ยอดขนส่งสินค้า ‘ทางรถไฟจีน-ลาว’ ทะลุ 4 ล้านตันแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684896

วันที่ 05 มิ.ย. 2565 เวลา 09:21 น.

ยอดขนส่งสินค้า ‘ทางรถไฟจีน-ลาว’ ทะลุ 4 ล้านตันแล้ว

บริษัท การรถไฟแห่งประเทศจีน จำกัด เปิดเผยว่าทางรถไฟจีน-ลาว ซึ่งดำเนินงานมานานครึ่งปีแล้ว ได้ขนส่งสินค้ามากกว่า 4 ล้านตัน เมื่อนับถึงวันพฤหัสบดี (2 มิ.ย.) ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่าปริมาณการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนบนทางรถไฟจีน-ลาว ระยะ 6 เดือน รวมอยู่ที่ 647,000 ตัน ส่วนปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารอยู่ที่กว่า 3.2 ล้านครั้ง

ภูมิภาคของจีน 21 แห่ง ได้กำหนดการเดินรถไฟข้ามพรมแดนเพื่อขนส่งสินค้าบนทางรถไฟจีน-ลาว ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2021 โดยสินค้าเหล่านั้น ได้แก่ ปุ๋ย สิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลไม้

ทั้งนี้ ทางรถไฟจีน-ลาว ความยาว 1,035 กิโลเมตร เชื่อมต่อนครคุนหมิงของจีน เข้ากับนครหลวงเวียงจันทน์ของลาว ภายใต้แผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI)

เนื้อหาข่าวและภาภด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

อินเตอร์โพลเตือนอาวุธที่ตะวันตกส่งให้ยูเครนอาจตกอยู่ในมืออาชญากร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684861

วันที่ 04 มิ.ย. 2565 เวลา 10:04 น.

อินเตอร์โพลเตือนอาวุธที่ตะวันตกส่งให้ยูเครนอาจตกอยู่ในมืออาชญากร

หัวหน้าอินเตอร์โพลสั่งประเทศสมาชิกติดตามอาวุธเพราะหลังสงครามยูเครน-รัสเซียสิ้นสุดมันอาจหลั่งไหลเข้าตลาดมืด

The Guardian รายงานว่า เยอร์เกน สต็อก หัวหน้าตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพลเตือนว่า บรรดาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ชาติตะวันตกส่งไปยังยูเครนหลังจากรัสเซียเปิดฉากรุกรานเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมาจะเข้าไปอยู่ในเศรษฐกิจใต้ดินทั่วโลกและตกไปอยู่ในมือของอาชญากร

สต็อกกล่าวว่า เมื่อความขัดแย้งจบลงแล้วปืนและอาวุธหนักจะหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดทั่วโลก และขอความร่วมมือประเทศสมาชิกอินเตอร์โพล โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่ส่งอาวุธไปให้ยูเครน ร่วมมือกันติดตามอาวุธเหล่านี้

“เมื่อเสียงปืนเงียบลง (ในยูเครน) อาวุธเถื่อนจะเริ่มเข้ามา เรารู้เรื่องนี้จากความขัดแย้งหลายแห่งที่เกิดขึ้น แม้แต่ตอนนี้ ที่เรากำลังพูดอยู่ เหล่าอาชญากรกำลังให้ความสนใจอาวุธพวกนี้” สต็อกกล่าว

“แก๊งอาชญากรพยายามฉวยโอกาสที่สถานการณ์วุ่นวายและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่หาได้ง่าย รวมทั้งอาวุธสำหรับกองทัพและอาวุธหนัก อาวุธเหล่านี้จะหาได้ในตลาดมืดและจะสร้างความท้าทาย ไม่มีประเทศหรือภูมิภาคใดสามารถรับมือกับมันได้เพียงลำพัง เพราะแก๊งอาชญากรเหล่านี้ปฏิบัติในการระดับโลก”

หัวหน้าอินเตอร์โพลเผยอีกว่า “เราอาจได้เห็นอาวุธหลั่งไหลเข้าสู่ยุโรปและประเทศอื่นๆ เราต้องตื่นตัวและต้องคาดการณ์ว่าอาวุธเหล่านี้จะถูกลำเลียงไปยังทวีปอื่นๆ ด้วย ไม่ใช่เฉพาะแต่ในประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น”

หัวหน้าอินเตอร์โพลเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกใช้ฐานข้อมูลของตัวเองช่วยติดตามแกะรอยอาวุธ “เรากำลังประสานงานกับประเทศสมาชิกเพื่อกระตุ้นให้ประเทศเหล่านั้นใช้อุปกรณ์เหล่านี้ อาชญากรให้ความสนใจกับอาวุธทุกชนิด โดยเฉพาะอาวุธที่สามารถถือได้อาจถูกนำมาใช้เพื่อก่ออาชญากรรม”

ทั้งนี้ พันธมิตรในตะวันตกของยูเครนพากันส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ล้ำสมัยไปให้ยูเครนนับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนเมื่อเดือน ก.พ. และเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐประกาศว่า สหรัฐจะส่งระบบขีปนาวุธล้ำสมัยและเครื่องกระสุนไปให้ยูเครน

หลังจากสหรัฐถอนตัวออกจากอัฟกานิสถานเมื่อปี 2021 หลังจากทำสงครามมากว่า 20 ปี อุปกรณ์ทางการทหารที่ทันสมัยจำนวนมากถูกทิ้งไว้ที่นั่นและตกไปอยู่ในมือกลุ่มตอลีบัน

REUTERS/Gleb Garanich/File Photo

ทหารเรือสหรัฐกว่า 200 คนเคยเห็นยูเอฟโอบินโฉบเหนือเรือรบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684864

วันที่ 04 มิ.ย. 2565 เวลา 11:05 น.

ทหารเรือสหรัฐกว่า 200 คนเคยเห็นยูเอฟโอบินโฉบเหนือเรือรบ

ยูเอฟโอบินโฉบเหนือเรือรบสหรัฐ “รวดเร็วชนิดที่ไม่มีอากาศยานไหนทำได้”

The Sun รายงานว่า แพทริก โกคีย์ อดีตทหารเรือสหรัฐเผยถึงเหตุการณ์ระทึกเมื่อปี 2004 ว่าเขาเป็นหนึ่งในทหารเรือราว 200 คนบนเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส โรนัลด์ เรแกน ที่ได้เห็นวัตถุปริศนาที่คาดว่าเป็นยูเอฟโอบนโฉบเฉี่ยวเหนือเรือบรรทุกเครื่องบินลำดังกล่าว

โกคีย์อ้างกับ The Sun ว่า เขาเห็นยูเอฟโอที่มีลักษณะเป็นลูกไฟทรงกลมขนาด 40 ฟุตถึง 2 ครั้งในคืนเดียวกัน โดยครั้งแรกเขาอยู่บนกราบขวาของเรือหันหน้าไปทางสะพานเรือ วัตถุปริศนาดังกล่าวบินอยู่เหนือดาดฟ้าขึ้นลงของเครื่องบินที่ความสูง 200 ฟุต เป็นเวลา 30 วินาที และเห็นอีกครั้งหนึ่งในอีกราว 1 ชั่วโมงต่อมาที่วัตถุปริศนาบินโฉบอยู่ท้ายเรือ

