แฮ็กเกอร์ Anonymous ขู่เล่นงาน Elon Musk ฐานทวีตป่วน Bitcoin #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654848

วันที่ 07 มิ.ย. 2564 เวลา 10:31 น.

แฮ็กเกอร์ Anonymous ขู่เล่นงาน Elon Musk ฐานทวีตป่วน Bitcoinกลุ่มแฮ็กเกอร์นานาชาติ Anonymous กล่าวว่าพวกเขาวางแผนที่จะเล็งเป้าหมายโจมตี Elon Musk ฐานทำให้มูลค่าของคริปโตดิ่งลงเพราะทวีตของเขา

ในวิดีโอที่อ้างตัวว่าเป็นกลุ่ม Anonymous แฮ็กเกอร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกกล่าวหาอีลอน มัสก์ซึ่งเป็นซีอีโอของของ Tesla ว่ามีอำนาจเหนือตลาดสกุลเงินดิจิทัล/คริปโตเคอร์เรนซี่มากเกินไปจนทางกลุ่มชักจะทนไม่ไหวแล้ว

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน มัสก์ทวีตที่คลุมเครือซึ่งทำให้หลายคนในวงการคริปโตตีความว่าเป็นมหาเศรษฐีผู้นี้อาจจะคิดเลิกรากับ Bitcoin และในทวีตยังมีโลโก้ Bitcoin และอีโมจิอกหัก ยิ่งทำให้คนคิดว่าจากที่มัสก์เคยเชียร์คริปโต เขาอาจจะหันหลังในมัน

แต่การทำแบบนี้ทำให้กลุ่ม Anonymous หมดความอดทนกับมัสก์ พวกเขาออกคลิปแถลงการณ์ว่า ‘นักลงทุนรายย่อยหลายล้านคนต่างหวังพึ่งผลกำไรจากคริปโตเพื่อปรับปรุงชีวิตของพวกเขา นี่คือสิ่งที่คุณจะไม่มีวันเข้าใจเพราะคุณเกิดมาในความมั่งคั่งที่ถูกขโมยไปจากเหมืองมรกตที่ขุดโดยแรงงานที่มีการแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้ และไม่รู้ว่าการต่อสู้กันของคนทำงานส่วนใหญ่ในโลกเป็นอย่างไร”

“แน่นอนว่าพวกเขาแบกรับเสี่ยงกับตัวเองเมื่อลงทุน และทุกคนก็รู้ว่าต้องเตรียมพร้อมสำหรับความผันผวนของสกุลเงินดิจิทัล แต่ทวีตของคุณในสัปดาห์นี้แสดงให้เห็นถึงการเพิกเฉยอย่างชัดเจนต่อคนหาเช้ากินค่ำ”

“ในขณะความฝันของคนที่ขยันขันแข็งต้องระเหยไปเพราะการแสดงออกถึงอารมณ์โกรธเคืองในที่สาธารณะของคุณ คุณยังคงเยาะเย้ยพวกเขาด้วยการทวีตมัมมาจากคฤหาสน์หนึ่งล้านดอลลาร์ของคุณต่อไป”

Anonymous ยังลากมัสก์มาขึงพืดด้วยการตำหนิว่าเขาเป็นคนไม่จริงใจ “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คุณมีความสุขกับชื่อเสียงที่โด่งดังที่สุดเหนือคนอื่นๆ ในชนชั้นมหาเศรษฐี เพราะคุณฉวยโอกาสกับความปรารถนาของพวกเราหลายคนที่อยากจะใช้ชีวิตในโลกที่มีรถยนต์ไฟฟ้าและการสำรวจอวกาศ แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้คุณภาพลักษณ์สาธารณะที่คุณสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน กำลังถูกเปิดเผย และผู้คนเริ่มมองว่าคุณว่าไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าเศรษฐีผู้หลงตัวเองที่หมดหวังที่จะได้รับความสนใจ”

“ดูเหมือนว่าภารกิจของคุณในการกอบกู้โลกมีรากฐานมาจากปมความรู้ว่ตัวเองเหนือกว่าคนอื่นและอาการหลงตัวเองว่าเป็นฮีโร่กอบกู้โลก มากกว่าความกังวลที่แท้จริงสำหรับมนุษยชาติ สิ่งนี้ชัดเจนสำหรับพนักงานของคุณมาเป็นเวลานานแล้วซึ่งต้องเผชิญเงื่อนไขที่ยากจะทนได้ภายใต้คำสั่งของคุณมาหลายปีแล้ว”

“ยังเป็นที่ชัดเจนสำหรับเด็กเล็กที่ทำงานในเหมืองลิเธียมในต่างประเทศของคุณซึ่งกำลังทำลายสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นเช่นกัน คุณเปิดเผยเกี่ยวกับความเต็มใจที่จะก่อรัฐประหารเพื่อตั้งรัฐบาฃเผด็จการในสถานที่ที่มีการขุดวัตถุดืบที่เป็นพิษของคุณ คุณได้สวมมงกุฎตัวเองเป็น ‘จักรพรรดิแห่งดาวอังคาร’ ก่อนกำหนด ซึ่งเป็นสถานที่ที่คุณจะส่งคนไปตาย”

“คุณอาจคิดว่าคุณเป็นคนที่ฉลาดที่สุดกว่ามใครๆ แต่ตอนนี้คุณได้พบกับคู่ชกของคุณแล้ว เราคือ Anonymous ! พวกเราคือกลุ่มนักรบ รอพวกเจอกับเราได้เลย”

Photo by Christophe Gateau / dpa / AFP

“ธัมมะโลกะ” พระฝรั่งรุ่นแรกของโลกผู้ต่อสู้เพื่อชาวพุทธพม่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654819

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 20:32 น.

"ธัมมะโลกะ" พระฝรั่งรุ่นแรกของโลกผู้ต่อสู้เพื่อชาวพุทธพม่า ท่านเป็นผู้ก่อตั้ง “พุทธสมาคมแห่งสยาม” และเดินทางไปทั่วเอเชียเพื่อคัดค้านการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ของ “นายฝรั่ง” ที่ล่าอาณานิคมในเอเชีย

ท่านธัมมะโลกะ (Dhammaloka) ชาวไอริช คาดว่าเป็นชาวตะวันตกคนแรกในยุคสมัยใหม่ที่บวชเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา (เท่าที่หลักฐานพอจะยืนยันได้) ท่านเกิดที่กรุงดับลิน ต่อมาเดินทางไปเป็นกรรมกรทั่วสหรัฐอเมริกา จากนั้นขึ้นเรือไปญี่ปุ่น แล้วต่อเรือมายังพม่าก่อนที่อังกฤษจะผนวกพม่าเป็นอาณานิคมเต็มรูปแบบหลังสงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่ 3

ที่พม่าท่านทำงานเป็นเสมียนห้างทำไม้ ต่อมาสนใจพุทธศาสนา จึงอุปสมบทที่ย่างกุ้งเมื่อก่อนปี 2442 ได้ฉายาว่า “ธัมมะโลกะ” ด้วยความที่ท่านต่อต้านศาสนาคริสต์ เป็นพวกนักคิดเสรี (Freethinker) หรือพวกไม่เชื่อในพระเจ้า (Atheist) เมื่อพบศาสนาพุทธแล้วท่านก็โจมตีศาสนาคริสต์อย่างหนัก ไม่เฉพาะแต่หลักคำสอน แต่รวมถึงการที่อังกฤษผูกศาสนาเข้ากับการล่าอาณานิคม ท่านโจมตีมิชชันนารีว่ามือหนึ่งถือคัมภีร์มือหนึ่งถือปืน

ท่านออกเดินทางตักเตือนคนพม่าให้ระวังฝรั่งพวกหมอสอนศาสนา และท่านยังเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจชาวอังกฤษ-อินเดียนนอกหน้าที่จะสวมรองเท้าเข้าไปยังพระเจดีย์ชเวดากองในกรุงย่างกุ้งในปี 2445ซึ่งเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในพม่าเนื่องจากชาวพุทธในพม่าจะไม่สวมรองเท้าในบริเวณเจดีย์แต่ฝรั่งก็ไม่ยอมถอดรองเท้าเหมือนกัน ทำให้คนพม่าเจ้าของแผ่นดินกับ “นายฝรั่ง” ต้องทะเลาะกันเนืองๆ (และเป็นชวนของขบวนการต่อต้านนักล่าอาณานิคมด้วย)

เรื่องที่เกิดขึ้นนี้คู่กรณีของท่านเป็นชาวอินเดีย ชาวอินเดียถูกนายฝรั่งจ้างมาทำงานรักษาความสงบในพม่าคนอินเดียก็เหมือนคนเอเชียอื่นๆ ที่ชอบเดินเท้าเปล่าและเมื่อเข้าไปไหว้พระเจ้าในศาสนสถานก็ถอดรองเท้า แต่นอกเวลางานตำรวจแขกเยี่ยมชมเจดีย์พม่ากลับใส่รองเท้าบู๊ต ซึ่งถือเป็นดูหมิ่นเหยียดหยามอย่างร้ายแรง ทำให้ท่านธัมมะโลกะต้องเผชิญหน้ากับคนเหล่านี้เพื่อรักษาเกียรติของชาวพุทธพม่า

ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ของอังกฤษพยายามตั้งข้อหายุยงปลุกระดมให้กับกับท่านธัมมะโลกะและขอให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลพระเจดีย์ไม่ให้ท่านเข้าไปในเขตพระเจดีย์ แต่พวกอังกฤษทำไม่สำเร็จ ทำให้ชื่อเสียงของท่านเป็นที่รู้จักมากขึ้น

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ท่านทะเลาะกับฝรั่งและคนอินเดียที่รับใช้ฝรั่ง ในหนังสือ A Vagabond journey around the world ของ Harry Alverson Franck (ปี 1910) เล่าเหตุการณ์ที่ชวนหัวครั้งหนึ่งว่า

“… ยามบ่ายคล้อย ชาวฮินดู (ในสมัยนั้นหมายถึงชาวอินเดียไม่ได้หมายถึงผู้นับถือศาสนาฮินดู) ตัวจิ๋วซึ่งมีหน้าตาอ่อนโยนและเหมือนเด็กๆ ปรากฏตัวขึ้นบนเรือ และเดินโซเซเข้าออกตามตรอกซอกซอยด้วยขาไม้ที่งุ่มง่าม ลงมาแจกจ่ายแผ่นพับที่เขาถืออยู่ใต้ซอกแขนข้างหนึ่ง ชุดของเขาบ่งบอกว่าเขาเป็นมิชชันนารีคริสเตียนพื้นเมือง ทันใดนั้น สายตาของเขาจับจ้องไปที่ธัมมะโลกะและเขาก็นิ่งงันไปโดยอ้าปากค้าง

“นายเป็นอะไรหรือซาฮิบ” เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงสงสัย (ซาฮิบเป็นคำเรียกอย่างสุภาพอาจแปลว่าสหาย, คุณ หรือนายท่านก็ได้)

“อย่างที่โยมเห็น” ชาวไอริชตอบ “อาตมาเป็นนักบวชในศาสนาพุทธ”

“ตะ.. แต่ว่านายมาจากประเทศอะไร?”

“อาตมามาจากไอร์แลนด์”

บนใบหน้าของชนพื้นเมืองแสดงอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ราวกับเกิดความสงสัยครั้งใหญ่ครอบงำจิตใจว่ามิชชันนารีที่เป็นหนี้บุญคุณช่วยเขาเปลี่ยนศาสนาได้หลอกลวงเขาเสียแล้ว ประหนึ่งรู้สึกจุกอกแน่นในหัวใจของเขา

“ไอร์แลนด์?” เขาร้องอย่างสั่นเครือว่า “ถ้าอย่างนั้นนายก็ไม่ใช่ชาวพุทธ! ชาวไอริชเป็นคริสเตียน ซาฮิบทุกคนเป็นคริสเตียน” และเขาเหลือบมองอย่างประหม่าไปที่ชาวพม่าที่กำลังยิ้มๆ มองมาที่เรา

“โถ่ นั่นมันที่พวกคริสเตียนจอมปลอมหลอกโยมแล้ว” ชาวไอริชแย้งขึ้น “นั่นที่โยมได้มาน่ะหรือ?”

แขกอินเดียพลิกเอกสารหลายๆ แผ่น เป็นบทต่างๆ ของคัมภีร์ไบเบิลพิมพ์ในภาษาอังกฤษและภาษาฮินดูสถาน (หมายถึงภาษาอูรดู/ฮินดี)

“บ๊ะ!” ธัมมะโลกะเอ่ยขึ้น “นี่ก็แย่พอแล้วที่เห็นคริสเตียนคนขาว แต่คนที่กินน้ำลายซาฮิบมิชชั่นนารีที่เอายัดใส่ให้ นี่มันน่าขยะแขยง ในเมื่อศรัทธาที่แท้จริงอยู่ไกลไม่ถึงวันก็พบแล้ว โยมควรจะลายแก่ใจ”

“ศาสนานี้ดีทีเดียวนา” คนเข้ารีตพึมพำ

“งั้นก็พิสูจน์สิ” ชาวไอริชเถียง

ชาวฮินดูยอมรับการท้าทายนี้ และในครึ่งชั่วโมงต่อมา เราได้เห็นปรากฏการณ์ใหม่ที่นายฝรั่งปกป้องความเชื่อของตะวันออกอย่างแข็งขันต่อคนพื้นเมืองผู้นับถือศาสนาตะวันตก น่าเสียดายที่ขาไม้ของเขาไม่เหมาะกับนักบวชผู้รอบรู้ เขาเริ่มต้นด้วยการพูดซ้ำซากเหมือนนกแก้วนกขุนทองถึงคำสอนของคริสเตียนและเมื่อพูดบทของเขาแล้วยืนทำอะไรไม่ถูกต่อหน้าปฏิปักษ์ของเขา แม้แต่เด็กนักเรียนคงจะนำเสนอข้อโต้แจ้งได้อย่างน่าเชื่อถือมากกว่านี้เสียอีก ชาวไอริชผู้รู้พระคัมภีร์ด้วยหัวใจ ยกคำอ้างอย่างแจ่มชัดตั้งแต่บทปฐมกาลถึงวิวรณ์ อ้างจากพระคัมภีร์อย่างไม่ติดขัดเพื่อสนับสนุนข้อโต้แย้งของเขา และเมื่อชาวฮินดูตั้งคำถามเกี่ยวกับข้อความหนึ่ง เขาก็จะหยิบแผ่นพับขึ้นมาเล่มหนึ่งแล้วพลิกไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยถึงหน้าที่ข้อความถูกระบุไว้

เมื่ออีรุงตุงนังกับตัวบทคัมภีร์และความไม่รู้ของเขาเอง ในไม่ช้าชาวพื้นเมืองก็กลายเป็นตัวตลกในสายตาชาวพม่าที่มามุงดูกัน เขาพยายามที่จะถอนตัวจากการโต้เถียงโดยอ้างว่าเขาไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ (เป็นภาษาแม่) ธัมมะโลกะจึงพูดกับเขาด้วยภาษาฮินดูสถาน เขาแสร้งทำเป็นลืมภาษาแม่และฉวยเอาแผ่นพับที่อยู่ในมือของพระไปอย่างเด็กๆ เมื่อวิธีการอื่นๆ ล้มเหลว เขาก็กลับไปใช้อุบายสุดท้ายของชาวฮินดู และเริ่มร้องไห้ ท่ามกลางเสียงหัวเราะ เขากำแผ่นพับที่ชาวไอริชยื่นออกมาให้เขา และน้ำตาก็ไหลอาบแก้ม เดินกะโผลกกะเผลกไป ไม่มองซ้ายมองขวาสบตาใครจนกระทั่งเขาหายตัวไปในหมู่บ้านชายเลน … ” (จาก A Vagabond journey around the world หน้า 365 – 366 )

เรื่องเล่านี้จากประสบการณ์ของ แสดงให้เห็นถึงความรู้เรื่องคัมภีร์ไบเบิลของพระธัมมะโลกะและรู้ที่จะโต้แย้งข้อสงสัยอย่างไร แต่ก็สะท้อนถึงท่าทีที่แข็งกร้าวของท่านต่อศาสนาคริสต์ด้วย

แนวคิดของท่านออกจะรุนแรงแต่ชาวพุทธพม่าศรัทธามาก โดยเฉพาะกลุ่มต่อต้านเจ้าอาณานิคมรักใครท่านอย่างยิ่ง ด้วยท่าทีเช่นนี้ทำให้ท่านธัมมะโลกะถูกดำเนินคดีหลายครั้ง แต่ท่านกลับเคลื่อนไหวหนักขึ้น เดินสายไปทั่วเอเชียทั้งในอาณานิคมบริติชมาลายา ลังกา จีน ญี่ปุ่น และออสเตรเลียที่ท่านแกล้งตายแล้วหนีมาอยู่ที่สยาม

ท่านมาที่สยามหลายรอบ มีข้อมูลว่าท่านจำพรรษาที่วัดบ้านทวาย ซึ่งน่าจะเป็นวัดดอนทวาย (วัดบรมสถล) บ้านทวาย ซึ่งเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวทวายที่อพยพมาจากพม่า ในช่วงที่ธัมมะโลกะมาสยาม แถบบ้านทวายยังคงรักษาอัตลักษณ์คนทวายเอาไว้ และที่ท่านเลือกมาอยู่ที่บ้านทวายอาจเกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาพม่า และเหตุที่ท่านบวชที่วัดทวาย ในเมืองย่างกุ้งมาก่อน

ที่บางกอกท่านตั้งโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษให้คนเชื้อชาติต่างๆ (แถบบ้านทวายมีทั้งคนทวาย คนไทยใหญ่ คนลาว ยะวา-มลายู คนไทย คนจีน) ท่านก่อตั้งพุทธสมาคมแห่งสยาม (Siam Buddhist Society) เสนอตั้งสภาพุทธศาสนิกชนนานาชาติ ตั้งสำนักสงฆ์สำหรับชาวพุทธต่างชาติที่มาสยาม และตั้งพุทธสมาคมแนวคิดเสรีแห่งสยาม (Siam Buddhist Freethought Association) หลังจากนั้นเรื่องของท่านเงียบไป

ไม่มีใครทราบว่าท่านมรณภาพที่ไหน แต่คาดว่าน่าจะที่วัดบ้านทวาย

โดย กรกิจ ดิษฐาน

เรียบเรียงและเพิ่มเติมจากบทความเรื่อง “ท่านธัมมะโลกะ (Dhammaloka)” 

รัสเซียเลิกเก็บเงินดอลลาร์ ให้กองทุนแห่งชาติหยุดถือทั้งหมด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 17:29 น.

