นายกฯ โพสต์ขอบคุณทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย นำความภูมิใจให้คนทั้งประเทศ

31 สิงหาคม 2569 เวลา 08:02 น.

นายกฯ โพสต์ขอบคุณทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย นำความภูมิใจให้คนทั้งประเทศ ลั่นขอส่งกำลังใจ-เชียร์อยู่เสมอ

เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ค่ำคืนนี้ คนไทยทั้งหลายคงจะเข้านอนด้วยความสุขและรอยยิ้ม ที่ได้เห็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ผมขอถือโอกาสนี้แสดงความยินดีต่อทีมงานวอลเลย์บอลหญิงไทยทุกคน ตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่นำความภาคภูมิใจมามอบให้แก่พวกเราในวันนี้ครับ 

ขอขอบคุณน้องๆนักกีฬา โค้ช และทีมงานทุกคนที่ทุ่มเทและสู้กันอย่างเต็มที่ในทุกแมตช์ ซึ่งนอกจากจะคว้าชัยในสนามแล้ว ยังสร้างรอยยิ้ม กำลังใจ และความภูมิใจให้คนไทยทั้งประเทศอีกด้วย เพลงชาติไทยที่น้องๆได้นำไปร้องบนแผ่นดินจีนในคืนนี้ ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนได้ฟังแล้วรู้สึกไพเราะจับจิตและทรงพลังอย่างสุดๆ

ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทีมชาติไทยครับ สู้ต่อไปนะครับ เตรียมความพร้อมสำหรับโอลิมปิคเกมส์ให้เต็มที่ ผมและคนไทยทุกคนเชียร์อยู่เสมอครับ”

ทีมชาติไทยนายกฯวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยแนวหน้าออนไลน์

กกต.เต้นสยบข่าวลือ ล็อกคดีฮั้วสว. ลงดาบเชือดแค่10คน รอเคาะมติ14กันยาฯ หนูชี้.ไม่เกี่ยว-ไม่ตอบ .ไอติมโผล่โต้นภินทร

31 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

กกต.สยบข่าวล็อกเป้าฟันคดีฮั้วสว.แค่ 10 คน ยืนยันนัดลงมติชี้ชะตา 14 กันยาฯ จ่อเคาะดำเนินคดีจันทร์นี้ปมสำนวนหลุดถึงมือฝ่ายค้าน-ไอลอว์ ด้านนายกฯออกตัวคดีอยู่ที่กกต.ไม่รู้จะตอบอย่างไร ส่วน ไอติม” ร่ายยาวสวน นภินทร” ตอกย้ำคำเดิมๆ หลักฐานอันควรเชื่อได้ต้องส่งฟ้องศาล ขณะที่ ศุภชัย” ร่ายยาวเทียบความแตกต่างคณะ 26คณะ 36 คนละหน้าที่ อย่าเอามามั่วปนกัน ลั่นต้องดูหลักฐานไม่ใช่ตัดสินจากกระแส

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ที่วัดป่าศรีเวรยงเพ็ญ จ.อุดรธานี นายณรงค์ รักร้อย กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี เขต 3 ถึงกระแสข่าวที่กกต. เตรียมลงมติจะเอาผิดผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีฮั้วสว. เพียงแค่ 10 คน ว่า ที่ประชุม กกต. ได้พิจารณาสำนวนเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา

ย้ำลงมติชี้ชะตาคดีฮั้วสว.14 กันยาฯ

นายณรงค์ กล่าวว่า ทั้งนี้ กกต.ทั้ง 7 คนจะนัดลงมติพร้อมกันในวันที่ 14 ก.ย. ซึ่งการเว้นระยะเวลาเนื่องจากมีบางประเด็นต้องสอบถามและหาข้อมูลเพิ่มเติม อีกทั้งการลงมติจะต้องมีเหตุผลประกอบอย่างรอบคอบ ยืนยันว่าในที่ประชุมไม่มีการพูดคุยล่วงหน้าว่าจะชี้มูลกี่คน เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของ กกต. แต่ละท่านที่จะพิจารณาจากพยานหลักฐานในสำนวน

 “ในวันที่ 14 ก.ย.69กกต.ทั้ง 7 คน จะประชุมเพื่อลงมติส่วนตนว่ากกต. แต่ละคนจะมีความเห็นการดำเนินการคดีกับใครบ้าง อย่างไร และจะส่งให้ศาลวินิจฉัยหรือไม่ จากนั้นจะมีการนำมติดังกล่าวทำเป็นคำวินิจฉัย การจะดำเนินการตามที่ได้วินิจฉัยว่าจะส่งหรือไม่ส่งให้ศาลพิจารณาต่อและต้องดำเนินคดีกับใครบ้าง นั้น ต้องรอดูผลการลงมติจาก กกต.ทุกคนก่อน”นายณรงค์ กล่าว