โกคีย์บอกกับ The Sun ว่า วัตถุปริศนาที่เขาเห็นเคลื่อนไหวด้วยความเร็วชนิดที่ไม่มีอากาศยานชนิดไหนสามารถทำได้ โดยบินในรูปแบบครึ่งวงกลม 3 วงก่อนจะพุ่งออกไป และวัตถุดังกล่าวมีลักษณะคล้ายลูกบอลสีส้ม มีขอบเป็นลอนคลื่น แต่บางทีก็ดูเหมือนเป็นพลาสมา

นอกจากนี้ยังมีทหารเรืออีกรายหนึ่งที่ยืนยันว่าวัตถุปริศนาดังกล่าวเคลื่อนที่ในลักษณะครึ่งวงกลมก่อนจะหายไป โดยสะพานเรือได้ใช้เรดาร์ติดตามวัตถุดังกล่าว

ทหารเรือหญิงรายนี้บอกว่าวัตถุที่เธอเห็นมีลักษณะเป็นทรงกลมสีส้มลอยอยู่เหนือดาดฟ้าขึ้นลงของเครื่องบินด้วยความเร็วระดับเดียวกับเรือซึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วราว 22 น็อต หรือราว 40.74 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Photo by Handout / DoD / AFP

Made to Measure Magic สุดยอดนิทรรศการที่สะท้อนตัวตนและความพิถีพิถัน ผ่าน Art Installation จำลองห้องเสื้อ POEM

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/684802

วันที่ 03 มิ.ย. 2565 เวลา 10:30 น.

Made to Measure Magic สุดยอดนิทรรศการที่สะท้อนตัวตนและความพิถีพิถัน ผ่าน Art Installation จำลองห้องเสื้อ POEM

เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) จับมือกับแบรนด์โพเอม (POEM) เนรมิตสุดยอดนิทรรศการ “Made to Measure Magic” ที่สะท้อนตัวตนและความพิถีพิถัน ผ่าน Art Installation จำลองห้องเสื้อโพเอมที่งดงามราวกับเวทย์มนต์ ชวนให้ทุกคนมาสัมผัส

Made to Measure Magic สุดยอดนิทรรศการที่สะท้อนตัวตนและความพิถีพิถัน ผ่าน Art Installation จำลองห้องเสื้อ POEM

เติมเต็มทุกความสุขแห่งการช้อปปิ้งแบบเหนือระดับไปกับ เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) ที่สุดแห่งไลฟ์สไตล์เออร์บันวิลเลจแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ล่าสุดจัดงานแสดงศิลปะอาร์ท อินสตอลเลชัน ต้อนรับเหล่าแฟชั่นนิสต้าผู้มาเยือนให้ได้ล่องลอยไปในบรรยากาศของห้องตัดเสื้อชวนฝัน ที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยแบรนด์เสื้อผ้าสตรีหรูชื่อดังอย่างแบรนด์ “โพเอม” (POEM) แบรนด์เสื้อผ้าและห้องเสื้อที่ได้รับการยอมรับในผลงานตัดเย็บแบบเฉพาะตัวด้วยฝีมืออันประณีตและคุณภาพสูง โดยสามารถเข้าชมได้แล้วตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 31 ตุลาคม 2565

Made to Measure Magic สุดยอดนิทรรศการที่สะท้อนตัวตนและความพิถีพิถัน ผ่าน Art Installation จำลองห้องเสื้อ POEM

จิรัสย์ วัฒนภัทรเศรษฐ์ รองกรรมการบริหารเกษรวิลเลจ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของงานนี้ ว่า “เกษรวิลเลจในฐานะของอาร์ตคิวเรเตอร์ ผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะในรูปแบบของรีเทล เธียร์เตอร์ (Retail Theatre) ที่เป็นการนำเสนอประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่าด้วยการสร้างความเชื่อมโยงของทุกจุดสัมผัสให้เป็นเรื่องราวเดียวกันภายในเกษรวิลเลจ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Unique & one-of-a-kind experiences และแนวคิดของการเป็นเพลส เมกกิ้ง (Placemaking) พร้อมสร้างประสบการณ์ที่สนุกและแตกต่างในรูปแบบการผสมผสานของศิลปะและวัฒนธรรม โดยร่วมมือกับศิลปิน ดีไซเนอร์ชื่อดังของไทยหรือระดับอินเตอร์เนชั่นแนล โดยการเนรมิตร เกษร เอเทรี่ยม ให้เป็นเวอร์ติคอล แกลอรี่ (Vertical Gallery) ที่ใช้จัดแสดงผลงานมาสเตอร์พีซของศิลปินและดีไซเนอร์มากมายอย่าง บิยาน (Biyan) และ คลับ21 ประเทศไทย (Club21 Thailand), จิรายุ คูอมรพัฒนะ, ปัณพัท เตชเมธากุล, นวลตอง ประสานทอง, กิตติพงษ์ คำสาตร์, จอยซ์ คัตตี้ (Joyce Kutty) เป็นต้น และล่าสุดนี้ก็เป็นการร่วมมือกับโพเอมแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง เนรมิตรโถงเกษร เอเทรี่ยม ให้เป็นที่จัดแสดงอาร์ท อินสตอลเลชัน นำเสนอผลงานศิลปะที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากอุปกรณ์ตัดเย็บเสื้อผ้า ให้เหล่าผู้มาเยือนได้สัมผัสบรรยากาศของห้องเสื้อขนาดยักษ์ พร้อมได้เติมเต็มความสุขแห่งการช้อปปิ้งอย่างเหนือระดับ”

Made to Measure Magic สุดยอดนิทรรศการที่สะท้อนตัวตนและความพิถีพิถัน ผ่าน Art Installation จำลองห้องเสื้อ POEM
Made to Measure Magic สุดยอดนิทรรศการที่สะท้อนตัวตนและความพิถีพิถัน ผ่าน Art Installation จำลองห้องเสื้อ POEM

โดยผลงานอาร์ท อินสตอลเลชันครั้งนี้ แบรนด์โพเอม (POEM) ได้ถ่ายทอดแรงบันดาลใจของความสวยงามและความตั้งใจในการออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในชื่อว่า “เมด ทู เมเชอร์ เมจิก” (Made to Measure Magic) เป็นการบอกเล่าความแม่นยำและความพิถีพิถันในการตัดเย็บเสื้อผ้าที่ทางแบรนด์จะออกแบบตัดเย็บให้ตามความโดดเด่นเฉพาะบุคคล จึงได้หยิบยกเอาสายวัดตัวแบบ 2 สี ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่มีความเป็นมาตรฐานและได้รับการยอมรับจากช่างตัดเย็บทั่วโลกว่าเป็นสายวัดตัวที่มีความเที่ยงตรงที่สุด สื่อความหมายถึงความประณีตและความละเอียดในการตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยอุปกรณ์อันแม่นยำ ซึ่งถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ แต่สำคัญที่สุดในการทำงานที่ขาดไม่ได้ ต้องมีติดตัวไว้ระหว่างที่ต้องรังสรรค์ออกแบบตัดเย็บ เกิดเป็นผลงานศิลปะอันชวนฝัน ที่จะทำให้ผู้มาเยือนได้รู้สึกราวกับว่าได้ก้าวเข้าไปในห้องเสื้อขนาดยักษ์ สร้างความหลงใหลต้องมนต์ราวกับได้อยู่ท่ามกลางผืนผ้าชิ้นใหญ่ที่กำลังจะถูกตัดเย็บเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นเสื้อผ้าสวมใส่อันงดงาม