รัสเซียเลิกเก็บเงินดอลลาร์ ให้กองทุนแห่งชาติหยุดถือทั้งหมดกระบวนการ De-dollarization ของรัสเซียยงคงเดินหน้าไม่หยุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สหรัฐคว่ำบาตรอีกฝ่าย

สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่า อันตน ซิลูอานอฟ (Anton Siluanov) รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของประเทศรัสเซียประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของรัสเซียจะหันมาซื้อทองคำและขายสกุลเงินสหรัฐจำนวน 40,000 ล้านดอลลาร์ออกจากพอร์ตการลงทุนทั้งหมด

กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ หรือ Sovereign Wealth Funds (SWFs) เป็นกองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น หุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ โลหะมีค่า หรือในการลงทุนทางเลือก เช่น กองทุนไพรเวทอิควิตี้หรือกองทุนเฮดจ์ฟันด์ สำหรับ SWFs ของรัสเซียคือ Russian National Wealth Fund มีสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 176,640 ล้านดอลลาร์

ซิลูอานอฟกล่าวว่ากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติจะลดส่วนแบ่งของดอลลาร์เป็นศูนย์ภายในเดือนหน้า ในการพูดคุยระหว่างการประชุม St. Petersburg International Economic Forum (เป็นงานอีเวนต์ทางธุรกิจประจำปีของรัสเซียสำหรับภาคเศรษฐกิจซึ่งจัดขึ้นที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กตั้งแต่ปี 1997) เขากล่าวว่ากระบวนการนี้จะ “เร็วพอ” และจะสะท้อนการเคลื่อนไหวที่คล้ายกันโดยธนาคารกลางของประเทศเพื่อลดสินทรัพย์ที่ถืออยู่ในสกุลเงินอเมริกัน

ภายใต้แผนดังกล่าว สัดส่วนของดอลลาร์ในกองทุนจะลดลงจาก 35% เป็น 0% ในขณะที่สินทรัพย์ที่ถือในสกุลเงินยูโรและหยวนจีนจะเพิ่มขึ้นเป็น 40% และ 30% ตามลำดับ ส่วนแบ่งของปอนด์อังกฤษจะลดลงครึ่งหนึ่งจาก 10% เป็น 5% ในขณะที่สินทรัพย์เพื่อการลงทุนจะเป็นการหันมาซื้อทองคำเป็นครั้งแรก โดย 20% ของสินทรัพย์ของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของรัสเซียจะนำมาเก็งกำไรกับทองคำ

ดมิทรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกของเครมลินกล่าวในภายหลังเมื่อวันพฤหัสบดีสนับสนุนการตัดสินใจดังกล่าว โดยกล่าวว่า “กระบวนการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ (De-dollarization) มีความต่อเนื่อง อันที่จริงแล้วตอนนี้มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า” เขาเสริมว่าการสลัดตัวจากพึ่งพาทางการเงินของสหรัฐ “ไม่เพียงเกิดขึ้นในประเทศของเรา (รัสเซีย) เท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งเริ่มประสบกับความกังวลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของสกุลเงินหลักในทุนสำรอง”

Photo by TONY KARUMBA / AFP

โดรนออกล่าสังหารมนุษย์ด้วยตัวมันเองโดยไม่ได้รับคำสั่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654809

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 15:51 น.

โดรนออกล่าสังหารมนุษย์ด้วยตัวมันเองโดยไม่ได้รับคำสั่ง นี่ไม่ใช่พล็อตเรื่องจากภาพยนต์ แต่เป็นเรื่องจริงเมื่อปัญญาประดิษฐ์สั่งการอาวุธสังหารให้ออกไล่ล่าเอง

นิตยสาร New Scientist รายงานว่าได้รับข้อมูลจากรายงานของสหประชาชาติ (UN) เรื่องโดรนติดอาวุธที่ “ตามล่าเป้าหมายของมนุษย์” โดยไม่ได้รับคำสั่ง ซึ่งน่าจะเป็นครั้งแรกที่โดรนทำนอกเนหือคำสั่งของมนุษย์ด้วยการไล่ล่าเพื่อสังหารมนุษย์ด้วยตัวมันเอง

ในเหตุการณ์เมื่อเดือนมีนาคม 2020 โดรน Kargu-2 โจมตีบุคคลหนึ่งโดยอัตโนมัติระหว่างความขัดแย้งระหว่างกองกำลังของรัฐบาลลิเบียและกลุ่มทหารนำโดยคาลิฟา ฮาฟตาร์ กองทัพแห่งชาติลิเบีย

Kargu-2 สร้างขึ้นในตุรกี ซึ่งเป็นโดรนโจมตีที่หวังผลถึงชีวิตออกแบบมาสำหรับการทำสงครามแบบอสมมาตรและการปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย Kargu-2 ยังเป็นโดรนที่บินได้ซึ่งใช้อัลกอริธึมการเรียนรู้ด้วยเครื่องและการประมวลผลภาพแบบเรียลไทม์เพื่อติดตามและมีส่วนร่วมกับเป้าหมายโดยอัตโนมัติ

โดรน Kargu-2 ตัวนี้มุ่งเป้าไปที่ทหารคนหนึ่งของ ฮาฟตาร์ขณะที่เขาพยายามจะล่าถอย ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Daily Star และ New York Post รายงานว่าในเวลานั้นโดรนกำลังทำงานในโหมดอิสระที่ “มีประสิทธิภาพสูง” ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีคนควบคุม”

รายงานจากคณะผู้เชี่ยวชาญของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในลิเบียกล่าวว่า “ระบบอาวุธสังหารอัตโนมัติร้ายแรงได้รับการตั้งโปรแกรมให้โจมตีเป้าหมายโดยไม่ต้องมีการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างผู้ปฏิบัติงานกับอาวุธ อันที่จริงแล้วคือความสามารถในการ ‘ยิง ลืม และค้นหา’ (fire, forget and find) อย่างแท้จริง”

ทั้งนี้ Fire-and-forget เป็นขีปนาวุธประเภทหนึ่งที่ไม่ต้องการคำสั่งเพิ่มเติมหลังจากการยิง เช่น การส่องสว่างของเป้าหมายหรือการนำทางด้วยวิทยุ และสามารถยิงถูกเป้าหมายโดยที่เครื่องยิงจรวดไม่อยู่ในแนวสายตาของเป้าหมาย

แซค คัลเลนบอร์น (Zak Kallenborn) ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติที่เชี่ยวชาญด้านระบบไร้คนขับและโดรน ได้ยืนยันในรายงานนี้ว่า นี่อาจเป็นครั้งแรกที่โดรนโจมตีมนุษย์โดยไม่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น

คัลเลนบอร์นมีความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของโดรนที่ทำงานอัตโนมัติ โดยประเด็นคำถามว่า “ระบบรู้จำวัตถุ (ของโดรน) มีความเปราะบางแค่ไหน?” และ “มันระบุเป้าหมายผิดบ่อยแค่ไหน?”

คัลเลนบอร์นระบุในบทความที่เขียนให้กับ Bulletin of the Atomic Scientists โดยเขาเรียกปฏิบัติการของ Kargu-2 ว่าเป็น “โฉมหน้าใหม่ในอาวุธอัตโนมัติ ซึ่งเป็นโฉมหน้าที่ใช้ต่อสู้และฆ่ามนุษย์โดยอาศัยปัญญาประดิษฐ์”

ยังไม่ได้รับการยืนยันว่ามีทหารคนใดถูกสังหารในการโจมตีนี้หรือไม่ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติจะพูดเป็นนัยก็ตามว่าอาจมีผู้เสียชีวิต ตามรายงานของคณะกรรมการ การสู้รบส่งผลให้ “มีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก” โดยสังเกตว่ากองกำลังของ ฮาฟตาร์แทบไม่มีการป้องกันการโจมตีทางอากาศจากระยะไกล

ภาพจาก STM

จีนไล่ต้อน Bitcoin ไม่หยุด ราคาร่วงหลัง Weibo ปิดบัญชีคริปโต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 14:02 น.