เคาะฟันมือปล่อยสำนวนจันทร์นี้

เมื่อถามถึงกรณีเอกสารสำนวนหลุดไปยังกลุ่มไอลอว์ (iLaw) และพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) หรือไม่ นายณรงค์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร คาดว่าจะมีความคืบหน้าและทราบผลในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านเปิดหลักฐานข้อมูลการโทรศัพท์ระหว่างบุคคลในวันเลือกสว.ระดับประเทศเพื่อพาดพิง กกต. นั้น นายณรงค์ กล่าวว่า หากหลักฐานดังกล่าวมีอยู่ในสำนวน กกต. ก็พร้อมนำมาพิจารณา แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่ง กกต. แต่การทำงานขององค์กรต้องมีความต่อเนื่อง เป็นเรื่องของการทำหน้าที่ตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ในสำนวนเท่านั้น

นายกฯลั่นรบ.ไม่เกี่ยว-ไม่ตอบ

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเวทีผู้นำฝ่ายค้านสนับสนุนให้กกต.ให้ยื่นฟ้องผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้ว สว.ทั้ง229คน ซึ่งมีชื่อของนายกฯรวมอยู่ด้วยว่า เรื่องนี้อยู่ที่ กกต.ตนจะทำอะไรได้

เมื่อถามย้ำว่า กังวลหรือไม่ เนื่องจากมีชื่อของนายกฯรวมอยู่ด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร และไม่ควรจะถามคำถามนี้ เนื่องจากไม่เกี่ยวกับเรื่องบริหารราชการแผ่นดิน

เป็นอำนาจสอบสวนของกกต.

เมื่อถามว่า ก่อนที่ กกต. จะลงมติ ฝ่ายค้านและไอลอว์ ต่างทยอยเปิดชื่อรัฐมนตรีที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว. นายอนุทิน ย้อนถามผู้สื่อข่าวทันทีว่า ใช้คำว่าอาจจะ อย่าถามว่าอาจจะ มีก็มี ไม่มีก็ไม่มี

ผู้สื่อข่าวถามว่า ให้เป็นดุลยพินิจของ กกต.ใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่ใช่ดุลยพินิจ แต่อำนาจการสอบสวนทั้งหมดเป็นของ กกต. แต่เราอย่าทำผิดกฎหมาย ทำตามกฎทุกอย่าง จะได้ไม่ต้องนั่งถามว่าใครผิดใครถูก หรือว่าใครจะทำอย่างไร

เมื่อถามถึงกรณีนายกฯโพสต์เฟซบุ๊กว่า “เหล็กไม่ละลาย แต่ไอศกรีมละลาย” มีนัยทางการเมืองอะไรหรือไม่ นายกฯ หัวเราะก่อนจะบอกว่า “เพิ่งกินเมื่อกี้นี้” จากนั้นนายกฯได้ขึ้นรถเดินทางกลับทันที

 ‘ไอติม’ร่ายยาวสวน’นภินทร’

ขณะที่นายพริษฐ์  วัชรสินธุ   สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีโดยอ้างถึงได้ค้นพบข้อมูลเพิ่มเติมกรณีกล่าวหาเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว. ทั้งข้อสงสัยพบเจอกับผู้สมัคร สว.ที่ห้องทำงาน รมต.ที่กระทรวงพาณิชย์ 2 ครั้ง คือ 24 มิ.ย. 2567 และ 25 มิ.ย. 2567และการตรวจสอบข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ในห้วงดังกล่าว

 “ในเมื่อ รมต. ยืนยันว่าไม่ได้เจอทั้ง 2 คน ที่กระทรวงพาณิชย์ เราคงไม่ต้องถาม รมต. อะไรเพิ่มเติม แต่เราคงต้องถามไปทาง สว. ทั้ง 2 คน ว่าไปทำอะไรที่กระทรวงพาณิชย์ ในวันที่ 25 มิ.ย. 67 หรือ 1 วันก่อนการเลือกระดับประเทศ และได้พบเจอกับกลุ่มคนไหนเกี่ยวกับการเลือก สว. หรือไม่? หลักฐานต้องชัดขนาดไหน กกต. ถึงมีหน้าที่สั่งฟ้อง”นายพริษฐ์ กล่าว

หลักฐานเชื่อได้จี้กกต.ส่งฟ้องศาล

นายพริษฐ์ กล่าวย้ำว่า ในขั้นตอนปัจจุบันตามหลักกฎหมาย กกต.ไม่ได้มีหน้าที่ทำตัวเป็นศาล กกต.ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัยว่ามีการทุจริต ถึงจะสั่งฟ้องแต่หาก กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต ก็มีหน้าที่ต้องสั่งฟ้อง โดยให้เป็นหน้าที่ของศาลอีกชั้นหนึ่งในการพิสูจน์หลักฐาน

 “หลังจากฟังความจากทั้ง 2 ด้านทั้งผู้กล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหาและหลังจากได้รับรู้ข้อมูลใหม่ที่ผมได้นำเสนอวันนี้ ผมคงคิดแทนประชาชนทุกคนไม่ได้ ว่าแต่ละคนเห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตหรือไม่ ส่วนคณะกรรมการการ7คน จะลงมติอย่างไร รอดูกันในวันที่ 14 ก.ย. นี้”นายพริษฐ์กล่าว

 “ศุภชัย”ร่ายยาวโต้เดือดฮั้วสว.

