เมื่อสหรัฐรบกับปูติน แต่เรียกร้องเอาจากสีจิ้นผิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674957

วันที่ 06 ก.พ. 2565 เวลา 18:29 น.เมื่อสหรัฐรบกับปูติน แต่เรียกร้องเอาจากสีจิ้นผิง

บทความทัศนะ – ขณะที่สหรัฐก็กระตุ้นการเผชิญกับจีนไม่หยุดหย่อน รวมถึงพันธมิตรของสหรัฐที่หวาดหวั่นสงครามในยูเครน ก็ยั่วยุจีนเช่นกัน แต่ตอนนี้กลับมาเรียกร้องจากผู้นำจีนให้ “แทรกแซง” ปูติน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ (หรือ 4 กุมภาพันธ์ตามเวลาไทย) กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เตือนรัสเซียว่าความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับจีนจะไม่ช่วยชดเชยผลที่ตามมาหากรัสเซียรุกรานยูเครน และมีการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

แม้จีนจะไมใได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลย สหรัฐก็ยังขู่ไปถึงจีนด้วยว่า บริษัทจีนก็จะต้องเผชิญกับผลที่ตามมาหากพวกเขาพยายามหลบเลี่ยงการมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย

ขณะที่ขู่ด้วยไม้แข็ง สหรัฐก็พยายามไม้นวม (ที่ซ่อนไม้แข็งเอาไว้อีกที) เพื่อกระทุ้งจีนไปเรื่อยๆ

แดเนียล คริสเตบริงก์ (Daniel Kritenbrink) นักการทูตระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แผนกเอเชียตะวันออกกล่าวว่า การประชุมระหว่างประธานาธิบดีสีจิ้นผิงและประธานาธิบดีรัสเซียวลาดิมีร์ ปูตินในกรุงปักกิ่งน่าจะเป็นโอกาสสำหรับจีนที่จะสนับสนุนรัสเซียให้ลดความตึงเครียดกับยูเครน

เขาชี้ว่า การใช้วิถีทางการทูตเป็นสิ่งที่โลกคาดหวังจาก “มหาอำนาจต่างๆ ที่มีส่วนรับผิดชอบ” ซึ่งเป็นการเรียกร้องไปถึงจีนด้วยในฐานะ “มหาอำนาจ”

แต่การเรียกร้องจากสหรัฐนี้สวนทางกับการกระทำของสหรัฐเอง ที่ทั้งข่มขู่และคุกคามจีน ในส่วนของกรณียูเครน สหรัฐใช้การข่มขู่ด้วยการส่งทหารเข้าไปในโปแลนด์เพื่อเตรียมรับการบุกยูเครนของรัสเซีย แม้จะเดินสายเจรจากับรัสเซียแต่ก็คุยไม่ได้ผลเอาเลย

นี่แสดงว่า “กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐล้มเหลวทางการทูต” แต่กลับจะมาเรียกร้องแนวทางการทูตจากประเทศที่ตัวเองก่อกวนไม่หยุดหย่อนอย่างจีน

ดังจะเห็นได้ว่า แม้สหรัฐจะ “เรียกร้องจากจีน” แต่คริสเตนบริงก์ก็ยังแขวะจีนกับรัสเซียเสียอีก โดยกล่าวว่าการประชุมและแถลงการณ์ร่วมที่ตามมาสะท้อนถึงแนวทางที่จีนและรัสเซียใช้มาระยะหนึ่งแล้ว “นั่นคือการขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น”

จะไม่ให้ขยับเข้ากันได้อย่างไรในเมื่อทั้งสองประเทศถูกบีบให้หัวเดียวกระเทียมลีบ?

แล้วคริสเตบริงก์ก็เรียกร้องเอาทื่อๆ ว่า “การประชุมควรเปิดโอกาสให้จีนสนับสนุนรัสเซียให้ดำเนินการทางการทูตและการลดระดับความรุนแรงในยูเครน”

และบอกว่า “หากรัสเซียรุกรานยูเครนต่อไปและจีนมองไปทางอื่น แสดงว่าจีนเต็มใจที่จะเมินเฉยหรือสนับสนุนความพยายามของรัสเซียที่จะบีบบังคับยูเครนโดยปริยาย แม้ว่าจะสร้างความอับอายให้กับปักกิ่ง ทำอันตรายต่อความมั่นคงของยุโรป และเสี่ยงต่อสันติภาพทั่วโลกและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ”

เราจะเห็นได้ว่าจากคำพูดของนักการทูตระดับสูงของสหรัฐระคายหูจีนเอามากๆ เท่ากับกล่าวโทษว่าถ้าสีจิ้นผิงไม่โน้มน้าวปูตินให้ยับยั้งการบุกยูเครน ก็ “แสดงว่าจีนเต็มใจ” หรือกระทั่ง “สนับสนุน”

มันเป็นการทั้งเรียกร้องแกมบีบบังคับ และคาดโทษจีนไว้แล้วว่าต้องรู้เห็นเป็นใจแน่นอน

ขอให้ดูการกระทำแบบนี้ สมควรจะเรียกว่าเป็นวิถีทางการทูตหรือไม่? ไม่เลย มันฟังเหมือนทหารที่กำลังต่อรองกันที่แนวหน้าก่อนการรบจริงมากกว่า การต่อรองแบบนี้สักแต่ว่าทำ เพราะอย่างไรเสียอีกฝ่ายหมายหัวจีนไว้แล้ว

ที่จริงสหรัฐก็ควรจะรู้ด้วยซ้ำกับการใช้คำว่าหากรัสเซียบุกยูเครนจะ “สร้างความอับอายให้กับปักกิ่ง” เพราะมีข่าวแพลมออกมาก่อนหน้านี้จากแหล่งข่าวทางการจีนว่า จีนขอร้องให้รัสเซียอย่าบุกยูเครนในช่วงที่จัดป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาว เพราะจะเป็นการแย่งซีนกันมากเกินไป

ทางการจีนปฏิเสธเรื่องนี้ ปูตินยืนยันด้วยการบินมาร่วมงานพิธีเปิดโอลิมปิกด้วยตัวเองและหารือกับสีจิ้นผิงด้วย

ดังนั้นที่สหรัฐว่าจีน “เมินเฉย” ต่อท่าทีจะบุกยูเครนของรัสเซียนั้น จึงเป็นการใส่สีตีไข่ เพราะรู้ว่าจีนต้องไม่เฉยแน่นอน และได้ทำอะไรบางอย่างไปแล้ว จึงมีข่าวหลุดออกมา

การพูดแบบนี้ของสหรัฐเท่ากับจะลากจีนมารับผิดชอบให้ได้หากปูตินบุกยูเครน ตรองกันดูเถอะว่ามันเป็นการกระที่ “เป็นสุภาพบุรุษ” หรือเปล่า?

ความตึงเครียดที่ยูเครนมีสาเหตุที่ยังสรุปไม่ได้ รัสเซียว่าเพราะชาติตะวันตกแหกสัญญาด้วยการจะดึงยูเครนเข้ากลุ่มนาโต ซึ่งรัสเซียบอกแล้วบอกอีกว่าอย่าทำเช่นนั้น เพราะเท่ากับทำให้ยูเครนเป็นฐานทัพของนาโตเพื่อจ่อคอหอยรัสเวีย

ขณะที่ชาติตะวันตกก็โวยว่าเพราะรัสเซียสั่งสมกำลังทหารประชิดยุโรปตะวันออกมากเกินไป ซึ่งเรื่องนี้ทั้งนาโตและสหรัฐเองก็ทำ หรือว่ารัสเซียทำบ้างไม่ได้?

ขณะที่เรารับข่าวจากสื่ออเมริกันหรือยุโรป เราจะเห็นแต่ข่าวความกระหายสงครามของปูติน แต่ถ้าติดตามข่าวจากรัสเซียเราจะพบว่ารัสเซียเองที่โต้สหรัฐนั่นแหละที่ปั่นเรื่องสงคราม และบอกว่าสหรัฐคือพวก Scaremongering หรือ พวกที่ปั่นหัวให้คนกลัว

กับจีนนั้น เราจะเห็นปัญหาคล้ายๆ กัน กรณีทะเลจีนใต้นั้นจีนอ้างสิทธิ์ตามเกาะต่างๆ ก็ไม่ได้ห้ามการแล่นเรือในน่านน้ำสากลแถบนั้น จะมีก็แต่บางประเทศที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับกรณีพิพาททะเลจีนใต้ มักจะส่งเรือรบและเรือบินไปป้วนเปี้ยนใกล้ฐานที่มั่นของจีนมาโดยตลอด

กับไต้หวัน แม้จีนจะส่งเครื่องบินไปในน่านฟ้าไต้หวัน แต่รัฐบาลไต้หวันเองก็ใช่ย่อย แทนที่จะรักษาสถานะเเดิมทางการเมือง แต่ดันหาเรื่องจะทำตัวเป็นเอกราชไม่หยุดหย่อน รู้ทั้งรู้ว่าทำแบบนั้น เป็นการ “หาเรื่องตาย” แต่ก็ยังหาทำเพราะรู้ว่าสหรัฐจะหนุนหลัง และสหรัฐ “ชอบ” เพราะมันมีเหตุให้ขยี้จีนได้ โดยหาว่าจีน “รังแกไต้หวัน”

การเมืองโลกนั้นมี “ความจริง” ซ่อนไว้หลายชั้น ใครตามไม่ทันก็โดนเขาหลอกเอาง่ายๆ

บทความทัศนะโดย ไทยแลเทศ

Photo by Alexei Druzhinin / Sputnik / AFP

เจ้าหน้าที่สหรัฐเผย รัสเซียเตรียมบุกยูเครนเต็มรูปแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674949

วันที่ 06 ก.พ. 2565 เวลา 15:00 น.เจ้าหน้าที่สหรัฐเผย รัสเซียเตรียมบุกยูเครนเต็มรูปแบบ

รัสเซียได้เร่งเตรียมการสำหรับการรุกรานยูเครนอย่างเต็มกำลัง แต่ยังไม่ชัดเจนนักว่ารัฐบาลรัสเซียได้ตัดสินใจใช้ขั้นตอนดังกล่าวหรือไม่ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวอ้างการประเมินข่าวกรอง

รัสเซียได้รวบรวมทหาร 110,000 นายตามแนวชายแดนกับยูเครน แต่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ไม่ได้ฟันธงว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ได้ตัดสินใจที่จะบุกเข้าไปจริงหรือไม่ ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ซึ่งกล่าวสรุปให้กับสภาคองเกรสและพันธมิตรยุโรป

เจ้าหน้าที่เตือนสภาคองเกรสว่ากองกำลังรัสเซียที่รวมตัวกันที่ชายแดนกำลังเติบโตในอัตราที่จะทำให้ปูตินมีกำลังมากพอหากต้องการการบุกรุกเต็มรูปแบบ คือทหารประมาณ 150,000 นาย ภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์

