มีความจำเป็น
……

ในทางกลับกัน พรรคการเมืองทั่วไปมักเป็นองค์กรมวลชนที่เน้นการชนะการเลือกตั้ง 

จัดตั้งรัฐบาล และเป็นตัวแทนของผลประโยชน์ที่กว้างขึ้นและมักจะมีความหลากหลายภายในระบบการเมืองที่มีอยู่
…….
ถ้าใครในพรรคประชาชนจะมีความสับสน ก็น่าจะเป็นตัวคนที่เป็นนักทฤษฎีมากกว่าคนอื่นใด 

ไม่ต่างจากนักศึกษาปัญญาชนในช่วง 6 ตุลา 2519 ที่ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด โดยเข้าใจไปเองว่า สถานการณ์สุกงอมแล้ว และตนสามารถประสานทฤษฎีกับการปฏิบัติ (praxis) ได้ถูกต้องจริงๆ

และแทนที่จะยอมรับความผิดพลาด กลับโทษโน่นนี่นั่น ยกเว้นตัวเอง !

อนุทิน เรียก เอกนิติ – วุฒิไกร ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า คุยสถานการณ์พลังงาน

อนุทิน เรียก เอกนิติ - วุฒิไกร ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า คุยสถานการณ์พลังงาน

อนุทิน เรียก เอกนิติ – วุฒิไกร ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า คุยสถานการณ์พลังงาน

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.50 น.

อนุทิน เรียก เอกนิติ – วุฒิไกร ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า คุยสถานการณ์พลังงาน 

เมื่อเวลา 14.15 น.วันที่ 4 มี.ค.2569 ภายหลังนายฌอน เค โอ นีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เดินทางออกจากตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์  ในฐานะประธานบอร์ด ปตท. เข้ามารายงานเรื่องสถานการณ์พลังงาน ภายหลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงมาตรการราคาสินค้าที่อาจจะขยับขึ้นในช่วงที่ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น 

จากนั้นเวลา 16.30 น. นายอนุทิน จะเป็นประธานการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2/2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล แต่ล่าสุดเจ้าหน้าที่สำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งว่านายกฯ ได้มอบหมายนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมแทน

ปราชญ์ สามสี วิเคราะห์ความแตกแยกของพรรคประชาชน และรอยร้าวของอุดมการณ์ สานต่อ 2475

ปราชญ์ สามสี วิเคราะห์ความแตกแยกของพรรคประชาชน และรอยร้าวของอุดมการณ์ สานต่อ 2475

ปราชญ์ สามสี วิเคราะห์ความแตกแยกของพรรคประชาชน และรอยร้าวของอุดมการณ์ สานต่อ 2475

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.16 น.

วันที่ 3 มีนาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก “ปราชญ์ สามสี” ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความ ระบุว่า วิเคราะห์ความแตกแยกของพรรคประชาชน และรอยร้าวของอุดมการณ์ “สานต่อ 2475”

สิ่งที่กำลังจะวิเคราะห์ต่อไปนี้ คือสถานการณ์ความแตกแยกภายในพรรคประชาชน และการแตกสลายของอุดมการณ์ที่เคยประกาศตนว่าสืบทอดแนวคิดตามรอย 2475 ว่าเหตุใดจึงเดินทางมาถึงจุดที่เรียกได้ว่า “การสูญสิ้น” ในวันนี้

หากติดตามสถานการณ์มาตั้งแต่การเลือกตั้งล่าสุดปี 2569 จะเห็นปัญหาสำคัญของพรรคประชาชนอย่างชัดเจน แม้ว่าพรรคจะได้เสียงในกรุงเทพฯ แน่นพอสมควร แต่ปัจจัยหลายประการสะท้อนภาพที่ว่า พรรคอยู่ในสภาพ “สวยแต่รูปแต่จูบไม่หอม” ภายนอกอาจดูแข็งแรง ทว่าภายในกลับเริ่มเน่าเฟะ ความเข้าใจเรื่องนี้จำเป็นต้องย้อนกลับไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นของพรรคอนาคตใหม่ จนกระทั่งพัฒนาการมาถึงพรรคก้าวไกล และต่อเนื่องมายังพรรคประชาชนในปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นของปัญหานี้ต้องย้อนกลับไปไกลกว่านั้น ตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งก่อตั้งโดยธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ศรายุทธ ใจหลัก และชัยธวัช ตุลาธน ทั้งสามเติบโตมาด้วยความสัมพันธ์ส่วนตัวและแนวคิดร่วมกันตั้งแต่วัยเรียน โดยมีพื้นฐานทางความคิดเชื่อมโยงกับขบวนการฝ่ายซ้ายไทยรุ่นหลัง 6 ตุลาคม 2519