ด้านนายศุภชัย   ใจสมุทร สส.แบบบัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อธิบายกระบวนการดำเนินการในคดีที่เรียกกันว่า “คดีฮั้ว สว.” ว่า “คณะ 26” กับ “คณะ 36” คนละหน้าที่ อย่าเอามาปนกัน ในคดีที่เรียกกันว่า “คดีฮั้ว สว.” มีการกล่าวถึง คณะ 26 และ คณะ 36 อยู่บ่อยครั้ง จนอาจทำให้เข้าใจว่าทั้งสองคณะเป็นคณะสอบสวนเหมือนกัน หรือคณะ 36 ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อสอบสวนต่อจากคณะ 26 ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น

นายศุภชัย กล่าวว่า กระบวนการดังกล่าวอยู่ภายใต้ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งแยกหน้าที่ของผู้ทำสำนวน ผู้กลั่นกรองสำนวน และผู้วินิจฉัยออกจากกัน “คณะ 26” ทำหน้าที่สืบสวนและไต่สวน

เคลียร์ปมคณะ 26-คณะ36

คณะ 26 คือ คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง มีหน้าที่หลักคือ สืบสวนและไต่สวนข้อเท็จจริง รวบรวมพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง แจ้งข้อกล่าวหาและเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานมาหักล้าง ตลอดจนจัดทำความเห็นประกอบสำนวน พูดง่าย ๆ คือ คณะ 26 เป็น “ผู้ทำสำนวน” เมื่อทำสำนวนเสร็จ หน้าที่ของคณะ 26 ในชั้นนี้ก็สิ้นสุดลง และต้องส่งสำนวนเข้าสู่สำนักงาน กกต. เพื่อดำเนินกระบวนการตามระเบียบต่อไป คณะ 26 ไม่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดสุดท้ายว่าผู้ใดผิดหรือไม่ผิด

นายศุภชัย ยังระบุอีกว่า แล้ว “คณะ 36” ทำอะไร? คณะ 36 คือ คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36คณะนี้ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อ “สอบสวนใหม่” แทนคณะ 26 แต่มีหน้าที่ในอีกชั้นหนึ่งของกระบวนการ คือ พิจารณาและกลั่นกรองสำนวนการไต่สวนที่ผ่านขั้นตอนของสำนักงาน กกต. มาแล้ว พิจารณาข้อเท็จจริง พยานหลักฐานและข้อกฎหมาย แล้วจัดทำความเห็นเพื่อเสนอ กกต. พิจารณาต่อไป

ชี้ความแตกต่างของสองคณะ

พูดให้เห็นภาพชัดที่สุดคือ คณะ 26 = ทำสำนวน คณะ 36 = พิจารณากลั่นกรองสำนวนและทำความเห็น กกต. = ผู้พิจารณาชี้ขาดหรือมีคำสั่งตามอำนาจกฎหมาย นี่คือสามบทบาทที่ต้องแยกออกจากกัน กระบวนการจึงไม่ได้กระโดดจาก “26” ไป “36” ทันทีเมื่อคณะ 26 ทำสำนวนเสร็จ จะต้องส่งเข้าสู่ สำนักงาน กกต. ส่วนกลาง เพื่อให้ผู้รับผิดชอบวิเคราะห์สำนวนและจัดทำความเห็นตามสายงานเสียก่อน จากนั้นจึงเข้าสู่ชั้นของ คณะ 36 เพื่อพิจารณากลั่นกรองและทำความเห็น ก่อนเสนอไปยัง กกต. ชุดใหญ่

นายศุภชัย กล่าวย้ำว่า จึงอธิบายเป็นลำดับได้ว่าคณะ 26 สืบสวน–ไต่สวน–รวบรวมพยานหลักฐาน–ทำสำนวนขณะที่สำนักงาน กกต. วิเคราะห์สำนวนและจัดทำความเห็น ส่วนคณะ 36 พิจารณา–กลั่นกรองสำนวน–จัดทำความเห็น จากนั้น กกต. พิจารณาชี้ขาดหรือมีคำสั่ง

สองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

จุดนี้สำคัญต่อ “คดีฮั้ว สว.” อย่างมาก เพราะเมื่อเข้าใจหน้าที่ของแต่ละคณะแล้ว จะเห็นว่า สิ่งที่ต้องตรวจสอบมิใช่เพียงว่า คณะ 26 มีความเห็นอย่างไร หรือคณะ 36 จะมีความเห็นอย่างไร แต่ต้องตรวจสอบว่า พยานหลักฐานที่นำมาพิจารณานั้นมาจากไหน เข้าสู่สำนวนในขั้นตอนใด ผู้ใดเป็นผู้นำเข้าสู่สำนวน ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และผู้ถูกกล่าวหาได้รับโอกาสตรวจสอบและโต้แย้งพยานหลักฐานนั้นอย่างเป็นธรรมหรือไม่ โดยเฉพาะหากมีเอกสารหรือข้อมูลที่อ้างว่ามาจาก DSI หรือบุคคลภายนอก ยิ่งต้องแยกให้ออกระหว่าง “ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ” กับ “พยานหลักฐานที่เข้าสู่สำนวนโดยชอบตามกระบวนการของ กกต.” สองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ดูหลักฐานไม่ใช่ตัดสินจากกระแส