ผลงานอาร์ท อินสตอลเลชัน ชิ้นนี้จะมีสายวัดเป็นตัวนำเส้นทางงานศิลปะตั้งแต่บริเวณเกษร วอล์ค สะพานทางเชื่อมบีทีเอส สกายวอล์คที่ทอดยาว 20 เมตร ผ่านเข้าไปด้านในศูนย์การค้าเกษรวิเลจที่บริเวณโถงเอเทรี่ยมขนาดใหญ่กับความสูง 25 เมตร ยาวไปจนถึงบริเวณโคคูน (Cocoon) จุดเชื่อมระหว่างตึกเกษรเซ็นเตอร์และตึกเกษรทาวเวอร์, ขอบระเบียง ตลอดจนบันไดวนที่เลื้อยยาวและสูงขึ้นไปถึงอาร์ติซาน เลน (Artisan Lane) บริเวณชั้น 3 ของศูนย์การค้าฯ

Made to Measure Magic สุดยอดนิทรรศการที่สะท้อนตัวตนและความพิถีพิถัน ผ่าน Art Installation จำลองห้องเสื้อ POEM

ด้าน ชวนล ไคสิริ ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์โพเอม (POEM) กล่าวถึงแนวคิดและแรงบันดาลใจในผลงานประติมากรรมชิ้นนี้ว่า “แน่นอนว่าอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่สุดที่ใช้ในการทำงานของช่างเสื้อที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือสายวัดตัวสองสี ที่ต้องมีติดตัวไว้ระหว่างที่ต้องรังสรรค์ออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้า เราจึงได้หยิบอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ที่มีความสำคัญชิ้นนี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ โดยนำเอาสายวัดตัวมาขยายขนาดให้เป็นประติมากรรมขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ใจกลางพื้นที่บริเวณเกษรวิลเลจ พร้อมทั้งจัดองค์ประกอบรายล้อมด้วยโคมไฟผ้าตาข่ายสีขาวกึ่งโปร่งแสง เมื่อสะท้อนกับแสงไฟจะเกิดแสงและเงาช่วยสร้างมิติที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น เปรียบได้กับการเดินทางของเสื้อผ้าที่กว่าจะออกมาเป็นชุดสวยๆ สักชุด ก็ต้องผ่านการใช้ความคิดในการออกแบบ ต้องเลือกสรรเนื้อผ้า วัดขนาดให้พอดีตัว และตัดเย็บอย่างประณีต ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการรังสรรค์ชุดในฝันของสาวๆที่อยากให้เหล่าคนรักแฟชั่นได้มาสัมผัส”

Made to Measure Magic สุดยอดนิทรรศการที่สะท้อนตัวตนและความพิถีพิถัน ผ่าน Art Installation จำลองห้องเสื้อ POEM
Made to Measure Magic สุดยอดนิทรรศการที่สะท้อนตัวตนและความพิถีพิถัน ผ่าน Art Installation จำลองห้องเสื้อ POEM
Made to Measure Magic สุดยอดนิทรรศการที่สะท้อนตัวตนและความพิถีพิถัน ผ่าน Art Installation จำลองห้องเสื้อ POEM
Made to Measure Magic สุดยอดนิทรรศการที่สะท้อนตัวตนและความพิถีพิถัน ผ่าน Art Installation จำลองห้องเสื้อ POEM

ร่วมสัมผัสบรรยากาศห้องเสื้อชวนฝันผลงานอาร์ท อินสตอลเลชัน สุดพิเศษจากความร่วมมือระหว่างเกษรวิลเลจและแบรนด์  โพเอ็ม (POEM) ได้แล้ววันนี้ที่ เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village)

Louis Vuitton Fall Winter 2022 Men’s Spin-off Show

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/684800

วันที่ 02 มิ.ย. 2565 เวลา 19:36 น.

Louis Vuitton Fall Winter 2022 Men’s Spin-off Show

ครั้งแรกในกรุงเทพฯ หลุยส์ วิตตอง จัดแฟชั่นโชว์ Spin-Off คอลเลกชั่นสุภาพบุรุษ ฤดูใบไม้ร่วง – ฤดูหนาว 2022 ศิลปินดาราชั้นนำร่วมงานคับคั่ง เพื่อยกย่องผลงานสุดท้ายของ เวอร์จิล อาโบลห์

Louis Vuitton Fall Winter 2022 Men’s Spin-off Show

ยิ่งใหญ่สมเป็นแฟชั่นโชว์ของ หลุยส์ วิตตอง ที่บินลัดฟ้าจากมหานครปารีส ประเทศฝรั่งเศส สู่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในงาน Louis Vuitton Fall Winter 2022 Men’s Spin-off Show เพื่อบอกเล่าเรื่องราวแรงบันดาลใจของ เวอร์จิล อาโบลห์ (Virgil Abloh) ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ แผนกบุรุษ (Men’s Artistic Director) ของหลุยส์ วิตตอง แฟชั่นโชว์ครั้งนี้มีชื่อว่า ‘8.2’ สะท้อนถึงฤดูกาลที่ 8 ของ เวอร์จิล อาโบลห์ โดยกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายแห่งที่ 2 ที่นำเสนอเรื่องราวคอลเลกชั่นเครื่องแต่งกายสุภาพบุรุษ ฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2022 หลังจากที่จัดแสดงโชว์ครั้งแรกไปที่ปารีสแฟชั่นวีคตอนต้นเดือนมกราคม 2565 ด้วยแนวคิด ‘Louis Dreamhouse2’ ที่เป็นดั่งภาพฝัน

Louis Vuitton Fall Winter 2022 Men’s Spin-off Show
Louis Vuitton Fall Winter 2022 Men’s Spin-off Show
Louis Vuitton Fall Winter 2022 Men’s Spin-off Show
Louis Vuitton Fall Winter 2022 Men’s Spin-off Show

ซึ่งเวอร์จิล อาโบลห์ ต่อยอดคอนเซปต์ Boyhood Ideology กับการมองโลกผ่านมุมมองสายตาของเด็กที่ไร้อคติ และอยากเห็นบริบทเสื้อผ้าที่ไม่ได้ถูกผูกติดกับกฎเกณฑ์เดิม ๆ ของสังคม จึงได้มีการคิดใหม่ สร้างใหม่ และตีความขึ้นมาใหม่เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ ซึ่งถูกเนรมิตขึ้น ณ The Pinnacle ชั้น 8 ของ ICONSIAM

Louis Vuitton Fall Winter 2022 Men’s Spin-off Show
Louis Vuitton Fall Winter 2022 Men’s Spin-off Show
Louis Vuitton Fall Winter 2022 Men’s Spin-off Show