กลุ่มปัญญาชนฝ่ายซ้ายหลังออกจากป่าไม่ได้ใช้แนวทางอาวุธอีกต่อไป แต่หันมาใช้ “วิชาการ” เป็นเครื่องมือ สร้างเครือข่ายทางความคิดผ่านมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะธรรมศาสตร์ ซึ่ง historically เป็นพื้นที่สำคัญของการผลิตบุคลากรทางสังคมการเมือง

ส่วนปิยบุตรนั้นถือว่าเป็นตัวแทนของคณะนิติราษฎร์ที่ได้รับอิทธิพลทางความคิดมาจากการปฏิวัติ 2475 อันมีรากเหง้าที่หยิบยืมมาจากการศึกษาประวัติศาสตร์การปกครองของฝรั่งเศสตั้งแต่ยุคสมัยการปฏิวัติฝรั่งเศส การจัดตั้งคอมมูน รวมไปถึงการหยิบยืมและการเผยแพร่ลัทธิความคิดอันนำไปสู่ความฝันอันสูงสุดของเหล่า คนที่นับถือ ยูโทเปียร์…อันสมบูรณ์ภูมิพร้อม ปิยบุตรจึงเป็นบุคคลสำคัญที่เสมือนเป็นแกนกลางชักนำทำให้การเมืองฝ่ายซ้ายดำรงอยู่เป็นตัวตนได้ในทางทฤษฎี

ดังนั้นเหตุการณ์ปฏิวัติ 2475 และอาจารย์ปรีดีถูกยกขึ้นเป็นสัญลักษณ์ทางอุดมการณ์ การหยิบเอาการปฏิวัติฝรั่งเศสมาเป็นแม่แบบเชิงสัญลักษณ์ — เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ — จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากรากความคิดที่วางมานานหลายทศวรรษ พรรคอนาคตใหม่จึงไม่ใช่เพียงพรรคการเมือง แต่เป็นผลผลิตของขบวนการทางความคิดที่เขาได้รับอิทธิพลมาจากอาจารย์ฝ่ายซ้ายนั่นเอง

พรรคอนาคตใหม่ถือกำเนิดจากความพยายามของฝ่ายซ้ายที่ต้องการแยกตัวจากเพื่อไทย เพื่อมีอิสระในการกำหนดทิศทางทางการเมืองของตนเองอย่างเต็มรูปแบบ เพราะตลอดที่อยู่ใต้ร่มเงาของพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของคุณทักษิณ ชินวัตร…เหล่าสาวกผู้เดินเจริญรอยตามคอมมูนฝรั่งเศส … ล้วนอึดอัดกับการเคลื่อนไหวที่ไม่ชัดเจนเร้าใจของทักษิณ
แต่ในที่สุด …อนาคตใหม่ถูกยุบ

อย่างไรก็ตามความทะเยอทะยานทางการเมืองไม่ได้หยุด

 พรรคก้าวไกลจึงเกิดขึ้น โดยสืบทอดอุดมการณ์เดิม

ยุทธศาสตร์ใหม่ : ก้าวไกลกับการเมืองแบบอัลกอริทึม

ช่วงกำเนิดพรรคก้าวไกล เราเห็นการปรับยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ คือการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นอาวุธหลัก แนวคิดที่ว่า “ไม่จำเป็นต้องพึ่งบ้านใหญ่” หากเข้าใจอัลกอริทึม เข้าใจโซเชียลมีเดีย ก็สามารถชนะเลือกตั้งได้

แนวคิดนี้สะท้อนอิทธิพลจากปรากฏการณ์ระดับโลก เช่น กรณี Cambridge Analytica ที่ถูกพูดถึงในสารคดี The Great Hack
การสร้างโครงสร้างดิจิทัลภายในจึงเกิดขึ้น มีการรวบรวมทีมไอที ทำระบบ algorithm, content monitoring และปฏิบัติการตอบโต้ข้อมูลข่าวสาร (IO) อย่างเป็นระบบ
ปิยบุตรมีบทบาทเชิงเนื้อหาและอุดมการณ์ ขณะที่ธนาธรเป็นแกนทางยุทธศาสตร์
แต่ไม่นาน ความขัดแย้งภายในก็เริ่มปรากฏ ปิยบุตรถอยออกจากวงใน และพรรคก้าวไกลก็ถูกยุบเป็นครั้งที่สอง

บทบาทของ “เลขาต๋อม” ชัยธวัช ตุลาธน

ชัยธวัช หรือ “เลขาต๋อม” คือบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่าน เขาไม่ได้เป็นผู้นำเชิงสัญลักษณ์แบบธนาธร หรือผู้นำทางวิชาการแบบปิยบุตร แต่เป็นตัวเชื่อมเชิงโครงสร้าง

หลังปิยบุตรถอยออก เลขาต๋อมต้องรับภาระการบริหารจัดการภายใน ทั้งการดูแลบุคลากร การประสานงานระหว่างฝ่ายอุดมการณ์กับฝ่ายปฏิบัติการ และการรักษาความเป็นเอกภาพในช่วงที่พรรคเผชิญแรงกดดันสูง