จีนไล่ต้อน Bitcoin ไม่หยุด ราคาร่วงหลัง Weibo ปิดบัญชีคริปโต หลังจากรับบาลจีนเอาจริงกับการขุดคริปโต ตอนนี้ภาคเอกชนรับลูกจริงๆ จังๆ นำโดยโซเชียลเน็ตเวิร์กยอดนิยม

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Bitcoin ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องในวันเสาร์แม้ว่าจะมีข่าวดีจากการที่ประเทศเอลวัลวาดอร์ประกาศจะให้ Bitcoin เป็นตัวกลางชำระเงินตามกฎหมายได้ และยังมีขาวจาก Square Inc. ด้วยแต่ก็ไม่สามารถบรรเทาความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านกฎระเบียบของจีนได้

Bitcoin เหรียญดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกราคาตกลงไปอยู่ที่ประมาณ 35,220 ดอลลาร์ ณ เวลา 18:31 น. ในวันเสาร์ตามเวลานิวยอร์ก ลดลง 5.3% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวดังกล่าวขยายแนวโน้มขาลงเป็นวันที่สองหลังจากทวีตที่คลุมเครือจากอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ที่บ่งชี้ว่าเขาอาจจะสลัดตัวจากคริปโตเคอเรนซี

ข่าวร้ายที่สาหัสที่สุดคือการที่เวยปั๋ว (Weibo) บริการโซเชียลมีเดียของจีน ดูเหมือนจะบล็อกบัญชีผู้มีอิทธิพลในวงการคิรปโตบางบัญชีในวันเสาร์ โดยอ้างถึงการละเมิดกฎหมายและกฎของชุมชน Weibo ในขณะที่ Weibo ได้ปราบปรามบัญชีที่เกี่ยวข้องกับคริปโตหลายบัญชีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวร้ายล่าสุดจากจีนหลังจาทางการจีนสั่งกวาดล้างการขุดคริปโตในประเทศจนทำให้ราคาของคิรปโตโดยเฉพาะ Bitcoin ดิ่งลงยาว

ในขณะเดียวกันนายิบ บูเกเล (Nayib Bukele) ประธานาธิบดีของประเทศเอลซัลวาดอร์กล่าวว่าเขาวางแผนที่จะเสนอกฎหมายที่จะทำให้ Bitcoin เป็นการชำระเงินอย่างถูกกฎหมายในประเทศเป็นครั้งแรกในโลก ตามข้อความวิดีโอที่เขามีให้กับการประชุม Bitcoin 2021 ในไมอามี

ในขณะที่ Square Inc. กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่าจะลงทุน 5 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างโรงงานขุด Bitcoin ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ไซต์ Blockstream Mining ในสหรัฐอเมริกาผ่านการเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีบล็อคเชน

แต่ข่าวดีเหล่านี้ถูกรบกวนด้วยข่าวร้ายจาก Weibo และยังมีทวีของมัสก์ที่ในวันเสาร์ เขาทวีตว่า “สินค้าและบริการคือเศรษฐกิจที่แท้จริง เงินทุกรูปแบบเป็นเพียงการบัญชี” ซึ่งทำให้ผู้คนถกเถียงกันว่ามัสก์อาจบอกใบ้ว่าเขากำลังแยกตัวจากคริปโตหรือไม่ เพราะคริปโตถูกโจมตีว่าไม่สะท้อนความเคลื่อนไหวที่แท้จริงของเศรษฐกิจ

Bitcoin กำลังดิ้นรนเพื่อฝ่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน ซึ่งมันไม่สามารถทำได้ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ มัยยังกำลังประสบกับความยากลำบากในการทะลวงระดับราคา 40,000 ดอลลาร์ หาก Bitcoin ทะลุระดับนั้น มันอาจจะทดสอบค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันที่ประมาณ 41,500 ดอลลาร์ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนมองว่าถ้าทำได้ก็จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาตลาดกระทิง

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Bitcoin ยังคงผันผวนอยู่ในช่วงแคบ การทดสอบระดับ 30,000 ดอลลาร์ซ้ำก็อาจเกิดขึ้นได้ จนกว่าจะมีตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงบวกมากขึ้น

Photo by INA FASSBENDER / AFP

บุกห้อง Working Woman คนเก่ง ‘จอย รินลณี’ มากความสามารถพ่วงตำแหน่งโสด สวย และรวยมาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654601

วันที่ 03 มิ.ย. 2564 เวลา 11:12 น.

บุกห้อง Working Woman คนเก่ง 'จอย รินลณี' มากความสามารถพ่วงตำแหน่งโสด สวย และรวยมากส่องคอนโดหรูอารมณ์บ้านเดี่ยวของ “จอย รินลณี” ราคาเฉียด 40 ล้าน บนทำเลทองย่านพร้อมพงษ์ บาลานซ์ชีวิตตอบโจทย์ความสุขทุกโหมดการพักผ่อน

เรียกว่าขยันทำงานตัวเป็นเกลียว ก็ต้องตบรางวัลให้ตัวเองหนักๆ หน่อย นักแสดงพิธีกรมากความสามารถแห่งวิกพระราม 4 คุณจอย-รินลณี ศรีเพ็ญ ยอมควักเงินเก็บเฉียด 40 ล้านบาท เพื่อเป็นเจ้าของคอนโดสุดลักซ์ชัวรี่ KRAAM Sukhumvit 26 บนทำเลกลางใจเมืองย่านพร้อมพงษ์ แถมเจ้าตัวขอกำกับการตกแต่งเองทุกมุม อยากรู้จะหรูหราน่าพักอาศัยแค่ไหน ตามไปบุกถึงห้อง Working Woman คนเก่ง พ่วงตำแหน่ง โสด สวยและรวยมากกันเลย

“ปกติจอยศึกษาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ก่อนหน้านี้ก็มีทั้งคอนโดและทาวน์เฮาส์ แต่ที่ผ่านมาเราซื้อแล้วก็ปล่อยเช่าเลย ไม่ได้มีฟีลเหมือนอยากอยู่เอง หรือเข้าไปตกแต่ง ให้สิทธิ์ผู้เช่าเต็มที่ แต่กับ KRAAM Sukhumvit26  กลับรู้สึกแตกต่างออกไป จุดเริ่มต้นที่ทำให้ตกหลุมรักที่นี่คือเคยเห็นโฆษณา KRAAM Sukhumvit26 ผ่านโซเชียลมีเดียสักพักใหญ่ๆ แต่เราก็ดูหลายโครงการ หลายที่จนลืมไปแล้ว วันหนึ่งมาทานอาหารร้านใกล้ๆ โครงการ ก็นึกได้ว่าเราเคยสนใจโครงการนี้ วันต่อมาเลยเข้ามาดู รู้สึกประทับใจตั้งแต่บริเวณโดยรอบโครงการ สวนด้านหน้าร่มรื่นให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน จากความประทับใจหลายๆมุม ทำให้เข้ามาชมถึง 4 รอบ แรกเริ่มเลยคือคิดจะซื้อขนาด 1 ห้องนอน แต่พอได้ชมห้องตัวอย่างขนาด 2 ห้องนอนแล้ว ยิ่งประทับใจในการจัดการพื้นที่ใช้สอย รู้สึกพิเศษขึ้นไปอีกกับการวางพื้นที่ด้านข้างของแต่ละห้องให้เป็นพื้นที่ซักล้าง ทำให้ผนังแต่ละห้องเป็นอิสระต่อกัน ได้ความเป็นส่วนตัวตอกย้ำอารมณ์บ้านเดี่ยวขึ้นอีก จึงตัดสินใจว่าอยากซื้อเพื่ออยู่เอง ไม่ได้มองแค่มุมเพื่อการลงทุนอย่างเดียว เลยขอคุณแม่ซื้อแบบ 2 ห้องนอน และด้วยความที่เราเป็นคนเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยพอสมควร ก็ได้มีการเชิญซินแสที่เราเคารพมาช่วยเลือกทิศ โดยมากจะเลือกทิศตะวันออก แต่ห้องนี้จอยเลือกทิศตะวันตก เพราะชอบวิวถนนอุโมงค์ต้นไม้ในซอย สุขุมวิท 26 ซึ่งฮวงจุ้ยดีเลย อยู่แล้วเย็นสบายมาก

ส่วนของการตกแต่งจอยเป็นคนชอบเดินงานแฟร์เกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์  ห้องนี้จอยก็ไปเดินเลือกของแต่งห้องเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคิ้วไม้แต่งผนังก็ไปเลือกถึงโรงงาน โคมไฟ หรือแม้แต่พรม บางชิ้นอาจจะไม่ได้แพงมาก หรือเป็นแบรนด์ดัง แต่จอยเน้นความเป็นตัวเรา เพราะเรามองว่าที่นี่คือบ้าน ก็อยากให้ได้บรรยากาศในห้องผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้านมากที่สุด