ในงานยังถือเป็นการรวมตัวแฟชั่นไอคอนของวงการที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโชว์ครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งปีนี้นับเป็นครั้งแรกของการจัดแฟชั่นโชว์ Spin-Off คอลเลคชั่นสุภาพบุรุษในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะในช่วงสองปีที่ผ่านมา หลุยส์ วิตตอง ได้จัดแฟชั่นโชว์ Spin-Off ในเมืองสำคัญ เพื่อเป็นการนำเสนอสู่ผู้ชมทั่วโลกกับการนำโชว์ไปแสดงในสถานที่ใหม่ โดยแฟชั่นโชว์ Spin-Off ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ หลุยส์ วิตตอง และเป็นรูปแบบการจัดโชว์ที่ทางแบรนด์ให้ความสำคัญยิ่งขึ้นในทุกปี จึงมีเหล่าศิลปินดาราชั้นแนวหน้าของไทยตบเท้ากันมาร่วมงานนี้อย่างคับคั่ง อาทิ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, มาริโอ้ เมาเร่อ, สกาย-วงศ์รวี นทีธร, พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร, ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต, โต้ง-พิทวัส พฤกษกิจ, วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร, นานิ-หิรัญกฤษฎิ์ ช่างคำ, ดิว-จิรวรรตน์ สุทธิวณิชศักดิ์, แจ๊คกี้-จักริน กังวานเกียรติชัย, ปอร์เช่-ศิวกร อดุลสุทธิกุล, เติร์ด-ลภัส งามเชวง, เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน, เจ้าขุน-จักรภัทร วรรธนะสิน, เจ้าสมุทร-จักร วรรธนะสิน, บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, พีช-พชร จิราธิวัฒน์, ป๊อก-ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์, เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม ร่วมด้วยนักแสดงหญิงชั้นนำของเมืองไทย นำโดย ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต, เฟย์-พรปวีณ์ นีระสิงห์, ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง และ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ในฐานะ Friend of Louis Vuitton ก็ไม่พลาดมาร่วมชมแฟชั่นโชว์ นอกจากนี้ยังมีแขกพิเศษ Park Bo gum (พัคโบกอม) ซูเปอร์สตาร์ชื่อดังชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย ซึ่งนับเป็นการเดินทางมาร่วมงานที่ต่างประเทศเป็นงานแรกหลังปลดประจำการจากกรมทหาร

ภายในโชว์ครั้งนี้นำเสนอแรงบันดาลใจและเรื่องราวที่ผ่านมาทั้ง 8 ฤดูกาลของ เวอร์จิล อาโบลห์ ตั้งแต่ปี 2561 ถึง 2565 โดยมีการถ่ายทอดลุคใหม่ทั้งหมด 9 ลุคซึ่งนำมาจัดแสดงในโชว์นี้เป็นครั้งแรก นอกเหนือจากคอลเลกชั่นเดิม บ้าน Dreamhouse หลังเดิมได้ถูกนำมาถ่ายทอดสู่ดีไซน์แบบ Upside Down ภายใต้การควบคุมของทีมงานในประเทศไทยอย่างเคร่งครัด จนออกมาเป็นภาพเดียวกับที่ทีมปารีสตั้งใจจะถ่ายออกมาสู่สายตาทุกคนทั่วโลก ส่วนนายแบบมีการทำคาสติ้ง ออนไลน์เพื่อคัดเลือกแต่ละคนที่เหมาะที่สุดกับการสวมใส่แต่ละลุค ซึ่งยังคงเน้นคอนเซ็ปต์ของเวอร์จิล ที่ต้องการความหลากหลายหรือ Diversity จึงได้นายแบบถึง 76 คน จากหลากหลายเชื้อชาติมาร่วมเดินในโชว์ในครั้งนี้ด้วย

#LouisVuitton

#LVMenFW22

Pride Month : Pride Colors สีสันที่สะท้อนความหลากหลายทางเพศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/684801

วันที่ 03 มิ.ย. 2565 เวลา 09:30 น.

 Pride Month : Pride Colors สีสันที่สะท้อนความหลากหลายทางเพศ

เป็นตัวเองให้สุดปัง! ชี้จุดเช็คอินสุดฮิตใน Pride Month เดือนที่บอกว่าเราทุกคนล้วนเท่าเทียม กับ ‘Samyan Mitr Pride 100% Love เพราะความรักมีหลากหลาย’ ให้ ‘สีรุ้ง’ เฉิดฉายกับ Pride Month เดือนแห่งความภาคภูมิใจของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ที่จะได้ออกมาแต้มสีรุ้งให้สดใส และสร้างพลังบวกให้ล้นไปทั่วเมือง

 Pride Month : Pride Colors สีสันที่สะท้อนความหลากหลายทางเพศ

        เพราะเชื่อในความรักที่หลากหลาย และร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจไปพร้อมกับเพื่อนๆ LGBTQ+ สามย่านมิตรทาวน์ ศูนย์การค้าขวัญใจชาวเราทุกเพศทุกวัย ก็ได้แสดงจุดยืนในการเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่สนับสนุนความภาคภูมิใจกับผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลก กับแคมเปญ ‘Samyan Mitr Pride 100% Love เพราะความรักมีหลากหลาย’ นำ 6 เฉดสีของสีรุ้ง หรือ Pride Colors สีสันที่สะท้อนความหลากหลายทางเพศ มาปล่อยพลังความสดใสไปทั่วทั้งศูนย์ฯ ให้คนทุกเพศทุกวัยได้มาเช็คอินและเฉลิมฉลองไปด้วยกัน ตั้งแต่ 1 – 30 มิถุนายนนี้

        เบื้องหลังการเกิดขึ้นของพื้นที่สีรุ้งในสามย่านมิตรทาวน์นี้ คือการจับมือกันของพันธมิตรอย่างสามย่านมิตรทาวน์ สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้นำสีทาบ้านอย่างทีโอเอ ช่วยกันสร้างสรรค์แลนด์มาร์กแห่งความภูมิใจแบบจัดเต็มยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เพื่อให้ชาว LGBTQ+ ในประเทศไทย ได้มาเช็คอินแบบ Pride Life เป็นตัวเองให้สุดปังตลอด 24 ชั่วโมง

        นอกจาก 6 เฉดของสีรุ้งที่เป็นตัวแทนอันเป็นสากลของชาว LGBTQ+ แล้ว สามย่านมิตรทาวน์ยังมีอีก 6 จุดเช็คอินให้ไปโพสอย่างมั่นใจ เพื่อประกาศว่า นี่คือเดือนของพวกเรา!