พวกเขากล่าวว่าปูตินต้องการทางเลือกที่เป็นไปได้ทั้งหมด: ตั้งแต่การรบอย่างจำกัดในภูมิภาคดอนบัสของยูเครนที่มีกลุ่มสนับสนุนรัสเซียไปจนถึงการบุกรุกเต็มรูปแบบ แต่ที่ผ่านมารัสเซียปฏิเสธว่ากำลังวางแผนที่จะบุกยูเครน

เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวหากรัสเซียเลือกโจมตีเต็มรูปแบบ กองกำลังที่บุกรุกอาจเข้ายึดเมืองหลวงเคียฟและโค่นล้มประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี้ได้ภายในเวลา 48 ชั่วโมง 

พวกเขาคาดว่าการโจมตีดังกล่าวจะทำให้พลเรือนเสียชีวิต 25,000 ถึง 50,000 คน พร้อมด้วยทหารยูเครน 5,000 ถึง 25,000 นาย และชาวรัสเซีย 3,000 ถึง 10,000 นาย

เจ้าหน้าที่กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้ยังสามารถก่อให้เกิดคลื่นผู้ลี้ภัยได้ตั้งแต่ 1 – 5 ล้านคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จะทะลักเข้าไปโปแลนด์ 

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ตัดสินใจส่งกองกำลังอเมริกันไปยังโปแลนด์เพื่อปกป้องสมาชิกนาโต โดยกองทหารสหรัฐชุดแรกมาถึงเมื่อวันเสาร์ ขณะที่นักการทูตทำงานอย่างดุเดือดเพื่อพยายามเกลี้ยกล่อมรัสเซียให้ถอนทหารกลับจากพรมแดนติดกับยูเครน

รัสเซียยังได้ประกาศสิ่งที่เรียกว่าการซ้อมรบร่วมทางทหารกับเบลารุส ซึ่งได้ส่งกองพันหลายกองพันไปทางเหนือของเคียฟ และในภูมิภาคเบรสต์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชายแดนโปแลนด์

หน่วยข่าวกรองสหรัฐสรุปว่ารัสเซียยังคงรวบรวมกำลังทหารหลักที่ชายแดนติดกับยูเครน

เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน กองพันทหารรัสเซียทั้งหมด 60 กองประจำการตั้งอยู่ทางเหนือ ตะวันออก และใต้ของยูเครน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคาบสมุทรไครเมีย ซึ่งรัสเซียเข้ายึดครองภายหลังการรุกรานในปี 2014

แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีกองพัน 80 กองพันและอีก 14 กองพันกำลังเดินทางจากที่อื่นในรัสเซีย เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าว

พวกเขาเสริมว่า ทหารกองกำลังพิเศษรัสเซียประมาณ 1,500 นายที่รู้จักกันในชื่อ “สเปตนาซ” มาถึงตามแนวชายแดนยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

กองกำลังนาวิกโยธินรัสเซียรายใหญ่ประจำตำแหน่งในทะเลดำ พร้อมด้วยเรือสะเทินน้ำสะเทินบก 5 ลำ ที่สามารถใช้ส่งกองกำลังทหารบนชายฝั่งทางตอนใต้ของยูเครน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุ

พวกเขาเสริมว่ามีการสังเกตพบยานสะเทินน้ำสะเทินบกอีก 6 ลำออกจากทะเลแบเรนท์สทางตอนเหนือของรัสเซีย แล่นผ่านสหราชอาณาจักรและผ่านช่องแคบยิบรอลตาร์ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ากำลังเดินทางไปยังทะเลดำ

ในการประจำการอื่นๆ รัสเซียได้วางเครื่องบินรบไว้ใกล้กับยูเครน เช่นเดียวกับเครื่องบินทิ้งระเบิด ขีปนาวุธ และแบตเตอรี่ต่อต้านอากาศยาน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าว

เมื่อวันพฤหัสบดี สหรัฐฯ ระบุว่ามีหลักฐานว่ารัสเซียกำลังเตรียมวิดีโอที่แสดงภาพการโจมตีที่แสร้งว่าเป็นการกระทำของฝ่ายยูเครน ซึ่งจะใช้เป็นข้ออ้างสำหรับการโจมตีของรัสเซียต่อยูเครนอย่างแท้จริง

ภาพประกอบ – ทหารเข้าร่วมการฝึกปฏิบัติทางยุทธวิธีและพิเศษร่วมกันของกระทรวงกิจการภายในของยูเครน หน่วยยามรักษาการณ์แห่งชาติของยูเครน และกระทรวงเหตุฉุกเฉินของยูเครน ในเมืองปรีเปียต ใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 (ภาพโดย Sergei SUPINSKY / AFP) 

Singapore’s Love Story 3 เรื่องรักและ Passion ที่ก่อร่างสร้างแบรนด์สิงคโปร์ให้เป็นจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674929

วันที่ 06 ก.พ. 2565 เวลา 09:58 น.Singapore’s Love Story 3 เรื่องรักและ Passion ที่ก่อร่างสร้างแบรนด์สิงคโปร์ให้เป็นจริง

3 เรื่องราวจากความรักและ Passion สู่การก่อตั้งแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ภายใต้เครื่องหมาย Made With Passion

เข้าใกล้ช่วงเทศกาลวันแห่งความรักไปทุกที และเรื่องที่เหมาะจะเล่าที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องราวความรัก และความรักก็ไม่ได้มีเพียงความรักฉันท์หนุ่มสาวเพียงเท่านั้น ความเชื่อใจ ความรักจากแม่สู่ลูก หรือความหลงใหลในสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ล้วนเป็นองค์ประกอบของความรัก ในโอกาสนี้เราจึงอยากชวนทุกท่านมาร่วมดื่มด่ำไปกับ 3 เรื่องราวการก่อตั้งแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ภายใต้เครื่องหมาย Made With Passion ซึ่งเริ่มต้นจากเป้าหมายของการท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่อยากช่วยผลักดันแบรนด์สัญชาติสิงคโปร์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วย Passion ไปสู่สายตาของชาวโลก เรื่องราวแห่งความรักเหล่านี้อาจทำให้คุณหลงรักสินค้าอันเปี่ยมล้นไปด้วยอัตลักษณ์ที่โดดเด่น และแรงบันดาลใจอย่างเหลือเชื่อเช่นเดียวกับพวกเขาที่สร้างมันขึ้นมาด้วยสองมือ ไปรู้จักกับทั้ง 3 แบรนด์สินค้านี้กันเลย

Supermama

“สิ่งที่พิสูจน์ความรักได้ดีที่สุด คือความเชื่อใจ”

ภาพ: facebook.com/supermamasg

จุดกำเนิดของแบรนด์ดังอย่าง ซูปเปอร์มามา (Supermama) นั้น เรียกได้ว่าเกิดจากความรักที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นความรักที่คุณเอ็ดวิน ผู้ก่อตั้งแบรนด์มีต่องานดีไซน์ และความรักของคุณเหม่ย หลิง ที่มีต่อคุณเอ็ดวินผู้เป็นสามี

คุณเอ็ดวินเล่าว่า สำหรับเขาแล้ว Supermama ไม่ได้เป็นเพียงร้านขายของดีไซน์หรือแบรนด์ของที่ระลึก บริษัทที่ได้รับการสนับสนุนในการออกแบบของประเทศสิงคโปร์ และงานฝีมือแบบญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เป็นการเดินทางของทั้งครอบครัวของเขา เมื่อตอนที่พวกเขามีลูกคนที่สอง คุณเอ็ดวินได้ถามคุณเหม่ย หลิง ภรรยาของเขาว่า ถ้าหากเขาจะขอเอาเงินออมสำหรับวัยเกษียณออกมาเพื่อใช้ชีวิตอย่างที่พวกเขาฝันด้วยการเริ่มต้นร้านขายของดีไซน์ได้หรือเปล่า ซึ่งนั่นหมายถึงว่า พวกเขาทั้งสองคนจะต้องลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่ และจะต้องแลกมาด้วยการสูญเสียอพาร์ตเมนท์ 4 ห้องนอนของพวกเขาเพื่อนำเงินทั้งหมดมาใช้ในการลงทุน นี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณเหม่ย หลิงจะทำใจให้ตอบรับได้อย่างง่ายดาย เมื่อในขณะนั้น ลูกคนที่สองของพวกเขาเพิ่งจะมีอายุเพียงแค่สามเดือนเท่านั้น แต่เธอก็ตอบตกลงโดยไม่มีความลังเลใจ และนี่ก็เป็นที่มาของชื่อแบรนด์ “Supermama” นั่นเอง เอ็ดวินบอกว่า อยากให้ลูก ๆ ได้รู้ว่า นี่คือการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ของแม่ของพวกเขา และก็เป็นสิ่งที่คอยย้ำเตือนตัวเขาเองว่าเธอคือกำลังใจของเขาที่ดีสุดในตอนนี้และตลอดไป เธอคือ supermama (ยอดคุณแม่) ตัวจริง

ในปีที่ 3 นับจากการก่อตั้ง Supermama ได้ให้กำเนิด Collection ที่มีชื่อว่า ‘Singapore Icons’ ในรูปแบบของเครื่องกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินและสีขาว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากสัญลักษณ์ต่างๆ ในประเทศสิงคโปร์ ไม่ว่าจะเป็นสวน อาหารหรือวัฒนธรรม และได้ค้นพบว่าความหลงใหลในเครื่องกระเบื้องของเขา ไม่เพียงแต่กำลังเติมเต็มความฝันของตัวเอง แต่กำลังสร้างความแตกต่างให้กับวงการของที่ระลึกของสิงคโปร์ด้วย นับเป็นเวลากว่า 10 ปีที่ Supermama ได้นำเสนองานฝีมือดีไซน์สวยงามแนวญี่ปุ่น โดยได้รับรางวัลการันตีคุณภาพสินค้ามากมาย ทุกวันนี้คุณสามารถเลือกซื้อผลงานที่สร้างจากใจนี้ ได้ในร้านค้าของเขาทั่วสิงคโปร์ หรือแม้แต่ในพิพิธภัณฑ์อย่าง National Gallery

Hegen

“รักของแม่ คือความรักเพื่อทุกชีวิต”