ตกแต่งภายในด้วยตัวเองในห้องจึงมีมุมโปรดที่หลากหลาย ถ้ามาพร้อมหน้าทั้งครอบครัว ก็จะนั่งเอกเขนกกันที่หน้าทีวีในห้องรับแขกซึ่งมีพื้นที่กว้างมาก อาจจะมีทำอาหารบ้าง ห้องครัวที่นี่ขนาดใหญ่และคอนเนคต์ถึงห้องนั่งเล่นเดินถึงกันสะดวก ส่วนวันไหนที่อากาศดี จอยก็จะออกไปนั่งจิบกาแฟรับลมที่ระเบียง มองถนนต้นไม้สบายตาดีค่ะ

และด้วยความที่จอยเป็นคนชอบออกกำลังกาย จึงไม่ใช่แค่ความประทับใจแค่ฟังก์ชั่นภายในห้องพัก  โดยเฉพาะฟิตเนสที่นี่ถูกใจมากๆ ทั้งเครื่องออกกำลังกายได้มาตรฐาน และวิวสวยของแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งบางกะเจ้า สระว่ายน้ำโปร่งสบาย ได้รับการผ่อนคลายเต็มที่ค่ะ

อีกหนึ่งเหตุผลที่ดึงดูดใจให้เลือกที่นี่คือจอยทำงานช่อง 3 ซึ่งก็อยู่ใกล้ๆ จึง สะดวกต่อการเดินทางมากๆ ทำเลที่ตั้ง ซอย สุขุมวิท 26 นับว่าเป็นแลนด์มาร์คที่ดี คอนเนคต์การเดินทางได้หลายเส้น งานส่วนใหญ่เราอยู่ในเมือง เลี่ยงรถติดก็สามารถใช้บริการรถไฟฟ้าได้สะดวกสบาย ที่สำคัญที่นี่มีจัดเส้นทางรับ-ส่งในจุดต่างๆ ไว้บริการลูกบ้านด้วย  ถ้าวันไหนเหนื่อยไม่อยากขับรถไปเอง ก็ใช้บริการรถลีมูซีน ของคอนโดได้  อนาคตหากจะเปลี่ยนให้เป็นทรัพย์เพื่อการลงทุน ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เช่า ซึ่งจอยถือว่าคุ้มค่าทั้งด้านราคาและเอื้อต่อไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตมากๆค่ะ” 

ทำงานหนักเป็นเวิร์คกิ้งวูแมน สวยและโสด ซึ่ง “จอย” คอนเฟิร์มว่าแฮปปี้ดี ไม่มีเวลาเหงา“ตอนนี้แฮปปี้นะคะ เพราะจอยไม่ได้มองเป็นสูตรสำเร็จว่า ชีวิตต้องทำงาน เก็บเงิน แล้วมีแฟน หรือ ต้องสร้างครอบครัว ทุกวันนี้ทำงาน 7 วัน ถ่ายละคร 2 เรื่อง มีงานพิธีกรเปรี้ยวปาก มีงานอีเว้นท์ วันหนึ่งๆ ทำงาน ออกกำลังกาย เวลาก็แทบหมดแล้ว หากมีช่วงเวลาว่างก็ไปช้อปปิ้งกับคุณแม่บ้าง ไปทานข้าวกับพี่สาวพี่เขย จอยเป็นคนติดครอบครัว เลยไม่ได้มีเวลาเหงา ทุกวันนี้เลยไม่ได้โฟกัสเรื่องมีแฟน ใช้ชีวิตในแบบเราให้เต็มที่แฮปปี้มากค่ะ”

บาลานซ์ชีวิตได้รื่นรมย์ทุกมุมขนาดนี้ ต่อให้ไร้เงาบอดี้การ์ดหัวใจก็ไม่มีผลต่อมวลความสุขของ “จอย รินลณี” แน่นอน คอนเฟิร์ม!!!

ECOTOPIA แลนด์มาร์กของคนหัวใจอีโค่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654460

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 11:10 น.

ECOTOPIA แลนด์มาร์กของคนหัวใจอีโค่ ร่วมเป็นหนึ่งในการใช้ชีวิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก

วิถีการดำรงชีวิตแบบ New Normal ยังคงเป็นวิถีที่ยังต้องปฏิบัติอยู่ ซึ่งหลายคนเพิ่มการดูแลตัวเองมากขึ้น และมีหลากหลายวิธีการในการดูแล ปกป้อง ป้องกันตัวเอง รวมถึงคนรอบข้างด้วย เช่นเดียวกับที่ ECOTOPIA ที่สุดของแหล่งรวมสินค้าอีโค่สำหรับคุณ ครบครันหลากหลายเพื่อโลกที่ดีขึ้น เป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ สินค้าออร์แกนิค เปิดให้ทุกคนเข้ามาค้นพบและเลือกสรรได้ที่อีโคโทเปียได้อย่างครบครัน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน ECOTOPIA ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงโลกอย่างยั่งยืนให้เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น ตั้งอยู่ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซืพลอราทอเรี่ยม

โดย ECOTOPIA ได้นำเสนอผู้ช่วยในการดูแล ปกป้อง ป้องกันเรื่องสุขภาพ ความสะอาด และช่วยรักษ์โลกมากมาย ผ่านทั้งหมด 8 โซน เริ่มกันด้วยการเอาใจสายดูแลตัวเองและคนรอบข้าง โซน Hygienic รวบรวมสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันและสินค้าทำความสะอาดที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติหรือวัสดุที่ย่อยสลายได้ด้วยตัวเอง

เช่น สเปรย์ฟอกอากาศลดฝุ่น PhytFoon (ไฟท์ฝุ่น) ผลิตจากสารธรรมชาติ ลดฝุ่นละอองทันทีเมื่อฉีดพ่น และฝุ่นพิษ PM2.5สูงสุดถึง 80% ฝุ่นไม่ฟุ้งกลับนานถึง 7ชั่วโมง ปราศจากแอลกอฮอล์ ไม่ระคายเคืองเมื่อสัมผัส ลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้, สบู่เหลวล้างมือฆ่าเชื้อแบคทีเรียสูตรมือขาวใส (So glow anti-bacterial hand wash) จากแบรนด์อารมณ์ดี มีส่วนผสมความเป็นธรรมชาติ 98.38% มีโมเลกุลที่ช่วยชะลอระบบชรา และพัฒนาโมเลกุลอีกขั้นของวิตามิน C เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานช่วยให้ผิวเรียบเนียน ขาวใสเป็นธรรมชาติ, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนกประสงค์ Soganic (โซแกนิคส์) สูตรออร์แกนิคจากประเทศออสเตรเลีย น้ำยามหัศจรรย์ที่ทำให้การทำความสะอาดเป็นเรื่องง่าย ทำจากส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติ มีกลิ่นที่สะอาดและสดชื่น, ถุงขยะรักษ์โลก Morther Packer ทำจากพืช ย่อยสลายได้ 100% และยังมีหน้ากาก เครื่องฟอกอากาศ ผงซักฟอก และอื่นๆ อีกมากมาย

สายสิ่งแวดล้อมที่ช่วยลดขยะ โซน Zero Waste เป็นโซนที่สามารถนำบรรจุภัณฑ์มารีฟิลผลิตภัณฑ์ต่างๆได้มากมาย มีทั้งน้ำยาซักผ้า ครีมอาบน้ำ น้ำยาล้างจาน เพื่อช่วยลดขยะให้กับโลกได้

ส่วนคนที่รักความเขียวและต้องการฟอกปอดแบบธรรมชาติ โซน Green แหล่งรวมต้นไม้ฟอกอากาศ เช่น กวักมรกต, ยางอินเดีย, ลิ้นมังกร, ไทรใบสัก พร้อมมีเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ,แคปซูลดูแลต้นไม้,อุปกรณ์ปลูกต้นไม้, ปุ๋ย รวมทั้งเมล็ดพันธุ์จากฟาร์มลุงรีย์ชื่อดัง

อยากสุขภาพดี มีความสุขกับขนมอาหารแบบไม่รู้สึกผิด โซน Healthy ได้รวมขนม อาหาร ที่ดีต่อสุขภาพ แคลอรี่ต่ำ และมีส่วนผสมธัญพืชให้เลือกมากมาย รวมถึงอุปกรณ์เสริมช่วยผ่อนคลายแบบออแกนิค เช่น 7Springs สเปรย์คลายเครียด แก้ปวดเมื่อย ออฟฟิศซินโดรม, Aroma Spray จาก LRL เป็นยาหม่องน้ำในรูปแบบเสปรย์ สามารถใช้พ่นลงมือแล้วสูดดม หรือจะทาบริเวณที่ปวดเมื่อย และแบบหัวโรลเลอ สามารถใช้สูดดม หรือทาในบริเวณที่ต้องการ กลิ่นออกแนวผ่อนคลาย สบายจมูก ใครเป็นภูมิแพ้ นอนหลับยากเพราะหายใจไม่ออก ต้องมีติดกระเป๋าไว้เลย