 Pride Month : Pride Colors สีสันที่สะท้อนความหลากหลายทางเพศ

•        Pride Crosswalk ครั้งแรก!!!กับการร่วมมือกับพันธมิตร สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) และ TOA ทีโอเอ ผู้นำนวัตกรรมสีที่ครองตลาดเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกันสร้างสรรค์ทางม้าลายสีรุ้งแห่งแรกในประเทศไทย เพราะเราเชื่อว่าทุกย่างก้าว ล้วนสะท้อนความเป็นตัวคุณ จงก้าวเดินอย่างภาคภูมิใจ พร้อมก้าวข้ามความแตกต่าง เพื่อยอมรับซึ่งกันและกัน บริเวณซอยจุฬา 42 ระหว่างศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ และคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 Pride Month : Pride Colors สีสันที่สะท้อนความหลากหลายทางเพศ

•       Pride Infinity สะท้อนความเป็นตัวตนแบบไร้ขีดจำกัด บนทางเดินสุดล้ำพื้นที่ที่ยอมรับความเป็นตัวตนของทุกคนแบบไม่มีเงื่อนไขด้วย LED Infinity Mirror สีรุ้ง และทางเดินสีรุ้งที่ทอดยาวตลอดอุโมงค์เชื่อมมิตร

 Pride Month : Pride Colors สีสันที่สะท้อนความหลากหลายทางเพศ

•       Pride Celebrate พบกับบรรยากาศการต้อนรับ ที่โอบล้อมด้วยพลังบวกแห่งสีสันและความสุข จากลูกโป่งทั้ง 6 เฉดสีของธงสีรุ้ง กว่า 4,000 ลูก เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนให้คุณได้แสดงออกถึงความภาคภูมิใจในสิ่งที่ตัวคุณเป็นและสัญลักษณ์ของความหลากหลายทางเพศ บริเวณทางเข้าศูนย์การค้าฯ ชั้น B1 ได้แก่ Red for Life, Orange for Healing, Yellow for Sunlight, Green for Nature, indigo for harmony, Violet for Spirit 

 Pride Month : Pride Colors สีสันที่สะท้อนความหลากหลายทางเพศ

•       Pride Walkway เพิ่มดีกรีสีสันแห่งสายรุ้งแบบเต็มพิกัดทั้งกลางวันและกลางคืน กับการกลับมาอีกครั้งของทางเดินสีรุ้งสุดชิค Color Inspired by TOA ถึงเวลาแล้วที่ชาวมิตรต้องออกมาเดินอย่างภาคภูมิใจในตัวตน รวมทั้งเปลี่ยนโลโก้เป็นสีรุ้งเฉลิมฉลอง Pride Month และแต้มสีสันยามค่ำคืนให้เต็มเปี่ยมด้วยความรักที่หลากหลายและความหวังยามค่ำคืนกับ Pride Night Lights ผ่าน Façade สีรุ้ง บริเวณลานหน้าศูนย์การค้าฯ ชั้น G

เสริมทัพด้วยมวลแห่งความสุขกับจุดตกแต่งในโซน 24 ชั่วโมง ด้วยการแต่งแต้มสีสันแห่งธงสีรุ้งทั้ง 6 สี รวมถึงจุดเรียกโฟกัสอย่าง Pride Hanging โดดเด่นด้วยสีสันแห่งความภาคภูมิใจ ที่ ณ บริเวณโถงศูนย์การค้า ชั้น G

 Pride Month : Pride Colors สีสันที่สะท้อนความหลากหลายทางเพศ

นอกจากจุดเช็คอินทั้ง 6 ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเดือนพิเศษนี้ ร้านค้าภายในศูนย์ฯ ยังขอผนึกกำลังฉลองด้วยเรื่องราวและสินค้าคอลเล็กชั่น Pride อีกมากมายตลอดเดือน เสริมทัพด้วย Social Campaign #เพราะความรักมีหลากหลาย ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2565 กับกติกาง่ายๆ เพียงชาวมิตรถ่ายรูปคู่กับจุดเช็คอินภายในศูนย์การค้าฯ ก็รับฟรีของสมนาคุณคอลเล็กชั่น Pride Month สุดพิเศษได้เลย ต้องกระซิบว่าอย่าช้า เพราะของสมนาคุณมีอยู่จำนวนจำกัด

        ก่อนถึงสิ้นเดือนแห่งความภาคภูมิใจนี้ เปิดปฏิทินปักหมุดวันแล้วมาปลดปล่อยความเป็นตัวเองให้เต็มที่ ที่สามย่านมิตรทาวน์ เมืองแห่งมิตรและเพื่อนคนเดิมที่เราคุ้นเคย

อรรถรสเมนูใหม่ Thai Twist ความอร่อยแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ของอาหารไทยที่ผสานสไตล์โตเกียวคาเฟ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/684516

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 10:08 น.

อรรถรสเมนูใหม่ Thai Twist ความอร่อยแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ของอาหารไทยที่ผสานสไตล์โตเกียวคาเฟ่

On The Table ปล่อย 3 เมนูใหม่ THAI TWIST นำเสนอความอร่อยแบบปฏิเสธไม่ได้ของเมนูอาหารไทยในสไตล์โตเกียวคาเฟ่ พร้อมรับสิทธิ์ซื้อเครื่องดื่ม 4 เมนู ในราคาเพียง 99 บาท

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

อรรถรสเมนูใหม่ Thai Twist ความอร่อยแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ของอาหารไทยที่ผสานสไตล์โตเกียวคาเฟ่

รีวิวนี้โพสต์ทูเดย์พามาที่ On The Table (ออน เดอะ เทเบิ้ล) ร้านอาหารสไตล์โตเกียวคาเฟ่แสนอบอุ่น ที่นำเสนออาหารแนวโฮมเมดแบบญี่ปุ่นและตะวันตกที่สอดผสานเข้าด้วยกันอย่างพอเหมาะ ซึ่งครั้งนี้พรีเซ้นต์ 3 เมนูใหม่ฟิวชั่นสไตล์ไทย Thai Twist เลือกหยิบเมนูไทยๆ มาครีเอทใหม่ในสไตล์ On The Table เพื่อจัดเสิร์ฟความสุขให้ทุกมื้อบนโต๊ะอาหารของคุณ Feel Good ยิ่งขึ้น  

อรรถรสเมนูใหม่ Thai Twist ความอร่อยแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ของอาหารไทยที่ผสานสไตล์โตเกียวคาเฟ่
อรรถรสเมนูใหม่ Thai Twist ความอร่อยแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ของอาหารไทยที่ผสานสไตล์โตเกียวคาเฟ่

เริ่มด้วยเมนู พิซซ่าไก่ย่างแจ่ว (Grilled Chicken Jaew Pizza) ถาดใหญ่ 260 บาท ลิ้มรสไก่ย่างแจ่วแบบไทยๆ บนพิซซ่าแป้งบางกรอบสไตล์อิตาเลียน Signature ของ On the Table กรุ่น หอมกลิ่นไก่ย่าง และรสชาติถึงเครื่องแจ่ว เผ็ดร้อนกำลังดี

อรรถรสเมนูใหม่ Thai Twist ความอร่อยแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ของอาหารไทยที่ผสานสไตล์โตเกียวคาเฟ่
อรรถรสเมนูใหม่ Thai Twist ความอร่อยแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ของอาหารไทยที่ผสานสไตล์โตเกียวคาเฟ่

ต่อที่เมนู อุด้งผัดไทยซีฟู้ด (Pad Thai Seafood Udon) ราคา 320 บาท ผัดไทยรูปแบบใหม่ที่ดึงเสน่ห์ความอร่อยเข้มข้นของรสชาติผัดไทยตามแบบฉบับไทยแท้ มาผสมผสานกับเส้นอุด้งแสนนุ่มของญี่ปุ่น ถึงเครื่องทั้งรสชาติและสัมผัส พร้อมกองทัพอาหารทะเลแบบเต็มอิ่ม

อรรถรสเมนูใหม่ Thai Twist ความอร่อยแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ของอาหารไทยที่ผสานสไตล์โตเกียวคาเฟ่
อรรถรสเมนูใหม่ Thai Twist ความอร่อยแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ของอาหารไทยที่ผสานสไตล์โตเกียวคาเฟ่