ภาพ: https://www.hegen.com

อีวอน บ็อค ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัท Hegen คุณแม่ลูกสี่ ผู้มีประสบการณ์ในการให้นมลูกด้วยตัวเอง มานับสิบปี และเป็นผู้ที่ยึดมั่นและเข้าใจความยากลำบากของการให้นมลูกด้วยตัวเองอย่างแท้จริง ว่ามิใช่เป็นเพียงการให้สารอาหารตามธรรมชาติที่จำเป็นต่อลูกน้อยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกอันมีค่ายิ่ง แต่อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการให้นมลูกนั้นกลับไม่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ดังกล่าว และยังแย่งเอาเวลาสำคัญของบรรดาคุณแม่ไปเสียอีก ดังนั้นเธอจึงก่อตั้งบริษัท Hegen ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ

Hegen เป็นชื่อที่อีวอนนำมาจากสำนวนในภาษาเยอรมันว่า ‘hegen und pflegen’ ซึ่งแปลว่า “ที่จะทะนุถนอมและเลี้ยงดูด้วยความใส่ใจ” ซึ่งสอดคล้องกับปณิธานของบริษัทที่ต้องการสร้างสรรค์พลังบวกและส่งต่อไปยังคุณแม่ทั่วโลก

Hegen คิดค้นเครื่องปั๊มนมที่ช่วยในเรื่องการผ่อนคลายเป็นเครื่องแรกของโลกอย่าง Hegen PCTO™ Electric Breast Pump โดยออกแบบให้มีทั้งความสะดวกสบายและประสิทธิภาพสูงในการปั๊มนม ช่วยให้คุณแม่สามารถปั๊มนม, สต็อกนมและป้อนนมลูกได้อย่างง่ายดาย โดยมีอุปกรณ์พิเศษช่วยในการบีบนวด ซึ่งช่วยลดความปวดเมื่อยและลดอาการเจ็บกล้ามเนื้อจากการให้นมลูกได้ นอกจากนี้ยังออกแบบขวดนมแบบใหม่ให้มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมซึ่งนอกจากจะแปลกตาแล้วยังทำให้ทารกสามารถจับขวดได้ง่ายขึ้น ซึ่งขวดนมดังกล่าวมาพร้อมกับเอกสิทธิเฉพาะของ Hegen อย่าง Press-to-Close and Twist-to-Open (PCTO™) ที่คิดค้นมาให้คุณแม่สามารถเปิดและปิดขวดนมโดยใช้มือเดียว นอกจากนี้เมื่อลูกๆ โต ขวดนมเหล่านี้ยังสามารถดัดแปลงไปเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารได้อีกด้วย เนื่องจากรูปทรงแบบเหลี่ยมทำให้จัดพื้นที่ในตู้ได้ง่ายกว่า

อีวอนกล่าวว่า “การให้นมลูกคือสิ่งที่ดีที่สุด คือการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างมารดากับทารกจากการดื่มนมโดยตรงจากอกของแม่ ซึ่งนับได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นระหว่างแม่กับลูก เปรียบเป็นรางวัลที่จะคงอยู่ไปตลอดชีวิต มิใช่เพียงแค่ในวัยทารกเท่านั้น”

 

Brass Lion Distillery

“ความรักคือสิ่งที่ต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มา”

ภาพ: https://brassliondistillery.com/

จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Brass Lion Distillery เกิดขึ้นเมื่อปี 2565 หลังจากที่คุณเจมี่ โกะเดินทางกลับมาจากไปเที่ยวต่างประเทศ และเกิดสงสัยขึ้นมาว่า ในขณะที่หลาย ๆ ประเทศมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ แต่ทำไมประเทศสิงคโปร์กลับไม่มี เธอจึงตัดสินใจและใช้เวลา 6 ปี ในการสร้างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นับได้ว่าเป็นหัวใจของสิงคโปร์ที่แท้จริง

Singapore Dry Gin คือเหล้าจินที่ได้มาพร้อมกับรางวัลการันตีคุณภาพมากมายจากหลายสถาบัน กลั่นจากสมุนไพรและเครื่องเทศหลายชนิดที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์และวัฒนธรรมอันหลากหลายที่หลอมรวมกันของประเทศสิงคโปร์ ระยะเวลา 6 ปี ที่คุณเจมี่คิดค้นหาสูตรที่ลงตัว เธอเดินทางไปยังเมืองพอร์ตแลนด์, เซาท์ แคโรไลน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา, กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร และที่แบล็ก ฟอเรสต์ในเยอรมนี เพื่อศึกษา เรียนรู้ ทดลอง และฝึกงานในโรงกลั่น และยังต้องบินไปมาระหว่างประเทศสิงคโปร์กับเยอรมนีนับครั้งไม่ถ้วนตลอดระยะเวลา 6 ปีนั้น เพราะคุณเจมี่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศสิงคโปร์ นี่นับได้ว่าเป็นความทุ่มเทเพราะรักอย่างแท้จริง แต่ความยากลำบากดังกล่าว ไม่ได้ทำให้ความรักของคุณเจมี่ลดน้อยถอยลงไป และในที่สุด Singapore Dry Gin ก็ถือกำเนิดขึ้นมาได้

“เพราะเราต้องการผลิตภัณฑ์ที่เป็นของคนสิงคโปร์ที่แท้จริง เป็นสิ่งที่เรากล้าพูดได้เต็มปากว่า เมดอินสิงคโปร์ โดยคนสิงคโปร์ นี่คือสาเหตุที่เราพยายามทุ่มเท มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่อทุกสรรพสิ่ง เพื่อที่สร้าง Brass Lion Distillery ในสิงคโปร์ให้ได้” เจมี่ กล่าว

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเรื่องราวของแบรนด์ภายใต้ตราสัญลักษณ์ Made With Passion ซึ่งจะมีแบรนด์สินค้าในสิงคโปร์ที่เข้าร่วมกว่า 100 แบรนด์ จากสินค้าหลากหลายประเภททั้ง สินค้าความงามและสุขภาพ แฟชั่นและเครื่องประดับ รวมทั้งสินค้าภายในบ้านและของตกแต่งบ้าน อาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่ากว่าจะมีแบรนด์สินค้าออกมาในแต่ละแบรนด์ผู้ประกอบการสิงคโปร์ ต้องลงทุน ลงแรง ใช้เวลาในการคิดค้นพัฒนา และลองผิดลองถูก พร้อมทั้งใส่จิตวิญญาณของตนเข้าไปให้สินค้าจึงมีความแตกต่าง และสะท้อนความเป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Identity) ได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลแบรนด์และสินค้าอื่น ๆ ที่เข้าร่วมโปรเจกต์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.visitsingapore.com/madewithpassion/brands

Burberry Her Eau de Toilette การค้นพบครั้งใหม่ที่เหนือความคาดหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674923

วันที่ 06 ก.พ. 2565 เวลา 09:05 น.Burberry Her Eau de Toilette การค้นพบครั้งใหม่ที่เหนือความคาดหมาย

สัมผัสกลิ่นหอมอันทรงพลังเฟมินีนและความมีชีวิตชีวาของ Burberry Her Eau de Toilette ผ่านกลิ่นหอมแนวโมเดิร์นสำหรับผู้หญิงยุคใหม่

Burberry แบรนด์หรูสุดคลาสสิคสัญชาติอังกฤษ นำเสนอน้ำหอม Burberry Her Eau de Toilette กลิ่นหอมแนวโมเดิร์นสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ ซึ่งเป็นน้ำหอมใหม่ล่าสุดจากคอลเลคชั่น Burberry Her สัมผัสกลิ่นหอมจากดอกพีโอนีที่บานสะพรั่ง ผสมผสานกับกลิ่นลูกแพร์ที่สดใส เสริมด้วยกลิ่นหอมจากดอกสายน้ำผึ้งและดอกกุหลาบ เพิ่มความหอมละมุนด้วยเบสโน้ตกลิ่นวูดดี้

ขวดน้ำหอมของ Her Eau de Toilette ผสมผสานดีไซน์ความคลาสสิกดั้งเดิมของ Burberry และความทันสมัยที่เข้ากันได้อย่างลงตัว เพิ่มสีสันความสดใสจากสีเขียวพิสตาชิโอ เสริมด้วยการออกแบบที่สะท้อนถึงธรรมชาติและความมีชีวิตชีวาของน้ำหอม Burberry

โดยถ่ายทอดเรื่องราวเพื่อแสดงถึงกลิ่นหอมอันทรงพลังเฟมินีนและความมีชีวิตชีวาของ Her Eau de Toilette โดยฟราน ซัมเมอร์ (Fran Summers) ถ่ายทำโดย มาริโอ ซอเรนติ (Mario Sorrenti) เผยถึงความสง่างาม อัศจรรย์เหนือจินตนาการของปีกอันพริ้วไหวขณะบินสำรวจเมืองที่กำลังตื่นจากหลับใหลในยามรุ่งอรุณ

นางแบบสาวฟราน ซัมเมอร์ กับการเดินทางสำรวจเมืองด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้าและพลังอันน่าหลงใหล เปรียบเสมือนกับศูนย์รวมอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้หญิง Burberry สมัยใหม่ที่กล้าหาญ แต่ยังสวยงามชวนฝันท่ามกลางแสงแดดยามเช้า ด้วยบุกคลิกที่น่าค้นหา กลายร่างและโบยบินไปบนท้องฟ้าอย่างอิสระ ตามหาการผจญภัยครั้งใหม่ และมองเห็นโลกของเธอจากมุมมองใหม่ๆ

พบกับการค้นพบครั้งใหม่ที่เหนือความคาดหมายไปกับน้ำหอม Burberry Her Eau de Toilette ที่เคาน์เตอร์ Burberry เซ็นทรัล เดอะมอลล์ โรบินสัน และทาคาชิมายาทุกสาขาทั่วประเทศ ร้าน Sephora และ Eveandboy หรือทางเว็บไซต์ sephora.co.th และ central.co.th

มนต์เสน่ห์เครื่องประดับไทยสุดวิจิตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674674

วันที่ 03 ก.พ. 2565 เวลา 10:55 น.มนต์เสน่ห์เครื่องประดับไทยสุดวิจิตร

ไอคอนคราฟต์ นำเสนอเครื่องประดับไทยอันทรงคุณค่า ในงาน “Bejeweled in Thai Style” พร้อมเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ของเครื่องประดับไทยสุดวิจิตรจากเหล่าดีไซเนอร์รุ่นใหม่ๆ

ด้วยฝีมืออันประณีต ผนวกเข้ากับภูมิปัญญาของครูช่างศิลป์ไทยและวัฒนธรรมที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้เครื่องประดับของคนไทยแต่ละชิ้นมีความพิเศษ มีเอกลักษณ์ และมีเรื่องราวแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ ซึ่งปัจจุบันเครื่องประดับของไทยได้ดังไกลไประดับโลก ด้วยการนำมาเพิ่มคุณค่าและความร่วมสมัยเข้าไปจากเหล่าดีไซเนอร์รุ่นใหม่ๆ  ทำให้เครื่องประดับสไตล์งานคราฟต์เหล่านี้กลายมาเป็นชิ้นงานที่สวยสะดุดตาจนทั่วโลกจับตามอง