“ดังนั้น การพิจารณาคดีนี้จึงต้องเริ่มจากการเข้าใจบทบาทของแต่ละคณะให้ถูกต้องเสียก่อน คณะ 26 เป็นผู้ทำสำนวน คณะ 36 เป็นผู้กลั่นกรองสำนวน กกต. เป็นผู้ชี้ขาด และไม่ว่าจะอยู่ในขั้นตอนใด สิ่งที่ต้องยืนอยู่เหนือกระแสการเมืองเสมอ คือ พยานหลักฐานต้องตรวจสอบที่มากระบวนการต้องชอบด้วยกฎหมาย และผู้ถูกกล่าวหาต้องได้รับความเป็นธรรม เพราะคดีจะหนักเพียงใด ไม่ได้อยู่ที่ข่าวดังแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่า พยานหลักฐานนั้นรับฟังได้เพียงใด และกระบวนการที่ได้มานั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และทุกคดีไม่ว่า สส. หรือ สว. ขั้นตอนการดำเนินการก็เป็นเช่นคดีนี้”นายศุภชัย กล่าว

‘อัครเดช’ป้องนายกฯทำถูกแล้ว

ส่วนนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายกฯไม่ได้ตอบคำถามคดีฮั้วสว.ว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเรื่องดังกล่าวอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกกต.ไม่ใช่เรื่องที่ฝ่ายบริหารจะเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงกระบวนการ ดังนั้นฝ่ายการเมืองไม่ควรไปคาดคั้นนายกฯในเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารราชการแผ่นดินและการทำหน้าที่ของรัฐบาล

นายอัครเดช กล่าวต่อว่า หากมองสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา ประเด็นดังกล่าวไม่สามารถมองเป็นอย่างอื่นได้นอกจาก เกมการเมือง เนื่องจากเรื่องคดีฮั้ว สว. เกิดขึ้นมานานแล้ว และเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการโหวตนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีในครั้งแรก แต่ในช่วงเวลานั้นกลับไม่เห็นพรรคประชาชนออกมาหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาเป็นประเด็นทางการเมือง

“แต่เมื่อแพ้การเลือกตั้ง กลับนำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง ผมมองว่าเป็นเกมการเมืองที่ต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในปัจจุบัน ขอฝากไปยังพรรคประชาชนว่า คดีฮั้ว สว. เป็นหน้าที่ของ กกต. ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจควรเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินและการทำงานของรัฐบาล ไม่ใช่การนำเรื่องที่อยู่ในกระบวนการขององค์กรอิสระมาคาดคั้นนายกรัฐมนตรีให้ต้องตอบ” นายอัครเดช กล่าว

อัดพรรคส้มจ้องดิสเครดิต

นายอัครเดช กล่าวอีกว่า เหตุใดพรรคประชาชนจึงไม่หยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาหรือเป็นข้อสงสัยตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ที่พรรคประชาชนได้มีการโหวตให้นายอนุทินดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในครั้งแรก ก่อนจะกลับมานำประเด็นคดีฮั้ว สว. มาโจมตีรัฐบาลในเวลานี้ หลังจากที่แพ้การเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

“ถ้าถามว่าทำไมเพิ่งนำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นในตอนนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องนี้อยู่แล้ว ผมคิดว่าหนีไม่พ้นที่จะถูกมองว่าเป็นประเด็นทางการเมือง และมีเป้าหมายเพื่อดิสเครดิตรัฐบาลปัจจุบัน” นายอัครเดช กล่าว

โพลเผยดัชนีการเมืองไทยส.ค.ร่วง

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล  มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,107 คน ระหว่างวันที่ 25-28 ส.ค. 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือน ส.ค. 2569 เฉลี่ย 3.63 คะแนน ลดลงจากเดือน ก.ค. 2569 ที่ได้ 3.71 คะแนน สำหรับตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.28 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย 3.00 คะแนน

หนู-ไอซ์คว้านักการเมืองโดดเด่น

ส่วนนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่น คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 31.94 รองลงมา คือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 25.66 ด้านฝ่ายค้าน คือ น.ส.รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 32.46 รองลงมา คือ นายพริษฐ์วัชรสินธุ ร้อยละ 22.68 ขณะที่ผลงานของฝ่ายรัฐบาลที่ชื่นชอบประจำเดือน คือโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ร้อยละ 57.60 ผลงานของฝ่ายค้านที่ชื่นชอบประจำเดือน คือการตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาล ร้อยละ 39.74

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ดัชนีการเมืองไทยเดือน ส.ค. 2569 ที่ลดลง สะท้อนผลจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การทุจริต ภัยพิบัติ และความมั่นคง แม้รัฐบาลจะรับมือและมีมาตรการออกมา แต่หลายเรื่องยังไม่เห็นผลชัดเจน ขณะที่ฝ่ายค้านใช้บทบาทตรวจสอบและการสื่อสารทางการเมืองต่อเนื่อง จึงทำให้ผลงานฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นเพียง 2 ตัวชี้วัดที่เพิ่มขึ้น