บทบาทของเขาจึงเป็นเหมือน “ผู้ประคองระบบ” แต่ความท้าทายคือ การประคองพรรคที่มีแรงเสียดทานภายในสูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออุดมการณ์เริ่มไม่เป็นเอกภาพ การบริหารแบบรวมศูนย์จึงยิ่งถูกตั้งคำถาม

คณะก้าวหน้า และข้อครหาเรื่อง “โปลิตบูโร”

หลังการยุบพรรคก้าวไกล ความเป็นผู้นำของธนาธรถูกตั้งคำถาม แม้จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่ยังคงมีบทบาทผ่านคณะก้าวหน้า ภาพที่ถูกวิจารณ์มากคือโครงสร้างแบบ “โปลิตบูโร” — การชี้นำจากศูนย์กลางทางความคิด การควบคุมยุทธศาสตร์ และการครอบงำเชิงอุดมการณ์ การถือครองว่าเป็นผู้สืบทอดอุดมการณ์ของอาจารย์ปรีดี ถึงกับซื้อบ้านอองตอนีเพื่อเป็นสัญลักษณ์ ไว้ดูเล่นแต่เพียงผู้เดียวจึงเป็นเรื่องที่เหมือนเป็นดาบสองคมที่มีคนทั้งรักและทั้งชังทั้งอิจฉาริษยา

เมื่อพรรคประชาชนก่อตั้งขึ้น ธนาธรถอยบทบาททางการมากขึ้น แต่ยังถูกมองว่าเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ และมีอิทธิพลเชิงสัญลักษณ์สูงศรายุทธ ใจหลัก ถูกดึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะผู้จัดการยุทธศาสตร์และโครงสร้างการสื่อสาร เขามาจากสายผู้ก่อตั้งดั้งเดิม แต่เข้ามาในฐานะผู้ดูแลระบบดิจิทัล การจัดการข้อมูล และการเชื่อมทีมเทคโนโลยีกับ ส.ส. หน้าใหม่

ภายใต้การดูแลของศรายุทธ มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการนำบุคลากรสายสื่อและเอไอดิจิทัล เข้าไปสนับสนุนการแข่งขันลงสมัคร ส.ส. ทำให้สมาชิกพรรคหลายคนมีพลังทางโซเชียลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  อันเป็นผลพวงอันความสามารถของทีม “ไอโอ” และ อัลกอริทึม ใน เอ็คโค่ แชมเบอร์ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างเช่นนี้ก็สร้างแรงเสียดทาน เช่นกัน โดยเฉพาะการให้ที่อำนาจกับ ส.ส. หน้าใหม่ที่ไม่ได้อินกับอุดมการณ์การเมืองมากนัก

ในยุคของพรรคประชาชนเป็นยุคที่สมาชิกพรรคมีความแตกแยกสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ เลยนั้นเป็นเพราะว่าพรรคประชาชนจำเป็นที่จะต้องเอาบุคคลประชาชนผู้อื่นเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกพรรคซึ่งหลายๆคนเนี่ยไม่ได้มีความเข้าใจหรืออบรมการตรงตามความต้องการของพรรค  จะเรียกว่าเกณฑ์ เชิงปริมาณเข้ามาเลยก็ไม่แปลก 
จนในพรรคเนี่ยมีความหลากหลายเป็นระบบนิเวศ จนกลายเป็นชนชั้น แบบศักดินา ในทันทีโดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้

1. กลุ่มผู้นำเชิงอุดมการณ์ ซึ่งก็คือกลุ่มโปลิตบูโร
คือกลุ่มของคุณธนาธร กลุ่มผู้ก่อตั้งพรรค ตั้งแต่ยุคแรกคนพวกนี้เชื่อมั่นในแนวทางของตนเองสูง ไม่เปิดรับความคิดเห็นที่แตกต่าง ยึดอุดมการณ์เป็นแกนกลางจนละเลยพลวัตทางการเมือง และด้วยความหัวรุนแรงทางการเมืองส่วนใหญ่ถูกศาลพิจารณาห้ามไม่ให้เล่นการเมืองเลยเลยมีจำนวนน้อย

2. กลุ่มนักการเมืองหน้าใหม่
จำนวนหนึ่งไม่ได้เติบโตมากับอุดมการณ์เดิม แต่เข้ามาเพราะกระแส ความนิยม และโอกาสทางการเมือง จนไปถึงต้องการ”ลงทุน” เพื่อสิทธิประโยชน์จากการเป็นนักการเมืองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ดังนั้นคนเหล่านี้จะไม่ค่อยอุดมการณ์และต้องการแข่งขันกันเองในโลกโซเชียล ทำให้เกิดการชิงดีชิงเด่น และสร้างแรงเสียดทานภายใน เป็นกลุ่มที่มีความมั่นใจและต้องการเอาชนะสูงมากผมยกตัวอย่างเช่นกรณีส.ส ไอซ์…จัดอยู่ในกลุ่มนี้  รวมไปถึงพวกผู้สมัครเลือกตั้งที่มีโทษคดีข่มขืน  ฟอกเงินยาเสพติดก็ล้วนอยู่ในจัดของในกลุ่มนักการเมืองหน้าใหม่ทั้งสิ้น