ล่าสุดไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย นำเสนอเครื่องประดับไทยอันทรงคุณค่า จัดงาน “Bejeweled in Thai Style” เปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ของเครื่องประดับไทยสุดวิจิตรหลากหลายแบรนด์  อาทิ  แบรนด์ จันทร์โสมา โดยอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ครูศิลป์ของแผ่นดิน, กรุช่างทองโบราณ, Luck Thai (รักไทย), SRITAVIE (ศรีทวี), ANGSA (อังษะ), ต่อเงินต่อทอง, HATSAYA, PONK, SMITHI, GRAJANG รวมทั้งแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมายที่คัดสรรโดยไอคอนคราฟต์ เพื่อเชิดชูและสร้างความภาคภูมิใจกับความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดในมุมมองใหม่ลงบนเครื่องประดับ  พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก VIZ Card เมื่อซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไขแลกรับ ICONCRAFT GIFT VOUCHER มูลค่าสูงสุด 7,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2565  ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 -5 ไอคอนสยาม

ภายในงาน “Bejeweled in Thai Style” จะได้พบกับเครื่องประดับหลากหลายดีไซน์สวยงามโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ความเป็นไทยร่วมสมัยจากแบรนด์ชื่อดังมากมาย อาทิ สุดยอดผลงานเครื่องประดับอันประณีต โดยอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ครูศิลป์ของแผ่นดินกับแบรนด์เครื่องประดับไทยโบราณในชื่อ แบรนด์จันทร์โสมา ครั้งนี้นำ จี้หรือทับทรวง “มาลากาญจน์”  แบบโบราณ โดยจี้หรือทับทรวง เดิมใช้เชือกร้อยกับเม็ดประคำผูกคอให้ห้อยลงมาประดับบริเวณหน้าอก จึงมีชื่อเรียกกันว่า “ทับทรวง” อกเป็นบริเวณที่สำคัญโดดเด่นเห็นชัดที่สุดในการประดับกาย  ทับทรวงจึงเป็นเครื่องประดับที่สำคัญมากตลอดมาแต่โบราณ จึงได้รับการออกแบบให้มีความสวยงามวิจิตรเป็นพิเศษ ใช้แต่งกายในวาระโอกาสหรืองานการพิธีที่สำคัญๆของชีวิต ซึ่งทับทรวง “มาลากาญจน์” ก็เช่นเดียวกัน ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากทับทรวงโบราณ ซึ่งเป็นเครื่องประดับชั้นสูงของเจ้านายที่ใช้ในพระราชพิธีโสกันต์มาก่อน  โดยใช้ลายใบเทศพลิกยอด กลางใบมีกะเปาะสำหรับประดับอัญมณี เป็นสไตล์ลายที่นิยมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่4 แล้วเรียงร้อยผูกเป็นดอกดวง ตรงกลางแต่ละดอกมีเกษรกลมฝังอัญมณีเป็นประธานล้อมรอบด้วยอัญมณีอีกชั้นเป็นดารารังแตนเรียกดอกไม้ทิศ   ทั้งหมดคุมให้อยู่ในทรงสีเหลี่ยมขนมเปียกปูนขนาดใหญ่   ตรงใจกลางทับทรวงใช้ลายใบเทศเช่นกันเรียงเป็นวงกลม  วางซ้อนกันเป็นชั้นๆไล่จากใหญ่ไปเล็กคุมให้เป็นทรงมณฑป  ด้านล่างมีช่อห้อยรูปดอกสามกลีบ เคลื่อนไหวเป็นตุ้งติ้ง จำนวนเก้าช่อ  ทั้งหมดผลิตจากโลหะมีค่า อย่างเงินกะไหล่ทองหรือทองคำจำหลักลายประดับอัญมณีและลงยาสีอย่างงดงามล้ำค่า ทับทรวง “มาลากาญจน์” ผูกห้อยด้วยสายสร้อยร้อยประคำลูกสนไล่เรียงขนาดกันอย่างงดงามมาก 

สำหรับแบรนด์ไฮไลต์ที่มีการคัดสรรสุดยอดงานศิลปะมาไว้ที่นี่คือ  “กรุช่างทองโบราณ” เครื่องประดับไทยจากช่างทองไทยผู้สืบทอดวิชางานช่างทองโบราณ การสร้างสรรค์ผลงานเกิดจากความรัก ความศรัทธาในการที่จะสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทย โดยใช้เทคนิควิธีการทำตัวเรือนแบบโบราณประดับด้วยอัญมณีแท้ เสริมสิริมงคล โชคลาภ สุขภาพ การเงิน การงาน และความรัก การออกแบบชิ้นงานได้รับแรงบันดาลใจ จากลวดลายไทยในงานจิตรกรรมฝาผนัง และลวดลายมงคลของไทย รวมถึงลวดลายมงคลจากความเชื่อต่างๆ ผสานการนำความรู้ด้านงานช่างต่างๆ มาบูรณาการกับงานเครื่องทองโบราณในรูปแบบร่วมสมัย จนเป็นที่ยอมรับในทักษะเชิงช่างราชสำนักทั้งในและต่างประเทศ 

คนที่ชื่นชอบเครื่องประดับไทยโบราณ พลาดไม่ได้กับแบรนด์ “SRITAVIE”  เครื่องประดับไทยโบราณจากช่างทองไทยที่มีประสบการณ์มากกว่า 40 ปี นำมาปรับดีไซน์ร่วมสมัย คงความโดดเด่นและเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ผลิตจากเงินแท้ 925 ไม่ผสมนิกเกิ้ล ทำให้หมดปัญหาเรื่องผิวแพ้ง่าย ประดับด้วยอัญมณีแท้ เสริมเรื่องโชคลาภ สุขภาพและความรัก  นำเสนอความประณีตของเครื่องประดับชั้นสูง อาทิ หอยสังข์มงคลพร้อมพาน   หอยสังข์ประดับ  ปิ่นปักผมมงคลหอยสังข์ขนาดเล็ก และขนาดใหญ่  สร้อยคอระย้ามรกต แหวนมรกต ผ้าพันคอทัก สร้อยคอลูกไม้เพชรซีก และต่างหูทับทิมเพชรซีก พร้อมด้วยเครื่องประดับไทยโบราณอีกมากมาย

อีกหนึ่งความพิเศษจากแบรนด์ไฮไลต์ใหม่ล่าสุด  “ต่อเงินต่อทอง” ทองเงินสุโขทัยผลิตจากทองเงิน 99.99 % แบบลวดลายของสุโขทัย เป็นการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน 800 ปี ลวดลายที่ได้มาจากการลอกเลียนแบบลายปูนปั้นจากผนังวัดนางพญา ซึ่งเป็นโบราณสถานที่อยู่ในตัวอำเภอศรีสัชนาลัยมาช้านาน เป็นลายปูนปั้นที่มีลวดลายสวยงามมาก มีความละเอียดอ่อน เมื่อมาอยู่บนชิ้นงานทองเงินสุโขทัย ซึ่งแต่ละลวดลายก็จะมีชื่อเรียกตามลวดลายที่มองเห็น ลายเครือวัลย์ ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นลายประจำของทองสุโขทัย ลายประจำยาม, ลายแข้งสิงห์, ลายเครือเถาว์, ลายหัวใจนางพญา  ลวดลายทั้งหมดนี้นำมาประยุกต์ใช้บนแผ่นทองเงินสุโขทัยมาอย่างยาวนาน  

นอกจากนี้ พบกับเครื่องประดับไทยจากแบรนด์  “Angsa” แบรนด์ที่เน้นการออกแบบโดยใช้วัสดุที่บริสุทธิ์ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทองคำ หรือทั้งสองอย่างรวมกันด้วยมือ ความภาคภูมิใจของแบรนด์ไม่ใช่แค่แนวคิดและการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ด้วยรากฐานของครอบครัวที่หยั่งลึกลงไปในแบรนด์ ซึ่งสร้างเครื่องประดับทำด้วยมือมามากกว่า 50 ปี  Angsa ได้ใช้ทักษะ ประสบการณ์ และประเพณีที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุด  อีกแบรนด์ที่โดดเด่นไม่แพ้กัน แบรนด์  “Luck Thai”  แบรนด์ที่สร้างสรรค์เครื่องประดับจากภูมิปัญญาของช่างฝีมือไทย  ทำจากตัวเรือนเงินแท้ ถมทองแท้ 100% เขียนลายด้วยมือทั้งหมด

ไอคอนคราฟต์ เชิญทุกคนมาสัมผัสมนต์เสน่ห์เครื่องประดับคราฟต์สุดสร้างสรรค์ฝีมือคนไทย พร้อมเป็นเจ้าของเครื่องประดับสุดประณีต ได้ที่งาน “Bejeweled in Thai Style” ตั้งแต่วัน – 28 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ไอคอนคราฟต์ ชั้น 5 ไอคอนสยาม

Arizona Rodeo นิยามบทใหม่แห่งพลังเฟมินีน!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674656

วันที่ 03 ก.พ. 2565 เวลา 09:15 น.Arizona Rodeo นิยามบทใหม่แห่งพลังเฟมินีน!

DISAYA คอลเลกชั่น Arizona Rodeo หลอมรวมความเท่สไตล์คาวเกิร์ลและความสง่างาม สู่นิยามบทใหม่แห่งพลังเฟมินีน!