 ‘อาสพลธ์’เดินหน้าคดีโกงสอบ

ด้านนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ  สส.ศรีสะเกษ  พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎรกล่าวถึงความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบท้องถิ่นว่า คนที่เกี่ยวข้องเป็นขบวนการใหญ่ ตอนนี้จับได้เฉพาะพื้นที่อีสานใต้ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า จากข้อมูลเอกสารที่ตำรวจและป.ป.ช จับได้ที่บางใหญ่นนทบุรี ระบุว่าคนที่มีการแก้คะแนนจะมีหมายเหตุแนบท้ายว่ามาจากสายไหนซึ่งมี 100 กว่ารายที่เป็นนายหน้าใหญ่ระดับจังหวัดที่ยังไม่ได้ดำเนินคดีและถูกจับกุม ที่ผ่านมาตนได้ทำหน้าที่ตรงไปตรงมาและทำเต็มที่ ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อยเป็นเรื่องปกติ เพราะปัญหาการทุจริตมีมานาน วันนี้เราสู้และเราไปขัดผลประโยชน์เขา ซึ่งเขาทำมานานแล้ว และแรงต้านมันเยอะ แต่ตนมีความมุ่งมั่นและมีความตั้งใจที่จะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ เพราะหวังว่าในการสอบราชการ อีก 2 ปีข้างหน้า จะต้องไม่มีเรื่องจ่ายเงินใต้โต๊ะเกิดขึ้นอีก

สอบอีก2 ปีข้างหน้าต้องโปร่งใส

“พวกเรามีลูก มีหลาน ที่อุตส่าห์เรียนจบปริญญาตรี ที่เขาอยากรับราชการ ที่เขาตั้งใจเรียน ตั้งใจอ่านหนังสือ แต่วันนี้เราไม่มีเงินไปจ่าย ไม่มีโอกาสรับราชการ อีก 2 ปีข้างหน้ามีการจัดสอบใหม่ ทุกคนไม่ต้องใช้เงิน เริ่มที่จุดเริ่มต้นเหมือนกัน ใครเรียนเก่ง ขยันอ่านหนังสือ ใครมีความตั้งใจ ไม่ว่าจะรวย หรือเป็นลูกชาวนา หรือยากจนขนาดไหน หากมีความตั้งใจ มีโอกาสรับราชการ นี่คือสิ่งที่ผมจะทำเพื่อวางรากฐานไม่เฉพาะชาวอุทุมพรพิสัย หรือ ชาวศรีสะเกษ แต่เพื่อคนทั้งประเทศ ให้มีโอกาสเติบโตขึ้นในการรับราชการ” นายอาสพลธ์ กล่าว

กกตคดีฮั้วสว.ฟัน10คนไอติมโต้นภินทร

รัฐบาล จ่ออัดฉีดวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย 11,760,000 บาท

30 สิงหาคม 2569 เวลา 21:53 น.

รัฐบาล จ่ออัดฉีดวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย 11,760,000 บาท

เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รองประธานกรรมการบริหารกองทุนฯ

สั่งการให้กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ดำเนินการเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการจ่ายเงินรางวัลแก่ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

โดยนักกีฬา 14 คน จะได้รับคนละ 600,000 บาท รวมเป็น 8,400,000 บาท

ผู้ฝึกสอนได้รับ 840,000 บาท และสมาคมกีฬาได้รับ 2,520,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 11,760,000 บาท

ทั้งนี้ การจ่ายเงินรางวัลจะดำเนินการตามระเบียบ หลักเกณฑ์ และขั้นตอนที่กำหนด ภายหลังได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ

ทีมชาติไทยรัฐบาลวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยแนวหน้าออนไลน์

เนปาลเจอสึนามิจากหิมาลัย แต่ไทยเจอสึนามิจากความไม่เอาไหน

30 สิงหาคม 2569 เวลา 21:30 น.

เนปาลเจอสึนามิจากหิมาลัย แต่ไทยเจอสึนามิจากความไม่เอาไหน

เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2569 นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เนปาลเจอสึนามิจากหิมาลัย แต่ไทยเจอสึนามิจากความไม่เอาไหน

สึนามิจากภูเขาที่ประเทศเนปาล บนเทือกเขาหิมาลัยเมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคมได้รับการศึกษาในขั้นรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์สาขาธรณีวิทยาจากUSGA เขารู้เวลาเกิดเหตุคือ 10.52.10 นาฬิกา รู้ว่าภูเขาน้ำแข็งขนาด 1×1 ไมล์ ถล่มลงมาจากที่สูง 15,700 ฟุต ช่วงชันที่สุด 9,000 ฟุต ไหลผ่านหุบเหวยาว 13.4ไมล์ด้วยความเร็ว 100ไมล์/ชม. และทำลายทุกอย่างเป็นระยะทางยาว 32ไมล์ โดยมีหน้าผาน้ำสูง 300เมตร หรือเท่าความสูงตึก 100 ชั้น และ USGA ยังเตือนว่า มีภูเขาน้ำแข็งแบบนี้ที่พร้อมจะละลายอีก 3,000 แห่ง น่ากลัวมากครับ

ที่เขียนมานี้เป็นเรื่องของบ้านเมืองอื่นที่เขามิได้เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น แต่สำหรับประเทศไทย น้ำป่าท่วมอำเภอปัวและอำเภออื่นๆ ผ่านมานับวันสิบวันแล้ว ผมยังไม่เห็นหน่วยงานไหนหรือมหาวิทยาลัยใดออกมาอธิบายสาเหตุในรายละเอียดทางวิชาการให้ประชาชนฟังเลย มีแค่ผมไปออกทีวี 10 ช่อง และเขียนFB ให้คนเกือบล้านคนอ่าน ทั้งๆ ที่น่าจะมีคนที่รู้ดีกว่าผมอีกหลายคนที่ควรจะเขียน แต่กลับไม่ทำ หรือว่าไม่มีความรู้เท่าฝรั่งครับ?