3. กลุ่มคนทำงานระดับล่าง
กลุ่มที่มองเห็นโอกาสจากกระแสที่ปรากฏใน  social media เข้ามาในพรรคหวังจะได้ลืมตาอ้าปากจากอุดมการณ์ที่แรงกล้าเห็นว่าเป็นพรรคที่ดีล้วนต้องมาจบชีวิตกลายเป็นเพียงแค่ไพร่ใช้แล้วทิ้งทั้งติดคุกทั้งหมดอนาคตทั้งที่ทุกการกระทำของไพ่เหล่านี้ล้วนถูกกำหนดบทบาทมาโดย โปลิศบูโร แทบจะทั้งนั้น กลุ่มเหล่านี้จึงเป็นกลุ่มที่จะถูกมองว่าเป็นแพะ เอาไว้รับบาป หรือเป็นศพที่เอาไว้โหนเล่น….

การให้อำนาจและการบริหารงานแบบที่เป็นอยู่ ส่งผลทำให้ พรรคประชาชนกลายเป็นเสมือนเรือที่ล่องอยู่กลางทะเล ใครนึกจะเข้ามาขับก็ขับได้ แม้ไม่มีความรู้ก็เข้ามาได้แถมเข้ามาชิงดีชิงเด่นในการขับเคลื่อนพรรค จนแตกฉานซ่านเซ็น กันคนละทิศคนละทาง… กลายเป็นพรรคกูเป็นใหญ่กันทั้งนั้น  … ไม่มีอุดมการณ์และไม่มีการนำที่มีประสิทธิภาพ….
พรรคที่เดินด้วยความกระหายชัยชนะโดยไม่ได้สนวิธีการอุดมการณ์ยุทธการใดๆเลยย่อมสูญเสียตัวตนอย่างสูญสิ้น
ซึ่งก็ตรงกับที่ปิยบุตรออกมาวิพากษ์ล่าสุด

ความล่มสลายของคณะที่ร่วมก่อตั้งกันมาก็ถูกตั้งคำถามว่าเกิดจากอะไร คำตอบในมุมมองนี้คือ  ความเป็นเผด็จการภายใน… ที่ผูกขาดการนำแต่ใน ขณะที่สมาชิกจำนวนหนึ่งไม่เข้าใจอุดมการณ์ เข้ามาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว 

จนกลายเป็น “ผีหัวขาด” หัวไปทางตัวไปทาง สมเป็น spectre C นั่นแหละ

พรรคที่เดินด้วยความกระหายชัยชนะโดยไม่ได้สนวิธีการอุดมการณ์ยุทธการใดๆเลยย่อมสูญเสียตัวตนอย่างสูญสิ้น

วันนี้ปิยบุตรออกมาพูดแล้วออกมาวิพากษ์วิจารณ์แล้วคณะที่ร่วมก่อตั้งกันมามันล่มสลายได้อย่างไรเพราะขาดความเห็นอกเห็นใจในหมู่ผู้ก่อการนำขาดการรับฟังเป็นเผด็จการในขณะที่คนภายในพรรคไม่ได้เข้าใจพรรคไม่เข้าใจอุดมการณ์ของพรรคเข้ามาหาพรรคเพื่อหากินกับพรรคหาแสงกับพรรคและใช้สิทธิประโยชน์ของพรรคเพื่อประโยชน์ของตัวเองจึงไม่แปลกใจเรื่องการที่มีสมาชิกที่หวังใช้เอกสารคุ้มครองของส.สผู้แทนราษฎรเพื่อที่จะเป็นแหล่งกำบังฟอกตัวให้กับ กลุ่มคนที่กระทำผิดทางกฎหมาย ข่มขืน ยาเสพติด ฟอกเงิน รวมไปถึงพวกกลุ่มคนที่มีปมด้อย ต้องการยอมรับ หลบหนีกฎหมาย และพวกเหล่าหมาหางด้วน ตามสุภาษิตไทย…

และไม่แปลกที่สถานการณ์ณตอนนี้ ทั้งพฤติการณ์ที่ถูกแฉออกมาจากคนในพรรคจำนวนมาก. 