สำหรับคนรักความสวยความงามแบบไม่ต้องกลัวแพ้ โซน Beautiful แหล่งรวมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สกินแคร์ต่างๆ ที่หลากหลาย ทำมาจากสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น คลีนซิ่งโรสแมรี่สำหรับเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า, ครีมกันแดดไม่ทำร้ายประการัง, เครื่องสำอางค์ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน วัสดุสามารถรีไซเคิลได้, สำลีไม่ฟอกสี

นอกจากของใช้ส่วนตัวนตัวในชีวิตประจำวันแล้ว ECOTOPIA ก็ยังมีหมวดแฟชั่นที่รับรองว่าพกไปไหนรับรองความเท่แบบรักษ์โลกได้เลย กับโซน Up-cycled อาทิ กระเป๋าถุงน้ำยาล้างไต จาก KIDDEE PROJECT ซึ่งมีคุณสมบัติที่ทนทาน ดีไซน์สวย อีกทั้งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายยังนำไปสมทบทุนเพื่อการดูแลผู้ป่วยโรคไตและผู้ป่วยระยะสุดท้ายในจังหวัดน่านอีกด้วย, นาฬิกา ANNE KLEIN นาฬิกาจากคอลเลคชั่น Considered ถูกออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนโดยพลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้ลดการเพิ่มจำนวนขยะ อีกทั้งยังเลือกวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ฝ้ายและใยไม้ เพื่อผลิตนาฬิกา รวมถึงสายหนังที่ทำจากเปลือกแอปเปิ้ล สับปะรด และไม้ก๊อกซึ่งมีความทนทาน อีกทั้งยังสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติอีกด้วย, กระเป๋าจากเสื้อกันฝน Walking.stitch ที่ผลิตจากเสื้อกันฝนที่ไม่ใช้แล้ว นำมาทำเป็นกระเป๋าสีสันสดใส

นอกจากนี้ ยังมีโซน Stylish รวมแฟชั่นที่ทำมาจากฝ้ายออร์แกนิค, เศษผ้า เสื้อภูคราม ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ ทำลวดลายด้วยการปักมือจากจังหวัดสกลนคร เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน และโซน Kind โซนที่รวมงานฝีมือและภูมิปัญญาชาวบ้านที่สร้างสรรค์จากวัตถุดิบธรรมชาติเพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนและชาวบ้าน ซึ่งแต่ละโซนล้วนถูกออกแบบมาให้ทุกคนได้มาร่วมสร้างโลกด้วยกันอย่างเป็นมิตร

ECOTOPIA จะเป็นจุดเริ่มต้นของความมุ่งมั่นที่ยิ่งใหญ่เพื่อสร้างโลกที่ดีไปด้วยกัน แวะมาชมได้ที่ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่หรือ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และช้อปสินค้าได้ที่ https://www.facebook.com/EcotopiaTH

JIMMY CHOO HIGH SUMMER 2021 เสน่ห์เกินต้านแห่งรอยจุมพิตจากดวงอาทิตย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654480

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 09:55 น.

JIMMY CHOO HIGH SUMMER 2021 เสน่ห์เกินต้านแห่งรอยจุมพิตจากดวงอาทิตย์ปลดล็อกความอิสระในตัวคุณ หลีกหนีทุกความวุ่นวายเพื่อสัมผัสกับความสนุกอย่างไร้กังกล ไปกับ JIMMY CHOO HIGH SUMMER 2021 สีสันมนต์เสน่ห์ฤดูร้อน

ลองให้จินตนาการพาเราโบยบินไปยังสถานที่สักแห่งเพื่อหลบหนีทุกความว้าวุ่นไปกับ JIMMY CHOO HIGH SUMMER 2021 (คอลเลกชั่นจิมมี่ ชู ไฮ ซัมเมอร์ 2021) สำหรับสตรีและบุรุษ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสัน และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งฤดูร้อน รายล้อมไปด้วยไปวิวทิวทัศน์แบบคนเมืองที่โอบกอดด้วยชายหาดอย่างไมอามี

ไมอามี เมืองแห่งศิลปะแบบอาร์ตเดโค (Art Deco) อันเป็นเอกลักษณ์ที่สามารถพบได้เพียงในสถานที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเสน่ห์ของเมืองใหญ่ที่มาพร้อมกับอิสรภาพ และความมีชีวิตชีวาของดวงอาทิตย์ ลูกเล่นแห่งความแตกต่างระหว่างภาพเงาอันคมชัด รายละเอียดแห่งความเป็นหญิงสาว และวัสดุที่คาดไม่ถึง

“สำหรับฉันแล้วช่วงกลางฤดูร้อน คือช่วงเวลาของดวงอาทิตย์ ทะเล และท้องฟ้าสีคราม นื้คือการหลีกหนีทุกความวุ่นวายเพื่อสัมผัสกับความสนุกอย่างไร้กังกล ฉันอยากแหวกว่ายไปในความร้อนของแสงอาทิตย์ที่แต่งแต้มไปด้วยสีสันหลากหลาย และสัมผัสแห่งเสรีภาพ ซึ่งเป็นการนำทางให้ฉันมาสู่ไมอามี ไมอามีคือเมืองแห่งความน่าตื่นเต้นอย่างไม่น่าเชื่อที่มาพร้อมเสน่ห์แห่งความหลากหลาย และศิลปะแห่งอาร์ตเดโคอันน่าตื่นตาตื่นใจ เราจึงนำสิ่งเหล่านี้มาถ่ายทอดผ่านวัสดุแปลกใหม่ ผ่านดีไซน์ทรงเสน่ห์สำหรับกลางวันสู่ยามค่ำคืนที่มาพร้อมสีสันอันอบอุ่น คอลเลกชั่นนี้คือความอภิรมย์ ความตื่นเต้น และความรู้สึกถึงความร้อนแห่งรอยจุมพิตจากดวงอาทิตย์” แซนดร้า ชอย (Sandra Choi) ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของจิมมี่ ชู (Jimmy Choo) กล่าว

อารมณ์แห่งความตื่นเต้นอันมีชีวิตชีวาและความมั่นใจ คือ ไฟจุดประกายคอลเลกชั่นนี้ ชุ่มฉ่ำไปด้วยแสง และสีสันอันสดใสสำหรับสุภาพสตรีของ จิมมี่ ชู จาก Jimmy Choo High Summer 2021 เฉลิมฉลองให้ความเสรี ดื่มด่ำไปกับมนต์เสน่ห์แห่งความหรูหรา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากรอยจุมพิตจากดวงอาทิตย์ร้อนแรงในเมืองไมอามี สถาปัตยกรรม และความแตกต่างแต่ลงตัวของภูมิทัศน์ คอลเลกชั่นนี้คือความคอนทราสต์ที่โดดแต่ลงตัว บทกวีแซ่ซ้องการกำเนิดใหม่ของไมอามีในศตวรรษที่ 21 ในฐานะศูนย์กลางแห่งโลกศิลปะ ที่มาพร้อมกับศิลปะแห่งฝีแปรง รูปทรงประติมากรรม และเสน่ห์แห่งจานสี ล้วนเป็นส่วนสำคัญเฉกเช่นเดียวกับไมอามี คอลเลกชั่นนี้นำเสนอความยินดีปรีดาที่เต็มไปด้วยอารมณ์แห่งความตื่นเต้น ความรู้สึกที่ว่าทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ โดดเด่นด้วยความรู้สึกสะดวกสบาย Jimmy Choo เปิดตัวคอลเลกชั่นรองเท้าสำหรับสุภาพสตรีที่ไม่เพียงแต่ทำให้สุภาพสตรีดูดีที่สุด แต่ยังต้องรู้สึกดีที่สุดเมื่อสวมใส่

คอลเลกชั่นนี้เปิดตัวด้วย รุ่น เดอะ เบย์ (THE BAY) รองเท้าแบบมีสายคาดที่อวดโฉมมาในหลากหลายความแตกต่าง มาพร้อมสายรัดข้อเท้าอันนุ่มนวลเฉกเช่นเดียวกับโครงสร้างแบบสามมิติจากหนังวัวนัปป้าสุดนิ่มนวล โฉบเฉี่ยวด้วยรูปทรงแหลมแต่ตัดเป็นเหลี่ยม ไม่เพียงแต่เพื่อเพิ่มความงดงามแต่ยังเพิ่มความสบายในการสวมใส่ และรองรับกับทุกรูปทรงของเท้าได้อย่างลงตัว

ดิ โอเชี่ยน (THE OCEAN) นำเสนอดีไซน์แห่งเกลียวคลื่นที่พริ้วไหวแห่งศิลปะเครื่องหนังบนหน้ารองเท้าด้านบน ที่ช่วยรองรับหน้าเท้าของผู้สวมใส่อย่างมั่นคง อีกทั้งยังสวมใส่สบาย ดิ อาร์ต (THE ART) อวดโฉมมาด้วยความสง่า และมั่นคงด้วยพื้นที่รองเท้าหนา 85 มิลลิเมตร ที่มาในทรงแบบบล๊อคประติมากรรมแห่งลูไซต์ (Lucite) ไล่เฉดสี ส้นรองเท้าประดับประดาด้วยเพชรพลอย ดีไซน์ของส้นรองเท้าชวนให้นึกถึงความรู้สึกของการจิบค็อกเทลริมทะเลที่ส่องแสงระยิบระยับในยามอาทิตย์อัสดง