อีกเมนูว้าวยกให้เมนู ข้าวคริสปี้เบคอนพริกกระเทียมไข่ข้น (Chili & Garlic Crispy Bacon Omu Rice) ราคา 195 บาท ข้าวไข่ข้นต้นฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ ท็อปด้วยเบคอนกรอบๆ ผัดพริกกระเทียมหอมๆ แบบถึงรสถึงเครื่อง ไข่ข้นนุ่มละมุนกับเบคอนผัดพริกกระเทียมกรอบๆ ทานแล้วต้องร้องว้าว

อรรถรสเมนูใหม่ Thai Twist ความอร่อยแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ของอาหารไทยที่ผสานสไตล์โตเกียวคาเฟ่

พิเศษสำหรับคนที่สั่งเมนู Thai Twist เมนูใดก็ได้ ทางร้านมีโปรโมชั่นเครื่องดื่ม Summer boost Coffee กาแฟ Arabika 100% ในราคาพิเศษเพียง 99 บาท ให้เลือกฟินต่อถึง 4 เมนู ไม่ว่าจะเป็นเมนู ชาไทยหางกาแฟ (Iced Coffee Tea) ราคาปกติ 105 บาท ให้สัมผัสความอร่อยจุใจแบบ x2 ทั้งชาไทยรสเข้มและกาแฟหอมๆ กับฟองนมนุ่มๆ ให้รสชาติที่คุณไม่อยากลืม อเมริกาโน่ยูสุเย็น (Iced Yuzu Americano) ราคาปกติ 115 บาท อเมริกาโน่เข้มข้น ผสมกับส้มยุสุเปรี้ยวอมหวานกลิ่นหอมแบบมีเอกลักษณ์ แก้วนี้ให้ทั้งความสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าในเวลาเดียวกัน

อรรถรสเมนูใหม่ Thai Twist ความอร่อยแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ของอาหารไทยที่ผสานสไตล์โตเกียวคาเฟ่

หรือจะเป็น อเมริกาโน่ลิ้นจี่เย็น (Iced Lychee Americano) ราคาปกติ 115 บาท ลิ้นจี่อเมริกาโน่ที่คุณจะต้องกลับมาลองอีกครั้งรสชาติหอมหวาน ได้กลิ่นลิ้นจี่ชัดเจน เสิร์ฟพร้อมลิ้นจี่ลูกโต ดื่มแล้วสดชื่นไม่แพ้ใคร และ สตรอเบอร์รี่คอฟโซดา (Strawberry Coff Soda) ราคาปกติ 115 บาท กาแฟแบบใหม่แบบสับที่ต้องลอง ความหอมความของสตรอเบอร์รี่และความเข้มข้นของกาแฟ เติมเต็มความสดชื่นของวันด้วยโซดาซ่าๆ แบบลงตัวสุดๆ

ตามมาลิ้มลองความอร่อยใหม่แบบ Thai Twist ชิมรสชาติอาหารไทยในรูปแบบที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ก.ค. 65 ที่ On The Table, Tokyo Cafe ทุกสาขา ดูข้อมูลเพิ่มที่เฟซบุ๊ก On the Table, Tokyo Cafe

หรือสั่งผ่านบริการเดลิเวอรี่ พร้อมส่งถึงหน้าบ้าน คลิกเลย! https://linktr.ee/onthetabletokyocafe 

สั่งผ่าน 1376Delivery by ZEN Group : โทร 1376

ทั้งนี้ พื้นที่การให้บริการส่งขึ้นอยู่กับการให้บริการของ Application ที่ท่านใช้ กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขการให้บริการเพิ่มเติม ผ่านช่องแอพพลิเคชั่นที่ร่วมโปรโมชั่น

อรรถรสเมนูใหม่ Thai Twist ความอร่อยแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ของอาหารไทยที่ผสานสไตล์โตเกียวคาเฟ่
อรรถรสเมนูใหม่ Thai Twist ความอร่อยแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ของอาหารไทยที่ผสานสไตล์โตเกียวคาเฟ่

#Thaitwist #OntheTable #OntheTableTokyoCafe #HappinessIsOntheTable

บทวิเคราะห์: การล่มสลายของ stablecoin ครั้งต่อไปอาจเลวร้ายกว่านี้มาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684821

วันที่ 03 มิ.ย. 2565 เวลา 11:24 น.

บทวิเคราะห์: การล่มสลายของ stablecoin ครั้งต่อไปอาจเลวร้ายกว่านี้มาก

บทวิเคราะห์ของ Bloomberg ว่าด้วยการล่มสลายของ stablecoin จากบทเรียนของ TerraUSD

Bloomberg ระบุว่า การล้มของ TerraUSD เหรียญ stablecoin ที่ตรึงมูลค่าไว้กับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐซึ่งจู่ๆ ก็ร่วงหนักจนแทบจะไม่มีมูลค่าเลยนั้น ทำให้โลกคุ้นเคยกับคำว่า stablecoin และได้ตระหนักถึงความไม่เสถียร (unstable) ของคริปโตเหล่านี้

เคราะห์ดีที่การล่มสลายครั้งนี้ไม่มีผลกระทบร้ายแรงต่อระบบการเงินแบบดั้งเดิม แต่หากสหรัฐไม่ดำเนินการในเร็วๆ นี้เพื่อควบคุมสิ่งเหล่านี้ ระบบการเงินแบบดั้งเดิมอาจได้รับผลกระทบ

Stablecoin เกิดขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการเก็งกำไรเป็นหลัก ผู้คนต้องการแหล่งพักเงินระหว่างการเดิมพันกับคริปโตที่ผันผวนอย่างดุเดือด ดังนั้นผู้สร้างจึงคิดค้นเหรียญดิจิทัลที่ผูกกับสกุลเงินที่รัฐบาลเป็นผู้ออก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่คริปโตต้องการเข้ามาดิสรัปต์ จนถึงปลายเดือน พ.ค. เหรียญทั้งหมดที่ออกมามีมูลค่ารวมกว่า 160,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าภายในเวลาพียง 2 ปี

นอกจากการพนันแล้ว เทคโนโลยียังมีประสิทธิภาพ stablecoin เคลื่อนที่อยู่บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ข้ามพรมแดน ดังนั้นในทางทฤษฎีสามารถทำธุรกรรมระหว่างประเทศได้เร็วและถูกกว่า ตัวอย่างเช่น อาจช่วยแรงงานที่ไปทำงานต่างแดนประหยัดเงินค่าธรรมเนียมการส่งเงินกลับบ้านเกิดได้หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เพราะการเคลื่อนย้าย stablecoin ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาธนาคารที่มีแนวโน้มเกิดวิกฤตในกระบวนการจ่ายเงิน ทำให้ระบบการเงินมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และในท้ายที่สุดอาจเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสกุลเงินดิจิทัลที่รัฐบาลเป็นผู้ออก

น่าเสียดายที่ TerraUSD แสดงให้เห็นแล้วว่า stablecoin ยังไม่น่าเชื่อถือ บางคนอ้างว่ามี “เงินสำรอง” เพียงพอที่จะแลกเหรียญแต่ละเหรียญเป็นดอลลาร์จริง แต่ปกป้องรายละเอียดหรือลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง ดังที่เกิดขึ้นกับ Tether เหรียญ stablecoin ที่ใหญ่ที่สุด