ร่วมค้นหานิยามบทใหม่แห่งพลังเฟมินีนกับ คอลเลกชั่น Arizona Rodeo จาก DISAYA คอลเลกชั่นใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมดินแดนตะวันตกของอเมริกา รัฐอาริโซน่า กลิ่นอายความหาญกล้าของคาวบอย คาวเกิร์ล ในบริบทที่เต็มไปด้วยความสง่างามสไตล์ สาวดิษยา สะท้อนผ่านซิลูเอตในทุกดีเทลได้อย่างน่าทึ่ง

“เมื่อเอ่ยถึงเมืองอาริโซน่า ออมคิดถึงเสน่ห์ความเท่ของการแต่งตัวสไตล์คาวบอย คาวเกิร์ล เสื้อเชิ้ตลวดลายแปลกตา สวมทับเสื้อกั๊กหนัง ผ้าพันคอ Bandanas เข็มขัด ซองปืน ขี่ม้ากลางทะเลทราย ชุดนูดดี้สูท (nudie suite) สู่แรงบันดาลใจในการรังสรรค์คอลเลกชั่นใหม่ที่นำเสน่ห์ความเท่ของดินแดนตะวันตกของอเมริกามาผสานกับซิกเนเจอร์ของแบรนด์ เทคนิคการปัก ผ้าปักฉลุ ลูกไม้ การออกแบบลายผ้าใหม่ แต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นดินแดนตะวันตกของอเมริกาไว้ ในขณะเดียวกันดีไซน์เน้นความสง่างามของผู้หญิงยุคใหม่ เนื้อผ้าที่พลิ้วไหวสามารถสวมใส่ในชีวิตประจำวันในทุกโอกาส” ออม-ดิษยา สรไกรกิติกูล ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ กล่าว

DISAYA ซีซั่นล่าสุดนี้โดดเด่นด้วยลายพิมพ์หลากหลายสไตล์ โดยนำ Bandanas หรือ ผ้าเช็ดหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของโรดีโอมาทวิตในมุมมองใหม่ลดทอนความเท่ด้วยการเพิ่มลายดอกไม้ ไม่ว่าจะเป็น ดอกกุหลาบ ดอกเดซี่ และดอกทานตะวัน รวมถึงนำลาย Paisley หรือ ลายลูกน้ำ ปรากฏเป็นเค้าโครงชุดในโทนสีพาสเทลหลากดีไซน์ที่มากไปด้วยเทคนิคการตัดต่อผ้าแบบคัตติ้งจากนูดดี้สูท เทคนิคการถักโครเชต์ดอกไม้ 3 มิติ ในกลุ่มผ้าทอ Knit รวมถึงเทคนิคการปักลายที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาใช้กับในคอลเลกชั่นนี้ด้วย

พบกับ DISAYA – Arizona Rodeo Collection ได้ที่ www.disaya.com Line official / Instagram @disayaofficial และ DISAYA Boutique ทุกสาขา

#DISAYA #ArizonaRodeoCollection

“ความสุขทรงตัว” เทรนด์สุขภาพและความสุขของครอบครัว ปี 65

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674671

วันที่ 03 ก.พ. 2565 เวลา 07:55 น.“ความสุขทรงตัว” เทรนด์สุขภาพและความสุขของครอบครัว ปี 65

เริ่มต้นปี 2565 คึกคัก ส่องพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยที่เปลี่ยนไป และผลวิจัยที่ชี้ว่า “ความสุขทรงตัว” เทรนด์สุขภาพและความสุขของครอบครัวยังมาแรง

ก้าวสู่เดือนที่สองของปี 2565 วันที่เรายังต้องดำเนินชีวิตพร้อมปรับตัวตลอดเวลาจากสถานการณ์โลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปทุกวัน ซึ่งบีบให้ธุรกิจทั้งขนาดเล็กและใหญ่ต้องทิ้งตำราเก่าเปิดตำราใหม่ เข้าสู่โลกดิจิทัลที่ไม่ง่ายอีกต่อไป วิถีการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในยุคใหม่ เร่งผลักดันให้เกิดการปรับตัวเพื่อหารายได้ตั้งแต่ต้นปีและเสริมสร้างเกราะป้องกันหันมาใส่ใจตัวเองทั้งด้านสุขภาพร่างกายและสภาพจิตใจ ต้นปีคนไทย “ความสุขทรงตัว” เน้นการจับจ่ายอย่างระวังช่วงเทศกาล ซึ่งเป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้นของแบรนด์ต่างๆ ที่ควรเข้ามาจับเทรนโดยเร็ว สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) ได้ทำการศึกษาและคาดการณ์พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศไทยประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อเป็นแนวทางรับมือกับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ในสังคมไทยปัจจุบัน

นางสาวชุติมา วิริยะมหากุล ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า กว่าระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่การระบาดของไวรัสโควิด-19 ถึงแม้ทุกวันนี้สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นคนไทยได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง และมีความเข้าใจในการป้องกันตนเองที่เพิ่มมากขึ้น แต่ยังคงปฏิเสธไม่ได้ว่านี้คือปัญหาใหญ่ที่ทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคนี้ให้ได้ จากผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคด้านการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศไทย ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งถือว่าเป็นผลสำรวจชิ้นแรกของปีนี้ พบว่าคนไทยส่วนใหญ่ระแวดระวังเรื่องการใช้จ่ายมาก ทำให้ภาพรวมการใช้จ่ายลดลง 4% เมื่อเทียบเท่ากับช่วงปลายปีที่ผ่านมา ในผลสำรวจครั้งนี้นักช้อปผู้ชายมีกำลังจับจ่ายคงที่ ยังคงเน้นการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ส่วนนักช้อปผู้หญิงที่การใช้จ่ายที่ลดลง ผลพวงจากราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นต้นปีในสินค้าอุปโภคบริโภคและราคาน้ำมัน ผนวกกับเดือนธันวาคมที่ผ่านมาหลายแบรนด์กระตุ้นและดึงดูดด้วยโปรโมชั่นที่ลดสนั่น โดยเฉพาะสินค้าด้านความงามครองอันดับยอดขายสูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับช่วงฤดูกาลที่ต้องดูแลสุขภาพผิวมากขึ้นเป็นพิเศษ ในขณะที่ความสุขของคนไทยยังคงที่ แต่โดยรวมแล้วคนไทยให้ความสำคัญเรื่องครอบครัวและสุขภาพอนามัย เพราะการมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงนั้นจะช่วยป้องกันไวรัสโควิด-19

ผลสำรวจและคาดการณ์พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศไทยประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2565 หากจำแนกเป็นช่วงอายุพบว่า อายุ 40-59 ปี มีแนวโน้มและความต้องการในการใช้จ่ายสูงขึ้น เน้นเรื่องความสุขของทุกคนในครอบครัว อีกทั้งยังเป็นช่วงเดือนแห่งความรัก ที่อยากจะมอบสิ่งของพิเศษให้กับคนรัก และหาเวลาในการผ่อนคลายความเครียดด้วยการท่องเที่ยวในประเทศ โดยมีข้อเสนอแนะที่น่าจับตามองถึงความต้องการในการใช้จ่ายของผู้บริโภคอยู่ 2 ประเด็น ได้แก่

ประเด็นที่ 1 : คนไทยหันมาใช้จ่ายเพื่อผ่อนคลายและสร้างสุขภาพให้คนในครอบครัว

สืบเนื่องจากความตึงเครียดจากสถานการณ์โควิด-19 อันยาวนาน เป็นโอกาสที่เหล่านักการตลาดเกิดการชักชวนผู้บริโภค ให้นึกถึงการดูแลตัวเองและครอบครัว รวมถึงการส่งต่อความรักในเดือนแห่งความรัก เพื่อเป็นการทดแทนการใช้จ่าย ลดการฟุ่มเฟือยและไตร่ตรองในการจับจ่ายเพิ่มขึ้น นอกนี้เรื่องสุขภาพนั้นก็สำคัญที่เราจะต้องสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายเพื่อต่อต้านโรคที่อยู่รอบตัว การดูแลสุขภาพผิวกายในฤดูหนาวที่ต้องดูแลเป็นพิเศษไม่ว่าผู้หญิงและผู้ชาย และที่สำคัญที่สุดคือสุขภาพจิตใจที่ต้องปรับสภาพไปตามบรรยากาศรอบตัว

ประเด็นที่ 2 : วิถีชีวิตใหม่ที่เน้นใส่ใจเรื่องคุณภาพและความน่าเชื่อถือ

สถานการณ์โควิด-19 และเจ้าตัวไวรัสทั้งเดลต้าและโอไมครอนที่มาใหม่ ส่งผลทำให้ผู้บริโภคหันมาช็อปปิ้งสินค้าออนไลน์มากขึ้น อีกทั้งยังมีโปรแรงจากดับเบิลเดย์ 11.11, 12.12 ที่ล่อตาล่อใจ รวมทั้งการไลฟ์สดขายของต่างๆ เปิดโปรโมชั่นกล่องสุ่มที่มาแรง แต่ก็เจอดราม่าจากผู้ค้าออนไลน์ที่ขายของไม่มีคุณภาพ หรือขายสินค้าปลอมหรือลอกเลียนแบบ ทำให้แบรนด์ต่างๆ ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ รวมถึงใส่ใจเรื่องของ คุณภาพ วัตถุดิบ แหล่งที่มา หรือมีสถาบันที่น่าเชื่อถือออกมารองรับตามที่แบรนด์สินค้าต่างๆ ได้เคลมไว้ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

โดยครั้งนี้ทีมวิจัยได้จัด 10 อันดับ กลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภคจับจ่ายมากที่สุด ดังนี้

1. อาหารและเครื่องดื่ม 20% (+2%)

2. ของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน 13% (+3%)

3. โทรศัพท์มือถือ, สมาร์ทโฟน 11% (0%)

4. เสื้อผ้าและเครื่องประดับ 7% (0%)

5. ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม 6% (+3%)

6. ท่องเที่ยว 5% (-3%)

7. ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า 4% (-1%)

8. คอมพิวเตอร์, แท็บแล็ต 4% (-1%)

9. ทานอาหารนอกบ้าน 4% (+2%)

10. รองเท้า, กระเป๋า 3% (0%)

ทางด้าน นางสาวมนัสริน ณ ระนอง รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ บริษัท ฮาคูโฮโด แบงคอก กล่าวเสริมว่า ในช่วงเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา ทีมผู้วิจัยได้นำเสนอเนื้อหาใหม่โดยคาดการณ์และจัด 5 อันดับสิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดในชีวิต ได้แก่ ครอบครัว 32% สุขภาพ 24% การงาน 12% ความมั่งคั่ง 11% และความสัมพันธ์ 5%

ด้านครอบครัว ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ ที่จะต้องช่วยกันข้ามผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากและเอาแน่นอนอะไรไม่ได้ การใส่ใจดูแลกัน การได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันจะช่วยให้ทุกคนในครอบครัวได้ให้กำลังใจในการใช้ชีวิตด้วยความอบอุ่น

ด้านสุขภาพ คนส่วนใหญ่มองว่าเมื่อเรามีสุขภาพที่แข็งแรง ก็จะสามารถมีกำลังกาย และมีกำลังใจที่ดีตามไปด้วย สามารถทำงานหาเงินเพื่อมาดูแลครอบครัวได้โดยไม่ลำบาก โดยกลุ่มคนช่วงอายุ 50 ปี จะให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพมาเป็นอันดับแรก 36% เพราะคนกลุ่มนี้รู้สึกว่า เมื่ออายุมากขึ้นยิ่งต้องใส่ใจเรื่องสุขภาพไม่ให้ตัวเองต้องเป็นภาระของใคร