อารมณ์เหล่านี้ส่งต่อไปยังเครื่องประดับอื่นๆ จากคอลเลกชั่นเดียวกันเช่น กระเป๋า ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า รุ่น บอน บอน (BON BON) ไอเท็มประดับกายสำหรับการออกงานกลางคืนที่อวดโฉมมาด้วยคริสตัลระยิบด้วยการไล่โทนสีของเฉดแสงอาทิตย์ยามเย็น ตามติดมาด้วย กระเป๋าไมโครแบ็ก รุ่น มินิ ปารีส (MINI PARIS) ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอผ่านวัสดุพื้นผิว สีสันจากการเรียงตัวและจัดวางของเหลี่ยมมุมแห่งเพชรพลอยระยิบที่นับเป็นแรงบันดาลใจจากแบรนด์ Jimmy Choo หรูหราแต่แอบแฝงด้วยความขี้เล่นไปกับ MINI PARIS ส่องประกายระยิบระยับ และอวดงานเคลือบพื้นผิวแบบมันวาว

ปิดท้ายคอลเลกชั่นด้วย กระเป๋าโฮโบ แบ็ก รุ่น แอนา (ANA) อวดโฉมมาในผ้าใบแคนวาสที่มีพื้นผิวและลูกเล่นของผงสี ส่วน เมซี่ (MACY) คือไอเท็มกระเป๋าสานทรงตะกร้าถักด้วยมืออย่างประณีตบรรจงในประเทศโคลอมเบียจากช่างฝีมือระดับสูง ที่ยังคงไว้ในเรื่องการเล่นสี และอวดความสดใสของเม็ดสีราวกับการใช้เม็ดสีบริสุทธิ์ในการบรรจงทาลงกระเป๋าอย่างประณีต ก่อให้เกิดเป็นชิ้นงานแห่งศิลปะในภาพรวมคอลเลกชั่น กลางฤดูร้อนนี้คือการเฉลิมฉลองของงานฝีมือ และงานศิลปะ ที่ผสมผสานไว้ ซึ่งเสรีภาพ ความสนุกสนาน และความสร้างสรรค์ นับเป็นบทสรุปของมนต์เสน่ห์แห่งความหรูหราที่เฉิดฉายภายใต้แสงตะวัน

สำหรับ Jimmy Choo High Summer 2021 Men’s Collection นำเสนอรองเท้าหลากหลายดีไซน์โดดเด่นด้วยลายโมโนแกรม ซิกเนเจอร์ JC ในโทนสีฟ้า ทั้ง สนีกเกอร์ (Sneakers) รุ่น DIAMOND X อันโด่งดัง, รองเท้าโลฟเฟอร์ (Classic Loafers) ดีไซน์คลาสสิค รุ่น MARTI และ รุ่น FOXLEY ปิดท้ายรองเท้าสลิปออน (Slip-on Shoes) รุ่น GROVE

บุรุษที่มองหารองเท้าแคชชวลเท่ๆ ต้องโดนใจกับรองเท้า รุ่น ENZO ผสานดีไซน์ระหว่าง รองเท้า Sock trainer กับ Espadrilles ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว รวมถึงรองเท้ารุ่น HAWAII อันเป็นเอกลักษณ์ของจิมมี่ ชู ซึ่งได้รับการดีไซน์ให้สามารถสวมใส่ได้กับทุกสไตล์ โดดเด่นด้วยลายนูน Jimmy Choo บริเวณส้น ในซีซั่นนี้ยังมีกระเป๋า และแอ็คเซสซอรี่ที่เพิ่มสไตล์ในชีวิตประจำวันของบุรุษอีกด้วย

พบกับ Jimmy Choo High Summer 2021 ได้ที่ Jimmy Choo Boutique Store ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โทร. 02-160-5993, ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ โทร. 02-003-6095 และชั้น M ศูนย์การค้า สยามพารากอน โทร. 02-610-9944 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line ID @jimmychooth และ Instagram: @jimmychoo

#JimmyChoo #JimmyChooThailand #JimmyChooHighSummer2021

เปิดตัว TAG Heuer Carrera Green Special Edition โฉมใหม่สุดเท่สำหรับเจ้าแห่งนาฬิกาจับเวลา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654376

วันที่ 01 มิ.ย. 2564 เวลา 14:02 น.

เปิดตัว TAG Heuer Carrera Green Special Edition โฉมใหม่สุดเท่สำหรับเจ้าแห่งนาฬิกาจับเวลาTAG Heuer Carrera คอลเลกชั่นไอคอนิกในลุคสง่าแฝงความลึกลับ กับเอดิชั่นสุดพิเศษในเฉดสีเขียวน้ำเงินใหม่ล่าสุด

แบรนด์นาฬิกาหรูจากสวิส เปิดตัว TAG Heuer Carrera Green Special Edition ใหม่ล่าสุดได้จังหวะเหมาะเจาะกับช่วงหน้าร้อนพอดี ทั้งยังมาในเฉดสีเขียวเข้มอมน้ำเงินแฝงประกาย และผลิตเพียง 500 เรือนเท่านั้น นาฬิกาใหม่ล่าสุดนี้เป็นการผสมผสานขนบที่สืบทอดต่อมาจากจากนาฬิกา Heuer Carrera รุ่นแรกๆ เข้ากับความสง่างามทันสมัยในสไตล์ริเวียร่าที่ยากจะหาใดเปรียบ

คอลเลกชั่น TAG Heuer Carrera เป็นการแสดงคารวะต่อประวัติศาสตร์ของแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งรถผ่านการสร้างสรรค์นาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟสปอร์ตสง่าไร้กาลเวลา นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 60 กว่าปีก่อนภายใต้วิสัยทัศน์ของแจ๊ก ฮอยเออร์ นาฬิกาซึ่งโดดเด่นด้วยเส้นสายสะอาดตาและสัดส่วนที่สมบูรณ์ลงตัวนี้ก็ได้กลายเป็นผลงานไอคอนที่ทุกคนจดจำในทันที และผลงานใหม่ที่ผ่านการปรับแต่งให้ทันสมัยด้วยความเชี่ยวชาญนี้ก็เป็นการสืบสานจิตวิญญาณของผลงานรุ่นออริจินัลในปี 1963

นาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟ TAG Heuer Carrera Green Special Edition ยังคงเอกลักษณ์ของนาฬิกา Heuer Carrera ref. 2447 ทั้งขาตัวเรือน ดีไซน์ตัวเรือน ปุ่มกดที่ขัดแต่งสวยเนี้ยบ และหน้าปัดที่โดดเด่นเช่นเดียวกับรุ่นก่อน แต่ก็มีรายละเอียดใหม่อื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา และขนาดตัวเรือนที่ขยายใหญ่ขึ้นจาก 36 มม. เป็น 39 มม. เพื่อให้รับกับสมัยนิยม หน้าปัดใช้โครงสร้างแบบ tricompax ดูเรียบหรู หน้าปัดย่อยตกแต่งด้วยลายเส้นหมุนวนเป็นก้นหอย หน้าปัดจับเวลา 30 นาทีอยู่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา หน้าปัดจับเวลาชั่วโมง ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และแสดงวินาที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ส่วนเข็มชั่วโมงและนาทีดีไซน์เป็นเหลี่ยมมุมสวยงาม เคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® เพื่อการอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจน และส่วนกระจกแซฟไฟร์คริสตัล ‘ทรงกล่อง’ สไตล์เรโทร นั้นได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกา Heuer Carrera รุ่นออริจินัล หน้าปัดประดับโลโก้ Heuer และชื่อ Carrera

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้นาฬิการุ่นนี้โดดเด่นไม่เหมือนใครก็คือหน้าปัดเฉดเขียวเข้มขัดแต่งแบบซันเรย์ เฉดสีนี้ซึ่งไม่ค่อยปรากฏในนาฬิกาของ TAG Heuer เป็นส่วนผสมของสีน้ำเงินและสีเขียว ทำให้นาฬิกาดูครีเอทีฟ ทันสมัย และโดดเด่น เมื่อพลิกดูที่ฝาหลังตัวเรือนซึ่งเป็นกระจกแซฟไฟร์คริสตัลใส จะเห็นการแต่งแต้มด้วยสีเขียวสุดพิเศษบริเวณชิ้นส่วนคอลัมน์วีลของกลไก และบนตัวอักษรที่สลักคำว่า Calibre Heuer 02 และ Swiss Made บนโรเตอร์