Stablecoin อื่นๆ อาทิ algorithmic stablecoin (stablecoin ที่ไม่ได้อิงมูลค่ากับเงินทั่วไปหรือสินทรัพย์ใดๆ แต่ประยุกต์ใช้ระบบอัลกอริทึมในการเทียบมูลค่าให้เท่ากับสกุลเงินตราต่างๆ ให้มูลค่าคงที่-ผู้เขียน) ดูเหมือนจะถูกเสกออกมาจากอากาศอันที่จริง TerraUSD สามารถนำไปแลกเป็นคริปโตเคอร์เรนซีอื่นอย่าง LUNA ที่มีมูลค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐได้ จนกระทั่งมูลค่าของทั้งสองเหรียญร่วงอย่างหนักใน “เกลียวมรณะ” ที่มองเห็นได้ล่วงหน้าทั้งหมด

นี่อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่หากมันไม่ได้กระทบต่อผู้เห็นเหตุการณ์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แต่มันก็กระทบไปแล้ว ยิ่งโลกคริปโตใหญ่ขึ้น และยิ่งมีความเกี่ยวข้องกับการเงินแบบดั้งเดิมมากขึ้น ก็ยิ่งมีโอกาสมากขึ้นที่การล่มสลายของ stablecoin จะทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้างมากขึ้น

ลองนึกถึงตลาดตราสารหนี้เอกชนซึ่งบริษัททั่วไปสามารถกู้ยืมเงินมาเพื่อจ่ายเงินเดือนพนักงานหรือสินค้าคงคลัง และที่ Tether อ้างว่าจะลงทุนราว 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับเป็นเงินสำรอง หากผู้ออก stablecoin เติบโตยิ่งใหญ่เพียงพอ และหากความกังขาเกี่ยวกับการตรึงราคาไว้กับดอลลาร์จุดชนวนให้เกิดการเทขาย ซึ่งเป็นความเป็นไปได้ที่เกิดกับ Tether มาก่อน การเคลื่อนไหวของเงินทุนสามารถลดการเข้าถึงสินเชื่อระยะสั้นของเศรษฐกิจที่แท้จริงได้

เมื่อปี 2008 การดำเนินการกองทุนรวมตลาดเงินได้ทำลายตลาดตราสารหนี้เอกชน และทำให้ภาวะถดถอยที่เลวร้ายอยู่แล้วกลายเป็นเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression)

ผู้ออก stablecoin ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายมีแนวโน้มที่จะสร้างความเสี่ยงให้กับทั้งระบบ วิธีแก้ไขคือต้องรับรู้ว่าผู้ออกเป็นธนาคารที่ให้บริการชำระเงินแบบพิเศษ และควบคุมดูแลด้วยความสอดคล้อง ซึ่งหมายความว่าต้องจำกัดการลงทุนอย่างเข้มงวด รวมทั้งต้องมีเงินฝากไว้ในธนาคารกลางสหรัฐ เพื่อให้สิ่งที่อ้างว่ามีมูลค่า 1 ดอลลาร์มีเงินฝากหนุนหลังอยู่

ข้อกำหนดด้านเงินทุนและกฎเกณฑ์อื่นๆ ยังจำเป็นเพื่อป้องกันการแฮ็ก อาชญากรรม และการละเมิด

อันที่จริงกระทรวงการคลังเผยรายงานเมื่อปีที่แล้วเกี่ยวกับขั้นตอนที่สภาคองเกรสและเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางจำเป็นต้องทำ ฝ่ายนิติบัญญัติกำลังพยายามสร้างแรงสนับสนุนจากทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันสำหรับการเปลี่ยนแปลง เหลือเพียงการเดินหน้าให้สำเร็จเท่านั้น ซึ่งถ้าจะให้ดีก็ควรจะสำเร็จก่อนที่ stablecoin จะจุดชนวนวิกฤตทางการเงินครั้งต่อไป

REUTERS/Dado Ruvic/File Photo

จีนวิจัยเอไอช่วยทำนายวิถีขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684760

วันที่ 02 มิ.ย. 2565 เวลา 12:20 น.

จีนวิจัยเอไอช่วยทำนายวิถีขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก

เทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่สามารถตรวจจับขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกได้

South China Morning รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์จากโรงเรียนการเตือนภัยล่วงหน้ากองทัพอากาศของจีนพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) คาดคะเนวิถีของขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก หรือขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงที่กำลังพุ่งเข้าสู่เป้าหมายที่ความเร็วที่เร็วกว่าความเร็วของเสียง 5 เท่า

นักวิจัยระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ขับเคลื่อนโดย AI สามารถประมาณการวิถีการสังหารที่เป็นไปได้ของขีปนาวุธที่กำลังมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย และหาทางตอบโต้ภายในเวลา 3 นาที

จางจุนเปียว นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จากโรงเรียนการเตือนภัยล่วงหน้ากองทัพอากาศในเมืองอู่ฮั่นของจีนเผยว่า “มหาอำนาจทางการทหารของโลกกำลังแข่งขันกันพัฒนาขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกอย่างดุดัน ทำให้เกิดความท้าทายครั้งใหม่ที่รุนแรงต่อความปลอดภัยทางอากาศและในอวกาศ”

“การทำนายเส้นทางมีความสำคัญอย่างยิ่งในการต่อสู้กับการประเมินเจตนาและการสกัดกั้นการป้องกันการบินและอวกาศ” จางระบุในวารสาร Journal Of Astronautics ที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา

ขีปนาวุธร่อนไฮเปอร์โซนิกถูกปล่อยจากอากาศและสามารถเดินทางเข้าและออกจากชั้นบรรยากาศได้ราวกับก้อนหินกระโดดอยู่บนผืนน้ำและเบี่ยงไปทางซ้ายหรือขวา ทำให้ยากต่อการตรวจจับหรือสกัดกั้น

ด้วยความเร็วระดับ 5 มัคทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศแทบจะไม่มีเวลาตอบโต้ และขณะนี้ยังไม่มีเทคโนโลยีใดที่มีอยู่สามารถหยุดยั้งขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกได้เลย

ทว่าจางเผยว่า AI สามารถทำได้ฝ่ายที่ต้องตั้งรับไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับน้ำหนัก ขนาด รูปร่าง ระบบควบคุมกลศาสตร์ หรือจุดประสงค์ของอาวุธของศัตรู แต่ AI สามารถคาดเดาได้ค่อนข้างแม่นยำด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลการเดินทางของขีปนาวุธที่บันทึกไว้

ทีมนักวิจัยบอกว่า ขีปนาวุธไม่ว่าจะล้ำสมัยหรือเร็วเพียงใดก็ต้องเป็นไปตามกฎเกี่ยวกับฟิสิกส์ และทุกๆ การเคลื่อนไหวของขีปนาวุธจะบอกใบ้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการออกแบบ ศักยภาพ และเป้าหมาย

ดังนั้นระบบอัลกอริทึมจึงสามารถเรียนรู้จากข้อมูลที่รวบรวมได้ในช่วงเริ่มต้นของการบินที่มีความเร็วเหนือเสียง และใช้ความรู้ที่ได้รับใหม่มาคำนวณเส้นทางที่เป็นไปได้มากที่สุดในระยะสุดท้ายของการบิน