ด้านการงาน กลุ่มคนช่วงอายุ 20 ปี ให้ความสำคัญกับเรื่องงานเป็นพิเศษ มากกว่าการดูแลสุขภาพ (16% vs 14%) ซึ่งคนกลุ่มนี้คิดว่าถ้าไม่มีงานก็จะไม่มีเงิน และจัดเป็นช่วงอายุที่อยู่ในการเริ่มต้นงานใหม่ หรืออยู่ในช่วงทดลองงานที่มีความเสี่ยงในด้านความมั่นคงจากสถานการณ์โควิด-19 เพื่อต้องการหางานที่สร้างความมั่นคงเพื่ออนาคตที่ดี

พฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศไทยประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2565 บวกกับความยืดเยื้อของสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลให้พฤติกรรมของคนไทยต่างให้ความสนใจกับข่าวสารบ้านเมืองมากขึ้น รวมถึงข่าว 10 อันดับที่อยู่ในกระแสที่ผู้คนถูกพูดถึงมากที่สุด อันดับแรกยังคงเป็นข่าวการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่โอไมครอนและข่าวการฉีดวัคซีน 47% (เพิ่มขึ้นกว่า 20%) ตามมาด้วยข่าวร้อนแรงที่เป็นกระแสอย่างกระเป๋าแบรนด์เนมปลอม 7% ตามติดด้วยสถานการบ้านเมืองและการเมืองไทย ทั้งการเลือกตั้งหรือเตรียมยุบสภา 7% ตามมาติดๆ กับข่าวแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง พิมรี่พาย ขายกล่องสุ่มสูงถึง 6% ข่าวอาชญากรรม การโกงเงิน 3% ด้านกีฬาหนีไม่พ้นข่าวฟุตบอล ซูซูกิคัพ ถึง 3% ท้ายด้วยข่าวสะเทือนวงการผ้าเหลือง อย่าง 2 อดีตพระนักเทศน์ พระมหาไพรวัลย์ พระมหาสมปอง 1% หากมองในภาพรวมแล้วแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ เน้นเกาะติดข่าวสารที่หลากหลาย โดยเฉพาะข่าวที่เป็นประเด็นร้อนและเกาะติดสถานการณ์บ้านเมือง และหาความสุขตามสภาพแวดล้อมของตนเอง

การสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2565 นี้ ทางสถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) ได้มุ่งเน้นที่จะสร้างคอนเทนท์ที่มีความเข้มข้นขึ้น รวมถึงการเจาะลึกข้อมูลในมุมมองที่หลากหลาย ในสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญในชีวิตประจำวันมากที่สุด ในแต่ละช่วงอายุ และมีคอนเทนท์ที่สร้างการมีส่วนร่วมกับคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก Hakuhodo Institute of Life and Living ASEAN

CMG ผ่าแนวคิด Win As One ยกระดับความสุขเพื่อพนักงานในองค์กร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674565

วันที่ 01 ก.พ. 2565 เวลา 18:45 น.CMG ผ่าแนวคิด Win As One ยกระดับความสุขเพื่อพนักงานในองค์กร

เอ็ดวิน ยัป ฮอสัน เผยปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ทำให้ CMG คว้ารางวัล Best Employers Awards of Thailand 3 ปีซ้อน พร้อมผ่าแนวคิด Win As One และ 3 ปัจจัยสำคัญเพื่อรางวัลของทีม

เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป หรือ CMG ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผู้นำด้านสินค้าแฟชั่นและสินค้าความงามระดับอินเตอร์แบรนด์ กับการบริหารแบรนด์สินค้ากว่า 40 แบรนด์ดังในประเทศไทย คว้ารางวัล Best Employers Awards of Thailand สุดยอดองค์กรนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย จาก Kincentric Best Employers Thailand Virtual Awards and Learning Conference 2021 เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน พร้อมชูแนวคิด “Win As One” ยกระดับความสุขในการทำงานเพื่อพนักงานทุกคนในองค์กร ตอกย้ำภาพลักษณ์ บริษัทผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าแบรนด์ดังระดับโลก ตั้งแต่แฟชั่น ยีนส์ ความงาม นาฬิกา รองเท้า เครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์สำหรับบ้านและไลฟ์สไตล์ อาทิ เช่น DYSON, CASIO, GARMIN, CLARINS, Aesop, THREE, THE BODY SHOP, CALVIN KLEIN JEANS, POLO RALPH LAUREN, MLB, GUESS, LEE, WRANGLER, FITFLOP, JOCKEY, HUSH PUPPIES

คุณเอ็ดวิน ยัป ฮอสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยความรู้สึกและปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ว่า “รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับรางวัลติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ซึ่งผลการประเมินในปีนี้ CMG ได้คะแนนยอดเยี่ยมในส่วนของการมีส่วนร่วมของพนักงานและความพึงพอใจในองค์กร สะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ขององค์กรที่เน้นการให้ความสำคัญในการดูแลใส่ใจพนักงาน อาทิ การส่งเสริมศักยภาพของพนักงานในด้านต่างๆ การสร้างความเชี่ยวชาญ เสริมทักษะ และประสบการณ์ที่ดีให้แก่พนักงานทุกคน รวมปถึงการสร้างสภาวะแวดล้อมการทำงานที่ดีและเอื้ออำนวยต่อการทำงาน ทั้งภายในออฟฟิศและหน้าร้านทั่วประเทศ”

โดยปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ทำให้ CMG ได้รับรางวัลถึง 3 ปีซ้อน มาจากแนวคิด Win As One ด้วยการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นหนึ่งเดียว  การร่วมมือประสานงานกันระหว่างทางแบรนด์ทีมและทีมงานอื่นๆ ในการสร้างบรรยกาศที่ทำงานที่ดี มีความอบอุ่น อันทำให้พนักงานทุกคนเห็นเป้าหมายความสำเร็จร่วมกัน นำมาซึ่งความสุขในการทำงานของพนักงานทุกคนในองค์กร ผ่าน 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

1.สร้างโอกาสจากสถานการณ์โควิด 19 ด้วยการส่งเสริมการสร้างแรงบันดาลใจและแนวคิดแบบผู้ประกอบการให้กับทีม เพื่อนำเสนอวิธีการดำเนินงานใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ ในการเอาชนะใจผู้บริโภคและการยกย่องชมเชยความสำเร็จในการทำงาน

2.การพัฒนาศักยภาพของพนักงาน โดยการจัดกลุ่มพูดคุยเพื่อเรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์อย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับโปรแกรมการพัฒนาสร้างความเชี่ยวชาญใหม่ๆ เช่น เสริมทักษะด้าน Omnichannel, E-Commerce, การตลาดใน Social Media, การจัดการลูกค้าสัมพันธ์จากฐานข้อมูล (CRM) และการขับเคลื่อนยอดขายในช่องทางต่างๆ

3.การปรับการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด 19 CMG ได้เปิดโอกาสให้พนักงานทำงานผ่านทางออนไลน์ หรือเป็นระบบการทำงานแบบ Hybrid ที่เน้นถึงความปลอดภัยของพนักงาน ตลอดจนถึงการสื่อสารที่ชัดเจนในเรื่องการดำเนินงานทางธุรกิจ การบริหารจัดการการเข้ารับฉีดวัคซีน การจัดส่งของใช้เพื่อแสดงความห่วงใยให้กับพนักงานที่ล้มป่วยจากไวรัสโควิด 19 การส่งเสริมกิจกรรม Happy Friday และกิจกรรมออนไลน์ต่างๆ ที่สนุกสนาน  เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมด้วยกันและลดความเครียดในการทำงาน

“การบริหารให้พนักงานที่มีช่วงวัยแตกต่างกันสามารถทำงานร่วมกันได้ ถือเป็นอีกหนึ่งความท้ายทาย CMG ได้นำค่านิยม ‘ICARE’ ที่เปิดรับฟังและยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน จึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้พนักงาน สามารถปรับตัว และประสานการทำงานได้ดี พร้อมทั้งพิจารณาจุดแข็ง จุดอ่อน ความสามารถ ของพนักงานแต่ละคน และมอบหมายงานให้ตรงกับความสามารถของพนักงาน เพื่อให้พนักงานแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่และเติบโตไปพร้อม ๆ กับองค์กรได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

การสร้างสภาวะแวดล้อมในการทำงานที่ดีให้พนักงาน อาจจะไม่ใช่แค่การมีออฟฟิสที่สวยงาม แต่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง วิธีการทำงานแบบ ‘Work-From-Home’ จึงเป็นสิ่งที่เรานำมาใช้ เราได้นำแพลตฟอร์มการสื่อสารออนไลน์เช่น Microsoft Team มาใช้ เพื่อให้ทีมสามารถติดต่อ ประสานงานกันได้อย่างง่ายดาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานและลดความเสี่ยงจากการระบาดของโรคได้อีกด้วย ในระดับผู้นำเรายังจัดประชุมในทุกสัปดาห์ เพื่อแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ตลอดจนตอบคำถามจากทีมของเรา”

ผมเชื่อว่า การที่บริษัทเปิดรับฟังเสียงของพนักงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่พนักงานนำเสนอ จะช่วยยกระดับความสุขของพนักงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างความผูกพันของพนักงานให้มีต่อบริษัท CMG มีผลลัพธ์ประสิทธิภาพการทำงานที่แข็งแกร่งในปี 2021 และเรายังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจให้เจริญเติบโต ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทีมงาน ในปี 2022 และปีต่อๆ ไป คุณเอ็ดวิน กล่าวทิ้งท้าย

“แม่จำเนียร” กับตรรกะแห่งความหวังของคนซื้อหวย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674487

วันที่ 01 ก.พ. 2565 เวลา 08:18 น.“แม่จำเนียร” กับตรรกะแห่งความหวังของคนซื้อหวย

เปิดที่มาเลขเด็ด ‘แม่จำเนียร’ ก่อนกลั่นเป็น ‘โพย’ – ‘โพลล์’ ให้คนชอบลุ้น เมื่อเรื่องหวยๆ กับคนไทยเป็นของคู่กัน คุณรังสรรค์ วิจิตรกาญจน์ เจ้าของร้านจำหน่ายลอตเตอรี่ สรุปที่มาและลักษณะของเลขเด็ดเมืองไทยที่พบได้บ่อยตลอด 20 กว่าปี พร้อมรวบรวมสถิติ

อาการคนชอบลุ้นทุกวันหวยออก ก็บรรยายไม่ถูกเหมือนกัน รู้แค่ว่าซื้อไว้ก่อนเพื่อความอุ่นใจ ไม่ว่าจะเป็นความฝัน เรื่องราวที่เห็น หรือเลขจากเหตุการณ์เราต่างก็สามารถนำมาตีเป็นเลขได้ทุกรูปแบบ “แม่จำเนียร” แผงลอตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย จึงเก็บสถิติรวบรวมเลขเด็ดที่ลูกค้าถามหามากที่สุดในแต่ละงวด กลั่นเป็น “โพย” หรือ “โพลล์” เลขเด็ดแม่เนียร ที่ทุกคนคุ้นหูคุ้นตาเป็นอย่างดี กับเอกลักษณ์ 10 อันดับเลขดังที่พิมพ์บนกระดาษสีชมพูแปร๊ดกระจายไปทั่วทุกแผงค้าลอตเตอรี่ และบนโลกออนไลน์ ใครจะคาดคิดว่า โพยที่ช่วยให้นักเสี่ยงโชคอุ่นใจ เมื่อจัดทำอย่างต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ยังช่วยให้เราเข้าใจปรากฏการณ์ที่มาแห่งเลขเด็ดของไทยได้ด้วย