TAG Heuer Carrera Green Special Edition ทำงานด้วยกลไก Calibre Heuer 02 เป็นกลไกอัตโนมัติจับเวลาสุดล้ำที่ทางแบรนด์พัฒนาและผลิตขึ้นในโรงงานของตนเองที่เมืองเชอเวอเนซ์ กลไกนี้ประกอบด้วยชิ้นส่วน 168 ชิ้น พร้อมด้วยโครโนกราฟที่มีคอลัมน์วีลและเวอร์ติคอลคลัตช์เพื่อให้การจับเวลาเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ สามารถสำรองพลังงานได้นาน 80 ชั่วโมง รับกับสายหนังจระเข้สีดำพร้อมตัวล็อกแบบบานพับและปุ่มกดล็อกสองปุ่ม ฝาหลังสลักคำว่า SPECIAL EDITION ผลิตเพียง 500 เรือน

นอกจากจะผสมผสานประวัติศาสตร์อันเป็นตำนาน สัดส่วนที่ลงตัว หน้าปัดเฉดสีสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และกลไกที่แม่นยำแล้ว ตัวเรือนขนาด 39 มม. ของ TAG Heuer Carrera Green Special Edition ยังดึงดูดใจผู้รักนาฬิกาทั้งชายและหญิงด้วยเป็นผลงานที่ควรค่าแก่การสะสมและเป็นตัวแทนความทันสมัยโดดเด่น และจะวางจำหน่ายในบูติกของ TAG Heuer ในเว็บไซต์ e-commerce ของแบรนด์

คอมพลีทลุคได้แบบไม่สะดุด กับ 3 เรือนเวลาล่าสุดจาก ‘เพียเจต์’ ที่หนุ่มๆ ควรมีไว้ประดับข้อมือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654374

วันที่ 01 มิ.ย. 2564 เวลา 11:15 น.

คอมพลีทลุคได้แบบไม่สะดุด กับ 3 เรือนเวลาล่าสุดจาก ‘เพียเจต์’ ที่หนุ่มๆ ควรมีไว้ประดับข้อมือไม่ว่าจะ Work from home หรืออยู่ที่ไหน ก็คอมพลีทลุคได้แบบไม่สะดุด กับ 3 เรือนเวลาล่าสุดที่เพียเจต์หยิบมาแนะนำให้หนุ่มนักช้อปเตรียมเปย์กันก่อนใคร

สายลิมิเต็ด อิดิชั่น กับ Piaget Polo Chronograph เวอร์ชั่นสายรัดข้อมือยาง ที่ผลิตจำกัดเพียง 888 เรือน 

Piaget Polo Chronograph Limited Edition on a Rubber Strap (G0A46013)

เพียเจต์ โปโล เปิดตัวครั้งแรกปี 1979 ในฐานะสปอร์ตวอท์ชสุดหรูที่รังสรรค์เพื่อตอบโจทย์เหล่าเกม เชนเจอร์ ผู้ซึ่งไม่เคยหยุดนิ่งและกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเองในแบบไม่ตามใคร โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นซิกเนเจอร์ที่สะท้อนถึงวิถีการใช้ชีวิตด้วยความมุ่งมั่นของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี 

เพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ที่หลายหลากยิ่งขึ้น แบรนด์จึงหยิบสายรัดข้อมือยางแนวสปอร์ตมาผสานไว้ในโมเดลของ Piaget Polo Chronograph เป็นครั้งแรก โดย ref.G0A46013 นี้ ยังคงมาพร้อมฟังก์ชั่นจับเวลาโครโนกราฟ และกลไกอินเฮ้าส์คาลิเบอร์ 1160P คุมโทนด้วยหน้าปัดสไตล์ Panda ที่ออกแบบให้วงหน้าปัดย่อยสีน้ำเงิน ตัดรับกับสีเงินของพื้นหน้าปัดหลักได้อย่างลงตัว เพิ่มวิสัยทัศน์แม้ในที่สว่างน้อยด้วยเข็มและ อินเด็กซ์บอกเวลาเคลือบสารเรืองแสงซุปเปอร์ลูมิโนว่า

ที่ขาดไม่ได้คือเอกลักษณ์หน้าปัดรูปทรงสี่เหลี่ยมมน หรือทรงคุชชั่น บนตัวเรือนสแตนเลสสตีลทรงกลมขนาด 42 มิลลิเมตร และเมื่อพลิกกลับยังเผยให้เห็นการทำงานของกลไกได้อย่างชัดเจนผ่านกระจกฝาหลังแซฟไฟร์คริสตัล จับคู่สายรัดข้อมือยางแนวสปอร์ตสีน้ำเงิน ผลิตจำกัดเพียง 888 เรือน

สายวิบวับ กับ Piaget Polo Chronograph ประดับเพชร 

Piaget Polo Chronograph Adorned with Diamonds (G0A46049)

สำหรับใครที่สนุกกับการสไตลิ่งไอเท็มแนววิบวับ Piaget Polo Chronograph ประดับเพชร คือคำตอบ ! โดยเรือนเวลาชิ้นนี้ถูกออกแบบในตัวเรือนไวท์โกลด์ ขนาด 42 มิลลิเมตร ดึงดูดสายตาด้วยประกายงามของเพชรที่ครอบคลุมทั่วทั้งหน้าปัดและตัวเรือนกว่า 480 เม็ด (ราว 3.96 กะรัต) จับคู่สายรัดข้อมือหนังจระเข้สีน้ำเงินกลิ่นอายสปอร์ต ที่ตอบโจทย์หนุ่มลุคเนี้ยบได้อย่างลงตัว

สายเพรียวบาง กับ Piaget Altiplano ที่มาพร้อมกลไกอัตโนมัติ 910P แบบบางเฉียบ

Altiplano Ultimate Automatic 910P (G0A45123)

สำหรับหนุ่มๆ ที่ชอบปลดล็อกความท้าทายอยู่ตลอดเวลา รับรองว่า Altiplano Ultimate Automatic 910P เรือนนี้ตอบโจทย์แน่นอน โดยนาฬิกากลุ่มนี้ โด่งดังอย่างมากในเรื่องของกลไกที่บางเฉียบ ไม่ว่าจะเป็น กลไก 9P ที่เปิดตัวในปี 1957 จนกลายเป็นนาฬิการะบบกลไกที่บางที่สุดในโลก ณ ขณะนั้น หรือจะเป็นกลไก 12P ที่เปิดตัวในปี 1960

และเพื่อตอกย้ำแนวคิดอันแสนขบถ ปี 2016 แบรนด์ได้เปิดตัวกลไกไขลานด้วยมือ 900P ที่ถือเป็นความท้าทายด้านการปฏิวัติโครงสร้างของตัวเรือนครั้งสำคัญ ต่อด้วยปี 2018 กับกลไกอัตโนมัติ 910P ที่หนาเพียง 4.3 มิลลิเมตร ก่อนทุบทุกสถิติใน 2 ปีถัดมาด้วยการส่งมอบนาฬิการะบบกลไกที่บางที่สุดในโลกสู่ผู้ใช้งานตัวจริง ด้วยความหนาเพียง 2 มิลลิเมตร กับ Altiplano Ultimate Concept

มาปีนี้กับ Altiplano Ultimate Automatic 910P เวอร์ชั่นล่าสุด ที่มาพร้อมหน้าปัดบอกเวลาสีน้ำเงินในดีไซน์แบบเยื้องศูนย์กลางที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา ขณะที่พื้นหน้าปัดส่วนที่เหลือเผยให้เห็นความงามของกลไกได้อย่างชัดเจน ซึ่งแม้จะถูกจำกัดไว้ด้วยความเพรียวบาง แต่องค์ประกอบทุกชิ้นกลับถูกปรับแต่งให้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการประกอบกลไกแบบ reverse ที่ส่งให้บริดจ์ถูกพลิกมาอยู่ฝั่งหน้าปัด ซึ่งการวางตำแหน่งของบริดจ์ลักษณะนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้นาฬิกาหยุดเดินในสภาวะที่คริสตัลแซฟไฟร์เผชิญกับแรงดันต่างๆ อีกด้วย

เช่นเดียวกับคริสตัลแซฟไฟร์ ก็ถูกดีไซน์ให้สามารถโค้งงอได้อย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัยต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือแม้แต่ใต้น้ำ ซึ่งทั้งหมดเป็นนวัตกรรมที่แบรนด์จดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อย นอกจากนี้ตัว โรเตอร์สำหรับขึ้นลานนาฬิกายังรังสรรค์จากทองคำ 22k เคลือบสีน้ำเงิน อวดความหรูหราผ่านฝาหลัง ทั้งยังส่งมอบประสิทธิภาพการขึ้นลานได้อย่างทรงพลัง แม้จะถูกลดทอนความหนาออกเพื่อให้รับกับความบางในภาพรวมก็ตาม

สัมผัสเรือนเวลาและเครื่องประดับชั้นสูงจากเพียเจต์ (Piaget) ได้แล้ววันนี้ ณ เพียเจต์ บูติค โดย เอส ที ไดเมนชั่น ชั้น M สยามพารากอน โทร. 02-610-9678

#Altiplano #PiagetPolo