ประเทศไทยของผมนี่แปลกมาก ผู้คนชอบตื่นเต้นกับเรื่องบ้าๆบอๆไร้สาระ เช่น ป้าดาแย่งที่วัด ดาราหย่ากัน หรือทหารอเมริกัน 5,000คนยกพลขึ้นบกที่พัทยาเพื่อเที่ยวผู้หญิง อย่างนี้มันดูถูกกันหรือเปล่าครับ แต่พอเป็นเรื่องความเป็นความตายของประชาชนกลับเมินเฉย นับว่า เป็นสังคมที่กระดี้กระด้าจริงๆ

อาทิตย์หน้า ราชบัณฑิตยสภาจะจัดสัมมนาเรื่อง การปฏิรูปประเทศไทย มีนักวิชาการและนักการเมืองหลายคนจะไปพูด ดูรายชื่อแล้วก็เป็นคนเก่ง มีประสบการณ์มากกันทั้งนั้น แต่ก็มีหลายคนที่พอมีโอกาสทำ กลับไม่ทำ แต่ก็ชอบพูด แต่ผมก็จะไปฟัง เพราะผมเห็นว่า ประเทศไทยได้ตกเหวความเจริญและพัฒนาการมานานแล้ว เหวนี้ลึกมาก อาจลึกกว่าเหวที่เนปาลเสียอีก เป็นหน้าผาของความล้าหลังที่สูงกว่าตึก 100 ชั้นด้วยซ้ำไป ผมไม่อยากจะเชื่อว่า เจ้าสึนามิแห่งความโง่งมนี้ มันจะรุนแรงเป็นกับดักจนกลบมิดโอกาสของการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาประเทศไปจนหมด

ผมแม้อายุ 81 ปีแล้ว แต่ก็ไม่เคยหมดหวัง ใครจะว่าผมเลอะเทอะหรือเสือกทะลึ่ง ผมก็จะไม่โกรธ ตั้งใจว่า อะไรที่พอทำได้ก็จะทำ ใครด่ามาก็จะละเลยเสีย แต่ถ้ามาด่าต่อหน้าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

ปลอดประสพสึนามิเนปาลแนวหน้าออนไลน์

อนุทิน กราบขอบคุณชาวอุดรฯ มอบสส.ให้ ภท. ลั่นการตัดสินใจปชช.ชัดเจนกว่าผลโพล-บทวิเคราะห์

30 สิงหาคม 2569 เวลา 20:53 น.

เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ภายหลังนายอธิการ แก้วเครือศรี จากพรรคภูมิใจไทย ชนะการเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี ด้วยคะแนน 36,097 คะแนน 

โดบระบุว่า “กราบขอบพระคุณพี่น้องชาวอุดรธานีที่ยังคงมอบ สส ให้พรรคภูมิใจไทยครับ”

และได้โพสต์เพิ่มเติม ระบุว่า “การตัดสินใจของประชาชน ชัดเจนกว่าผลโพลล์และบทวิเคราะห์ของทุกฝ่าย”

นายกฯภูมิใจไทยอธิการ แก้วเครือศรีเลือกตั้งซ่อมอุดรฯแนวหน้าออนไลน์

ลูกเขย หรั่ง จาก ภท. ชนะขาด เลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี

30 สิงหาคม 2569 เวลา 20:44 น.

ลูกเขย หรั่ง ธุระพล จาก ภท. ชนะขาด เลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี

เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุดรธานี ได้โพสต์รายงานผลคะแนนการเลือกตั้ง สส. จังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง ในวันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค. อย่างไม่เป็นทางการ (ร้อยละ 95) 

โดยผลคือ นายอธิการ แก้วเครือศรี จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นลูกเขยของ นายหรั่ง ธุระพล อดีต สส.อุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ที่ได้ถึงแก่กรรมไปก่อนหน้านี้ ชนะเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 36,097 คะแนน

ภูมิใจไทยอธิการ แก้วเครือศรีเลือกตั้งอุดรฯแนวหน้าออนไลน์

นายกฯ ชื่นชมทีมวอลเลย์หญิงไทย สร้างความสุข สร้างประวัติศาสตร์ คว้าตั๋วโอลิมปิก 2028 สำเร็จ

30 สิงหาคม 2569 เวลา 20:32 น.