คุณรังสรรค์ วิจิตรกาญจน์ เจ้าของร้านจำหน่ายลอตเตอรี่ ดังกล่าว ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “เราเป็นเจ้าแรกที่ทำโพลล์เลขเด็ดเลยครับ รวบรวมมาจากเลขเด็ดในท้องตลาดจริง ไม่ได้สร้างเลขลอยๆ ขึ้นมาเพื่อมาปั่นขาย ‘ใบเล็กเเม่จำเนียร’ ในอดีตมันจะเป็นใบเล็ก ๆ ซึ่งเราเริ่มทำมาตั้งแต่ ปี 2540 ถ้าเห็นแล้วก็จะรู้เลยว่าเลขเหล่านี้นิยมซื้อกันมากจริง ๆ”

คุณรังสรรค์ ยังช่วยสรุปให้เราฟังถึงที่มาและลักษณะของ เลขเด็ดเมืองไทย ที่พบได้บ่อยตลอด 20 กว่าปี ที่ได้รวบรวมสถิตินี้

1. อุบัติเหตุใหญ่: เช่น เครื่องบินตก หรือในกรณี 13 หมูป่า เลข 13 ก็เป็นเลขที่ดังในงวดนั้น

2. เลขทะเบียนรถคนดัง: เช่น เลขทะเบียนนายกรัฐมนตรี อย่างนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เลขทะเบียนรถออกแทบทุกคันเลย ทะเบียนรถ ‘ลุงตู่’ เวลาไปทำภารกิจ คนก็จะจับตาดูว่า เลขอะไร

3. พระสงฆ์: ในอดีตมีพระดังๆ ที่ให้เลขเเม่นๆ ก็มีหลวงพ่อนิเวศน์ที่ดังมาก ท่านให้หวยด้วยวิธีหยดน้ำมนต์ เพราะท่านบอกตรงๆ ไม่ได้ เลขท่านก็เเม่น เเล้วก็ไม่รู้เป็นไปได้ยังไง จำได้ประมาณ 8 งวดที่เข้าติด ๆ กัน ต่อมาทางกรมการศาสนาก็ขอให้ระงับ

4. อินฟลูเอนเซอร์: ยุคนี้มาใหม่เป็นของ อินฟลูเอนเซอร์ เช่น “แม่นุ๊ก” เทียบเคียงกับ “แม่น้ำหนึ่ง” จากนั้นก็มีคนทำตัวขึ้นมาเป็นเจ้าแม่ ก็แปลกดี แต่บางทีตัวท่านก็ขายเครื่องรางของขลัง วัตถุมงคล ควบคู่ไปด้วย

5. เลขวันเกิดคนดัง: เช่น ล่าสุดก็วันเกิดของ ‘บิ๊กป้อม’ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านเกิดปี พ.ศ. 2488

6. เลขวันสำคัญ: เช่น วันปิยมหาราช, วันปีใหม่, เลขปี พ.ศ. เก่า ใหม่, หรือ ค.ศ. เก่า – ใหม่

7. เลขมงคล: พอท่านเสด็จฯ ไปไหน เราก็จะไปตามดูว่า มีเลขอะไรเกี่ยวกับท่านบ้าง

“จากที่เก็บประวัติ สถิติมา ก็เป็นหลักการว่า คนหาเลขจากอะไรบ้าง ในอดีตอาจจะเป็นพระที่ให้เลข แต่มาหลังๆ ก็เนื่องจากมีอินเทอร์เน็ต คนดัง เน็ตไอดอลที่เป็นกระแส ก็สามารถให้เลขได้ด้วย ซึ่งไม่อยู่ถาวร โพลล์ก็ยังจะเป็นบันทึกของสังคมไทยได้ ดูได้ว่า คนจดจำเรื่องอะไรบ้าง ช่วงนั้น ๆ ของปีเคยเกิดเหตุการณ์ อะไรสำคัญ อย่างเช่นเลข 911 ก็วนกลับมาทุกปี [เลขจากเหตุการณ์วินาศกรรมที่สหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 11 เดือนกันยายน พ.ศ. 2544] หรืออย่าง ‘14 ตุลา’ คนก็จะเล่นเลข 14 มันก็คือเลขที่เป็นบันทึกประวัติศาสตร์เหมือนกัน” นายรังสรรค์ กล่าวทิ้งท้าย

นอกเหนือจากสถิติต่าง ๆ ของ “แม่จำเนียร” ยังมีข้อมูลตัวเลขและประวัติศาสตร์ความเป็นมาของหวย และเรื่องราวความเชื่อที่อยู่คู่สังคมมาช้านาน รอให้ทุกท่านได้มาพิสูจน์กัน ใครที่รักในการเสี่ยงโชคด้วยตัวเลข และยังไม่มีเลขเด็ดในใจ นิทรรศการ “หวยแหลก แตกประเด็นคนเล่นหวย” เปิดแล้วตั้งแต่วันนี้ – 27 กุมภาพันธ์ 2565 (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) ให้บริการทุกวันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ณ โถงชั้น 1 อาคารนิทรรศการมิวเซียมสยาม (MRT สนามไชย ทางออก 1) สอบถามข้อมูลและติดตามข่าวสารกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/museumsiamfan และ www.museumsiam.org หรือ โทร 02-225-2777

สมศักดิ์ศรีปีขาลมหามงคล “ห้างเซ็นทรัล” สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่เอาใจนักช้อป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674483

วันที่ 01 ก.พ. 2565 เวลา 08:08 น.สมศักดิ์ศรีปีขาลมหามงคล “ห้างเซ็นทรัล” สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่เอาใจนักช้อป

“ห้างเซ็นทรัล” ฉลองตรุษจีนปีขาลคึกคัก ครบรอบ 75 ปี จัดใหญ่ “Central The Roaring Chinese New Year 2022” ที่ห้างเซ็นทรัล @เซ็นทรัลเวิลด์ ส่งเสือคำรามพรสนั่น

“ห้างเซ็นทรัล” สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ฉลองปีใหม่จีนคึกคัก พร้อมขึ้นแท่นแลนด์มาร์กตรุษจีนสุดฮอตที่นักช้อป สายเฮง ต้องปักหมุดเช็คอิน! ซึ่งครั้งนี้ยังพิเศษกว่าทุกปีเพราะครบรอบ 75 ปีห้างเซ็นทรัลที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน โดยจัดพิธีเปิดงาน “Central The Roaring Chinese New Year 2022” ที่ ห้างเซ็นทรัล @ เซ็นทรัลเวิลด์ เนรมิตบรรยากาศตรุษจีนสุดอลังการ เพลิดเพลินด้วยกลิ่นอายจีนสไตล์ป็อปอาร์ตที่สะท้อนวัฒนธรรม Classical Chinese Culture อันเป็นเอกลักษณ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ปีเสือพลังน้ำ งานนี้เรียกเสียงกรี๊ดลั่น! กับไฮไลต์สุดตื่นตาตื่นใจกับโชว์ชุดพิเศษ The Roaring Chinese Tiger Dance Show คำรามพรสนั่น ฤกษ์ดีรับปีเสือ ที่มีเซอร์ไพรส์จากนักแสดง ศิลปินหนุ่มสุดฮอต มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ และเสริมความเฮงให้ปังขั้นสุด ด้วยโชว์ขบวนเสือ คำรามพร ให้ทุกคนรวยสนั่น มั่งคั่ง ตลอดทั้งปี!

นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยถึงการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ในเทศกาลตรุษจีน 2565 ว่า “ตรุษจีนที่ห้างเซ็นทรัลคือวิถีของคนไทยที่มีมาอย่างยาวนาน เราจัดแคมเปญฉลองตรุษจีนอย่างต่อเนื่อง จึงเข้าถึงและเข้าใจลูกค้าเป็นอย่างดีถึงความต้องการด้านการจับจ่าย ลูกค้ามองหาของมงคล สินค้าเสริมความมั่งคั่ง ร่ำรวยตลอดปี และตรุษจีนปีนี้ยังครบรอบ 75 ปีห้างเซ็นทรัล ที่อยู่เคียงข้างคนไทยและคนไทยเชื้อสายจีนมาอย่างยาวนาน เราจึงจัดแคมเปญ ‘Central The Roaring Chinese New Year 2022’ ชวนทุกท่านมาเที่ยว ช้อปรับพรปีเสือมหาเฮง เนรมิตตกแต่งห้างอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบป็อบอาร์ตสไตล์จีนวินเทจสุดสร้างสรรค์ สะท้อนเอกลักษณ์ที่แสดงถึงวิถีชีวิตที่งดงามของชาวไทยเชื้อสายจีน ส่งพลังความโชคดี โชคลาภ พร้อมเติมเต็มความสนุกทุกการช้อป ครีเอตกิจกรรมครบครัน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกสไตล์ ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์ ให้ทุกคนดื่มด่ำความสุขในเทศกาลตรุษจีนที่ห้างเซ็นทรัลได้อย่างเคยเหมือนในทุกๆปี”

บรรยากาศในงานเปิด “Central The Roaring Chinese New Year 2022” ที่จัดขึ้นบริเวณด้านหน้า ห้างเซ็นทรัล @เซ็นทรัลเวิลด์ เต็มไปด้วยความคึกคัก อบอวลไปด้วยความมงคล มีผู้บริหารห้างเซ็นทรัลร่วมมอบความสุข นำโดย โอลิวิเยร์ บรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มห้างสรรพสินค้า ในเครือเซ็นทรัล รีเทล, ตรีรนันท์ ลีฬหาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล และพันธมิตรผู้สนับสนุนในการจัดงาน อย่าง อธิศ รุจิรวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ร่วมด้วยเซเลบริตี้ร่วมงานมากมาย