ความลับไม่มีในโลกแล้วพวกเขากำลังสะท้อนให้เห็นว่าพรรคเหล่านี้อุดมการณ์ สานต่อ2475 ล้วนเป็นเพียงแค่ภาพมายาเพื่อเอาไว้ฟอกตัวเท่านั้นความเสมอภาคเสรีภาพ ภราดรภาพ   ล้วนกลับไม่เคยถูกใช้จริงในภายในพรรคเลย  

สัญลักษณ์อย่างอาจารย์ปรีดี ที่นำมาเป็นหมุดหมายทางความคิดขบวนการกลับถูกมายำปู้ยี่ปู้ยำ  จนผิดเพี้ยนไปจากอุดมการณ์เดิมของอาจารย์ปรีดีที่ต้องการนำเอาสังคมนิยมเข้ามาปรับใช้ในสังคมไทย กลายเป็นลัทธิอัตตานิยม นับถือแต่ตัวกูของกู…เพศของกู ภาษีของกู 

แต่ไม่มีสิ่งใดเลยที่เสียสละให้กับบ้านเมือง…

ดังนั้นพรรคประชาชนเวลานี้ถึงคราวล่มสลาย…รอคอยโอกาสในอนาคตข้างหน้า…เขาเชื่อว่ากงล้อแห่งเวลาจะนำพวกเขากลับมาอีกครั้ง

ดังนั้นสำหรับข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าเชื่อว่าความฉิบหายของพรรคประชาชน  เวลานี้ยากที่จะฟื้นกลับ และอาจจะต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ ด้านหลักการและทฤษฎี  โดยอนุมานได้ว่า เหล่าผู้เป็นมันสมองของลัทธิคอมมูนฝรั่งเศส พ่ายแพ้ในครั้งนี้ คงจะกลับไปที่จุดเริ่มต้นของวัฏจักรแห่งการปฏิวัติอีกครั้ง คือ กลับไปอยู่ในห้องเรียน กลับไปเขียนหนังสือ กลับไปอยู่กับ ประวัติศาสตร์ เพื่อ เริ่มหล่อหลอม ให้คนเชื่อมั่นในยูโทเปีย อันเพ้อเจ้อ เพื่อสะสมกำลังรอคอยโอกาสกลับมาปฏิวัติ… อีกครั้ง

สนธิญา ยื่นกกต.สอบ นันทนา อ้างเข้าข่ายแทรกแซงองค์กรอิสระ

สนธิญา ยื่นกกต.สอบ นันทนา อ้างเข้าข่ายแทรกแซงองค์กรอิสระ

สนธิญา ยื่นกกต.สอบ นันทนา อ้างเข้าข่ายแทรกแซงองค์กรอิสระ

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.10 น.

สนธิญา  ยื่นกกต.สอบ สว.นันทนา ปมขอถอนแจ้งความคดีเลือกตั้ง อ้างเข้าข่ายแทรกแซงองค์กรอิสระ จี้ส่งศาลรธน.ชี้ขาดพ้นตำแหน่ง ซัด สมชัย จัดเลือกตั้งจำลองดึงต่างชาติสังเกตการณ์เหมือนชักศึกเข้าบ้าน พร้อมยื่นนายกฯ ค้านตั้ง ตรีนุช นั่งรัฐมนตรี–เตรียมยุบพรรคพปชร.

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้ายื่นหนังสือต่อกกต.ขอให้ตรวจสอบน.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. จากกรณีให้สัมภาษณ์ว่าขอให้กกต.ถอนแจ้งความดำเนินคดีกับ สว.บุคคลที่กระทำการขัดขวางการเลือกตั้งและถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง พร้อมกันนี้ เสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยให้ความเป็นสว.ของน.ส.นันทนา สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 ด้วย

นายสนธิญา กล่าวว่า กกต.เป็นหน่วยงานอิสระเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 กำหนดห้ามมิให้ สว.ใช้สถานะหรือตำแหน่งก้าวก่าย แทรกแซง การปฏิบัติราชการ การดำเนินงานของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อประโยชน์ของตนเอง ผู้อื่น และพรรคการเมือง หากฝ่าฝืนอาจส่งผลให้พ้นจากตำแหน่งได้ ทั้งนี้ มองว่าการที่นางนันทนา เสนอให้กกต.ไม่ดำเนินคดีกลับกลุ่ม 6 บุคคลดังกล่าวนั้น ตนมองว่าเป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่สว.เข้ามาแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. ซึ่งหากกกต.ไม่ดำเนินคดีกับ 6 บุคคล กกต.ก็ต้องถูกข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ 

นอกจากนี้ นายสนธิญา ยังฝากไปถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. และคณะที่จะทำการจำลองการเลือกตั้ง และถอดรหัสบัตรในวันนี้ ว่าเรื่องต่างๆมีการฟ้องร้องกกต.กำลังจะเข้าสู่ศาล ทั้งศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลอาญา หรือแม้กระทั่งศาลพระภูมิ ที่บางคนบอกว่าจะไปฟ้อง ซึ่งการที่บอกว่าจะจัดการเลือกตั้งจำลอง และพิจารณาบัตรเลือกตั้งเกี่ยวกับคิวอาร์โค้ด บาร์โค้ด โดยจะเชิญผู้แทนจากต่างประเทศ และบุคคลภายนอก เข้ามาสังเกตการณ์ รวมถึงบางคนที่ดูเฟสบุ๊ก ซึ่งเป็นถึงระดับด็อกเตอร์เสนอว่าจะให้องค์การสหประชาชาติมาจัดการเลือกตั้งในประเทศไทย ตนถามว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมามีเกือบแสนหน่วย แต่มีปัญหาเพียงไม่กี่หน่วย หน่วยอื่นเรียบร้อยดี แล้วการจะไปเชิญผู้แทนต่างประเทศเข้ามาดูจะถือว่าเป็นการชักศึกเข้าบ้านหรือไม่