30 สิงหาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีชื่นชมและแสดงความยินดีกับทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ที่รวมพลังเอาชนะทีมชาติจีน 3–2 เซต คว้าแชมป์ AVC Women’s Volleyball Continental Championship 2026 พร้อมคว้าสิทธิ์เข้าร่วม FIVB Volleyball World Cup 2027 และคว้าตั๋วเข้าร่วม Olympic Games LA 2028

ชัยชนะครั้งนี้ สะท้อนถึงหัวใจนักสู้ของทีมนักตบลูกยางสาวไทย ถึงแม้จะเสียเปรียบด้านรูปร่าง และเสียงเชียร์ในสนาม แต่ด้วยวินัย ความสามัคคี และการรวมพลังของทีมไทยที่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ สร้างความภาคภูมิใจ สร้างความสุขให้กับคนไทย สร้างชื่อเสียงสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทยสามารถคว้าโควตาเข้าร่วม Olympic Games LA 2028 ได้สำเร็จ ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดของทีมนักตบลูกยางทีมสาวไทย

รัฐบาลขอบคุณนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และทีมงานทุกคนที่เกี่ยวข้องทุกคน และที่สำคัญขอขอบคุณคนไทยที่ส่งกำลังใจเชียร์มาตลอด

Olympic Games LA 2028นายกฯ อนุทินวอลเลย์บอลหญิงไทยอนุทิน ชาญวีรกูล

สมชัย โพสต์ 5 เหตุผล ฐิติเชฏฐ์ ไม่ควรร่วมลงมติคดีฮั้ว สว.

30 สิงหาคม 2569 เวลา 20:32 น.

เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เหตุใด กกต. ฐิติเชฏฐ์ ไม่ควรร่วมลงมติในคดีฮั้ว สว.

14 กันยายน 2569 นี้ กกต. จะประชุมเพื่อลงมติคดี ฮั้ว สว. มีคำแนะนำว่า กกต. ฐิติเชฏฐ์ ไม่ควรลงมติด้วย เพราะ

. ตอน กกต. ชุดที่ 5 ประชุมให้ใบส้ม ผู้สมัคร สส. เขต 6 เชียงใหม่ ในการเลือกตั้งปี 62 กกต. ที่ประชุมลงมติคราวนั้น ฐิติเชฏฐ์ ไม่ร่วมประชุมพอดีเพราะลาไปทำกายภาพ ทำให้ คดีฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อ กกต. มี กกต. ถูกฟ้องแค่ 6 คน ไม่มีฐิติเชฏฐ์ โชคดีมาก

2. ขณะนี้ กกต.ฐิติเชษฐ์ น่าจะเป็น กกต.ท่านเดียวที่มีคดีค้างใน ปปช. ถึง 2 คดี คือ คดีตู้แช่ไวน์ และคดีติดสินบนผู้ว่า สตง. การลงมติไปในทางใดทางหนึ่ง จึงอาจถูกมองว่า ไม่เป็นอิสระ มีชนักติดหลัง หรือ อาจถูกใครใช้เรื่องดังกล่าวข่มขู่ให้ลงมติไปในทางใดทางหนึ่งได้

3. สังคมเริ่มไม่ไว้วางใจ เนื่องจากเป็น กกต. ชุดที่ 5 ที่หมดวาระกันไปหมดแล้ว แต่การเลือกคนใหม่มาแทน ไม่ได้รับความเห็นชอบจาก สว. ชุดปัจจุบันทุกครั้ง เหมือนกับว่า เป็นคนเดิมที่ สว. ชุดปัจจุบันไว้วางใจและยังต้องการให้อยู่ในตำแหน่ง กกต. เพื่อลงมติในเรื่องคดีฮั้ว สว.ก่อน

4. การลงมติ หากมีความผิดพลาด เช่น คนทุจริตที่มีหลักฐานชัดเจน แต่ กกต.พลาด ไม่ส่งแม้เพียงรายเดียว อาจถูกฟ้อง 157 ติดคุกบั้นปลายในชีวิต แทนที่จะได้ทานไวน์ข้างนอกกับเพื่อน ๆ ในงานเลี้ยงรุ่นอย่างมีความสุข

5. ไม่ต้องเป็นห่วงว่า การขาดประชุม ไม่ลงมติ จะเป็นความผิดตาม พ.ร.ป. กกต. หรือ จะมีคนไปร้อง ปปช. ว่า มีพฤติกรรมขัดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพราะเรื่องเดิม สำนวนง่าย ๆ 2 เรื่อง ยังค้างอยู่ใน ปปช. กว่า 3 ปีแล้ว ยังอยู่ในขั้นไต่สวนเบื้องต้นเท่านั้น

ด้วยความปรารถนาดีครับ สมชัย ศรีสุทธิยากร เพื่อนร่วมรุ่น บยส. 21 และ วธอ.2 เชื่อเพื่อนดีกว่า เชื่อทนายที่ถูกถอนใบอนุญาต” 

กกตฐิติเชฏฐ์สมชัยฮั้วสว.แนวหน้าออนไลน์

อนุทิน ลงพื้นที่อุดรฯ ขอไหว้พระก่อนร่วมลุ้นคะแนนเลือกตั้งซ่อม เขต 3 หลังลูกเขย หรั่ง ธุระพล คะแนนนำโด่ง

30 สิงหาคม 2569 เวลา 20:09 น.