เพลิดเพลินตื่นตาตื่นใจ! กับการตกแต่งห้างสุดอลังการ เสมือนกำลังเดินอยู่ในวัดจีนสุดวินเทจ ปูพรมสีแดงทั่วทั้งชั้น ประดับประดาด้วยเสาแดงทรงกลมสุดคลาสสิก เพิ่มดีเทล ความพิเศษที่ตัวเสาด้วยโดมแก้วที่ภายในบรรจุของฝากมงคล พร้อมจุดเช็คอินเสริมดวง บารมี โชคลาภ และกิจกรรมสุดเฮง อาทิ “Central Angpao Lucky Curtain” ม่านมงคล ที่ออกแบบลวดลายสดใส สวยงามตามซองอั่งเปา พร้อมคำอวยพรเสริมความปังในด้านต่างๆ คือ มั่งคั่ง สุขี โชคดี มีรัก จากนั้นดูดวงกันฟรีๆ รับตรุษจีนกับกิจกรรม “Chinese New Year Horoscope” และอื่นๆ อีกเพียบ

แล้วมาช้อปมันส์ ปังทั้งปี! กับ “Chinese Market” ที่มัดรวมไอเท็มเสริมปังมาไว้ที่นี่ โดยจะรายล้อมไปด้วยสินค้าและของฝากเทศกาลตรุษจีน ของมงคลต่างๆ ครบครัน ท่ามกลางบรรยากาศกลิ่นอายจีน ราวกับยก “ชุมชนตลาดน้อย” มาให้ทุกคนได้เที่ยวกันในห้างแบบฟินๆ ณ บริเวณลานกิจกรรมในห้างฯ

ฟินเต็มอิ่ม! กับไฮไลต์พิธีเปิดงาน “Central The Roaring Chinese New Year 2022” ฉลองตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ กับการแสดงชุดพิเศษ “The Roaring Chinese Tiger Dance Show” คำรามพรสนั่น ฤกษ์ดีรับปีเสือ ในรูปแบบโมเดิร์นแดนซ์ที่ทันสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายความคลาสสิกของวัฒนธรรมจีน พร้อมเซอไพรส์จาก “มิว ศุภศิษฏ์” ที่ได้แปลงโฉมในลุคใหม่เป็น “มาสเตอร์ออฟไทเกอร์” ปรากฏตัวออกลีลาวาดคำมงคลด้วยพู่กันจีนส่งต่อความโชคดีให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน ก่อนจะปิดท้ายความอลังการให้ทวีคูณความเฮง ด้วยโชว์ขบวนเสือ พร้อมก้าวสู่ปีเสืออย่างสมบูรณ์และมั่งคั่งตลอดทั้งปี

โดยงานในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุข และความปลอดภัยจากโควิด-19 พร้อมทั้งมอบความสุขให้กับลูกค้าอย่างทั่วถึง เพราะสามารถรับชมสดผ่านช่องทางออนไลน์ให้ได้ฟินเต็มอิ่ม กับ มิว-ศุภศิษฏ์ ทั้ง Facebook Livestreaming และ Youtube chanel : CentralDepartmentStore ไปพร้อมๆ กัน เหมือนชมโชว์อยู่ติดขอบเวทีกันเลยทีเดียว

ไฮไลต์ปีนี้ พบพลังเสือคำรามพรชุดใหญ่ ครบจบที่ ห้างเซ็นทรัล

· ดีไซน์โดดเด่นด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนสุดคลาสสิค ห้างเซ็นทรัลชิดลม ได้เนรมิตห้างในรูปแบบงานป็อปอาร์ตสไตล์จีนวินเทจสุดสร้างสรรค์ สะท้อนวัฒนธรรม Classical Chinese Culture นำเอกลักษณ์วิถีชีวิตของคนไทยเชื้อสายจีน โดยจำลองตลาดน้อย ชุมชนตลาดจีนที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งหลังคาทรงจั่ว เก้าอี้ร้านก๋วยเตี๋ยว ปี๊ป กรงนก และธูปขด ชูเสน่ห์การตกแต่งที่โดดเด่น เป็นที่ประทับใจต่อผู้พบเห็น

· หนุนนักคิดหน้าใหม่ปล่อยพลังบรรเจิด ครั้งแรก! ของห้างเซ็นทรัล กับการเปิดพื้นที่ให้ Talent Staff หรือพนักงานที่มีไอเดียสร้างสรรค์สามารถร่วมออกแบบงานศิลปะบนพื้นที่ห้างเซ็นทรัลได้อย่างอิสระ ไม่ซ้ำแบบใคร โดยให้พื้นที่บริเวณจุดยุทธศาตร์ใจกลางกรุงเทพ ณ ห้างเซ็นทรัลชิดลม บริเวณหัวมุมถนน ปล่อยไอเดียสุดเจ๋ง ได้อย่างเต็มที่ กับคอนเซ็ปต์เสือพลังน้ำ ที่กำลังเป็นแลนมาร์กยอดฮิตในเทศกาลตรุษจีน ซึ่งลูกค้าให้ความสนใจถ่ายภาพ พร้อมแชร์โมเม้นต์ความประทับใจกันเป็นอย่างมาก

· เสือกระโจนส่งพลังมงคลแก่นักช้อป ห้างเซ็นทรัล ดึงความแข็งแกร่งและความสง่างามของเสือนักษัตรมหาเฮงปีนี้ มาช่วยส่งต่อพลังเสริมมงคลให้ลูกค้าทั่วประเทศ พร้อมตกแต่งห้างแต่ละสาขาให้งดงามในสไตล์ที่แตกต่าง จัดเต็ม 5 สาขาหลัก ได้แก่ ชิดลม, เซ็นทรัลเวิลด์, ลาดพร้าว, ปิ่นเกล้า และบางนา

· ปีเสือต้องไว! พบไอเท็มสุดลิมิตเต็ด เก๋! จนอยากสะสม รีบจับจองคอลเลคชั่นสุดลิมิตเต็ด ที่ห้างเซ็นทรัล ร่วมกับ “Cuscus The Cuckoos” (คัสคัส เดอะ คุ๊กคูส์) หรือ กุ๊ก-ชนิดา วรพิทักษ์ ศิลปินนักวาดรุ่นใหม่ โด่งดังระดับเอเชีย มาร่วมสร้างสรรค์ของที่ระลึกเสริมมงคลดีไซน์สุดพิเศษ อาทิ ซองอั่งเปา กิ๊ฟท์การ์ด และสินค้าแลกซื้อ อย่าง กระเป๋าผ้า เสื้อ หมอน และผ้าห่ม ในลวดลายเสือ พร้อมสีสันสดใสเสริมความเป็นสิริมงคล

· อร่อยพร้อมเฮง พลาดไม่ได้กับมื้อพิเศษ ด้วยเมนูฉลองตรุษจีนแสนอร่อยมากมาย ณ ศูนย์อาหาร Lofter รวบรวมร้านอาหารไทยในตำนาน ตั้งแต่สตรีทฟู้ดชื่อดัง จนถึงภัตตาคารเก่าแก่ ที่ ชั้น 7 ห้างเซ็นทรัลชิดลม

– พบขบวนความเฮง แจกอั่งเปา วันที่ 27, 29, 30 ม.ค. และ 1 ก.พ. 65 รอบเวลา 12.30 และ 17.30 น.

– เพลิดเพลินกับการแสดงกู่เจิง วันที่ 27, 29, 30 ม.ค. และ 1 ก.พ. 65 รอบเวลา 12.00 – 14.00 น.

– อิ่มฟรี กับอั่งเปาออนไลน์ วันที่ 29 ม.ค. 65 – 1 ก.พ. 65 รับคูปองทานอาหารมูลค่า 80 บาท ผ่านทาง Facebook : Happy Lofter (จำกัด 50 สิทธิ์ต่อวัน)

และที่ Living House ลิ้มรสเมนูมงคลกับ Happy Chinese New Year ชั้น 4 ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว

– แจกอั่งเปาอิ่มฟรี วันที่ 29 – 30 ม.ค. 65 รับฟรี Living House Cash Coupon มูลค่า 50 บาท รอบเวลาแจก 12.00 / 14.00 / 16.00 / 18.00 น.

– แจกอั่งเปาออนไลน์ วันที่ 28 ม.ค. 65 – 6 ก.พ. 65 รับฟรี Living House Cash Coupon มูลค่า 80 บาท ที่ Facebook : Living House At Central จำกัด 50 สิทธิ์ต่อวัน

· ช้อปปิ้งอุ่นใจ ในสถาณการณ์เช่นนี้ ห้างเซ็นทรัล ยังคงให้ความสำคัญต่อการรักษาสุขอนามัยของลูกค้า พนักงาน และสถานที่ ภายใต้มาตรการ “Central Clean & Safe” ด้วยขั้นตอนการคัดกรองอย่างเคร่งครัด ทำความสะอาดอย่าง สม่ำเสมอทุกจุดสัมผัส เว้นระยะห่างสังคม เพื่อให้นักช้อปสามารถมาใช้บริการได้อย่างอุ่นใจ

· ใส่ใจสังคมและชุมชน เพราะไปได้ไกล ต้องไปด้วยกัน และในโอกาสนี้ ห้างเซ็นทรัล ยังให้ความสำคัญต่อการสนับสนุนภูมิปัญญาชาวบ้าน ส่งเสริมอาชีพแก่ชุมชน จากหลากหลายจังหวัด นำสินค้ายอดนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นมาจัดจำหน่าย พร้อมนำวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนไทยเชื้อสายจีนจากชุมชนต่างๆ มาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการตกแต่ง เพื่อสร้างบรรยากาศ festive สอดคล้องกับแนวคิดการทำธุรกิจของห้างเซ็นทรัล ที่มุ่งส่งเสริมการแบ่งปันโอกาสและกระจายรายได้สู่ชุมชน ผลักดันเศรษฐกิจระดับฐานรากของประเทศให้เติบโตไปด้วยกัน

ช้อปมันส์ตลอดแคมเปญ ‘Central The Roaring Chinese New Year 2022’ พร้อมโปรโมชั่นลดสูงสุดถึง 50% พร้อมด้วยส่วนลดและสิทธิพิเศษอื่นๆมากมาย ที่ ห้างเซ็นทรัล ทุกสาขา หรือช้อปผ่านช่องทางการช้อปของห้างฯ ทั้ง Central App ครบครันเสมือนยกห้างเซ็นทรัลมาไว้บนมือถือ โทรช้อปกับ Personal Shopper On demand ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวโทร 1425 คลิก http://www.central.co.th หรือช้อปผ่าน Central Chat & Shop บริการ Live Chat กับลูกค้าพร้อมช้อปสินค้าง่ายๆ ที่ไลน์ @centralofficial และ Central Call & Shop , Central Facebook Live และ Inbox ชมไลฟ์สินค้าแบรนด์ดังที่ www.facebook.com/CentralDepartmentStore หรือรับบริการ Central Drive Thru บริการรับสินค้าสำหรับลูกค้าที่สั่งสินค้าออนไลน์ และต้องการมารับสินค้าด้วยตัวเอง ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขาทั่วประเทศ

#CentralDepartmentStore #CentralTheRoaringChineseNewYear2022