“อาจารย์สมชัยและคณะ เป็นคนที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งมาโดยตลอด แต่สิ่งที่จะทำในวันนี้ เหมือนกลับไปตัดสินแล้วว่าการเลือกตั้งมันไม่ถูกต้อง แต่ทำไมจึงไม่รอการพิจารณาของศาลที่จะเป็นผู้ชี้ว่าสิ่งที่กกต.ทำถูกต้องหรือไม่ แต่นายสมชัย และคณะทำแบบนี้เหมือนไปตัดสินว่าผิดไปแล้ว และคนที่พูดว่าจะให้สหประชาชาติจัดการเลือกตั้งในประเทศไทย เป็นความคิดปัญญาอ่อน ไม่รู้จบด็อกเตอร์มาได้อย่างไร คนไทยทั้งประเทศคงไม่ยอมรับ คนที่เห็นว่าการเลือกตั้งมีปัญหาสามารถไปร้องกกต.ต่อศาลยุติธรรมได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว และมีการร้องอยู่ในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องไปเชิญคนต่างประเทศเข้ามาก้าวก่ายกิจการภายในประเทศ ซึ่งตนไม่เห็นด้วย ถ้าการเลือกตั้งมีปัญหาขอให้มีการตัดสินตามกระบวนการที่กฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมืองกำหนดไว้ ผลออกมาอย่างไรเรายอมรับอย่างนั้น”

นายสนธิญา ยังกล่าวอีกว่า ภายในวันศุกร์นี้หรือไม่อย่างช้าในสัปดาห์หน้าตนจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ไม่แต่งตั้งน.ส.ตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นรัฐมนตรี เนื่องจากในการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งที่ผ่านมา หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และกรรมการบริหารพรรค ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรผู้สมัครเลยแม้แต่บาทเดียว และตนก็จะยื่นยุบพรรคพลังประชารัฐ จากเหตุดังกล่าวด้วย

ดร.กอบศักดิ์ จับตามาตรการสหรัฐฯ ส่งกองทัพเรือคุ้มกัน เรือบรรทุกน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ

ดร.กอบศักดิ์ จับตามาตรการสหรัฐฯ ส่งกองทัพเรือคุ้มกัน เรือบรรทุกน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ

ดร.กอบศักดิ์ จับตามาตรการสหรัฐฯ ส่งกองทัพเรือคุ้มกัน เรือบรรทุกน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.47 น.

วันที่ 2 มีนาคม 2569 ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ยาที่ตรงกับโรค !!! มาดูกันว่า จะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน

ปัญหาสำคัญที่กำลังเขย่าระบบเศรษฐกิจการเงินโลก คือ ราคาน้ำมัน ตั้งแต่การโจมตีอิหร่านเริ่ม  ราคาน้ำมันโลก WTI พุ่งจาก 66 ไปที่ 77.8 ดอลล่าร์ต่อบาเรล +18% ในเวลา 2 วัน สั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกกระทบต่อราคาสินทรัพย์ต่างๆ ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปที่ปรับเพิ่มขึ้น 40-50% ราคาสินทรัพย์ของประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น  ที่ต้องพึ่งพาน้ำมันและพลังงานจากตะวันออกกลาง ปรับตัวอย่างรุนแรงในช่วง 2 วันที่ผ่านมา หลังโรงงานพลังงานของบางประเทศในตะวันออกกลางถูกโจมตีและต้องปิดทำการ เรือขนส่งน้ำมันและพลังงาน ไม่สามารถผ่านช่องแคบ Hormuz ได้ จากการถูกโจมตีจากอิหร่าน  โดยเรือขนส่งบางลำได้ถูกโจมตีจนเสียหาย จนกระทั่งบริษัทประกันต่างๆ แจ้งว่าจะขอยกเลิกการประกันภัยจากสงคราม กับการขนส่งผ่านจุดดังกล่าว ตั้งแต่ 5 มีนาคม เป็นต้นไป

ทั้งนี้ เนื่องจากน้ำมันและพลังงานที่ส่งออกมาจากจุดนี้ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของตลาดโลก เรือขนส่งที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว คิดเป็นประมาณ 10% ของเรือที่มีทั้งหมด หากไม่แก้ไขโดยเร็ว จะนำมาซึ่งการขาดแคลนน้ำมันและพลังงานในประเทศต่างๆ ในที่สุด