อนุทิน ลงพื้นที่อุดรฯ ขอไหว้พระก่อนร่วมลุ้นคะแนนเลือกตั้งซ่อม เขต 3 หลังลูกเขย หรั่ง ธุระพล คะแนนนำโด่ง

เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาที่ จ.อุดรธานี เพื่อติดตามผลคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดอุดรธานี ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้ส่ง นายอธิการ แก้วเครือศรี ลูกเขยนายหรั่ง ธุระพล ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อรักษาเก้าอี้

เมื่อนายอนุทิน พบกับผู้สื่อข่าวและถูกถามถึงการเดินทางมาในครั้งนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า รอให้เขาประกาศผลคะแนนไปสักพัก ตนเองขอไปไหว้พระก่อน

นายอนุทิน ยังได้ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า มีคนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากหรือไม่ ผู้สื่อข่าวได้ตอบว่าน้อยกว่าปกติเพราะไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าและฝนตก จึงถามนายอนุทินต่อว่า ดีใจหรือไม่กับผลการเลือกตั้งที่ออกมา นายอนุทิน บอกว่า “เดี๋ยวสิ” พร้อมกับหัวเราะ

ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่าตอนนี้คะแนนนำอยู่ นายอนุทิน จึงตอบว่า “เหรอ” พร้อมกับพยักหน้า

นายกฯหรั่ง ธุระพลเลือกตั้งอุดรฯแนวหน้าออนไลน์

อนุทิน ไม่มีอะไรฝาก ปชน. เมินควง ไอลอว์ ปลุกคนบุกจี้ กกต. คดีฮั้ว สว. บอก อย่าผิดกฎหมายก็แล้วกัน

30 สิงหาคม 2569 เวลา 19:53 น.

อนุทิน ไม่มีอะไรฝาก ปชน. เมินควง ไอลอว์ ปลุกคนบุกจี้ กกต. คดีฮั้ว สว. บอก อย่าผิดกฎหมายก็แล้วกัน ยันให้ความสำคัญงานสภาฯ หัวเราะ! เดี๋ยวใช้เงินกู้ 4 แสนล้านให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องตั้งข้อสังเกต ลั่น โปร่งใสอยู่แล้ว กำชับ ครม. ตอบกระทู้ตลอด

เมื่อเวลา 18.00 น.ที่ จ.อุดรธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานในสภาฯ ว่า พรุ่งนี้ (31 ส.ค.2569) ตนมีกำหนดการเข้าไปแถลงชี้แจงพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 400,000 ล้านบาทต่อที่ประชุมวุฒิสภา โดยจะนำเสนออย่างดีที่สุด ซึ่งผ่านสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว เราก็ทำตามกฎหมายทุกขั้นตอน เมื่อตนนำเสนอเสร็จ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็จะคอยตอบข้อซักถาม ซึ่งพรุ่งนี้คณะรัฐมนตรีต้องลงพื้นที่ไปจังหวัดสงขลา เพื่อตรวจราชการ เยี่ยมชาวบ้านและพบปะภาคธุรกิจ ภาคเกษตร อุตสาหกรรมของเขตจังหวัดภาคใต้

เมื่อถามว่าเรื่องการกู้เงินมีข้อสังเกตเยอะ นายกรัฐมนตรี หัวเราะก่อนกล่าวว่า “เดี๋ยวใช้ให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องสังเกตกัน โปร่งใสอยู่แล้ว ตรงไปตรงมา มีคณะกรรมการกลั่นกรอง ซึ่งเป็นข้าราชการประจำทั้งสิ้น นำโดยปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนารมย์ของรัฐบาล ที่ต้องการให้เห็น ความปราศจากนัยยะทางการเมืองใดๆ”

เมื่อถามว่ามีอะไรอยากจะฝากฝ่ายค้านหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบทันทีว่า ไม่มี ไม่ฝาก

และเมื่อถามว่าวันนี้ กลุ่มไอลอว์และพรรคประชาชนไปจัดกิจกรรมออกกำลังกาย ที่สำนักงาน กกต. เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในคดีฮั้ว สว. นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าทำตามกฎหมายก็ไม่มีปัญหา อย่าผิดกฎหมายก็แล้วกัน

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ เพราะฝั่งนั้นจะจัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 13 กันยายน นายกรัฐมนตรี ย้ำคำเดิมว่า อย่าทำผิดกฎหมาย

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำถึงเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงินว่า หากผ่านวุฒิสภาแล้ว ก็จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วาระ 2 และ 3 ต่อ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงเปิดสมัยประชุมสภา ตนก็กำชับกับคณะรัฐมนตรีถึงการทำหน้าที่ในสภา

“ผมก็กำชับกับรัฐมนตรีอย่างที่ใครเคยบอกว่าไม่ให้เกียรติสภา ไม่จริงหรอก คณะรัฐมนตรีชุดผม พร้อมที่จะไปตอบกระทู้ เรากำหนดคนไว้แล้วว่าคนนี้จะไปตอบกระทู้ในนามรัฐบาล มีท่านใดบ้าง ท่านหนึ่งไม่ว่างก็สอง สองไม่ว่างก็สาม สามไม่ว่างก็สี่ แต่จะมีคนไปฟังและตอบกระทู้ทั้ง 2 สภา“ นายกฯ กล่าว

นายกฯปชนสภาฯฮั้วสว.แนวหน้าออนไลน์ไอลอว์