อย่างไรก็ดี จางยอมรับว่าการเปลี่ยนทฤษฎีดังกล่าวนี้มาสู่การปฏิบัติไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะข้อมูลดิบที่ระบบเตือนภัยล่วงหน้าเก็บไว้มีสิ่งรบกวนที่อาจทำให้ AI สับสน และข้อมูลที่มากเกินไปอาจท่วมท้นคอมพิวเตอร์ได้

เพื่อแก้ปัญหานี้ทางทีมจึงพัฒนาอัลกอริทึมที่เลียนแบบโครงข่ายประสาทของมนุษย์ที่สามารถดึงสิ่งรบกวนออกจากสัญญาณที่ตรวจจับ และเพื่อประหยัดทรัพยากรการคำนวณ อัลกอริทึมยังเลียนแบบการทำงานของสมองมนุษย์โดยเน้นเฉพาะข้อมูลล่าสุดที่สำคัญที่สุดเท่านั้น

งานวิจัยระบุว่า ระบบใหม่นี้สามารถทำงานบนแล็บท็อปและให้ผลลัพธ์ภายในเวลาเพียง 15 วินาที ขณะที่การทดสอบพบว่าระบบนี้ยังคงมีประสิทธิภาพกับอาวุธหลายชนิดที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เกิน 12 มัค

REUTERS/Maxim Shemetov

TIMEX X STRANGER THINGS!! ผลงานคอลลาโบเรชั่นที่จะทำให้ทุกคนลุ้นระทึกไปด้วยกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/684744

วันที่ 02 มิ.ย. 2565 เวลา 08:21 น.

TIMEX X STRANGER THINGS!! ผลงานคอลลาโบเรชั่นที่จะทำให้ทุกคนลุ้นระทึกไปด้วยกัน

ต้อนรับการกลับมาของ STRANGER THINGS 4 ด้วยผลงานคอลลาโบเรชั่นที่จะทำให้ทุกคนลุ้นระทึกไปด้วยกันกับ TIMEX X STRANGER THINGS!!

TIMEX X STRANGER THINGS!! ผลงานคอลลาโบเรชั่นที่จะทำให้ทุกคนลุ้นระทึกไปด้วยกัน

ได้เวลาออกผจญภัยกันอีกครั้งแล้ว! TIMEX ชวนทุกคนเดินทางเข้าสู่โลกของ STRANGER THINGS ซีซั่น 4 สุดยอดซีรี่ย์แห่งปีที่เหล่าแฟนคลับรอคอย นี่คือปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่ TIMEX และ STRANGER THINGS ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงาน โดยได้ดึงองค์ประกอบหลักจากโลกกลับด้านที่มาพร้อมความตื่นเต้นแบบทวีคูณ ผสมผสานออกมาเป็นคอลเลคชั่นสุดพิเศษนี้

TIMEX X STRANGER THINGS!! ผลงานคอลลาโบเรชั่นที่จะทำให้ทุกคนลุ้นระทึกไปด้วยกัน

       Timex พร้อมแล้วที่จะเปิดตัวคอลเลคชั่นสุดพิเศษร่วมกับ STRANGER THINGS ให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์การผจญภัยในโลกกลับด้านแบบทะลุมิติพร้อมกันแล้ววันนี้ โดยคอลเลคชั่นนี้ถือเป็นการปรากฎตัวของ 3 นาฬิกาสุดพิเศษอาทิ TIMEX ATLANTIS X STRANGER THINGS, TIMEX CAMPER X STRANGER THINGS และ TIMEX T80 X STRANGER THINGS ที่เป็นการบอกเล่าเรื่องราวที่เข้มข้นที่เกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1980 ผสมผสานเข้ากับแฟชั่นแนว Retro ยุค 80’s ที่เป็น Theme หลักของเรื่องนั่นเอง

       จุดเด่นของคอลเลคชั่นนี้คือรูปกราฟฟิกแสนลึกลับจาก STRANGER THINGS ที่ซ่อนตัวอยู่บนหน้าปัดของนาฬิกาทั้ง 3 รุ่น มาพร้อมแสงไฟ INDIGLO® อันน่าขนลุก อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งเสียงนาฬิกาปลุกให้เป็นทำนองเพลง STRANGER THINGS ได้อีกด้วย! โดยเราจะได้เห็นตัวละครในเรื่องอย่าง LUCAS SINCLAIR ใส่นาฬิการุ่น Timex Camper ซึ่งความพิเศษคือตัวหน้าปัดจะมีโลโก้ Stranger Things สีแดง และรูปปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวของอสูร Demogorgon ที่จะปรากฏตัวขึ้นเมื่อคุณเปิดแสงแบล็กไลท์ รุ่น Timex Atlantis จะมาในลายเถาวัลย์ของโลกกลับด้าน เมื่อเปิดไฟหน้าจอจะมีรูป Mind Flayer ตัวใหญ่ปรากฏขึ้นกลางจอ และรุ่น Timex T80 หน้าปัดโดดเด่นสีแดงมาพร้อมลายเด็กๆแก๊งค์ Hawkins กำลังปั่นจักรยาน ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้จะมาพร้อมกับนาฬิกาปลุกเสียงธีม Stranger Things และเลข 3 กลับด้านตอนที่นาฬิกาบอกเวลา 15.00 น. พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้คุณแบบไม่รู้จบ โดยคอลเลคชั่นTimex x Stranger Things มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น รายละเอียดดังนี้

TIMEX X STRANGER THINGS!! ผลงานคอลลาโบเรชั่นที่จะทำให้ทุกคนลุ้นระทึกไปด้วยกัน

 TIMEX ATLANTIS X STRANGER THINGS:

• 40mm Watch

• Resin case

• Resin strap

• INDIGLO® with hidden image

• Customized alarm Stranger Things melody

TIMEX X STRANGER THINGS!! ผลงานคอลลาโบเรชั่นที่จะทำให้ทุกคนลุ้นระทึกไปด้วยกัน

TIMEX T80 X STRANGER THINGS

• 34mm Watch

• Stainless-Steel bracelet

• INDIGLO® with hidden image

• Customized alarm with Stranger Things melody

TIMEX X STRANGER THINGS!! ผลงานคอลลาโบเรชั่นที่จะทำให้ทุกคนลุ้นระทึกไปด้วยกัน

TIMEX CAMPER X STRANGER THINGS

• 40MM WATCH

• Resin case

• Fabric strap

• Upside Down numbers

• INDIGLO® with hidden image

TIMEX X STRANGER THINGS!! ผลงานคอลลาโบเรชั่นที่จะทำให้ทุกคนลุ้นระทึกไปด้วยกัน
TIMEX X STRANGER THINGS!! ผลงานคอลลาโบเรชั่นที่จะทำให้ทุกคนลุ้นระทึกไปด้วยกัน
TIMEX X STRANGER THINGS!! ผลงานคอลลาโบเรชั่นที่จะทำให้ทุกคนลุ้นระทึกไปด้วยกัน

สามารถพรีออเดอร์นาฬิกา TIMEX X STRANGER THINGS เพื่อเป็นเจ้าของก่อนใครได้แล้ววันนี้ที่ www.tdccorp.co.th พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 20% หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Line@ : @timedecowatchclub

#TIMEXXSTRANGERTHINGS #STRANGERTHINGS4 #TIMEX #TIMEXTH