ล่าสุด หลังหารือกับรัฐมนตรีคลังและรัฐมนตรีพลังงาน ท่าน President Trump ประกาศว่า

Effective IMMEDIATELY, I have ordered the United States Development Finance Corporation (DFC) to provide, at a very reasonable price, political risk insurance and guarantees for the Financial Security of ALL Maritime Trade, especially Energy, traveling through the Gulf. This will be available to all Shipping Lines. If necessary, the United States Navy will begin escorting tankers through the Strait of Hormuz, as soon as possible. No matter what, the United States will ensure the FREE FLOW of ENERGY to the WORLD. The United States’ ECONOMIC and MILITARY MIGHT is the GREATEST ON EARTH — More actions to come. Thank you for your attention to this matter!

มีผลทันที ผมได้สั่งให้ United States Development Finance Corporation (DFC) จัดให้มีการประกันความเสี่ยงทางการเมือง (Political Risk Insurance) และ การค้ำประกัน เพื่อคุ้มครองการขนส่งทางทะเลทั้งหมด โดยเฉพาะการขนส่งพลังงาน ที่สัญจรผ่านอ่าวเปอร์เซีย — ในราคาที่สมเหตุสมผล 

ข้อเสนอนี้เปิดให้กับสายเดินเรือทุกแห่งหากจำเป็น กองทัพเรือสหรัฐจะเริ่มคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ โดยเร็วที่สุดสหรัฐรับประกันการไหลเวียนของพลังงานอย่างเสรีไปยังทั่วโลกพลังเศรษฐกิจและพลังทางทหารของสหรัฐ คือความยิ่งใหญ่ที่สุดบนโลกใบนี้ และเราจะมีมาตรการเพิ่มเติมอื่นๆ ตามมาขอบคุณสำหรับความสนใจในเรื่องนี้!

ล่าสุด ราคาน้ำมันโลกได้ย่อมาที่ประมาณ 74 ดอลล่าร์ต่อบาเรลดีขึ้น แต่ยังต้องดูต่อไปว่าจะทำได้เร็วแค่ไหนจะทำได้จริงแค่ไหนเพราะช่องแคบดังกล่าว มีทางเดินเรือออกมาที่กว้างแค่ 3 กิโลเมตร อยู่ในจุดที่เสี่ยงอย่างยิ่งโดยฝั่งอิหร่านมีภูเขาสูงที่้เป็นจุดเหมาะสมต่อการซุ่มยิงการเอาเรือรบมาคุ้มกัน จะเป็นเป้าได้เช่นกัน

นอกจากนี้ อิหร่านยังสามารถโจมตีทำลายโรงงาน แท่นขุด ท่าเรือต่างๆ โดยตรงที่หากเกิดความเสียหาย ต้องมีการปิดทำการ เพื่อซ่อมแซมก็จะกระทบตลาดน้ำมันโลกเช่นกันมาตามดูกันครับว่า
เขาจะแก้เกมส์กันต่อไปอย่างไร มาตรการที่ออกมา จะช่วยได้มากน้อยแค่ไหนเพราะเรื่องนี้ได้กลายเป็นประเด็นเสี่ยงสำคัญที่กำลังกระทบไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนสะเทือนตลาดทุนและระบบเศรษฐกิจการเงินโลกสร้างความเสียหายให้ประเทศต่างๆและเพิ่มความไม่พอใจกับการทำสงครามครั้งนี้ !!!

อดีตผู้สมัคร สส.ปชน. สุพรรณฯ เขต 2 แจ้งความเอาผิด กปน.นับคะแนนคลาดเคลื่อน จี้นับใหม่ทั้งเขต

อดีตผู้สมัคร สส.ปชน. สุพรรณฯ เขต 2 แจ้งความเอาผิด กปน.นับคะแนนคลาดเคลื่อน จี้นับใหม่ทั้งเขต

อดีตผู้สมัคร สส.ปชน. สุพรรณฯ เขต 2 แจ้งความเอาผิด กปน.นับคะแนนคลาดเคลื่อน จี้นับใหม่ทั้งเขต

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.35 น.

อดีตผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 2 ปชน. แจ้งความเอาผิด กปน. หลังนับคะแนนใหม่แล้วคาดเคลื่อนหนัก ชี้ควรนับคะแนนทั้งเขตเลือกตั้งใหม่ ก่อนหน้านี้ก็ไปยื่นเรื่องให้ กกต. สุพรรณบุรีนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งเขตด้วย

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2569 ที่ สภ.บางตาเถร จ.สุพรรณบุรี นส.นุศรา ศรีสังข์งาม อดีตผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 2 พรรคประชาชน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในเขตเลือกตั้งที่ 2 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 23 และ 119 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 69 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากกรณีการนับคะแนนใหม่ในหลายหน่วยเลือกตั้งมีความคาดเคลื่อนจากการนับคะแนนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ได้มีการยื่นเรื่องต่อ กกต.สุพรรณบุรี ขอให้มีการนับและรวมคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งเขตเลือกตั้ง และดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนกรณีบุคคลที่กระทำการอันเป็นเหตุให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

น.ส.นุศรา ระบุว่าจากการนับคะแนนใหม่ในหลายหน่วยเลือกตั้งที่ผ่านมา พบว่ามีความคาดเคลื่อนเกิดขึ้น ประกอบด้วย

1) หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ต.องครักษ์ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี มีความคลาดเคลื่อนจากการพิจารณาบัตรเสีย 2 คะแนน 

2) หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มีความคาดเคลื่อนในคะแนนผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต โดยผู้สมัครจากพรรคประชาชนจากเดิมได้ 104 คะแนน นับใหม่ได้ 228 คะแนน พรรคภูมิใจไทยจากเดิมได้ 427 คะแนน นับใหม่ได้ 263 คะแนน

3) หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มีความคาดเคลื่อนในคะแนนแบบบัญชีรายชื่อ โดยพรรคประชาชนจากเดิมได้ 198 คะแนน นับใหม่ได้ 226 คะแนน พรรคภูมิใจไทยจากเดิมได้ 279 คะแนน นับใหม่ได้ 233 คะแนน

4) หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ต.บ้านช้าง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มีความคาดเคลื่อนในคะแนนผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต โดยผู้สมัครจากพรรคประชาชนจากเดิมได้ 129 คะแนน นับใหม่ได้ 165 คะแนน พรรคภูมิใจไทยจากเดิมได้ 297 คะแนน นับใหม่ได้ 212 คะแนน

น.ส.นุศรา กล่าวต่อไปว่า การยื่นคำร้องในวันนี้ รวมทั้งก่อนหน้านี้ที่ได้มีการยื่นเรื่องไปกับ กกต.ประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อขอให้มีการนับคะแนนและรวมคะแนนเลือกตั้งใหม่ เพราะที่จังหวัดสุพรรณบุรีในเขตที่ 2 ปรากฏหลักฐานอันเชื่อได้ว่าอาจมีการจูงใจนับและรวมคะแนนโดยไม่ถูกต้อง และมีการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม 

ซึ่งที่ผ่านมา กกต. ก็ได้มีการดำเนินการให้มีการนับคะแนนใหม่ในหน่วยที่ปรากฏเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ผลคะแนนออกมาคือพรรคประชาชนได้คะแนนกลับคืนมาตามที่แจ้งไปเบื้องต้น ซึ่งทาง กกต. ก็รับเรื่องและระบุว่าจะดำเนินการกับ กปน. ทั้งสองหน่วยของ อ.สองพี่น้อง ต่อไป

น.ส.นุศรา กล่าวต่อไปว่า สำหรับการมาแจ้งความในวันนี้ เมื่อปรากฏออกมาเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าผลคะแนนมีความคาดเคลื่อนอย่างไม่ปกติ จึงต้องมีการร้องทุกข์กล่าวโทษให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบการกระทำผิดของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งในจังหวัดสุพรรณบุรีในเขตเลือกตั้งที่ 2 ดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวและนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฏหมายต่อไป 

ทั้งนี้ จากผลคะแนนที่นับใหม่ออกมาแล้วมีความผิดปกติขนาดนี้ ควรจะเป็นที่บ่งชี้ได้แล้วว่ามีการนับคะแนนที่ไม่โปร่งใสเกิดขึ้นในวงกว้าง และจากนี้หวังว่า กกต. จะพิจารณาตามเรื่องที่ตนได้ร้องไปเพื่อขอให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้งเขตเลือกตั้งที่ 2 ของ จ.สุพรรณบุรีต่อไป

‘ทูตสหรัฐฯ’ เข้าทำเนียบฯขึ้นตึกไทย พบ ‘อนุทิน’ คาด แจงสถานการณ์ สู้รบตะวันออกกลาง

'ทูตสหรัฐฯ' เข้าทำเนียบฯขึ้นตึกไทย พบ 'อนุทิน' คาด แจงสถานการณ์ สู้รบตะวันออกกลาง

‘ทูตสหรัฐฯ’ เข้าทำเนียบฯขึ้นตึกไทย พบ ‘อนุทิน’ คาด แจงสถานการณ์ สู้รบตะวันออกกลาง

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.04 น.

‘ทูตสหรัฐฯ’ เข้าทำเนียบฯ พบ ‘อนุทิน’ คาด แจงสถานการณ์ สู้รบตะวันออกกลาง 

ความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาล วันนี้ 4 มี.ค. เวลา 12.19 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทูตสหรัฐอเมริกา นายฌอน เค.โอ นีล เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เดินทางมาเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล คาดหารือ และชี้แจงสถานการณ์ตะวันออกกลาง นอกจากนี้ยังมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าหารือด้วย